[YURI] BELIEVE IN (Diana Prince x Reader)

ตอนที่ 3 : CHAPTER TWO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    15 ม.ค. 64

วันนี้คุณสายมากแล้ว สายมากสำหรับการลุกขึ้นไปทำงานตอนเช้า มันเป็นเช้าที่สดใสสำหรับทุกคน แต่ไม่ใช่กับคุณ คุณเจอกับศึกหนักรถติดเมื่อเช้าเพราะตื่นสาย และตอนนี้คุณมาถึงเวลาเข้างานพอดีเป๊ะไม่ขาดไม่เกิน บอสกำลังสั่งงานนักข่าวสายงานอื่นๆ คนพวกนั้นยืนรอรับงานจากบอสอยู่

คุณเดินเร็วๆ เข้าไปในห้องทำงานใหญ่ของบอส เขามองเห็นคุณแทบจะทันที แล้วทำหน้าอยากจะตะโกนด่าคุณตั้งแต่เห็นคุณก้าวเข้ามาในนั้น คุณรู้สึกถึงหายนะ เพื่อนๆ นักข่าวที่อยู่ตรงนั้นทั้งหมดมองมาที่คุณ เขาไม่ได้มองด้วยแววตาตำหนิ แต่มองคุณด้วยความสงสารมากกว่า ใครๆ ก็รู้ว่าบอส

ของสำนักข่าวเดลี่มาร์เวลลัสนั้นจู้จี้จุกจิกแค่ไหน

ฉันโดนเทศน์ยับแน่

คุณคิด

“ฉันขอโทษค่ะบอสที่มาสาย”

เสียงของคุณเบามาก และจะเบามากถ้ารู้สึกผิด และคุณรู้ว่าบอสอาจจะได้ยิน เพราะเขาทำท่าเงี่ยหูฟังประชดคุณอยู่

“คุณมาสาย ที่นี่ตรงต่อเวลา และคุณต้องมาก่อนเวลา คุณก็รู้เรื่องนี้ดี”

“ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ อาการปวดหัวของฉันเล่นงานหนักทีเดียว”

คุณโกหกเขาไป แหงล่ะ เมื่อคืนหลังจากที่ไดอาน่ากลับไป คุณเอาแต่คิดเรื่องที่เธอทำกับคุณและคำพูดของเธอก็ดังก้องหูอยู่ไม่มีท่าทีจะหยุดง่ายๆ

“แล้วถ้าไม่ใช่เพื่อนละคะ ทำอะไรกันแบบนี้ได้หรือเปล่า?”

หลังจากที่ไดอาน่าพูดคำนี้กับคุณ คุณก็เกิดอาการน้ำท่วมปากครั้งใหญ่ คุณไม่ได้ตอบเธอ แค่จ้องตาของไดอาน่านิ่ง เหมือนกับตะลึงค้าง แล้วก็หัวเราะตัดบทสนทนาหน้าตาเฉย คุณเขิน แน่ล่ะ เป็นใครจะไม่รู้สึกแบบนั้นกัน แล้วเรื่องนี้ก็ลามไปถึงตอนที่คุณนอน เวลาคุณข่มตาหลับก็เห็นแต่ใบหน้าของไดอาน่าลอยวนไปมาในหัว แถมยังสัมผัสริมฝีปากของตัวเองทุกครั้งที่ลืมตาตื่น คุณนึกว่าตัวเองฝันไป แต่มันคือเรื่องจริง ไดอาน่าจูบคุณ แต่มันก็แค่แตะ คุณสาบานได้แค่แตะ มันเรียกว่าจูบเหรอ? หรือมันอาจจะใช่

มันไม่ใช่หรอกน่า!

“มันไม่ใช่หรอกน่า”

คุณเผลอพูดเสียงดังไป ทำให้ทุกคนหันมามองคุณอีกครั้งเป็นตาเดียว บางทีพวกเขาคงคิดว่าคุณปวดหัวแล้วมีอาการบ้าทางจิตเข้ามาแทรกก็ได้

“เอาล่ะๆ ทุกคนแยกไปทำงานได้ ผมขอคุณกับคุณเป็นการส่วนตัว”

บอสหันไปสั่งทุกคน ยกเว้นคุณเอาไว้คนหนึ่ง ทุกคนเริ่มหลั่งไหลเดินออกไป ซิลวาล์ชูมือท่า สู้ๆ ให้คุณ คุณพยักหน้ารับส่งๆ

“บอสคะ คือว่าฉัน…”

“พอแล้วๆ ผมเว้นให้คุณวันหนึ่งแล้วกัน เพราะข่าวปล้นธนาคารของคุณส่งทันเวลา และเป็นที่น่าพอใจของผู้อ่านมากในเว็บไซต์ ครั้งนี้ผมจะแกล้งทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน”

“…!”

คุณแทบจะโห่ร้องออกมา แต่ต้องรักษาอาการไม่งามนั้นไว้

“เรื่องคันธนูประหลาดของคุณที่ให้ไปตามถึงไหนแล้ว?”

คุณมีสีหน้าห่อเหี่ยวใจเล็กน้อย

นี่กะจะให้ฉันดีใจไม่ถึงสามวิเลยหรือไงกันนะ?

“ทีมงานภัณฑารักษ์กำลังตรวจสอบอยู่ค่ะ คาดว่าพรุ่งนี้…”

“อะไรกัน ไหนคุณบอกว่าภัณฑารักษ์เป็นผู้เชี่ยวชาญจากลูฟวร์ แล้วนี่จะตรวจสอบวิเคราะห์อะไรกันนักหนา”

“บอสคะ บางอย่างก็ต้องใช้เวลาบ้างนะคะ”

“อ๋อ เดี๋ยวนี้คุณเถียงผมแล้วเหรอ คุณก็เถียงผมทุกครั้งอยู่แล้วนี่”

“…”

คุณได้แต่อ้าปากค้าง อยากพูดสวนกลับแต่ก็เงียบเอาไว้ เขาถูกเสมอ ใช่ซิ เพราะเขาเป็นคนจ่ายเงินเดือนคุณไงเล่า

“ภัณฑารักษ์คนนี้แก่มากไหม แน่ล่ะ ผมคิดว่าเธอคงต้องแก่มาก เพราะอย่างนั้นงานไม่ล่าช้าขนาดนี้หรอก”

บอสเริ่มบ่นและหันหลังให้คุณด้วย

“เอ่อ..ก็”

คุณอยากจะบอกบอสเหลือเกินว่า ‘ไม่เลย เธอทั้งสาวและก็สวยมากราวกับรูปสลัก’ แต่คุณก็ได้แต่เงียบให้บอสบ่นต่อไป และคุณก็แอบขำที่บอสเองก็คิดแบบเดียวกันกับคุณเมื่อครั้งแรกที่ยังไม่ได้เจอไดอาน่า แต่ถ้าบอสเจอไดอาน่าตัวจริงคงต้องเหวอมากแน่ๆ ที่พูดอะไรแบบนั้นออกมา

“บอสควรจะใจเย็นๆ หน่อยนะคะ ถึงแม้ว่าเราจะได้ข้อมูลข่าวมาก็ใช่ว่ามันจะสมบูรณ์แบบ รัฐบาลก็ปิดเรื่องไว้บางส่วนอยู่ดี”

เขาหันมาหาคุณใช้น้ำเสียงเข้ม

“ถึงมันจะไม่สมบูรณ์แบบ เราก็ต้องได้ข่าวที่สมบูรณ์กว่าสำนักข่าวอื่น ถึงแม้ข้อมูลนั้นจะเกินกันแค่เสี้ยวคำเดียวก็ตาม”

“…”

เขายังคงบ่น

“ภัณฑารักษ์แก่ก็อย่างนี้แหละ คุณรู้ไหมบางทีเธออาจจะมีนิสัยเหมือนป้าของผมก็ได้ เวลาหยิบจับข้าวของ ผมเองก็ลุ้นรอเป็นชาติว่าจะหยิบสิ่งนั้นถูกหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้เธอก็ตายไปแล้วล่ะ”

โอ้ว~ บอสขี้จู้จี้จุกจิกของคุณตอนนี้กลายเป็นคนขี้บ่น ลามไปราวกับไฟป่า เขาเป็นผู้ชายผิวสีที่ขี้บ่นมากเกินกว่าคุณจะหาอะไรมาเปรียบเทียบได้ เขาแทบเอาชนะแม่บ้านขี้บ่นได้เลย คุณยกตำแหน่งนี้ให้เขา

“ขอโทษนะครับบอส”

ซิลวาล์เคาะประตูกระจกห้องที่เปิดเสมอของบอส แล้วหันมาพูดกับคุณ

“มีคนมาขอพบเธอน่ะ บอกว่าเรื่องคันธนู”

“…!”

คุณรู้ได้ในทันทีว่าเป็นใคร ไดอาน่า พริ้นซ์ แน่นอน และสีหน้าของซิลวาล์ดูเคลิ้มแปลกๆ ก่อนที่คุณจะได้ถามอะไรเขา เขาก็พูดสวนคุณขึ้นมาก่อน

“เธอไปรู้จักผู้หญิงสวยๆ ตอนไหนไม่เห็นบอกฉันเลย คราวหน้าต้องบอกนะ”

เขาพูดแซวคุณ และบอสมองเขาประมาณว่า ‘เมื่อไหร่แกจะไสหัวออกไปสักที’ ซิลวาล์หน้าเจื่อนลงเมื่อเห็นสายตาของบอส เขาก้มหน้าลงพื้นแล้วค่อยๆ ถอยออกไป

“ใครกัน ภัณฑารักษ์แก่ที่ฉันเพิ่งบ่นไปใช่ไหม?” เขาพูดด้วยสีหน้าที่กระตือรือร้นกับคุณ คุณเกือบกลอกตาให้กับคำพูดของบอส จนถึงตอนนี้และเมื่อสักครู่ เขาก็ยังคิดว่า ไดอาน่า คือภัณฑารักษ์แก่อยู่อีก

คุณกำลังอธิบาย แต่บุคคลมาใหม่ก็เดินเข้ามาพอดี ร่างสูงราวกับนางแบบเดินเข้ามาในสำนักงานและหยุดยืนที่โต๊ะทำงานของคุณ คุณสังเกตเห็นว่าพนักงาน และนักข่าวชายมองกันจนคอแทบเคล็ดเมื่อเห็น ไดอาน่า พริ้นซ์ วันนี้เธอไม่ได้สวมแจ็คเก็ตเหมือนอย่างเคย แต่สวมเชิ้ตบางสีขาวและกางเกงขายาวสีเดียวกัน สวมทับเสื้อโค้ตสีเลือดนกของเธอยาวถึงเข่า ผมสีเข้มเป็นลอนถูกปล่อยให้ยาวลงกลางหลัง รองเท้าส้นสูงยิ่งขลับให้เธอตัวสูงขึ้นไปอีก

วันนี้ไดอาน่าแต่งตัวค่อนข้างเป็นทางการ อาจจะเพราะว่ามาที่นี่ก็ได้ แต่มันช่างสวยและเหมาะสมกับเธอเช่นเดียวกัน แม้ขนาดบอสขี้บ่นที่ยืนอยู่ไกลเธอตั้งร้อยเมตรยังมองเห็นถึงความสวยสง่าของไดอาน่า

“นั่น…ใคร”

“คุณไดอาน่า พริ้นซ์ ภัณฑารักษ์จากลูฟวร์”

บอสทำปากพะงาบๆ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก และคุณแซวเขาอีกครั้ง “ภัณฑารักษ์ที่บอสบอกว่า เธอแก่ และอาจจะมีนิสัยเหมือนป้าของบอสไงคะ”

เขาหันหน้าขวับมามองคุณ คุณเห็นว่าเขากำลังอับอาย

“ยะ หยุด ล้อผมสักทีเถอะ” เขาพูดติดขัด “ไปได้แล้ว ไปหาเธอแล้วอย่างลืมส่งงานผมด้วยล่ะ”

“ค่ะบอส”

เขาทำเป็นไล่คุณก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ แสร้งหยิบเอกสารบนนั้นมาตรวจสอบ คุณแอบสังเกตเห็นว่าบอสแอบปรายตามองไดอาน่าที่อยู่ไกลออกไปเป็นระยะๆ คุณส่ายหน้าอมยิ้มกับพฤติกรรมของเขาแล้วเดินออกมาจากห้อง เพื่อตรงมาหาไดอาน่าที่ยืนรอคุณอยู่ที่โต๊ะ

“สวัสดีค่ะคุณไดอาน่า”

คุณเอ่ยทักเธอเสียงใส ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเขินๆ กับเหตุการณ์เมื่อคืนอยู่ก็ตาม

เธอทักทายคุณเช่นเดียวกัน

“วันนี้ฉันมีข้อมูลที่เปิดเผยได้บางส่วนมาให้คุณค่ะ”

“ฉันดีใจอย่างถึงที่สุดเลยล่ะค่ะ เราไปห้องประชุมสองตรงมุมนั้นดีกว่า ห้องว่างพอดีค่ะ”

“…”

เธอยิ้มและพยักหน้าให้คุณ

คุณเดินนำเธอเข้าไปในห้อง และเอาน้ำผลไม้เข้ามาเสิร์ฟให้เธอ

“คุณไดอาน่ามาเช้ามากเลยนะคะ”

คุณนั่งลงข้างๆ ไดอาน่า

“ฉันได้ข่าวมาก็เลยตื่นเต้นไปหน่อยน่ะค่ะ อยากจะรีบบอกคุณเร็วๆ” เธอยิ้มให้คุณ “ว่าแต่อาการปวดหัวของคุณดีขึ้นหรือยังคะ”

“หายแล้วค่ะ”

แต่อาการนอนไม่หลับเมื่อคืนดันเล่นงานฉันน่ะซิ หนักกว่าปวดหัวซะอีก

คุณคิดในใจ และหัวเราะส่งให้เธอ คุณเป็นแบบนี้เสมอเวลาประหม่ากับอะไรสักอย่าง

“วันนี้ขอฉันแวะไปที่ห้องคุณได้ไหมคะ?”

“ได้ซิคะ”

คุณตอบอย่างเร็วไม่ทันคิด คุณรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่สามารถปฏิเสธไดอาน่าได้หรอก คุณไม่เคยปฏิเสธคำขอของไดอาน่าลงเลยสักนิดเดียว

“ฉันอยากอยู่กับคุณ เพราะพรุ่งนี้ฉันจะได้กลับฝรั่งเศสแล้ว”

ไดอาน่าจะกลับแล้วเหรอ?

สีหน้าของคุณเศร้าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะตลอดเวลาสองวันมานี้คุณได้อยู่กับไดอาน่าตลอดเวลา คุณเริ่มชินที่ได้เห็นหน้าเธอ คุณเริ่มชินที่ได้ยินเสียงของเธอ ไดอาน่าคือความสุขของคุณและทุกสิ่งทุกอย่างของคุณ ในเวลาอันสั้นนี้ เธอทำให้คุณมีความสุข และอบอุ่นทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ลึกๆ แล้วคุณไม่อยากแยกห่างจากเธอเลยสักนิด คุณคงต้องเศร้าแน่ๆ ถ้าหลังจากพรุ่งนี้ไม่ได้เจอใบหน้าคมสวย เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลสว่างคนนี้

ไดอาน่ายิ้มพอใจที่เห็นคุณทำหน้าเศร้าแบบนั้น

“คุณยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ?”

“ก็ฉันเห็นคุณเศร้า คุณดูเหมือนเศร้าที่เห็นว่าฉันจะจากไป”

“…”

คุณอึ้ง แต่มันก็คือเรื่องจริง จริงทั้งหมดที่ไดอาน่าพูด คุณเศร้าที่เธอจะจากไป

“ใช่น่ะซิคะ ก็คุณไดอาน่าเป็น พะ เพื่อน ของฉันตั้งสองวันมานี้”

เธอยิ้มกว้างจนตาปิดเมื่อเห็นว่าคุณติดอ่างตรงคำว่า ‘เพื่อน’

“ฉันคงคิดถึงคุณมากแน่ๆ เลย”

“…” นั่นซินะ คุณคิดในใจ

“แต่ฉันสัญญาว่าจะติดต่อมาหาคุณทุกวัน ฉันมีเบอร์คุณนี่คะ อาจจะมีอีเมลของคุณด้วย ถ้าคุณให้”

“แน่นอนซิคะ ฉันให้คุณแน่นอน” คุณยิ้มตอบเธอ แล้วนึกบางอย่างออก “จริงซิคะ งั้นคืนนี้เรามาเลี้ยงฉลองกัน แด่มิตรภาพ และส่งคุณกลับฝรั่งเศส”

“เป็นความคิดที่วิเศษมากเลยค่ะ”

เธอยิ้มตอบกลับมาให้คุณ จากนั้นทั้งคุณและไดอาน่าก็มองตากันราวกับตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่ง ก่อนที่คุณได้สติตอนที่นักข่าวโต๊ะใกล้ๆ ห้องประชุมตะโกนพูดโทรศัพท์เสียงดัง

“เอ่อ…ฉันว่าเราเข้าเรื่องคันธนูที่ตกลงมาจากท้องฟ้ากันเลยดีไหมคะ?”

ไดอาน่าพยักหน้าเห็นด้วย แล้วเริ่มเล่าให้ฟังอย่างตั้งใจ คุณหนีบสมุดจดบันทึกเล็กๆ มาด้วยและเปิดออกเตรียมจดสาระสำคัญ คุณจะต้องไม่ให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว

“ตามที่ฉันอ่านในข่าวจากหนังสือพิมพ์ และอินทรอเน็ต ของหลายๆ สำนักข่าว ว่าคันธนูที่ตกลงมาเป็นของเอเลี่ยนนั้นดูเหมือนจะเป็นการเข้าใจผิดค่ะ”

“อย่างนั้นเหรอคะ แต่ว่าคันธนูนั้นทำลายตึกตั้งสามตึกเชียวนะคะ”

ไดอาน่ายิ้ม เธอเหมือนกำลังหัวเราะในข้อสงสัยของคุณมากกว่า

“คุณเคยได้ยินข่าวของเหล่าฮีโร่ที่ช่วยกันปกป้องเพนซิลเวเนียก่อนวันเกิดเหตุคันธนูตกได้ไหมคะ?”

“…!”

คุณเบิกตาตกใจ และนึกขึ้นมาได้ ศึกครั้งนี้ใหญ่โตมากทีเดียวมีเอเลี่ยนจากนอกโลกมาปิดล้อมการเข้าออกของเพนซิลเวเนียซึ่งติดกับนิวเจอร์ซี่ย์ และเหล่าฮีโร่ก็ช่วยกันผลึกกำลังเข้าสู้กินเวลาถึงแปดชั่วโมงจึงสามารถเอาชนะเอเลี่ยนพวกนั้นได้ ข่าวนี้ครึกโครมมากทีเดียว ไม่มีทางที่ชาวโลกจะลืมเลือนไปได้ง่ายๆ เพราะฮีโร่คือความหวังเดียวของพวกเรา

“ได้ยินค่ะ ข่าวใหญ่มากเลย”

ไดอาน่าพยักหน้า

“การต่อสู้ของเหล่าฮีโร่กินพื้นที่มากกว่าที่ทุกคนจะเข้าใจ เพราะอย่างนั้นไม่แปลกอะไรที่อาวุธของพวกเขาจะตกลงมาที่นิวเจอร์ซี่ย์”

คุณเข้าใจเรื่องนี้ขึ้นมาทันที

“แต่ว่า…ฮีโร่คนไหนใช้อาวุธธนูที่ถล่มตึกสามตึกแบบนั้นได้คะ แบบนี้ก็ทำตกไม่ได้เลยนะคะ ประชาชนเดือดร้อนหมด”

ไดอาน่าหัวเราะทันทีที่คุณทำหน้าสลดใจ

“เปล่าค่ะ คันธนูไม่ได้ทำให้ตึกสามตึกถล่มลงมาหรอกนะคะ ทุกคนคิดผิดกันทั้งหมด ถึงแม้ว่าคันธนูนั้นจะมีพลังวิเศษก็ตาม”

“ถ้าอย่างนั้น…”

“คุณน่าจะเดาได้นะคะว่าใครที่ตกลงมาจากฟ้าด้วยความแรงสูงและพังตึกทั้งตึกได้”

คุณอ้าปากค้างและตอบออกมาเสียงดัง

“ฉันเดาว่าต้องเป็นซูเปอร์แมนไม่ก็วันเดอร์วูแมน”

คุณสังเกตเห็นว่าไดอาน่ามองหน้าคุณตอนพูดชื่อฮีโร่เหล่านั้นออกมา แล้วจากนั้นเธอก็ยิ้มให้คุณ

“อะไรคะ? ฉันเดาผิดเหรอ?”

“คุณเดาถูกค่ะ” เธอตอบ “กล้องวงจรปิดของตึกข้างๆ ที่ไม่ได้ถล่มลงมาบันทึกภาพเอาไว้ได้ เรื่องนี้ทาง FBI บอกเรามาอีกที”

“อะไรกัน ที่แท้ก็เป็นแค่การตกของฮีโร่ แล้วก็มีคันธนูวิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง ชาวเมืองก็แตกตื่นคิดไปกันใหญ่ว่าคันธนูนี้เป็นของเอเลี่ยน และอาจจะทำลายล้างทั้งเมืองนี้ได้ จะว่าไปโทษทั้งสองฝ่ายก็ไม่ถูก เพราะโลกทุกวันนี้ก็น่ากลัวกว่าที่คิดเอาไว้มาก”

คุณเองก็ไม่อยากเชื่อว่าวันหนึ่งจะมีเอเลี่ยนมาบุกโลกอย่างเช่นทุกวันนี้ คุณคิดว่ามีแค่ในนิทานหลอกเด็กซึ่งมันไม่ใช่ โลกตอนนี้ราวกับไม่ใช่แค่มนุษย์ที่อาศัยอยู่ แต่ทุกวันนี้มีเอเลี่ยนเข้ามาใช้ชีวิตแฝงอยู่กับคนธรรมดาๆ ด้วย

“แล้วคันธนูนั้นอยู่ที่ไหนแล้วล่ะคะ?”

“เมื่อค่ำวันนี้ซูเปอร์แมนมาเอากลับไปแล้วค่ะ”

คุณดูตื่นเต้น

“งั้นคุณไดอาน่าก็เห็นซูเปอร์แมนตัวเป็นๆ เลยซิคะ?”

“…?” ไดอาน่าเลิกคิ้วประมาณว่า ไม่แปลกใจที่ได้เห็นซูเปอร์แมนเลยสักนิด เธอดูเฉยๆ เหมือนเวลาที่เราเล่นของเล่นสุดโปรดของเราเป็นประจำและชินชากับมัน

“เปล่าหรอกค่ะ FBI จัดการเรื่องนี้”

“แล้วคุณไดอาน่าพอจะเดาออกไหมคะ ว่าคันธนูนั้นเป็นของใคร?”

เธอส่ายหน้า “แต่ฉันบอกได้แค่ว่ามันไม่ใช่ของเอเลี่ยนอย่างที่เราคิดกันไปเอง มันมีความโบราณและเก่าแก่มาก มากกว่าที่จะมีบันทึกของมนุษย์เขียนบอกเอาไว้”

“…”

คุณจับสังเกตได้ว่า ไดอาน่ารู้เรื่องพวกนี้ดี แต่ไม่ยอมบอกคุณ ซึ่งคุณก็คิดว่าบางทีอาจจะเป็นความลับของรัฐบาลก็ได้ เธอเลยไม่กล้าที่จะพูดออกมา แต่คุณได้ข้อมูลนี้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์มากแล้ว เรานำหน้าสำนักข่าวอื่นไปมาก เพราะพวกนั้นเอาแต่ตั้งทฤษฎีว่าเป็นอาวุธของเอเลี่ยนที่จะใช้ทำลายล้างโลก

“ขอบคุณคุณไดอาน่ามากเลยนะคะ ข้อมูลนี้ดีสุดๆ ไปเลย ฉันดีใจที่จะได้ไม่โดนบอสต่อว่าเรื่องทำงานล่าช้าของฉัน”

ไดอาน่าหัวเราะไปกับคุณด้วยเมื่อคุณพูดจบ คุณมองสมุดที่จดบันทึกของตัวเองที่เต็มไปด้วยข้อความ คุณแทบจำไม่ได้ว่าตัวเองเขียนอะไรได้เยอะแยะเต็มหน้าขนาดนี้ และสุดท้ายก็จบข่าวเรื่องนี้เสียที

แต่ว่าไดอาน่าจะต้องกลับพรุ่งนี้แล้ว…

“งั้นฉันคงต้องขอตัวกลับก่อน คุณจะได้ทำงาน”

ไดอาน่าลุกขึ้น และคุณก็ลุกขึ้นตามเธอเมื่อได้สติ

“เอาไว้เย็นนี้เจอกันนะคะ”

“ค่ะ ฉันจะเคลียร์งานแล้วรีบกลับห้องอย่างเร็วเลย”

ไดอาน่ายิ้มแล้วพยักหน้าเข้าใจ

“ฉันจะโทรหาคุณนะคะ”

คุณยิ้มให้เธอ

“ให้ฉันไปส่งคุณ…”

“ไม่ต้องค่ะ คุณต้องทำงาน ฉันไม่อยากรบกวน”

“ไม่รบกวนเลยค่ะ”

“อย่าเลยค่ะ เอาไว้เจอกันเย็นนี้”

ไดอาน่ามองดูสมุดจดบันทึกของคุณ ราวกับย้ำว่าคุณต้องทำงานและคุณยุ่งอยู่ ไดอาน่าชอนตาสีน้ำตาลสว่างที่มีเสน่ห์คู่นั้นมองคุณอีกครั้ง ก่อนจะส่งยิ้มหวานๆ ให้ แล้วเดินจากไปในที่สุด

คุณมองแผ่นหลังที่สง่านั้นเดินออกไปเรื่อยๆ

เรื่อยๆ จนหายเข้าไปในลิฟต์

เฮ้อ! เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วจริงๆ น่ะเหรอ?


เวลาเย็นก็มาถึง คุณรีบเคลียร์งานและตรงไปรับไดอาน่าที่โรงแรม เธอบอกจะไปหาคุณเองแต่ก็ยังไม่โทรมา คุณเลยต้องมาหาเธอที่โรงแรมแห่งนี้ ไดอาน่าส่งข้อความมาหาคุณว่าวันนี้จะขับรถเช่าไปหาคุณเอง แต่ว่าคุณกลัวเธอจะหลงทาง

‘หลงทาง’

ก็ได้ๆ คุณกลัวไดอาน่าหลงทาง มันเป็นคำพูดที่ห่วยแตกที่สุด คุณโกหกความรู้สึกตัวเอง คุณอยากขับรถมารับเธอก็แค่นั้น และตอนนี้คุณก็ยืนอยู่หน้าห้องไดอาน่าแล้ว และได้หมายเลขห้องเธอมาจากพนักงานที่เคาน์เตอร์ด้านล่าง

คุณมองหมายเลขที่ติดบนหน้าประตูราวกับว่าจะผูกจิตกับมันถ้าทำได้

ฉันบ้าไปแล้ว

คุณด่าตัวเองในหัว แม้กระทั่งจะเคาะประตูก็เคร่งเครียด คุณสูดหายใจและเตรียมจะเคาะประตู แต่คุณก็ได้แต่เอามือแนบประตูหน้าห้องเอาไว้เสียอย่างนั้น

“กล้าๆ หน่อย” คุณปลอบใจตัวเอง และพยักหน้า

โอเค! เคาะเลย

คุณกำลังจะลงมือเคาะ

แต่ทว่า…ประตูเปิดออกมา

“…!”

“…?”

ไดอาน่าในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงหนังสีดำเปิดประตูออกมายืนอยู่ตรงหน้าคุณพอดีเป๊ะ เธอมีสีหน้าประหลาดใจที่เห็นคุณยืนอยู่ข้างหน้า คุณหัวเราะแห้งๆ ส่งให้เธอ แล้วเอามือที่ค้างบนอากาศเกาหัวแก้เก้อ

เธอเอ่ยชื่อคุณ

“มาทำอะไรที่นี่คะ ฉันได้บอกคุณหรือเปล่าว่าฉันจะไปหาคุณเอง”

“เอ่อ…”

คุณบอกฉันค่ะ แต่ฉันอยากมารับคุณเอง คุณพูดในใจ

“ฉันคงได้ยินไม่ค่อยชัดน่ะค่ะ”

คุณเฉไฉ และไดอาน่าส่งยิ้มที่แสนจะดูดีมาให้คุณ

“ฉันกำลังจะออกไปหาคุณพอดีเลยนะคะ”

“งะ งั้น ก็เหมาะเลยค่ะ ฉันมาหาคุณพอดี อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น”

คุณรู้สึกเขินในท่าทีและคำพูดของตัวเอง และหัวเราะแก้เก้อ ไดอาน่าก้าวเข้ามาใกล้จนคุณรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา มือของเธอเอื้อมมาจับที่ใบหน้าของคุณ แสดงสีหน้าช่างสงสัยออกมา

“หน้าของคุณแดงมากเลย ไม่สบายหรือเปล่าคะ”

เธอใช้หัวแม่มือแตะที่แก้มของคุณเบาๆ และเปลี่ยนเป็นใช้หลังมืออังที่หน้าผากของคุณ

“อะ เอ่อ ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้ป่วย สบายดีค่ะ”

คุณทำฉันคลั่งไดอาน่า หยุดทำแบบนี้ได้ไหม?

คุณตะโกนในหัว

“ถ้าคุณไม่สบายก็ไม่ควรจะฝืนนะคะ”

น้ำเสียงของเธอดูเป็นห่วงเป็นใยคุณ ฝ่ามือเลื่อนลงมาที่ลำคอของคุณ และลากไปที่ไหล่ ดูเหมือนเธอจะเช็คอาการคุณ แต่ตอนนี้คุณกำลังจะเข่าอ่อนกับสัมผัสแบบนั้น

เอาล่ะ มีสติหน่อยซิ!

คุณตะโกนในหัวอีกครั้ง เพราะความคิดเลยเถิดของคุณ

“ไม่เลยค่ะ ฉันไม่เป็นไร ระ เราไปซื้ออาหารอร่อยๆ ดีกว่านะคะ”

“ถ้าคุณบอกว่าไม่เป็นอะไร งั้น…ก็ได้ค่ะ ไปกัน”

ไดอาน่ายิ้ม เธอหันไปปิดประตูห้อง และฉวยมือของคุณไปจับ เธอกำลังเดินจูงมือคุณอยู่

โอ๊ย! พระเจ้า! ทำไมไดอาน่าต้องทำหัวใจฉันเต้นถี่ๆ กันแบบนี้ด้วยนะ

คุณเฝ้าแต่ถามตัวเองว่าทำไม ไดอาน่า พริ้นซ์ ถึงได้มีอำนาจเหนือหัวใจของคุณอยู่เรื่อยเลย หรือว่าคุณหลงรักเธอเข้าให้แล้ว…

“ฉันจับมือคุณไม่ได้เหรอคะ”

เธอเลิกคิ้วถามคุณเมื่อเห็นว่าคุณชะงักตอนที่แตะต้องมือ

“ปะ เปล่าค่ะ ฉันก็แค่…ไม่มีอะไรค่ะ”

คุณยิ้มให้เธอ และออกเดินไปพร้อมกันกับคนที่ตัวสูงกว่า คุณอยากให้ไดอาน่าจับมือของคุณทุกวันแบบนี้ และจะเสียดายมากถ้าหากวันหนึ่งเธอปล่อยมือไปจากคุณจริงๆ

ไดอาน่าจะได้ยินเสียงหัวใจคุณเต้นไหมนะ?


คุณกับไดอาน่ามาสั่งอาหารที่ร้านอาหารจีนใกล้อพาร์ทเม้นท์ของคุณ ไดอาน่าบอกคุณว่าเธอเบื่ออาหารจำพวกสเต็ก และสปาเกตตี เพราะเธอกินแบบนี้มาเยอะหลายศตวรรษ คำว่า ‘ศตวรรษ’ ของไดอาน่าอาจจะเปรียบเทียบว่าทุกมื้อของอาหารก็เป็นได้ แต่คุณคิดว่ามุขของเธอทำให้คุณขำ ไดอาน่าพูดแบบนี้ด้วยสีหน้าที่จริงจังมาก เธอเล่นมุกภายใต้ใบหน้านิ่งๆ นี้ มันทำให้คุณหัวเราะได้ยังไงกันนะ

“คุณหัวเราะฉันทำไมคะ”

ไดอาน่าถามระหว่างที่เรายืนรอรับอาหารที่เคาน์เตอร์

“ฉันคิดว่าคุณไดอาน่าเล่นมุกตลกดีนะคะ”

เธอยิ้มก่อนตอบ

“ฉันไม่ใช่พวกที่คิดมุกตลก และฉันคิดว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนตลกเท่าไหร่”

“เหรอคะ แต่คุณทำให้ฉันหัวเราะได้นะคะ”

ไดอาน่ามองคุณ เธอดูสงสัยกับคำพูดของคุณ

“ฉันดูเหมือนตัวตลกมากเหรอคะ ฉันไม่ได้ประชดนะคะ มันคือคำถาม”

“เปล่าค่ะ คุณไม่ได้มีรูปลักษณ์เหมือน เพนนีไวซ์ หรอกค่ะ แต่ฉันหมายถึงคุณเป็นคนอารมณ์ดี”

“เพนนีไวซ์?”

เธอดูงุนงงกับคำนั้น คุณไม่ตอบแต่หัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าไดอาน่าไม่รู้จัก และคุณขำจนตัวงอ เมื่อคิดภาพไดอาน่าแต่งตัวเป็นตัวตลก บุคลิกนิ่งๆ อย่างไดอาน่าแต่งตัวเป็นตัวตลกเนี่ยนะ แค่คุณคิดมันก็หยุดหัวเราะไม่ได้

“คุณหัวเราะอะไรมากขนาดนี้คะ คุณต้องคิดไม่ดีเกี่ยวกับฉันอยู่แน่ๆ เลย”

ไดอาน่าแทบจะหลุดขำกับท่าทีของคุณ และคุณไม่รู้ว่าจะหยุดหัวเราะกับเรื่องที่คุณคิดในหัวนี้อย่างไร จนสุดท้ายคุณถอยหลังไปชนกับผู้ชายคนหนึ่งที่ข้างเคาน์เตอร์

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ…บิลล์!”

คุณหันไปจะขอโทษขอโพยหนุ่มคนนั้น แต่แล้วคุณก็อดดีใจไม่ได้ที่เจอกับเขา

“ว่าไงนักข่าวคนเก่ง”

เขาเอ่ยทักคุณเช่นกัน เขาเป็นเพื่อนบ้านอยู่ห้องข้างๆ กับคุณ แต่เขาไม่ค่อยจะอยู่ห้องเท่าไหร่นัก เพราะเขาเป็นนักท่องเที่ยวตัวยง และเขียนหนังสือท่องเที่ยวออกมาตั้งหลายเล่ม และหลังจากที่เขากลับมาจากการผจญภัยท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ เขาก็จะมาเล่าให้คุณฟังเสมอ

“คุณกลับมาแล้ว ตั้งสองสัปดาห์เชียวนะ”

การตื่นเต้นนั้นทำให้คุณกอดเขาหลวมๆ

“แน่นอน และผมก็ไม่ตายด้วย และคุณพร้อมที่จะฟังเรื่องเล่าของผมหรือยัง”

“ได้เลย!”

“พรุ่งนี้เจอกันที่ห้องผมเหมือนเดิมนะ”

คุณพยักหน้า

“…”

“อบคุกกี้ไปให้ผมด้วยล่ะ”

คุณหัวเราะ และตอบ

“แน่นอนค่ะ”

“…”

เขายิ้มมาให้คุณ บิลล์เป็นคนที่สุภาพและขี้เล่นเสมอ เขาเป็นเพื่อนที่ดีของคุณมาหลายปีเลยทีเดียว

เอ๊ะ!

แล้วอยู่ๆ คุณก็นึกสงสัยขึ้นมาเมื่อไดอาน่าจับมือของคุณเสียอย่างนั้น และคุณลืมไปเลยว่ามีไดอาน่ายืนอยู่ข้างๆ คุณควรจะแนะนำตัวไดอาน่าให้บิลล์รู้จักซิ

“จริงซิบิลล์ นี่คุณไดอาน่า พริ้นซ์ เป็นเพื่อนของฉันเองค่ะ ส่วนคุณไดอาน่าคะ นี่คือบิลล์ แฮนสัน เป็นเพื่อนคนโปรดของฉันเองค่ะ”

คำว่า ‘เพื่อนคนโปรด’ คุณแอบเห็นว่าไดอาน่ามองมาที่คุณ เธอดูแปลกใจ ไม่ซิ เธอดูจะหงุดหงิดมากกว่า

“คุณไดอาน่า ยินดีที่ได้รู้จักครับ” บิลล์ยิ้ม

“พริ้นซ์ คุณควรเรียกฉันว่า คุณพริ้นซ์”

เสียงของไดอาน่าเข้มขึ้นและแสดงท่าทีห่างเหิน โดยการให้บิลล์เรียกแบบสุภาพแทน นั่นมันน่าแปลกมากสำหรับคุณ เพราะไดอาน่าเป็นคนน่ารักและเป็นมิตรมาก แต่กับบิลล์ ทำไมกันนะ?

“อะ เอ่อ ครับ คุณพริ้นซ์”

บิลล์พยักหน้างงๆ แล้วหันไปรับออเดอร์อาหารที่ตัวเองสั่งพอดี

“ผมต้องกลับก่อนนะครับ”

บิลล์หันมาลาคุณ และมองไดอาน่าแว็บหนึ่ง

คุณพยักหน้า

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะคะ”

คุณโบกมือลาเขา ใจจริงคุณอยากยกขึ้นมาโบกสองมือเลย แต่อีกข้างหนึ่งโดนไดอาน่าจับเอาไว้ และคุณรู้สึกว่ามันแปลกมากขึ้นทุกที

“คุณไดอาน่าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ฉันไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ค่ะ”

เธอตอบแต่ยังคงใบหน้าหงุดหงิด

“ทำไมคะ เมื่อสักครู่ยังเห็นคุณดูดีอยู่เลย”

“มันเกิดขึ้นตอนที่คุณคุยกับคุณแฮนสันนะค่ะ”

“…?”

คุณงง คุณไดอาน่าไม่สบายตั้งแต่ตอนนั้นเหรอ?

“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะไปซื้อยาให้คุณไดอาน่าที่ตึกตรงข้ามนะคะ”

คุณเดินสวนออกไป ไดอาน่ากางแขนข้างขวากันคุณเอาไว้ แล้วใช้แขนข้างนั้นเกี่ยวตัวคุณเข้ามาหาตัวเอง ไดอาน่าหอมแก้มคุณอย่างรวดเร็วแล้วผละออก

“ทะ ทำอะไรคะ?!”

“หายแล้วค่ะ”

“หายแล้ว ระ เหรอคะ?”

คุณอึกอักและใช้มือลูบแก้มของตัวเองที่โดนไดอาน่าหอมไปเมื่อสักครู่แล้วเขินขึ้นมา ไดอาน่าเป็นอะไรนะ อยู่ๆ มาหอมแก้มกันทำไมล่ะเนี่ย

“ทำไมคะ เพื่อนกันทำแบบนี้ไม่ได้เหรอ?”

คุณหัวเราะแก้เก้อ

“คะ คง…ได้มั่งคะ”

แต่ในใจของคุณจะต้องตอบเธอว่า ‘ไม่ได้เด็ดขาด เพราะคุณกำลังทำให้ฉันหวั่นไหว’ และคุณก็จะกลายเป็นคนติดอ่างเพราะไดอาน่าจริงๆ น่ะเหรอ

โอ๊ย! ฉันคงต้องบ้าไปแล้วจริงๆ


หลังจากที่ซื้ออาหารมาได้สารพัดอย่างไดอาน่าก็นึกอยากจะกินหอมทอด เมนูเบาๆ ขึ้นมา เพราะอย่างนั้นเลยต้องแวะซื้อหอมหัวใหญ่จากร้านค้าใกล้ๆ มาด้วย ไดอาน่าอาสาถือของเองทั้งหมด คุณอยากจะช่วยเธอถืออยู่หรอกนะ แต่ไดอาน่าผู้ขยันเล่นมุกด้วยใบหน้าเอาจริงเอาจังก็ตอบคุณกลับมาว่า

‘ไม่เป็นไรค่ะ รถถังฉันก็เคยยกมาแล้ว’

คุณเองก็ไม่รู้ว่าจะค้านยังไง ก็ได้แต่ให้กำลังใจไดอาน่ามาตลอดทาง เมื่อเข้ามาถึงห้องไดอาน่าก็วางถุงพะรุงพะรังพวกนั้นลง และไม่มีท่าทีว่าเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด

น่าทึ่งจริงๆ เลย

คุณคิดในใจ

“คุณมองฉันแบบนั้นมีอะไรหรือเปล่าคะ?”

คนหน้าคมเอ่ยขึ้น แล้วมองคุณด้วยท่าทีแปลกใจ

“คุณถือของเยอะแยะขนาดนั้น ไม่มีอาการเหนื่อยสักนิดเลยเหรอคะ?”

เธอส่ายหน้า

“ก็ฉันบอกแล้วไงคะว่า…”

“รถถังก็เคยยกมาแล้ว”

คุณชิงพูดประโยคนั้นขึ้นมาก่อน และไดอาน่าหัวเราะ

“คุณไม่เชื่อฉันเหรอคะ?”

“ขอโทษนะคะ ที่ฉันจะบอกว่า ไม่เชื่อ” คุณหัวเราะ

“ฉันทำได้นะคะ”

ตลกแล้ว คุณไดอาน่าปล่อยมุกตลอดเลยซินะ

แต่ทว่า…

ไดอาน่าเดินเข้ามาหาคุณ ก่อนจะรวบตัวคุณและยกคุณขึ้นจากพื้น

ไดอาน่ากำลังอุ้มคุณอยู่…

“คะ คุณไดอาน่า!”

คุณตกใจที่ไดอาน่าแกล้งคุณเล่นแบบนี้ แต่ก็ตกใจมากตอนที่เธอใช้กำลังแขนสองข้างยกตัวคุณลอยเหวอขึ้นมาในอ้อมแขนราวกับว่าคุณเป็นแค่ลูกโป่ง

ทำได้ยังไงกันนะ?

“วางฉันลงได้แล้วค่ะ คุณดูเป็นคนบ้าพลังมาก”

เธอไม่พูดอะไร มิหนำซ้ำยังอุ้มคุณหมุนรอบทีหนึ่งซึ่งคุณโอบคอเธอเอาไว้แน่นเพราะกลัวหล่น ไดอาน่าหัวเราะและยอมวางคุณลงตามเดิม

โอ้ว! ให้ตายเถอะ! ไดอาน่าไปเข้าฟิตเนทหรือโรงยิมที่ไหนกัน ถึงได้ฟิตพลังกายได้ขนาดนี้

“ทีนี้คุณเชื่อฉันหรือยังคะ”

“ตอนนี้ฉันเชื่อว่าคุณยกบ้านทั้งหลังยังได้เลยค่ะ”

คุณแซวไดอาน่า และเธอยิ้มพยักหน้าหน้าให้คุณ ประมาณว่า ‘ฉันก็สามารถทำได้’ นั่นก็ทำให้พวกคุณหัวเราะออกมาพร้อมกัน

หลังจากที่หัวเราะกับมุขแปลกๆ ของไดอาน่า คุณก็เตรียมพร้อมวัตถุดิบในการทำหอมทอด หยิบจับส่วนประกอบออกมาจากถุง คุณดูเป็นคนที่ชำนาญในการทำอาหารน่ะเหรอ? ไม่เลย เพราะไดอาน่าไม่ค่อยชอบทำอาหาร เธอทำไม่เป็น คุณจึงได้รับหน้าที่ทำอาหารเล็กๆ น้อยๆ ไปในมื้อค่ำนี้

ไดอาน่ามองคุณอยู่ใกล้ๆ ราวกับจะเรียนรู้วิธีทำอาหารง่ายๆ จากคุณ เธอนั่งเท้าคางมองคุณอยู่ที่โต๊ะ และอมยิ้มมองคุณที่ง่วนอยู่กับส่วนประกอบของหอมทอด

“เกลียดที่สุดคือการหั่นหอมหัวใหญ่”

คุณพึมพำพร้อมกับทำหน้ายู่ย่น เวลาคุณมีสมาธิกับสิ่งใดแล้ว คุณจะจดจ่ออยู่กับมันจนลืมไปว่าไม่ได้อยู่คนเดียว เช่น เวลาทำงาน และทำอาหารอยู่ในตอนนี้ และคุณไม่รู้หรอกว่าไดอาน่ามองคุณอยู่เงียบๆ

คุณอยู่ในกระบวนการทอด สักพักกว่าจะรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนยืนซ้อนคุณอยู่ข้างหลังก็ตอนที่คุณจะถอยหลังไปหยิบจาน

“คุณไดอาน่า ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้ว่าคุณยืนอยู่ข้างหลัง”

“…”

ไดอาน่าไม่ได้ว่าอะไร เธอยิ้ม และเอื้อมมือไปหยิบจานมาให้คุณ คุณขอบคุณเธอและหันไปขลุกอยู่กับการทอดต่อ

“…!”

ไดอาน่ายกสองมือวางที่สะโพกของคุณ แล้วเลื่อนมือขึ้นไปข้างบนสอดมือเข้ามาที่ผมของคุณแล้วรวบมันไปไว้ข้างหลัง ก่อนที่เธอจะมัดผมให้คุณ คุณสะดุ้งนิดหน่อยตอนที่มือของไดอาน่าวางลงสะโพกของคุณ แต่เมื่อรู้ว่าเธอแค่จะมัดผมให้คุณก็โล่งอกไปที

“โบว์ของคุณ ฉันหยิบมาจากหลังตู้เย็นค่ะ”

“ขอบคุณมากนะคะ”

และคุณก็ยังรู้สึกได้ว่าไดอาน่าอยู่ข้างหลังคุณ และตอนนี้คุณเริ่มเหงื่อไหลออกมา ไม่ใช่เหงื่อที่ไหลออกมาเพราะอยู่ใกล้เตาความร้อน แต่มันเป็นเหงื่อที่ไหลออกมาเพราะความประหม่า คุณกำลังประหม่าไดอาน่าอย่างแรง

แล้วทำไมคุณไดอาน่าต้องตัวหอมขนาดนี้ด้วยนะ

เดี๋ยวนะ! นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่!

คุณสลัดความคิดบ้าๆ ออกจากหัว คุณเปล่าคิดแบบนั้น คุณไม่ได้คิดเรื่องลามก คุณเปล่าเลย! โอเค…คุณคิด คุณคิดว่าถ้าได้ใกล้ไดอาน่าอีกสักนิดก็คงจะดี

ไดอาน่าเอ่ยชื่อคุณ

“หอมทอดกำลังจะไหม้ค่ะ”

“…!”

คุณได้สติและปิดเตาแก๊สอย่างเร็ว

“ขอโทษทีค่ะ”

คุณหัวเราะ แต่หน้ายังแดงเพราะความคิดบ้าๆ นั้นอยู่ คุณลงมือตักหอมทอดที่ใกล้จะไหม้ใส่จาน และหมุนตัวจะเดินออกไป แต่ไดอาน่ายังคงยืนขวางทางคุณอยู่ ถ้าคิดในแง่หนึ่งเหมือนเธอกำลังจะเล่นกับความรู้สึกของคุณอยู่ แต่ถ้าไม่คิดอะไรไปในทางนั้น เธอก็แค่สนใจการทำอาหารก็แค่นั้น คุณคิดว่าคงเป็นอย่างหลังมากกว่า

“คุณไดอาน่าคะ ขอทางให้ฉันด้วยค่ะ”

เธอยิ้มและถอยออกห่าง และคุณมาจัดแจงอาหารที่ซื้อมาใส่จานอย่างเป็นระเบียบ ไดอาน่าก็ช่วยคุณเช่นเคย และอีกแล้ว ไดอาน่าทำจานของคุณแตกไปหนึ่งใบคุณคิดว่าหลังจากวันนี้คงได้ฤกษ์ออกไปซื้อจานชุดใหม่เสียที

“ฉันขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ระวังเลย”

ไดอาน่าทำสีหน้ารู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อย่าคิดมากซิคะ”

“นับดูแล้วฉันทำแตกสองใบเลยนะคะ จากมื้อวาน”

“มันก็ต้องแตกเป็นธรรมดาอยู่แล้วละค่ะ จานรุ่นนี้บางมาก”

“เหรอคะ?”

“ค่ะ”

คุณพยักหน้า และแน่นอนคุณโกหกไดอาน่า จานรุ่นนี้มันหนาพิเศษเลยต่างหากคุณซื้อมันมาเพราะเห็นว่ามันหนักและหนาทนทานดี ที่คุณพูดแบบนั้นเพราะปลอบใจอีกคนต่างหาก

“ฉันว่าคุณไดอาน่าไปนั่งรอก่อนดีกว่านะคะ”

“ก็ดีค่ะ งั้นฉันจะเก็บจานที่แตกก่อน”

ไดอาน่าก้มลงเก็บจานที่แยกเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเล็กอยู่กับโต๊ะ คุณได้ยินเธอบ่นลอยๆ ขึ้นมา แต่คุณจับประเด็นได้แค่ว่า ‘เบามือสุดแล้วนะ’ แล้วคุณก็กลั้นขำเอาไว้ และคุณคิดว่าสงสัยจานใบที่ไดอาน่าจับคงร้าวพอดีล่ะมั้ง และคุณวางแผนจะไปซื้อใหม่เร็วๆ นี้

หลังจากมื้อค่ำคุณก็นั่งคุยกับไดอาน่าที่โซฟายาวตัวเดิม ไดอาน่าเท้าแขนกับที่พิงโซฟาฟังคุณเล่าเรื่องชีวิตนักข่าวที่แสนจะโลดโผนให้ฟัง เธอดูสนใจมากเพราะเอาแต่ตั้งใจฟังคุณ และจากนั้นก็เรื่องไร้สาระตลกโปกฮาที่เกิดขึ้นกับคุณ ไดอาน่าหัวเราะออกมาเสียงดังมาก เลยพลอยให้คุณดูมีความสุขไปด้วย

“แล้วคุณบอกคนพวกนั้นว่ายังไงคะ?”

ไดอาน่าถามคุณขณะที่เล่าเรื่องตลกที่เสี่ยงชีวิตไปทำข่าวที่เมโทรโพลิส คุณเผชิญหน้ากับตาลุงคนหนึ่งที่ขโมยกระเป๋าตังค์คุณ

“ฉันขู่กับลุงคนนั้นว่า ‘เอาคืนมานะอย่าให้ฉันต้องพลัง’ เขางงมากเลย จากนั้นฉันก็บอกว่า ‘ฉันจะอัดแกติดผนังตึก เพราะฉันเป็นเอเลี่ยน’ คุณรู้ใช่ไหมว่าที่เมโทรโพลิสมีเอเลี่ยนค่อนข้างเยอะเลย”

“…”

ไดอาน่าพยักหน้าเข้าใจ

“ฉันคิดว่าลุงคนนั้นจะต้องบอกว่า ‘ไม่เชื่อหรอก โกหก’ อะไรทำนองนั้น แต่ตาลุงคนนั้นกลับโยนกระเป๋ากลับมาให้ฉันแล้ววิ่งหนีเฉยเลย แกตะโกนไปตลอดทางว่า ‘ฉันขโมยกระเป๋าตังค์เอเลี่ยนๆ’ คนที่งงก็คือฉันนี่แหละ”

“คุณตลกจริงๆ เลย”

ไดอาน่าหัวเราะ และคุณรู้ดีว่ามันมีเสน่ห์มากแค่ไหน

“แล้วคุณไดอาน่ามีเรื่องอะไรตลกๆ มาเล่าให้ฉันฟังบ้างคะ?”

“…” เธอคิดและส่ายหน้า “คงมีแค่ ฉันคิดว่าชุดคอร์เซ็ทคือชุดเกราะออกรบ”

“เอ๋?”

มันไม่ตลกแต่คุณสงสัยมากกว่า มันเหมือนชุดเกราะออกรบตรงไหนกันล่ะ

“ตอนที่ฉันมาที่แผ่นดินมนุษย์ครั้งแรก…”

ไดอาน่าเหมือนจะเล่าแต่ว่าบางอย่างทำให้เธอหยุดเล่าไปเสียอย่างนั้น

“ฉันหมายถึงว่า ฉันแค่คิดตลกๆ แค่นั้นแหละค่ะ ไม่มีอะไร”

“…”

ดูคลุมเครือสุดๆ ไปเลยนะเนี่ย เหมือนกับว่าไดอาน่าไม่อยากบอกอะไรคุณในบางเรื่อง

“คุณไดอาน่า เป็นคนที่ไหนคะ ฉันหมายถึงบ้านเกิดน่ะค่ะ”

“…” เธอเงียบไปอีกแล้ว นั่นทำให้คุณสงสัย แต่เธอก็ตอบคุณ “ฉันมาจากเกาะค่ะ บ้านฉันอยู่ที่เกาะ แต่คงไม่ได้กลับไปอีกแล้ว”

“…”

และเราก็เงียบกันทั้งสองฝ่าย มันดูอึดอัดและชวนประหม่าขึ้นมาทันที ไดอาน่าเหมือนกำลังปกปิดอะไรบางอย่างจากคุณอยู่ แต่ก็นะ ทุกคนก็ไม่อยากจะพูดเรื่องส่วนตัวของตัวเองมากเกินไป

“แล้ว…คุณคิดว่า คุณแฮนสันเขาเป็นคนดีไหนคะ?”

อยู่ๆ ไดอาน่าที่เงียบไปก็ถามเรื่องบิลล์กับคุณ

“ดีซิคะ เขาเป็นเพื่อนคนโปรดของฉันเลยล่ะค่ะ ทำไมเหรอคะ?”

“ฉันคิดว่าเขาจะชอบคุณ และคุณก็ชอบเขามากด้วย”

“ก็แน่นอนค่ะฉันชอบเขา”

“…”

ไดอาน่าเงียบไป

“อย่าบอกนะคะว่าคุณไดอาน่าชอบบิลล์น่ะ”

“เปล่าค่ะ คุณชอบเขาเหรอคะ?”

“ค่ะ”

“งั้นคุณก็รักเขา?”

“หา!”

คุณหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินคำนั้นออกมาจากปากของไดอาน่า

“คุณหัวเราะทำไมคะฉันจริงจังนะ”

“ก็มันตลกนี่คะ ฉันกับบิลล์ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นกันได้หรอกค่ะ เขาเป็นเกย์”

ไดอาน่าตาโตขึ้นมาทันที

“เกย์?”

“ใช่ค่ะ ตอนแรกฉันนึกว่าคุณไดอาน่าจะสนใจบิลล์ซะอีก”

“ฉันสนใจคุณมากกว่าค่ะ”

“…!”

“ฉันหวงคุณมากตอนที่คุณคุยกับเขา ฉันรู้สึกไม่ดีเลย”

คำว่า หวง ทำเอาคุณคว้างไปเลย ไดอาน่าหมายความว่ายังไงกันนะ?

“หวง เหรอคะ?”

“ใช่ค่ะ ที่ฉันอารมณ์เสียและบอกว่าไม่สบาย ความจริงแล้วฉันรู้สึกหวงคุณกับคุณแฮนสันตอนที่เห็นคุณกอดกับเขา”

“อ่อ ฉันก็เคยเป็นค่ะ ตอนเด็กๆ ฉันหวงเพื่อนของฉันที่ไปคุยกับเพื่อนคนใหม่ที่ไม่ใช่ฉัน”

“แต่ฉันไม่ได้หวงแบบเพื่อนนี่คะ”

“…!”

คุณเกือบจะอ้าปากค้างแล้ว ไดอาน่าพูดตรงมากเลยคราวนี้ และคุณรู้สึกว่าเธอจะเล่นมุกอีกหรือเปล่านะ และคุณไม่กล้าถามเธอด้วยซ้ำ

“คุณไม่จำเป็นต้องหวงเลยนะคะ”

คุณยิ้มแก้เก้อ และไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป

“ทำไมล่ะคะ?”

“ฉันก็…ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”

ไดอาน่ายิ้ม เธอดูจะพอใจด้วยซ้ำ

“งั้นฉันขอ…”

“กอด ได้เลยค่ะ”

คุณกางแขนออก มันเป็นการกระทำแก้เขินของคุณกับคำพูดเมื่อสักครู่ต่างหาก

ไดอาน่าส่ายหน้า และพูดว่า

“จูบ ฉันของจูบ…คุณได้ไหมคะ?”

“…!”

โอ้ว~ หูฝาด! คุณบอกกับตัวเองว่าหูฝาดแน่ๆ ไม่มีทางที่ไดอาน่าจะขอจูบคุณหรอก

“คะ คุณไดอาน่า…ว่าอะไรนะคะ”

คุณถามเธอไปเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“…”

เจ้าของใบหน้าคมสวยเจ้าเสน่ห์มองคุณ ดวงตาสีน้ำตาลสว่างจับจ้องมาที่คุณ ไดอาน่าไม่พูดซ้ำคำนั้นให้คุณได้ยินอีก เธอขยับเข้ามาหาคุณจนรู้สึกได้ถึงคลื่นความอบอุ่นและกลิ่นกายที่หอมชวนน่าหลงใหลของไดอาน่าทำให้คุณต้องมนต์ ดวงตาสีน้ำตาลที่ทรงเสน่ห์นั้นยังคงมองมาที่คุณอย่างอ่อนโยน ไดอาน่าอยู่ใกล้คุณมากแล้วในตอนนี้ ใกล้มากพอที่คุณจะรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเธอที่รินรดใบหน้าคุณ

เหตุการณ์เหมือนเมื่อวานอีกครั้ง

แต่ว่าวันนี้…

วันนี้คุณมั่นใจว่าความรู้มันแตกต่างกัน

และคุณไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้คุณเอื้อมมือไปจับใบหน้าเรียวสวยราวกับรูปสลักนั้น

ไดอาน่าสวยมาก เมื่อมองในระยะใกล้แบบนี้ เธอยิ่งสวยขึ้นไปอีก

แล้วริมฝีปากหยักได้รูปของไดอาน่าก็ประทับลงที่ริมฝีปากคุณ มันไม่ใช่แค่แตะเหมือนเมื่อวานคุณสาบานได้ เพราะไดอาน่าเริ่มที่จะขยับจูบอย่างเชื่องช้าอ่อนหวาน คุณเบียดตัวเข้าไปหาไดอาน่าเพื่อที่จะลิ้มรสหวานของจูบที่เริ่มดูดดื่มขึ้นเรื่อยๆ เนิ่นนานนับนาที มือของคุณสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมสีดำขลับที่ด้านหลังของไดอาน่าอย่างลืมตัว และรู้สึกได้ว่าไดอาน่าก็ขยับกายเข้ามาเบียดคุณเช่นเดียวกัน มือทั้งสองข้างของคุณโอบที่คอไดอาน่า ส่วนสองมือไดอาน่าวางที่สะโพกของคุณ

“คุณ…ทำให้ฉัน…”

ไดอาน่าละริมฝีปากพูดพึมพำบางอย่างใกล้ๆ ริมฝีปากของคุณ จากนั้นก็ป้อนจูบที่แสนหวานให้คุณอีกครั้ง น้ำหนักตัวของไดอาน่ากดร่างของคุณให้นอนลงอย่างง่ายดาย เธอขยับจูบร้อนแรงและผ่อนช้าลงเพื่อให้คุณหายใจ แต่อากาศ และความร้อนนี้ มันไม่พอ และคุณก็แทบจะขาดอากาศหายใจ คุณบีบที่แขนไดอาน่าเบาๆ คนบนร่างเหมือนจะรู้ในสัญญาณของคุณ เธอหยุดการกระทำนั้น และผละออกจากตัวคุณ แต่เธอยังคงมองหน้าคุณอยู่พักหนึ่งและดึงแขนคุณให้ลุกขึ้นนั่ง คุณหายใจหอบถี่ แต่ไดอาน่าแค่หายใจธรรมดาเหมือนปกติ เธอยิ้มให้คุณ

“ฉะ ฉัน เกือบจะขาดอากาศหายใจ แต่คุณ…”

คุณพูดแล้วหายใจเข้าปอด ซึ่งทำให้ไดอาน่าหัวเราะ คุณยังคงหน้าแดงจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไม่หาย และคุณก็เพิ่งเคยเห็นไดอาน่าหน้าแดงเช่นเดียวกัน

“คุณกำลังจะบอกฉันว่าเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ ‘บางทีเพื่อนก็ทำอะไรกันแบบนี้’ ใช่ไหมคะ?”

คุณมองไดอาน่าแล้วส่ายหน้า

“ฉันเองก็ไม่แน่ใจเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ”

“…”

ไดอาน่ายิ้มจนตาปิดส่งมาให้คุณ ซึ่งมันน่ารักมาก

“ฉันก็คิดว่าเพื่อนกันไม่ทำอย่างนี้นะคะ”

“…”

คุณยิ้มบางๆ ให้เธอและหลบสายตาของไดอาน่า แต่เธอเอียงคอมองคุณ ให้ตายเถอะ! ตอนนี้คุณเขินไดอาน่ามาก

“ทำไมคะ คุณไม่ชอบจูบเมื่อสักครู่ของฉันเหรอคะ?”

“คะ คุณ…ไดอาน่า…”

โอ๊ย! คุณไดอาน่านี่ก็ถามตรงสุดๆ ล่ะ

“เปล่าค่ะ…ฉันก็แค่…มันเขินที่จะพูดนะคะ”

เธอยิ้มให้คุณ เหมือนกับเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ดี เธอเปลี่ยนเรื่องคุย

“งั้น พรุ่งนี้คุณจะไปส่งฉันที่สนามบินหรือเปล่าคะ”

“…”

จริงซิ พรุ่งนี้ไดอาน่าต้องกลับฝรั่งเศสแล้วซินะ คุณรู้สึกโหวงเหวงขึ้นมาทันที คุณไม่อยากให้มีพรุ่งนี้เลย และเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ก็ทำให้คุณกับไดอาน่าผูกพันกันขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง และมันน่าจะเกินคำว่าเพื่อน แต่แล้วความสุขก็จบลงที่พรุ่งนี้อย่างนั้นนะเหรอ?

“ฉันจะไปส่งคุณแน่นอนค่ะ แล้วก็…”

คุณยังไม่ทันได้พูดจบประโยคมือถือของคุณก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อ ‘ซิลวาล์’ คุณรีบกดรับสายทันที

“ว่าไง…ขนของเถื่อนเข้าเมืองเหรอ?! โอเคเดี๋ยวฉันไปที่นั่น”

คุณวางสายแล้วหันไปพูดกับไดอาน่า

“ฉันขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่ามีงานเข้ามา คุณไดอาน่า….”

“ฉันจะรออยู่ที่นี่คะ คุณไปทำงานเถอะ”

ไดอาน่าชิงพูดขึ้น และคุณได้แต่พยักหน้าเพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันงานใหญ่ในครั้งนี้

“ฉันไปก่อนนะคะ”

คุณยิ้มให้เธอ แล้วหยิบกระเป๋าสะพายวิ่งออกไปจากห้องทันที และคุณยังไม่รู้ว่าเจ้าของดวงตาที่ทรงเสน่ห์มองคุณวิ่งออกไปนอกห้อง และรอให้คุณขับรถออกไป

ร่างสูงออกมายืนที่ระเบียง มองรถของคุณที่แล่นออกไปสามช่วงตึก

และเธอก็กระโดดลงจากระเบียง…


คุณบึ่งรถมาจอดที่โกดังอาหารทะเล ใกล้ๆ กับท่าเทียบเรือ มันเป็นโกดังที่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว และมีลาดจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วย คุณซ่อนรถออดี้คันโปรดของคุณเอาไว้ในที่ลับตาแถวๆ นั้น และเริ่มมองหาซิลวาล์ แต่คุณก็เจอเขาแทบจะทันที เขาโบกมือให้คุณอยู่ใกล้กับลังไม้ข้างๆ ลาดจอดเฮลิคอปเตอร์ แล้วทำมือบุ้ยใบ้ชี้ไปทางกลุ่มคนที่เดินเฝ้ายามไปมาอยู่ 3คน เป็นเชิงว่า ‘อย่าให้พวกนั้นเห็น’ คุณพยักหน้าและหาจังหวะหลบเข้ามาหาซิลวาล์อย่างปลอดภัย

“แม่นินจาสาว”

เขาทักคุณทันทีที่ย่องเข้าไปแอบข้างลังไม้กับเขา

“นายรู้ได้ยังไงว่าเขาขนของเถื่อนมาที่นี่”

“ชาวบ้านแถวนี้น่ะ เขาบอกว่าเวลากลางดึกพวกนี้จะแอบใช้โกดังที่นี่เป็นการขนของเถื่อนเข้าเมือง ชาวบ้านละแวกนี้ทนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ไหว เลยแจ้งพวกเรามากะจะให้เปิดโปงคนพวกนี้”

“นายแจ้งตำรวจยัง?”

“ยังเลย เราคอยดูก่อนว่ามันจะมาจริงหรือเปล่า ถ้ามาจริงเราจะแจ้งตำรวจทันที แล้วอีกอย่างนะ เราแค่มาเก็บภาพ ห้ามทำอะไรบ้าๆ นะฉันขอเตือนเธอไว้เลย เดี๋ยวก็โดนจับถ่วงน้ำแบบคราวนั้นอีก”

“รู้แล้วน่า”

คุณตอบปัดๆ เพราะคราวที่แล้วก็โดนอีกแก๊งหนึ่งเล่นงานเกือบตาย

ในขณะที่คุณสังเกตการณ์เงียบๆ ซิลวาล์ก็คว้ากล้องออกมาจับภาพคนพวกนั้น ประมาณห้าหกคนรวมกลุ่มกันอยู่ เขาเอาแต่กดซัตเตอร์ทุกๆ วินาทีราวกับว่าไม่อยากพลาดไปสักช็อต

และผ่านไปไม่นานเกือบสิบนาทีคุณก็ได้ยินเสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ดังมาแต่ไกล คุณกับซิลวาล์หมอบเข้าไปในซอกลังไม้กองสูงๆ ทันทีเพื่อให้พ้นจากรัศมีการมองเห็นของเฮลิคอปเตอร์ที่บินมาจากด้านบน เมื่อพวกมันลงจอดแล้ว คุณก็เดินออกมาหลบที่ข้างลังไม้ที่เดิม กลุ่มที่ลงจากเฮลิคอปเตอร์มีอยู่สามคน อีกสองคนเดินตามหลังมาช่วยกันขนลังไม้ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกมา พวกมันทยอยขนออกมาจนครบห้าลัง ส่วนพวกที่ยืนรออยู่ที่โกดังเปิดลังนั้นออกแล้วตรวจสอบดูว่าข้างในมีของครบหรือเปล่า หนึ่งในพวกนั้นถือมันออกมา

ปืน

“พวกขนอาวุธเถื่อน”

คุณพึมพำซิลวาล์จับภาพพวกนั้นทันที และคุณโทรหาตำรวจเมื่อแน่ใจว่าพวกมันขนอาวุธเถื่อนกันจริงๆ

“….รีบมาเลยค่ะ ค่ะ ที่โกดังอาหารทะเลข้างท่าเทียบเรือ”

“พวกนี้มันทำกันไม่อายกฎหมายกันบ้างหรือไงนะ”

ซิลวาล์ปากก็บ่นไปแต่มือยังคงกดชัตเตอร์ และคุณก็วางสายจากนักสืบเดวี่ส์ ทอมป์สัน

“อายอะไรไอ้ลูกหมา”

เสียงหนึ่งพูดขึ้นหลังคุณกับซิลวาล์ คุณทั้งสองคนมองหน้ากันราวกับสงสัยว่าใครพูด แต่แล้วก็ชัดเจนขึ้นทันตาเมื่อพบว่าคุณทั้งสองคนไม่มีใครปริปากพูดประโยคนั้นเลย

“แอบดูสนุกไหมพวก?”

คุณกับซิลวาล์รู้แล้วว่าโดนถูกจับได้ เพราะปากกระบอกปืนจ่อที่หัว คุณกับเขาหน้าซีดพอๆ กัน

“ลุกขึ้นช้าๆ แล้วหันมา”

คุณกับเขาทำตามอย่างว่าง่าย พวกมันมีกันสองคน มันคนหนึ่งเอาปลายกระบอกปืนชี้ที่หน้าอกซิลวาล์ที่มีป้ายนักข่าวหนีบไว้ตรงกระเป๋าเสื้อเชิ้ต

บ้าจริงเชียว! คุณกับซิลวาล์ไม่ตรวจสอบให้ดี ว่ารอบนอกมีคนเดินตรวจตราอีกหรือเปล่า ถือเป็นการพลาดอย่างร้ายแรง

“นักข่าว สำนักข่าวดังด้วย สงสัยอยากทำข่าวการตายของตัวเอง ก็ดี พามันไปหาหัวหน้า!”

คุณกับซิลวาล์มองหน้ากันอีกครั้ง และรับรู้ถึงคราวซวยตัวเอง

พวกมันอีกสองคนคุมตัวคุณกับซิลวาล์เข้าไปหาคนที่มันเรียกว่า ‘หัวหน้า’ ซึ่งหน้าโหดมากพอดู เขาเดินลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ และเดินรอบตัวคุณกับซิลวาล์อยู่สักพักหนึ่ง รอบตัวคุณกับเพื่อนช่างภาพคนนี้มีพวกมันล้อมรอบอยู่เกินสิบคน คนที่เป็นหัวหน้ากระชากกล้องจากมือซิลวาล์แล้วเหวี่ยงทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี กล้องแตกกระจาย พังในทันที และคุณแอบเห็นสีหน้าอาลัยอาวรณ์ของซิลวาล์ที่มีต่อกล้องและข้อมูลหลักฐานที่จะมัดตัวพวกมัน

“ฉันเกลียดที่สุดเลยก็คือพวกนักข่าว กับตำรวจนี่แหละ”

เขายกมือขึ้นชี้หน้าพวกคุณ

“แกสองคนไม่อยากตายดีใช่ไหม? ในเมื่อมาที่นี่ก็เท่ากับว่าใจกล้าน่าดู”

“…”

“จับพวกมันถ่วงน้ำ ใช้สถานที่ให้เป็นประโยชน์หน่อย”

หัวหน้าพวกมันหัวเราะชั่วร้าย

“…!!”

“…!!”

คุณกับซิลวอล์มองหน้ากันอีกครั้งอย่างสิ้นหวัง พวกมันเข้ามาจับตัวคุณกับซิลวาล์เขาดิ้นและตะโกนขึ้น

“ปล่อยผู้หญิงไปซิวะ ไอ้พวกเลว ปล่อยผู้หญิงไป!”

“ปล่อยไปทำไม แกอยากเป็นฮีโร่เหรอ?”

หัวหน้าพวกมันแสยะยิ้มน่ากลัว

“จับผู้หญิงถ่วงน้ำก่อน แล้วไอ้ผู้ชายทีหลัง”

“ไม่นะ!”

ซิลวาล์ร้องเสียงหลง เขาถีบอีกคนออกจากตัว แล้วจะวิ่งเข้ามาหาคุณที่ขวัญเสียไม่แพ้กัน แต่เขาก็โดนคนพวกนั้นประเคนกำปั้นใส่ไม่ยั้ง คุณได้ยินเสียงเขาพูดเบาๆ

“ปล่อยเธอไป ปล่อยเธอไป”

“…”

น้ำตาคุณเริ่มคลอ เมื่อเพื่อนดิ้นรนเพื่อช่วยคุณขนาดนั้น คุณขัดขืนเพื่อที่จะเข้าไปหาซิลวาล์

“หยุดนะ! อย่าทำร้ายเขา”

“ยืนโง่อยู่ทำไม ไปหาก้อนหินหนักๆ มามัดขามันซิวะ”

หัวหน้าพวกมันตะโกนบอกลูกน้อง แล้วพวกมันก็วิ่งเข้ามารุมมัดคุณกับซิลวาล์

พวกมันมัดมือมัดเท้าของคุณและก้อนหินหนักเชื่อมกับขาของคุณ คุณไม่มีทางขัดขืนได้เลยเพราะพวกมันมีกันหลายคน ซิลวาล์เองก็โดนเช่นกันกับคุณ ตอนแรกเขาไม่ยอมพวกมันง่ายๆ แต่ก็จบลงด้วยพวกมันประเคนกำปั้นใส่เขาและหมดแรงต่อกรด้วยในที่สุด

ชายคนที่แข็งแรงอุ้มคุณไปวางไว้ที่สะพานเทียบท่าเรือที่ยื่นออกมาจากฝั่ง ซิลวาล์เหลือบมองคุณทั้งๆ ที่ไม่มีแรงเหลือ แต่คุณเห็นว่าเขาน้ำตาคลอมองมาที่คุณ คุณไม่รู้ว่าจะทำยังไงคุณได้แต่พยักหน้า และพูดประโยคสุดท้ายกับเขา

“นายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีมากคนหนึ่งนะ ขอบคุณที่ช่วยฉันทุกอย่าง”

เขายังคงมองที่คุณ แล้วพยักหน้าเช่นกัน

“เธอคือยัยบ้าชอบเสี่ยงของแท้ตั้งแต่ฉันเคยเจอมาเลย ขอบคุณที่เราเป็นเพื่อนกัน”

“เฮ้ย! ใครอนุญาตให้พวกแกสั่งเสียกันวะ!”

หัวหน้าพวกมันตะโกนขึ้น

“…”

คุณหายใจเข้าออก หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัว สายตาของคุณจับจ้องที่ผิวน้ำกระเพื่อมเป็นระยะอยู่ข้างล่าง และหลับตาลง มีคนบอกว่าถ้าหากใกล้ตายความทรงจำของเราจะไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว คุณรู้สึกได้ ความทรงจำแรกของคุณคือพ่อกับแม่ซื้อรถจักรยานคันใหม่ให้กับคุณตอนอายุครบสิบห้าปี และล่าสุดเมื่อปีที่แล้วพ่อกับแม่ของคุณเดินทางมาฉลองคริสต์มาสกับคุณ พวกเขาทำอาหารอร่อยๆ ให้คุณทาน ทุกเหตุการณ์ไหลเวียนเข้ามาในหัวของคุณ

และสุดท้าย

ใบหน้าของคนที่มีเสน่ห์มากล้นนั้นลอยขึ้นมาในหัวของคุณเช่นกัน

ไดอาน่า พริ้นซ์

ผู้หญิงที่ทำให้คุณมีความสุข และเป็นตัวของตัวเองทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน คุณนึกถึงจูบของเธอด้วยเช่นกัน จูบที่อาจจะไม่มีวันได้รับอีกต่อไป และอาหารอร่อยๆ ฝีมือพ่อกับแม่ที่คุณจะไม่มีโอกาสได้กินอีกต่อไป

“เอ้า! โยนมันลงไปซิ!”

หัวหน้าของมันส่งอีกครั้ง ชายคนที่อยู่ข้างคุณพยักหน้าเตรียมจะผลักคุณลงไป

แต่ทว่า…

ลังไม้หนักๆ สองลังปลิวเหวอลงมากลางวง พวกมันทั้งหมดพากันหลบหนีแตกฮือ และลังไม้พวกนั้นเฉียดหัวซิลวาล์ไปทับพวกนั้นสามคนล้มกระแทกพื้น ลูกน้องที่อยู่ข้างคุณตกใจ เลยเผลอผลักคุณลงไปในน้ำทะเลเบื้องล่าง ก่อนช่วงเวลานั้นคุณสังเกตเห็นเชือกสีเหลืองเรืองสว่างตวัดรัดคนพวกนั้นและเหวี่ยงไปมา จากคนหนึ่งไปยังคนหนึ่ง และคุณได้ยินเสียงกระสุนปืนตอนตกลงสู่น้ำ

ท้องน้ำทะเลอันมืดมิดนำพาให้คุณนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ครั้งแรกที่คุณโดนจับถ่วงน้ำ มันทำให้หัวใจของคุณทำงานหนักเพราะความกลัว ตอนนั้นมีกรงเหล็ก แต่ตอนนี้เป็นก้อนหินหนักๆ ที่พร้อมจะฉุดคุณลงสู่ก้นทะเลได้ทุกเมื่อ

มันถ่วงคุณลงเรื่อยๆ

ลงสู่เบื้องล่าง

ลงสู่ความเหน็บหนาวที่ไม่อาจลืมเลือน

และน่ากลัว

คุณมองขึ้นไปยังแสงสว่างน้อยนิดที่ส่งลงมาจากโกดัง คุณเริ่มขาดอากาศหายใจ คุณไม่สามารถกลั้นหายใจได้นานเหมือนนักดำน้ำ ไม่เลย…คุณเป็นแค่นักข่าว แค่คนที่ว่ายน้ำไม่เป็น

อากาศเริ่มหมด…

และคุณเห็นภาพบางอย่างฉายขึ้นมาในหัว…

ภาพนั้นเหมือนกับวันที่เห็นในพิพิธภัณฑ์ มีคนมาช่วยคุณและดึงกรงออกด้วยพลังมหาศาล คุณเริ่มเห็นรางๆ ภาพในความทรงจำกำลังกลับคืนมาทีละนิด

คุณเห็น…ใบหน้าที่เลือนรางนั้น

คุณระบุได้แล้ว ว่าคนที่มาช่วยชีวิตคุณ….เป็นผู้หญิง

ภาพดับวูบลง

คุณยังคงเงยมองแสงอันน้อยนิดที่ส่องมาที่สะพานนั้น และคุณก็เห็นอะไรบางอย่าง

คุณเห็นเงาคนยืนอยู่บนสะพานตรงนั้น กำลังมองลงมาที่ท้องน้ำ อาจจะเป็นซิลวาล์ คุณคิด

“…!”

ร่างนั้นกระโดดพุ่งลงมาจากบนบกลงสู่ท้องทะเล ร่างนั้นพุ่งตรงแหวกว่ายน้ำเข้ามาหาคุณ สายตาของคุณเริ่มเลือนราง และร่างนั้นลอยเข้ามาไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ก็ใกล้พอที่คุณจะระบุเพศได้

ผู้หญิง

จากนั้นสติคุณก็ดับวูบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #12 • CHOCOLATE • (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 21:42
    อ๊ายยยยยย ทำไมเขินง่าาาาาาา
    >///< ไม่ไหวแล้วววววว
    #12
    0
  2. #11 empty-girl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 13:58
    มาต่ออีกนะ กำลังสนุก
    #11
    0
  3. #10 MMA07 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 16:36
    ชอบการบรรยายมากๆเลยค่ะ >< ถึงอัพช้าแต่ก็จิรออออ~~~
    //สนุกมากๆ
    #10
    0