[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 10 : EIGHT

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    8 ก.ย. 61

“แดน นายลืมสตาร์วอร์ไว้นะ”

จอร์จิน่าเข้ามาในห้องของจอร์แดน ตอนนี้เข้ากำลังนั่งอยู่บนเตียงสีเทาของตัวเอง จอร์จิน่าไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ นอกจากมองไปที่หน้าต่างบานใหญ่

พี่สาวหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ น้องชาย แล้ววางแผ่นดีวีดีเอาไว้ข้างๆ เขาเช่นกัน จอร์แดนในตอนนี้ทำหน้ากระอักกระอ่วนใจที่ได้เจอกับพี่สาว นั่นเป็นสาเหตุหลักที่จอร์จิน่าต้องเข้ามาอธิบายเรื่องทั้งหมดให้น้องชายที่เข้าใจผิดไปไกลฟัง

“พี่จีน่า คือ ผม…ผมไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปรบกวน เมื่อกี้น่ะ แบบว่า…ผมไม่เห็นอะไรเลย อันที่จริงแล้วผมเห็น แต่ไว้ใจได้ ผมจะทำเป็นไม่เห็น เอ่อ…ผมแค่แปลกใจน่ะที่เห็นพี่เป็นคนรุกพี่แครล์ขนาดนั้น โอ้ ผมว่ามันแปลกจริงๆ แต่พี่แครล์ก็เป็นคนดีนะ ผมไม่ได้ขัดข้องอะไรหรอก ผมก็ดีใจ แต่…”

“หยุดพูดก่อนแดน นายทำพี่ประสาทจะกิน” จอร์จิน่าขัดขึ้น ซึ่งจอร์แดนหุบปากทันที

“มันไม่ใช่อย่างที่นายเห็น และนายคิดมากไปเอง”

“ไม่หรอก ผมคิดว่าตัวเองไม่ได้คิดมากเลยนะ”

“พี่แค่แกล้งแคโรไลน์เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น และนายควรจะหยุดมโนได้แล้ว”

จอร์แดนหรี่ตามองจอร์จิน่าอย่างไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก

“พี่แกล้งยัยนั่นจริงๆ โทษฐานที่ชอบทำหน้านิ่งจนพี่หมั่นไส้” จอร์จิน่าทำท่าจริงจัง จนจอร์แดนหัวเราะออกมาในที่สุด เขาเชื่อพี่สาวเพราะทั้งน้ำเสียงและใบหน้าที่จริงจังนั้น

“พี่ก็ไปแกล้งพี่แครล์มากไป ระวังนะตัวเองจะตกหลุมซะเอง”

“หลุมอะไร?”

“เปล๊า” จอร์แดนขึ้นเสียงสูง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง เพื่อไม่ให้พี่สาวถามซอกแซก

“เราไปดูหนังที่ห้องมินิเธียเตอร์ชั้นล่างดีกว่า” เขาฉุดแขนจอร์จิน่าให้ลุกขึ้น และดูเหมือนจอร์จิน่าเพิ่งจะนึกอะไรออก

“เดี๋ยวนะ แดน ไหนบอกว่าจะออกมาที่บ้านพรุ่งนี้ไง ทำไมวันนี้ถึงได้มาล่ะ”

“อ๋อ ต้องขอบคุณพ่อที่ใจดีผิดธรรมชาติ พ่อบอกว่าถ้ามีผมอยู่ด้วยพี่จีน่าจะสบายในเมื่อยู่ที่นี่ ก็เลยขอตัวผมออกมาจากที่นั่นตั้งหนึ่งอาทิตย์แน่ะ สุดยอดเลยใช่ไหมล่ะ”

“จริงเหรอ?” จอร์จิน่ายิ้ม “แล้ว นาย…โอเคหรือเปล่า ออกมานานขนาดนี้”

“โอเคสิครับ อีกหน่อยผมก็ได้กลับมาที่บ้าน แล้วก็กลับไปเรียนแล้วด้วย”

“พี่ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น”

จอร์แดนยิ้มร่าเริง แล้วฉุดจอร์จิน่าให้ยืนขึ้น

“ไปดูหนังกัน”


ห้องมินิเธียเตอร์ในบ้านเป็นส่วนโปรดของจอร์แดนที่สุด เขารักการดูหนังมากจนรบเร้าให้พ่อสร้างห้องนี้ขึ้นมา เป็นที่มีที่นั่งกว่าสามสิบที่นั่ง เก้าอี้กำมะหยี่สีแดงขนาดใหญ่กว่าของโรงหนัง ด้านหน้าคือหน้าจอใหญ่ยักษ์ จอร์จิน่าไม่ค่อยได้เข้ามาในห้องนี้เท่าไหร่

จอร์แดนเลือกที่นั่งแถวที่สองข้างจอร์จิน่า จากนั้นทั้งสองก็จมอยู่กับสตาร์วอร์เนิ่นนาน มันเป็นหนังโปรดของจอร์แดนตั้งแต่เขาเป็นเด็กจนตอนนี้อายุยี่สิบสามปี เขาก็ยังหลงรักหนังเรื่องนี้อยู่ไม่เคยเปลี่ยน จอร์จิน่ามีความสุขที่เห็นน้องชายจดจ่อกับหนังเรื่องโปรด ปากของเขาไม่เคยว่างเพราะเคี้ยวป๊อปคอร์นชามใหญ่กรุบๆ จอร์จิน่าผุดยิ้มขึ้นมา นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้เห็นภาพนี้ เธอมองน้องชายอยู่นานมาก ก่อนจะกลับไปจมอยู่กับหน้าจอใหญ่เบื้องหน้า จนกระทั่งเวลาผ่านไป

“อาหารเย็นค่ะ” ป้าแอนเน็ตเดินเข้ามาพร้อมโต๊ะอาหารเย็นที่บรรดาคนรับใช้แบกโต๊ะเก้าอี้เข้ามาตามหลังหญิงชรา เธอรู้ว่าหากได้จมอยู่กับการดูหนังแล้วจอร์แดนไม่พลาดสักช็อต เขายอมอดข้าวมาแล้วหลายครั้ง เพื่อดูหนังให้จบก่อน

ผ่านอาหารเย็นไป เนิ่นนานจนกระทั่งดึกดื่เน จอร์จิน่าเริ่มปวดหัว เธอเพิ่งจะเจ็บตัวมาได้ไม่นานก็มานั่งมาราธอนดูหนังกับน้องชาย นั่นทำให้เธอลืมความเมื่อยล้า และถึงแม้ว่าหนังจะลุ้นและน่าตื่นเต้นก็ตาม จอร์จิน่าไม่อาจทนได้ เธอหลับตาลง ต่อจากนั้นก็รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน

ป้าแอนเน็ตเดินเข้ามาในห้อง เธอเห็นข้างหลังสองพี่น้องนั่งอยู่ด้วยกัน แต่มันล่วงเลยมาถึงห้าทุ่มแล้ว และเธอต้องมาพาจอร์จิน่าเข้านอน เพราะเป็นห่วงสุขภาพของคุณหนู หญิงชราเดินลงจากบันได

“คุณหนูคะ ได้เวลาพักผ่อนแล้วนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบาย…”

“ชู่ว~” จอร์แดนเอานิ้วชี้แตะที่ปากตัวเอง ส่งสัญญาณให้ป้าแอนเน็ตเงียบเสียง แล้วชี้มาที่พี่สาวที่กำลังหลับตาพริ้มซบอยูที่ไหล่ของเขา โดยที่จอร์แดนเอาแขนอีกข้างให้พี่สาวหนุนต่างหมอน แอนเน็ตยิ้มเมื่อเห็นภาพนั้น จอร์แดนคงจะไม่กล้าปลุกจอร์จิน่าจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงขนาดนี้

“พี่หลับไปได้สักพักแล้วครับ เดี๋ยวผมจะปลุกพี่เอง” เขาพูดเสียงกระซิบ

“คุณหนูแดนเองก็ต้องพักผ่อนนะคะ”

“ครับป้า ขอต่ออีกหน่อย แล้วผมจะไปส่งพี่ที่ห้องนอนเอง”

ป้าแอนเน็ตยิ้มให้อีกคน แล้วปิดประตูห้องเบาๆ เธออดหวนนึกถึงอดีตไม่ได้ ภาพพี่น้องสองคนปรากฏขึ้นมาในความทรงจำ พี่น้องตระกูลเวสท์ตัวน้อยๆ วิ่งเล่นที่ลานสนามหน้าคฤหาสน์ในซิดนี่ย์ บางทีพี่สาวก็จะชวนน้องชายออกไปเล่นพ่อแม่ลูก และนั่งดื่มชุดน้ำชาของเล่น แต่น้องชายจะชอบเล่นแตะบอลซึ่งพี่สาวไม่ชอบ บางทีพี่สาวก็จะกลับบ้านมาพร้อมกับคาบน้ำตาเปื้อนใบหน้าเมื่อน้องชายไม่ยอมเล่นด้วย จอร์แดนยอมพี่สาวเสมอ เขายอมเล่นขายของ เล่นตุ๊กตาบาร์บี้ที่ตัวเองไม่ชอบ และที่ทำไปก็เพราะเอาใจพี่ จอร์แดนไม่ชอบขัดใจที่สาว และนั่นเป็นความทรงจำที่หญิงชราไม่มีวันลืม ความสุขที่ได้ดูแลคุณหนูทั้งสองของเธอมาทั้งชีวิต และแอนเน็ตขาดพวกเขาทั้งสองไม่ได้เลย เธอไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปถ้าหากคุณหนูทั้งสองแต่งงานและมีครอบครัวเป็นของตัวเอง แต่วันนั้นคงจะเป็นวันที่แอนเน็ตมีความสุขที่สุดในชีวิต


ทุกเช้าระหว่างอยู่ในคฤหาสน์เวสท์แคโรไลน์จะโดนลากออกมาวิ่งตอนเช้าโดยชาร์ลีเป็นประจำ เขารักการออกกำลังกายมาก จนหญิงสาวไม่กล้าที่จะขัดใจเขา ทั้งสองวิ่งอยู่ในสวนของหมู่บ้านจัดสรรที่กว้างขวาง บรรยากาศตอนเช้าดีมาถึงแม้อากาศหนาวจะยังหนาว แคโรไลน์วิ่งโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยฝีเท้าของเธอสม่ำเสมอวิ่งคู่กับชาร์ลี จนสุดท้ายชาร์ลีทิ้งช่วงห่างจากเธอ พูดอีกแง่หนึ่งคือ แคโรไลน์เป็นคนทิ้งช่วงห่างจากเขามากกว่าต่างหาก เธอเลยลดฝีเท้าลงเพื่อรออีกฝ่าย

เขาวิ่งมาถึงแคโรไลน์ในที่สุด แต่ก็แลกมาด้วยการเหนื่อยหอบ ชาร์ลีหยุดวิ่งแล้วเอาแขนทั้งสองยันเข่าเอาไว้ หายใจเข้าหอบถี่ๆ จนแคโรไลน์ต้องถามอาการ

“คุณไหวหรือเปล่าคะ? พักก่อนก็ได้นะคะ”

“เป็นคำพูดที่ดีมากแคโรไลน์ ผมเกือบตายจริงๆ” ว่าแล้วทั้งสองก็มานั่งที่ม้านั่งไม้สีมืดข้างทาง แคโรไลน์ไม่ยอมนั่งจนกว่าชาร์ลีจะเรียกให้มานั่งข้างๆ

“ผมแก่เกินกว่าจะวิ่ง”

“คุณยังแข็งแรงอยู่นะคะ”

“โอ้ เกรงว่าจะไม่ใช่แคโรไลน์” เขาหัวเราะ และอาการเหนื่อยยังไม่หายดี แคโรไลน์เลยเป็นคนออกไปซื้อน้ำและให้เขานั่งพักอยู่ตรงนั้น ระหว่างทางกลับมาเกือบจะถึงที่นั่งของชาร์ลี เธอเกือบโดนชนโดยชายคนหนึ่งรูปร่างนักกีฬาตัดผมทรงสกินเฮดที่พาสุนัขพันธ์ุโกลเด้นออกมาเดินเล่น เขายิ้มทันทีที่เจอสาวงาม แต่หลังจากที่แคโรไลน์เดินเข้าไปหาชายวัยกลางคนและยื่นขวดน้ำให้ ชาร์ลี เวสท์ เจ้าของหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ เขาก็เปลี่ยนใจที่จะไม่เข้าไปทักเธอ

“หนุ่มคนนั้นดูสนใจคุณนะ” ชาร์ลีเอ่ยแซว และดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง แต่แคโรไลน์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก และมองแผ่นหลังชายคนที่ชาร์ลีกล่าวถึงเงียบๆ

“คือผมคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวที่จะคุยกับคุณนะ แต่ว่าผมสนิทกับเควินพี่ชายคุณในระดับหนึ่ง เขาเอ่ยถึงเรื่องของคุณให้ฟังบ่อยมาก ตอนที่ผมไปเยือนฟลอริด้า เขาภูมิใจในตัวคุณมาก และเขาบอกกับผมเกือบทุกครั้งที่คุยกันว่าอยากเป็นคุณ”

“…”

“คุณเหมือนเป็นไอดอลของเขาในทุกๆ ด้าน เขาว่าอย่างนั้น”

แคโรไลน์มองชาร์ลีอยู่แวบหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่แปลกใหม่มาก เพราะเควินไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเธอเลย เรื่องที่เขา อยากเป็นเธอ ทำไมกันล่ะ? แต่แคโรไลน์อยากเป็นเขามากกว่า พี่ชายที่ร่าเริง และมีความสุขอยู่ตลอดเวลา

“เควินพูดอย่างนั้นเหรอคะ?”

ชาร์ลีพยักหน้า แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง

“ตอนที่เขาเสนอชื่อคุณให้มาเป็นบอดี้การ์ด และครั้งแรกที่ผมเจอคุณ ผมก็เข้าใจความหมายของเขาทันที คุณเป็นถึงอดีตหัวหน้าทีมของเอฟบีไอ มือดีเชียวนะ ผมขอโทษที่เผลอตรวจสอบประวัติของคุณ เพราะจำเป็นต่อการจ้างทำงาน แต่ว่านะ ผมรู้ตั้งแต่ตอนนั้นเลยว่าจะต้องฝากความหวังกับคุณได้”

“…”

“คุณปกป้องลูกสาวของผม และเคร่งครัดกับเธอ ผมดีใจในข้อนั้น เพราะขนาดผมเป็นพ่อยังควบคุมจีน่าไม่ได้เลย แต่คุณสามารถทำได้ อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง ผมเป็นห่วงเธอมากเลยนะลูกสาวของผมน่ะ…”

“…”

ชาร์ลีมีสีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวล “เพราะนิสัยของเธอเป็นคนที่อยากจะเอาชนะทุกสิ่ง ดื้อรั้น จนในที่สุดก็เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเธอจนได้ คนพวกนั้นเป็นใครกัน ถึงทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้ลงคอ คุณพอจะรู้เรื่องมากกว่านี้หรือเปล่า?”

“ฉันยังไม่แน่ใจมากนัก คนพวกนี้ทำงานได้แนบเนียนมาก แล้วฉันก็ไม่สามารถรู้อะไรได้มากเช่นเดียวกัน”

ชาร์ลีมองหมู่แมกไม้ที่อยู่ตรงหน้า เขากำลังคิดใคร่ครวญ ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา

“ผมอยากจะให้คุณตามสืบเรื่องนี้”

“…?”

“ใช้เส้นสายของคุณตอนที่คุณเป็นอดีตเอฟบีไอไม่ได้เลยเหรอ?”

“ฉันอาจจะทำได้ แต่ว่า…คุณจอร์จิน่าเธอรู้เรื่องนี้ไหมคะ?”

ชาร์ลีส่ายหน้า “ไม่ ผมไม่อยากให้เธอรู้เรื่องนี้ คุณช่วยไปสืบเรื่องนี้เงียบๆ ได้หรือเปล่า ผมไม่อยากให้จีน่าเกี่ยวข้องกับการรู้เห็นเรื่องนี้ มันอันตรายกับเธอเกินไป”

แคโรไลน์พยักหน้าตกลง

“ได้เรื่องยังไงคุณบอกผมด้วยนะ นี่ผมบังคับคุณเกินไปหรือเปล่า?”

“ไม่หรอกค่ะ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน ฉันจะตามเรื่องให้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเร็วทันใจคุณหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไรผมรอได้อยู่แล้ว” เขายิ้มร่าเริงเหมือนโล่งอกเมื่อได้ขอร้องเรื่องนี้ออกไป เขาแตะที่ไหล่ของแคโรไลน์เบาๆ และหญิงสาวยิ้มให้เขา

ชายผิวเข้มหน้าตาดี หุ่นนักกีฬาอีกคนมองแคโรไลน์อีกครั้งที่เดินผ่านจนชาร์ลีอดพูดแซวไม่ได้

“คุณเองก็เป็นผู้หญิงที่เสน่ห์แรงไม่เบานะแคโรไลน์ หนุ่มๆ มองไม่วางตาเลยนับตั้งแต่ผมชวนคุณมาวิ่งที่นี่ได้หลายวัน”

“…?” แคโรไลน์ไม่เข้าใจคำพูดนั้น จนกระทั่งเหลือบไปสบตากับหนุ่มผิวเข้ม เขายิ้มและโบกมือให้แคโรไลน์ เธอยิ้มตอบเขาพอเป็นพิธี ก่อนที่เขาจะเดินผ่านไป

“เอ่อ ฉันไม่สนใจเรื่องนี้…”

ชาร์ลีหัวเราะ “ให้ตายเถอะ อย่าโกหกผมเลยพี่ชายของคุณเล่าให้ฟังว่าคุณเคยมีแฟนนี่”

พี่ชายของเธอเล่าเรื่องแบบนี้ให้ชาร์ลีฟังมากแค่ไหนกันนะ?

“พี่ชายคุณมีรูปด้วย ถ่ายรวมกันตอนอยู่ที่ฟลอริด้า เธอเป็นสาวบลอนด์ที่สวยมากเลยนะ”

“…?!” โอเค พี่ชายของเธอที่มันยังไงกันนะ? เล่ามากเกินไปแล้ว!

แคโรไลน์รู้สึกร้อนที่ใบหน้าขึ้นมาทันทีที่ชาร์ลีหัวเราะ เธอนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ที่ผ่านมาได้สี่ปี นับตั้งแต่เลิกกันกับเธอคนนั้น แคโรไลน์ก็ไม่สนใจเรื่องความรักอีกเลย ถึงตอนนี้ก็เช่นกัน เธอไม่เคยนึกถึงเรื่องความรัก และไม่ใส่ใจมัน จนบางทีเธอเองก็แปลกใจตัวเองเข้าไปทุกทีเหมือนกัน ว่าเธอกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ยังไง

“ไม่ต้องอายหรอกน่า ทุกคนก็ผ่านเรื่องนี้มาด้วยกันทั้งนั้น แต่จะว่าไปคุณเคยคิดบางไหมหลังจากที่เอ่อ…เลิกกับแฟนน่ะ คุณเคยคิดถึงเรื่องความรักครั้งใหม่หรือเปล่า?”

แคโรไลน์ไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เคร่งเครียดของจอร์จิน่าถูกโยงมาเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ได้ยังไง

“เอ่อ… ฉัน บางทีอาจจะ…แต่ว่าตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องแบบนี้”

“ไม่มีใครพร้อมหรอก ถ้ามันมา มันจะมาหาคุณโดยที่คุณไม่ทันได้ตั้งตัว มันจะพุ่งชนคุณเอง และตอนนั้นคุณจะปรับตัวกับมันได้ แต่อย่าช้านักล่ะ เพราะเมื่อคุณเริ่มเห็นค่าของมัน คุณอาจจะคว้าไว้ไม่ทัน” ชาร์ลียิ้ม

“…”


มื้อเช้าของครอบครัวเวสท์พร้อมหน้าพร้อมตา แคโรไลน์ไม่ได้นั่งล้อมวงทานอาหารกับครอบครัวเวสท์แต่อย่างใด เธอยืนรออยู่แถวนั้นพร้อมกับป้าแอนเน็ต และเธอจะทานข้าวพร้อมกันกับป้าแอนเน็ตเสมอหลังจากที่เจ้านายทานเสร็จแล้ว

อาการของจอร์จิน่าดีขึ้นเป็นลำดับ เธออาจจะวิ่งได้แล้วก็ได้ ท่าทางเธออยากกลับแมนแฮตตันตั้งแต่เมื่อวาน แต่จอร์แดนรั้งเธอเอาไว้ และบอกว่าต้องกลับพร้อมกัน ซึ่งน้องชายของเธอจะกลับไปที่สถานบำบัดในบรู๊คลินวันเดียวกัน

“พ่อครับตอนนั่งรถกลับกับพี่จีน่า ผมแวะโคนี่ย์ ไอส์แลนด์ได้ไหมครับ” จอร์แดนโผล่งขึ้นทำลายความเงียบ จอร์จิน่าไม่ค่อยสนใจอะไรนัก เธอไม่อยากไปที่ไหนนอกจากแมนแฮตตัน

“พี่จีน่าก็ไปด้วยซิ ไปทุกคนเลย แวะไปไม่นานหรอก” จอร์แดนรบเร้าพี่สาว เมื่อเห็นว่าพ่อเงียบไป

“นั่นไม่เรียกว่าแวะแล้วจอร์แดน” พี่สาวแขวะ

“จะว่าไปพ่อก็ว่าดีนะ ไปกับน้องเถอะจีน่า พ่อเองก็เสียดายที่ไปด้วยไม่ได้งานยุ่งตลอดเลย”

“หนูก็ยุ่งนะคะ ขาดงานไปเป็นอาทิตย์ ปานนี้บริษัทจะเป็นยังไงก็ไม่รู้”

“พี่ก็คิดถึงแต่เมอร์โร่ว์นั่นแหละ ผมน้องพี่นะ แวะไปสักหน่อยก็ไม่ได้”

จอร์แดนลงทุนพูดเกลี้ยกล่อมจอร์จิน่า เขายกเอาข้อเสนอมาให้จอร์จิน่าร้อยแปดพันอย่าง แต่พี่สาวก็ไม่อยากไป จนสุดท้ายเธอก็ขัดอะไรจอร์แดนไม่ได้ เธอตกลงไปในที่สุด เพราะฉะนั้นวันนี้ทุกคนเลยจำเป็นต้องกลับไปเก็บกระเป๋าตัวเองเตรียมเดินทางในวันพรุ่งนี้ เพื่อไปบรู๊คลิน และปลายทางคือแมนแฮตตัน


เวลาสายๆ อากาศเย็นสบาย ครอบครัวเวสท์แยกตัวกันดั่งที่เป็นอยู่ทุกครั้ง ชาร์ลีไปทำงาน จอร์แดนน้องเล็กไม่ดูหนังก็จมอยู่กับนิยายไซไฟในห้องนอน ส่วนพี่สาวคนโตจอร์จิน่า มุมโปรดของเธอจะอยู่ที่สวนหน้าบ้าน เธอจะออกไปอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน แม้อากาศจะเย็นก็ตาม

“น้ำชาค่ะ” แคโรไลน์วางชุดน้ำชาอุ่นๆ ให้จอร์จิน่า มันไม่ใช่หน้าที่ของเธอ แต่ป้าแอนเน็ตไม่ว่างก็เลยขอให้เธอช่วย อีกคนมองหน้าเธอและเบื่อหน่ายขึ้นมาจับใจ แคโรไลน์ไม่รู้ว่าจอร์จิน่าจะรำคาญเธอไปจนถึงเมื่อไหร่ แต่ก็นะ คุณหนูเอาแต่ใจอย่างจอร์จิน่าไม่มีทางชินกับการมีบอดี้การ์ดอย่างแน่นอน

“เธอไม่คิดจะลาออกบ้างหรือไง?”

“…?” แคโรไลน์ขมวดคิ้วเมื่ออยู่ๆ จอร์จิน่าก็ละสายตาจากหนังสือพิมพ์มามองเธอที่ยืนอยู่ข้างๆ ห่างไปไม่มากนัก

“ฉันยังไม่คิดเรื่องนั้นค่ะ” คนหน้านิ่งตอบ

“แน่ล่ะ การที่เธอได้มาเห็นคฤหาสน์หลังโตแบบนี้ ก็หวังจะอยากได้โบนัสเยอะๆ จากพ่ออยู่แล้ว จะยอมลาออกอย่างนั้นเหรอ คงยากสำหรับเธอสินะ” จอร์จิน่าประชด

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น”

“ไม่รู้ล่ะ เธอคงสบายไปทั้งชาติ วันๆ ไม่ทำอะไรแค่มีหน้าที่เดินตามก้นฉันต้อยๆ ยังกับลูกสุนัข”

“แต่งานของฉันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นนะคะ”

“…?!” จอร์จิน่าพับหนังสือพิมพ์ เงยหน้ามาจ้องแคโรไลน์ที่ยืนอยู่

“มันไม่ง่ายหรอกนะคะที่จะทนกดดัน แล้วก็ปวดหัว ต่ออะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมอย่างคุณ”

“อะไรนะ! นี่ เธอหลอกว่าฉันเหรอ?!”

“ฉันพูดความจริง”

“…!”

“…” จากนั้นแคโรไลน์ก็เงียบ เธอไม่อยากตอบโต้กับจอร์จิน่าอีก เพราะเรื่องมันจะกลายเป็นใหญ่โตหากอีกคนโมโห

“เธอตั้งใจว่าฉันแล้วตีหน้าเงียบแบบนั้นหมายความว่ายังไง”

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ” แคโรไลน์บ่ายเบี่ยง เธอขี้เกียจจะทะเลาะกับจอร์จิน่า แต่ร่างบางลุกขึ้นมาขวางทางเดินของเธอเอาไว้ และทำตัวเป็นคุณหนูจอมวีนเอาแต่ใจดั่งเคย

“เธอมาว่าฉันแล้วจะเดินหนีไปง่ายๆ อย่างนั้นน่ะเหรอ”

“…” เงียบ

“นี่!”

“ฉันถึงต้องไปเพื่อให้คุณสงบลงยังไงล่ะคะ?”

จอร์จิน่ากำลังทำท่าจะอ้าปากเถียง แต่เพราะอะไรบางอย่างทำให้เธอเลิกงอแงเอาแต่ใจ อีกคนกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่

“งั้นก็ไปซิ” ร่างบางพูดแล้วกลับไปนั่งที่เดิม สายตาของเธอสอดส่องไปที่ประตูใหญ่หน้าคฤหาสน์ที่มีบ้านจัดสรรสีขาวเรียงรายสวยงาม ดวงตาสีฟ้ามีประกายวับวาวข้างใน จนแคโรไลน์อ่านสายตานั้นออก อีกคนยกน้ำชาขึ้นจิบ แคโรไลน์เลยได้โอกาสพูดขึ้น

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะอยู่ตรงนี้ต่อค่ะ”

“ว่าไงนะ ยัย…!” จอร์จิน่าไม่รู้ว่าจะด่าอีกคนยังไง ยัยนี่ทำเธอผิดแผนไปหมด จอร์จิน่าว่าจะออกไปข้างนอก เธอจะไปบ้านจัดสรรในซอยที่สองสักหน่อย โดยไม่มีคนติดตาม แต่แคโรไลน์ดันมารู้ทันเข้าจนได้ แผนพังหมด

“เธอบอกว่าจะไปไม่ใช่เหรอ ก็ไปซะซิไปให้พ้นหน้าฉัน”

“ฉันว่าจะไป แต่นั่นก่อนที่ฉันจะรู้ว่าคุณกำลังหวังจะทำอะไร”

“ฉันจะทำอะไร!” เชอะ มาทำเป็นรู้ดี

“คุณกำลังวางแผนจะออกไปข้างนอกคนเดียว”

บ้าหน่า! ยัยนี่รู้ได้ยังไง ช่างสังเกตเกินไปแล้ว!

“ไม่ใช่สักหน่อย อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปกว่าฉัน”

“มิสเตอร์เวสท์บอกว่าหากคุณต้องการจะออกไป ให้ฉันติดตามออกไปด้วย”

“ไม่มีทาง!”

“…”

“ฉันไม่ใช่นักโทษนะที่ต้องคุมตัวตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงแบบนี้”

“ทุกอย่างที่ทำไป ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณ”

“เฮอะ!” จอร์จิน่าเค้นเสียงหมั่นไส้ออกมา เธอไม่มีทางต่อกรอีกคนได้ หากแคโรไลน์ยังคงยืนนิ่งเป็นตอไม้อยู่อย่างนี้ จอร์จิน่ารู้สึกรำคาญใจ เพราะทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจตัวเองสักอย่าง

ยัยนี่ต้องเจอฉันหน่อยแล้ว…

“…!” แคโรไลน์เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ๆ จอร์จิน่าก็สาดน้ำชาในถ้วยเล็กใส่เธอ แต่ดีที่เธอหลบได้ทันเวลาไม่อย่างนั้นคงต้องโดนลวกแน่ๆ เธอก็ไม่รู้ด้วยซิว่าชานั้นอุ่นหรือร้อน แต่ถ้าโดนมันคงจบไม่สวยแน่

จอร์จิน่าหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีตกใจของแคโรไลน์

“อุ๊ย มือลั่น ไม่ได้ตั้งใจ”

“คุณตั้งใจสาดมาที่ฉันต่างหาก มันไกลกับว่าไม่ได้ตั้งใจอยู่นะ”

“เธอต่างหากที่เป็นคนบีบให้ฉันต้องทำ เพราะงั้นเธอเป็นคนผิด” โทษคนอื่นหน้าตาเฉย แคโรไลน์สูดหายใจลึกๆ เข้าปอดทีหนึ่ง แต่มันไม่ได้ช่วยให้อารมณ์โมโหของเธอหายไปง่ายดายขนาดนั้น

“ดูหน้าเธอตอนนี้ซิ อยากเห็นหน้าตัวเองหรือเปล่า?”

“คุณอยากทำอะไรก็ทำเถอะค่ะ” แคโรไลน์พูดออกมาในที่สุด

“ได้ งั้นเธอก็ออกไปซิ บรรยากาศแถวนี้จะได้ดีขึ้น” จอร์จิน่าแสยะยิ้ม

แคโรไลน์สุดจะทน แต่เธอก็ต้องจำใจทำอย่างนั้น หากไม่ทำตามหรือเดินหนีออกมา เธออาจจะระเบิดอารมณ์คุกรุ่นในใจของตัวเองออกมา แคโรไลน์ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอีกคนถึงได้ถนัดเรื่องทำให้คนอื่นอารมณ์เสียอยู่เรื่อยเลย จอร์จิน่ามีพรสวรรค์ในด้านนี้จริงๆ แคโรไลน์รับประกันได้


เมื่อกำจัดศัตรูน่ารำคาญไปได้แล้ว จอร์จิน่าก็ออกเดินหวังจะออกจากคฤหาสน์ แต่ประตูใหญ่ไม่เปิดออกให้ เพราะคนเฝ้าประตูได้รับคำสั่งมาจากพ่อของเธอ เขาคงกลัวจะโดนไล่ออก จอร์จิน่าเลยเสนอแนวทางการมีชีวิตรอดของเขาด้วยอำนาจของเธอเอง เธอบอกเขาว่า หากเขาโดนไล่ออก เธอจะเป็นคนรับผิดชอบโดยให้เขาไปทำงานเป็นยามเฝ้าที่หน้าบริษัทของเธอ และข้อเสนอนั้นได้ใจเขาไปเต็มๆ ประตูใหญ่หน้าบ้านเปิดออก และจอร์จิน่าเดินผ่านออกมาสบายๆ

จุดหมายของจอร์จิน่าในตอนนี้คือบ้านจัดสรรซอยที่สอง เธอเดินออกตัวไปข้างหน้า หมู่บ้านละแวกนี้หน้าตาเหมือนกันหมดทุกหลัง แต่จอร์จิน่าไม่มีวันลืมบ้านหลังที่เธอจะไป บรรยากาศวันนี้ดีเหมือนทุกวัน เพราะอย่างนั้นจอร์จิน่าเลยไม่ได้หงุดหงิดเรื่องอากาศมากนัก เธอเดินเอื่อยๆ เข้ามาซอยที่สอง และเดินเรื่อยๆ มาจนถึงบ้านบล็อกที่หก

จอร์จิน่าหยุดที่บ้านหลังนั้น หลังสีขาวสะอาดตา หน้าบ้านมีกล่องไปรษณีย์สีแดงซีดๆ จากกาลเวลาที่พรากเอาสีของมันไป แต่ตู้ไปรษณีย์บ้านหลังนี้ไม่เหมือนของที่อื่น เพราะมันมีกังหันลมติดอยู่ด้านบน แถมยังมีรอยขีดเขียนวาดรูปกระต่ายสีลอกๆ อยู่ตรงนั้นไม่เปลี่ยนแปลง จอร์จิน่ายิ้มออกมาเมื่อนึกถึงความทรงจำครั้งนั้น เธอเป็นคนวาดมันเองตอนเด็กๆ เพื่อที่จะไม่ให้หลงไปทักเพื่อนบ้านผิดหลัง เพราะหมู่บ้านนี้บ้านเหมือนกันทุกหลัง เธอเลยทำเครื่องหมายเอาไว้

“…” แต่ถึงอย่างนั้น จอร์จิน่าก็ไม่กล้าที่จะก้าวขาไปกดกริ่งประตูหน้าบ้าน ขาของเธอหนักอึ้ง และไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนั้น อาจจะเป็นเพราะเธอไม่ได้มาที่นี่นานมากแล้ว

เธอยืนอยู่ตรงนั้นสักพักจนประตูบ้านหลังนั้นเปิดออกมา ชายวัยกลางคนร่างท้วมเดินออกมาหาจอร์จิน่า

“สวัสดีครับ ผมเห็นคุณมายืนอยู่หน้าบ้านพักหนึ่งแล้ว คุณมาหาใครที่นี่หรือเปล่าครับ”

“เอ่อ…” จอร์จิน่าอึกอัก แต่เธอก็ตอบไป “คุณยายเมอร์รี่”

“อ่า…” เขาทำหน้าสลดลงเมื่อจอร์จิน่าเอ่ยชื่อนั้น จนอีกคนจับสังเกตได้ เธอพอจะเดาออก เพราะไม่คุ้นหน้าชายคนนี้เลย

“ทำไมคะ เธอย้ายออกไปแล้วเหรอ?”

“เปล่าหรอกครับ เธอ…เธอเสียไปได้สองปีแล้ว เธอเป็นแม่ของผมเองครับ”

“…?!” จอร์จิน่าสะอึก เหมือนมีอะไรมาทุบหัวใจของตัวเอง เธอไม่เคยเศร้าใจอย่างนี้มาก่อน ตั้งแต่ตอนที่แม่ของเธอจากไป เธออุตส่าห์รักษาตัวที่บ้านให้อาการหายดี เพื่อไม่ให้คุณยายเมอร์รี่เป็นห่วงแท้ๆ แต่มันก็สายไปแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไร และไม่ยุติธรรมเลยที่เธอพยายามจะออกมาข้างนอกให้ได้ ถ้ารู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เธอจะไม่ยอมมาที่นี่เลยเด็ดขาด

คุณยายเมอร์รี่ วิลล์ เมิร์กวู้ด เป็นหญิงชราที่ไม่ได้เป็นญาติทางใดเลยของจอร์จิน่า แต่เธอรักคุณยายมากกว่าญาติบางคนของเธอเสียอีก เธอเจอกับคุณยายครั้งแรกตอนอายุสิบขวบ ตอนที่เธอมาหกล้มหน้าบ้านของคุณยายเป็นครั้งแรก และหญิงชราก็คอยดูแลเธอ จนจอร์จิน่าคุณหนูผู้ไม่เคยสุงสิงกับใครเทียวไปเทียวมาที่บ้านของคุณยายตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย คุณยายเมอร์รี่ชอบถักนิตติ้งมาก เธอชอบถักชุดเล็กๆ ให้ตุ๊กตาของจอร์จิน่าสวมใส่เสมอ และเป็นคนที่เธอมาปรึกษาปัญหาด้วยบ่อยมาก ความทรงจำเหล่านั้นทำจอร์จิน่าเศร้าใจเมื่อในวันนี้ไม่มีคุณยายเมอร์รี่

ชายวัยกลางคนเมื่อเห็นสีหน้าหม่นหมองของหญิงสาวก็พยายามพูดปลอบใจอีกฝ่าย เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่ว่าผู้หญิงคนนี้คงรู้จักแม่ของเขาเป็นอย่างดี

“แม่ของผมเป็นที่รักของคนแถบนี้ เธอมีทั้งเพื่อนวัยเด็กไปจนถึงวัยชราไปมาหาสู่อยู่บ่อยๆ แน่นอนว่าเธอเป็นคนใจดี มีเมตตา ผมไม่มีทางดีไปถึงครึ่งของแม่เลยด้วยซ้ำ ผมเพิ่งย้ายมาที่นี่ตอนแม่เสียไปเมื่อสองปี…แต่ตอนที่แม่มีชีวิตอยู่ทุกครั้งที่ผมมาเยี่ยม แม่จะชอบพูดถึงเด็กหญิงผมบลอนด์ให้ผมฟังบ่อยๆ แม่บอกว่าเธอชอบมาที่นี่ บางครั้งก็มากับน้องชาย เธอเป็นคนโปรดของแม่เลยล่ะ แม่เล่าว่าเธอเหมือนตุ๊กตาน่ารักๆ เลยเรียกเธอว่า ลิตเติ้ลดอล ถึงแม้ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนเธอจนโตเป็นสาวแล้วก็ตาม แม่ยังคงเรียกชื่อนั้น เป็นฉายาที่น่ารักมาก ผมเองก็อยากจะเจอเด็กผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน…!”

จอร์จิน่าวิ่งออกไปจากตรงนั้น โดยมีเสียงชายคนนั้นตะโกนเรียกไล่หลังมา เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้กระทำเช่นนั้น จอร์จิน่าคิดแค่ว่าเธอไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น และเธอจำไม่ได้ว่าตัวเองวิ่งมาไกลมากแค่ไหนจนได้มาถึงสวนกลางหมู่บ้านที่ห่างจากที่นั่นพอสมควร จอร์จิน่ารู้สึกแน่นหน้าอก เธอเลยเดินมานั่งพักเก้าอี้ไม้สีเข้มแถวๆ นั้น พอร่างของเธอทรุดลงนั่งจอร์จิน่าก็ก้มลงเอามือทั้งสองปิดบังใบหน้า

‘ลิตเติ้ลดอล’

เสียงนั้นยังคงดังก้องในหูของเธอ มันไม่ได้เป็นน้ำเสียงของชายคนนั้น หากแต่เป็นโทนเสียงอ่อนนุ่มของคุณยายเมอร์รี่ ในตอนนั้นที่น้ำตาของจอร์จิน่าไหลออกมา

ร้องไห้

แม้กระทั่งเจ้าตัวยังประหลาดใจ แต่เวลาแบบนี้จะไม่ให้เธอร้องไห้ก็เป็นไปไม่ได้เลย จอร์จิน่ารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่คนที่เธอเอาใจใส่และแคร์อย่างถึงที่สุดจากไป แม่ของเธอก็อีกคน ตอนนี้ยังจะมาเป็นคุณยายเมอร์รี่อีก เธอไม่สามารถเก็บอารมณ์เศร้าโศกเอาไว้ได้ เสียงลมพัดเอื่อยๆ กิ่งไม้พัดไหว แว่วเสียงของคุณยายเมอร์รี่อยู่ทุกขณะ ในตอนนี้จอร์จิน่าได้ยินเสียงอะไรก็พานแต่จะนึกถึงหญิงชราคนนั้น เธอสะอื้นไห้ มากพอ และเนิ่นนาน จนเวลาผ่านไป ไม่มีน้ำตาให้ไหลอีก

เธอไม่ได้ร้องไห้อีกต่อไป แต่นั่งจมอยู่กับความคิดคนเดียว

“เอ่อ…คุณครับ ขอโทษที” ผู้ชายวัยกลางคนคนเดิมทักจอร์จิน่าขึ้นอีกครั้ง เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ เขามั่นใจขึ้นมาทันทีว่า ลิตเติ้ลดอล ที่แม่ของเขาพูดถึงจะต้องเป็นผู้หญิงคนนี้อย่างแน่นอน ถึงเธอจะสวยเหมือนวัยผู้ใหญ่ แต่ถ้าเป็นตอนเด็กเธอต้องดูเหมือนตุ๊กตาอย่างแน่นอน เธอมีผมบลอนด์ ดวงตาสีฟ้ากลมโต และผิวขาวผ่อง แบบนี้จะมองหาได้ที่ไหนอีกถ้าไม่เธอคนนี้ แล้วอีกอย่างเรื่องนี้มันกระทบจิตใจเธอโดยตรงทำให้เขากล้าฟันธง และตอนนั้นเองที่เขาตามเธอมา

“ผมเดินตามหาคุณให้ทั่วเลย เห็นหลังไวๆ มาที่นี่นึกว่าจะไม่เจอ อันที่จริงผมกลับไปเอาบางอย่างมาให้คุณน่ะ”

“…?” จอร์จิน่าเงยหน้ามองเขา

“ผมค่อนข้างมั่นใจเลยว่าคุณเป็นคนที่แม่พูดถึงตลอดเวลา คือว่าก่อนตาย…!”

“ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องนั้นอีกแล้ว”

“…?!” ชายคนนั้นเหวอเลยทีเดียว เมื่อคนจอมหยิ่งพูดขึ้นแบบนั้น แต่เขาก็เข้าใจ เธอกำลังเสียใจอยู่

“ถ้าอย่างนั้นก็รับนี้ไว้เถอะครับ นี่คือสิ่งที่แม่ของผมทำให้คุณช่วงชีวิตสุดท้ายที่เหลืออยู่ เธอนั่งถักมันทุกวัน และเธอบอกว่าสักวันหนึ่งคุณจะกลับมาที่นี่ ถ้าคุณมาตอนที่เธอไม่อยู่ ก็ขอให้ผมมอบให้คุณกับมือ” เขายื่นผ้าพันคอสีเฮเซลนัทมาให้ จอร์จิน่ารับมันไว้อย่างเร็ว เธอค่อยๆ คลี่มันออก มันมีขนาดยาวพอใช้ได้ และเนื้อผ้านุ่มมาก ตรงปลายผ้าปักด้วยด้ายสีขาวเป็นชื่อของเธอ ไม่ใช่ลิตเติ้ลดอลอย่างที่คุณยายเมอร์รี่เรียก แต่เป็น Georgina—จอร์จิน่า ชื่อที่แท้จริงของเธอ

“แม่ของผมคงมีความสุขแล้ว เพราะมันถึงมือคุณสักที” เขายิ้ม

จอร์จิน่าไม่ได้ขอบคุณ ไม่ได้ยิ้มตอบ เธอจ้องผ้าพันคอนิ่งราวกับว่าหากะพริบตามันอาจจะหายไปได้ เธอจมอยู่กับความสุขและหน่วงๆ ที่จิตใจ ความสุขอย่างหนึ่งคือคุณยายเมอร์รี่ก็ยังนึกถึงเธอในช่วงสุดท้ายของชีวิต และสิ่งที่หนักหน่วงอยู่ในใจของเธอตอนนี้คือ ความรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่ยอมมาที่ควีนส์ และกลับบ้านเลย ถ้าเธอกลับมาเร็วกว่านี้ อาจจะสองปีก่อน ทุกอย่างก็คงจบลงด้วยดี เธออาจจะได้พบคุณยายเมอร์รี่เป็นครั้งสุดท้ายก็ได้


อีกด้านหนึ่งไม่ไกลจากตรงนั้นที่ต้นโอ๊ก ร่างสูงกำลังยืนสังเกตเหตุการณ์อยู่ตรงนั้น โดยไม่ให้อีกคนเห็น แคโรไลน์แอบตามจอร์จิน่ามาโดยที่ไม่ให้อีกคนรู้ตัว เธอต้องคอยระวังภัยให้จอร์จิน่า และในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความเป็นส่วนตัวของอีกคน และเธอเห็นทุกอย่างตั้งแต่ตอนที่จอร์จิน่าไปหยุดที่บ้านหลังหนึ่งในซอยที่สอง และเธอวิ่งมานั่งร้องไห้ที่นี่ และชายคนที่จอร์จิน่าคุยด้วยก็กลับมาอีกครั้ง มอบของให้อีกคน จอร์จิน่ารับมันไว้และเธอนั่งเศร้าอยู่นานมาก จนชายวัยกลางคนจากไป แคโรไลน์ไม่สามารถรู้ได้ว่าจอร์จิน่าร้องไห้เรื่องอะไร แน่ล่ะ เธอไม่ต้องการจะรู้เรื่องส่วนตัวของอีกคนมากนัก แต่สิ่งที่แคโรไลน์เห็นวันนี้ก็ชวนหดหู่ใจเช่นเดียวกัน เธอไม่เคยเห็นจอร์จิน่าโศกเศร้าเสียใจขนาดนี้มาก่อน

มีรถเบนซ์สีดำเลื่อนเข้ามาจอดเทียบด้านหน้าของจอร์จิน่าที่กำลังนั่งอยู่

“….?!” แคโรไลน์เกือบจะพรวดพราดออกไปจากที่ซ่อน แต่เมื่อเห็นผู้หญิงผมสีทองแดงเดินออกมาจากรถแคโรไลน์ก็ถอนหายใจโล่งอกออกมา เธอตัดสินใจหันหลังเดินกลับไปคฤหาสน์ เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ทำอันตรายจอร์จิน่าอย่างแน่นอน


“มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้จีน่า” รีเบคก้าเดินดุ่มๆ ลงมาจากรถ เมื่อเห็นว่าข้างทางมีคนคุ้นตานั่งซึมอยู่ แต่พอเห็นหน้าเธอจอร์จิน่าก็ทำหน้ายุ่งใส่เธอ และพ่นคำพูดงอนๆ ออกมา

“เพื่อนทรยศ”

“เดี๋ยวซิ แรงไปไหม ฉันอุตส่าห์ขับรถมาหาเธอที่ควีนส์นะ”

“ก็เธอไปกินข้าวกับยัยเฮเลน!”

“…” รีเบคก้ายิ้มเจื่อนๆ เหตุการณ์นี้มันก็นานมาแล้ว แต่จอร์จิน่าเพิ่งจะเห็นในข่าว และแน่นอนว่ามันจุดไฟในตัวของจอร์จิน่า ไม่ว่ามันจะผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วก็ตาม

“ฉันโทรหาทุกคนตลอดเวลาเลย ทั้งแคโรไลน์ แดน ป้าแอนเน็ต รวมทั้งพ่อของเธอด้วย แต่เธอก็ปฏิเสธสายรับสายจากฉัน นี่ฉันง้อหนักเลยนะ ถึงขนาดเคลียร์งานแล้วขับรถมานี่เลย”

“หลายวันไปป่ะ พรุ่งนี้ฉันจะกลับแมนแฮตตันแล้ว”

“จริงดิ ไม่เห็นมีใครบอกฉันเลย”

“สม ฉันนี่แหละไม่ยอมให้ใครบอกเธอ”

“โธ่จีน่า” รีเบคก้านั่งลงข้างจอร์จิน่า แล้วกอดเพื่อนรัก แต่จอร์จิน่าปัดมือออก

“ไม่ต้องมาถูกตัว”

“ฉันอธิบายได้นะ ก็แค่ เอสตร้า เธอจำเขาได้ใช่ไหม? เอสตร้าน่ะเขาฝากการ์ดเชิญงานคืนสู่เหย้าชมรมธุรกิจเพื่อสังคมไปให้เฮเลน ฉันก็เลยต้องเอาไปให้”

“แล้วจำเป็นอะไรต้องไปกินข้าวด้วยกัน”

“ก็มัน…โอเค ฉันแค่สงสารเฮเลน เธอดูท่าทางไม่ค่อยสู้ดีนัก ดูเหมือนจะไม่สบายใจ”

จอร์จิน่าเบ้ปาก

“ไม่เอาน่าจีน่า ฉันขอโทษ ฉันไม่มีทางเลือก ตอนนั้นเฮเลนน่าสงสารจริงๆ นะ เธอก็รู้ว่านิสัยของฉันเรื่องสงสารคนมันแก้ไม่หาย”

“ใช่ มันแก้ไม่หาย และเธอก็เป็นประเภทพวกใจอ่อนเป็นนางเอกละคร คิดแล้วก็น่าโมโหจริงๆ”

“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไงล่ะ นี่เธอหายโกรธยัง”

“ยัง”

“…”

“แต่มีวิธีมี่จะทำให้ฉันหายโกรธ” จอร์จิน่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอยิ้มชอบใจเลยทีเดียวกับแผนของตัวเอง

“แล้วมันอะไรล่ะ บอกมาเลยถ้าจะทำให้เธอหายโกรธ”

“หลังจากกลับไปทำงาน ฉันนัดคุยกับนางแบบที่จะมาขึ้นปกให้ แน่นอนว่าเธอยังไม่ได้ตกลงจริงๆ จังๆ และฉันสืบรู้มาว่า โอเว่น บาร์ล ผู้จัดการของแม็คเคนซี่ ค็อกซ์ ชื่นชอบเธอมากเป็นพิเศษ ตอนที่คุยงานกัน ฉันเลยอยากให้เธออยู่ที่นั่นด้วย”

“หา ถ้ามียัยนั่นอยู่ไม่ไปหรอก!”

“งั้น ฉันก็จะโกรธเธอไปถึงสิ้นปีเลยเป็นไง”

“จีน่า เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบแม็คเคนซี่”

“แล้วไง แค่นี้ก็ทำให้เพื่อนไม่ได้ ไปให้พ้นหน้าเลยไป” จอร์จิน่าเบี่ยงตัวหันหลังให้อีกคน

“โอ๊ย! ก็ได้ย่ะ” รีเบคก้ากระแทกเสียงใส่อีกคน ถึงเธอจะลำบากใจมากแค่ไหน แต่ในเมื่อมมันจะทำให้จอร์จิน่าหายโกรธเธอได้นั้น เธอก็ต้องทำ แต่อีกนัยหนึ่งเหมือนจอร์จิน่ากำลังลงโทษเธออยู่ ทำไงได้ล่ะก็เธอรักเพื่อนคนนี้มาก จะไปขัดใจอะไรได้ อีกอย่างมันก็สมควรแล้วที่เธอจะโดน



หลังจากกลับมาถึงแมนแฮตตันได้ไม่นานเกินสามวัน แคโรไลน์ก็ออกมาที่บาร์แถวๆ อัปเปอร์เวสต์ไซด์ ธุระของเธอคือคนร้ายที่ทำร้ายร่างกายของจอร์จิน่า โดยที่ชาร์ลีเป็นคนขอให้ช่วย แคโรไลน์ต้องพึ่งคนที่ไว้ใจได้ และตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มครึ่งแล้วที่เธอมานั่งรอคนคนนั้น แคโรไลน์แต่งกายสบายๆ เสื้อยืดกางเกงยีน และแจ๊กเก็ตหนังสีดำ เธอดื่มแอลกอฮอล์ไปครึ่งแก้วขณะรออีกคนที่มาช้าไปเกือบยี่สิบนาที

ไม่นานก็ปรากฏหญิงสาวร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซน ความสูงของเธอยังเป็นรองแคโรไลน์แค่สามเซนติเมตร เธอมีรูปร่างสวยเพราะเคยเป็นนางแบบมาก่อน ใบหน้าของเธอเรียวสวย ผมสีบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าน้ำเงินคู่สวยมองมาที่แคโรไลน์ เธอส่งยิ้มให้อีกคน ชุดที่เธอสวมใส่เป็นทางการโทนสีเทาสลับขาว ซึ่งขัดกับใบหน้าเปรี้ยวโฉบเฉี่ยวของเธอ

“โทษทีนะงานรัดตัวน่ะ” เธอนั่งลงตรงข้ามแคโรไลน์ ซึ่งอีกคนยิ้มบางๆ ให้เธอ

“ถ้าไม่มีเรื่องต้องเรียกใช้ฉัน เธอก็ไม่โผล่หน้ามาให้ฉันเห็นเลยนะคุณแฟนเก่า”

แซนดร้า เดคเกอร์ คืออดีตแฟนเก่าของแคโรไลน์ เรื่องราวของทั้งสองเริ่มต้นขึ้นในที่ทำงาน ตอนนั้นแคโรไลน์เป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการอาชญากรรมในเอฟบีไอ ส่วนแซนดร้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช แคโรไลน์มั่นใจว่าเป็นฝ่ายเข้าไปจีบแซนดร้าก่อน มันน่าแปลกมากที่คนอย่างเธอจะสนใจในเรื่องนี้ และเธอห่วยแตกมาก ถ้าหากไม่ได้บรรดาลูกน้องของเธอสนับสนุนและช่วยเหลือ เธอคงไม่ได้สาวสวยคนเก่งมาเป็นแฟน ทั้งสองคบกันมาได้ถึงหกปี ก็เป็นอันต้องเลิกรา เหตุผลมาจากเรื่องงานและเวลาไม่ค่อยตรงกัน และไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันมากกว่าที่เคย ทั้งสองเลยตัดสินใจเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่แคโรไลน์กับแซนดร้ารู้ดีว่าลึกๆ แล้วพวกเธอทั้งสองยังคงรู้สึกเกินเพื่อนอยู่ในบ้านครั้ง และความสัมพันธ์ของเธอทั้งสองก็ซับซ้อนพอดู แต่ก็ไม่แปลกเพราะพวกเธอคบกันมานานมากก่อนจะมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน มันอาจจะมีบ้างที่ยังคงมีเศษเสี้ยวความสัมพันธ์ของความเป็นของกันและกันอยู่

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย” แคไรโลน์แก้ตัว และมันฟังดูไม่ขึ้นเอาเสียเลย “ฉันแค่ยุ่งๆ กับงานน่ะ ก็เลยหลงลืมไปบ้าง”

“เราไม่ได้เจอกันตั้งหกเดือนเลยนะ แต่ว่าฉันเจอเควินที่ฟลอริด้าไม่นานมานี้”

“เธอไปเดทมาเหรอ?” แคโรไลน์แซว แต่แซนดร้าพยักหน้า

“ใช่ แต่ก็ไปกันไม่รอดหรอก ก็อย่างที่บอกงานฉันเยอะจริงๆ บางทีก็อิจฉาเธอนะแครล์ที่ลาออกแล้วก็มาทำตัวสบายๆ แบนี้”

“ฉันสบายที่ไหนกัน”

“แต่จะว่าไปเธอก็สวยไม่เปลี่ยนเลยนะ เธอไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ” แซนดร้าเปิดประเด็นพูดออกมาจนได้ และแคโรไลน์ยิ้มให้อีกคนอย่างเคย

“เธอเองก็เหมือนกัน”

“นี่ผ่านมาสี่ปีแล้วเนอะ เรื่องของเราน่ะ แต่จะว่าไป ฉันเคยเป็นแฟนที่ไม่ได้เรื่องของเธอนี่หน่า”

“ไม่ แซนดี้ ไม่เลย เธอทำได้ดี เธอดีจริงๆ นะ” แคโรไลน์โผล่งออกไปแบบนั้นทำให้อีกคนหัวเราะชอบใจ แล้วพยักหน้าให้

“โอเคๆ ฉันจะเชื่อก็แล้วกัน” เธอว่าต่อด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง “เธอจำได้ใช่ไหมว่าฉันพูดอะไรกับเธอก่อนจะเลิกกัน”

“…” แคโรไลน์พยักหน้า

“ไม่ว่าเธอจะแต่งงานกับใคร มีแฟนสักกี่คน ฉันก็สนับสนุนเธอตลอดไป เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ฉันแคร์ และจะแคร์เสมอ”

“ฉันจำได้…จำได้เสมอ”

“อย่าตอบให้ฉันรู้สึกแบบนั้นซิ ไม่ดีนะ”

แคโรไลน์ยิ้มจนตาปิด มันเป็นรอยยิ้มที่น่ารัก สดใส นานๆ ครั้งจะได้เห็นและไม่เคยมีใครได้เห็นนอกจากแซนดร้า และต่อจากนั้นพวกเธอก็เข้าสู่เรื่องการใช้ชีวิตหกเดือนที่ไมได้เจอกัน จนกระทั่งก้าวเข้าสู่เรื่องเคร่งเครียดที่เป็นธุระจริงจังในวันนี้

“เข้าใจว่างานบอดิ้การ์ดของเธอ ค่อนข้างอันตรายนะ อันตรายกว่างานของฉันซะอีก เรื่องที่เธอบอกฉันค่อนข้างน่ากลัวนะสำหรับผู้หญิงที่ไม่เคยผจญภัยแบบจอร์จิน่า เวสท์”

“ฉันถึงได้ขอความช่วยเหลือจากเธอเมื่อสองวันก่อน แล้วได้เรื่องอะไรบ้างไหม”

“ก็หาได้นะ แต่ข้อมูลน้อยเติมที ไม่มีประวัติอะไรที่น่าเป็นห่วงเลย สำหรับคนที่จอร์จิน่าเขียนคอลัมน์แฉ พวกเขามีประวัติแย่ๆ แค่เรื่องส่วนตัวของพวกเขาทั้งนั้น แต่เรื่องผิดกฎหมายไม่มีเลย ถึงบางเรื่องจะมีแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่ใหญ่โต”

“…”

“ฉันขอเสนอความคิดเห็นว่า คนที่ทำร้ายจอร์จิน่าอาจจะยังไม่มีประวัติอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือไม่พวกที่ข่มขู่ก็ทำงานดีมีฝีมือจนขนาดทางการจับตัวไม่ได้ เลยไม่ได้โผล่มาในลิสรายชื่อผู้ต้องสงสัย อีกอย่างข้อมูลที่เธอให้มาก็น้อยเต็มทน เธอมั่นใจแค่ว่าคนนั้นเป็นคนรัสเซีย”

แคโรไลน์พยักหน้า “พวกมันทำงานกันรวดเร็ว ฉันดูไม่ออกเลยว่าเป็นพวกไหน ทำไมถึงต้องมาทำร้ายจอร์จิน่าด้วย”

“คนพวกนั้นก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้นแหละ บางทีจอร์จิน่าอาจจะไปทำอะไรใครไว้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่า?”

“…”

“ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ข้อนั้นนะแครล์ ฉันรู้ว่าเธอก็ไม่อยากทำ ถ้ามันจนปัญญาแล้วจริงๆ เราต้องสืบประวัติของจอร์จิน่า”

“…?!”

“ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากทำ แต่มันก็เป็นเรื่องจำเป็น”

“ฉันยังไม่อยากทำถึงขนาดนั้น ฉันจะรอให้เธอพูดเองดีกว่า ฉันไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวหรือความลับของจอร์จิน่าเท่าไหร่”

“ใช่ ทุกคนมีความลับกันทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่เจ้าแม่สื่อคนดังอย่างจอร์จิน่า เวสท์”

“…”

แคโรไลน์เป็นกังวลกับเรื่องนี้ และเธอเห็นด้วยกันคำพูดของแซนดร้า

จอร์จิน่าคุณมีความลับอะไรที่ยังไม่บอกทุกคนอยู่หรือเปล่า?



_________________________________

แล้วรีดล่ะ? คิดว่าจอร์จิน่าของเรามีความลับอะไรซ่อนอยู่?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น