[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 30 : TWENTY-SEVEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    10 ธ.ค. 62

เอลิซาเบธมาเยี่ยมเฮเลน่าที่โรงพยาบาล หลังจากที่ตกลงกับตัวเองไม่ได้ว่าควรมาหาอีกคนหรือไม่ เพราะสิ่งที่เฮเลน่าทำกับเธอนั้นสร้างความสับสนกับความรู้สึกของเธออย่างใหญ่หลวง และในตอนที่เธอได้ข่าวว่าเฮเลน่ากับพ่อของเธอหย่ากัน เธอเลยตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ เอลิซาเบธไม่สามารถรู้ได้ว่าเฮเลน่ากำลังวางแผนอะไรอยู่ แต่ตอนนี้เธอไม่ไว้ใจเฮเลน่าเลย ถึงอย่างนั้น เธอก็เกลียดเฮเลน่าไม่ลง

เพราะเฮเลน่าช่วยชีวิตเธอเอาไว้….

มือของเอลิซาเบธวางตรงลูกบิดประตูห้องคนไข้ เกือบสองอาทิตย์ที่เธอไม่ได้เห็นหน้าเฮเลน่า รีเบคก้าเล่าให้เธอฟังว่าเฮเลน่ายังเดินไม่ค่อยได้ นั่นคือสิ่งที่อัปเดตครั้งสุดท้าย หลังจากที่รีเบคก้าบินไปฝรั่งเศส เรื่องที่ได้ยินจากรีเบคก้าทำให้เอลิซาเบธรู้สึกเศร้าใจ ถ้าเฮเลน่าไม่พุ่งเข้ามารับกระสุนแทนเธอ เธออาจไม่ได้มีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้เลยก็ได้

“…!”

ประตูห้องเปิดออกพอดีกับที่นางพยาบาลคนหนึ่งกำลังจะเดินสวนออกมา ทำให้คนร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อย

“มาเยี่ยมคนไข้เหรอคะ?”

“…”

“คุณคะ?”

“เอ่อ…คือ”

“ลิซ?”

ชั่วขณะนั้นเอลิซาเบธจะตอบพยาบาลว่า ‘เปล่า’ แต่เสียงของเฮเลน่าที่อยู่บนเตียงเอ่ยทักเสียก่อน จะว่าทักก็ไม่ถูก เพราะน้ำเสียงของเฮเลน่าดูประหลาดใจเสียมากกว่า

“อีกยี่สิบนาทีคนไข้จะได้พักผ่อน กรุณาทำตามกฎของโรงพยาบาลด้วยนะคะ” พยาบาลกล่าว

เอลิซาเบธได้แต่พยักหน้า และเดินเข้าไปหาเฮเลน่าในที่สุด

ห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อเธออยู่กับเฮเลน่าสองคน

“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนละอายใจไม่ใช่เธอ” เฮเลน่าพูด

สีหน้าของอีกคนยังคงโทรม และเหนื่อยล้า แต่ก็คงดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนอยู่มาก เฮเลน่าคงต้องใช้เวลาอีกสักเดือนหนึ่งเต็มๆ กว่าจะเดินได้คล่องเป็นปกติ

“โดนแบบนี้คงเข็ดไปอีกนานสินะ”

เอลิซาเบธไม่ได้ตั้งใจประชด แต่น้ำเสียงของเธอเข้มไปหน่อย เลยทำให้อีกคนขมวดคิ้ว

“ฉันทำผิด ฉันรู้ตัวเองดีแล้วน่า และเธอคงไม่ให้อภัยฉันง่ายๆ หรอก มาวันนี้ก็เพื่อมาซ้ำเติมฉันงั้นสิ”

“…”

“ฉันไม่ขอโทษเธอหรอกนะ”

เอลิซาเบธเลิกคิ้ว

“เธอมันยัยตัวแสบอยู่แล้ว ฉันไม่คิดว่าเธอจะขอโทษฉันหรอก”

“ถ้าเธอไม่ได้มาเพื่อที่จะฟังฉันขอโทษหรือร้องไห้สำนึกผิด แล้วเธอมาที่นี่ทำไม”

“…”

“…”

“ฉันแค่…จะมาขอบคุณ”

“…?!”

“ขอบคุณที่เธอช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ฉันไม่คิดว่า…”

“ไม่คิดว่าฉันจะบ้าพุ่งไปรับกระสุนแทนเธองั้นสิ”

เอลิซาเบธพยักหน้า แวตานั้นบ่งบอกว่าเธอขอบคุณเฮเลน่าจากใจจริง ไม่ได้เสแสร้งใดๆ ทั้งสิ้น

“ฉันก็แค่จะมาขอบคุณเธอดีๆ มากระแทกเสียงใส่ทำไมล่ะ ฉันเป็นคนดีพอที่จะรู้จักขอบคุณและขอโทษ”

“เธอหาว่าฉันเป็นคนไม่ดีงั้นสิ”

“ไม่ปฏิเสธ”

แล้วอยู่ๆ เอลิซาเบธก็อมยิ้ม นานมากแล้วที่เธอกับเฮเลน่าไม่ได้ทะเลาะกันเหมือนเด็ก เลยทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง เฮเลน่าเองก็เริ่มหัวเราะออกมาบ้าง

“เธอเป็นคนเข้มแข็มมาตลอดเฮเลน แม้กระทั่งในตอนนี้ ถ้าเป็นฉันโดนยิงปานนี้ก็ไม่รู้ว่าจะรอดมาอยู่ตรงนี้ได้เหมือนเธอไหม ฉันเป็นคนอ่อนแอ…อ่อนแอมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้เวลาที่เทรซโดนจับตัวไป ฉันเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ฉันมีแต่ร้องไห้ สิ้นหวังทำอะไรไม่ได้ จนกระทั่งมีคนยื่นมือเข้ามาช่วย และเธอ…”

เอลิซาเบธนั่งลงข้างเตียง มองเฮเลน่าด้วยดวงตาที่อ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ

“ถึงแม้ว่าเธอจะทำร้ายเทรซ แต่ในที่สุดเธอก็ยอมกลับใจในวินาทีสุดท้าย”

“ฉันอาจไม่กลับใจ…”

“เธอยังไม่รู้จักตัวเองอีกเหรอ? เธออารมณ์ร้าย แต่ในที่สุดเธอก็มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี”

เฮเลน่าส่งเสียง หึ สมเพชตัวเอง ใช่ เธอไม่รู้จักตัวเอง แต่สิ่งที่เอลิซาเบธพูดก็ถูกทุกอย่าง เธออารมณ์ร้าย แต่ในที่สุดเธอก็มองเห็นทางออกเสมอ แม้ในยามที่หนทางมืดสนิท

“ฉันขอบคุณเธอมากนะ”

เฮเลน่าพยักหน้าแทนคำพูด จากนั้นทั้งสองก็เงียบไปสักพักใหญ่ เป็นเอลิซาเบธที่พูดขึ้นมาก่อน

“เธอโอเคใช่ไหม?”

“…?”

“หมายถึงเรื่องนักข่าวที่ยกโขยงมาล้อมโรงพยาบาลยังกับฝูงซอมบี้”

“เธอเองที่มาที่นี่ก็เพราะอยากรู้เรื่องนี้ใช่ไหม ว่าทำไมฉันถึงหย่ากับพ่อของเธอ”

“ฉันไม่ได้อยากรู้หรอก”

อันที่จริงเอลิซาเบธอยากรู้ แต่เธอเลือกที่จะไม่ตอบออกไปแบบนั้น

“เพราะน้องสาวของฉัน”

เฮเลน่าพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง ดวงตาสีฟ้าสวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

“ฉันควรเอาใจใส่ดูแลน้องสาวของฉันให้มากกว่านี้ สิ่งที่เธอทำ เพราะการที่เธอปกป้องเทเรซ่าทำให้ฉันคิดย้อนมองตัวเอง ฉันควรดูแลเฮเซล และถอยออกมาจากเรื่องแบบนี้สักที”

ดวงตาสีฟ้ามองมาที่เอลิซาเบธ

“ฉันไม่อยากยุ่งกับเพย์ตันอีกแล้ว เพราะมันทำให้ฉันเสียความเป็นตัวเองไป”

เอลิซาเบธประหลาดใจกับคำพูดนั้น แต่ในขณะเดียวกันเธอก็เบาใจขึ้นมา เฮเลน่าพูดจริงเธอสัมผัสจากท่าทางและน้ำเสียงเหล่านั้นได้

“แล้วต่อจากนี้ เธอจะใช้ชีวิตยังไง กลับไปที่บลู๊คลินเหรอ?”

เฮเลน่าส่ายหน้า

“ฉันจะขายห้องเสื้อ จะไปที่อื่นสักพัก แล้วจะกลับมาหาเฮเซลในอีกสักวัน ฉันแค่อยากพัก…”

เอลิซาเบธเข้าใจในหลายๆ เหตุผล เรื่องที่เฮเลน่าทำไปมันรบกวนจิตใจของเธอเกินไป หากเธอไปพักผ่อนให้ไกลจากนิวยอร์คสักพักก็คงจะดีขึ้น เหมือนรีเบคก้าที่เพิ่งบินไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศส

“เธอจะไปไหน?”

“…”

เป็นคำถามที่ไม่ได้คำตอบ แต่เอลิซาเบธสัมผัสได้ถึงเป็นทุกข์ของเฮเลน่า เธอกำลังมีปัญหา และเห็นได้ชัดว่าไม่อยากพูดถึงมัน

“ถ้ามีอะไรให้ช่วย…”

“ไม่ต้อง ฉันแค่อยากอยู่คนเดียวสักพัก”

เอลิซาเบธพยักหน้า

“ลิซ ขอบคุณที่เธอไม่บอกตำรวจเรื่องฉัน”

“ฉันคงหูฝาดไป เมื่อกี้เธอขอบคุณฉันเหรอ?”

“เธอคงหูฝาดไปเองจริงๆ นั่นแหละ”

เฮเลน่ายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เอลิซาเบธไม่คิดว่าจะได้เห็นอีก รอยยิ้มของผู้หญิงที่เคยมีความสุขมาก่อนหน้านี้

ตอนนี้เธอคงจะมีความสุขจริงๆ สินะ เห็นแบบนี้ก็หายห่วง

“อย่างน้อยเธอก็ติดต่อมาบ้างก็แล้วกัน”

เฮเลน่าไม่รับปาก แต่เธอก็ใจดีพอจะพยักหน้าเลี่ยงไปให้มันจบๆ

“เธอหยุดเป็นห่วงคนอื่นสักทีเถอะ นิสัยเธอแก้ยากจริงๆ เลยนะ”

เอลิซาเบธหัวเราะ แล้วจากนั้นทั้งสองก็เงียบไป

เธอควรจะกลับ และให้เฮเลน่าพักผ่อน

“งั้น…ฉันขอตัวกลับก่อน”

เฮเลน่าพยักหน้า แต่เมื่อร่างสูงเดินไปเปิดประตูเสียงของเฮเลน่าก็ร้องเรียกเอาไว้เสียก่อน เอลิซาเบธปิดประตูแล้วหันกลับมาหาอีกคน

ใบหน้าของเฮเลน่าเต็มไปด้วยความกังวลใจ เธอไม่ยอมพูดออกมาสักที แต่เอลิซาเบธก็ใจเย็นที่จะรอให้อีกคนพูด เอลิซาเบธไม่แน่ใจว่าเฮเลน่าเงียบไปกี่นาที แต่เธอก็ทำได้แค่รอ

“ฉันพูดอะไรไม่ได้มาก แต่…” เสียงของเฮเลน่าเบาหวิว

“…”

“ลิซ เธอต้องระวังอีธาน เขาไม่ใช่คนที่เธอจะไปต่อกรด้วย”

“…?”

“เขาสามารถทำลายเธอได้ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นลูกสาวแท้ๆ ของเขาก็ตาม”

“…?!”


วันนี้ฝนตกทั้งวันอากาศค่อนข้างชื้นและหนาวเย็น ลูกค้าที่แวะเวียนมาร้านเลยค่อนข้างน้อยมาก เทเรซ่ารับพนักงานที่อายุไล่เลี่ยกับเธอมาทำงานด้วยสามคน ผู้ชายหนึ่ง และหญิงสองคน พวกเขาเข้ากันได้ดีกับเทเรซ่า และเข้าใจการบริการลูกค้าได้ดีกว่าเทเรซ่าเสียอีก บางทีเธอก็อดอิจฉาพรสวรรค์ที่เข้ากับคนง่ายแบบพวกเขา ซึ่งเป็นพรสวรรค์ที่เธอไม่เคยมี

“ยินดีต้อนรับค่ะ”

เสียงกระดิ่งที่หน้าร้านกระทบประตูเป็นสัญญาณว่ามีลูกค้าเข้ามา เทเรซ่ากำลังหมกมุ่นอยู่กับหน้าจอคอมพ์ พลางเลือกหนังสือที่จะซื้อมาเพิ่มที่ร้านจนลืมไปเลยว่ามีคนมายืนอยู่ด้านหน้าเคาน์เตอร์

“กำลังยุ่งอยู่สินะ”

เสียงที่คุ้นหูทำให้เทเรซ่ารีบเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพ์ เธอแทบจะลิงโลดเมื่อเสียงนั้นเป็นของคนที่เธอไม่คาดว่าจะได้เห็นอีกในเร็วๆ นี้

“ลุค”

เทเรซ่ายิ้มให้อีกคน เธอดีใจที่ได้เจอเขา และไม่คิดว่าเขาจะยอมทนมองหน้าเธอได้อีก แต่วันนี้เขาดูสดใสขึ้น แต่งตัวดูทางการมากขึ้น มาดนักธุรกิจ และชุดสูทราคาแพงก็เข้ากันกับเขามาก

“ขอโทษนะที่ฉันเป็นเพื่อนที่ดีให้เธอไม่ได้”

ลุคยิ้มเจื่อนๆ เกาท้ายทอยไปด้วย

“ฉันขอบคุณที่นายมาหาฉัน แล้วก็เรื่องนั้น ฉันขอโขษที่…”

“ช่างเถอะ ฉันทำใจได้ระดับหนึ่งแล้วล่ะ เธอกับคุณเอลิซาเบธรักกัน ทางนั้นก็ถึงกับยอมเลิกกับสามีเพื่อมาหาเธอ ฉันเองก็นับถือการตัดสินใจนี้เหมือนกัน”

ลุคกำลังฝืนที่จะพูดเรื่องนี้ เทเรซ่ารู้ดี เขาเจ็บปวดกับเธอมามากพอ ลุคไม่น่ามาชอบเธอเลย แค่เป็นเพื่อนก็ยังทำให้เขาสบายใจไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

“คุณเอลิซาเบธกับคุณเซบาสเตียน ไม่ได้เป็นอะไรกัน คือว่า…ฉันไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ได้ยังไงเพื่อให้นายเข้าใจ”

ลุคยิ้ม

“เธอไม่ต้องอธิบายหรอก เอวาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว ความสัมพันธ์ของเธอ คุณเอลิซาเบธ คุณเซบาสเตียน คุณเฮเลน่า และคุณอีธาน เรื่องมันบ้าบอสิ้นดี”

อย่างนี้ก็เท่ากับว่าเอวาเล่าซะเหหมดเปลือก แต่ก็ต้องขอบคุณเพื่อนตัวแสบอย่างเอวา เพราะไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะเล่าเรื่องวุ่นวายนี้ให้ฟังโดยเริ่มจากส่วนไหนก่อนเป็นอันดับแรก

“เธอมีร้านสวยใช่ย่อยเลยนะเทรซ”

ลุคมองรอบๆ ร้าน ก่อนที่เทเรซ่าจะพาเข้ามานั่งที่ชุดโซฟาอ่านหนังสือเล็กๆ ที่มุมหน้าต่างของร้าน

“คุณเอลิซาเบธเป็นเจ้าของ ส่วนฉันก็แค่ผู้จัดการร้านน่ะ”

ลุคพยักหน้า

“แล้ว…นายเป็นยังไงบ้าง เอวาเล่าว่าไปเรียนต่อโท”

“อืม ก็เรื่อยๆ เรียนบริหารนั่นแหละ ตอนนี้พ่อโยนงานให้ฉันตั้งแต่เรียนยังไม่ทันจบเลย”

พอพูดจบเขาก็ชี้ให้ดูเข็มกลัดรูปนกที่ติดอยู่ปกเสื้อสูทสีน้ำเงินเข้ม เทเรซ่าไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ใบหน้าของลุคดูภูมิใจมาก

“แสดงว่า นายได้ตำแหน่งใหญ่ๆ อะไรสักอย่างในบริษัทพ่อของนายงั้นเหรอ เยี่ยมไปเลย”

เขาส่ายหน้า

“คือฉันแค่ชี้ให้เธอดูว่าฉันเพิ่งไปซื้อมันมาใหม่น่ะ”

เขาระเบิดเสียงหัวเราะเมื่อเห็นว่าสามารถทำให้เทเรซ่าเข้าใจผิด หญิงสาวหัวเราะตามมุขนั้น นานมากแล้วที่เธอไม่ได้หัวเราะเต็มเสียงกับลุค

“ฉันยังไม่ได้ตำแหน่งอะไรหรอก พ่อแค่ให้เรียนรู้งานเล็กๆ ในบริษัทไปก่อนน่ะ”

เทเรซ่าพยักหน้า

“ฉันดีใจที่เห็นนายมีความสุข”

“เธอเองก็มีความสุข”

ทั้งสองยิ้มให้กัน พร้อมกับเสียงสายฝนและกระดิ่งของร้านดังขึ้น

พนักงานกล่าวต้อนรับเหมือนอย่างเคย แต่บรรยากาศภายในร้านเงียบลงถนัดตา

“ล้อเล่นกันใช่ไหมเนี่ย”

ลุคอุทานเมื่อเจอบุคคลที่มาใหม่ เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ดูดี มีเสน่ห์ และมีอำนาจ

อีธาน เพย์ตัน

เขาเดินเข้ามาในร้านแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง ด้านหลังมีชายชราที่ค่อนข้างสุขภาพดีคนหนึ่งเดินมาด้วย เขามีใบหน้าเงียบขรึม ยิ่งเสริมให้อีธานดูน่ากลัวขึ้นไปอีก

ดวงตาของเขาเหมือนเอลิซาเบธอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มีความแตกต่าง ดวงตานั้นมองเทเรซ่าอย่างเกลียดชัง เมื่อเทียบกับเอลิซาเบธลูกสาวของเขา

“สวัสดีเทเรซ่า เกรส” เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเข้ม

ลุคกับเทเรซ่ายืนขึ้น ชายหนุ่มเดินมาบังกั้นระหว่างเทเรซ่ากับอีธาน เขารู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาดีแน่ ส่วนเทเรซ่าตอนนี้ได้แต่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลังเขา

เทเรซ่าเคยเห็นอีธานแค่ในทีวี นิตยสาร แต่พอได้เจอกับสถานการณ์แบบนี้แล้วมันทำให้เธอหวาดกลัว เขาไม่ได้ทำให้เธอสบายใจเลย แค่เธอพูดทักทายยังไม่กล้าเลยด้วยซ้ำ เหมือนมีอะไรมาจุที่ลำคอ

อีธานน่ากลัวเกินไปสำหรับเธอ

“ก็ต้องยอมรับล่ะนะว่าลูกสาวฉันมาติดพันเธอเพราะอะไร เธอสวยใช้ได้เลย” เขาใช้สายตามองเทเรซ่าอย่างเหยียดหยาม ไม่ใช่ชื่นชมเหมือนอย่างปากว่า

“คุณมาทำอะไรที่นี่ครับคุณเพย์ตัน”

ลุครู้จักอีธาน แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว เขารู้เพราะครอบครัวของเขาเป็นนักธุรกิจ เทเรซ่าไม่แปลกใจที่ลุคจะรู้จักนักธุรกิจเป็นพันๆ คนก็ตาม

“นายเป็นใคร?”

ถึงแม้จะถามแบบนั้น แต่อีธานไม่ได้ใส่ใจ เขาถือวิสาสะทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาด้วยท่าทีสบายๆ

“แต่ยังไงซะฉันก็ไม่ได้มาที่นี่เพราะจะคุยกับนายหรอกนะ ฉันว่าเธอคงรู้อยู่แล้วนะเทเรซ่า”

ลุคดูออกในทันที ภัยรูปแบบใหม่ของเทเรซ่าคือ ครอบครัวฝ่ายเอลิซาเบธไม่อวยพรให้กับรักครั้งนี้

“คุณมีเรื่องอะไรก็รีบๆ พูดมาเถอะครับ”

“เด็กสมัยนี้มารยาทไม่ค่อยมีกันเลยแหะ แต่ก็นะ มีอะไรก็รีบๆ พูดใช่ไหมล่ะ ฉันเองก็เห็นด้วยนะจะได้เข้าประเด็นสักที”

เขาเสียงเข้มขึ้นกว่าปกติ

“เลิกยุ่งกับลูกสาวของฉันซะเทเรซ่า” ดวงตานั้นตวัดมาที่เทเรซ่าด้วยความขุ่นเคือง

“…!”

“เธอคงฟังที่ฉันพูดไม่เข้าใจสินะ จะให้ฉันพูดทวนความจำอีกทีไหม”

“ฉัน…” เทเรซ่าพูดไม่ออก เธอทั้งตกใจ และหวาดกลัว เธอไม่ได้เตรียมตัวเพื่อที่จะมาเจอเรื่องแบบนี้เลย

“เอลิซาเบธเกิดมาในตระกูลที่ดีมีชื่อเลียง มีหน้ามีตาทางสังคม เธอเองก็ควรจะดีอยู่แล้ว แต่ไม่เลยเทเรซ่า เธอไม่เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อ คนเป็นพ่อย่อมอยากเห็นลูกสาวไปได้ดี มีครอบครัวที่อบอุ่น และมีทายาทให้กับตระกูล แต่เธอล่ะ เธอมีอะไร ฐานะก็ต่ำต้อย ขนาดร้านนี้เอลิซาเบธยังซื้อให้ เธอไม่มีความมั่นคงอะไรเลย เป็นแค่นักเขียนกระจอกๆ ในคอลัมน์แค่ยิบมือ” เขาหรี่ตามองเทเรซ่า

“เธอไม่มีอะไรเลยนอกจากจะทำให้เอลิซาเบธเสื่อมเสีย”

“…?!”

“คุณพูดเกินไปแล้วนะครับ”

ลุคออกรับแทน เขารู้ว่าเทเรซ่าไม่สามารถโต้กลับได้ เธออ่อนแอเกินไป

“จะให้พูดอีกกี่ครั้งหาเทเรซ่า! เธอไม่คู่ควรกับเอลิซาเบธ ฉันรอให้เธอเลิกคบกับลูกสาวของฉันมานานเกินพอแล้ว ถ้าเธอไม่หยุดล่ะก็…!”

“ฉันรักคุณเอลิซาเบธค่ะ!”

“…?!”

“…!”

เป็นครั้งแรกที่เทเรซ่าพูดเสียงดัง และทำให้อีธานอึ้งไป ลูกค้าทุกคนในร้านมองเหตุการณ์อย่างสนใจ บางคนก็ถึงกลับปลีกตัวเดินออกนอกร้านไปพอเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มเลวร้ายลง

“นี่เธอยังกล้าพูดออกมาอีกเหรอ!”

อีธานชี้หน้าคาดโทษเทเรซ่า หญิงสาวกำมือแน่นน้ำตาคลอ เธอต้องใช้ความกล้ามาแค่ไหนถึงได้ไปต่อกรกับอีธานได้ถึงขนาดนี้ ลุคเองก็ยังไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่นั่นทำให้เขากล้าที่จะสู้เพื่อเทเรซ่ามากขึ้น

“คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดแบบนี้นะครับคุณเพย์ตัน ลูกสาวของคุณกับเทเรซ่ารักกันทำไมคุณไม่ยอมเปิดใจบ้าง”

“ฉันน่ะเปิดใจไปแล้ว เอลิซาเบธจะคบกับผู้หญิงกี่พันคนก็ได้ แต่ผู้หญิงพวกนั้นจะไม่ชั้นต่ำแบบนี้”

“คุณเอาอะไรมาวัดมาเทรซชั้นต่ำ สิ่งที่คุณกำลังทำตอนนี้ต่างหากที่มันต่ำน่ะ คุณไม่ได้รักลูกสาวของคุณอย่างที่พูดมาหรอก คุณมันเห็นแก่ตัว ขนาดความสุขเล็กๆ ของลูกสาวคุณอย่างเทเรซ่าคุณยังให้ไม่ได้เลย”

“ไม่ต้องมาปากดีสั่งสอนฉัน”

อีธานดีดตัวลุกขึ้นอย่างหัวเสีย เขากะจะมาพูดดีๆ แต่ในเมื่อเทเรซ่าเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยเขาเลยต้องเตรียมแผนการเอาไว้สำหรับเรื่องนี้ ใครหน้าไหนที่เขาเกลียดมันจะต้องพังไปข้างหนึ่ง เพื่อลูกสาวของเขา เขาต้องได้ตัวลูกสาวของเขาคืนมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน

“เธอจะเลิกยุ่งกับลูกสาวของฉันไหม?!”

อีธานถามด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือเด็กสาวที่ร้องไห้ เธอไม่กล้ามองหน้าเขา แต่เธอส่ายหน้าปฏิเสธ เธอไม่ยอมถอย

ยัยเด็กคนนี้!

“เธอจะไม่มีวันมีความสุข ฉันพูดไว้ตรงนี้เลย แล้วเธอจะได้รู้ว่าชีวิตของเธอต่อไปนี้จะเดือดร้อนมากขึ้น ถ้าเธอไม่ยอมออกห่างจากลูกสาวของฉัน จะให้ฉันไปจัดการกับใครก่อนดีล่ะเทเรซ่า น้องชายของเธอก่อนไหม”

“…!”

เขาขู่จะทำร้ายน้องชายเธอ

“อ่อ” แล้วอยู่ๆ อีธานก็ยิ้มออกมาราวกับตอนนี้กำลังถือไผ่เหนือกว่า “ถ้าหากฉันทำร้ายเธอ หรือคนรอบข้างของเธอมันก็คงไม่เจ็บเท่าทำกับคนที่เธอรักหรอกใช่ไหม”

“…?”

“เอลิซาเบธ”

“…?”

“ฉันจะพรากเอลิซาเบธออกไปจากเธอเทเรซ่า”

“…?!”

“จำใส่หัวเอาไว้ว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้เอลิซาเบธต้องเดือดร้อน”

พอเขาพูดจบก็เดินขวับออกไปจากร้าน มีเพียงชายชราคนนั้นที่ยืนอยู่ เขามองมาที่เทเรซ่า สายตาของเขาไม่ได้น่ากลัว เขาเห็นใจเทเรซ่า แต่ก็ไม่ได้มากไปกว่านั้น

“คุณควรจะยอมแพ้คุณอีธาน” เขาพูดออกมา “คุณกำลังทำให้คุณเอลิซาเบธเดือดร้อน”

เขาพูดแค่นั้น แล้วเดินจากไป

หมายความว่ายังไงกัน พวกเขาจะทำอะไรคุณเอลิซาเบธ?!

“เธอโอเคหรือเปล่าเทรซ?”

ลุคเอ่ยถามเทเรซ่า ในขณะที่พนักงานในร้านสามคนมองผู้จัดการของเธอด้วยความเป็นห่วงและแยกย้ายไปทำงานต่อ ส่วนลูกค้าทยอยออกนอกร้านเนื่องจากเหตุการณ์สนุกๆ จบลง และใกล้กับเวลาที่ร้านปิดพอดี

เทเรซ่าร้องไห้ออกมาหลังจากนั้น เธอไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอึ้น แค่น้ำตาไหลออกมาด้วยความกลัว อย่างที่ผู้หญิงไร้เดียงสาจะทำได้ การที่เธอตะโกนออกไปว่ารักเอลิซาเบธทำให้ลุคยังคงทึ่งไม่หาย เธออ่อนแอก็จริง แต่จิตใจของเทเรซ่าหนักแน่นมาก

“ฉัน…ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

“ฉันเพิ่งเคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้ ให้ตายเถอะ เธอสู้ไหวหรือเปล่าเทรซ คุณเพย์ตันเขาไม่หยุดแค่นี้แน่ๆ ฉันชักจะเป็นห่วงเธอขึ้นมาแล้วสิ”

“…”

เทเรซ่าปาดน้ำตาในขณะที่ลุคลูบหัวปลอบใจอีกคน

“ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่า?”

เอลิซาเบธเปิดประตูเข้ามาในร้านก็เจอกับภาพเหตุการณ์ชวนหึง แต่ด้วยสิ่งที่เธอโฟกัสไปจุดแรกคือเห็นเทเรซ่าร้องไห้

“นายทำอะไรเทรซ”

เอลิซาเบธเสียงเข้มโทษลุคอย่างหน้ามึดตามัว ฝ่ายชายผละออกจาเทเรซ่าอย่างมีมารยาท แต่เขาก็ส่งใบหน้าบึ้งตึงมาที่เอลิซาเบธ

“คุณควรจะมาให้เร็วกว่านี้แทนที่จะมาโทษผม”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว แต่เทเรซ่าดึงแขนเขาเอาไว้ พร้อมกับส่ายหน้าเป็นเชิงเตือนไม่ให้ลุคพูดเกี่ยวกับเรื่องเมื่อสักครู่นี้ เขาเลยขบกรามแน่น

แต่เอลิซาเบธทำหน้างุนงง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมลุคถึงได้ตั้งท่าโกรธเธอถึงขนาดนั้น ส่วนเทเรซ่านั้นดูน่าสงสัยมาก

เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่?

เมื่อเห็นว่าเอลิซาเบธเงียบ และยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์ ลุคก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เอลิซาเบธต้องรู้ว่าพ่อของเธอสร้างเรื่องอะไรไว้กับเพื่อนของเขาในวันนี้

“พ่อของคุณทำให้เทรซต้องเป็นแบบนี้”

เขาพูดเสียงเข้มทิ้งท้ายเอาไว้ แล้วเดินกระแทกประตูเปิดออกไปด้วยความหงุดหงิด ทำให้เธอพยายามทำความเข้าใจอยู่สักพัก

“เทรซ เกิดอะไรขึ้นคะ” เอลิซาเบธเดินเข้ามาหาเทเรซ่า และกอดคนตัวเล็กเอาไว้ คนตัวเล็กแค่กอดเธอตอบ แล้วก็ไม่พูดอะไรเนิ่นนาน จนกระทั่งเสียงที่แผ่วเบารอดออกมา

“ฉันยังไม่อยากเล่าค่ะคุณเอลิซาเบธ”

คนตัวสูงพยักหน้าทำตามอีกฝ่าย

และสุดท้ายเธอก็อดทนไม่ได้

ผ่านไปยี่สิบนาทีแล้วที่ร้านปิด เธอกับเทเรซ่ายังคงอยู่ในร้าน เอลิซาเบธพยายามนั่งคิดเหตุการณ์ความเป็นไปได้หลายๆ อย่าง เธอคิดไม่ออก อย่างน้อยเธอควรจะถามจากเทเรซ่าอีกรอบ เธอทนไม่ได้หรอกที่เห็นพ่อตัวเองมารังแกเทเรซ่าไม่ว่าจะทางไหน

เขาทำเทเรซ่าร้องไห้

“เทรซ บอกฉันมาเถอะค่ะว่าพ่อของฉันทำอะไรคุณ ขอร้องล่ะ”

เอลิซาเบธลุกจากโซฟาเดินเข้ามาหาเทเรซ่าที่ยืนเช็คความเรียบร้อยอยู่ชั้นหนังสือราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่เทเรซ่าเล่นบทเงียบกับเธอ

“ก็ได้ ถ้าคุณไม่บอกฉันจะไปถามพ่อเอง”

“อย่านะคะคุณเอลิซาเบธ”

อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ยอมทำให้เทเรซ่าไม่อยู่เฉย

“ถึงมันจะพูดยาก แต่ฉันอยากให้คุณเล่าให้ฟังค่ะเทรซ”

เทรซ่าก้มหน้าหลบสายตานั้น คนตัวสูงย่อตัวลงแล้วมองหน้าอีกฝ่ายราวกับจะเค้นเอาคำตอบให้ได้ เทเรซ่าถอนหายใจ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับอีกคน ถึงจะปิดไปก็ไม่มีประโยชน์ เอลิซาเบธหาคำตอบได้แน่นอนอยู่แล้ว ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้

“พ่อของคุณเอลิซาเบธมาที่ร้าน แล้ว…”

“…”

“บอกให้เลิกยุ่งกับคุณเอลิซาเบธค่ะ”

“…?!”

แวบแรกที่ได้ยิน เอลิซาเบธโมโห เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพ่อของเธอจะใจร้ายได้ขนาดนี้ เขาจะพรากทุกอย่างไปจากชีวิตของเธอเลยอย่างนั้นน่ะเหรอ ครั้งแรกก็เฮเลน่า ตอนนี้ยังจะมาเทเรซ่าอีก

‘..เธอต้องระวังอีธาน…’

คำพูดบางส่วนของเฮเลน่าลอยกระแทกเข้ามาในความจำของเธอ

“พ่อของฉันทำร้ายคุณหรือเปล่าเทรซ?”

เอลิซาเบธถามอีกคนด้วบใบหน้าจริงจัง

เทเรซ่าส่ายหน้าแทนคำตอบ

“แต่เขาทำคุณร้องไห้ สิ่งนี้ที่ฉันจะไม่ยอมให้อภัยเด็ดขาด ฉันจะไปจัดการกับเขาเอง”

“อย่าค่ะคุณเอลิซาเบธ ที่พ่อของคุณทำแบบนั้นก็เพราะเขารักคุณนะคะ”

“ไม่จริง พ่อที่รักลูกแบบไหนเขาทำกันแบบนี้ เขาต้องการเห็นคนอื่นพ่ายแพ้ นั่นแหละพ่อของฉัน เรื่องของเราเขาจะไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้แน่ ถ้าเราไม่จัดการทำอะไรเสียก่อนมันจะสายเกินไปนะคะ ฉันจะไปคุยกับพ่อให้รู้เรื่อง”

“ฉันกลัวว่าจะเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้คุณเอลิซาเบธเดือดร้อน ขอร้องเถอะค่ะ อย่าทำให้พ่อของคุณโกรธเลยนะคะ”

เอลิซาเบธอ่อนลงเมื่อเทเรซ่าเลือกที่จะโทษตัวเอง และอยากอยู่อย่างสงบ เมื่อเห็นว่าเอลิซาเบธไม่มีท่าทียอม เทเรซ่าก็เกือบจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ นั่นทำให้คนร่างสูงร้อนรน

“ก็ได้ค่ะ โอเค คุณอย่าร้องไห้อีกนะคะ ฉันใจคอไม่ดีเลย”

คนร่างสูงจับใบหน้าแสนสวยที่เศร้าหมองนั้นเอาไว้ในมือทั้งสองอย่างทะนุถนอม แล้วจูบปลอบโยนอีกคนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะดึงเข้ามากอดแน่น

“ฉันกลัวค่ะ”

แน่นอนว่าเทเรซ่ากลัวพ่อของเธอ เอลิซาเบธตั้งใจจะพูดปลอบโยน แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เอลิซาเบธกับเทเรซ่าคิดนั้นไม่ได้ตรงกันเลยสักนิด เปล่าเลย เทเรซ่าไม่ได้กลัวอีธาน

“ฉันกลัวว่าคุณเอลิซาเบธจะถอดใจจากฉัน แล้วทิ้งฉันไป”

เธอกลัวเรื่องความสัมพันธ์ของเรามากกว่าพ่อของเธอสินะ เทเรซ่าทำเธอเซอร์ไพรส์อีกแล้ว ต่อไปเธอคงไม่ต้องกังวลเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเทเรซ่า แต่เธอจะต้องระวังพ่อของเธอเอาไว้ให้ดีกว่านี้

“ฉันจะไม่ยอมปล่อยคุณไปเทรซ ฉันไม่มีทางทำอย่างนั้นได้ลงหรอกค่ะ”

“…”

คนในอ้อมกอดเงียบ และกระชับกอดเอลิซาเบธ เท่านั้นก็พอจะรู้ได้แล้วว่าเทเรซ่าสบายใจขึ้น และพร้อมก้าวข้ามไปอีกวันหนึ่ง วันที่ดีกว่านี้ ทุกอย่างจะดีขึ้น เอลิซาเบธให้สัญญากับเทเรซ่า แม้เธอจะไม่พูดออกมาก็ตามที

เธอจะรักษาเทเรซ่าเอาไว้ให้ได้ เพราะถ้าพ่อพรากเทเรซ่าออกไปจากเธอได้จริงๆ วันนั้นคงจะเป็นวันที่เธอใจสลาย และไม่มีทางยอมรับได้ ธอรักเทเรซ่าไปแล้ว รักมากเหลือเกิน และเธอจะไม่ยอมให้พ่อทำลายได้ ไม่อีกต่อไป



เทเรซ่าตื่นสายมากในวันถัดมาจนเอลิซาเบธนึกแปลกใจ ขนาดเธอเข้าห้องน้ำและแต่งตัวเสร็จพร้มจะไปทำงานยังเห็นคนตัวเล็กนอนมุดอยู่ใต้ผ้าห่ม เมื่อคืนนวานเทเรซ่าอาจจะนอนไม่หลับเพราะมีเรื่องให้ต้องคิดมาก เรื่องของพ่อผู้ไม่เคยยอมแพ้ใครของเธอ

เอลิซาเบธกลอกตาเมื่อนึกถึงเรื่องพ่อของตัวเอง เธอควรจะหยุดคิดถึงเรื่องคนพันธุ์นั้นได้แล้ว และควรปลุกเทเรซ่าเนื่องจากมันสายมากแล้ว

“เทรซคะ”

เอลิซาเบธดึงผ้าห่มเพื่อปลุกอีกคน แน่นอนว่าคนตัวเล็กรู้สึกตัวไว เธอลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจด้วยท่าทีน่ารัก แล้วมองไปที่นาฬิกาข้างเตียงก่อนจะอ้าปากกว้าง

“สายแล้ว ทำไมคุณเอลิซาเบธไม่ปลุกฉันล่ะคะ”

เทเรซ่าเริ่มโวยวาย เมื่อเห็นว่าอีกคนแต่งตัวเตรียมจะไปทำงานแล้ว แต่ตัวเองยังคงนอนขี้เซาอยู่บนเตียง

“ก็ฉันเห็นคุณหลับสบายเลยไม่อยากปลุก”

“มันไม่ใช่เหตุผลที่ดีเลยนะคะ”

เอลิซาเบธหัวเราะ

“มาร์กจะต้องบ่นฉันแน่ๆ เลยค่ะ เขาชอบมาทำงานเช้าแต่กุญแจร้านอยู่กับฉัน”

“ไปสายสักวันก็ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณเป็นผู้จัดการร้านนะคะ”

“ผู้จัดการร้านต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีค่ะ ไม่เหมือนคุณเอลิซาเบธนะคะ จะไปตอนไหนก็ได้”

ร่างสูงหรี่ตามอง แล้วโน้มตัวลงคล้ายอ่านใจอีกคน

“คุณกำลังว่าฉันเหรอคะเทรซ”

“มะ ไม่ เปล่าค่ะ” ดูเหมือนว่าเทเรซ่าจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป

“เดี๋ยวนี้กล้าพูดประชดฉันแล้วเหรอคะ…ดี งั้นวันนี้บอกมาร์กเลยว่าช่วงเช้าคุณจะไม่เข้าร้าน เพราะติดธุระกับฉันอยู่”

เอลิซาเบธมองเทเรซ่าด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะดึงอีกคนเข้ามาจูบ มันเป็นการแกล้งในแบบของเอลิซาเบธ ส่วนเทเรซ่าก็ใช้มือปัดตัวเธอออก พร้อมกับดึงชุดสูทสีขาวของเธอ ร่างสูงยอมผละออกและเริ่มทำหน้ายุ่ง

“อย่าทำแบบนี้สิคะ เสื้อผ้ายับหมด จะไปทำงานแล้วด้วย…อ๊ะ”

เอลิซาเบธเพิ่งรู้ว่าตัวเองโดนเอาคืนก็ตอนที่เธอโดนคว้าเอว แล้วเซลงที่เตียงเสียงดังตุ๊บ เทเรซ่าขึ้นมาทับบนตัวเธอแล้วกอดเธอแน่นเหมือนลูกลิง

“เทรซคุณทำอะไรเนี่ย” ทั้งตกใจ แต่ก็อดที่จะขำไม่ได้

“คุณเอลิซาเบธกลัวเสื้อยับไงคะ ฉันก็เลยจะทำให้มันยับกว่าเดิม ฉันขอเอาคืนบ้างนะคะ”

เทเรซ่าขบกัดที่จมูกของเอลิซาเบธเบาๆ ก่อนจะก้มลงจูบเธอ เรียกว่าจูบก็คงไม่ใช่ เรียกเอาปากมาขยี้ปากเธอจะถูกกว่า เพราะเทเรซ่าไม่ได้จะตั้งใจจูบเลยสักนิด คงจะแกล้งเพื่อให้ลิปสติกของเธอเลอะ ร้ายกาจจริงๆ

เมื่อก่อนทเรซ่าทำแบบนี้กับเธอ มันคงจะเป็นเรื่องคาดไม่ถึง แต่ตอนนี้ตั้งแต่ที่คบกันมา เทเรซ่าเริ่มเปิดเผยความขี้เล่นออกมาบ้าง มันทำให้เธอเห็นมุมที่น่ารักอีกมุมของเทเรซ่า

เสียงมือถือของเอลิซาเบธดังขึ้น เทเรซ่าเลยหยดแกล้งอีกคนทันที ร่างสูงหอบหายใจมองเทเรซ่าประมาณว่า ฝากไว้ก่อนเถอะ เธอหอบหายใจแล้วกดรับสาย

“จีน่า มีอะไร”

[เออ…ฉันโทรมาขัดจังหวะอะไรเธอหรือเปล่าน่ะ เธอกับเด็กคนนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่หรือเปล่า]

เอลิซาเบธพ้นลมหายใจหงุดหงิดที่เพื่อนคิดแบบนั้น มันไม่เป็นความจริง และเธอก็แอบเซ็งอยู่หน่อยๆ ที่เทเรซ่าไม่พร้อมเรื่องนี้สักที เธอยังเด็ก แต่เอลิซาเบธไม่ใช่ อารมณ์ความต้องการก็แตกต่างกันไป งั้นก็ให้มันค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า แต่จอร์จิน่าชอบคิดลึกในเรื่องนี้อยู่เรื่อยจนเธอเอื่อม

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ว่าแต่เธอโทรมามีเรื่องอะไร”

[ทำเป็นไม่ใส่ใจ ก็นะอยู่ๆ เธอก็ออกจากบริษัทเฉยเลย บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่]

“หมายความว่ายังไง ฉันงงนะจีน่า ช่วยพูดอะไรที่มันเข้าใจกว่านี้ได้ไหม”

[แสดงว่าเธอไม่รู้เรื่อง นึกแล้วเชียว]

เอลิซาเบธขมวดคิ้วด้วยความงุนงง จีน่ากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่กันแน่

[เปิดทีวีดูตอนนี้เลย ช่องPTN รู้สึกว่าพ่อของเธอกำลังเล่นใหญ่อยู่]

เอลิซาเบธวางสายจากเพื่อน แล้วเคลื่อนตัวไปเปิดทีวีอย่างรวดเร็ว โดยมีเทเรซ่าตามลงไปด้วยความงุนงงกับสถานการณ์

ทันทีที่เปิดช่องPTN สิ่งแรกที่เธอเห็นคือพ่อของเธอ และคฤหาสน์เพย์ตัน บรรดานักข่าวยกไมค์นับสิบแทบจะทิ่งหน้าพ่อของเธอ ไม่รู้ว่าเขาสัมภาษณ์อะไรไปบ้างแล้ว แต่ตอนนี้เขากำลังเดินฝ่านักข่าว เข้าไปในเขตคฤหาสน์ที่มีประตูรั้วขนาดใหญ่กั้นอยู่

“คุณเพย์ตันค่ะ ช่วยบอกเหตุผลเราหน่อยว่าทำไมคุณถึงได้ปลดคุณเอลิซาเบธออกจากการเป็นประธานPTNค่ะ”

นักข่าวหญิงพยายามอย่างมากที่จะเบียดฝูงนักข่าวจากหลากหลายสำนักเข้าไปหาอีธาน แต่เขาเดินหนีเข้าไปในประตูรั้วพร้อมกับการ์ดร่างยักษ์ที่กันนักข่าวให้ออกไปจากสถานที่เขตคฤหาสน์

“จะปลดคุณเอลิซาเบธจริงๆ เหรอครับ คุณเพย์ตันครับ! คุณครับช่วยตอบคำถามเราหน่อยครับ!”

“มันเป็นเรื่องจริง เราจะเปิดประตูรั้วออกแล้วแถลงข่าวให้พวกคุณได้รับรู้แน่นอน” อีธานบอกอย่างอารมณ์ดี “เพราะฉะนั้น โปรดใจเย็นๆ การแถลงข่าวจะเริ่มในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า ขอบคุณทุกคนที่อุตส่าห์มา”

เขาพูดได้แค่นั้นก็หันหลังเดินจากไป จากนั้นภาพตัดมาที่สถานี พิธีกรรายงานข่าวและบอกรายละเอียดที่เธอไม่ได้สนใจฟัง ตอนนี้เอลิซาเบธทั้งอึ้งและคิดว่าตัวเองฝันไป เหมือนเวลาหยุดหมุน และมีค้อนนับสิบมาทุบที่หัวใจของเธอ

เกิดอะไรขึ้น? พ่อทำแบบนี้กับเธอทำไมกัน เขาทำอะไรลงไป

“คุณเอลิซาเบธ…”

เสียงเบาของเทเรซ่าเอ่ยขึ้นดึงสติของเธอ ทำให้เธอรู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังเห็น และได้ยินอยู่ไม่ใช่ความฝันมันคือเรื่องจริง และเอลิซาเบธไม่รู้เอาซะเลยว่าพ่อของเธอกำลังล้อเธอเล่น หรือกำลังเซอร์ไพรส์อะไรเธอหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ พ่อของไม่ใช่คนพูดเล่นแบบนั้นแน่นอน

เพราะอะไร?

“คุณเพย์ตันบอกกับฉันว่าฉันจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณเอลิซาเบธเดือดร้อน แล้วเรื่องนี้ ระ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันเป็นต้นเหตุ…”

“เฮ้ ไม่เอาน่า ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้โทษคุณ” เอลิซาเบธวางมือบนไหล่คนตัวเล็กที่มีแววว่าจะร้องไห้อีกครั้ง ให้ตายเถอะ! เธอไม่ชอบเวลาที่เทเรซ่าร้องไห้เลย

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ”

“ตอนที่ฉันบอกว่า ฉันรักคุณ ต่อหน้าคุณเพย์ตัน เขาโกรธมากเลยนะคะ ฉันไม่น่าทำตัวแบบนั้นเลย”

“คุณ…พูดแบบนั้นกับพ่อของฉันเหรอคะ?”

เอลิซาเบธดูจะอึ้งไปสักพักเมื่อเทเรซ่าพยักหน้าตอบเธอ เธอรู้สึกซาบซึ้งใจ และประทับใจที่เทเรซ่ายืนยันในความรักครั้งนี้โดยที่ไม่เกรงกลัวพ่อของเธอ ใช่! แล้วทำไมเธอจะต้องกลัว เธอบอกตัวเองว่าจะทำเพื่อเทเรซ่า แต่เธอก็ทำไม่ได้สักที เธอพยายามปกป้องเทเรซ่าจากอันตรายหลายๆ อย่างแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ ครั้งนี้เป็นศึกของเธอ เธอจะต้องชนะ เธอจะไม่ยอมให้พ่อของเธอชนะอีกต่อไป

“ฉันจะจัดการเรื่องนี้คะเทรซ คุณสัญญานะว่าจะอยู่ข้างๆ ฉัน เราจะสู้ไปด้วยกัน”

สีหน้าและแววตาของเอลิซาเบธทำให้กำลังใจของเทเรซ่ากลับคืนมา และแน่นอนว่าเธอจะอยู่กับเอลิซาเบธ

“ค่ะ”

เทรซ่าตอบเสียงเข้ม


เอลิซาเบธกลับเข้ามาที่คฤหาสน์ เธอแทบจะขับรถเข้าประตูรั้วไปได้ เพราะนักข่าวบางคนตะกุยรถของเธออย่างกับฝูงซอมมบี้ บางคนทุบกระจกรถ และบางคนแหกปากตั้งคำถามกับเธอเสียงดังลอดเข้ามา ทั้งๆ ที่มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด การ์ดที่รักษาความปลอดภัยอยู่แถวนั้นจำรถของเธอได้อย่างแม่นยำ เขาเปิดประตูให้รถของเธอแล่นเข้ามาในตัวคฤหาสน์ สักพักเสียงนักข่าวก็เบาลง เธอก้าวลงจากรถเข้าไปในห้องโถง

ภายในห้องโถงของเธอดูวุ่นวาย ทีมงานไอทีในบริษัทPTNกำลังเช็คอุปกรณ์การถ่ายทำ พิธีกรรายการหนึ่งในช่องกำลังอ่านสคลิปทำหน้าเครียด พนักงานเงินเดือนต่ำที่สุดกำลังยกโต๊ะเพื่อที่จะใช้ในการแถลงข่าวออกไปด้านนอก ซึ่งเอลิซาเบธเดาว่าสถานที่แถลงข่าวคงหนีไม่พ้นสนามหน้าบ้าน และทุกคนในที่นี้ยุ่งจนไม่ทันสังเกตเห็นเธอเลย

“พ่อคิดเอาไว้แล้วว่าลูกต้องมา”

เสียงของอีธานดังมาจากชั้นบน เขาแต่งตัวดูเป็นทางการเดินลงมาพร้อมกับอังเดร

“พ่อทำแบบนี้ทำไม หนูอุตส่าห์ทำเพื่อพ่อทุกอย่าง หนูทำให้บริษัทกลับมารุ่งเรืองได้ แล้วพ่อตอบแทนหนูอย่างนี้เหรอ ช่วยบอกหนูทีเถอะว่าพ่อแค่อำเล่น”

“ต้องขอโทษที่พ่อไม่ได้อำเล่น และลูกไม่ต้องถามพ่อว่าทำไม เพราะลูกรู้เหตุผลดีอยู่แล้ว”

“การที่หนูจะรักใครสักคนมันทำให้พ่อเป็นได้ถึงขนาดนี้ได้ยังไงกัน มันไม่เห็นได้อะไรขึ้นมาเลย ไร้ประโยชน์สิ้นดี”

“พ่อรู้ว่าลูกเป็นเด็กที่ดื้อมาลิซ”

“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ!”

“ความสัมพันธ์ของลูกกับเด็กคนนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริงจังสักหน่อย อีกหน่อยลูกก็เลิกหลงเด็กนั่นแล้ว”

“ไม่จริง พ่อรู้ดีอยู่แล้วว่าหนูไม่มีทางเลิกกับเทรซ พ่อเลยทำแบบนี้ไง”

อีธานนิ่งสายตาของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก

“พ่อถึงให้ลูกเลือกไง เด็กนั่นหรือบริษัทที่ลูกรัก”

เอลิซาเบธแทบไม่อยากเชื่อหู อีธานใช่พ่อของเธออยู่หรือเปล่า

“พ่อทำแบบนี้ไม่ได้ พ่อปลดหนูออกไม่ได้ถ้าคณะกรรมการไม่เห็นด้วย”

“อ่อ ทำได้สิลูกรัก คณะกรรมการเห็นด้วยเกินครึ่งในการประชุมด่วนเมื่อคืนนี้”

“..?!”

เอลิซาเบธจุกจนแทบจะพูดไม่ออก

“ประชุมโดยที่ไม่มีหนูอย่างนั้นเหรอ?”

“บางส่วนรักลูกมากเลยนะลิซ พ่อนับถือพวกเขาเลย แต่น่าเสียดายที่เงินชนะทุกอย่าง”

อีธานหัวเราะ เมื่อเห็นสีหน้าสิ้นหวังของลูกสาว

“พ่อยกบริษัทให้ลูกบริหารก็จริง แต่พ่อเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัท และลูกอาจจะลืมไปว่าพ่อแค่ให้ลูกบริหารจัดการ แต่ชื่อของบริษัท ที่ดิน และตึก มันเป็นชื่อของพ่อ เพราะอย่างนั้นมันเป็นสิทธิ์ของพ่อ”

เอลิซาเบธขบกรามแน่น เธอไม่อยากจะเชื่อว่าพ่อของเธอจะมาไม้นี้ พ่อกลั่นแกล้งเธอเพื่อที่จะให้เธออ้อนวอนขอคืนตำแหน่ง เขาลงโทษเธอที่เธอแหกกฎไปรับกับคนที่ไม่มีชื่อเสียงเงินทอง

“เหลือเวลาอยู่ไม่ถึงยี่สิบนาทีนะ รีบๆ ตัดสินใจมาซะว่าจะเลือกบริษัทหรือเด็กนั่น”

“หึ แล้วใครกันที่จะอยากมาเป็นประธานบริษัทนี้ หนูก็อยากเห็นหน้าเหมือนกัน พ่อเองก็ไม่ชอบมันเท่าไหร่นี่ เพย์ตันตั้งแต่รุ่นพ่อมาไม่ได้ชอบธุรกิจนี้เลยสักนิด แล้วอีกอย่างพ่อก็บอกเองว่าถ้าไม่ใช่สายเลือดของเพย์ตัน พ่อจะยอมให้ใครขึ้นเป็นประธานเด็ดขาด หนูถามพี่ๆ แล้วไม่มีใครสนใจที่จะเป็นประธานบริษัทนี้เลย ทุกคนหลีกทางให้หนู”

อีธานหัวเราะอีกครั้ง

“ลูกรัก มันจริงอยู่ที่ไม่มีใครในเพย์ตันคิดจะแย่งบริษัทแสนรักของลูกไป แต่ลูกคิดผิดนะรู้ไหม”

“…?!”

ใครกันที่กล้ามาแย่งสิ่งที่เธอรักไป เอลิซาเบธก็อยากเห็นหน้าเหมือนกัน ในบรรดาญาติของเธอต่างรู้ดีไม่มีใครกล้าเสนอหน้ามาลองดีกับเธอแน่นอน นอกซะจากว่าคนคนนั้นจะอยากมีปัญหากับเธอ

“เคท หายไปไหนแล้วเมื่อกี้ยังเห็นอยู่แถวนี้นี่น่า”

อลิซเบธคิดว่าตัวเองหูฝาดไป อะไรนะ เคท…

แคทเธอรีน แอนเดรีย เพย์ตัน

ไม่จริง…

“เคท” อีธานเรียกหาอีกครั้ง ราวกับเรียกเด็กซนที่แอบซ่อนพ่อกับแม่ และถ้าหากเป็นแบบนั้น ก็คงจะเป็นแคทเธอรีนตัวจริงเสียงจริง

“อยู่นี่ค่ะคุณอา”

เสียงหวานปนเซ็กซี่เอ่ยมาจากอีกมุมหนึ่งของเคาน์เตอร์บาร์ในครัว เธอถือแก้วไวน์เดินออกมาด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนอยู่บ้าน

“ไม่เห็นต้องส่งเสียงดังเลยนี่คะ อ้าว…อลิซ เธอก็มาแสดงความยินดีกับฉันด้วยเหรอ?”

เธอดูตกใจไม่ใช่น้อยที่เห็นเอลิซาเบธญาติของเธอยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าบูดบึ้ง แต่แคทเธอรีนกลับยิ้มหวานออกมา

“ใช่สิ เธอควรจะมายินดีกับฉัน”

“เธอมาทำบ้าอะไรที่นิวยอร์ก”

เอลิซาเบธเดินเข้ามาคว้าแขนอีกคนจนไวน์บางส่วนกระเด็นออกจากแก้ว

“เบาๆ สิ เธอนี่นิสัยเหมือนเดิมเลยนะ” เคททำหน้ายุ่ง และเบี่ยงตัวออกจากคนตัวสูง

“เธอทำแบบนี้กับฉันทำไม”

คนผมบลอนด์สัดส่วนเซ็กซี่ขยี้ใจหนุ่มๆ มองเอลิซาเบธด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มให้เธอ ซึ่งมองยังไงก็ดูเสแสร้งสุดๆ

“อ่อเรื่องนั้น คุณอาบอกว่าเธอไม่มีปัญญาบริหารงานต่อ ฉันก็เลยมานี่ไง”

“แต่เธอไม่มีสิทธิ์!”

“เธอทำให้เพย์ตันผิดหวังอลิซ”

เสียงหวานกระซิบที่ข้างหูของเอลิซาเบธ แน่นอนว่ามันเจือไปด้วยความกระหายอำนาจอยู่ในตัวอีกคน

“…?!”

“เพราะฉะนั้นอยู่เฉยๆ เป็นเด็กดีจะดีกว่านะ เพราะว่า…!”

คอชุดสูทสีแดงเข้มของแคทเธอรีนถูกกระชากโดยเอลิซาเบธ อีธานกับอังเดรออกมาแยก บรรดาคนที่กำลังเตรียมงานอยู่ตรงนั้นหยุดมองเหตุการณ์

“เธอไม่ใช่คนแบบนี้เคท เธอไม่ใช่!”

“แล้วฉันเป็นคนแบบไหน เธอไม่รู้จักฉันเลยสักนิด”

“เธอเป็นเพื่อนรักของฉัน”

“ไม่ใช่”

“…!”

“ไม่ใช่อีกต่อไปแล้วเอลิซาเบธ”

“…!”



_______________________________


อันดับแรกก็ต้องบอกเลยว่าคิดถึงคนที่ติดตามไรท์ทุกคน

ที่ไม่รู้ว่าหนีหายจากนิยายเรื่องนี้หรือยัง55555

เพราะไรท์เองก็นานๆ โผล่มา 55555

ไรท์กำลังพยายามดึงตัวเองกล้บมา แต่ถึงจะไม่ว่าง ไรทก็จะพยายาม

แต่งให้จนจบ รักรีดเดอร์ทุกคนจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #53 Benie61796183 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 21:03

    ยังรออยู่นะคะไรท์😖😥

    #53
    0
  2. #52 belamun123 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 00:44

    เป็นการไปต่อกรกับพ่อที่นุ่มนิ่มมาก จะได้กลับไปหาเทรซมั้ยน่ะ?5555

    #52
    0
  3. #48 mat-mat-t (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 22:49
    รอนะคะ ติดตามอยู่นะคะ
    #48
    0
  4. #47 Puengnoyz (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 12:17
    รีดเดอร์ตัวน้อยๆเชื่อมั่นในตัวไรท์นะคะ เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นเลย เอาใจช่วยลิซแล้วก็เทรซนะฮะ ไรท์ด้วย ^^
    #47
    0