[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 4 : ONE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 ธ.ค. 60

ONE

เริ่มต้นของเช้าวันนี้ด้วยอากาศสดใสน่าออกไปเดินเล่นเป็นอย่างมาก แต่ไม่ใช่กับนักศึกษาเอกวรรณกรรมของมหาวิทยาลัยแกสตันนิวยอร์ก อย่างแน่นอน เพราะอยู่ๆมิสมาร์แชลล์ อาจารย์ประจำวิชาวรรณกรรมศาสนา ได้ย้ายคลาสเรียนจากบ่ายสามโมงมาเป็นแปดโมงเช้า เนื่องจากเจ้าตัวติดธุระช่วงนั้นพอดี นักศึกษาบางคนก็บอกควรหยุดคลาส แต่เธอยอมเสียเมื่อไหร่กันล่ะ

เทเรซ่านั่งวาดรูปกระต่ายขนฟูลงบนสมุดบันทึกรอเวลาเรียน ส่วนลุคก็นั่งเล่นเกมโปรดอยู่ข้างๆเทเรซ่า เขาดูท่าทางจริงจังกับมันมาก และจะชอบส่งเสียงไม่พอใจออกมาเมื่อแพ้ และเทเรซ่าคิดว่าห้ารอบได้แล้วมั่งที่เห็นเขาเป็นแบบนี้  

“ฉันไม่มีทางเอาชนะมันได้”เขาทิ้งมือถือลงทันที ก่อนจะหันไปทักทายเพื่อนที่เริ่มทยอยกันเข้ามา ทุกคาบในช่วงเช้าเทเรซ่ากับลุคจะมาเป็นสองคนแรกของห้องเสมอ เทเรซ่าตื่นเช้าได้ แต่เธอไม่รู้ว่าเพื่อนในเอกของเธอจะทำได้หรือเปล่านั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“นี่เอวายังไม่มาอีกหรอ
?”ลุคเอ่ยขึ้นพลางมองนาฬิกาข้อมือไปด้วย“เธอได้โทรปลุกเอวามั๊ยเทรซ”
“ฉันโทรไปแล้วนะ แต่ไม่รู้ว่าเอวาจะมาทันมั๊ยนี่ซิ”
“เวรกรรม วันนี้พรีเซนต์งานกลุ่ม”ลุคทำหน้าราวกับจะร้องไห้ เราสามคนอยู่กลุ่มเดียวกัน เอกสารประกอบการพรีเซนต์วันนี้บางส่วนอยู่กับเอวา และนั่นทำให้เทเรซ่าคิดว่าคงเป็นวันซวยของพวกเธอจริงๆ

ยังไม่ทันที่จะได้หยุดคิดอะไรมิสมาร์แชลล์ก็เดินเข้ามาในห้อง นักศึกษาที่จับกลุ่มเม้าส์กัน ทำกิจกรรมต่างๆในห้องพร้อมใจกันเงียบลงทันตา มิสมาร์แชลล์เป็นหญิงวัยกลางคนที่ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องเวลา และสายตาอันเยือกเย็นของเธอก็กวาดมองนักศึกษาทุกคนราวกับหาบางสิ่ง และแน่นอนบางสิ่งที่เธอรู้แทบจะทันทีว่าอะไรหายไปจากสายตาของเธอ
“ขาดไปหนึ่ง เอวา ซิมป์สัน”เสียงเข้มเอ่ยขึ้น“เทเรซ่า เกรส  บอกฉันมาซิว่าเหตุใดมิสซิมป์สันถึงยังไม่มา”อยู่ๆหวยก็มาตกที่เทเรซ่า เธอเองก็ไม่สามารถที่จะบอกมิสมาร์เชลล์ได้เช่นเดียวกัน
“เอ่อ คือ

“หวัดดีทุกคน
…!”ยังไม่ทันที่เทเรซ่าจะอ้าปากตอบ เอวาก็วิ่งกระหืดกระหอบ หอบเอกสาร ผมสีดำขลับฟูเล็กน้อยราวกับว่าฝ่ามรสุมอะไรมาสักอย่าง เธอเข้ามาในห้องทักทายเพื่อนเสียงดังฟังชัด ก่อนจะหน้าซีดเมื่อมิสมาร์เชลล์มองเธอด้วยแววตาไม่พอใจ“สะ สวัสดีค่ะมิสมาร์เชล์ล”
“คุณมาสายนะมิสซิมป์สัน”เสียงเยือกเย็นทำให้เอวามองนาฬิกาข้อมือแล้วทำตาโต
“ฉันมาทันเวลาค่ะ ก่อนหนึ่งนาทีจะแปดโมงเช้า”เธอชี้ที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองเป็นการยืนยัน
“เอาเถอะๆ ไปนั่ง”มิสมาร์เชลล์ทำหน้าไม่พอใจที่เอวารอดได้อย่างหวุดหวิด เธอยิ้มหวานท้าทายอาจารย์จอมเข้มงวดก่อนจะเดินมานั่งข้างเทเรซ่า วางเอกสารลงด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่ายใจ
“เกือบซวย”เธอบ่นเบาๆ
“ทำไมมาช้าล่ะ ก็รู้ว่ามิสมาร์เชลล์เข้มงวดอยู่ เธอไปทำอะไรมายัยสมองกลวง”ลุคที่ถามข้ามหน้าเทเรซ่า ขณะที่เอวาจัดแจงทรงผมที่ฟูให้เข้าที่
“รถเสียน่ะซิ ฉันล่ะยากจะบ้าตาย ฉันวิ่งมานะรู้เปล่าเพื่อน”เธอเริ่มบ่น จากนั้นก็สาธยายเหตุการณ์ความซวยมาให้ฟัง เมื่อวันนี้เธออยากขับรถมาเองโดยไร้คนขับรถ แต่อยู่ๆ
BMW คันโปรดของเธอก็เสียขึ้นมากลางทาง ดีที่เข้ามาในตัวมหาลัยแล้วไม่อย่างนั้นเธอคงมาไม่ทันจริงๆ เอวากำลังจะบ่นอีกชุดใหญ่ แต่มิสมาร์เชลล์กระแอมขึ้นมาขัดจังหวะ
“เอาล่ะ เริ่มเรียนได้ก่อนพรีเซนต์งาน เปิดไปที่หน้าหนึ่งร้อยห้าสิบสอง”


“ในที่สุดก็ผ่านไปจนได้ เราออกไปเที่ยวกันมั๊ยฉลองความสำเร็จ”หลังจากที่ออกมาจากห้องเรียนได้ เอวาก็ดูร่าเริงขึ้นทันตา
“ไม่ได้อ่ะ ฉันต้องไปกินข้าวกับยาย เธอมาเยี่ยมที่บ้านวันนี้”
“โธ่ อะไรของนายกันนะลุค”
“ฉันยกเลิกไม่ได้”
“แล้วเธอล่ะเทรซ ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยซิ”เธอหันมาอ้อนเทเรซ่า
“โทษทีนะ ฉันก็ไปไม่ได้ต้องกลับไปทำงานพาร์ทไทม์ ฉันลางานมาตั้งสองชั่วโมง”
เอวาทำหน้าหงอย“พวกเธอนี่จริงๆเลย”
“เธอน่าจะเข้าใจนะว่าค่าห้องพักของฉัน ฉันต้องจ่ายเอง”
“แหมะ เข้าใจค่า เธอมันสู้ชีวิตอยู่แล้วนี่”

“เขาเรียกว่าไม่อยากเป็นภาระให้พ่อแม่ต่างหาก”ลุคพูดสวนขึ้น เขารู้ดีว่าเทเรซ่าเป็นเด็กดีแค่ไหน เพราะถึงพ่อแม่จะเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนในแอลเอ แต่เธอก็มีน้องชายอีกคนที่กำลังจะเข้ามหาลัย เพราะงั้นเธอเลยไม่อยากเพิ่งเงินของพ่อแม่มากมายนัก

“ได้ งั้นลุคขอติดรถกลับบ้านหน่อย”

“ได้ซิ”เขาดูนาฬิกาก่อนพูดขึ้น“เราต้องไปแล้วนะเทรซ แล้วเจอกัน”

“อือ แล้วเจอกัน”ทั้งสองแยกกันจากเทเรซ่า และหญิงสาวเดินมุ่งหน้าเพื่อไปทำงานต่อทันที

 

เทเรซ่าเดินเข้ามาในคลินิกสัตวแพทย์ที่อยู่ตรงข้ามกับเซ็นทรัลพาร์ก สวนสาธารณะใหญ่ท่ามกลางตึกที่แออัดของมหานครนิวยอร์ก ที่คลินิกแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในสังคมไฮโซ เพราะฉะนั้นคนที่มาใช้บริการที่นี่จึงมีฐานะค่อนข้างรวยและมีชื่อเสียงอยู่พอสมควร เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเทเรซ่ายังได้เจอกับนักร้องวัยรุ่นชายที่กำลังโด่งดังขวัญใจวัยรุ่นนำสุนัขมารักษาที่นี่

“อ้าว ไงจ๊ะ เทเรซ่า มาทันเวลาพอดี ช่วยไปดูแลสุนัขสองตัวที่อยู่ในห้องพักฟื้นด้วยนะจ๊ะ วันนี้จะมีลูกค้ามารับกลับบ้าน”
“ได้ค่ะ มิสซิสโจนส์”

ทันทีที่เทเรซ่าก้าวเข้ามาในคลินิกก็โดนมิสซิสโจนส์พนักงานต้อนรับวัยสี่สิบปีป้อนงานประจำของเธอให้ทันที เธอกล่าวทักทายมิสซิสโจนส์และเดินเข้าไปในห้องนั้น

 

สุนัขสองไซซ์กำลังนอนอยู่ในกรงใหญ่สองกรงติดป้ายชื่อเอาไว้ ความจริงแล้วเทเรซ่าจำได้ถึงแม้ไม่ได้ติดป้ายชื่อเอาไว้ เพราะทั้งสองตัวนี้อยู่กับเธอมาเป็นอาทิตย์ สุนัขตัวจิ๋วที่นอนอยู่ในกรงแรกชื่อ ชิฟ พันธุ์ชิวาว่า และสุนัขตัวโตที่อยู่ในกรงถัดไปชื่อ คูเปอร์ พันธุ์ซามอยด์

“หวัดดี ชิฟ คูเปอร์ อยากกินอาหารว่างมั๊ย?”เทเรซ่ายิ้มทักทายก่อนจะไปจัดอาหารเทใส่จานให้สุนัขทั้งสองตัว เทเรซ่าเปิดกรงให้อาหารชิพที่นอนอยู่ราวกับไม่สนใจอาหารที่เธออุตส่าห์เอามาให้เลย ส่วนกรงถัดไปคูเปอร์กลับนั่งกระดิกหาง แลบลิ้นรออาหารอย่างใจจดใจจ่อ
“กำลังจะได้กลับบ้านแล้วซินะ ขาหายดีแล้ว คราวหน้าจะไปเล่นซนก็ดูให้ดีๆด้วยนะ”เทเรซ่าเอ่ยปากเตือน ตอนที่คุณหมอสมิธบอกกับเธอว่ามันเป็นสุนัขของตระกูลเพย์ตัน บาดเจ็บจากอาการขาหัก เพราะความเล่นซนของมัน และเขาบอกว่าเธอควรจะดูแลมันให้ดีๆ แม้ตอนนี้เทเรซ่าก็แอบอิจฉามันอยู่นิดๆ เป็นสุนัขแต่ได้อยู่ในตระกูลรวยๆ วาสนามันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ปลอกคอของมันทำด้วยหนังราคาแพง แถมจี้ปลอกคอสลักชื่อยังทำด้วยโลหะเงินเนื้อดีอีกต่างหาก
“นี่อาหารของนาย อีกไม่กี่นาทีก็จะได้กลับบ้านแล้ว ฉันฉลองให้นายนะคูเปอร์ ห้ามบอกใคร”เทเรซ่าพูดติดตลก ก่อนจะเปิดกรงออกมา แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่ออยู่ๆคูเปอร์ก็กระโจนออกมาจากกรงด้วยความเร็ว มันวิ่งพรวดออกไปจากห้องที่เปิดแง้มอยู่ทันที
“คูเปอร์
!”เทเรซ่าร้องเสียงหลงเธอวิ่งตามมันออกไป โดยผ่านมิสซิสโจนส์ที่ทำหน้าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คูเปอร์ใช่จังหวะประตูอัตโนมัติเคลื่อนเปิดจากลูกค้าที่เดินเข้ามากระโจนออกไปนอกคลินิก เทเรซ่ารู้ได้เลยว่าชีวิตการทำงานของเธอกำลังจะจบลงวันนี้

เทเรซ่าวิ่งตามทางเท้าไล่ตามคูเปอร์ออกไปนอกคลินิก แต่คูเปอร์วิ่งเร็วมาก บวกกับฝูงชนคนที่เดินเบียดเสียดกันไปมาทำให้วิ่งตามยากขึ้นทุกขณะ
“โอ้ ไม่นะ”ร่างบางถึงกับหยุดชะงักมองดูพฤติกรรมสุดแสบของเจ้าคูเปอร์ มันวิ่งข้ามถนนหลีกเลี่ยงรถที่แล่นไปมาได้อย่างชำนาญตรงเข้าไปในเซ็นทรัลพาร์กสถานที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนที่ชอบมาทำกิจกรรมนานาชนิดในที่แห่งนั้น เทเรซ่าต้องรอสัญญาณไฟจราจรหยุดก่อนค่อนข้ามไป
“ซวยแน่ๆเลย”เธอบ่นก่อนจะออกตัววิ่งข้ามถนนมุ่งสู่สวนสาธารณะ เนื่องจากคูเปอร์ค่อนข้างสะดุดตา เทเรซ่าเลยมองมันได้จากที่ไกลๆได้ชัดเจน และทันใดนั้นมือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น เธอหยุดแล้วรับสายนั้นทันทีก่อนจะออกวิ่งต่อ
“เทเรซ่าเกิดอะไรขึ้น สุนัขตัวนั้น
”เสียงมิสซิสโจนส์ดังขึ้นที่ปลายสาย
เทเรซ่าหอบหายใจขณะวิ่งไปด้วย“ไม่ต้องห่วงค่ะมิสซิสโจนส์ ฉันกำลังจะตามมาให้”
“แต่เจ้าของกำลังจะมาถึงนะ”
“ฉันรับรองค่ะ ฉันตามไปให้ทันเวลาแน่นอน”เทเรซ่าตัดสาย และสะดุดขาตัวเองในช่วงเวลานั้น เธอล้มลงกับพื้น และมือถือสไลด์ตัวไปข้างหน้า เธอมองเห็นคูเปอร์วิ่งผ่านเข้าไปในพุ่มไม้ ชายแก่คนหนึ่งกำลังจะเข้ามาพยุงเธอ แต่เทเรซ่ารีบลุกหยิบมือถือของตัวเองแล้วออกวิ่งตามคูเปอร์ไปยังพุ่มไม้นั้นทันที  เทเรซ่ามุดหัวเข้าไปในพุ่มไม้ หาจนทั่วแล้วไม่เจอร่องรอยอะไรเลย มิหนำซ้ำบริเวณใกล้ๆก็ไม่เจอ เทเรซ่าหมดหวัง ถึงคราวซวยชวดงานเธอแล้วแน่ๆ เผลอๆเธออาจจะได้เสียเงินที่ทำคูเปอร์หายอีก
“โอ๊ย ให้ตายเถอะกำลังจะตามทันอยู่แล้วเชียว”เทเรซ่าใช้มือสองข้างค้ำเข่าหายใจหอบ

 

แต่แล้ว

 

สายตาของเธอก็เบิกกว้างเมื่อเห็นคูเปอร์กำลังนั่งนิ่งอยู่ที่ทางเท้าไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนั้น มันหยุดอยู่กับที่แล้ว! เทเรซ่าดีใจจนเนื้อเต้นก่อนจะวิ่งพรวดเข้าไปหามัน
“คูเปอร์ ตามทันจนได้
…!”แล้วสาเหตุที่มันหยุดก็ทำให้เทเรซ่าตกใจ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือ หญิงสาวที่มีใบหน้าสวยร้ายกาจเหมือนดังเช่นตัวร้ายในละคร ใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์นั้นเทเรซ่าจำได้ขึ้นใจ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนเดียวกับที่เทเรซ่าเจอในงานวันเกิดของราเชล
“นั่นคุณไปโดนอะไรมาคะ
?”น้ำเสียงเซ็กซี่นั้นเอ่ยขึ้น ใบหน้าของเธอดูงุนงง และเทเรซ่าอึ้งไปชั่วขณะ
“อะ อะไรคะ
?
“แขนคุณน่ะ”เธอชี้มาที่แขนของเทเรซ่าที่เป็นรอยถลอกเลือดไหล ร่างบางเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที เพิ่งจะรู้ตัวว่าได้รับผลกระทบจากการวิ่งไล่ตามคูเปอร์แล้วล้มกองอยู่กับพื้นเมื่อครู่
“คือ ฉันพลาดล้มตอนวิ่งตามคูเปอร์”
“ทำไมต้องวิ่งตามคะ
?
“มันเป็นความผิดของฉัน คูเปอร์หลุดออกมา และฉันกำลังจะตามกลับไปค่ะ”

ร่างสูงพยักหน้าแล้วมองคูเปอร์“สงสัยหายดีแล้วซินะ ถึงได้มีแรงวิ่งมาไกลขนาดนี้”
…?”เทเรซ่างุนงงในสิ่งที่ร่างสูงคุยกับคูเปอร์ และมันตอบรับคำพูดของเธอคนนั้นโดยการกระโดดไปรอบๆตัวเธออย่างน่าประหลาดใจ

“ขอโทษด้วยนะคะ คือฉันต้องพาคูเปอร์กลับแล้ว”
“ไม่ต้องเอากลับไปหรอกค่ะ”
…?
“ฉันเป็นเจ้าของคูเปอร์เอง”
…?!”เทเรซ่าเบิกตาตกใจ เธอกำลังทำให้เจ้าของเสียความรู้สึกแน่ๆที่ทำสุนัขหลุดออกมา ยิ่งคิดแบบนั้นเธอยิ่งหน้าเสีย“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
”เจ้าของใบหน้าทรงเสน่ห์นั้นกำลังจ้องมองมาที่เทเรซ่า เธอต้องโกรธมากแน่ๆ
“คุณน่าจะไปทำแผลนะคะ”
…?”เทเรซ่าทั้งงงและสับสน เธอน่าจะบ่นจะว่าอะไรเทเรซ่าสักหน่อยซิทำไมถึงได้ได้เปลี่ยนไปเรื่องอื่นเฉยเลย“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องคูเปอร์
“ฉันโกรธค่ะ แต่ในเมื่อเห็นคูเปอร์แล้วเราก็ไม่มีอะไรต้องคิดมากนี่คะ”
“คุณไม่เอาเรื่องฉันหรอคะ
?
”เธอยิ้มและส่ายหน้า
“ขอบคุณคุณมากเลยนะคะ ฉัน

“คุณชื่ออะไรคะ”
…?!”เทเรซ่าทำหน้างงเมื่ออยู่ๆประโยคของเธอก็ถูกขัดขึ้นด้วยการถามชื่อเสียอย่างนั้น“เทเรซ่า เกรสค่ะ”
เธอพยักหน้า“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณต้องไปทำแผลมิสเกรส”เธอพูดเสียงเข้มราวกับจะสั่งเทเรซ่าจากนั้นก็หันไปสั่งผู้ชายอีกคนที่คาดว่าจะมากับเธอ แต่เทเรซ่าเพิ่งจะสังเกตเห็น“พาคูเปอร์ไปขึ้นรถ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง”
“ครับคุณหนู”ชายคนนั้นพยักหน้าเข้าใจก่อนจะพาตัวคูเปอร์เดินออกไป ทิ้งเทเรซ่าให้อยู่กับคนร่างสูงตามลำพัง
“ฉันต้องขอโทษอีกครั้งนะคะที่ทำเรื่องพลาดร้ายแรงแบบนี้”
“ทำไมคุณถึงเอาแต่ขอโทษไปมาอย่างนี้นะ ช่างเถอะค่ะ ฉันจะพาคุณไปหาหมอที่คลินิกใกล้ๆนี้ก็แล้วกัน”
“ไม่เป็นไรหรอก
…!”เทเราซ่าตกใจเมื่ออยู่ๆร่างสูงก็ก้าวเข้ามาใกล้เธอด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่
“ฉันเป็นคนประเภทที่เอาแต่ใจตัวเองนะคะคุณรู้มั๊ย
? คุณไปกับฉัน”
…!”ไม่ทันที่เทเรซ่าจะพูดอะไรเธอก็จูงมือร่างบางให้ไปกับเธอ มือที่อบอุ่นของเธอคนนี้ทำให้เทเรซ่าใจเต้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ ทำไมถึงได้ใจเต้นเพียงแค่โดนจับมือด้วยนะ เทเรซ่าไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

 

หลังจากทำแผลเสร็จที่คลิกใกล้ๆแถวนั้นทั้งสองคนก็มุ่งหน้าไปยังคลินิกสัตว์แพทย์ที่อยู่ห่างจากคลินิกนี้ไม่เกินหนึ่งกิโลเมตร เทเรซ่าสงสัยว่าทำไมคนรวยอย่างผู้หญิงที่เดินอยู่ข้างกายเธอตอนนี้ไม่นั่งรถเพื่อความสะดวกสบาย แต่กลับเลือกที่จะเดินบนทางเท้ากับเทเรซ่า
“คุณไม่เจ็บแล้วนะคะ
?”เธอถามขึ้นหลังจากที่เราเงียบไปนาน
“ค่ะ”บรรยากาศที่เหน็บหนาวในตอนนี้กลับอบอุ่นขึ้นมาเมื่อเธอเดินอยู่ข้างกาย

นั่นซินะ! เธอยังไม่ได้ถามชื่อผู้หญิงคนสวยคนนี้เลยนี่หน่า ใช่! เธอต้องถามชื่อ เธออยากจะรู้ว่าชื่อของผู้หญิงคนนี้จะสวยและดูดีเหมือนหน้าตาหรอเปล่า?
“คุณชื่อ
…!
“คุณทำงานอยู่แถวนี้หรอคะ
?”เทเรซ่ายังไม่ทันได้ถามชื่อเลย แต่ร่างสูงเอ่ยขึ้นสวนมาก่อน เทเรซ่าจึงต้องเป็นฝ่ายตอบเธอไป
“ก็ทำงานที่คลินิก ที่เป็นต้นเหตุทำให้คูเปอร์หลุดออกมาไงคะ”เทเรซ่าคิดว่าเธอจะเดาได้เสียอีก แต่มันไม่ใช่เลย ราวกับว่าเธอไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แปลกจริงๆ
“คุณดูสีหน้าไม่ดีเลย”

“ก็ฉันอาจจะโดนไล่ออก คุณหมอสมิธไม่ใช่คนที่ใจดีเหมือนคุณนะคะ”เธอหัวเราะและเทเรซ่าได้ยินเธอพรึมพรำคำว่าใจดี จากนั้นเธอก็ไม่พูดอะไรไปสักพัก และเทเรซ่านึกบางอย่างออก

“เอ่อ สูทของคุณ?
…?”ร่างสูงเลิกคิ้วสงสัยก่อนจะมองสูทสีดำที่ตัวเองใส่อยู่และพูดขึ้น“อ๋อ สูทตัวนี้ของ  Gucci ฉันคิดว่าเหมาะกับคุณนะคะถ้าคุณชอบ”
“เปล่าค่ะๆ ฉันไม่ได้หมายถึงสูทที่คุณใส่อยู่”
…?
“คือฉันหมายถึงสูทที่คุณให้ฉันในวันเกิดของราเชล”
”ร่างสูงหยุดเดินราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง เทเรซ่าดูออกจะผิดหวังนิดๆที่คิดว่าเธอจะจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ ก่อนที่เธอจะยิ้มส่งมาให้เทเรซ่า และยื่นหน้าที่สวยไร้ที่ติมาใกล้ๆเธอราวกับจะพิจารณาบางอย่าง และเทเรซ่าประหม่าในการกระทำนี้“อ่า ฉันจำได้แล้ว คุณนั่นเอง”

“ฉะ ฉันต้องขอบคุณคุณวันนั้นมากเลยนะคะที่ช่วยฉันเอาไว้”
“ไม่ต้องใส่ใจหรอกค่ะ”
“ฉันอยากจะส่งสูทตัวนั้นคืนให้คุณ”
“ไม่ต้องก็ได้”
“แต่ฉันไม่อยากได้
เอ่อ หมายถึง มันไม่ใช่ของๆฉัน ฉันเลยไม่อยากติดค้างอะไรคุณน่ะค่ะ”
เธอหรี่ตามองเทเรซ่าก่อนจะพูดขึ้น“งั้นเอามือถือคุณมา”
…?”เทเรซ่างงแต่ก็หยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงส่งให้อีกคน โชคดีที่โทรศัพท์มือถือไม่เป็นอะไรมากจากการล้มของเธอ ไม่อย่างนั้นคงได้เฉียดเงินไปซ่อมอีกแน่ๆ ร่างสูงพิมพ์อะไรสักอย่างลงในมือถือของเทเรซ่าก่อนที่เสียงมือถือของเธอที่อยู่ในกระเป๋าจะกรีดร้อง และเธอยื่นมือถือคืนเทเรซ่า

“นี่คือเบอร์ของฉัน ถ้าอยากจะส่งสูทคืนก็โทรมานะคะ”เทเรซ่ารับมือถือก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ
“เอาล่ะ ในเมื่อคุณสบายใจแล้วเราก็ไปกันต่อเถอะ”ร่างสูงหุ่นเพรียวเดินนำหน้าเทเรซ่าไป และในที่สุดเทเรซ่าก็ไม่ได้ถามชื่อของเธออีกเช่นเคย

 

รถเบนซ์คันสีดำเรียบหรูแล่นผ่านวงเวียนน้ำพุเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์อิฐสีขาวสะอาดตากินเนื้อที่หลายไร่ในแมนแฮตตัน ซึ่งเป็นที่อยู่ของตระกูลเพย์ตัน ตระกูลที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของอเมริกา เอลิซาเบธ รอสส์ เพย์ตัน ก้าวลงมาจากรถพร้อมด้วยคูเปอร์สุนัขตัวเดียวที่เป็นของรักของหวงของเธอก็กระโจนลงมาด้วย มันวิ่งเข้าคฤหาสน์ก่อนที่เจ้านายของมันจะก้าวพ้นขอบประตูรถเสียอีก หญิงสาวส่ายหน้าให้กับความซนของมัน
“คุณหนูกลับมาแล้วหรอครับ”พ่อบ้านวัยชราแต่รูปร่างสูง แต่งตัวด้วยชุดสูทเนี้ยบดังเช่นทุกวัน เขาตัวผอม ผมสีดอกเลาตามอายุที่แก่ชรา แต่ถึงแม้จะดูเป็นคนแก่ชรา เขาก็ปฏิบัติดูแลรักษาบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี ด้วยกฎระบียบที่เข้มงวด ราวกับเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของคฤหาสน์อีกคนก็ว่าได้ เขาเดินเข้ามารับเอลิซาเบธหน้าประตูห้องโถงหลังกลับจากทำงานเสมอ
“ค่ะ แล้วคุณพ่อยังไม่กลับหรอคะอังเดร”
“ยังเลยครับ แต่วันนี้คุณผู้ชายมีเรื่องจะคุยกับคุณหนูตอนมื้อค่ำนี้”
”เอลิซาเบธพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในตัวห้องโถงและก้าวขึ้นบันไดไปยังห้องตัวเองที่อยู่บนชั้นสองห้องด้านปีกทิศตะวันออกทันที คฤหาสน์ดูเงียบเชียบเมื่อไม่มีงานปาร์ตี้ที่ต้องจัด หรือเทศกาลสำคัญๆ

เอลิซาเบธ รอสส์ เพย์ตัน นักธุรกิจสาวสุดฮอตวัยสามสิบสามปี ขึ้นเป็นซีอีโอของบริษัทสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง PTN มาได้สี่ปีแล้ว  เหตุเพราะผู้เป็นพ่อของเธอส่งต่อภาระนี้มาให้ลูกสาวคนเล็กของตระกูล และไปร่วมหุ้นดูแลบริษัทอสังหาริมทรัพย์กับพี่ชายคนโต  ครอบครัวของเธอทำธุรกิจกันเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่พี่สาวคนรองของตระกูลก็ไปทำธุรกิจนำเข้าส่งออกที่จอร์เจียกับสามี เพราะฉะนั้นธุรกิจเก่าแก่ของตระกูลอย่างเจ้าของสถานีวิทยุโทรทัศน์เลยตกมาที่เอลิซาเบธโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และด้วยความสามารถในด้านธุรกิจที่ฉายแววของเธอเลยทำให้ PTN เป็นช่องรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตอนนี้

ร่างสูงเพรียวปิดประตูห้องก่อนจะถอดสูทของเธอวางลงโซฟาปลายเตียงนอน เธอมองดูสูทแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เจอในวันนี้ ผู้หญิงคนนั้นชื่อ เทเรซ่า เกรส ในที่สุดเธอก็ได้รู้จักผู้หญิงคนที่เจอในงานวันเกิดลูกสาวของมิสเตอร์เบเกอร์เสียที เอลิซาเบธจำผู้หญิงหน้าคมสวยคนนั้นได้ตั้งแต่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาคูเปอร์ ใบหน้าที่มีความคมสวยนั้นเอลิซาเบธจะลืมง่ายๆได้ยังไง เพียงแค่เธอแกล้งลืมก็เท่านั้นเอง

เอลิซาเบธหย่อนสะโพกลงโซฟาขาวหรูสัมผัสนุ่มนิ่ม ก่อนที่มือถือของเธอจะดังขึ้น เธอยิ้มเมื่อเห็นชื่อเจ้าของเบอร์โชว์หราอยู่หน้าจอ หญิงสาวกดรับอย่างอารมณ์ดี สามีเธอนั่นเอง
“ว่าไงบาส วันนี้คุณจะกลับมั๊ยคะ
?

[วันนี้คงไม่ได้กลับ ผมงานยุ่งจนต้องเลื่อนนัดคืนนี้ของเราไปก่อน แต่ผมจะคิดถึงคุณนะ]เสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ของเขาทำให้เอลิซาเบธยิ้มออก
“ฉันก็จะคิดถึงคุณ”

[คูเปอร์เป็นยังไงบ้าง ออกมาวันนี้แล้วใช่มั๊ย?]
“เรียบร้อยแล้ว ฉันคิดว่ามันก็ยังคงเล่นซนเหมือนเคย”เขาหัวเราะทันทีที่ได้ยินแบบนั้น“แล้ว
พรุ่งนี้ฉันจะไปรับคุณนะคะ”

[ได้ยังไง คุณมีงานต้องทำนะ ไม่ต้องหรอกที่รัก]
“ฉันหาเวลาปลีกออกจากงานอยู่น่ะ”เขาหัวเราะอีกครั้ง
[ได้ครับ เอาไว้พรุ่งนี้ตอนเย็นเราเจอกันนะลิซ]

“ค่ะ”

เอลิซาเบธวางสายแล้วเอนตัวพิงกายกับโซฟาพลางหลับตา เธอยังคงเป็นนักธุรกิจที่อยากจะพักผ่อน และอยากจะลาพักร้อน แต่ในช่วงเวลาแบบนี้เธอยังคงต้องต่อสู้กับช่องรายการทีวีอื่นๆอยู่นี่ซิ เธอถอนหายใจจากนั้นก็คิดว่าคงต้องงีบหลับสักพักแล้วค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้า เอลิซาเบธงีบไปในเวลาอันรวดเร็ว เพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงาน


…!!”เอลิซาเบธงีบไปได้สักพักก็เกิดความแปลกใจเมื่ออยู่ๆริมฝีปากของเธอก็ถูกครอบด้วยสัมผัสเย็นเฉียบชุ่มชื้นและนุ่มนิ่มในเวลาเดียวกัน ราวกับว่าเธอกำลังโดนขโมยจูบตอนหลับ แรกๆเอลิซาเบธปล่อยให้เป็นแบบนั้นเพราะคิดว่าคงเป็นคูเปอร์ แต่พอมาคิดๆดูแล้วประตูห้องเธอไม่ได้ล็อคก็จริงแต่สุนัขไม่มีทางเปิดเข้ามาได้ เอลิซาเบธอยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่นเมื่อเธอครางได้สติก็เหมือนกับแรงจูบนั้นยิ่งร้อนแรงและบดขยี้ริมฝีปากของเธอจนเอลิซาเบธต้องลืมตา ตื่น เธอผลักสิ่งที่อยู่บนตัวเธอออกทันที เธอมองเห็นแล้วสิ่งที่ทำแบบนั้นกับเธอเมื่อสักครู่
“เฮเลน”เอลิซาเบธยิ่งหัวเสียเมื่อเห็นคนที่อยู่ตรงหน้า เธอยิ้มส่งมาให้เอลิซาเบธแต่เป็นรอยยิ้มที่ประชดเสียมากกว่า

เฮเลน่า เพย์ตัน เจ้าของใบหน้าเรียวสวยไร้ที่ติ ผมสีบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าประกายความซุกซนอยู่ตลอดเวลา และนั่นเป็นเสน่ห์ของเธอ อายุสามสิบสามปี กับความสูงถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตร หญิงสาวผันตัวมาเป็นดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ Angelic ชื่อดังหลังจากเลิกเป็นนางแบบ และแบรนด์ของเธอตอนนี้ก็กำลังเป็นที่ตอบโจทย์ผู้หญิงทุกวัยได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“ทำแบบนี้ทำไม”เอลิซาเบธเอ่ยเสียงเย็นชาทันทีเมื่อรู้ว่าเป็นเฮเลน่า ถึงแม้อายุทั้งสองจะเท่ากัน แต่สถานะนั้นแตกต่าง เธอเป็นแม่เลี้ยง ส่วนเอลิซาเบธเป็นลูกลี้ยง
“แหม เธอชอบทำเย็นชาใส่ฉันแค่คนเดียวแบบนี้มันไม่แฟร์เลย ทั้งๆที่เมื่อก่อนเราก็ทำมากกว่านี้นี่หน่า”แววตาซุกซนของเธอมองมาที่เอลิซาเบธอย่างจาบจวง ก่อนจะเลื่อนไปโฟกัสที่หน้าอกอีกคน เอลิซาเบธมองตามสายตานั้นก่อนจะตกใจที่กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบาของเธอโดนปลดกระดุมออกทั้งหมด เหลือเพียงบราลูกไม้สีดำที่โผล่ออกมาอวดสายตาผู้เป็นแม่เลี้ยง

“เธอโรคจิตหรือไง”เอลิซาเบธทำหน้าไม่พอใจก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาและติดกระดุมเสื้อสองเม็ดบนลวกๆ ตอนเธอเผลองีบไปเฮเลน่าคงทำเรื่องล้อเล่นแบบนี้ซินะ ร้ายกาจจริงๆเลย
“ออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว”เธอชี้มือไปที่ประตูห้อง
“เธอใจร้ายกับฉันทุกวันแบบนี้ไม่ได้นะลิซ”
“นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง”แววตาสีฟ้าอมเขียวจ้องมองอีกคนด้วยความโกรธจัด หากแต่เฮเลน่ามองเอลิซาเบธด้วยแววตาเจ็บปวด
“ทำไม
?
“เธอเป็นแม่เลี้ยงของฉันนะเฮเลน เธอเป็นภรรยาพ่อของฉัน”
“ฉันไม่สน”
“แต่ฉันสน
!”เอลิซาเบธเสียงเข้มขึ้น“ในเมื่อเธอเลือกทางนี้แล้ว ฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดอะไรกับเธออีก เธอควรเลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว”
เฮเลน่าถลาเข้ามาคว้ามือของอีกคนแต่โดนสะบัดออก“เธอก็รู้นี่ลิซ เธอรู้ว่าทำไมฉันถึงต้องทำแบบนี้”เอลิซาเบธมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจและเบื่อที่เฮเลน่าทำตัวน่ารำคาญ เธอหวังจะตัดใจ เธอต้องตัดใจให้ได้กับผู้หญิงที่ทำร้ายหัวใจที่เธอมอบให้อย่างไม่ไยดี เฮเลน่าชอบทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่เกรี้ยวกราดและหมดความอดทนเสมอ

 

ใช่ เฮเลน่าทำให้เธอเป็นแบบนี้

 
“พอได้แล้ว ออกไป”เอลิซาเบธพูดตัดบทแล้วหันหลังให้อีกคน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือคนที่ตัวสูงกว่ากอดเธอจากด้านหลัง แล้วพร่ำเพ้อคำพูดที่อันตรายออกมา
“แต่ฉันรักเธอลิซ และมันยังคงเป็นแบบนั้น
!
“นี่ปล่อยนะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”เอลิซาเบธขัดขืนและพยายามงัดมือที่กอดเธอแน่นออก แต่ยิ่งดิ้นเหมือนแรงนั้นจะยิ่งมากขึ้นตามลำดับ เฮเลน่าจูบที่ต้นคอของอีกคน ก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะผลักออกได้สำเร็จ แต่เฮเลน่ากระชากคอเสื้ออีกคนเข้ามา ร่างที่สูงน้อยกว่าเซถลาเข้ามาหาเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว มันเป็นจังหวะที่เฮเลน่าฉกฉวยจูบเข้าที่ริมฝีปากอีกคน มันเป็นจูบที่บดขยี้เค้าความปรารถนาในตัวของเอลิซาเบธอย่างจริงจัง เฮเลน่าอยากให้เอลิซาเบธกลับมาเป็นของเธอ แม้เธอจะแต่งงานกับชายอื่นแล้วก็ตาม เธอไม่ชอบที่เอลิซาเบธมองเธอด้วยสายตาเย็นชา เธออยากให้อีกคนมองเธอเหมือนอย่างคนรักแบบเมื่อก่อน แต่ทว่า
มันคงจะสายเกินไป
“ไปให้พ้นนะ”เอลิซาเบธผลักเฮเลน่าออกจากร่าง ครั้งนี้แรงกว่าครั้งไหนๆทำให้อีกคนเสียการควบคุมสะโพกไปกระแทกโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างหน้าต่างดังโครม และแจกันดอกไม้ตกกระแทกพื้นแตกละเอียดเสียงดัง เอลิซาเบธตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายแสดงสีหน้าเจ็บปวดและน้ำตาไหลออกมาในที่สุด เอลิซาเบธไม่รู้ว่าเฮเลน่าร้องไห้เพราะเจ็บหรืออย่างอื่น แต่เธอรู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุนั้น เธอเดินเข้ามาหวังจะประคองอีกคนขึ้น แต่เฮเลน่าปัดมือออก
“อย่าทำตัวเป็นเด็กเฮเลน”
“ทีอย่างนี้สนใจฉันด้วยหรอ
?”เสียงตัดพ้อน้อยใจ เธอปัดมือของเอลิซาเบธออกอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นด้วยตัวเอง แต่ก็ล้มลงที่เดิมอีกครั้ง

เอลิซาเบธหัวเสีย“ก็ได้ถ้าเธอต้องการอย่างนี้”เอลิซาเบธกอดอกมองดูอีกฝ่ายที่พยายามลุกขึ้นเอง เธอพยายามจะช่วยอยู่แล้วแต่แค่ดูคนปากเก่งลุกขึ้นมาก็เท่านั้นเอง

และไม่นานจากนั้นนัก ประตูห้องเธอก็เปิดผ่างออก อังเดร กับแม่บ้านอีกสองคนปรากฏตัวขึ้น สงสัยคงจะได้ยินเสียงโครมครามดังจากห้องของเธอ
“คุณผู้หญิง
! คุณหนู!”อังเดรดูตกใจ และคนรับใช้สองคนถลาเข้ามาประคองเฮเลน่าลุกขึ้น สายตาของพ่อบ้านมองมาที่เอลิซาเบธตาเขียว ในขณะที่คนใช้พาเฮเลน่าออกไปจากห้องเธอ
“คุณผู้ชายจะต้องรู้เรื่องนี้ครับ คุณหนูเองก็พอจะทราบ”
“อังเดร ฉันไม่ได้ทำนะ”
“ผมขอตัวครับ เดี๋ยวจะส่งคนรับใช้ขึ้นมาเก็บกวาดห้องคุณหนู”พ่อบ้านอายุเยอะ เดินออกจากห้องทันที เยี่ยม
! สิ่งที่ทุกคนเห็นบ่งบอกว่าเธอกำลังรังแกแม่เลี้ยงอยู่ ภาพที่เข้ามาเห็นคือเฮเลน่าล้ม แจกันแตกกระจาย และเธอยืนกอดอกจ้องเฮเลน่าด้วยสายตาสุดทน แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าเธอเป็นตัวการของเรื่องนี้ ทั้งๆที่เธอไม่ได้เริ่มก่อเรื่องเลยสักนิด และแน่นอนเธอต้องโดนพ่อตำหนิอีกชุดใหญ่ เพราะพ่อของเธอชอบมองว่าเธอมีปัญหากับแม่เลี้ยงบ่อยๆ เธออยากออกไปจากวังวนบ้าๆนี้เสียที

 

มื้อค่ำที่เอลิซาเบธอยากจะกดข้ามไปก็ได้มาถึง  เธอมาร่วมโต๊ะอาหารอย่างพร้อมเพรียงกันระหว่าง พ่อของเธอนั่งอยู่หัวโต๊ะ เอลิซาเบธกับเฮเลน่านั่งตรงข้ามกัน ในคฤหาสน์นี้มีเราอยู่แค่สามคน และคนรับใช้อีกจำนวนหนึ่ง เพราะลูกชายกับลูกสาวของตระกูลเพย์ตันต่างไปอยู่กับครอบครัวของตัวเองทั้งนั้น และพ่อของเอลิซาเบธเป็นคนขอร้องให้เธอกับสามีอยู่ในบ้านหลังนี้ เหตุเพราะเธอยังคงเป็นลูกคนสุดท้องที่พ่อยังคงหวงและชอบตีกรอบให้เสมอ
“พ่อคิดว่าวันนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ”ในขณะที่ลงมือหันสเต็กเนื้อแกะชั้นเลิศ อีธาน ลอยด์ เพย์ตัน ก็พูดสวนขึ้นทำให้การอยากอาหารของเอลิซาเบธดูย่ำแย่ลง
“เรื่องอะไรหรอคะ
?
“พ่อว่าลูกรู้ลิซ”เขาเคี้ยวสเต็กไปคำหนึ่ง เฮเลน่าเองก็ดูตึงเครียดกับสถานการณ์ แน่ล่ะ
! ก็เธอเป็นคนเริ่มเรื่องทั้งหมด
“พ่อไม่อยากให้คนอื่นเอาไปซุบซิบนินทาว่าลูกกับเฮเลนไม่ถูกคอกัน พ่อเบื่อที่จะแก้ข่าวให้แล้ว และวันนี้ลูกทำเฮเลนเจ็บอีก จะบอกพ่อได้มั๊ยว่าเกิดอะไรขึ้น”

“อังเดรรายงานซินะคะ”
“พ่อรู้ว่าลูกทำลิซ”
“หนูไม่ได้ทำค่ะ”เอลิซาเบธหันสเต็กในจานอย่างแรงและจิ้มเข้าปากเคี้ยวด้วยความโมโห
“ลิซ
!”อีธานเอ่ยเสียงเข้ม“ลูกโตแล้วนะอย่าทำตัวเป็นเด็กซิ ลูกก็รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด”
“อีธานคะ มันไม่ใช่ความผิดของลิซเลยนะคะ”เฮเลน่าพูดแทรกขึ้น แต่ก็นั่นแหละ มันเลยกลายเป็นว่าเอลิซาเบธเป็นตัวร้ายเสียอย่างนั้น“ฉันผิดเองที่ไปยุ่งวุ่นวายกับลิซจนเกินไป”
“เฮเลนคุณใจดีกับลิซเกินไปแล้วนะ”
”เอลิซาเบธกลอกตาเมื่อได้ยินคำว่าใจดี ที่ผู้เป็นพ่อพูดชื่นชมภรรยาจนออกนอกหน้า
“ลิซ อย่าให้พ่อต้องใช้ไม้แข็งนะ”เขาหันมาสั่งลูกสาว“พ่อจะให้ลูกออกงานกับเฮเลนทุกครั้ง ถ้าลูกยังเป็นแบบนี้อีก”
“ไม่เอานะคะ
!
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำตัวดีๆหน่อยซิ เมื่อสองวันก่อนพวกนักข่าวจับภาพลูกตอนกำลังทำหน้าชิงชังเฮเลนออกนอกหน้าแบบนั้น พ่อจะแก้ข่าวให้ลูกทุกครั้งไม่ได้นะ พ่อเองก็อยากให้ครอบครัวได้เจอกับเรื่องที่มีความสุขบ้าง พ่อ

“โอเคค่ะ หนูเข้าใจแล้ว หนูจะพยายาม แล้วก็
”เอลิซาเบธพยักพเยิดไปทางเฮเลน่า“บอกให้เฮเลนอยู่ห่างจากหนูก็พอ”
“ลิซ
!”อีธานเสียงเข้มอีกครั้ง ก่อนที่เอลิซาเบธจะยกจานสเต็กและลุกขึ้นจากโต๊ะ เธอไม่เจริญอาหารอย่างแน่นอนถ้าต้องทนเห็นการเล่นละครฉากใหญ่ของเฮเลน่า และเฮเลน่าดูทำท่าไม่พอใจที่เธอพูดแบบนั้น เอลิซาเบธมองหน้าอีกคนแล้วส่ายหน้าเอือมระอาใส่
“ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลิซจะเหมือนไดแอนแม่ของเธอขนาดนี้”อีธานพ่นคำพูดออกมาขณะที่ลูกสาวเดินจากไปแล้ว“ลิซเชื่อฟังคำพูดของผมและอยู่ในกรอบก็จริง แต่เธอก็เอาแต่ใจ และดื้อเหมือนไดแอนไม่มีผิด”

“เธอเชื่อฟังคำสั่งของผมทุกอย่าง แต่เรื่องของคุณ เธอดูไม่เก็บใส่หูเลยด้วยซ้ำ”
“ลิซอาจจะต้องการเวลานะคะ ฉันกับเธอก็อายุเท่าๆกัน คงจะปรับตัวกันยากหน่อย ให้เวลาเธอหน่อยนะคะ”เฮเลน่าวางมือลงบนมือของอีกฝ่ายเพื่อเป็นการปลอบใจ เขาพยักหน้าอ่อนลง เฮเลน่าไม่ได้รังเกียจชายอายุคราวพ่อของตัวเองเลย เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี และสุขภาพแข็งแรงมากคนหนึ่งถึงแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม อีธานเป็นผู้ชายที่นิสัยดีมาก แต่สิ่งที่เฮเลน่าตัดสินใจแต่งงานกับเขาทำให้เธอรังเกียจตัวเอง ใช่
! เธอแต่งงานกับเขาเพราะฐานะทางการเงิน เธอไม่ได้รักเขาเชิงพิศวาสใดๆทั้งสิ้น และนั่นทำให้เธอสูญเสียสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอไป นั่นคือ เอลิซาเบธ

เทเรซ่า เอวา และลุคนั่งปูเสื่อผ้าอยู่ใต้ต้นไม้ในเซ็นทรัลพาร์ก เพราะวันนี้เป็นวันหยุดผู้ชนที่นี่จึงเยอะมากเป็นพิเศษ เทเรซ่าปลื้มใจที่เธอไม่ได้ถูกไล่ออกจากงานพาร์ทไทม์ ผู้หญิงคนนั้นช่วยชีวิตเทเรซ่าเอาไว้แท้ๆเลย เธอไม่เอาผิดเทเรซ่าสักอย่าง มิหนำซ้ำยังบอกไม่ให้คุณหมอสมิธไล่ออกจากงานด้วย เทเรซ่าอยากจะตอบแทนบุญคุณเธอคนนั้นจริงๆ

“จะว่าไปผู้หญิงที่เธอเล่าให้ฟังนี่ใครกันหรอ?”เอวาถามขึ้นขณะที่เคี้ยวขนมในปาก
“นั่นซิ เธอคนนั้นดูใจดีมากเลยนะ”ลุคที่นอนเล่นแล็ปท็อปพูดขึ้นอีกคน
“ฉันไม่ได้มีโอกาสถามเธอเลยว่าชื่ออะไรด้วยซ้ำ แต่จะว่าไปคุณหมอสมิธบอกว่าสุนัขตัวที่ชื่อคูเปอร์เป็นของตระกูลเพย์ตัน”
“โอ๊ะ
!”เอวาสำลักขนมและลุคกระเด้งตัวขึ้นนั่งตัวตรง พวกเขาตกใจอะไรกันนะ?
“เดี๋ยวนะเทรซ เธอบอกว่า เป็นผู้หญิง เอ่อ
ใช่ ผมสีบลอนด์ หน้าตาดูเซ็กซี่มีเสน่ห์ อะไรทำนองนี้ใช่เปล่า”
”เทเรซ่าพยักหน้ารัวๆ เพราะมันตรงกับคาแร็คเตอร์ของเธอคนนั้นเป๊ะ“ใช่ เธอเป็นคนๆเดียวกันกับที่ฉันเล่าให้พวกเธอฟังเมื่อตอนงานวันเกิดราเชล”

“แจ็คพ็อต! นั่นเอลิซาเบธแน่ๆ ”
…?”เทเรซ่าทำหน้างง“เธอชื่อเอลิซาเบธหรอ?
“อื่อ”เอวาพยักหน้า และลุคยื่นแล็ปท็อปที่เซิร์ทข้อมูลเมื่อสักครู่ให้เทเรซ่าดู มันเป็นรูปของเธอคนนั้นนั่นเอง
“ที่เธอพูดถึงก็คือ เอลิซาเบธ รอสส์ เพย์ตัน เธอคือตัวแม่ของวงการช่องรายการทีวี เธอประสบผลสำเร็จในด้านธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อยเลยนะ”ลุคคุยจ้อ“พ่อของฉันชอบพูดชมเอลิซาเบธตอนทานมื้อค่ำที่บ้านด้วยกัน เขาชอบชมว่าเอลิซาเบธทำงานเก่ง แถมยังสวยอีกด้วย แน่นอนว่าพ่อของฉันจบไม่ค่อยสวย เพราะโดนแม่ประชดใส่ตลอดเย็นวันนั้น”ลุคหัวเราะ และพวกเราก็ยิ้มตาม
“นี่
แสดงว่าพวกเธอทั้งสองคนรู้จักเอลิซเบธอย่างนั้นหรอ?
“แน่นอน ครอบครัวของเราทำธุรกิจนี่”เอวากับลุคหัวเราะ“มีแต่เธอนั่นแหละยัยงั่งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย อุตส่าห์ได้เจอคนดังถึงสองครั้งสองครา”
”เทเรซ่ายิ้ม และมองรูปที่อยู่ในจอแล็ปท็อป ในภาพเอลิซาเบธสวมสูทสีเลือดนกนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน เธอดูเหมือนนางพญาที่ครอบครองหัวใจของคนนับร้อยด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ร้ายกาจนั้น

ในที่สุดฉันก็รู้จักชื่อคุณสักที เอลิซาเบธ รอสส์ เพย์ตัน




_______________________________________________________________

มาลงตอนแรกแล้ว 
เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาาา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #3 swagk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 21:28
    ปักธงครับผมมม
    #3
    0