[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 12 : TEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    6 ต.ค. 61

เริ่มต้นด้วยวันที่แสนวุ่นวาย วันนี้ทุกคนยกกองถ่ายแบบมาที่ปารีส ฝรั่งเศส จอร์จิน่าต้องการสถานที่จริงไม่ใช่สตูดิโอ ทุกคนเลยยกขบวนมาถ่ายแบบกันที่นี่ มีเวลาถ่ายทำเพียงแค่สองวัน อีกอย่างจอร์จิน่าจะไม่มาก็ได้เหมือนเช่นทุกครั้ง แต่มันก็ต้องมีเหตุผลที่จำใจมา นั่นก็คือคอยเป็นไม้กันหมาให้รีเบคก้ากับแม็คเคนซี่ เพื่อนของเธอโกรธมากที่อีกคนพลิกในเธอมาทำงานร่วมกัน รีเบคก้าไม่ยอมในครั้งแรก แต่เพราะเห็นแก่จอร์จิน่าก็เลยยอมมาด้วย รีเบคก้าเน้นย้ำด้วยว่ามาอย่างจำใจ

และวันนี้ก็ผ่านไปครึ่งวันแล้วสำหรับการถ่ายแบบ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร แม็คเคนซี่ไม่ได้ยุ่งยากโวยวายอะไรเรื่องเสื้อผ้าอย่างที่รีเบคก้าได้เล่าให้เธอกับเอลิซาเบธฟังเลย ไม่รู้ว่าเพื่อนของเธอจะไปใส่ร้ายแม็คเคนซี่หรือเปล่าก็ไม่รู้

“ว่าไงเบคก้า โอเคใช่ไหม? เตรียมชุดสุดท้ายไว้ด้วยนะกำลังจะถ่ายเป็นเชตสุดท้ายแล้ว” จอร์จิน่าเดินเข้ามาสั่งงานเพื่อนที่นั่งอยู่บนรถบ้าน ที่ใช้เป็นสถานที่เปลี่ยนเสื้อผ้านางแบบ

รีเบคก้าพยักหน้าเข้าใจ เธอดูอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่มาที่นี่

“เป็นอะไรไป”

“ยังจะถามอีก! ไม่รู้ซิ ฉันไม่รู้ว่าจะโกรธใครดีระหว่างเธอกับยัยนั่น”

“แน่นอนก็ต้องโกรธเคนซี่ซิยะ ฉันไปทำอะไรให้เธอกันเล่า”

รีเบคก้าถอนหายใจพรืด

“เอาน่าเบคก้า ฉันก็อยู่กับเธอแล้วนี่ไง อีกอย่างเหตุการณ์วันนี้ก็ราบรื่นไปด้วยดี เคนซี่ไม่ค่อยจะโวยวายอะไรเหมือนที่เธอเคยพูดเอาไว้เลย นี่เธอโกหกฉันปะเนี่ย?”

รีเบคก้าชกที่ตักของตัวเองเพื่อระบายอารมณ์

“เธอรู้จักยัยนั่นน้อยไปน่ะซิ!”

“เฮ้ ใจเย็นๆ เดี๋ยวเอาน้ำมาให้เพื่อนรัก รอก่อน” จอร์จิน่ายกมือขึ้นตบที่แขนเพื่อนรักอย่างเบามือ คล้ายปลอบใจ ก่อนจะปลีกตัวไปหาน้ำมาให้เพื่อนที่กำลังอารมณ์ร้อนอยู่



แคโรไลน์สังเกตรอบบริเวณกองถ่าย สถานที่นี่เปิดโล่ง เพราะถ่ายทำในเมือง และแฟนคลับของแม็นเคนซี่ก็มารุมให้ความสนใจจนทีมงานต้องกันออกไปจากพื้นที่ และให้ไปกองอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ในบริเวณที่ไกลจากสถานที่ถ่ายแบบมากโข มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งวุ่นวาย แคโรไลน์ปลีกตัวออกมายืนในที่ที่ไม่เกะกะการทำงาน แต่ก็ใกล้พอที่จะมองจอร์จิน่าเอาไว้ เพราะไม่อยากทำงานพลาด ลางสังหรณ์ของเธอตอนนี้ช่างแปลกประหลาด มีคนเยอะก็ยิ่งมีอะไรบางอย่างแฝงมาด้วยเสมอ และอีกอย่างถึงแม้จะผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วก็ตามที่ไม่ได้มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับจอร์จิน่า แต่ก็ประมาทไม่ได้

“นี่แคโรไลน์ ไปหยิบน้ำมาให้ทีซิ” ร่างบางเดินเข้ามาหาและออกคำสั่ง แคโรไลน์หันซ้ายขาวและไปเจอกับจุดบริการน้ำดื่มที่จัดเตรียมเอาไว้ บางอันเขียนชื่อนางแบบ ทีมงานคนสำคัญติดเอาไว้อีกต่างหาก และแน่นอนว่าจอร์จิน่าแกล้งเดินผ่านจุดนั้นมาเพื่อที่จะใช้เธอ

“คุณเพิ่งเดินผ่านมา”

“ฉันพอใจจะใช้เธอแล้วจะทำไม ไปหยิบขวดที่มีชื่อเบคก้ามา”

แคโรไลน์ส่ายหน้าเอือมอีกคน จากนั้นก็เดินไปหยิบมันมาแล้วยืนให้จอร์จิน่า

“ฉันแอบเห็นสายตาของเธอสอดส่องไปทั่วนะแคโรไลน์ หาหนุ่มไปเดทด้วยเหรอ?” น้ำเสียงของจอร์จิน่ากำลังเยาะเย้ยถากถางเธออยู่ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร

“ฉันว่าคนนั้นเหมาะกับเธอดีนะ” ร่างบางยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะก่อกวนแคโรไลน์ เธอชี้ไปที่ทีมงานคนหนึ่งที่หน้าตาธรรมดาๆ แต่มีหุ่นนักกีฬาที่แสนจะเฟอร์เฟค

“ฉันนัดบอดให้เอาไหม”

แคโรไลน์รู้สึกรำคาญเลยเอ่ยออกไป “จอร์จิน่าคุณไปทำงานของคุณเถอะ”

“เอ๊ะ! นี่เธอกล้าออกปากไล่เจ้านายของเธอเหรอ! หยาบคายมากนะแคโรไลน์”

“ถ้าคุณคิดว่าฉันไล่ก็คงเป็นอย่างนั้น”

“…!” จอร์จิน่ามีสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีใครต่อปากต่อคำกับเธอได้ขนาดนี้ แล้วมันก็ช่างเป็นอะไรที่จุกแสนจุกเสียด้วย

คนเอาแต่ใจอย่างจอร์จิน่าไม่ยอมแพ้ เธอเตะเศษใบไม้ที่กองอยู่ย่อมเล็กๆ แถวนั้นกระเด็นไปโดนขากางเกงของแคโรไลน์ ร่างสูงสะดุ้งและขยับออกห่างเล็กน้อย

“คุณเล่นเป็นเด็กไปได้จอร์จิน่า”

“เธอเองก็เป็นผู้ใหญ่ตายล่ะ”

“โอเค เสร็จแล้วครับ เปลี่ยนชุดแล้วกลับมาถ่ายต่อ”

จอร์จิน่าหันไปตามเสียงของช่างภาพ แล้วราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก ทำให้บทสนทนาต่อล้อต่อเถียงของเธอกับแคโรไลน์สิ้นสุดลง เธอลืมเอาน้ำไปให้รีเบคก้าปานนี้จะโกรธเธอเพิ่มขึ้นไปอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ คิดได้ดังนั้นจอร์จิน่าก็ปลีกตัวออกไป

จอร์จิน่าใช้เวลาสักพักกว่าจะเดินมาที่รถบ้านเพราะต้องสนทนากับช่างภาพอีกนาน กว่าจะเดินมาถึงนี้ได้ก็ปาไปเกือบสิบห้านาที แต่ระหว่างทางเธอก็เห็นพวกช่างแต่งหน้าสองสามคนอยู่รอบนอกรถบ้านไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนั้น คงจะรอแม็คเคนซี่แต่งตัว แต่เดี๋ยวนะเพื่อนฉันหายไปไหน?

“รีเบคก้าล่ะ?” เธอเดินโฉบเข้ามาถามช่างแต่งหน้าหญิงเหล่านั้น

“แม็คเคนซี่อยากให้เธอเข้าไปดูชุดด้วยค่ะ เห็นว่ามันไม่พอดีตัว อยากจะให้ไปช่วยแก้ให้”

“ในเวลาที่กำลังจะเริ่มถ่ายแบบแล้วเนี่ยนะ”

ทั้งสามพยักหน้าและงุนงงเช่นเดียวกัน

“ฉันจะไปดูสักหน่อย” จอร์จิน่าเคลือบแคลงใจบางอย่าง ทำให้เธอออกตัวเดินไปที่รถ

“…?” ทันทีที่เธอกำลังจะเปิดประตูรถก็ได้ยินเสียงของทั้งสองคนแทรกออกมา มันน่าสนใจจนจอร์จิน่าต้องแอบฟัง

“เรื่องมาก มันไม่เห็นเป็นอะไรสักหน่อย ชุดเข้ากับตัวเธอได้ดีไม่ได้แก้ไขอะไรเลยสักนิด เก่งจังนะเรื่องเสเเสร้ง ถ้าพูดถึงเรื่องนี้เธอคงเก่งขนาดไปหว่านเสน่ห์ใส่ทีมงานซิท่า โดยเฉพาะผู้ชาย”

เสียงรีเบคก้า และที่น่าตกใจคือ เพื่อนของเธอพูดจาเยาะเย้ยคนอื่นได้เจ็บแสบขนาดนี้ไม่ได้มีกันให้ได้ยินง่ายๆ หรอกนะ ถ้ารีเบคก้าเป็นอย่างนี้แล้วล่ะก็ แสดงว่าคนคนนั้นต้องโดนเธอเกลียดขนาดหนัก

“ฉันไม่เหมือนคุณหรอกนะรีเบคก้า อ่อยผู้ชายมากี่คนแล้วล่ะ?”

“ฉันอ่อยใครไม่ทราบยะ!”

“อยากมาทำเป็นแกล้งไม่รู้”

“ก็ฉันไม่ได้ยุ่งกับเขาแล้ว ถ้าเธอจะมาว่าฉันเรื่องนี้ไม่จบสิ้นสักทีก็หยุดเถอะ ฉันปล่อยเขาไปหลายปีแล้วโอเค๊?”

‘เขา’ เขาไหนเนี่ย ว่าแล้วว่าสองคนนี้ต้องมีความหลังกัน

“ฉันไม่เชื่อ”

“เธอไม่เชื่อก็ตามใจซิ…นี่ ปล่อยนะ”

“…!” เสียงนิ่งไปแล้ว ไม่ดีแน่ จอร์จิน่าไม่รู้ว่าจะทำยังไง เธอไม่อยากให้งานเสีย และก็ไม่อยากให้มีเรื่องตบตีกันเลย จอร์จิน่าเลยตัดสินใจกระชากเปิดประตูออกอย่างไม่เกรงใจคนข้างในรถทั้งสองคน

“นะ นี่!” จอร์จิน่ากำลังจะพูดว่า ‘นี่พวกเธอหยุดตีกันได้แล้ว’ และเธอวาดภาพเอาไว้ในหัวว่ารีเบคก้าคงโดนแม็คเคนซี่กระชากผมและตบลงไปฟุบกับโซฟา แต่ตัดภาพมาที่ความเป็นจริง ภาพที่เธอเห็นมันเหมือนหนังคนละม้วนกันเลย มือข้างหนึ่งของแม็คเคนซี่โอบที่เอวของรีเบคก้า เธอดูตัวเล็กเหมือนตุ๊กตาเมื่ออยู่ใกล้แนบชิดร่างสูง ส่วนแม็คเคนซี่ก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อนของเธอมาก มืออีกข้างหนึ่งของร่างสูงกำลังยุ่งอยู่กับกระดุมเม็ดแรกของเสื้อรีเบคก้า

สองคนนี้กำลังจะ….อะไร ทำอะไรกันเนี่ย!

แต่ถ้าจะคิดแบบนั้นก็ไม่ใช่ เพราะสีหน้าของรีเบคก้าดูโกรธมาก ส่วนแม็คเคนซี่นั้นยิ้มร้ายกาจราวกับเป็นเรื่องสนุก

พอทั้งสองเห็นจอร์จิน่าก็ผละตัวออกจากกันโดยเร็ว

“พวกคุณ…คุยอะไรกัน…” จอร์จิน่าลากเสียงยาว รีเบคก้าผละออกจากตรงนั้นและเดินสวนมาทางจอร์จิน่าเพื่อที่จะลงจากรถ แต่ก็มิวายส่งสายตาคาดโทษให้แม็คเคนซี่ที่ทำหน้าเฉยชาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“น้ำไหม?” จอร์จิน่าไม่รู้ว่าจะแก้เก้อกับเหตุการณ์นี้ยังไง บวกกับอารมณ์หงุดหงิดของเพื่อนเลยได้แต่ยื่นขวดน้ำให้

รีเบคก้ารับน้ำจากจอร์จิน่าแล้วเดินจากตรงนั้นไปโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ เธอคงอารมณ์เสียสุดๆ ทีเดียว

เพื่อนฉันกำลังมีความลับกับฉันแน่ๆ เลย และฉันต้องรู้ให้ได้



และค่ำวันนั้นรีเบคก้าก็ไม่มาร่วมทานมืดค่ำร่วมโต๊ะกับแม็คเคนซี่เลย เธอบอกกับจอร์จิน่าว่าจะสั่งรูมเซอร์วิสและกลับโรงแรมทันที พร้อมทิ้งท้ายกระซิบขู่จอร์จิน่าว่าจะไม่ยอมเปิดประตูห้องให้จอร์จิน่าอีกต่างหาก เธอก็ได้แต่งงในอารมณ์โมโหร้ายของเพื่อนที่พาลมาลงที่เธอ

เมื่อแยกย้ายจากมื้อค่ำจอร์จิน่าก็มาเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ชมบรรยากาศ เนื่องจากปารีสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เรืองไปด้วยศิลปะ ทำให้จอร์จิน่าไม่เบื่อที่จะเดินชมเมืองตึกรามบ้านช่องไปเรื่อยๆ แต่พอผ่านไปสักพักเธอก็รู้สึกเบื่อ เพราะไม่มีเพื่อนคุย แคโรไลน์ไม่ใช่คนที่จะมาคุยเรื่องบรรยากาศ และแหล่งช็อปปิ้งด้วยเลยสักนิด ทำอะไรก็หน้านิ่งและเงียบเชียบตลอด แม้กระทั่งตอนนี้ก็เอาแต่เดินตามเธอเฉยๆ

จอร์จิน่าไม่ค่อยได้มาที่ปารีสบ่อยนัก แต่รีเบคก้ามาบ่อยมากตั้งแต่เด็กจนโต รีเบคก้ามาที่นี่ยังกับบ้านหลังที่สอง รายนั้นรักปารีสเข้าเส้นเลือด รู้ทุกซอกทุกมุมของเมืองนี้ แถมยังพูดภาษาฝรั่งเศสได้คล่องปากราวกับเป็นภาษาบ้านเกิด

“เบคก้าลงมาเดินเป็นเพื่อนฉันทีซิเหงาจะแย่อยู่แล้ว…อะไรกันเล่า…ก็ได้ จะเอาอะไรไหมจะซื้อไปให้…อือ ได้”

จอร์จิน่าวางสายแล้วทำหน้าขัดใจ แคโรไลน์รู้เลยว่ารีเบคก้าต้องปฏิเสธแน่นอน จอร์จิน่ามีนิสัยที่คล้ายเด็กมาก เช่น ความเอาแต่ใจ และโกรธแบบไม่มีเหตุผล แต่เธอก็มีมุมเหงาและงอแงอยู่เหมือนกัน ซึ่งขัดกับบุคลิกภายนอกของเธอเป็นอย่างมาก

“รออยู่ตรงนี้” จอร์จิน่าสั่งอีกคน หลังจากเดินเล่นได้สามสิบนาที เธอหยุดเดินที่หน้าร้านหนังสือ

“คุณจะไม่หนีออกหนังร้านใช่ไหมคะ?” แคโรไลน์ถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยหากแต่เหน็บแนมไปในที

“แล้วทำไมฉันจะต้องหนีด้วย”

“ก็คราวนั้นไงคะ ที่คุณบอกฉันรออยู่หน้าร้านแล้วเผ่นออกหลังร้านเบเกอรี่ เหตุการณ์คุ้นๆ หรือเปล่าคะ?”

“…” จอร์จิน่านึกออกในทันทีที่ ใครจะลืมเหตุการณ์แบบนั้นกัน วันนั้นถ้าเธอไม่โกรธแคโรไลน์เรื่องเลวร้ายก็คงจะไม่เกิดกับเธอ แคโรไลน์ผิดต่างหาก อีกคนกวนอารมณ์เธอเองนี่หน่า เธอไม่เคยโทษเลยว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นความผิดของเธอเลยสักนิด ไม่เลย

“ฉันไม่ไปไหนหรอก เบคก้าฝากซื้อหนังสือ ฉันจะออกมาแน่นอน พอใจยัง!” พูดจบอีกคนก็เข้าร้านหนังสือไป ปล่อยให้แคโรไลน์รออยู่ข้างนอกได้สักพักหนึ่ง

“เอ่อ ขอโทษด้วยนะครับ” มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาแคโรไลน์ เขาพูดภาษาฝรั่งเศส และดูเป็นหนุ่มธุรกิจเจ้าสำอาง สวมแว่น ผมสีดำ และที่สำคัญเขาดูดีทีเดียว

“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ?” แคโรไลน์ตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสได้คล่อง เพราะเธอพูดได้สามภาษา อังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส

“ผมคุ้นๆ หน้าคุณจัง เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?”

แคโรไลน์ยิ้มให้กับมุกนั้น เธอจำคนได้แม่นทีเดียว แต่เขาไม่ได้อยู่ในความจำของเธอเลย

“มุกของคุณตลกดีนะคะ”

“เปล่านะครับ ผมคุ้นหน้าคุณจริงๆ” เขาอึ้งเล็กน้อย แต่ก็เกาหัวแก้เก้อ

“ถ้าคุณยังไม่เลิกเล่นมุกโบราณแบบนี้ฉันคงต้องขอตัวก่อน”

“โอ้ อยากเพิ่งครับ …ครับๆ ก็ได้ คือผมก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบมีสายตาไว้มองผู้หญิงที่มีความสนใจเอ่อ…ผมหมายถึงคุณดึงดูดสายตาผม ผมก็เลยหามุกมาพยายามพูดคุยกับคุณ แต่คุณดูออกแสดงว่าผมห่วยมาก งั้นผมพูดตรงๆ เลยนะ ขอเบอร์คุณได้หรือเปล่า?”

“…” แคโรไลน์ล่ะคาดไม่ถึงกับผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ แต่เธอก็ยิ้มให้พอเป็นพิธี “คุณเป็นคนที่มีความกล้ามากเลยนะคะ แต่ขอโทษจริงๆ ฉันยังไม่สนใจใครเลยในตอนนี้”

“ว้า จริงเหรอครับ น่าเสียดายจัง ผมโดนสาวสวยปฏิเสธ คุณเป็นคนแถวนี้เหรอครับ?”

“เปล่าค่ะ ฉันอยู่อเมริกา”

“โอ้ว หน้าของคุณอยู่โซนยุโรปเชียว”

แคโรไลน์ยิ้มบางๆ ส่งให้เธอไม่ได้ตอบอะไร ที่จริงเธอมีเชื้อสายยุโรปจากฝั่งของพ่อ

“อ่าคือ…” เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรในเมื่อแคโรไลน์ดูมีมารยาทที่ไม่ปฏิเสธจะคุยกับเขา แต่ก็ออกจะรำคาญเขานิดๆ

“ผมขอตัวก่อนดีกว่า”

แล้วชายคนนั้นก็เดินหลบออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจอร์จิน่าก็เปิดประตูร้านหนังสือออกมาพอดี

“เจ้านายเผลอได้ไม่นานก็มีผู้ชายมาทักเชียวนะ” จอร์จิน่าเบ้ปากหมั่นไส้

“เขาแค่ทักตามมารยาทค่ะ” แคโรไลน์โกหก เพราะไม่อยากให้เป็นประเด็นที่ยืดยาว

“เหรอ? ทำมาเป็นพูดดี คุยกันนานพอดูอยู่นะ”

“ฉันไม่เห็นว่าจะนานอะไรเลยนะคะ”

“หยุดพูด หยุดเถียง ฉันขี้เกียจฟัง!” จอร์จิน่าเอาแต่ใจตัวเองอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าตัวเองหาเรื่องไม่สำเร็จ เธอเดินเอาไหล่กระแทกแคโรไลน์แล้วเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายทันที แคโรไลน์เดินตามไป

ถนนในช่วงเวลานี้รถติดเป็นพิเศษ มีคนข้ามถนนตามหลังทั้งสองประมาณห้าหกคนเมื่อติดสัญญาณไฟจราจร บรรดารถยนต์จอดอย่างเป็นระเบียบทำตามกฎท้องถนนอย่างน่าชื่นชม แต่แล้วก็มีมอเตอร์ไซค์เสียงชวนปวดหูดังขึ้น รถคันนั้นไม่มีท่าทีว่าจะผ่อนจอดเหมือนคันอื่นๆ มันเร่งเครื่องเสียงดังและเร็วมาก ที่สำคัญมันพุ่งตรงมาทางนี้

จอร์จิน่า กำลังเดินอยู่ไม่กี่ก้าวก็ข้ามถนนได้ แต่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่กำลังพุ่งเข้าใส่จอร์จิน่าอย่างจงใจ และอีกคนยังไม่รู้ตัว

“จอร์จิน่า!”

“…!”

แคโรไลน์พุ่งตัวออกไปกอดจอร์จิน่าแล้วผลักให้หลบจากวิถีของรถมอเตอร์ไซค์ ทั้งสองล้มลงกับพื้นสไลด์ตัวขึ้นฟุตบาทพอดี คนที่เดินตามหลังทั้งสองที่ข้ามถนนมาด้วยกันต่างตกใจกับเหตุการณ์ ผู้คนที่จอดติดไฟจราจรบางคนออกมาเพื่อจะช่วยเหลือทั้งสองที่ล้มกระแทกพื้น

แต่ว่า…

ทุกคนก็ต้องพากันหยุดชะงักกันหมด เพราะมอเตอร์ไซค์คันนั้นย้อนขับกลับมาที่มือถือปืนและยิงสาดใส่พื้นถนนเหมือนเป็นการเตือนไม่ให้เข้ามายุ่ง พลเมืองดีเหล่านั้นแตกตื่นและวิ่งหนีกันชุลมุน

“ไปหลบที่เก้าอี้ตรงนั้น ไป!” แคโรไลน์กระชากแขนจอร์จิน่าลุกขึ้นอย่างไว พอดีกับจังหวะที่รถทุกคันเคลื่อนตัวออกจากจุดเกิดเหตุราวกับหนีตาย

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนสาดมาตามท้ายแคโรไลน์ทันทีที่เข้าไปหลบหลังเก้าอี้ไม้

“บอกให้ฉันชื่นใจทีว่าเธอพกปืนมา” จอร์จิน่าปิดหูป้องเสียงปืน แคโรไลน์ชูปืนพกของตัวเองขึ้นมา

“ฉันพกมา คุณชื่นใจพอหรือยัง”

“ขอบคุณพระเจ้า!”

แล้วเสียงกรี๊ดของจอร์จิน่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง เพราะเสียงปืนและกระสุนเริ่มจะเจาะเนื้อไม้เข้ามาได้

“ทำอะไรสักอย่างสิ!” เธอหันไปด่าแคโรไลน์

“กำลังทำอยู่ คุณช่วยเงียบหน่อยได้ไหม”

“ฉันทำไม่ได้ จะตายอยู่แล้วก็ขอให้ตายแบบมีเสียงหน่อยแล้วกัน!”

แคโรไลน์ไม่ได้ฟังเสียงของจอร์จิน่าที่บ่นรัวเป็นชุดต่อจากนั้น เธอยกตัวขึ้นจากที่นั่งแล้วยิงตอบกลับไปบ้าง ร่างที่นั้นหลบ และจอดมอเตอร์ไซค์เพื่อใช้เป็นที่หลบ ร่างนั้นอยู่ห่างจากพวกเธอไม่มากนัก

เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ดีแน่!

“จอร์จิน่าคุณฟังฉันนะ ถ้าฉันบอกให้วิ่ง คุณต้องวิ่งเข้าใจไหม คุณวิ่งไปที่ตรอกมุมตึกตรงนั้น” แคโรไลน์ชี้ไปด้านหลังไม่ใกล้ไม่ไกลนัก

จอร์จิน่าพยักหน้าอย่างเร็ว เพราะเธอเองก็ไม่อยากตายข้างทางเท้าแบบนี้

แล้วร่างบางก็ไม่สนอะไรทั้งสิ้นเธอออกตัววิ่งออกไปทันที

“นี่คุณ!” แคโรไลน์เกือบจะเป็นบ้าเมื่อจอร์จิน่าไม่ฟังเธอเลย แถมยังวิ่งหน้าตั้งฝ่ากระสุนไปแบบไม่กลัวตาย ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ทันให้สัญญาณเลย ร่างสูงต้องจำใจยิงคุ้มกันแล้ววิ่งตามหลังจอร์จิน่าไปอย่างหัวเสีย เมื่อถึงตัวอีกคนแคโรไลน์ก็ดึงแขนจอร์จินน่าวิ่งต่อไป มืออีกข้างยิงปืนเพื่อล่อฝ่ายศัตรูให้หลบ

ทั้งสองวิ่งเข้ามุมตึกได้สำเร็จ

“คุณจะฟังที่ฉันสั่งสักครั้งจะได้ไหม”

“ใครอยากจะตายกันล่ะ!”

“แล้วที่คุณวิ่งผ่านกระสุนแบบนั้นออกมาก็โชคดีแค่ไหนแล้วที่รอดมาได้”

“ฉันยังพอมีบุญอยู่บ้างล่ะน่า!”

เสียงปืนดังไล่หลังมา ทั้งสองวิ่งผ่านซอยตรอกหนึ่งตัดเลี้ยวไปอีกซอยหนึ่ง ผ่านซอกซอยไปเรื่อยๆ ผู้คนที่เดินไปมาได้ยินเสียงปืนก็หาที่หลบกันอลหม่าน จนสุดท้ายจอร์จิน่าเริ่มหมดแรง เธอก้าวต่อไปไม่ไหว เลยหยุดเสียดื้อๆ

“ฉันขอพักก่อน เหนื่อย” จอร์จิน่าหอบหายใจ

แคโรไลน์ส่ายหน้าเอือมก่อนพูดขึ้น “จะหยุดหรือจะตายคุณเลือกซะ คราวนี้ต่อให้มีบุญมากแค่ไหนก็ตายได้นะจอร์จิน่า มาเร็ว!”

จอร์จิน่ามองแคโรไลน์อย่างคาดโทษ แล้วอ้าปากด่า

“ปากเสีย…กรี๊ด!” ยังไม่ทันจะได้ด่าให้สะใจ ลูกกระสุนปืนก็เฉียดที่หัวของจอร์จิน่าไปเจาะที่ผนังอิฐด้านบนหัวของจอร์จิน่าพอดี เธอกรีดร้องและออกแรงวิ่งอีกครั้งอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยโดยที่แคโรไลน์ไม่ได้ออกแรงกระตุ้น

แคโรไลน์วิ่งมาอีกตึกหนึ่งที่มีแสงไฟสลัวด้านหลังเป็นหลังร้านขายขนมปัง

“ฉันต้องล่อมันไปอีกทาง และคุณต้องหนีไป”

“อะไรนะ! ไม่หรอก บ้าหรือไง ถ้ามันไม่ตามเธอไปฉันก็ตายเปล่าซิยะ!”

แคโรไลน์ถอนหายใจ จอร์จิน่าไม่ใช่บุคคลที่จะสั่งให้ทำตามได้ง่ายๆ เธอแทบจะหน่ายใจแล้วในตอนนั้น แต่ก็เจอกับความหวังใหม่เมื่อรถส่งขนมปังคันขนาดกลางวิ่งเข้ามาจอด มีเด็กอายุประมาณสิบหกปีขนขนมปังลงจากรถเข้าหลังร้าน

“เราจะไปหลบในรถคันนั้น แล้วเงียบๆ เข้าไว้”

จอร์จิน่าทำหน้าไม่อยากจะเชื่อแต่เธอก็จำใจต้องทำ

บรรยากาศด้านหลังรถมีกลิ่นขนมปังคละคลุ้งไปหมดจนจอร์จิน่าเอียน มีชั้นวางขนมปังหลากชนิดเรียงรายและอัดแน่นไปหมด มันไม่ได้ดูแคบอะไรมากนัก จนกระทั่งแคโรไลน์เข้ามาด้วยพื้นที่ก็เลยแคบลงถนัดตา ราวกับจะแย่งอากาศกันหายใจเมื่อแคโรไลน์ปิดประตูหลังรถเข้ามา

จอร์จิน่าหอบหายใจเธอไม่เคยมีเหงื่อออกเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ตอนนี้ราวกับว่าเธอกำลังวิ่งมาราธอนได้ครึ่งโลก



ผ่านไปสักพักที่เธอกับแคโรไลน์เอาแต่เงียบ และเงี่ยหูฟังเสียงจากด้านนอก อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงล็อกประตูตู้ที่พวกเธออยู่ ไม่นานรถก็สะเทือนเหมือนกับว่าเจ้าของรถสตาร์เครื่อง และถูกต้องอย่างที่จอร์จิน่าคิด เพราะตอนนี้รถเริ่มเคลื่อนตัวแล้ว

“แบบนี้ไม่ดีแน่แคโรไลน์!”

“เงียบก่อน” แคโรไลน์พูดเสียงเบา

รถแล่นออกมาได้ห้านาทีแต่ไม่มีท่าทีอะไรเกิดขึ้น จอร์จิน่ารู้สึกว่าตัวเองโล่งใจขึ้นมาแปลกๆ แต่นั่นก็ไม่นานมากนัก เพราะเสียงมอเตอร์ไซค์คันเดิมดังขึ้นและดูเหมือนว่ามันจะตีคู่รถส่งขนมปังอยู่

“อะไร มันรู้เหรอ?”

“แน่นอนว่ามันฉลาดกว่าที่เราคิดเอาไว้” แคโรไลน์พูด และสังเกตเห็นว่าใบหน้าของอีกคนซีดเผือด

“บ้าเอ๊ย!” เสียงปืนดังขึ้นจากท้ายรถ จอร์จิน่าสบถ

และดูเหมือนว่ามันจงใจจะยิงที่ล็อกประตูหลังรถ ทำให้ประตูรถทั้งสองบานเปิดออก

“หมอบลง!” แคโรไลน์กดตัวจอร์จิน่าให้มอบอยู่ใต้ร่างของเธอ เมื่อกระสุนสาดเข้ามาในนั้น คนขับรถดูท่าจะตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงปืน เขาชะลอรถในครั้งแรกก่อนที่จะคิดขึ้นมาได้ว่าต้องตายแน่หากทำอย่างนั้น เขาเลยเหยียบคันเร่งแซงหน้ารถคันโน่นทีคันนี้ทีจนทั้งสองที่อยู่ท้ายตู้ทรงตัวไม่ได้

ร่างที่นั่งมอเตอร์ไซค์สาดกระสุนใส่อีกครั้ง ขนมปังที่วางอยู่บนชั้นปลิวว่อนไปทั่ว มีชิ้นเล็กๆ ที่กระเด็นเข้าปากจอร์จิน่าจนเธอต้องถ่มมันออกด้วยสีหน้ารังเกียจ แคโรไลน์อยากจะหัวเราะคนใต้ร่าง แต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้ในตอนนี้

ต้องหยุดเรื่องนี้ให้ได้ แคโรไลน์คิดในใจ

แคโรไลน์สูดหายใจเข้าแล้วยืดร่างของตัวเองขึ้นจากการหมอบ ยกปืนขึ้นเล็ง แต่จังหวะพลาดเลยต้องหมอบกลับลงมาใหม่ เธอได้จังหวะอีกครั้ง และครั้งนี้แคโรไลน์สาดกระสุนออกมาสามนัด และได้ยินเสียง ปัง! เอี๊ยด!

กระสุนเจาะที่ยางรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นแฉลบหมุนคว้างตกข้างทาง และเธอเจ็บชาที่แขน

แคโรไลน์ขยับร่างออกจากจอร์จิน่าและพิงที่ชั้นวางขนมปังเมื่อเหตุการณ์นั้นจบลง

“จบแล้วซินะ” จอร์จิน่ายกหัวขึ้นมาดูเหตุการณ์และเป่าลมออกมาจากปากด้วยความโล่งใจ

“เธอจัดการพวกนั้นได้” จอร์จิน่าเสียงดังด้วยความดีใจ เธอหันไปทางแคโรไลน์แล้วเห็นว่าอีกคนแสดงสีหน้าเจ็บปวด

“เป็นอะไรไปน่ะ” จอร์จิน่ามองสำรวจร่างกายแคโรไลน์ และเห็นเลือดที่ไหลซึมออกมาจากไหล่ของอีกคน “เธอโดนยิงเหรอ!”

จอร์จิน่าตกใจ คงเป็นจังหวะที่ชุลมุนนั่นแน่ๆ จะทำยังไงดี

ทำยังไงดีล่ะ

จอร์จิน่าไม่รู้ว่าตัวเองตัดสินใจทำอะไรลงไป เธอทำเรื่องที่คิดว่าโง่ที่สุด นั่นก็คือวิ่งเข้าไปทุบตู้ที่เชื่อมกับด้านหน้าคนขับรถเสียงดังปึงปัง

“หยุดรถก่อน! หยุดรถเดี๋ยวนี้!”

“จอร์จิน่าคุณทำอะไร ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย”

“หุบปากไปเลยถ้าไม่อยากตายน่ะ!” เธอหันมาสวนกลับแคโรไลน์ แล้วลงมือทุบตู้ต่อไป แคโรไลน์เองก็อดทึ่งในความร้อนรนเป็นห่วงเป็นใยของจอร์จิน่าที่มีต่อเธอไม่ได้ ปกติแล้วจอร์จิน่าไม่เคยใส่ใจความเจ็บปวดของใครมาก่อน แต่วันนี้กลับเปลี่ยนไป

รถหยุดจอด จอร์จิน่ายิ้มดีใจ

“มันได้ผล!”

คุณเป็นห่วงคนอื่นด้วยเหรอจอร์จิน่า หรือว่าตอนนี้ฉันกำลังฝันไป?



ผ่านมาสองวันแล้วที่แคโรไลน์ไม่ได้ไปทำงาน เมื่อชาร์ลี เวสท์รู้ข่าวการบาดเจ็บของเธอเขาก็อนุญาตให้เธอลาพักได้ แถมยังขอบคุณเธอกับเรื่องที่เกิดขึ้นเสียยกใหญ่ และตอนนี้พวกเธอทุกคนก็ได้กลับมาที่แมนแฮตตันเรียบร้อยแล้ว และแคโรไลน์ไม่ได้สบายใจเลยที่ปล่อยจอร์จิน่าเอาไว้กับป้าแอนเน็ตแค่สองคนในเวลาแบบนี้ พวกข่มขู่จอร์จิน่ากัดไม่ปล่อยจริงๆ เหตุการณ์เมื่อวันนั้นพวกเธอเกือบเอาตัวไม่รอด จอร์จิน่ากับเธอไปโรงพยาบาลด้วยรถขนส่งขนมปัง แคโรไลน์อยู่โรงพยาบาลในคืนนั้น และเธอจะตามจอร์จิน่าไปกองถ่ายด้วย แต่อีกคนห้ามเอาไว้และให้ทีมงานอีกสองคนเฝ้าแคโรไลน์เอาไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน จอร์จิน่ากลับไปทำงานที่กองถ่าย และทันทีที่เสร็จงานจอร์จิน่า รีบเคคก้า และแคโรไลน์ ก็กลับอเมริกาในวันนั้นทันที

แคโรไลน์นั่งพิงเก้าอี้นวมอยู่นอกระเบียง มองบรรยากาศยามเช้า โดยที่มีแม่กับเอลลี่ง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเช้าให้ ช่วงเช้าแม่กับเอลลี่จะแวะมาทำอาหารให้เธอ แม่ไม่ยอมให้เธอสั่งอาหารเอง เวลาป่วยหรือบาดเจ็บแม่ของเธอจะเป็นฝ่ายดูแลเธอเสมอ ส่วนตอนเย็นเอลลี่เสร็จจากฝึกงานก็จะมาหาเธอเสมอ ถึงแม้แคโรไลน์จะออกปากปฏิเสธก็จะโดนแม่ดุทุกครั้ง และให้เหตุผลว่า ‘น้องอุตส่าห์มีน้ำใจ’ แคโรไลน์จึงไม่มีทางปฏิเสธได้

“แม่อยากให้ลูกทานมื้อเช้าดีๆ และแม่ไม่อยากให้ลูกทำงานนี้เลยจริงๆ” ฟลอเรนซ์เดินเข้ามาวางซุปข้าวโพดกับขนมปังลงบนโต๊ะเล็กๆ ข้างเก้าอี้นวม ส่วนเอลลี่ก็วางชาร้อนๆ ให้เธอ

“ทำยังไงได้คะ หนูถนัดงานแบบนี้ มันคืองานของหนู”

“งานลูกคือปกป้องคนอื่นตลอด ลูกเลือกแต่งานแบบนี้ แม่รู้ว่าลูกเป็นคนดีมากแค่ไหน แม่ภูมิใจในตัวลูกหรือเปล่านะแม่ชักจะจำไม่ได้”

“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ หนูไม่เป็นอะไรมากสักหน่อย”

คนเป็นแม่ถอนหายใจแล้วชี้ไปที่แขนที่เข้าเฝือกอยู่ของแคโรไลน์

“แล้วระดับไหนกันถึงจะวัดได้ว่าลูกเป็นอะไรมาก”

“ฟลอเรนซ์คะ ทำงานแบบนี้มันก็เสี่ยงบ้างเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่พี่แครล์ก็ผ่านมันมาได้นี่คะ ดูซิ ปลอดภัยกลับมา ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ พี่แครล์เก่งจะตาย” เอลลี่พูดช่วยเพื่อให้ฟลอเรนซ์ใจสงบลง สองวันผ่านมาแต่ฟลอเรนซ์ก็ยังพูดแต่เรื่องเดิมๆ เข้าหูแคโรไลน์ทุกวัน เธอเป็นห่วงลูกสาวของเธอมาก แต่แคโรไลน์ชอบทำงานที่เสี่ยงตายเหมือนผู้เป็นพ่อไม่มีผิด

“โอเคๆ แม่จะพยายามไม่ว่าลูกก็แล้วกันนะ”

แคโรไลน์พยักหน้า

“แม่ต้องไปสอนก่อน ส่วนเอลลี่ก็ต้องไปฝึกงาน อาหารเที่ยงอยู่ในตู้เย็นและมื้อเย็นเอลลี่จะเอามาให้ และตอนนี้ทานซุปของแม่ให้หมดด้วย เข้าใจไหม?” ฟลอเรนซ์สั่งลูก เมื่อเห็นว่าลูกสาวพยักหน้าเข้าใจเธอก็จูบที่หน้าผากเร็วๆ ทีหนึ่ง

“แม่รักลูกนะ”

แล้วเธอก็เดินออกไป โดยมีเอลลี่ตามหลังออกไปด้วย

“ตอนเย็นฉันจะมาหานะคะ” เอลลี่โบกมือให้แล้วปิดประตูห้อง แคโรไลน์ถอนหายใจออกมาและทานมื้อเช้า

ตลอดสองวันมานี้แคโรไลน์ไม่ได้ทำอะไรเลย แขนของเธอเริ่มขยับได้นิดหน่อย แต่เธอก็ไม่ได้ขยับตัวออกไปไหนนอกจากอยู่ในห้อง แขนข้างขวาข้างที่ถนัดของเธอโดนยิง เพราะฉะนั้นจะหยิบจับอะไรก็ลำบากไปหมด จะอ่านหนังสือแก้เบื่อก็ไม่ถนัด เธอเลยได้แต่นั่งจมอยู่กับระเบียงไม่ก็อยู่ที่หน้าจอทีวี และหลังจากมื้อเช้าเธอก็กลับเข้ามานอนดูทีวีจนเผลอหลับไป แคโรไลน์สะดุ้งตื่นมาตอนบ่าย พอดีกับที่มีเสียงกดออดหน้าห้องของเธอ

ร่างสูงเดินไปเปิดประตู

“…?” แคโรไลน์แปลกใจเล็กน้อยที่เห็นคนที่เธอไม่คิดว่าจะมาเยี่ยมเธอเลยสักนิดยืนอยู่หน้าประตูห้องในตอนนี้ “คุณจอร์จิน่า”

ส่วนจอร์จิน่าก็ทำหน้าเหลอหลานิดหน่อย เธอไม่คิดว่าตัวเองจะมาเยี่ยมแคโรไลน์ถึงแม้ว่าป้าแอนเน็ตก็รบเร้าให้มาซะเหลือเกินเธอก็ไม่ยอมมา จนกระทั่งวันนี้เอง เธอเองแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ตัดสินใจมาเยี่ยมแคโรไลน์ถึงที่นี่

“คือ…” จอร์จิน่าไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไป เธอมองการแต่งตัวที่แตกต่างออกไปของแคโรไลน์ หญิงสาวสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีซีดขาสั้น ผมลอนสีเข้มที่เคยถูกมัดรวบปล่อยยาวสยายลงกลางหลัง

ยัยนี่ก็เป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่อีกคนแหะ

แล้วทำไมฉันถึงต้องคิดเรื่องนี้ด้วยเนี่ย! หยุดเลยจีน่า!

“เธอดีขึ้นหรือเปล่า?” จอร์จิน่าถามออกไปในที่สุด

แคโรไลน์พยักหน้า “ดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ ขยับแขนได้นิดหน่อยแล้ว”

“ก็ดี งั้นฉันกลับล่ะ”

แคโรไลน์งุนงง แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างที่แคโรไลน์ก็ไม่อาจทราบได้ เธอเรียกจอร์จิน่าเอาไว้

“คุณจะกลับแล้วเหรอคะ ไม่เข้ามาข้างในก่อนเหรอ?”

ร่างบางหยุดชะงัก แต่ทำหน้าหยิ่งแล้วยกมือขึ้นกอดอก

“กะ ก็ได้ เห็นว่าเธอขอร้องให้เข้าไปหรอกนะ”

“ขอร้อง?”

แคโรไลน์ไม่เข้าใจในสิ่งที่จอร์จิน่าพูด แต่อีกคนก็เดินแทรกผ่านเธอเข้ามาข้างในห้องแล้ว

เมื่อจอร์จิน่าก้าวเข้าไปในห้องของแคโรไลน์เธอก็อดทึ่งไม่ได้ แคโรไลน์มีห้องที่กว้างขวางมาก สไตล์การแต่งห้องก็ดูดีหรูหรา คอนโดที่ตึกนี้ได้ข่าวว่าแพงมาก แต่จอร์จิน่าไม่เชื่อจนกระทั่งได้มาเห็นกับตา แคโรไลน์เป็นคนที่มีฐานะ เรื่องนี้จอร์จิน่าเพิ่งจะใส่ใจรู้

จอร์จิน่านั่งลงที่ชุดโซฟากลางห้อง

“เธออยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ?” จอร์จิน่าเปิดปากถามขณะที่แคโรไลน์นั่งลงตรงข้าม

“ค่ะ”

“แล้ว…เธอจะกลับไปทำงานเมื่อไหร่ อยู่แบบนี้กินเงินค่าจ้างฟรีๆ เลยนี่”

“มิสเตอร์เวสท์บอกกับฉันว่าให้ลาพักสักสามสี่วันได้ค่ะ”

จอร์จิน่ามองที่แขนของแคโรไลน์อีกครั้ง “เธอหยิบจับอะไรก็ลำบากแย่เลยซินะ อยู่คนเดียวแบบนี้ไหนจะเรื่องอาหารอีก”

แคโรไลน์แปลกใจที่จอร์จิน่าแสดงความเมตตาต่อเธอ แต่เธอก็ไม่ได้บอกว่ามีแม่คอยดูแลเธออยู่ทุกเรื่อง เธออยากรู้ว่าจอร์จิน่าจะทำยังไงกับเธอกันแน่

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้ป้าแอนเน็ตมาดูแลเธอตอนมื้อเที่ยงก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ”

“ฉันจะให้ป้ามา!” จอร์จิน่าเน้นย้ำ จนแคโรไลน์ต้องจำใจเผลอเออออไปด้วย จอริ์จน่าก็มีโมเม้นท์เป็นห่วงคนอื่นด้วยเหมือนกันเหรอเนี่ย เซอร์ไพรส์จริงๆ

“จะว่าไป คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันอยู่ที่นี่”

“โทรถามพ่อไง ประวัติสมัครงานของเธอมีที่อยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ?”

แคโรไลน์เงียบ เพราะมันคือเรื่องจริง

“เธอน่ะ ตอนนี้ทานมื้อเที่ยงหรือยัง”

แคโรไลน์มองดูนาฬิกาที่ตั้งอยู่ที่ชั้นวางของแล้วก็นึกขึ้นได้ นี่ก็บ่ายโมงแล้วเธอเอาแต่นอนเลยลืมเวลาทานอาหารและทานยา

“ฉันยังไม่ได้ทานเลย”

“ได้ยังไงยะ พอฉันป่วยเธอก็เอาแต่บอกฉันให้ทานอาหารให้ตรงเวลา แล้วดูตัวเองสิ”

“ก็ฉันอยู่คนเดียวไม่มีคนคอยเตือนนี่คะ”

“ฉันจะโทรสั่งให้”

“คุณไม่ทำให้ฉันทานเหรอคะ?”

“มากไป! ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ”

“แต่คุณเป็นสาเหตุให้ฉันต้องเจ็บตัวนี่คะ”

“ก็มันเป็นหน้าที่เธออยู่แล้ว”

“แต่ฉันก็ช่วยชีวิตคุณเลยนะคะ แค่อาหารจานเดียวเอง คุณทำไม่เป็นก็บอกฉันมาตรงๆ ก็ได้ไม่เห็นต้องทำเป็นบ่ายเบี่ยง” แคโรไลน์ตีหน้านิ่ง แต่คำพูดเหน็บแนมท้าทายจนจอร์จิน่าทนไม่ได้

“แน่นอนว่าฉันทำอาหารเป็น แต่เธอคงไม่มีบุญได้ริมรสฝีมือฉันหรอกยะจำไว้”

“ข้ออ้างหรือเปล่า?”

“ฮึ่ย!” จอร์จิน่าฟาดมือลงที่ตักของตัวเองระเบิดอารมณ์ แคโรไลน์กลั้นขำ

“ได้! ฉันจะทำให้เธอทานเอง และอย่าลืมสำนึกในบุญคุณของฉันด้วยล่ะ” เธอลุกพรวดขึ้นและเดินไปที่เคาน์เตอร์ครัว แคโรไลน์แอบยิ้มกับท่าทีนั้นของอีกคน

สำหรับจอร์จิน่าเธอคงถือคติฆ่าได้แต่หยามไม่ได้สินะ แคโรไลน์คิด

แต่ถึงอย่างนั้นแคโรไลน์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ที่เห็นว่าจอร์จิน่าทำอาหารเป็น ปกติเธอเคยเห็นแค่ป้าแอนเน็ตทำให้อีกคนทุกครั้ง เธอคิดว่าจอร์จิน่าจะทำตัวเป็นคุณหนูเอาแต่ใจทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องเข้าครัว แต่แคโรไลน์คิดผิด เมื่อร่างบางเข้าไปในครัวเธอก็เปิดตู้เย็นสำรวจ คงจะคิดเมนูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจับอุปกรณ์เครื่องใช้ และวัตถุดิบในครัวอย่างชำนาญ ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีแคโรไลน์ก็ได้กลิ่นหอมๆ เข้าจมูก

จอร์จิน่าวางสตูว์เนื้อลงตรงหน้าแคโรไลน์

“คุณทำอาหารเป็น…” แคโรไลน์ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ

“ก็แน่ซิยะ!” เธอผลักชามสตูว์เนื้อไปใกล้ๆ แคโรไลน์ และเอ่ยปากเตือนเสียงเข้ม “ถ้าเธอกินไม่หมดฉันจะสาดสตูว์ใส่หน้าเธอ”

ถ้าอีกคนพูดอย่างนั้นแล้วแคโรไลน์ก็ต้องจำใจกิน จอร์จิน่าจะแอบใส่อะไรไม่ดีลงไปในนี้หรือเปล่านะ เรื่องนี้แคโรไลน์อยากรู้จริงๆ แต่ว่าเธอคิดผิด เมื่อตักสตูว์เข้าปากแคโรไลน์ก็ถึงกับมองหน้าอีกคนราวกับได้เกิดเรื่องมหัศจรรย์ขึ้นในชีวิตของเธอ

“อะไร?!” จอร์จิน่าทรุดลงนั่งตรงข้ามแคโรไลน์

“ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าคุณไม่ทำให้ฉันเห็นกับตา ฉันคิดว่าคุณต้องไปซื้อมาแน่ๆ”

“จะชมฉันก็ไม่เห็นต้องเหน็บแนม เธอควรนับถือเป็นบุญคุณนะ เพราะฉันไม่ได้ทำให้ใครกินง่ายๆ หรอก” จอร์จิน่าแอบภูมิใจอยู่ลึกๆ ที่อีกคนชอบอาหารของเธอ แถมยังกินจนหมดอีกต่างหาก

“ฉันจะไม่ทำให้เธอกินอีกเป็นครั้งที่สองแน่”

แคโรไลน์พยักหน้าเข้าใจ เธอเอ่ยขอบคุณจอร์จิน่า ซึ่งอีกคนก็ไม่ได้ว่าอะไร

“ฉันอยากคุยเรื่องที่เราเพิ่งเจอมาที่ปารีส”

จอร์จิน่ากลอกตา แคโรไลน์เชื่อว่าอีกคนคงเบื่อ เพราะทุกวันนี้ป้าแอนเน็ตก็มานอนค้างที่เพนท์เฮ้าส์ด้วย ส่วนเสาร์อาทิตย์วันหยุดจอร์แดนก็มาค้างที่นั่นเช่นกันแทนที่จะเป็นคฤหาสน์ที่ควีนส์ ชาร์ลีอนุญาตให้ลูกชายมาอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวทุกสัปดาห์โดยที่ไม่ต้องกลับควีนส์

“ยังจะต้องคุยอะไรอีกล่ะ มีแต่เรื่องน่าเบื่อ อ๋อ ที่ไม่น่าเบื่อก็คือเธอถูกยิง มันก็สนุกดี”

แคโรไลน์ส่ายหน้าเอือม

“แต่ชีวิตของคุณอันตราย และคนพวกนั้นก็น่ากลัวทีเดียว”

จอร์จิน่าไม่รู้ว่าจะพูดยังไงกับเรื่องนี้ คนพวกนั้นต้องการอะไรจากเธอกันแน่ ชีวิตเธอหรือแค่ก่อกวนให้เธอประสาทเสีย

“คุณสงสัยใครเป็นพิเศษหรือเปล่า? มีคนที่คุณคิดว่าจะคุกคามเรื่องส่วนตัวของคุณบ้างไหม?”

จอร์จิน่าคิดตามที่แคโรไลน์พูดอยู่สักพัก ก่อนที่จะส่ายหน้า

“ฉันคงมีศัตรูมากเกินไป ใครจะมานั่งนึกได้กันล่ะ บางทีทุกคนอาจจะรวมหัวฆ่าฉันก็ได้ใครจะไปรู้”

“แต่คนพวกนี้ไม่ธรรมดานะ พวกนั้นรู้ตารางงานของคุณ รู้ว่าคุณไปทำอะไรที่ไหน สะกดรอยตามคุณเป็นเงาตามตัว ซุ่มสังเกตการณ์ และคอยข่มขู่คุณเป็นระยะ”

“พวกมันอยากเห็นฉันเป็นบ้า คงจะพอใจพวกมัน” จอริ์จน่ายักไหล่แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจทั้งๆ ที่หวาดกลัว

แต่แคโรไลน์กลับจ้องมองจอร์จิน่า อีกคนเต็มไปด้วยปริศนา คำพูดของเธอไม่เป็นธรรมชาติ พยายามบ่ายเบี่ยงประเด็น เหมือนกับลึกๆ แล้วมีเรื่องอะไรปิดบังอยู่ หรือไม่เจ้าตัวก็ไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้น อาจจะเป็นเรื่องในอดีตก็เป็นได้

“จอร์จิน่า…ในอดีตคุณเคยไปทำอะไรกับใครไว้หรือเปล่า?”

“…?”

“คนที่คุณทำเรื่องผิดพลาดด้วยทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ และเรื่องนั้นมันร้ายแรงจนทำให้คนคนนั้นกลับมาแก้แค้นคุณตอนที่คุณประสบความสำเร็จอยู่ในตอนนี้”

“…!”

แล้วจากนั้นจอร์จิน่าก็เงียบไม่พูดอะไรกับแคโรไลน์อีกเลย เธอเงียบและสีหน้าเต็มไปด้วยความคิด ซึ่งแคโรไลน์อ่านออก

คุณไม่ยอมบอกอะไรฉันเลยจอร์จิน่า แต่สักวันฉันจะต้องรู้ให้ได้



จอร์จิน่ามาทำงานแต่เช้าในวันถัดมา เธอรู้สึกนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเพราะคำพูดของแคโรไลน์ยังคงดังก้องในหัวของเธอ

อดีตเหรอ? ใครก็ต้องมีอดีตที่ไม่น่าจดจำกันทั้งนั้น

“มิสเวสท์อรุณสวัสดิ์ค่ะ วันนี้มาทำงานแต่เช้าเลยนะคะ” โซอี้เดินเข้ามาทักทายเธอที่โต๊ะอย่างอารมณ์ดีเช่นทุกวัน และร่ายตารางงานวันนี้ให้จอร์จิน่าฟัง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปทำงานที่โต๊ะ ถ้าเจ้านายไม่เรียกเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวโซอี้”

“คะ มิสเวทส์”

“ระยะหลังๆ มานี่เธอเห็นคนแปลกๆ เข้ามาที่บริษัทเราหรือเปล่า?”

“คนแปลกๆ ที่ว่า…”

“ก็พวกพนักงานใหม่ หรือคนที่เดินไปมานอกบริษัท ไม่ก็ เป็นคนนอกบริษัทแต่เดินเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต”

โซอี้คิด และส่ายหน้า

“ไม่นะคะ ฉันมีเพื่อนที่นี่หลายคนเขาจะจับกลุ่มเม้าส์กันเสมอ แต่ไม่เห็นพูดว่ามีพนักงานใหม่ หรือคนน่าสงสัยเลยค่ะ”

“….”

“มิสเวสท์มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ฉัน…”

“พัสดุมาส่งครับมิสเวสท์” พนักงานชายเดินเข้ามาขัดบทสนทนานั้น เขาถือกล่องสีครีมขนาดกลาง มันหรูหรามีริบบิ้นสีขาวสวยงามผูกอยู่ด้านบนกล่อง

จอร์จิน่ารู้ดีว่าในกล่องอาจจะมีอะไรไม่ดีอย่างเช่น ซากหนูตายที่เธอเคยได้รับหรือเปล่า ช่วงนี้เหตุการณ์แปลกยิ่งเกิดกับเธอบ่อย แต่ถ้าเป็นซากหนูตายคงเป็นเรื่องปกติสำหรับจอร์จิน่า เธอไม่อยากเปิดมันเลย แต่บางอย่างก็ทำให้เธออยากรู้อยากเห็น

“เดี๋ยว นายน่ะอย่าเพิ่งไป” จอร์จิน่าเรียกเขาเอาไว้ ซึ่งพนักงานส่งพัสดุและเอกสารก็ได้แต่กระอักกระอ่วนใจ เขาคิดว่าเจ้านายคงได้ซากหนูตายอีกตัวแล้วสั่งให้เขาเอาไปทิ้งอีกตามเคย หากแต่ว่าสีหน้าของจอร์จิน่าดูหวั่นๆ กว่าครั้งก่อนๆ จนเขาอดหวั่นใจไม่ได้ว่าในกล่องมีอะไร ส่วนโซอี้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ยืนลุ้นเช่นเดียวกันเมื่อจอร์จิน่าเอื้อมมือไปเปิดกล่อง

อันดับแรกที่ออกมาเลยคือกลิ่นที่เหม็นคละคลุ้งเหมือนสัตว์ตายไปแล้วหลายวัน มีกลิ่นคาวเลือดปนมาด้วย ทุกคนเอามืออุดจมูกเอาไว้โดยอัตโนมัติ

“ซากหนูตายเหรอคะมิสเวสท์”

ทั้งสามชะเง้อหน้าดูว่าเป็นหนูตายอย่างที่โซอี้บอกหรือเปล่า แต่ไม่ใช่ ตรงนั้นมีชุดผ้าไหมเดรสยาวสีแดงสด จอร์จิน่าบอกให้พนักงานชายคนนั้นหยิบขึ้นมา เขาทำท่าเหมือนจำใจทำ

“อ๊าก!”

พอเขาหยิบชุดนั้นออกจากกล่องก็ถึงกับส่งเสียงร้องดังออกมาและโยนชุดทิ้งทันที เพราะในกล่องมีบางอย่างอีกนอกจากชุดที่สวยหรูราคาแพง ใต้กล่องคือสัตว์ตัวสีขาวขนปุย ดวงตาเบิกโพลงเลื่อนลอย ที่ตรงส่วนคอมีรอยเลือดเป็นทางยาวไหลออกมา ตรงส่วนท้องโดนแหวกออกมีเครื่องในสารพัดทะลักออกมา เลือดข้นสีดำไหลเหนียวอยู่ในกล่องใบนั้น

แมว

โซอี้กรีดร้องเสียงดัง ส่วนพนักงานชายก็เปิดปากอยากจะอาเจียน จอร์จิน่าแทบจะเป็นลมล้มลงตรงนั้น แต่มีบางอย่างสะดุดตาเธอเสียก่อน

“มีการ์ดด้วยเหรอ หยิบมาสิ”

“เอ่อ…” พนักงานชายมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก แต่เขาก็กลั้นใจหยิบจากตรงส่วนใกล้หัวแมวมายื่นให้จอร์จิน่า

จอร์จิน่ารับมันมาและอ่าน ข้อความนั้นทำให้เธอหนาวเย็นลามไปถึงกระดูก เสียงโรคจิตเย็นๆ ของผู้หญิงคนนั้นดังก้องขึ้นในหัวของจอร์จิน่าทันที เนื้อความในการ์ดไม่ได้มีอะไรยืดยาวมากนอกจากประโยคนี้ ประโยคที่จอร์จิน่าขนลุกที่สุด

‘ฉันชอบแมวนะ เธอไม่ชอบเหรอ?’

“…!!”




______________________________________

จบตอนลงด้วยความซวยของจีน่าอีกครั้ง

และอดีตที่นางอุบเงียบไม่ยอมบอก มันคืออะไรกัน?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #6 fox1412 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 23:45
    แมวตายอนาจขนาดนี้ ใครมันจะไปชอบกัน
    #6
    0