[YURI] BELIEVE IN (Diana Prince x Reader)

ตอนที่ 4 : CHAPTER THREE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    23 ม.ค. 64

คุณยืนอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย มันทั้งมืดและหนาวเหน็บ เสียงหวีดหวิวน่ากลัว ราวกับความตายกวักมือเรียกหาคุณ จุดที่คุณยืนอยู่คือที่ที่สว่างที่สุดแล้วก็ว่าได้ ล้อมรอบตัวของคุณนั้นมืดสนิท คุณไม่กล้าที่จะก้าวขาออกจากตรงนั้นแม้แต่ก้าวเดียว เพราะคุณกลัว กลัวว่า ถ้าก้าวออกไปแล้วทุกอย่างจะแย่ลง และสิ่งที่อาศัยอยู่ในความมืดจะฉีกทึงร่างของคุณ

คุณมองรอบข้างด้วยความหวาดกลัว

จากนั้นภาพที่มืดมิดดับไป

ตอนนี้คุณอยู่ใต้พื้นน้ำ สรรพสิ่งทุกอย่างเงียบสงบ คุณได้ยินแค่เสียงของตัวเองหายใจ ฟองอากาศห้อมล้อมตัวคุณเอาไว้ราวกับจะอุ้มคุณเอาไว้เพื่อไม่ให้ตกลงสู่ทะเลที่มืดมิดเบื้องล่าง

แต่คุณคิดผิด

ฟองอากาศนั้นแตกออกหายไปในพริบตา ร่างของคุณร่วงลงสู่ท้องทะเลเบื้องล่างอย่างที่คุณกลัวว่าจะเกิดขึ้น และมันเกิดขึ้นจริง

ในตอนนั้นคุณกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัว คุณร่วงหล่นลง กระแสน้ำกดร่างของคุณจมลงเรื่อยๆ คุณคว้าหวังจะจับอะไรก็ได้เพื่อยึดการกระชากลงสู่ความมืดมิดด้านล่างของก้นทะเล

วินาทีนั้น

มือของใครคนหนึ่งกอบกุมมือของคุณเอาไว้ ฉุดดึงคุณจากการดิ่งลงก้นทะเล แรงนั้นดึงคุณขึ้นมา แสงสว่างโอบล้อมตัวคุณและคนคนนั้น ผู้หญิงที่มีใบหน้าเรียวสายราวกับรูปสลัก

ไดอาน่า พริ้นซ์

เธอฉุดคุณขึ้นมาเรื่อยๆ ดึงคุณขึ้นจากฝั่ง อีกไม่กี่นาทีคุณมั่นใจว่าคุณจะต้องรอดอย่างแน่นอน เธอช่วยคุณเอาไว้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม รอยยิ้มที่คุณคุ้นเคย และมองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ไดอาน่าดูอ่อนโยนและในขณะเดียวกันเธอก็ดูแข็งแกร่งมาก เธอดูเหมือนนักรบ

เธอสวมชุดเกราะอยู่

“ไดอาน่า..”

คุณรู้สึกกลับมาสู่โลกความเป็นจริง ก็ตรงที่ภาพทุกอย่างกลับมามืดมน หัวของคุณปวดหนึบขึ้นมาราวกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เปลือกตาที่หนักอึ้งของคุณอยากจะลืมตาตื่น แต่พยายามเท่าไหร่ก็หนักเกินจะทานทน คุณรู้สึกในตอนนั้นว่ามีมือของอีกคนหนึ่งสัมผัสคุณ และบีบแน่นขึ้นเมื่อคุณเริ่มเปิดปากพูดอีกครั้ง

“ได…อาน่า”

“ฉันอยู่นี่ค่ะ อยู่ข้างคุณเสมอ”

คุณได้ยินเสียงแล้ว เสียงนั้นดูปลอบประโลมใจคุณได้เป็นอย่างดี และในที่สุดคุณก็ค่อยๆ ลืมตารับแสงเข้ามา ชั่วครู่ก่อนที่คุณจะปรับแสงได้เป็นปกติ เงาเลือนรางของใครคนหนึ่งเด่นชัดขึ้นมาทันที

“คุณไดอาน่า”

คุณเอ่ยเรียกอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกาย คนหน้าคมสวยถอนหายใจโล่งอกออกมา คุณได้ยินเธอพึมพำแว่วๆ ว่า ‘ฉันดีใจที่คุณไม่ลืมฉันอีกรอบ’ แต่คุณจับประเด็นไม่ค่อยได้ เพราะปวดหัวและสับสนกับเหตุการณ์อยู่

“ฉันอยู่ที่ไหนคะ ละ แล้วฉันเป็นอะไรไป”

คุณมองสถานที่และเสื้อผ้าของตัวเองด้วยความงุนงง

“โรงพยาบาลค่ะ คุณจมน้ำ”

คุณจะลุกขึ้นนั่งแต่ว่าไดอาน่าดันให้คุณนอนลงไปตามเดิม

“พักผ่อนก่อนค่ะ คุณเพิ่งจะฟื้นตัว”

“…”

คุณพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ที่พอจะจำได้ คุณกับซิลวาล์โดนแก๊งขนอาวุธเถื่อนเล่นงาน พวกมันจับคุณกับซิลวาล์ถ่วงน้ำ จริงซิ! ซิลวาล์ คุณลืมเขาไปได้ยังไงกัน

“ซิลวาล์ล่ะคะ เขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า?”

“เขาสบายดีค่ะ เขาไม่เป็นอะไรมาก เขาเฝ้าคุณอยู่เหมือนกันแต่ฉันบอกให้เขาไปพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าเขาจะมาเยี่ยมคุณอีกครั้งค่ะ”

คุณพยักหน้า

“แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง คุณไดอาน่าเองก็มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”

“ฉันดูข่าวจากในทีวีก็เลยรู้เรื่องของคุณน่ะค่ะ ส่วนคุณซิลวาล์เล่าให้ฉันฟังว่าตำรวจมาช่วยพวกคุณไว้ทันพอดี”

คุณสงสัยอะไรหลายอย่างเลยทั้งไดอาน่ารู้ได้ยังไงว่าคุณอยู่โรงพยาบาลนี้ แล้วตำรวจมาช่วยไว้ทันจริงๆ น่ะเหรอ? คุณจำได้ว่ามีอะไรบางอย่าง ตอนนั้นคุณยังไม่เห็นตำรวจสักนายเลย แต่คุณก็ปล่อยให้เรื่องพวกนี้ผ่านไปเพราะยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหนึบที่หัว

“เมื่อสักครู่ฉันฝันด้วยนะคะ”

ไดอาน่ายิ้มเหมือนกำลังปลอบใจเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง

“ฉันฝันเห็นคุณ”

“ฉันน่าจะเดาออก เพราะคุณเพ้อเรียกฉันอยู่หลายครั้งเลย”

คุณรู้สึกเขิน คุณเพ้อชื่อไดอาน่าออกมาด้วยหรือนี่?

“แล้วคุณฝันว่าอะไรคะ?”

“คุณมาช่วยไม่ให้ฉันจมน้ำ”

“…”

ไดอาน่ามองคุณอย่างตั้งใจเป็นพิเศษ

“คุณสวมชุดเกราะด้วยนะคะ”

“…?!”

ไดอาน่าเลิกคิ้ว เธอมีสีหน้าแปลกไปเมื่อคุณพูดว่าเธอสวมชุดเกราะ เธอคงจะคิดว่าคุณฝันอะไรเป็นเด็กๆ อย่างแน่นอน แต่เธอเปล่าคิดอย่างนั้นกับคุณ ตรงกันข้ามเธอตั้งใจฟังคุณเป็นพิเศษ ราวกับว่าฝันนั้นเป็นเรื่องจริง และเธอเชื่อคุณ คุณเองด้วยซ้ำที่เป็นคนหัวเราะให้กับฝันของตัวเอง แล้วพูดขึ้น

“ฉันฝันแปลกๆ ใช่ไหมคะ”

“…”

ไดอาน่าไม่ตอบ เธอแค่ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้คุณ

“ฉันว่าคุณพักผ่อนดีกว่านะคะ”

“ไม่…”

“…?”

“ฉันกลัวว่าฉันจะฝันร้ายแบบนั้นอีก มันมืดมาก ฉันได้ยินเสียงแปลกๆ ด้วย…ฉันกลัว”

“คุณจะไม่รู้สึกกลัว”

ไดอาน่าวางมือลงที่แก้มของคุณแผ่วเบา

“ฉันจะอยู่ตรงนี้ ข้างๆ คุณ คุณจะได้ไม่รู้สึกกลัว”

คำพูดของไดอาน่าช่างอ่อนโยนราวกับปุยนุ่นทำให้คุณพยักหน้าเอนเอียงตามโดยง่าย

“คุณจะไม่ไปไหนใช่ไหมคะ?”

“ฉันจะไม่ไปไหน หลับเถอะคนเก่งของฉัน”

ไดอาน่าให้สัญญากับคุณแล้วจุมพิตที่หน้าผากของคุณ ไออุ่น และกลิ่นกายที่หอมอ่อนหวานของเธอทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย และคุณเข้าสู่ห่วงนิทราจากความเหนื่อยล้าแทบจะทันที

คุณตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนเช้า คุณมองสำรวจไปรอบห้องก่อนที่สายตาจะหยุดมองที่คนร่างสูงนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟาปลายเตียงคนไข้ ไดอาน่ายังคงสวมชุดตัวเดิมจากเมื่อคืน และในมือถือหนังสืออะไรบางอย่างที่ค่อนข้างเก่ามากเล่มหนึ่ง เล่มสีเขียวลอกล่อน ตัวหนังสือสีทอง คุณไม่รู้ว่าเป็นภาษาอะไร น่าจะฝรั่งเศส คุณสงสัยขึ้นมาทันทีว่าไดอาน่าไปเอาหนังสือมาตอนไหน หรือผละจากคุณไปตอนที่หลับอยู่กันนะ

ไดอาน่าลดหนังสือที่อ่านลง คงจะจับได้ว่ามีใครแอบมองอยู่ เมื่อเห็นว่าคุณมองเธอตาแป๋วอยู่ที่เตียง ไดอาน่าก็ปิดหนังสือเล่มนั้น แล้วเดินมานั่งลงข้างกายคุณ

เธอเอ่ยชื่อคุณ

“ตื่นแล้วเหรอคะ?”

คุณพยักหน้า

“คุณไดอาน่าอยู่เฝ้าฉันทั้งคืนจริงๆ เหรอคะ?”

“ค่ะ ก็ฉันสัญญากับคุณไว้แล้วนี่คะ”

เธอยิ้มน่ารักแบบนั้นมอบให้คุณอีกแล้ว มันทำให้คุณใจเต้นขึ้นมา และพาลให้นึกถึงเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ ไดอาน่ากับคุณจูบกันก่อนเหตุการณ์ร้ายๆ จะเกิดขึ้น แค่คิดถึงมันหน้าคุณก็แดงขึ้นมาอีกจนได้

“หนังสือที่คุณอ่าน…”

คุณแสร้งเปลี่ยนเรื่องหนีความคิดบ้าๆ ของตัวเองไปที่หนังสือสีเขียวมืดมน ตัวหนังสือสีทองที่วางอยู่บนโซฟา

“อ่อ เกี่ยวกับของโบราณ ศิลปะ วิทยาการต่างๆ ของฝรั่งเศสค่ะ”

“คุณออกไปเอาหนังสือตอนไหนคะ?”

“ฉันเปล่าออกไปค่ะ หนังสือเล่มนี้ติดตัวฉันในกระเป๋าตลอด”

“…”

คุณอึ้งไป มองดูยังไงหนังสือเล่มนี้ก็ดูหนาพอสมควร การที่จะพกไปไหนมาไหนก็ค่อนข้างสงสารไหล่ตัวเองพอดู แต่คงเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับคนที่แข็งแรงอย่างไดอาน่า

“คุณต้องทานอาหารเช้าตรงเวลาด้วยนะคะ”

ไดอาน่ายิ้มให้คุณแล้วชี้ไปที่รถเข็นอาหารที่จอดอยู่ข้างๆ เตียงนอน สงสัยพยาบาลคงเอาเข้ามาให้ตอนที่คุณยังนอนหลับอยู่ ร่างสูงเดินไปจัดการอาหารพวกนั้น เธอถือชามซุปไก่มานั่งลงที่บนเตียงข้างคุณ แล้วปรับเตียงให้สบายในการกิน

“ทานสักหน่อยนะคะ”

เธอยิ้มให้คุณ และแน่นอนถึงแม้ว่าคุณจะไม่อยากกลืนอะไรลงท้องเลย แต่ถ้าเป็นไดอาน่าคุณก็ปฏิเสธไม่ลง ไดอาน่าอาสาจะป้อนคุณด้วย นั่นมันเป็นเรื่องดีแล้วสำหรับอาหารมื้อเช้าของวันนี้ เราไม่ได้พูดอะไรกันตอนที่ไดอาน่าป้อนคุณ เธอค่อยๆ ป้อนซุปไก่ช้าๆ ราวกับทะนุถนอมคุณ นั่นทำให้คุณมีกะใจทานซุปนั้นได้มากเลยทีเดียว จนกระทั่งซุปนั้นหมดไป และคุณก็ไม่อยากจะกินอะไรอีก คุณบอกไดอาน่าว่าอิ่มแล้ว ซึ่งเธอก็ไม่ได้ขัดอะไรคุณ เธอวางซุปไก่ลง แล้วเริ่มต้นพูด

“วันนี้ฉันต้องกลับฝรั่งเศสแล้ว ใครจะเป็นคนดูแลคุณคะ”

น้ำเสียงของไดอาน่ามีความเศร้าและเป็นห่วงคุณ และนั่นทำให้คุณนึกขึ้นมาได้ นั่นซินะ! ไดอาน่ากำลังจะกลับฝรั่งเศสแล้ววันนี้ คุณรู้สึกใจหายขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่

“ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ”

“แน่นอนคุณเป็นคนเก่ง และคุณก็เก่งเรื่องที่ทำให้ฉันเป็นห่วงมากด้วย”

“…”

คุณได้แต่เงียบ รู้สึกสำนึกผิดในคำพูดนั้น ไดอาน่าเอียงคอมองคุณ คุณไม่มีทางรู้ว่าท่าทีของคุณนั้นกำลังทำให้ไดอาน่าเอ็นดูอยู่

“ฉันขอโทษที่ทำให้คุณเป็นห่วงค่ะ”

“แล้วคุณจะทำอีกไหมคะ?”

บางทีไดอาน่าก็ดูเหมือนผู้ใหญ่มาก

“ก็…มันเป็นงานของฉัน”

“แต่คุณก็ต้องระวัง และปลอดภัยกว่านี้ ถ้าฉันไม่ตามไป…”

ไดอาน่าหยุดพูด

‘ถ้าฉันไม่ตามไป’

ไดอาน่าตามไปไหน? อะไร? ยังไงกันนะ

“ฉันหมายถึงถ้าตำรวจตามไปไม่ทันปานนี้ก็ไม่รู้ว่าคุณจะเป็นยังไง”

สายตาของไดอาน่ามองมาที่คุณด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงจัง

“ฉันจะระวังตัวค่ะ”

“…”

ไดอาน่าถอนหายใจ

“คุณโกรธฉันเหรอคะ?”

คุณถามไดอาน่าด้วยน้ำเสียงเบาบางราวกับกระซิบ เพราะหน้าของเธอเริ่มบึ้งตึงแบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน

“ฉันขอโทษค่ะ”

“…”

“คุณไดอาน่า”

คุณสะกิดที่แขนเธอราวกับเด็กเล็กที่กำลังง้อเอาอะไรสักอย่างจากผู้ปกครอง

“ฉันจะไม่ทำให้คุณเป็นห่วงอีกแล้ว”

“จริงเหรอคะ?”

“ค่ะ”

คุณฉีกยิ้มทันทีที่เห็นว่าไดอาน่าคลายใบหน้าบึ้งตึงแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองมาที่คุณความหมายบางอย่างแฝงอยู่ในนั้น คุณไม่อาจตีความได้ชัดเจนเลย แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ดีสำหรับคุณ

“ถึงฝรั่งเศสฉันจะติดต่อกลับมาหาคุณนะคะ”

คุณพยักหน้าเศร้าที่ได้ยินคำนั้น

“…”

“เหมือนคุณกำลังจะร้องไห้”

ไดอาน่าแซวคุณ

“ก็มันรู้สึกใจหายนี่คะ”

“ฉันชอบนะคะที่เห็นคุณแสดงท่าทีแบบนี้”

“นั่นแสดงว่าคุณใจร้ายมากเลย”

ไดอาน่าเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง เธอละสายตาจากคุณไปจดจ้องที่อะไรสักอย่างด้านหลังคุณ ราวกับว่าเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ จากนั้นเธอโน้มตัวลงมาหาคุณ มันใกล้มากจนปอยผมสีดำขลับคลอเคลียไหล่ของคุณ

“คุณต่างหากที่ใจร้าย คุณทำให้ฉันหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น”

“…!”

คุณเบิกตาโตกับคำพูดนั้น หน้าแดงก่ำขึ้นมา คุณทำให้ไดอาน่า พริ้นซ์ ‘หลง’ อย่างนั้นเหรอ? โอ้ว~ เรื่องจริงเหรอเนี่ย! หรือว่าไดอาน่ากำลังแกล้งคุณอยู่

“ฉะ ฉันเหรอคะ?”

คุณถามออกไปเสียงสั่น เมื่อเห็นว่าไดอาน่ามองคุณไม่วางตา

“คุณนั่นแหละ”

เสียงที่มีเสน่ห์ของเธอเอ่ยขึ้น

“ฉันอยากปกป้องคุณมากกว่านี้ ฉันมีความสุขที่เห็นคุณยิ้ม และหัวเราะ เวลาที่ฉันเห็นคุณอยู่กับคนอื่น ฉันรู้สึกแย่มาก ฉันอยากให้คุณอยู่กับฉันแค่คนเดียว แล้วก็ยิ้มและหัวเราะกับฉันแค่คนเดียวเท่านั้น บางทีความคิดของฉันแบบนี้ก็แย่เหมือนกันนะคะ”

ไดอาน่ายิ้ม แต่คุณกำลังอึ้งอยู่ มันคือการสารภาพหรือเปล่านะ แต่คุณก็อ้ำอึ้งมาก แถมอาการหน้าร้อนของคุณก็ทวีคูณเพิ่มมากขึ้น

โอ้ พระเจ้า! ไดอาน่า พริ้นซ์ ผู้หญิงที่ฉันคิดว่าสูงส่งไม่อาจเอื้อมจะรู้สึกแบบนี้จริงๆ กับฉันอย่างนั้นเหรอ?

ฉันไม่ฝันไปใช่ไหม?

คุณแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนเพราะเขินอย่างหนัก

“ฉัน…ก็ เหมือนกัน…กับคุณไดอาน่า”

อาการใบ้กินกำเริบอีกครั้ง

“ฉัน…”

คำพูดของคุณกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากของไดอาน่าแตะลง เธอจูบคุณอีกครั้ง มันเป็นจูบที่อ่อนหวานและน่าหลงใหลเสมอ เธอถอนจูบออกจากคุณ แล้วเอื้อมมือมาจับที่ใบหน้าของคุณแผ่วเบา

“แค่นี้ฉันก็ดีใจมากแล้วที่ได้รู้ความรู้สึกที่คุณมีให้กับฉัน”

ไดอาน่ายิ้มอีกครั้ง คุณกับเธอมองหน้ากันราวกับตกอยู่ในภวังค์ ไดอาน่าเป็นคนทำลายความเงียบลง เธอมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ

“ฉันกำลังจะตกเครื่อง ต้องรีบกลับโรงแรมไปเก็บกระเป๋า”

“…คุณต้องรีบไปแล้วนะคะ”

ไดอาน่าพยักหน้าให้กับคุณ

“เดี๋ยวนะคะ”

เธอเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วเดินไปหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายของเธอ มันคือสร้อยข้อมือสีน้ำตาลเข้มที่ถักรอยเรียงอย่างสวยงาม เธอสวมมันให้กับคุณที่ข้อมือ

“สร้อยข้อมือนี้มันมีความหมายกับฉันมากนะคะ ฉันเอามันติดตัวมาด้วยจากเธมิส…”

ไดอาน่าหยุดพูดไป ราวกับว่าจะเรียบเรียงประโยคใหม่อีกครั้ง

“ฉันเอามันติดตัวมาด้วยจากบ้านเกิดน่ะค่ะ มันทำมาจากเถาวัลย์บนเกาะที่ฉันเคยอยู่ คุณดูแลมันให้ดีๆ นะคะ จนกว่าฉันจะกลับมาหาคุณอีกครั้ง”

“ค่ะ ฉันจะดูแลมันอย่างดี”

คุณให้สัญญาอย่างหนักแน่น ไดอาน่ายิ้มให้คุณอย่างขอบคุณ

“กลับมาครั้งหน้า ฉันจะทำให้ทุกอย่างชัดเจนค่ะ”

“…!”

คุณมัวแต่ตะลึงกับคำพูดนั้น และไดอาน่าเดินออกไปแล้ว คุณลืมที่จะกล่าวคำลาเธอ เพราะคำพูดชวนใจเต้นนั้น

‘กลับมาครั้งหน้า ฉันจะทำให้ทุกอย่างชัดเจนค่ะ’

มันคงมีความหมายเดียวแล้วล่ะที่คุณจะเข้าใจ

ไดอาน่าจะจริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้

คุณต้องฝันไปจริงๆ

คุณหยิกที่แขนตัวเอง ซึ่งมันเจ็บ และยืนยันความจริงได้เป็นอย่างดี คุณหยิบหมอนที่เตียงมาผังหน้าตัวเองลงไปด้วยความเขินอาย แต่คุณไม่รู้หรอกว่าไดอาน่ากำลังแอบยืนอยู่ที่ประตูห้องเห็นการกระทำนั้นของคุณทั้งหมด

เธอยิ้มอย่างมีความสุข แล้วเดินออกไป


คุณกลับมาทำงานได้อีกครั้ง ทุกคนในสำนักงานต่างยินดีและต้อนรับคุณกลับสำนักงานกันอย่างคึกคัก เพราะคุณรอดตายมาได้ถึงสองครั้งในเหตุการณ์แบบเดียวกัน คุณเกือบจะได้ฉายา ‘ตายยาก’ แล้ว ถ้าไม่มี วูฟ สุนัขจรจัดที่ชอบมาอยู่หน้าสำนักข่าวครองแชมป์อยู่ มันเป็นสุนัขที่ทางสำนักข่าวมอบชื่อให้มัน และสาเหตุที่มันครองแชมป์ก็เพราะ เทศกิจมาจับมันทุกครั้ง แต่มันก็หนีรอดไปได้ทุกครั้งไป แถมเกือบโดนรถทับแบนแต่ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิดทุกครั้ง ทุกคนในสำนักข่าวต่างยกให้มันเป็น ‘วูฟยอดสุนัขจรจัด’

“เป็นยังไงบ้าง?”

บอสผิวสีเดินเข้ามาทักคุณที่โต๊ะทำงาน

“ดีขึ้นมากเลยค่ะ ฉันกลับมาทำงานได้เต็มที่แล้ว”

“ก็ผมให้คุณพักตั้งสามวัน”

“…”

คุณพยักหน้า

“ถ้าทุกคนยอมเสี่ยงแบบคุณก็ดีนะ” เขาพึมพำ “แต่ไม่ดีกว่า ผมไม่อยากเสียนักข่าวมือดีไปครั้งละหลายๆ คน”

“…?”

คุณค่อนข้างงงกับคำพูดของเขา และมันก็คงอยู่อย่างนั้น เพราะกว่าคุณจะถามเขา เขาก็เดินออกไปจากโต๊ะคุณแล้ว

“ออกไปหาอะไรกินมื้อเที่ยงกัน”

ซิลวาล์โฉบมาที่โต๊ะทำงานของคุณทันทีที่บอสเดินจากไป

“ตลกแล้ว นี่เพิ่งสิบโมงเช้า”

“ขอคุยกับเธอ” เขามองรอบตัวราวกับระแวงอะไรสักอย่าง “มีเรื่องจะคุยด้วยเร็วๆ”

เขาฉุดแขนคุณเดินออกไปนอกระเบียงทันที แล้วปิดประตูกระจกด้านสำนักงานเข้ามาเพื่อไม่ให้ใครได้ยินบทสนทนาของเราสองคน

“มีอะไรของนาย”

“ฉันเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวไม่ได้อีกแล้ว จะอกแตกตาย”

เขามีท่าทีลนลาน

“เอาล่ะ ซิลวาล์นายจะเล่าให้ฉันฟังและฉันจะรับฟังนาย แต่ยกเว้นเรื่องนายติดหนี้ และร้อนเงิน เพราะฉันก็เอาตัวไม่รอดเรื่องนี้เหมือนกัน”

“เปล่า ไม่ใช่เรื่องนั้น”

คุณโล่งอก แล้วเขาเอ่ยปากเล่าต่อ

“เมื่อสามวันก่อนที่เธอเกือบจมน้ำตาย รู้ไหมว่าใครมาช่วยเธอ….”

“ตำรวจไง”

“ไม่ใช่ ยัยบื้อ อย่าขัด ฉันกำลังจะเล่า”

คุณโดนซิลวาล์เอ็ด ก็เขาอยากเล่าเรื่องเป็นประโยคคำถามทำไมกันล่ะ คุณก็นึกว่าซิลวาล์ถามคุณ “ตอนที่เธอโดนคนพวกนั้นผลักลงน้ำ ไม่ใช่ตำรวจที่มาช่วยทัน ตำรวจยังมาไม่ถึงด้วยซ้ำ”

“…?!”

“แน่นอนฮีโร่ที่เป็นข่าวอยู่ในนิวเจอร์ซี่ช่วยเธอเอาไว้ วันเดอร์วูแมน พระเจ้า! ฉันแทบไม่เชื่อตาตัวเองเลย”

“…!”

วันเดอร์วูแมน อย่างนั้นเหรอ?

จะบังเอิญเห็นพวกคุณได้ยังไงกันนะ

“เธอโผล่มาแล้วจัดการแก๊งนั้นพริบตาเดียว ฉันแทบมองไม่ทันเลย จากนั้นก็กระโดดลงไปช่วยเธอใต้น้ำ ฉันอยากจะถ่ายภาพไว้นะ แต่ก็นั่นแหละ กล้องพัง แล้ว…เธอไม่ตื่นเต้นบ้างเหรอ?”

เขาเห็นคุณนิ่งไปสักพัก จะว่าไปตอนที่คุณกำลังจะโดนพวกนั้นผลักตกน้ำก็เห็นลังไม้ลอยมากลางอากาศเหมือนกัน มนุษย์ธรรมดาไม่น่าจะทำอะไรแบบนั้นได้ คุณคิดว่าซิลวาล์พูดจริง

“เธอกำลังว่าฉันบ้าใช่ไหม?”

“เปล่า ฉันเชื่อนายนะ แต่แค่คาดไม่ถึงว่าจะเป็นวันเดอร์วูแมน แล้วทำไมนายถึงบอกคุณไดอาน่าว่าตำรวจมาช่วยไว้ทันล่ะ”

“อ่อ เรื่องนั้นน่ะ ฉันแกล้งพูดไปอย่างนั้นเองล่ะ เพราะฮีโร่ที่ช่วยชีวิตเราทั้งสองเธอสั่งห้ามไม่ให้บอกใครว่าเธอมาช่วย สงสัยเธอไม่อยากเป็นข่าวมั้ง ส่วนตำรวจน่ะมาทีหลัง”

“…?”

“ฉันได้คุยกับเธอด้วย ถึงแม้ว่าฉันจะได้แค่พยักหน้าก็ตามเถอะ ให้ตาย! ฉันได้คุยกับเธอตัวเป็นๆ เลย”

ซิลวาล์ดูตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง และคุณก็ปรับอารมณ์ไม่ทันเขาแล้วในตอนนี้

“นายควรจะสงบสติไว้สักนิดตอนนี้ โอเค?”

เขาพยักหน้า และสูดหายใจ ซิลวาล์มองคุณอีกครั้งเหมือนนึกบางอย่างออก

“อ่อ มีอยู่อีกอย่างที่ฉันสงสัย ตอนที่ช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำแล้วน่ะ วันเดอร์วูแมนดูจะเป็นห่วงเธอมากเลยนะ ฉันหมายถึง เหมือนกับว่าเป็นคนรู้จักกัน”

“หา?”

“ก็ลักษณะดูจะร้อนรนเป็นพิเศษ แถมเรียกชื่อเธอถูกด้วย แถมยังเป็นชื่อเล่นอีก นั่นแหละที่ฉันอึ้งล่ะ เป็นไปได้ไหมว่าคนที่รู้จักกับเธอจะแฝงตัวเป็นฮีโร่”

“…”

คุณทำท่าคิด แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก คนที่รู้จักกับคุณจะเป็นฮีโร่เนี่ยนะ มันค่อนข้างจะเว่อร์ไปหน่อย

“ฉันว่าไม่หรอกมั้ง ฉันยังไม่เจอใครที่มีลักษณะเหมือนฮีโร่เลย เพื่อนในสำนักข่าวก็คงไม่ใช่”

ซิลวาล์หัวเราะเห็นด้วยกับคุณ แต่มันก็น่าแปลกจริงๆ เรียกชื่อคุณด้วยเหรอ? อันนี้น่าสงสัยมากที่สุด

หรือว่าวันเดอร์วูแมนจะเป็นคนที่คุณรู้จักจริงๆ

ถ้าอย่างนั้นเป็นใครล่ะ?


ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์นับจากวันที่ไดอาน่ากลับฝรั่งเศส คุณทั้งเหงาและคิดถึงเธอเป็นอย่างมาก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คุณไม่เป็นอันทำงานทำการเสียทีเดียว เพราะไดอาน่าติดต่อคุณมาทุกคืนเสมอไม่ได้ขาด และคุณรู้สึกว่าไดอาน่าเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวของเธอให้คุณฟังเยอะมากขึ้น นั่นเป็นเรื่องดีสำหรับคุณ คุณรู้สึกดีที่ได้คุยกับเธอก่อนนอน

จากอาทิตย์ กลายเป็นเดือน การคุยกันถึงกิจวัตรประจำวันกลายเป็นเรื่องปกติ ส่วนใหญ่จะแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตในแบบของตัวเองมากกว่า คุณได้คุยกับไดอาน่ามากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดคุณก็รู้ลักษณะนิสัยจริงๆ ของไดอาน่า เธอค่อนข้างเป็นคนที่หัวโบราณ คุณอาจจะหมายถึง เธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าคุณตั้งสามคนรวมกันเสียอีก และอีกอย่างเธอชอบพูดถึงการดำเนินชีวิตในสมัยก่อนที่เธอชอบ เธอบอกว่ามันเรียบง่ายและค่อยเป็นค่อยไป ที่สำคัญเวลาคุณไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานครั้งใด ไดอาน่าจะเตือนคุณเสมอว่า ‘ห้ามกลับดึกนะคะ’ ‘ห้ามดื่มมากเกินไป ถ้าดื่มมากก็ให้เพื่อนมาส่ง’ และจบประโยคเหล่านั้นว่า ‘ถึงห้องแล้วบอกฉันด้วยนะคะ’ และด้วยแบบนี้ถึงทำให้คุณกลายเป็นคนเสพติดการรายงานชีวิตส่วนตัวให้ไดอาน่าฟังทุกครั้งที่ออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ลามไปถึงเวลาที่ออกไปทำงานเสี่ยงๆ

และวันนี้ก็เป็นทีของไดอาน่าบ้างแล้ว

“คุณไดอาน่ากำลังจะออกไปไหนคะ”

ภาพของไดอาน่าปรากฏบนหน้าจอโน๊ตบุ๊คบนโต๊ะทำงานของคุณภายในอพาร์ทเม้นท์ คุณติดต่อหาเธอเองเพราะวันนี้ไดอาน่าไม่ได้ติดต่อหาคุณจนคุณนึกสงสัยว่าเธอคงไม่ว่าง ซึ่งมันก็เป็นจริง วันนี้ไดอาน่าสวยมากกว่าครั้งไหนๆ เธอสวมชุดเดรสสีขาวประกายเงิน ผมสีดำขลับถูกรวบขึ้นอย่างเป็นระเบียบ และไดอาน่าแต่งหน้าจัดกว่าทุกครั้ง เลยทำให้ใบหน้าคมสวยนั้นดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก มันทำให้คุณต้องอ้าปากค้าง

“งานเลี้ยงเปิดประมูลภาพเก่าแก่ค่ะ”

“คุณดูแปลกตา ฉันหมายถึงดูดีน่ะค่ะ”

“ฉันรู้ค่ะ เพราะดูจากที่คุณจ้องฉันไม่ละสายตา”

ไดอาน่าพูดพร้อมกับยิ้มเอียงคอมองคุณ เธอยังคงน่ารักไม่เปลี่ยนแม้อยู่ในลุคเซ็กซี่

คุณเท้าคางมองเธอและเริ่มแซว

“เดรสคุณสั้นไหมคะ ยืนให้ฉันดูหน่อยซิ”

ไดอาน่าหัวเราะแต่ก็ยืนขึ้นให้คุณเห็นอย่างว่าง่าย

“มันสั้นเกินไปนะคะ”

คุณแกล้งตีเสียงเข้ม เหมือนที่ไดอาน่าทำกับคุณเมื่อไม่นานมานี้ คุณไปงานเลี้ยงวันเกิดบอส ไดอาน่าบอกว่ามันสั้นเกินไป เธอไล่ให้คุณไปเปลี่ยนแทบจะทันที

“สั้นเหรอคะ ฉันว่าไม่น่าจะนะคะ เลยเข่าขึ้นมานิดเดียวเอง”

เธอมองชุดเดรสที่แสนจะดูดีนั้นราวกับไม่มั่นใจ ตอนนั่นแหละที่คุณอดขำพรืดออกมาไม่ได้

“ฉันพูดเล่นค่ะ มันไม่สั้นเลย”

“จริงๆ เลย”

ไดอาน่าหรี่ตามองคุณประมาณว่า ‘ฝากไว้ก่อนเถอะ

“แล้วคุณไดอาน่าจะกลับตอนไหนคะ”

“เที่ยงคืนค่ะ”

ไดอาน่านั่งลงใส่ต่างหูเพชรสีเงิน

คุณรู้สึกว่าไดอาน่าสวยมาก คุณมองเธอเพลินเหมือนทุกๆ ครั้ง และคุณไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้มองดูไดอาน่าในอิริยาบถแต่งกายแบบนี้มาก่อน อาจจะเป็นเพราะเธอไว้ใจคุณก็ได้

“คุณมองฉันอีกแล้วนะคะ”

“ก็คุณไดอาน่าสวยออกขนาดนี้”

คุณพูดไปแบบไม่ได้คิดอะไร ไดอาน่ามองอะไรสักอย่างเลยหน้าจอไป แล้วกลับมามองคุณที่หน้าจออีกครั้ง

คุณหลงใหลในแววตาของไดอาน่าทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน

“คุณสัญญากับฉันได้ไหมคะว่าจะพูดกับฉันแบบนี้แค่คนเดียว”

“…?!”

น้ำเสียงและแววตาที่แสนจะดูดีนั้นทำให้คุณพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว คุณละสายตาออกจากหน้าจอ หันกลับไปมองปากกาที่อยู่บนโต๊ะตัวเองเสียอย่างนั้น ไดอาน่าทำให้คุณเขินเสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ

“คุณยังไม่สัญญาเลย”

เธอโน้มหน้าเข้ามาใกล้หน้าจอจนคุณชะงักนิดหน่อย ราวกับว่าไดอาน่าจะทะลุออกจากหน้าจอนั้น

“คุณจะไปงานเลี้ยงสายนะคะ”

คุณหัวเราะแก้เก้อเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่ค่ะ จนกว่าคุณจะตอบ”

“…!”

เสียงนั้นดูอ่อนโยน และก็ดูเจ้าเล่ห์ในคราวเดียวกัน คุณอ้ำอึ้งพูดไม่ออก แต่ก็ค่อยๆ พยักหน้า

หวังว่าไดอาน่าจะไม่เค้นเอาคำตอบจากฉันนะ แค่นี้ก็เขินมากอยู่แล้ว

คุณคิดในใจ

และคุณโล่งอกที่ไดอาน่าแค่ยิ้ม ไม่ได้เค้นเอาคำตอบที่จะทำให้คุณเขินอย่างที่คุณเข้าใจ

“คุณสัญญากับฉันแล้ว” เธอพูด “ฉันอยากจะขออะไรคุณอีกสักเรื่องได้ไหมคะ?”

คุณพยักหน้าเร็วเกินไปจนไดอาน่าอดยิ้มให้อีกครั้งไม่ได้

“คุณไม่ควรเรียกฉันว่า คุณไดอาน่า ฉันอยากให้คุณเรียกฉันว่า ไดอาน่า เฉยๆ ได้ไหมคะ?”

“ดะ ได้ซิคะ งั้นคุณก็ไม่ควรเติมคำว่า คุณ หน้าชื่อของฉันเหมือนกัน แค่นี้เราก็เสมอกันแล้ว”

คุณพูดติดตลก เธอพยักหน้าเห็นด้วยกับคุณ

“ฉันต้องไปแล้ว ถึงแม้ไม่อยากไปก็ตาม ฉันอยากคุยกับคุณมากกว่า”

“คุณต้องไปซิคะ เดี๋ยวจะโดนว่าเอาได้นะ”

เธอยิ้ม

“ฉันรู้ ถ้าเลือกได้ฉันก็อยากไปหาคุณมากกว่า”

“ฉันก็อยากให้คุณทำอย่างนั้นเหมือนกัน”

คุณพึมพำ ไดอาน่าทำท่าเงี่ยหูฟังเพราะเธอไม่ได้ยิน

“คุณพูดอะไรนะคะ?”

“อ่อ…ฉันบอกว่าคุณต้องรีบไปแล้ว”

เธอพยักหน้า

“ขอให้สนุกกับงานนะคะ”

ไดอาน่าขานรับคุณแล้วหน้าจอก็ตัดไป แต่คุณยังคงยิ้มให้กับคำพูดและใบหน้าที่งดงามของไดอาน่า คุณจับความรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ในครั้งนี้กำลังจะงอกเงยขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง


หลายวันต่อมาคุณได้รับรายงานว่าแก๊งโจรบุกเข้าปล้นเพชรราคาหลายร้อยล้านในงานเลี้ยงประมูลเพชรของเศรษฐีชื่อดังในนิวเจอร์ซี่ย์ คุณวิ่งมาถึงได้ไม่นานตำรวจหลายนายก็จับตัวพวกโจรออกมากันหมดแล้ว พวกเขาเป็นชายสามกับหญิงอีกหนึ่งคน คุณมองดูคนพวกนั้นผ่านตาไป พร้อมกับเดินเข้าไปในงาน ทุกอย่างพังระเนระนาดหมด คุณมองอาหารหรูหรา และการตกแต่งงานที่ดูดีมากอย่างแสนเสียดาย พวกเขาหมดเงินไปมหาศาลแต่โดนโจรเข้ามาพังงานล่มไม่เป็นท่า บางทีคุณก็เห็นใจคนรวยพวกนี้

คุณคิดว่าคงจะได้เจอนักสืบเดวี่ส์ ทอมป์สัน แต่เปล่าเลย วันนี้คุณเจอนักสืบอเล็กซ์ ทอมป์สัน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ผู้กองทอป์สันหวงนักหวงหนาว่าคุณจะหว่านเสน่ห์ใส่เขา

“นักสืบทอมป์สัน”

คุณเอ่ยทักเขาและแปลกใจอยู่หน่อยๆ

“ไง”

เขาทักคุณอย่างสดใสเช่นเคย แน่นอน เขาเป็นคนที่นิสัยดีมากคนหนึ่ง

“ทำไมวันนี้ฉันได้เจอคุณคะ นักสืบทอมป์สัน”

“พ่อมีเรื่องด่วนน่ะ เลยส่งผมมาแทน”

คุณพยักหน้า ไม่ถามอะไรซอกแซกเขาอีก

“ก็อย่างที่เห็นพวกนี้กะมาโจรกรรม แต่ก็ไปไม่รอด”

เขาสรุปสั้นๆ เพราะรู้ว่าคุณรู้เรื่องแล้ว และพูดต่อ

“ไม่มีวี่แววฮีโร่ ตำรวจคงต้องตั้งใจทำงานมากกว่านี้”

“…”

“เราจะหวังพึ่งฮีโร่ที่มาปรากฏตัวในเดือนที่แล้วไม่ได้หรอก”

เขาถอนหายใจ ตำรวจคงหวังพึ่งฮีโร่แต่สุดท้ายคงไม่มา เหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนคงจะทำให้ตำรวจใจชื้นขึ้นมาที่มีฮีโร่มาปรากฏตัวช่วยเหลือ จะว่าไปคุณก็เห็นด้วยกับคำพูดของนักสืบทอมป์สัน ‘เราจะหวังเพิ่งฮีโร่ที่มาปรากฏตัวในเดือนที่แล้วไม่ได้หรอก’ บางทีฮีโร่เหล่านั้นก็ไม่สามารถช่วยเราได้เสมอไป คุณไม่ได้โกรธนะ แต่เข้าใจหัวอกของฮีโร่ต่างหาก ก็เหมือนกับเรานี่แหละที่ทำอย่างอื่นพร้อมๆ กันในเวลาเดียวไม่ได้ คุณคิดว่าฮีโร่เหล่านั้นคือบุคคลตัวอย่างเขาอุตส่าห์สละเวลาอันมีค่าในชีวิตประจำวันของเขาเพื่อมาช่วยปกป้องคนที่อ่อนแออย่างเราๆ แน่ล่ะ คุณเข้าข้างฮีโร่ และอเล็กซ์ ทอมป์สัน ก็เช่นเดียวกัน

“ช่วงนี้ผมไม่ได้เจอคุณเลยนะ” เขาเปลี่ยนเรื่อง “แต่ได้ข่าวว่าคุณซวยอีกครั้ง”

“…”

คุณหัวเราะแทนคำตอบ

“คราวนี้เป็นตำรวจช่วยเอาไว้ซินะ ไม่เหมือนกับคราวที่แล้ว คนที่ช่วยคุณเป็นผู้หญิง”

“…!?”

คราวนั้น?

คุณรู้สึกงุนงงกับคำพูดของนักสืบหนุ่ม

“อะไรนะคะ?! คุณรู้ได้ยังไง ไหนคุณบอกกับฉันว่าไม่ทันได้มองไงคะ ว่าคนที่ช่วยฉันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”

คุณจำได้แค่ว่าก่อนที่ตำรวจจะบุกขึ้นมาบนเรือ นักสืบทอมป์สันก็อยู่ด้วย เขายังใจดีอุตส่าห์มาเยี่ยมคุณถึงโรงพยาบาลอีกต่างหาก

“ผะ ผมบอกคุณไปอย่างนั้นเหรอ? อ่อ นั่นซินะ”

เขาดูเหมือนกับว่าเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก

“เธอเป็นคนช่วยคุณขึ้นมาจากน้ำ แล้วก็มาเยี่ยมคุณที่โรงพยาบาลด้วยนะ แต่เธอดูเศร้าๆ ตอนเดินสวนทางกับผมออกจากห้องของคุณ และเธอก็ขอร้องไม่ให้ผมบอกคุณว่าเธอเป็นคนช่วยชีวิตคุณในครั้งนั้น จะว่าไปผมก็ถามชื่อเธอนะ แต่เธอไม่ยอมบอก”

“…!”

“ผมไม่ได้บอกคุณซินะ ตั้งสองปีมาแล้วผมนึกว่าบอกคุณแล้วเสียอีก”

“ฉะ ฉันจำ ผู้หญิง…คนนั้นไม่เห็นจะได้เลย”

นักสืบทอมป์สันมองคุณอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คุณก็มองเขากลับอย่างไม่เชื่อหูตัวเองเช่นกันว่า อเล็กซ์ ทอมป์สัน จะเป็นคนกุมของขวัญสุดวิเศษให้กับคุณในเวลานี้

“ผมเคยบอกคุณว่าผมปลอมตัวขึ้นเรือนั้นไปด้วย เพื่อสืบเรื่องขนเพชรเถื่อน แล้วก็บังเอิญเห็นคุณอยู่กับเธอ ดูสนิทกันมากเลยนะ”

ฉันอยู่กับเธอด้วยอย่างนั้นน่ะเหรอ?

คุณทั้งอึ้ง แล้วก็ทึ่งกับความจริงเพียงเสี้ยวหนึ่งในครั้งนี้ ต้องเป็นคนที่คุณรู้สึกว่าสำคัญแน่ๆ คุณยังรู้สึกได้ว่าคนที่ลืมต้องเป็นคนสำคัญสำหรับคุณในครั้งนั้น เรื่องนี้มันค้างคาใจคุณมาตลอด คุณไม่กล้าที่จะค้นหาความจริง เพราะกลัวจะนึกถึงเหตุการณ์เสี่ยงตายในครั้งนั้น ใต้น้ำที่มีแต่ความมืดและเหน็บหนาว คุณกลัวมันจริงๆ ความรู้สึกนี้ทำให้คุณปิดกั้นที่จะค้นหาความจริง คุณกลายเป็นคนขี้ขลาด แต่เมื่อได้รู้จากปากของนักสืบทอมป์สันยิ่งอยากให้คุณกระตือรือร้นที่จะค้นหาความจริง เพราะเธอคนนั้นให้ชีวิตคุณ เธอช่วยให้คุณมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ คุณเป็นหนี้บุญคุณเธอ และคุณจะต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใคร

“คุณพอจะจำหน้าของเธอได้ไหมคะ คนที่ช่วยฉันขึ้นมาจากน้ำ”

“แน่นอนซิ ทำไมจะจำไม่ได้ ก็เธอสวยเกินมนุษย์ขนาดนั้น”

“คุณช่วยอะไรฉันได้ไหมคะ?”

“ถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรงน่ะนะ” เขามองดูคุณพลางครุ่นคิดไปด้วย “ว่าแต่คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ เรื่องที่คุณจำอะไรไม่ได้”

“ฉันจะล้อคุณเล่นได้ยังไงคะ”

ด้วยคุณมีสีหน้าที่จริงจัง เขาเองก็พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

“คุณจะให้ผมช่วยอะไร?”

“ฉันอยากดูภาพจากกล้องวงจรปิดของเรือหรือของโรงพยาบาลในวันเกิดเหตุ”

เขาเข้าใจแผนการคุณทันที

“คุณอยากจะให้ผมชี้ตัวเธอใช่ไหม”

“ค่ะ และฉันเองก็อยากดูด้วยตาตัวเองด้วย”

“ตกลง ผมยินดีจะช่วยคุณ”

“ขอบคุณมาเลยนะคะ ถ้าไม่ได้คุณช่วยฉันคง…”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ผมรู้จักคุณดี ถ้าผมไม่ช่วยยังไงคุณก็หาทางทำเองได้ แต่ถ้าผมช่วยเรื่องมันจะเร็วกว่านะ”

เขายิ้มให้คุณ และคุณก็มองเขาอย่างขอบคุณอีกครั้ง สักวันคุณอาจจะได้ตอบแทนเขา


ไม่นานหลังจากวันที่คุณขอความช่วยเหลือจากนักสืบอเล็กซ์ ทอมป์สัน เขาก็สามารถให้คำตอบคุณได้ เขาเรียกพบคุณให้มาที่สถานีตำรวจทันที ซึ่งคุณที่รอมาเกือบอาทิตย์ก็รีบไปพบเขาอย่างเร่งด่วน คุณเดินสวนนักสืบทอมป์สันไปอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าสถานีตำรวจ เขาตะโกนไล่หลังคุณ

“จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอ?!”

เขาพยายามกวนโทสะคุณทุกครั้งที่เจอหน้า คุณหยุดและหมุนตัวเดินไปหาเขา

“สวัสดียามเย็นค่ะ นักสืบทอมป์สัน”

แล้วคุณก็เดินออกไปจากเขามุ่งตรงไปยังสถานที่ทำงานของบรรดานักสืบที่ประจำอยู่ที่โต๊ะนับสิบ และคุณมุ่งตรงไปที่โต๊ะของนักสืบอเล็กซ์ ทอมป์สัน

“เฮ้ยๆ”

นักสืบทอมป์สันผู้พ่อเดินตามหลังคุณมาติดๆ เขาไม่แปลกใจที่เห็นคุณมาสถานีตำรวจ เพราะคุณมาที่นี่เหมือนนักข่าวสำนักข่าวอื่นๆ ประจำอยู่แล้ว แต่เขาแปลกใจที่เห็นว่าคุณมุ่งหน้าไปที่โต๊ะลูกชายของเขา ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ต่างหาก

“ไม่ได้นะนักสืบทอมป์สัน คนนี้ห้ามเดตด้วย”

“พ่อ นี่พ่อกำลังเข้าใจผิดนะครับ”

เขากระซิบเสียงเบา คุณแสร้งยิ้มหวานให้กับความหวงลูกเกินความจำเป็นของเขา

“เธอมาขอความช่วยเหลือจากผม และผมก็รับปากว่าจะช่วย”

“แค่นั้นแน่นะ”

เขาย้ำกับลูกชายเสียงเข้มแล้วมองสลับกับคุณ

“แค่นั้นแน่นอนค่ะ”

คุณตอบแทนนักสืบหนุ่มที่ส่ายหน้าเอือมกับพฤติกรรมของผู้เป็นพ่อ เมื่อได้คำตอบที่น่าพอใจแล้วนักสืบทอมป์สันก็หันหลังเดินจากไป

“เขาดูห่วงคุณมากเลยนะคะ แล้วอีกอย่างเขาไม่ชอบนักข่าวด้วย”

“เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ อันที่จริงเขาไม่ชอบผู้หญิงอาชีพไหนเลยด้วยซ้ำ”

นักสืบทอมป์สันพูดก่อนจะชี้ไปที่นักสืบหญิงผมสีบลอนด์คนหนึ่ง อยู่ถัดไปข้างหน้าเขาประมาณสามโต๊ะได้ เธอหน้าตาดูดีเลยทีเดียว

“นักสืบชอว์ ผมหมายตาเอาไว้ พอพ่อผมรู้ก็ออกปากเตือนเธอห้ามให้ยุ่งกับผม”

“แล้วนักสืบชอว์ว่ายังไงบ้างคะ?”

“เธอไม่สนใจหรอก แต่ผมก็ตามจีบเธอทุกวัน กำลังจะใจอ่อนเร็วๆ นี้แล้วด้วย”

“ดีใจด้วยนะคะ”

คุณยินดีด้วยกับความสำเร็จอันใกล้ของเขา

“เข้าเรื่องของเธอกันเถอะ”

นักสืบทอมป์สันหันมาสนใจโน๊ตบุ๊คของตัวเองที่วางบนโต๊ะทำงาน และอธิบายให้คุณฟังคร่าวๆ

“วันนั้นกล้องวงจรปิดที่เรือใช้การไม่ได้ อย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ เป็นฝีมือพวกลอบขนเพชรเถื่อน แต่ก็โชคดีมากที่โรงพยาบาลยังเก็บภาพข้อมูลเมื่อสองปีเอาไว้อยู่ ดูซิ”

เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วให้คุณลงไปนั่งแทน จากนั้นก็กด เล่น วิดีโอ

ภาพวิดีโอจากโน๊ตบุ๊คเคลื่อนไหว พร้อมด้วยใจของคุณที่เต้นรัว คุณรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอกับผู้หญิงคนที่ช่วยชีวิตคุณไว้ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ภาพในวิดีโอตรงหน้านี้ตาม ในวิดีโอเป็นกล้องมุมสูงของทางเดินทอดยาว ซึ่งเต็มไปด้วยพยาบาล ผู้ป่วย แล้วก็คนอื่นๆ เดินสวนกันไปมา

ผ่านไปไม่ถึงสามวินาที นักสืบทอมป์สันก็พูดขึ้น

“สังเกตผู้หญิงที่กำลังจะเดินมาที่มุมขวาทางนั้นนะ”

คุณเงียบ จิตใจของคุณจดจ่ออยู่กับมุมทางเดินนั้นราวกับกลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะหายไปเมื่อคุณกะพริบตา หรือละสายตาจากตรงนั้น

“มาแล้ว”

เสียงหัวใจของคุณเต้นโครมคราม

มุมทางเดินปรากฏหญิงสาวร่างสูง เธอเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนรูปลักษณ์ของเธอชัดเจนขึ้นเมื่อเข้าใกล้กล้องเรื่อยๆ

“…!”

เหมือนกับภาพทุกอย่างหยุดนิ่ง โลกทั้งใบหยุดหมุน เสียงทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในหูของคุณดับวูบ

คุณรู้สึกว่าตัวเองหน้ามืด

คุณไม่มีทางลืมเธอไปได้ เธอคือเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลสว่าง เธอคือเจ้าของใบหน้าคมสวยราวกับรูปสลัก และเธออาจจะเป็นเจ้าของหัวใจของคุณ คุณรู้จักผู้หญิงที่อยู่ในวิดีโอเป็นอย่างดี

ไดอาน่า พริ้นซ์

คุณอึ้งตกอยู่ในภวังค์พูดไม่ออกอยู่ร่วมหลายนาที คอยสังเกตดูพฤติกรรมของเธอคนนั้น เมื่อเดินเข้าไปในห้องของคุณ ไม่ถึงสิบนาทีไดอาน่าก็เดินออกมาจากห้อง เธอยืนพิงประตูอยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ไดอาน่าดูเศร้ามากจริงๆ

ภาพดำเนินไปเรื่อยๆ นักสืบทอมป์สันเดินเข้ามาอย่างที่เขาพูดเอาไว้จริงๆ เขาหยุดมองและคุยกับไดอาน่า ทั้งสองคุยกันสักพัก นักสืบทอมป์สันพยักหน้า ดูเหมือนว่าเขาคงยอมรับคำขอของไดอาน่า คำขอที่อยากจะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ เธอไม่อยากให้คุณรู้ว่าเธอเป็นคนช่วยชีวิตคุณ

นักสืบทอมป์สันกด หยุด เมื่อภาพจบลงที่ทั้งสองคนแยกกันเดินจากไป ไดอาน่าเดินออกไปจากทางเดินมุมที่เคยเดินเข้ามา ส่วนนักสืบทอมป์สันเดินเข้าไปในห้องของคุณ

“คุณรู้จักเธอใช่ไหม?”

คุณยังคงมองหน้าจอที่โดนกดปุ่มหยุดค้างเอาไว้ ปล่อยให้คำถามนั้นผ่านหูออกไป

“คุณโอเคใช่ไหมเนี่ย”

เขาเรียกคุณอีกครั้ง เขาแทบจะเขย่าเรียกสติคุณด้วยซ้ำ แต่คุณพูดบางอย่างขึ้นมาก่อน

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ”

คุณลุกพรวดจากเก้าอี้กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากตรงนั้นด้วยความสับสน คุณไม่รอให้นักสืบทอมป์สันร้องเรียกชื่อคุณอีกเป็นครั้งที่สาม คุณขึ้นมานั่งบนรถแล้วข่มหลับตาแน่น คุณสับสน อึ้ง และงุนงงไปพร้อมๆ กัน ในสมองของคุณตอนนี้เต็มไปด้วยคำถาม

ทำไมไดอาน่าถึงต้องทำแบบนั้น?

ทำไมตลอดเวลาเธอถึงไม่ยอมบอกอะไรคุณเลย?

ไดอาน่าหายไปไหนสองปีจากคุณ และเธอกลับมาที่นี่อีกทำไม?

เหล่านั้นคือคำถามที่คุณจะต้องถามไดอาน่า แต่มันติดอยู่ที่ว่าเมื่อไหร่คุณจะพร้อมสำหรับคำถามพวกนั้นต่างหาก


คุณใช้ชีวิตแบบไม่เข้าใจตัวเองมาสี่วันแล้ว คุณไม่ติดต่อไดอาน่ามาเกือบสี่วันแล้วเช่นกัน คุณปฏิเสธข้อความจากเธอ ทุกเสียงเรียกเข้าในมือถือ และออนไลน์ทางโน๊ตบุ๊ค คุณรู้ตัวว่ายังไม่พร้อมที่จะพูดหรือเจอหน้าไดอาน่าในเร็ววัน คุณรู้สึกกลัวและอ่อนแอ แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ปล่อยเรื่องนี้เอาไว้ไม่ได้ ในช่วงเวลาวันหยุดที่กำลังจะหมดลงของคุณยามเย็นเข้ามาแทนที่ คุณนอนเกลือกกลิ้งสับสนตัวเอง และมองดูสร้อยข้อมือที่ไดอาน่ามอบให้คุณทุกครั้งที่นึกถึง มันพาลให้คุณเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที คุณตัดสินใจว่าต้องถามไดอาน่าเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนให้ได้ สักวันที่คุณพร้อม

ฉันต้องพร้อมสักวันล่ะน่า!

คุณตะโกนลั่นในใจ

คุณกำลังให้กำลังใจตัวเอง แต่เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น คุณจำได้ว่าไม่ได้สั่งอาหารเย็นในวันนี้ เอ๋? หรือว่าคุณจะเป็นคนสั่งกันนะ คุณหยุดความคิดในหัวและเดินออกไปเปิดประตูทันที

“…!”

คุณตกตะลึงนิ่งข้างไปพักใหญ่ เมื่อคนตรงหน้าไม่ใช่คนส่งอาหาร หรือเพื่อนบ้านที่แสนน่ารักอย่างบิลล์ แต่เป็นคนอื่น คนที่คุณยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าเลย

ไดอาน่า พริ้นซ์

เจ้าของใบหน้าคมสวยดูร้อนใจ แต่เมื่อคุณเปิดประตูออกมาประจันหน้ากับเธอได้สักพัก ใบหน้าของเธอก็ดูโล่งอกขึ้นมา แต่ก็เจือไปด้วยความกังวลเล็กน้อย

“คุณขาดการติดต่อกับฉันตั้งสี่วัน ฉันพยายามติดต่อคุณทุกช่องทางนะคะ ฉันเป็นห่วงคุณมากเลย นึกว่าคุณจะเป็นอะไรไปแล้ว”

เธอเดินผ่านคุณเข้ามาในห้องโดยที่ไม่สนว่าคุณจะเอ่ยเชิญเธอเข้ามาหรือไม่

“ฉันโทรหาเอมิลี่ เธอก็บอกว่าคุณสบายดี ไม่ได้เป็นอะไร แต่ถึงยังงั้นก็ทำให้ฉันใจเสียอยู่ดี”

“…”

คุณเงียบ ปิดประตูห้องเข้ามา คุณไม่พูดไม่จากับไดอาน่า แถมยังไม่กล้าสบตาเธออีกต่างหาก คุณทึ่งในความมั่นคงของไดอาน่ามาก เธออุตส่าห์บินมาจากฝรั่งเศสเพื่อมาหาคุณ แต่คุณจะทำตัวอย่างนี้กับเธองั้นเหรอ?

“คุณเป็นอะไรไปคะ?”

ในที่สุดไดอาน่าก็สะกิดใจแปลกขึ้นมาได้ เมื่อเห็นท่าทีนั้นของคุณ เธอเดินเข้ามาใกล้ๆ คุณ

วินาทีนั้นคุณตัดสินใจพูดออกไป

“คุณพริ้นซ์”

“…?”

เธอยิ่งประหลาดใจเข้าไปอีกเมื่อได้ยินคุณเรียกชื่อแบบทางการ และดูห่างเหิน เธอมองคุณด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ

“คุณเป็นใครกันแน่”

“…!”

คราวนี้ไดอาน่าชะงักไป ดวงตาของเธอวูบไหวคาดไม่ถึงกับสิ่งที่คุณกำลังจะพูด แต่ในใบหน้าที่คาดไม่ถึงนั้นราวกับว่าเธอก็เตรียมรับมือกับเหตุการณ์นี้แล้วเหมือนกัน

“คุณพรินซ์คะ เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าคะ?”

คุณถามเธอประโยคเดียวกันเหมือนกับวันที่ได้เจอไดอาน่าครั้งแรกเมื่อเดือนก่อน คุณอยากรู้ อยากรู้เหลือเกินว่าไดอาน่าจะตอบคุณว่ายังไง

ไดอาน่ามองคุณด้วยแววตาที่จริงจัง หากแต่ว่าอ่อนโยน

“ถ้าคุณเชื่อในบางสิ่ง ฉันคิดว่าตอนนี้คุณจำฉันได้แล้ว”

เธออยู่ใกล้คุณแค่ลมหายใจรินรดใบหน้าเธอเข้ามาใกล้คุณมาก

“คุณเป็นคนช่วยชีวิตของฉันในวันนั้น เมื่อสองปีก่อน บนเรือนั่น ฉันจำคุณไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่คุณ คุณจำฉันได้แล้วจากฉันไปตั้งสองปี แล้วตอนนี้…ตอนนี้คุณกลับมาหาฉัน ทำไม?”

คุณพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เมื่อหน้าผากของไดอาน่าแตะกับส่วนเดียวกันของคุณ ไดอาน่าใช้มือเช็ดน้ำตาของคุณ คุณแทบไม่รู้เลยว่ามันร่วงหล่นลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มือที่แข็งแรงของไดอาน่ากุมใบหน้าของคุณเอาไว้อย่างทะนุถนอม เธอผละออกและมองหน้าคุณ เธอแค่มองคุณอยู่อย่างนั้น เงียบไปสักพักหนึ่ง

“ทำไมคะ ทำไม?”

คุณจับได้ว่าไดอาน่าหลบตาคุณ คุณเลยเป็นฝ่ายจับใบหน้าคมสวยให้มองหน้าคุณ

“ฉัน…”

“….”

“เพราะว่าฉัน…รักคุณมากเกินไป”

น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้พูดออกมาในที่สุด

“ฉันรักคุณ”

“…!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #19 TY_TAE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:34
    รอค่าาา
    #19
    0
  2. #18 Sungko_ss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:16
    รอๆๆ สนุกมากคะ อินสุดๆอะ
    #18
    0
  3. #17 • CHOCOLATE • (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:11
    อยากอ่านต่อแล้วง่าาาาาาาาาา
    กำลังอิน
    #17
    0
  4. #16 ConCnoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:46
    อ๊ากกกกก อยากกกอ่านต่อ ชอบมากกกกก โคตรลุ้นเลย
    #16
    0