[YURI] BELIEVE IN (Diana Prince x Reader)

ตอนที่ 2 : CHAPTER ONE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    9 ม.ค. 64

@Bank

คุณรีบขับออดี้สีดำคู่ใจบึ่งมาที่ธนาคารใจกลางเมืองนิวเจอร์ซี่ย์ หลังจากสิบนาทีที่แล้วได้รับรายงานมาว่าสถานที่แห่งนี้มีกลุ่มติดอาวุธครบมือเข้ามาปล้นธนาคารอย่างโจ่งแจ้งเย้ยกฎหมายและตำรวจ แต่สถานการณ์ตอนนี้คลี่คลายแล้ว และคุณที่กำลังแอบอู้งีบอยู่โต๊ะทำงานเลยต้องลากสังขารมาทำข่าวที่นี่ตามลำดับ

คุณลงจากรถและมุ่งหน้าเข้าไปสู่เขตธนาคารที่ว่านั่นทันที บริเวณด้านหน้ามีรถตำรวจจอดอยู่เต็มไปหมด และตำรวจภายรอบนอกมากมายที่กระจายกำลังกันสำรวจจุดเกิดเหตุและสอบถามคนที่ เห็นเหตุการณ์อยู่ในละแวกนั้น ตำรวจหนึ่งในนั้นยืนโดดเด่นอยู่คือนักสืบเดวี่ส์ ทอมป์สัน วัยห้าสิบปี ร่างอ้วน ตัวใหญ่ หัวล้าน และหนวดที่ใบหน้าของเขาทำให้เขาดูเป็นผู้ชายที่น่าเกรงขามในหมู่ตำรวจ

เขาร้องทักคุณทันทีที่เจอ

“เจอกันอีกแล้วซินะ”

น้ำเสียงเหยียดๆ เช่นเคยทำให้คุณชิน คุณกับนักสืบทอมป์สันไม่ได้สนิทอะไรกันนัก เรียกว่ารู้จักกันเสียมากกว่า เขารังเกียจนักข่าว และเคยพูดว่า ‘พวกน่ารำคาญ’ ใส่หน้าคุณอยู่สองสามครั้ง และโชคร้ายของคุณ เพราะเกิดเหตุอาชญากรรมที่ไหนคุณก็ได้เจอกับเขาทุกที และนี่เป็นเหตุผลที่ว่าคุณกับเขารู้จักกันแต่ไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรด้วย

“ก็ฉันเป็นนักข่าวนี่คะ”

“ฉันรู้น่า”

เขาหัวเราะประชด

คุณกวาดสายตาสำรวจดูรอบๆ ธนาคารทันที ประตูทางเข้าของธนาคารพังทลายเป็นรูใหญ่เบ้อเริ้ม ราวกับว่ารถถังทั้งคันพุ่งเข้าชนยังไงยังงั้น แล้วที่เสาไฟเยื้องธนาคารมีกลุ่มชายปิดหน้าปิดตาสวมชุดสีดำห้าคนโดนมัดรวมกันในสภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คุณรู้ทันทีว่าคนพวกนี้คือโจรที่ปล้นธนาคาร แต่แล้วทำไมพวกเขาถึงได้มีสภาพแบบนี้กันล่ะ?

“มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่คะนักสืบทอมป์สัน”

สีหน้าที่น่ารังเกียจของเขายิ้มเยาะ เขาเป็นคนถือตัวและน่าหมั่นไส้ที่สุด ไม่ใช่แค่คุณที่รู้สึกแบบนี้คนอื่นๆ ที่ร่วมงานกับเขาก็เช่นกัน

“กลุ่มโจรพวกนี้จะเข้ามาปล้นธนาคาร และตั้งใจจะกราดยิง แต่พนักงานในธนาคารบอกว่ามีคนมาช่วยเอาไว้ทัน”

เขาเว้นวรรคไปสักพัก และคุณจ้องหน้าเขาราวกับว่าเมื่อไหร่อีกประโยคจะหลุดออกมา

“…”

“ให้ตายซิ เรื่องนี้มันน่าหัวเราะให้ฟันร่วง”

เขาอาจจะอยากพูดคำหยาบถ้าทำได้ ก่อนจะหันมายิ้มเยาะคุณ

“พนักงานในนั้นบอกว่ามีผู้หญิงสวมชุดเกราะมาช่วยไว้”

“ผู้หญิงสวมชุดเกราะ?”

คุณเกือบจะขึ้นเสียงสูง

“ใช่ คุณว่าตลกใช่ไหม? ผู้หญิงสวมเกราะ”

เขาหัวเราะเหยียดๆ ส่งให้คุณทันทีที่เห็นว่าใบหน้าของคุณกำลังงุนงงกับเรื่องเล่าชวนขบขันของเขา แต่คุณไม่ได้ขบขันไปกับเขา และคุณรู้ดีที่เขาหัวเราะก็เพราะปกปิดความหวาดกลัวของตัวเอง

“ไม่มีทางหรอกฉันไม่เชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น”

“คุณก็รู้นี่คะว่าโลกของเราตอนนี้เป็นยังไง ที่เมโทรโพลิสยังมีซูเปอร์แมนเลย แล้วทำไมเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นที่นิวเจอร์ซี่ย์ไม่ได้ล่ะค่ะ”

คุณพูดจาแดกดันเขา และเขาหันขวับมาทางคุณ

“ถ้าคุณอยากเชิดชูพวกนั้นละก็ไปเลยไป อยู่ให้ห่างๆ ผม คนพวกนั้นนำความเสียหายใหญ่หลวงเข้ามาในโลกของเรา”

“แต่ถ้าไม่มีพวกเขา ป่านนี้คุณคงไม่รอดมาทำคดีอยู่ตรงนี้หรอกค่ะนักสืบทอมป์สัน”

คุณเสียดสีเขากลับ เพราะเมื่อปีก่อนได้ข่าวว่าซูเปอร์แมนช่วยเขาออกมาจากกองเพลิงในตึกที่เมโทรโพลิส

“คุณเข้าข้างพวกเขา!”

“แน่นอนสิคะ”

คราวนี้เขาเอ่ยชื่อคุณเสียงเข้ม คุณเลยกวนโทสะเขาโดยการยกมือขึ้นยอมแพ้ แล้วทำหน้ากวนๆ ใส่เขา ก่อนจะเดินเข้าไปในธนาคาร เขาส่งเสียงดังไล่หลังคุณมา

“เห็นแก่พระเจ้าเถอะ! ถ้าลูกชายของผมเดตกับคุณ ผมสาบานว่าคุณจะไม่มีวันที่จะพบความสุขตลอดกาล”

“ไม่มีทางหรอกน่า ลูกชายคุณไม่ใช่สเปคฉัน”

คุณหันกลับไปตอบ จึงได้เห็นว่าเขาส่ายหน้าเอือมให้กับคุณ เพราะทำอะไรคุณไม่ได้ และเขารู้ว่าคุณเป็นผู้หญิงแสบแค่ไหน

คุณเดินเข้าไปในตัวอาคาร พนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการอีกสามสิบชีวิตที่เห็นเหตุการณ์กำลังถูกตำรวจสอบถามเป็นกลุ่มๆ คุณแทรกตัวเข้าไปหาพนักงานคนหนึ่งที่นั่งว่างตัวสั่นไร้ผู้คนสนใจอยู่คนเดียว เธอมีสีหน้าหวาดกลัวจนคุณคิดผิดหรือเปล่าที่เดินเข้ามาหาเธอ

“ขอโทษนะคะ ฉันนักข่าวจากเดลี่มาเวลลัส ขอสอบถามอะไรสักอย่างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไหมคะ”

เธอพยักหน้า และเริ่มเล่าเมื่อเห็นป้ายคล้องคอของคุณระบุว่าเป็นนักข่าวจริงๆ

“ฉันทำงานของฉันอยู่ดีๆ คุณเข้าใจใช่ไหม รู้ไหมหน้าที่ของฉันน่ะ คือต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าประตู” เธอพูดเสียงสั่น

“ฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อน เหตุการณ์ที่ตัวฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ฉันยืนอยู่หน้าประตู แล้วพวกมัน..พวกโจรวิ่งกรูกันเข้ามา มันใช้ปืนขู่พวกเราให้ไปรวมกันอยู่ตรงกลางอาคาร แล้วยิงปืนขู่เป็นระยะ ตอนนั้นฉันคิดว่าทุกคนคงไม่มีทางรอดไปได้ มันกวาดเอาเงินไปหมด มันบอกจะสร้างโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ลงข่าวหน้าหนึ่ง โดยยิงเราทั้งหมดทิ้ง และพระเจ้า! บางอย่างส่งเสียงดังโครมใหญ่คล้ายกับตึกถล่ม ตรงนั้น..”

เธอชี้ไปที่ประตูที่เป็นรูโหว่ใหญ่โต

“เธอเข้ามาตรงนั้นผู้หญิงสวมชุดเกราะ พุ่งชนเข้ามาเลย และจัดการโจรพวกนั้นในพริบตา”

“คุณพอจะเห็นไหมว่าเธอทำยังไง เอ่อ ฉันหมายถึงจัดการพวกโจรยังไง”

“ฉันไม่รู้เลย มองไม่ทัน มันเกิดขึ้นเร็วมาก พอรู้ตัวอีกทีก็จบลงที่คนพวกนั้นโดนจับมัดที่เสาไฟหน้าธนาคาร”

“…”

คุณครุ่นคิดและจินตนาการภาพเหตุการณ์ไปด้วย จากนั้นผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ พนักงานต้อนรับก็พูดเปิดประเด็น เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เพราะคุณมัวแต่สนใจพนักงานต้อนรับคนนี้จนลืมไปว่าคุณไม่ได้สนทนาอยู่แค่สองคน แต่เป็นสามคนต่างหาก

“เธอคือ วันเดอร์วูแมน ฉันมั่นใจ”

“คุณว่าอะไรนะคะ”

คุณหันไปถามเธอทันที และดูจากลักษณะการแต่งตัวแล้วเธอน่าจะเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการธนาคารแห่งนี้

“คุณไม่รู้จักเหรอ? วันเดอร์วูแมน เธอสวมเกราะ เกราะน่ะ” เธอดูตื่นเต้นเมื่อเอ่ยชื่อนั้น “ฉันเคยเห็นเธอนะ ครั้งหนึ่งที่ลอนดอน”

วันเดอร์วูแมน

ไม่ใช่ว่าคุณไม่รู้จักวันเดอร์วูแมนหรอกนะ คลิปวิดีโอในโลกโซเชียลตั้งเยอะแยะที่บันทึกภาพของซูเปอร์ฮีโร่ตอนปะทะกับศัตรูเอาไว้ตั้งมากมาย ใช่แล้ว และหนึ่งในนั้นมีวันเดอร์วูแมนด้วย แต่เธอมาทำอะไรที่นิวเจอร์ซี่ย์ที่ไม่เคยมีประวัติการปรากฏตัวของฮีโร่มาก่อน

“เราต้องขอบคุณเธอนะ ไม่อย่างนั้นพวกเราทุกคนตายกันหมดแล้ว แม้แต่ตำรวจฉันก็คิดว่าช่วยเราเอาไว้ไม่ได้กับสถานการณ์แบบนี้”

ลูกค้าหญิงคนนั้นกล่าวเสริมและแอบจิกกัดตำรวจไปในที

คุณขอบคุณพวกเธอสำหรับข้อมูล และเดินตีเนียนไปสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์แบบสุ่ม ผลก็ออกมาว่าทุกคนเล่าเหตุการณ์แบบเดียวกันหมด คือมีผู้หญิงสวมชุดเกราะมาช่วย และไม่เห็นว่าเธอจัดการโจรพวกนั้นในลักษณะใดเพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก และคุณคิดว่าต่อจากนี้คงได้เขียนข่าวสดุดีฮีโร่หญิงคนนี้เสียหน่อย

คุณกำลังจะเดินออกมาจากธนาคารพลางคิดหัวข้อข่าวในครั้งนี้ ก็ได้ยิน รปภ. คุยกับตำรวจด้วยสีหน้าโล่งอกกับเหตุการณ์ที่คลี่คลายนี้และยังพูดเป็นเชิงตำหนิสถานการณ์เสี่ยงตายนี้ด้วย

“ผมดีใจที่เธอมาช่วยพวกเราเอาไว้ทัน ผมซึ้งใจ แต่ให้ตายเถอะ เธอน่าจะเรียนรู้วิธีเปิดประตู ไม่ใช่พังประตู เผลอๆ พังทั้งตึก”

คุณยิ้มและพยายามกลั้นหัวเราะที่ได้ยินคำพูดนั้น คุณแอบจินตนาการเล่นๆ ว่าถ้าหากวันเดอร์วูแมนออกเดตกับหนุ่มหล่อ และเขาเกิดพูดจาไม่เข้าหูเธอ เธอจะจับเขาทุ่มลงพื้นหรือไม่ ความคิดนั้นทำให้คุณอารมณ์ดีและหัวเราะออกมาในที่สุด

เลิกคิดได้แล้วน่า

คุณปัดความคิดบ้าๆ (ที่อาจเกิดขึ้นจริง) ออกจากหัว แล้วตรงไปที่รถออดี้คันสีดำคู่ใจของคุณ คุณเปิดประตูรถ แต่สายตาของคุณไปสบเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ตรงฟากถนนอีกด้าน

“นั่น…”

คุณเห็นหญิงสาวร่างสูง ผิวแทน ผมสีดำขลับมัดรวบเป็นหางม้า เจ้าของใบหน้าคมสวยมีเสน่ห์ ที่คุณเพิ่งเจอที่โรงแรมเมื่อคืนนี้ คุณรู้ได้ในทันทีว่าเธอเป็นใคร

ไดอาน่า พริ้นซ์

คุณพริ้นท์มาทำอะไรที่นี่กันนะ?

ไดอาน่าเดินออกมาจากซอกตึกเล็กๆ ที่ถนนฝั่งตรงข้ามธนาคารที่ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เธอยังไม่รู้ตัวว่าคุณมองดูอยู่ เธอเดินตามฟุตบาทไปได้สักพักก็หยุด และล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า และนั่นคือมือถือ เธอกำลังโทรหาใครบางคน

ใครกันนะที่คุณพริ้นซ์โทรหาอาจจะเป็นคนขับรถ หรือเรื่องงาน?

แล้วเราจะมายืนเดาอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะเนี่ย!

คุณส่ายหน้าให้กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง และเข้าไปในรถ คุณไม่คิดจะไปทักทายเธอ เพราะเธออาจจะอยู่ในสถานะที่ติดพันอยู่กับการทำงาน

และมือถือคุณดังขึ้นโชว์เบอร์มือถือที่ไม่คุ้นขึ้นหน้าจอ

“สวัสดีค่ะ”

ปลายสายเอ่ยชื่อคุณ

[ฉันไดอาน่า พริ้นซ์ค่ะ]

ไดอาน่า พริ้นซ์!

คุณดีดตัวขึ้นจากเบาะนั่ง และจับจ้องมองไดอาน่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามภายในรถด้วยความตื่นเต้น เพียงเพราะผู้หญิงคนนี้โทรเข้ามาหาคุณ

“คะ…คุณได้เบอร์ฉันมาได้ยังไงคะ”

คุณพูดกรอกลงปลายสายแต่ตายังจับจ้องอยู่ที่ไดอาน่าที่อยู่ห่างออกไปอีกฟากถนน

[เอมิลี่ไงคะ]

“คุณน่าจะขอฉันเองเมื่อวานนี้”

[ก็ฉันไม่ได้มีโอกาสขอไงคะ มัวแต่…]

เธอไม่ได้พูดต่อ

“แล้ว…คุณโทรมาเรื่องคันธนูนั้นเหรอเปล่าคะ?”

[เปล่าคะ เรื่องนั้นฉันคงต้องขอเวลาอีกสักสองวัน เราต้องตรวจสอบอะไรบางอย่างสักหน่อย]

“อ่อ ได้สิคะ ถ้าไม่ใช่เรื่องธนูคุณโทรมาหาฉันเรื่องอะไรคะ”

[…]

ปลายสายเงียบไป ซึ่งคุณรู้สึกว่าไม่น่าถามคำถามนี้ไปเลย

รู้สึกผิดจังเลยแหะ คุณพริ้นซ์จะโกรธเราหรือเปล่า?

[ถ้าไม่ใช่ธุระเรื่องคันธนู ฉันก็คงโทรหาคุณไม่ได้ซินะคะ]

โอ้! น้ำเสียงของคุณพริ้นซ์เหมือนกำลังงอนฉันอยู่

เธอเหมือนกำลังงอนคุณอยู่ และมันเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกลึกๆ ในใจคุณ เหมือนกับว่าคุณไม่อยากให้เธอคิดแบบนั้น เหมือนกับว่าอยากจะง้อเธอ ราวกับเป็นคนรัก

ความรู้สึกนี้คืออะไรกันนะ?

“มะ ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น ถ้าคุณจะโทรมาหาฉันล่ะก็ ได้เสมอเลยค่ะ ได้ทุกเวลา”

คุณพูดแก้ตัวเร็วจี๋ และคุณได้ยินเสียงหัวเราะที่ทรงเสน่ห์ของเธออีกครั้ง

[ฉันอยากให้คุณพาไปที่แห่งหนึ่งสักหน่อยค่ะ วันนี้คุณว่างไหมคะ]

“ว่างค่ะ”

คุณตอบเธอไปอย่างไว และแน่นอนคุณโกหก คุณต้องกลับไปเขียนข่าวต่อเพื่อส่งต้นฉบับให้ทันในวันพรุ่งนี้ แต่เพราะโอกาสที่จะได้อยู่กับ ไดอาน่า พริ้นซ์ ผู้หญิงที่แสนจะมีเสน่ห์คนนี้ทำให้คุณไม่กล้าที่จะปฏิเสธ

[ฉันอยากรบกวนคุณมารับฉันได้ไหมคะ ฉันอยู่ที่…]

“ฉันรู้ค่ะว่าคุณพริ้นซ์อยู่ที่ไหน รอไม่เกินหนึ่งนาทีค่ะ”

[…?]

คุณสังเกตเห็นสีหน้าแปลกใจของไดอาน่าแม้อยู่ไกล คุณหัวเราะและวางสายจากเธอ

คุณกลับรถข้ามถนนเทียบจอดฟุตบาทตรงหน้าเธอภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีอย่างที่คุณพูดเอาไว้ แล้วเลื่อนกระจกรถลง

“ไม่ถึงหนึ่งนาที ขึ้นมาเลยค่ะ”

คุณเอ่ย และไดอาน่ามองคุณอย่างฉงนใจ เธอยิ้มให้และก้าวขึ้นรถมานั่งเคียงข้างคุณ

“คุณมาเร็วเกินไปนะคะ”

ไดอาน่ายิ้ม

“แน่นอนซิคะ ก็ฉันมาทำข่าวที่ธนาคารตรงข้ามนั้นเอง ฉันก็เลยบังเอิญเจอเข้ากับคุณพริ้นซ์พอดี”

“…”

คุณคิดว่าคุณตาฝาดที่เห็นไดอาน่ามีสีหน้าที่เปลี่ยนไปตอนคุณพูดถึงเรื่องนี้ เธอดูอึดอัด

“จะว่าไปคุณพริ้นซ์พอจะทราบไหมคะว่าธนาคารโดนปล้น”

เธออมยิ้มและหันมาตอบคำถามคุณ

“รู้ซิคะ ฉันอยู่ในเหตุการณ์ หมายถึง ฉันได้ยินเสียงดังมาจากธนาคารฝั่งตรงข้าม เพราะฉันบังเอิญมาซื้อของที่นี่พอดีค่ะ”

“คุณพอจะเห็นใครออกมาจากธนาคารไหมคะ แบบว่า…ผู้หญิงสวมชุดเกราะ”

ไดอาน่ายิ้มก่อนตอบเสมอ

“ไม่ค่ะ ฉันไม่เห็นอะไรเลย ได้ยินแค่เสียง เพราะเจ้าของร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บอกให้ลูกค้าหลบอยู่ในร้าน เขากลัวว่าพวกเราจะเป็นอันตราย”

คุณพยักหน้าเข้าใจ

“ดีแล้วละค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณมันคงไม่ดีแน่”

“คุณเป็นห่วงฉันเหรอคะ?”

คุณยิ้มและหัวเราะแก้เก้อ

“เป็นห่วงซิคะ ในฐานะที่คุณมาทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่นี่”

หากแต่ว่าดวงตาสีน้ำตาลสว่างมองมาที่คุณโดยแฝงความหมายบางอย่าง แววตานั้นดูอบอุ่นและมีเสน่ห์เหลือเกิน

“น่าเสียดายนะคะ ฉันนึกว่าคุณเป็นห่วงฉันในฐานะอย่างอื่นมากกว่า”

โอ้! พระเจ้า… ไดอาน่า พนิ้นซ์ กำลังทำคุณน้ำท่วมปากอีกครั้งแล้ว มุขของเธอทำให้คุณอึกอักพูดไม่ออก และเขินอายในเวลาเดียวกัน เหมือนกับว่าเธอกำลังให้คุณคิดไปไกลกับมุขนี้

ราวกับว่า ไดอาน่า พริ้นซ์ กำลังจีบคุณอยู่

“คุณพริ้นซ์เป็นคนมีเสน่ห์นะคะ คงมีหนุ่มมาหลงเสน่ห์เพียบเลย”

คุณเลี่ยงบทสนทนา

“แล้ว…ผู้หญิงอย่างคุณไม่หลงเสน่ห์ฉันบ้างเหรอคะ?”

สายตาแบบนั้นต้องมีความหมายอะไรแฝงอยู่แน่ๆ ราวกับว่าคุณเคยเห็นมาก่อน ราวกับว่าคุณคุ้นประโยคพวกนี้มาก่อน และคุณรู้สึกว่าหน้าร้อนแก้มจะระเบิดได้เลยตอนนี้

ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกว่าคุ้นเคยมากขึ้น

“ฉันเหรอคะ? คุณพริ้นซ์ขยันเล่นมุกจังเลยนะคะ”

ทันทีที่คุณพูดจบ ไดอาน่าซ่อนสายตาที่มีความหมายนั้นทันที เธอมองไปทางอื่นพูดพึมพำอะไรบางอย่างที่คุณไม่ได้ยิน และหันกลับมายิ้มให้คุณ

“เมื่อสักครู่คุณพริ้นซ์ว่าอะไรนะคะ”

“เปล่าค่ะ” เธอตอบ “เราจะไปกันได้หรือยังคะ”

“อะ อ๋อ ได้ซิคะ ที่ไหนที่คุณอยากไปคะ”

“ที่ที่ฉันอยากไป คือที่ที่ฉันได้พบกับความรักครั้งใหม่ของฉัน”

“ความรักครั้งใหม่?”

ประโยคนั้นทำให้คุณรู้สึกห่อเหี่ยวใจ แต่คุณสังเกตได้ว่าไดอาน่ากำลังมองคุณด้วยสายตาที่ทรงเสน่ห์นั้นอยู่


@พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

และที่ที่ไดอาน่าหมายถึงคือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ติดกับท่าเรือในนิวเจอร์ซี่ย์ ที่นี่เป็นสถานที่ที่โด่งดังพอสมควรสำหรับนักท่องเที่ยว แต่คุณแปลกใจมากการเจอกับคนรักมันน่าจะเป็นสถานที่อย่าง เดินชนบนทางเท้า สวนสาธารณะเหมือนในหนังอะไรสักอย่าง คุณคิดผิดมาตลอดการขับรถ

เราทั้งสองเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำภายใต้ซุ้มทะเลจำลองที่มีสัตว์น้ำหลากหลายชนิดแหวกว่ายอยู่รอบตัว บางสายพันธุ์หายากและคุณไม่รู้จักด้วยซ้ำ สถานที่แห่งนี้ช่างสวยงามจริงๆ ผืนน้ำสีฟ้าครามและสัตว์น้ำเหล่านี้ราวกับว่าคุณอยู่ใต้มหาสมุทรกับไดอาน่าแค่สองคนในเวลานี้

คุณแอบมองใบหน้าคมสวยที่สะท้อนกับน้ำสีครามในกระจก ไดอาน่าสวยมาก เธอน่าจะเกิดเป็นเจ้าหญิง นางฟ้า หรือไม่ก็เทพเจ้า มากกว่าจะเกิดมาเป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป เธอกำลังจับจ้องที่หมู่ปลาหลากสีแหวกว่ายกันเป็นกลุ่มๆ อยู่เนิ่นนาน คุณสาบานได้ว่าคุณไม่ได้มองความงามของมหาสมุทรที่มนุษย์จำลองขึ้นมาด้วยซ้ำ ในเวลานี้คุณมองเห็นแค่ ไดอาน่า พริ้นซ์ หญิงสาวที่คุณเพิ่งรู้จัก แต่รู้สึกว่าเคยรู้จักกันมานานแสนนาน

“…!”

แล้วอยู่ๆ ไดอาน่าก็หันมาหาคุณ เธอคงรู้สึกตัวว่ากำลังโดนแอบมองอยู่ คุณรู้สึกเขินอายทันที

“อะ เอ่อ คือ” คุณอึกอักและหลบสายตาของเธอ โดยการแสร้งมองไปยังท้องน้ำสีฟ้าคราม “คุณเจอคนรักอยู่ตรงไหนคะ?”

“ตรงนี้ค่ะ”

“…?”

“ตรงที่คุณยืนอยู่”

โอ้ว~ คุณรู้สึกไม่ดีเลยที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่คนรักของไดอาน่าเคยอยู่ในเวลานี้ คุณจึงขยับออกจากตรงนั้นเล็กน้อย

“คุณพริ้นซ์ ชอบเขามากไหมคะ ฉันหมายถึง เหตุผลที่ชอบเขานะค่ะ”

คุณถามเธอออกไปพร้อมกับจับประเด็นคำถามไม่เก่งสมเป็นนักข่าวเลย ก็อย่างว่านะ เรื่องนี้มันค่อนข้างอ่อนไหว ไดอาน่าเบือนหน้าไปจับจ้องที่ท้องทะเลจำลองอีกครั้ง เธอกำลังตอบคำถามคุณ แต่น้ำเสียงเศร้าโศกจนคุณอดใจหายไม่ได้

“เขา…ถ้าหากจะพูดถึงเขา เราเคยร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกัน เขาเก่ง และกล้าหาญมาก แต่เขาก็จากฉันไปเร็วเหลือเกิน เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้จักคำว่าสูญเสียสิ่งที่สำคัญครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตไป เขาเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่สามารถรักใครได้อีก”

ผู้ชายคนนั้นต้องสำคัญและมีความหมายกับไดอาน่าอย่างมาก เมื่อเธอพูดถึงเขาคนนั้นดวงตาของเธอช่างเปล่งความเศร้าออกมาได้ชัดเจนจนคุณใจหายไปด้วย

“ฉันปิดกั้นตัวเองมาหลายปีจากคนอื่นตั้งแต่เขาจากไป จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฉันไม่กล้าที่จะรักใครอีกเลย ฉันกลัวว่าตัวเองจะเสียใจ และปวดใจเมื่อได้เห็นใครสักคนจากไป ใครสักคนอายุมากขึ้นเรื่อยๆ และจากไป ส่วนฉันยังย่ำอยู่ที่เดิม”

“…”

“แต่ว่าสุดท้ายฉันก็พ่ายแพ้ให้กับความคิดนั้น เมื่อฉันได้เจอกับเธอคนนั้น มันมหัศจรรย์มากเลยนะคะ เรารู้จักกันแค่วันเดียว ฉันไม่เคยเห็นใครที่เก่ง กล้าหาญ แบบเธอมานานมากแล้ว เธอทำให้ฉันมีความสุขและฉันตกหลุมรักเธอ”

“…?!”

อะไร? ความรักครั้งใหม่ของไดอาน่าเป็นผู้หญิงเหรอเนี่ย แถมยังรู้จักแค่วันเดียวก็ทำไดอาน่าตกหลุมรักแล้ว

ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันนะถึงได้หัวใจไดอาน่า พริ้นซ์ คนนี้ไปครอง

“แล้วผู้หญิงคนนั้น…”

“เธอจำฉันไม่ได้ค่ะ”

“…!”

คุณรู้สึกหดหู่ตามไปด้วย ทำไมเรื่องความรักของไดอาน่าถึงได้พาให้คุณเศร้าใจไปด้วยนะ

“ทำไมเธอถึงจำคุณไม่ได้ล่ะคะ แล้วตอนนี้คุณจะทำยังไง?”

“เกิดอุบัติเหตุกับเธอค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอจำฉันได้ สองปีก่อนฉันปล่อยเธอไป แต่เมื่อไม่นานมานี้ฉันมีโอกาสที่จะได้เจอเธออีกครั้ง ฉันเลยนึกขึ้นมาได้ว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เธอกลับมาจำฉันให้ได้อีกครั้ง”

“ฉันจะเอาใจช่วยคุณนะคะ”

“…”

เธอมองคุณอีกครั้งและแววตาดูท้อใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความหวังเล็กๆ อยู่ในดวงตาคู่สวยนั้น

“ฉัน…” เธอเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็หยุดเอาไว้ เธอมองไปทางอื่นดูสับสน และเธอกลับมามองคุณอีกครั้ง “ฉันขอกอดคุณได้ไหมคะ”

“…?!”

คุณไม่ตอบ ยังคงอึ้งอยู่ บางทีในสถานการณ์แบบนี้ไดอาน่าคงอ่อนไหวและอยากหาใครสักคนเป็นที่พึ่ง

คุณพยักหน้า

“ได้ซิคะ”

คุณยิ้มบางๆ ส่งให้เธอ จากนั้นร่างสูงก็คว้าคุณเข้ามากอดอย่างเร็ว เธอกอดคุณแน่น และเนิ่นนาน ฝังใบหน้าคมสวยเข้ากับไหล่ของคุณ กลิ่นน้ำหอมจากกายของไดอาน่าทำให้คุณรู้สึกดี แต่ทว่า สิ่งนี้ การกระทำนี้ มันช่างทำให้คุณคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

“ฉันก็ได้แต่หวังว่าสักวันเธอจะจำฉันได้…สักวันหนึ่ง”

“…”

น้ำเสียงเศร้าๆ ของไดอาน่าทำให้คุณอดที่จะเศร้าตามเธอไปไม่ได้ ร่างสูงผละออกจากคุณ คุณสังเกตเห็นประกายน้ำตาที่เกาะดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น คุณอยากจะปลอบใจเธอ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองความเจ็บปวดของไดอาน่าอยู่เงียบๆ

“คุณรู้ไหมคะว่าฉันก็จำอะไรไม่ได้เหมือนกัน เมื่อสองปีก่อน ฉันจำเหตุการณ์ได้บางส่วน เพราะอุบัติเหตุเหมือนกันน่ะค่ะ”

คุณพยายามจะปลอบใจเธอ และยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดกับตัวเองให้เธอฟัง และไดอาน่าดูจะสนใจเป็นพิเศษเสียด้วย

“คุณจำได้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ”

“ฉันจำได้ว่าตัวเองโดนจับถ่วงน้ำ มันน่ากลัวมากค่ะ มีคนช่วยฉันขึ้นมาได้ และหมอบอกกับฉันว่า เป็นเพราะฉันอยู่ใต้น้ำนานเกินไป ขาดออกซิเจนบวกกับอาการช็อกเลยทำให้ฉันจำเหตุการณ์บางส่วนในวันนั้นไม่ได้ค่ะ”

“ในวันนั้น?”

“ใช่ค่ะ ฉันจำเหตุการณ์ในวันนั้นวันเดียวไม่ได้ คุณว่ามันแปลกไหมละคะ”

“เป็นเพราะคุณกลัว”

“…?”

“คุณบอกว่าเหตุการณ์นั้นน่ากลัว ความกลัวอาจทำให้คุณปิดกั้นที่จะรับรู้ความจริงบางส่วน ถ้าคุณพยายามเอาชนะความกลัว และพยายามนึกคุณอาจจะจำได้ก็ได้นะคะ”

น้ำเสียงของไดอาน่าราวกับมีความหวัง ซึ่งมันแตกต่างจากคุณเสียเหลือเกิน

“ฉันกลัวเพราะอย่างนั้นเลยไม่อยากรับรู้เรื่องราวแบบนั้นอีกแล้วค่ะ ฉันเลยปล่อยมันผ่านมาตั้งสองปีโดยที่ไม่พยายามกับมัน ฉันจะไม่พยายามจำค่ะ”

“…”

ไดอาน่าพยักหน้าเข้าใจคุณ แต่สีหน้าของเธอดูหม่นลง คุณรู้ว่าเหตุการณ์วันนั้นเกิดอะไรขึ้นกับคุณ

คุณโกหกไดอาน่า

เหตุการณ์วันนั้นที่เรือสำราญขนาดใหญ่ คุณไปล่วงรู้ความลับของพวกลักลอบขนเพชรเถื่อน พวกมันจับคุณถ่วงน้ำ ส่วนนี้คือส่วนที่คุณจำได้ แต่ส่วนที่คุณจำไม่ได้เลยก็คือ ใครช่วยคุณขึ้นมาจากน้ำ และคุณรู้สึกว่า ณ เวลานั้น คุณรู้จักคนที่ช่วยคุณในวันนั้นได้ขึ้นใจ แต่โชคร้ายคุณนึกไม่ออก และคนคนนั้นคุณรู้สึกได้ว่ามีความหมายกับคุณมากเหลือเกิน แต่คุณกลับจำใบหน้าของคนคนนั้นไม่ได้เลยสักนิด

“เราไปตรงนั้นกันดีกว่าค่ะ”

ไดอาน่าตัดบทสนทนา เธอพยายามที่จะยิ้มให้คุณ เหมือนเธอกำลังผิดหวังบางอย่างในตัวคุณ

คุณมองแผ่นหลังของ ไดอาน่า พริ้นซ์ ที่เดินห่างคุณออกไป

เธอเดินนำคุณไปได้สามก้าว

คุณรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดวงตาของคุณพร่ามัว และภาพบางอย่างจุดประกายขึ้นในหัวของคุณ

คุณอยู่ใต้น้ำ พร้อมกับกรงเหล็กขนาดใหญ่ วิวใต้น้ำไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะมันเป็นเวลากลางคืน ถึงแม้จะเห็นแสงไฟริบหรี่จากเรือสำราญก็ตาม เรือจอดเทียบฝั่งอยู่ น้ำไม่ได้ลึกมากแต่เพราะกรงเหล็กขนาดใหญ่กักขังคุณไว้อยู่ใต้น้ำ คนที่ถ่วงคุณลงมากำลังยืนมองดูคุณ คุณคิดว่าเขาคงกำลังหัวเราะเยาะเย้ยคุณอยู่

คุณเริ่มหายใจไม่ออก หูอื้อ และแสบปอดไปหมด คุณอยากจะร้องให้คนช่วย หรือไม่ก็ร้องไห้ออกมา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เปลือกตาคุณกำลังจะปิด

คุณกำลังจะตาย

แต่แล้ว…คุณได้ยินเสียงตูมใหญ่ หล่นลงมาจากน้ำ กรงเหล็กแข็งแรงโดนกระชากออก คุณใช้สมาธิ และสติที่เหลืออยู่น้อยนิดมองดูคนที่มาช่วยคุณ คุณอยากรู้เหลือเกิน อยากรู้ว่าใครคือคนที่กระชากกรงเหล็กออกได้ง่ายๆ ราวกับใช้นิ้วสะกิด

คุณกำลังจะมองเห็น

และภาพก็ตัดหายไปราวกับปิดสวิตช์ คุณซวดเซและล้มคุกเข่าลงกับพื้น และต่อมาคุณรู้สึกปวดหนึบที่หัวเข่า ไดอาน่าวิ่งเข้ามาหาคุณสีหน้าของเธอดูไม่ดีเลย

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

คุณไม่ได้บอกไดอาน่ากับสิ่งที่คุณเพิ่งจะเห็น มันเกิดขึ้นเร็วมากแล้วก็ดับไป

“เรากลับกันก่อนก็ได้นะคะ”

“แต่ว่า คุณพริ้นซ์ยังมาที่นี่ไม่ถึงชั่วโมงเลยนะคะ”

“ฉันคิดว่าคุณเป็นห่วงตัวเองในตอนนี้มากกว่านะคะ”

ไดอาน่าประคองคุณขึ้น แต่จังหวะนั้นตัวของคุณลอยขึ้นอย่างง่ายดาย ไดอาน่าดูจะไม่เป็นปัญหาอะไรกับน้ำหนักของผู้หญิงด้วยกัน

“กลับกันเถอะค่ะ ฉันจะเป็นคนขับรถให้เอง”


ไดอาน่าเป็นคนขับรถมาส่งคุณที่อพาร์ทเมนท์ คุณพอจะเดินได้บ้างแล้ว แต่เธอก็ยืนกรานที่จะไปส่งคุณถึงห้อง ไดอาน่าเป็นห่วงคุณมาก นั่นยิ่งทำให้คุณเผลอคิดไปไกลกับความรู้สึกลึกๆ ในใจ

“โอเค ถึงห้องแล้วค่ะ ฉันสบายดี ขอบคุณคุณพริ้นซ์ที่มาส่งฉันนะคะ คุณเลยต้องลำบากเพราะฉัน”

“ฉันไม่ได้ลำบากอะไรนี่คะ จะกลับโรงแรมก็แค่โทรบอกคนมารับ”

เธอยิ้มแขนเท้ากับขอบประตูห้องคุณ

“ฉันทำให้คุณต้องเสียเวลา ไหนจะเรื่องงานของคุณอีก”

“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ ก็เราเป็น….เพื่อน เพื่อนกันนี่คะ”

เพื่อน…คุณดูหงุดหงิดใจแปลกๆ ที่คิดแบบนี้ แต่มันก็ดีมากแล้วสำหรับคุณ มันดีมากเลยที่ ไดอาน่า พริ้นซ์ เห็นคุณอยู่ในสายตา และเห็นคุณเป็นมิตรภาพที่ดีงามของเธอ

“เราเป็นเพื่อนแล้วกันใช่ไหมคะ”

คุณหัวเราะและชี้มาที่ตัวเองสลับกับไดอาน่า

“แน่นอนซิคะ”

เธอยิ้ม และหัวเราะ คุณชอบเสียงหัวเราะของเธอจัง

“ฉันคงต้องขอตัวไปก่อน คุณต้องการพักผ่อน เอาไว้ตอนเย็นฉันแวะมาหานะคะ”

“ค่ะ เอ๋?”

คุณตอบเธออย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องงุนงงกับคำพูดของไดอาน่า ที่อยู่ๆ เธอก็บอกว่าจะแวะมาหาคุณอีกครั้งในตอนเย็น เธอหัวเราะกับสีหน้าซื่อบื้อของคุณ และเธอก็โน้มตัวลงมาหอมแก้มคุณ คุณรู้สึกว่าตัวชาวูบไป ไม่ใช่ว่าคุณไม่เคยโดนเพื่อนผู้หญิงหอมแก้มหรอกนะ แต่ว่าเพราะเป็นเธอ เพราะเป็นไดอาน่า คุณถึงได้เขินอายแทบบ้าตายแบบนี้

“อะ เอ่อ” คุณอึกอักขึ้นมา

“ฉันชอบทำแบบนี้กับเพื่อนค่ะ”

“อ๋อ ค่ะ”

คุณพยักหน้าหัวเราะแห้งๆ

“ไว้เจอกันนะคะ”

“…”

คุณพยักหน้า และไดอาน่าเดินจากไป

ฉันต้องเป็นบ้าตายเพราะไดอาน่า พริ้นซ์ เข้าสักวันแล้วจริงๆ

คุณนอนยาวพักผ่อนได้สามชั่วโมงก่อนจะตื่นมาปั่นงานต่อ ก่อนหน้าที่คุณจะนอนคุณได้โทรลางานจากบอสเป็นที่เรียบร้อย เขาเริ่มบ่นคุณจนหูชา แต่เมื่อคุณบอกว่าจะทำงานให้เสร็จภายในเย็นนี้ เขาก็อนุญาตคุณอย่างไว

คุณนั่งจมอยู่กับคอมพิวเตอร์ ขึ้นหัวข้อข่าวเอาไว้ว่า ‘ฮีโร่ปรากฏตัวที่นิวเจอร์ซี่ย์?’ และคุณก็เริ่มรัวแป้นพิมพ์เขียนข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งไปเผชิญมาเมื่อกลางวัน ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ และคุณเมล์ส่งงานทันเวลา

“แย่จริง ทำไมถึงได้ง่วงอีกแล้วนะ”

คุณลุกออกจากโต๊ะทำงาน เดินไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำ ห้องที่คุณอาศัยอยู่เป็นห้องแบบสตูดิโอ ราคาไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป ที่คุณเลือกที่นี่ก็เพราะเหตุผลเดียวคือมันอยู่ใกล้สำนักข่าวของคุณนั่นเอง อาการมึนๆ และปวดหัวของคุณหายไปแล้ว แต่เพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดที่คุณกินเข้าไปเลยทำให้คุณง่วงนอนไม่เลิกรา ไม่ว่าจะดื่มน้ำไปกี่แก้วก็ไม่ได้ช่วยให้คุณสดชื่นเลยสักนิด คุณจึงเดินไปทอดตัวยาวที่โซฟาตรงกลางห้องและนอนอีกครั้ง

คุณไม่รู้ว่าใช้เวลานอนไม่มากแค่ไหน แต่ได้สติอีกครั้งก็ตอนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแตกกระแทกลงพื้น ทิศทางมาที่หน้าต่างระเบียงเล็กๆ ข้างโต๊ะทำงาน เสียงนั้นปลุกคุณ คุณลุกขึ้นมาในท่านั่งมองไปที่ระเบียง แล้วก็เห็นเงาอะไรบางอย่างอยู่ในความมืดเนื่องจากข้างนอกเริ่มจะฟ้ามืดเลยทำให้คุณไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเงาอะไร แต่เงานั้นเป็นสาเหตุทำให้กระถางดอกไม้แตกและเงานั้นดูท่าจะตกใจคุณเหมือนกันและกระโจนลงจากระเบียงทันที เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็ว คุณรีบดีดตัวลุกขึ้นวิ่งไปดูที่หน้าต่างทันที

“ผีหรือไง”

มันว่างเปล่า มีเพียงกระถางที่แตก ดีนะที่ไม่ตกลงอีกฟากหนึ่งไม่งั้นใครที่เดินผ่านไปมาด้านล่างคงต้องหัวแตกกันไปข้างหนึ่ง คุณชะเง้อคอไปมองด้านล่างระเบียงลมปะทะหน้าคุณ

แล้วถ้าเป็นขโมยใครจะกระโดดลงไปแล้วยังมีชีวิตอยู่ นี่ชั้นหกเชียวนะ

คุณแอบคิดว่าต้องเป็นสิ่งเร้นลับ มันน่าอายที่คิดแบบนั้น อาจจะเป็นแมวก็ได้ ส่วนเงาคงจะเป็นภาพเบลอที่คุณสร้างขึ้นมาเพราะเพิ่งตื่นนอนเลยเห็นภาพผิดเพี้ยนไป

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้คุณสะดุ้ง คุณตกใจจนเผลอร้องออกมา ใครกันนะมาได้เวลาขนาดนี้…

ไดอาน่า พริ้นซ์ ใช่! คุณลืมไปเสียสนิทเลย

คุณเดินไปเปิดประตู และแน่นอนเป็นไดอาน่าดังคาด

“ฉันสบายดีค่ะ ไม่เป็นอะไรมากแล้ว”

คุณพูดก่อนที่อีกคนจะถามเสียอีก

“ฉันซื้อมื้อค่ำมาให้ค่ะ อาหารจีน”

ไดอาน่ายกถุงบรรจุอาหารพวกนั้นขึ้นมาให้คุณดู และคุณเชิญเธอเข้ามาในห้อง ความสงสัยก็เกิดขึ้นในตัวคุณ เมื่อเชิ้ตสีขาวของไดอาน่าด้านหลังมีรอยเปื้อนดินติดอยู่

“คุณพริ้นซ์คะ เสื้อคุณ…” คุณชี้ไปที่ด้านหลังของอีกคน “แบบว่ามันเปื้อนน่ะค่ะ”

“คะ…” ไดอาน่าดูอึกอักที่โดนถามแบบนี้ มือจับไปที่ด้านหลังเสื้อเชิ้ตของตัวเอง แล้วมองไปที่ระเบียง “เอ่อ คือสงสัยว่าคงไปเผลอยืนพิงกำแพงที่ไหนสักแห่งน่ะค่ะ แย่จริงๆ เลย”

“คุณต้องเปลี่ยนเสื้อแล้วนะคะ เอาเสื้อของฉันไปใส่ก่อนก็ได้”

“ขอบคุณค่ะ รบกวนด้วยนะคะ”

คุณเดินไปหยิบเสื้อยืดในตู้

“คิดเล่นๆ ฉันนึกว่าคุณพริ้นซ์โดนกระถางดอกไม้ของฉันตกใส่ซะอีกนะคะ เพราะมันตกลงเวลาไล่เลี่ยกับคุณมาพอดีเลย”

“เหรอคะ?”

คุณหัวเราะ

“แต่คงไม่ใช่ เพราะมันตกเข้ามาฟากห้องของฉัน”

“เกิดอะไรขึ้นคะ กับกระถางดอกไม้ของคุณ”

“คงจะเป็นแมวนะค่ะ”

คุณยื่นเสื้อยืดให้ไดอาน่า เธอรับเสื้อยืดจากคุณไปแต่ก็ยังแสดงสีหน้าอึดอัดที่คุณยังพูดเรื่องนี้

ทำไมกันนะ?

“ขอบคุณค่ะ”

เธอเอ่ยขึ้น แล้วทำการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทันทีที่วางถุงอาหารลง คุณตกใจและรีบหันไปทางอื่น แสร้งเดินไปหยิบมือถือที่ข้างเตียง คุณแอบเห็นไดอาน่ายิ้มให้กับท่าทีของคุณ

-เบอร์ที่ไม่ได้รับ 13 สาย-

ใครโทรมาหาคุณกันนะตั้งสิบสามสายในเวลาไล่เลี่ยกัน คุณเช็คเบอร์ที่โทรเข้ามาหาคุณทันที และพบว่ามันเป็นเบอร์ที่คุณคุ้นเคย มันคือเบอร์ของไดอาน่านั่นเอง เธอโทรหาคุณเกือบสามสิบนาทีได้ แต่ทำไมตอนเข้ามาห้องของคุณถึงไม่ได้ทักท้วงว่ารอนานเลยล่ะ ไดอาน่ารอคุณตั้งสามสิบนาทีเลยเหรอ? คุณรู้สึกแย่

“คุณพริ้นซ์คะ คือว่า…!”

โอ้ว~

คุณลืมตัวกะจะหันไปถามอีกคนที่อยู่ด้านหลัง แต่กลายเป็นว่าสายตาของคุณปะทะเข้ากับหุ่นที่แสนจะดูดีของไดอาน่า ตอนนี้เธอสวมกางเกงยีนกับชุดชั้นในสีดำ เธอเป็นผู้หญิงที่รูปร่างน่าหลงใหลชะมัด หน้าท้องและแขนของเธอมีกล้ามเนื้อราวกับว่าใส่ใจกับการออกกำลังกายเป็นอย่างดี และผิวสีแทนของเธอทำให้คุณจมอยู่กับการมองในครั้งนี้ แต่คุณก็รีบหันหลังกลับเพราะอกคุณจะระเบิดเนื่องจากอาการหัวใจเต้นแรงเสียก่อน ไดอาน่ารีบสวมเสื้อเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของคุณ

“ขอโทษค่ะ”

ไดอาน่าพูด

“ฉันต่างหากละคะที่จะต้องเป็นฝ่ายขอโทษ”

“คุณกำลังจะถามอะไรฉันเหรอคะ”

“คุณโทรหาฉันตั้งสิบสามสาย สามสิบนาทีเชียวนะคะ คุณไปรอฉันอยู่ที่ไหนเหรอ”

“เอ่อ…” ไดอาน่ามองไปที่ระเบียง “ฉันรอคุณอยู่ที่บนระ…รถน่ะค่ะ”

“ฉันต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ ฉันหลับเพลินไปหน่อย”

“อย่าใส่ใจเลยค่ะ เรามาทานอาหารกันเถอะฉันหิวแล้ว”

“ได้ค่ะ”

คุณพยักหน้าและเดินไปที่โต๊ะมุมห้องครัวพร้อมกับไดอาน่า เพื่อจัดแจงอาหารใส่จาน

คืนนี้เป็นอีกคืนที่คุณได้ทานมืดค่ำกับไดอาน่าอีกครั้ง เมื่อวานไดอานน่าเป็นผู้เล่าที่ดี เธอเป็นผู้ที่รอบรู้เรื่องประวัติศาสตร์มาก โดยเฉพาะในยุคสงครามไดอาน่าก็เล่าแบบละเอียดยิบ ยังกับว่าเธอไปอยู่ในเหตุการณ์เมื่อร้อยๆ ปีด้วยยังไงยังงั้น คุณอดทึ่งไม่ได้เลย แต่มันก็สมแล้วที่ความรู้ของเธอจะแน่นขนาดนี้ ไม่อย่างนั้นเธอไม่ได้เป็นภัณฑารักษ์ที่ลูฟวร์หรอก กลับกันในคืนนี้ไดอาน่าให้คุณเป็นผู้เล่า ส่วนใหญ่แล้วเธอจะถามคุณเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวอยู่บ่อยครั้งและคุณเองก็ถามเธอเรื่องส่วนตัวเช่นเดียวกัน ไดอาน่าเธอมีเสน่ห์เวลาพูดมากโดยเฉพาะสำเนียงที่เธอใช้ เธอพูดภาษาอังกฤษแต่เป็นสำเนียงที่แปร่งๆ หู ราวกับว่าพูดไม่ชัด คุณถามเธอเรื่องนี้ ซึ่งเธอก็ตอบกลับคุณมาว่า

“ฉันพูดได้หลายภาษา บางทีนั่นอาจทำให้ฉันพูดไม่ชัดเพราะออกเสียงหลายๆ สำเนียงภาษามารวมกัน”

“นี่เป็นเสน่ห์ของคุณเลยนะคะรู้ไหม?”

“…?”

“ฉันรักสำเนียงของคุณจัง”

“คุณเคยบอกฉันแล้ว”

“อะไรนะคะ?”

ไดอาน่าพูดเสียงเบามาก คุณเลยถามเธอซ้ำอีกครั้ง

“เอ่อ…นึกเอาไว้แล้ว ทุกคนก็พูดแบบนี้เหมือนกันกับคุณ”

“คุณพริ้นซ์คงจะเป็นที่รักของทุกคนมากเลยนะคะ คุณดูเข้ากับคนอื่นได้ง่าย”

“ฉันเข้ากับคนอื่นได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันจะเข้ากันได้กับทุกคนนะคะ”

สายตาของไดอาน่ารู้สึกเหมือนว่าจะทำให้มือไม้ของคุณอ่อนแรงอยู่เรื่อย

“คุณพริ้นซ์…”

“เรียกฉันว่าไดอาน่าเถอะค่ะ ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกันแล้ว”

คุณพยักหน้า

“ได้ค่ะ ไดอาน่า แล้วคุณก็ต้องเรียกชื่อเล่นของฉันเหมือนกันถ้าเราเป็นเพื่อนกันแล้ว”

เธอพยักหน้าแล้วเรียกชื่อเล่นของคุณ

“…!”

อะไร? ไดอาน่ารู้ได้ยังไงว่าคุณชื่อเล่นว่าอะไร คุณยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับไดอาน่าด้วยซ้ำ

“คุณรู้ได้ยังไงคะ ว่าฉันชื่อนั้น ฉันจำได้ว่ายังไม่เห็นบอกคุณเรื่องนี้เลย”

“…” เธอเลี่ยงสายตาคุณก่อนจะมองมาที่คุณอีกครั้ง “เอมิลี่บอกค่ะ”

เธอมีสีหน้าโล่งใจที่คุณพยักหน้า แต่ทำไมกันล่ะ?

“ฉันอยากดูหนังค่ะ”

อยู่ๆ ไดอาน่าก็เปลี่ยนเรื่องพร้อมทั้งบุ้ยใบ้ไปทางทีวีของคุณที่ตั้งอยู่กับชุดโซฟากลางห้อง

“ได้ซิคะ คุณอยากดูหนังเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”

เธอเอ่ยชื่อหนังเรื่องนั้นออกมา แล้วคุณก็ตาเป็นประกายทันที

“ว้าว นั่นเป็นหนังเรื่องโปรดของฉันเลยนะคะ”

“ใจตรงกันเลยนะคะ”

ไดอาน่ายิ้มเหมือนรู้ทันคุณ

เราทานมื้อค่ำเสร็จช่วยกันเก็บกวาดโต๊ะ ล้างจาน ซึ่งไดอาน่าทำแตกไปใบหนึ่งเธอบอกว่าเผลอจับแรงไปหน่อย อะไรจะแข็งแรงขนาดนั้นนะ แต่ในที่สุดเราทั้งสองก็เข้าสู่โหมดการดูหนัง ไดอาน่ารู้ว่ามันอาจจะดึกไปหน่อย แต่เธอก็ยืนกรานที่จะดูให้ได้ เราเลยมานั่งด้วยกันที่โซฟายาวตัวเดียวกันที่หันหน้าเข้าทีวี ถังป๊อปคอร์นอยู่บนตักของคุณ ขณะที่หนังเริ่มฉายไปเรื่อยๆ คุณจดจ่ออยู่กับมันถึงแม้ว่าคุณจะดูเป็นสิบๆ รอบแล้วก็ตาม และคุณไม่สนว่าเวลาจะผ่านไปมากแค่ไหนและป๊อปคอร์นในถังจะหมดมากไปเท่าไหร่ และตอนนี้มันเริ่มจะหมดแล้วคุณรู้สึกได้

คุณกำลังจะหยิบสามชิ้นที่เหลือสุดท้ายเข้าปาก แต่มือของไดอาน่าฉกตัดหน้าไปเสียก่อน

“คุณเห็นฉันกำลังจะหยิบเลยแกล้งหยิบไปก่อนฉันใช่ไหมคะ”

คุณหัวเราะแล้วเธอก็ทำเช่นเดียวกัน

“คุณเห็นได้ยังไงคะ ฉันเห็นว่าคุณอินกับหนังอยู่ ไม่คิดว่าคุณจะเห็น”

“คุณแกล้งฉันไดอาน่า เห็นๆ กันอยู่”

“…”

เธอทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้วโยนป๊อปคอร์นเข้าปากเคี้ยวมันหมดในทันที

“ฉันเห็นแล้วว่าตอนนี้คุณแกล้งฉัน” ไดอาน่าหัวเราะอีกครั้ง เธอมีเสน่ห์มากเวลาหัวเราะ และคุณไม่อยากให้เธอหยุดทำสิ่งนั้น “ฉันไปเติมใหม่ก็ได้ คราวนี้จะไม่ให้คุณกินด้วย”

ไดอาน่าทำหน้างอน มันเป็นครั้งแรกที่คุณเห็น และคุณรักที่จะเห็นเธอทำแบบนี้

“ถ้ามันจะทำให้คุณสบายใจ มาเอาคืนในปากของฉันก็ได้นะคะ” ไดอาน่าทำตัวเหมือนเด็ก เธอยื่นหน้าเข้ามาหาคุณ คุณหัวเราะกับสิ่งที่เธอทำ

จมูกของไดอาน่าชนกับจมูกคุณโดยบังเอิญ

คุณตกใจและหวังว่าจะผละออกจากไดอาน่า แต่ว่าในระยะใกล้ๆ นี้ดวงตาสีน้ำตาลสว่างที่มีเสน่ห์ของเธอทำให้คุณเผลอมอง ริมฝีปากหยักสวยได้รูปของเธอก็ทำให้คุณเผลอมองเช่นเดียวกัน คุณรู้สึกได้ว่าใบหน้าของคนหน้าคมเข้ามาใกล้คุณมากขึ้น และคุณสาบานได้ว่าคุณไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าไปหาเธอ ไดอาน่า พริ้นซ์ เข้ามาใกล้คุณมาก ริมฝีปากสวยได้รูปนั้นแตะเข้าที่ริมฝีปากล่างของคุณ

ใจคุณเต้นรัว และดึงตัวเองออกในทันทีที่ริมฝีปากของเธอแตะกับคุณ

“ขะ ขอโทษนะคะ” คุณหัวเราะแก้เก้อ ไดอาน่ายิ้ม “บางทีเพื่อนก็ทำอะไรกันแบบนี้”

คุณแก้ตัวเพื่อไม่ให้ทั้งสองอึดอัดใจแต่เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด

“แล้วถ้าไม่ใช่เพื่อนละคะ ทำอะไรกันแบบนี้ได้หรือเปล่า?”

“…?!”

ไดอาน่า พริ้นซ์ ทำอะไรกับหัวใจของคุณ แววตานั้นดูจริงจังและมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่คุณจะพูดปฏิเสธ และตอนนี้คุณรู้สึกว่าตัวเองจะเป็นลม คุณต้านทานเสน่ห์ของไดอาน่า พริ้นซ์ ไม่ได้เลย ไม่ได้เลยสักครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #8 MMA07 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 23:30
    ชอบมากๆเลยค่ะ ////-//// มาต่อเร็วๆนะคะเป็นกำลังใจให้ 
    #8
    0
  2. #7 ConCnoo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 22:38
    ขอเลือดเพิ่ม ร่างกายขาดเลือด เฮือกกก!
    #7
    0
  3. #6 thananphorn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:38
    อร้ายยยยยไรท์มาต่อเลยได้มั้ย
    #6
    0