[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 25 : TWENTY-TWO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

เฮเลน่ายังคงอาศัยอยู่ในคฤหาสน์เพย์ตันต่อ ตอนนี้เธอนอนแยกห้องกับอีธาน สถานะของเฮเลน่าเป็นแค่ผู้อยู่อาศัยที่เจ้าของบ้านจะเตะเธอออกจากที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ อังเดรพ่อบ้านวัยชราเองก็รู้เรื่องของเธอกับเอลิซาเบธพอๆ กับอีธาน เขารู้เรื่องนี้แต่แสร้งทำเป็นเฉยเมยมาโดยตลอด เขาเพิ่งคายความลับนี้ออกมาตอนอีธานถามเขาเรื่องที่ให้ส่งคนไปสืบเรื่องของเอลิซาเบธกับเทเรซ่า ในบ้านหลังนี้คงจะมีแต่เธอกับเอลิซาเบธเท่านั้นที่โง่ให้คนพวกนี้มองดูราวกับชีวิตของพวกเธอทั้งสองเป็นเรื่องสนุก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เฮเลน่าเปิดประตูต้อนรับทันที

“คุณทำหน้าอมทุกข์แบบนั้นตลอดเลยเหรอเฮเลน ทำหน้าดีใจเมื่อเห็นผมเหมือนเมื่อก่อนก็ได้นี่ ผมยังคงเป็นสามีคุณอยู่นะในทางกฎหมายน่ะ”

เมื่อเปิดประตูเฮเลน่าก็ประชดเสียงเเข็ง

“แล้วมาที่นี่คิดถึงฉันหรือไง”

อีธานหัวเราะในคำเหน็บแนมนั้น

“ก็นะ…” เขาเว้นวรรค “ผมแค่จะมาถามเรื่องความคืบหน้าของลิซกับเด็กคนนั้น ได้ข่าวมาว่าลิซซื้อเพนท์เฮ้าส์กับร้านหนังสือให้เลยทีเดียว”

“คุณได้ยินไม่ผิดหรอก นักสืบของคุณทำงานได้ดีนี่”

เฮเลน่าเดินไปนั่งที่เตียง

“แล้วคุณจะยังอยู่เฉย แผนการกำจัดเด็กนั่นไปถึงไหน ทำไมความรักมันถึงได้เบ่งบานขนาดนั้น อีกหน่อยคงพาเด็กคนนั้นมาเหยียบที่คฤหาสน์นี้”

เหอะ ลิซสติดีพอที่จะไม่พาเทรซมาที่นี่หรอกยะ

“ฉันมีปัญหากับเรื่องของตัวเองอยู่ในตอนนี้”

เฮเลน่าโดนเจ้าหนี้ที่น่าสะพรึงมาทวงหนี้ถึงที่ทำงาน แถมยังให้เวลาเธอแค่หนึ่งเดือน ใครจะไปหาเงินหลายล้านมาทันกัน

“ผมรู้ว่าปัญหาของคุณคงไม่พ้นเรื่องหนี้สิน แต่ยังไงก็ตาม ผมจ่ายคุณหนักอยู่นะ ถ้าเรื่องนี้จบ”

อีธานหรี่ตามองอีกคนที่มีท่าทีว่าจะเห็นด้วยกับคำพูดของเขา

“คุณกำลังร้อนเงิน ส่วนผมก็หยิบยื่นโอกาสให้”

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอค่าจ้างเพิ่ม” เฮเลน่ามองอีกคน เธอไม่อับอายที่จะต้องเป็นคนเห็นแก่เงินแล้วในตอนนี้

อีธานขมวดคิ้ว

“ผมให้เพิ่มได้นะ แต่เท่าที่ผมให้คุณก็มากพอแล้ว เอาเป็นว่าผมใจดีให้คุณเพิ่มได้แค่นิดหน่อยแล้วกัน ถ้างานคุณเสร็จ”

“แล้วถ้ามันไม่ได้ผลล่ะ ฉันเป่าหูเทรซได้ก็จริง แต่ลิซน่ะง้อเก่งยังกับอะไรดี ส่วนเด็กนั่นก็จิตแข็งมาก แกร่งพอที่จะไม่เชื่ออะไรฉันง่ายๆ”

“แต่คุณก็เคยทำให้เซบาสเตียนร้องขอหย่ากับลิซได้นี่”

“มันไม่เหมือนกัน…”

“ผมยอมให้คุณใช้มาตรการรุนแรงได้”

“…?!” เฮเลน่าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เธอมองหน้าชายวัยกลางคนอย่างคาดไม่ถึง

“คุณจะให้ฉันทำอะไร”

“ถ้าผมอยากให้เด็กนั่นหายไปจากโลกนี้ผมก็ทำได้ แต่ผมแค่อยากดูแผนการของคุณก่อน ถ้าหากไม่สำเร็จผมจะจัดการเอง ส่วนคุณก็ชวดเงินและอิสระไปจากผม คุณจะอยู่กับผมทั้งชีวิตที่เหลืออยู่นั่นแหละจนกว่าจะกำจัดเด็กนั่นไปให้ได้”

“วิธีที่คุณจะทำมันแรงเกินไปนะ นั่นชีวิตคนทั้งชีวิตเลยนะ!”

“ผมไม่สน”

เขาเดินเข้ามาหาเฮเลน่า วางมือบนไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา

“คุณน่าจะเกิดมาเป็นลูกสาวผมนะเฮเลน คุณน่ะมันร้ายกาจพอที่จะทำร้ายชีวิตคนคนหนึ่งทั้งชีวิตให้ล่มจมได้เลย ผมชื่นชมคุณนะไม่ได้ตั้งใจจะว่า”

เขายิ้มให้ ก่อนจะยืนมองเฮเลน่าที่นั่งทำหน้าลำบากใจอยู่

“คุณเหมาะที่จะเกิดมาทำเรื่องแบบนี้เฮเลน”

เขาฉีกยิ้มในขณะที่เฮเลน่ามองหน้าเขาด้วยแววตาเกลียดชัง

“ผมรู้ว่าคุณจำเป็นต้องทำเรื่องนี้ให้จบๆ ใช้เวลาให้คุ้มค่า และกำจัดให้เร็วด้วยล่ะ”

อีธานทิ้งท้ายเอาไว้แล้วเดินจากไป เฮเลน่ากำมือตัวเองจนซีด เล็บจิกเข้าไปในเนื้อของฝ่ามือ สักพักมือนั้นก็คลายออก ดวงตาสีฟ้าวูบไหวไปด้วยแววโทสะ

ก็ได้! อยากให้เลวใช่ไหม ฉันจะเลวให้ดู




เทเรซ่าง่วนอยู่กับการจัดแจงและปรับปรุงร้านหนังสือ เธอเลือกชื่อร้านดังเดิมไม่เปลี่ยน เธอชอบชื่อ แมกโนเลีย มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เทเรซ่าปรับปรุงร้านให้ทันสมัยมากขึ้น เปลี่ยนจากร้านหนังสือเก่าที่ตอบโจทย์แค่วัยทำงานจนถึงวัยกลางคน มาเป็นร้านหนังสือที่รับหนังสือใหม่ๆ เข้ามา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกเพศทุกวัย และสีหม่นๆ ของร้านเธอก็ปรับให้เป็นสีขาว ร้านเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นหนังสือได้ชัดเจน ที่โซนหน้าร้านเป็นสวนย่อมเล็กๆ มีโต๊ะอ่านหนังสืออยู่สองที่ เทเรซ่าวางแผน และออกแบบร้านเองทุกอย่าง

“…?”

จังหวะที่เทเรซ่ากำลังมองคนงานอีกคนทาสีอยู่ สายตาของเธอก็ไปปะทะกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนงงอยู่หน้าร้าน เธอคนนั้นคงกำลังสงสัยถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เทเรซ่าเลยตัดสินใจเปิดประตูออกไปทักทาย

“สะ สวัสดีค่ะ” เนื่องจากเทเรซ่าไม่ค่อยจะเข้ากับผู้คนได้เท่าไหร่ การทักทายของเธอก็ประหม่าไปด้วย แถมผู้หญิงคนนี้ยังมองเทเรซ่าจนเขินไปหมด อีกคนก็ทักทายเทเรซ่ากลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“คุณกำลังมองหาอะไรหรือเปล่าคะ?”

“อ๋อ ฉันมาที่ร้านนี้บ่อยมากเลยค่ะ กำลังปรับปรุงที่นี่เหรอคะ?”

มาบ่อยเหรอ? จะว่าไปแล้ว… ใช่เลย ใช่แน่ๆ คำพูดของทิมวนเวียนขึ้นในหัวของเทเรซ่าทันที

ผู้หญิงคนนี้สวยเอาเรื่องเลย เธอมีใบหน้าโฉบเฉี่ยวเซ็กซี่ น่าจะเป็นสาวโซนยุโรป ดวงตากลมสีเฮเซลนัท ผมสีดำดัดเป็นลอนยาวถึงกลางหลัง รูปร่างของเธอสมส่วนกว่าเทเรซ่า ตัวสูงเท่ากัน เพียงแต่เธอสวมส้นสูงเลยดูสูงกว่าเทเรซ่า เธอดูเหมือนดารามากกว่าคนสามัญ เทเรซ่ากล้ารับรองได้เลย ไม่น่าล่ะทิมถึงได้เพ้อเธอขนาดนี้ แถมเขายังหยอดมุกจีบไม่ติดอีก ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะผู้หญิงคนนี้ดูท่าทางเป็นคนร่าเริง แต่ในขณะเดียวกันก็ไว้ตัวพอสมควร การแต่งตัวสบายๆ คอนไปทางเท่ด้วยแจ็คเก็ตสีดำทับเชิ้ตตัวบางสีขาว กางเกงสแลคสีขาว และรองเท้าส้นสูงยี่ห้อดัง เทเรซ่าสะดุดที่หนังสือที่เธอคนนั้นถืออยู่ ‘กลยุทธ์สงคราม’

อ่านหนังสือแบบนี้ด้วยเหรอ น่าเกรงขามจริงๆ เลย

แต่จะว่าไปก็เข้ากับผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน เธอดูเจ้าเล่ห์หน่อยๆ ด้วย

เจ้าเล่ห์ เซ็กซี่ และดูเท่ด้วย

“ที่นี่ไม่ได้ปรับปรุงใหม่หรอกค่ะ เจ้าของร้านขายที่นี่แล้ว แต่ว่าแค่เปลี่ยนจากร้านขายหนังสือและรับซื้อหนังสือเก่า เป็นร้านที่มีหนังสือใหม่ๆ เข้ามาเท่านั้นเอง”

เธอคนนั้นพยักหน้า

“คุณเป็นเจ้าของร้านเหรอคะ ยังเด็กอยู่เลย”

“ปะ เปล่าค่ะ เจ้าของร้านไม่ใช่ฉันหรอก”

เทเรซ่าไม่แปลกใจที่ผู้หญิงคนนี้จะพูดว่าเธอเด็ก เพราะตัวคนที่พูดนั้นเทเรซ่าเดาได้เลยว่าอายุน่าจะเท่าๆ กับเอลิซาเบธ

อีกคนพยักหน้า แล้วยิ้มให้เทเรซ่า

พี่สาวคนนี้สวยจัง เวลายิ้มสง่ามากๆ เลย

เทเรซ่าอดชื่นชมอีกคนไม่ได้ เธอต้องไปบอกทิมเรื่องวันนี้ให้ได้

“ถ้าอย่างนั้น…ไว้วันหลังฉันจะแวะมานะคะ”

“ได้เลยค่ะ”

แล้วเธอคนนั้นก็เดินจากไป ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาคุยอะไรบางอย่างกับใครสักคนซึ่งเทเรซ่าไม่สามารถรู้ได้

เทเรซ่าถอนหายใจและกำลังจะเดินกลับไปในร้าน

“ว่าไงผู้จัดการร้าน!”

เทเรซ่าหันไปทางเสียงเรียกอีกด้านหนึ่ง เธอยิ้มเมื่อเจอเจ้าของเสียงนั้น ก่อนจะวิ่งเข้าไปสวมกอดอย่างแรง แถมเขย่าอีกคนด้วย

“โอ๊ยๆ กาแฟจะหกหมดแล้วไม่ได้กินกันพอดี”

เอวาถือกาแฟร้อนในมือทั้งสองข้างแน่น

“โทษที ก็ฉันคิดถึงเธอมากเลย เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่วันจบการศึกษา”

“ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกันแหละ”

เอวาได้ทำงานเป็นผู้ช่วยดีไซเนอร์ของรีเบคก้า ซึ่งตอนนี้โดนทำร้ายร่างกายและบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ เลยทำให้เอวาและผู้ช่วยอีกคนหนึ่งที่ชื่อจูเลียต้องคอยรับคำสั่งจากรีเบคก้าเรื่องงานอยู่ตลอดเวลา เทเรซ่าก็เลยไม่ค่อยได้เจอเอวามากเท่าที่ควร นอกซะจากจะโทรหากัน

“ว่าแต่เรื่องร้านของเธอไปถึงไหนแล้ว”

“เข้าไปดูข้างในกันเถอะ”

เทเรซ่าพาเอวาเข้าไปข้างในร้านเพื่อดูความคืบหน้า เธอสังเกตเห็นคนงานบางคนถึงกลับวางมือจากการทำงานเพื่อมองดูเพื่อนสาวของเธอเลยทีเดียว เทเรซ่าเข้าใจที่พวกเขาจะมอง ก็เพราะเอวาเป็นสาวนิวยอร์กขนาดแท้ เธอทั้งสวย มั่นใจ และเซ็กซี่ เปล่งประกายออกขนาดนั้นไม่มีใครมองก็บ้าแล้ว

“มันจะต้องออกมาสวยมากแน่ๆ ฉันเชื่อในสไตล์เรียบหรูแต่ดูดีของเธอจริงๆ เทรซ เธอเก่งจริงๆ ที่ออกแบบได้ขนาดนี้”

เอวาทำเสียงว้าวหลายครั้ง แล้วตบท้ายด้วยการหอมหัวเทเรซ่า ราวกับแม่ที่ภูมิใจในตัวลูกสาว

เมื่อเดินชมร้านนิดหน่อย เทเรซ่าก็พาเอวาเข้ามาในห้องทำงานหลังเคาน์เตอร์ ห้องนี้เป็นห้องทึบไม่ติดกระจก และเป็นห้องที่ไม่ได้แคบอะไรมากนัก เอวานั่งลงที่โซฟาตรงข้ามเทเรซ่า วางแก้วกาแฟให้เพื่อนแล้วตัวเองก็ดื่มไปหลายอึกทีเดียว

“ลุคเป็นยังไงบ้าง”

“อ๋อ ก็…เรียนต่อโทน่ะ เห็นพ่ออยากให้มาบริหารบริษัทช่วย”

เทเรซ่าพยักหน้า

“ถ้าอยากเจอฉันนัดให้ได้นะ อย่าทำหน้ารู้สึกผิดแบบนั้นสิ ฉันไม่ได้ให้เธอสองคนอยู่ด้วยกันสักหน่อย ฉันจะไปด้วย ก็แค่…เราสามคน พวกเธอจะได้ไม่รู้สึกขัดเขินไง”

“ก็ดีเหมือนกันนะ แต่ลุค…ลุคจะโอเคเหรอ?”

“โอ๊ย อย่าคิดมาก ลุคน่ะให้อภัยเธออยู่แล้วล่ะ ตานั่นคิดถึงเธอมากนะรู้ไหม ถามเรื่องของเธอจากฉันตลอดนั่นแหละ”

“จริงเหรอ?”

“อืม…เห็นไหม เขาแคร์เธอ”

เทเรซ่าโล่งใจที่ได้ยินแบบนั้น

“ว่าแต่เธอกับคุณเอลิซาเบธล่ะ ไปกันถึงไหนแล้ว”

“ก็…”

“ได้กันหรือยัง?”

“เอวา!”

เทเรซ่าเบิกตาตกใจเมื่อเพื่อนตัวดีของเธอถามเรื่องที่ไม่น่าถามขึ้นมา ส่วนเอวาก็หัวเราะชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าอีกคน

“ล้อเล่นน่า ก็แค่อยากถามว่าไปถึงไหนกันแล้ว คนเป็นแฟนกันก็ไม่ใช่ว่าจะนั่งคุยกันเฉยๆ นี่น่า มันก็ต้องมีบรรยากาศพาไปบ้าง…”

เอวาสังเกตพฤติกรรมเพื่อนขณะที่พูดไปด้วย ก็พบว่าเทเรซ่าหน้าแดงก้มหน้าก้มตาไม่มองเธอเลยด้วยซ้ำ แบบนี้ต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วสินะ

“โอ้! เธอกับคุณเอลิซาเบธไม่ได้นั่งคุยกันเฉยๆ หรอกใช่ไหม ว่าแล้วไง! ฉันดีใจที่เห็นเพื่อนมีประสบการณ์สักที”

“นะ นี่ เลิกพูดเรื่องนี้จะได้ไหม”

เอวายังคงหัวเราะ

“ฉันอดภูมิใจกับเธอไม่ได้นี่น่า”

“ว่าแต่ฉัน…แล้วเรื่องของตัวเองล่ะ” เทเรซ่าเบี่ยงประเด็นไปที่เอวา

อีกคนยักไหล่ราวกับไม่สนใจในคำถามนั้น แต่ก็ตอบกลับเพื่อนอยู่ดี

“ยังโสด” เธอพิงโซฟาแล้วทำท่านางพญา “ฉันยังไม่อยากมีความสัมพันธ์ที่ยึดติดน่ะมันน่าเบื่อ แต่ถ้าอะไรๆ ลงตัวฉันคงจะหาเองล่ะน่า เธอไม่ต้องห่วงฉันหรอกเทรซ”

“ถามอะไรสักอย่างสิ”

เอวาพยักหน้าแล้วดื่มกาแฟ

“เธอชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย”

กาแฟที่เอวาเพิ่งดื่มเข้าไปพ่นกลับออกมา หน้าของเทเรซ่าโดนละอองของเหลวสีน้ำตาลนิดหน่อย แต่เธอก็ใช้หลังมือเช็ดออก แล้วควานหาทิชชู่ส่งให้เพื่อน

“คำถามแบบนั้นไม่น่าจะเอามาเป็นคำถามเลยนะยะ” เอวาเช็ดปากแล้วบ่น

“ก็…”

“ฉันน่ะไม่เกี่ยงหรอกและไม่ซีเรียสเรื่องนี้ด้วย แต่ฉันตกใจที่เธอถามออกมาด้วยหน้าตาใสซื่อแบบนั้นต่างหาก”

อยู่ๆ ก็ใช้ความกล้าถามออกมาแบบนี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ แล้วเอวาก็คิดออก แต่แกล้งแซวเพื่อนเล่น

“ถามแบบนี้หมายความว่ายังไง หรือว่าอยากลองมีอะไรเกินเพื่อนกับฉันเหรอ ได้นะ ฉันไม่ซีเรียส” เอวากระโจนเข้าไปหาเทเรซ่าที่นั่งตรงข้าม แถมยังใช้ปากงับที่จมูกอีกคน เทเรซ่าหัวเราะและผลักเพื่อนออกโดยการเอามือยันหน้า

“พอเลย ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย”

“แล้วทำไมถึงถามฉันเรื่องนี้ล่ะ?”

เอวานั่งข้างๆ แกล้งแหย่ แต่อีกคนส่ายหน้า

“ฉันรู้หรอกน่า…เธอมีปัญหาใช่ไหม แบบเวลาอยู่กับคุณเอลิซาเบธสองต่อสองแล้วทำอะไรไม่เป็น”

เทเรซ่าทำหน้าคาดไม่ถึงว่าเอวาจะอ่านใจเธอได้ถูกต้อง มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เวลาที่เอลิซาเบธรุกเธอ เทเรซ่ารู้สึกไม่สบายใจที่เธอไม่สามารถทำให้เอลิซาเบธมีความสุขได้ เธอมีแต่ตกใจในสัมผัสของเอลิซาเบธ ก็เธอไม่เคยโดยใครสัมผัสร่างกายมากมายขนาดนั้นมาก่อนนี่น่า เลยเกร็งไปหมด

“เธออย่าคิดมากสิ ปล่อยไปตามธรรมชาติเถอะ”

“ตะ แต่ว่า ฉันกลัวว่าคุณเอลิซาเบธจะหงุดหงิด ฉัน…”

“เธอยังใหม่กับเรื่องนี้อยู่นะ เว้นแต่ว่าเธออยากให้ฉันสอนให้ อย่างนั้นใช่ไหม?”

“เปล่านะ ไม่ใช่ เอวาทำไมเธอชอบนอกเรื่องจัง”

เอวาหัวเราะอีกครั้งเมื่อเห็นเพื่อนหน้าแดงก่ำ และถอนหายใจแรงๆ

“เธอก็อย่าคิดมากสิ คุณเอลิซาเบธไม่คิดอย่างนั้นหรอกน่า ดูอย่างแซ่บๆ แบบคุณเฮเลน่ายังเทียบเธอไม่ติดเลย ถ้าคุณเอลิซาเบธไม่พอใจเธอก็ทิ้งเธอไปนานแล้ว คุณเอลิซาเบธให้เกียรติเธอต่างหากล่ะ รอให้เธอพร้อมไง แค่นี้ก็คิดไม่ได้ ทำไมเพื่อนฉันเด็กน้อยจริงๆ เลย”

“ก็ฉันไม่รู้นี่”

“เอาน่า ถ้าเธออยากเปลี่ยนจากแมวน้อยมาเป็นเสือเมื่อไหร่ถามฉันได้” เอวาตบไหล่เทเรซ่าแล้วหัวเราะอย่างร่าเริง ท้ายที่สุดแล้วก็วกกลับมาเรื่องน่าอายเหมือนเดิม

“วันนี้ฉันจะอยู่กับเธอทั้งวัน คอยให้คำปรึกษาไง อยากถามอะไรถามมาเถอะ ชีวิตรักของเธอน่าสนใจมากนะเทรซ”

เทเรซ่ามองหน้าเอวา เธอกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ แล้วพูดออกมา

“ฉันอยากจูบคุณเอลิซาเบธทุกครั้งที่เจอหน้า ฉันคิดว่าตัวเองต้องเป็นโรคอะไรสักอย่างแน่ๆ ฉันคิดมากทุกวันเลย มันแย่มากใช่ไหมเอวา?”

“…?”

“…”

“เธอช่างอนุบาลจริงๆ”

เอวาส่ายหน้า ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตที่นั่งอยู่ข้างหน้าเธอจะซื่อบื้อได้โล่ขนาดนี้

โอ๊ย! เพื่อนฉัน




เอลิซเบธเกลียดบ้านตัวเอง ทุกครั้งที่เธอกลับไปเธอจะเจอกับหน้าพ่อที่ไม่ใส่ใจอะไรนอกจากงาน อำนาจ และข่มเหงลูกตัวเอง และเฮเลน่าที่เห็นหน้าเธอก็คอยแต่จะพูดจาเหน็บแนม แต่ว่าตอนนี้เอลิซาเบธสบายหูนิดหน่อยที่ไม่เห็นเฮเลน่ามาเกือบอาทิตย์แล้ว รายนั้นไม่ได้ย้ายออกจากบ้าน แถมยังไม่ได้ออกข่าวมาเป็นอาทิตย์ เรื่องนี้มันทำให้เอลิซาเบธแปลกใจมาก ถึงจะเกลียดแต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ เฮเลน่าไม่ได้เก่งกาจและร้ายไปซะทุกเรื่อง

เอลิซาเบธสลัดความคิดเหล่านั้นออกจากหัว เมื่อประตูห้องเทเรซ่าเปิดออกโดยเจ้าของห้อง เทเรซ่าดูร่าเริงขึ้นและยิ้มมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน เอลิซาเบธดีใจที่เธอมีส่วนทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น

“งานฉันหนักสุดๆ เลยค่ะ”

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องเอลิซาเบธก็อ้อนแฟนแบบสุดๆ เธอกอดเทเรซ่าแล้วหอมแก้มทีหนึ่งด้วยความคิดถึง

“งั้นคุณเอลิซซาเบธต้องทานอาหารเยอะๆ”

“คุณขุนฉันจนอ้วนหมดแล้วนะเนี่ย”

เทเรซ่าหัวเราะและเป็นอย่างที่เอลิซาเบธพูดจริงๆ อีกคนมีน้ำมีนวลขึ้นหลังจากที่เทเรซ่าย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วเอาแต่ทำอาหารให้เอลิซาเบธกินไม่หยุดหย่อน ก็เพราะเธอเห็นเอลิซาเบธเหนื่อยกับงานทุกวัน ก็เลยอยากทำอะไรพิเศษๆ ให้คนรักบ้าง และวันนี้เธอก็อบไก่ให้เอลิซาเบธทาน นับว่าเป็นมื้ออาหารที่หนักพอสมควร

“วันนี้จะค้างด้วย พรุ่งนี้เช้าต้องพาฉันไปวิ่งออกกำลังกายนะคะ”

“…”

“ทำหน้าแบบนั้นแสดงว่าไม่ชอบออกกำลังกายเหรอ?”

เทเรซ่าทำท่าขยาด

“ฉันชอบเล่นกีฬาทางน้ำค่ะ แต่ไม่ค่อยชอบออกกำลังกายแบบนี้สักเท่าไหร่”

เอลิซาเบธหัวเราะแล้วมองไปที่ร่างกายที่ได้สัดส่วนของอีกคน

“จริงเหรอ คุณหุ่นสวยมากเลยนะ”

เทเรซ่ามองตามสายตาของเอลิซาเบธแล้วสำรวจร่างกายตัวเอง เธอไม่รู้ว่าเธอได้หุ่นแบบนี้มาจากไหน อาจจะเป็นเพราะเธอไม่ค่อยชอบกินอะไรจุบจิบก็ได้มั้ง

“ฉันก็ไม่รู้ค่ะ”

“ถึงยังไงก็ตาม พรุ่งนี้คุณต้องไปวิ่งเป็นเพื่อนฉันค่ะเทรซ”

“…” เทเรซ่าทำหน้าเซ็ง

และก็เป็นไปตามนั้นพอถึงเช้าวันต่อมา เอลิซาเบธก็แงะเธอออกมาจากเตียงเพื่อที่จะมาวิ่งที่เซ็นทรัลพาร์ค เทเรซ่าเหมือนตัวเองวิ่งในขณะที่ยังตื่นไม่เต็มตา เธอเกือบจะหลับกลางอากาศในบางครั้งด้วยซ้ำ ส่วนเอลิซาเบธนั้นสบายหายห่วง เพราะมันเป็นการออกกำลังกายตามแบบฉบับของอีกคนอยู่แล้ว ทำให้เอลิซาเบธชินและวิ่งได้อึดจนเทเรซ่าอดทึ่งไม่ได้ ผ่านไปเกือบสามสิบนาทีแค่นั้นเอง แต่เทเรซ่ารู้สึกไม่ไหว ขาเธอแทบลากไปกับพื้นถนนทางเดิน และมองร่างสูงวิ่งออกไปเรื่อยๆ สุดท้ายเอลิซาเบธก็หันมาหาเธอ และกวักมือเรียก

“เทรซ! นั่นคุณวิ่งแล้วเหรอ”

ประชดกันด้วยใบหน้าที่ไม่เหน็ดเหนื่อยอะไรเลย แบบนั้นเกินไปหน่อยแฮะแถมคุณตาวัยชราที่วิ่งผ่านเทเรซ่าไปยังทำหน้าตาสบายๆ ได้อีก เทเรซ่ารู้สึกสมเพชตัวเองลึกๆ

เทเรซ่าเดินเข้าไปหาเอลิซาเบธ เหนื่อยล้าราวกับว่าตัวเองไปวิ่งรอบโลกมายังไงอย่างงั้น

“ฉันขอนั่งพักตรงนี้ได้ไหมคะ?”

“จะพักแล้วเหรอ?”

เทเรซ่าพยักหน้า ผ้าซับเหงื่อที่หน้า

เอลิซาเบธยิ้มให้ แล้วส่งน้ำขวดเล็กๆ ที่พกมาด้วยให้เทเรซ่า อีกคนคว้ามาดื่มจนหมดขวด และลืมไปว่าไม่ได้แบ่งให้เอลิซาเบธเลยสักหยด

“เทรซ คุณดื่มไปทั้งอย่างนั้นได้ยังไง มันจะจุกเอาได้นะ”

และเป็นอย่างที่เอลิซาเบธพูด เทเรซ่ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ทั้งเหนื่อยและจุก เธอนั่งลงที่ม้านั่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก แต่เอลิซาเบธกลับมองภาพนั้นด้วยความเอ็นดู

“คุณพักหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันอยู่รอด้วย”

เอลิซาเบธทำท่าจะนั่งลง แต่เทเรซ่าปรามเอาไว้เสียก่อน

“อย่าเลยค่ะคุณเอลิซาเบธ ฉันไม่อยากให้ตัวเองมาเป็นภาระให้คุณ คุณไปวิ่งต่อเถอะค่ะ ฉันนั่งรอที่นี่ได้”

“คุณไม่ได้เป็นภาระสักหน่อย”

“แต่ฉันไม่อยากให้คุณเอลิซาเบธต้องสะดุดเพราะฉันนี่คะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขากลับคุณเอลิซาเบธก็ต้องผ่านมาทางนี้อยู่ดี ฉันคิดว่าตัวเองวิ่งไม่ไหวหรอกค่ะรออยู่ที่นี่ดีกว่า”

เอลิซาเบธหัวเราะ

“เอาอย่างนั้นก็ได้ ว่าแต่คุณแน่ใจนะ”

“ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะรีบกลับมา”

เทเรซ่าพยักหน้าให้อีกคน เอลิซาเบธยีหัวของเธอ ก่อนจะออกตัววิ่งไป

เทเรซ่าเลยได้นั่งอยู่ตรงนั้นได้สักพัก ไม่ถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำก็มีบางคนทักเธอขึ้นมาเสียก่อน เขาถือวิสาสะนั่งทั้งๆ ที่เทเรซ่ายังไม่ได้เชิญเลยด้วยซ้ำ แต่เทเรซ่ารู้จักเขา ไรอันเป็นเพื่อนในเอกเดียวกันกับเธอ

“ไม่ค่อยเห็นเธอที่นี่เลยนะเทรซ”

“อืม นายเป็นยังไงบ้างไรอัน” เทเรซ่าถามพอเป็นพิธี เธอไม่ค่อยชอบสายตาที่ไรอันใช้มองเธอเลย มันเหมือนเสือที่กำลังรอขย้ำเหยื่อยังไงยังงั้น

“ก็ดีนะ พ่อกับแม่ให้ฉันช่วยงานธุรกิจครอบครัว แต่ไม่ต้องยุ่งเรื่องของฉันให้น่าเบื่อมากความหรอก คุยเรื่องของเธอดีกว่า”

เขาขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ เทเรซ่า เนื้อผ้ากางเกงของเขาเสียดสีที่ขาของเทเรซ่า เธอขยับตัวออกนิดหน่อย แต่เหลือที่ไม่มากเทเรซ่าก็จะตกม้านั่ง

“ฉันแปลกใจที่เห็นเธอสวมชุดที่เปิดเผยเนื้อหนังแบบนี้ ฉันชอบนะ”

เทเรซ่าเห็นว่าเขามองที่หน้าอกของเธอ วันนี้เธอสวมชุดที่พร้อมในการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นเลยสวมเสื้อกล้ามที่แนบตัวสักหน่อย แต่ใครจะไปรู้ว่าจะมีคนมามองเธอด้วยสายตาโจ่งแจ้งต่อหน้าแบบนี้ เธอรู้สึกไม่ดีเลยแฮะ

“นะ นายมาทำอะไรที่นี่เหรอ?”

“พูดเป็นเล่น บ้านฉันอยู่แถวนี้ไงเธอลืมได้ยังไงกันนะ จะว่าไปเธอก็คงอยู่ที่นี่สินะ”

“อืม”

“ขอเบอร์ไว้หน่อยได้ไหม”

“…?”

“แล้วคุณจะขอเบอร์เธอไปทำไม!”

อยู่ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นจากด้านบนหัวของเทเรซ่า เธอเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเป็นเอลิซาเบธนั่นเอง อีกคนมีเหงื่อเกาะที่ใบหน้า ท่าทีเหนื่อยล้าจากการวิ่ง เทเรซ่าแอบได้ยินเสียงหอบด้วย ราวกับว่าเอลิซาเบธกำลังวิ่งหนีบางอย่างอยู่ ไม่ซิ วิ่งเข้ามาตรงนี้ด้วยความเร็วสูงมากกว่า

ไรอันมองคนมาใหม่ด้วยความไม่เข้าใจ แต่สักพักเขาก็อ้าปากค้าง คงจะเพราะความสวยของเอลิซาเบธเตะตา

“คุณคือ เอลิซาเบธ เพย์ตันใช่ไหม?”

“ไม่ใช่”

เขาลุกขึ้น และมองเอลิซาเบธชัดๆ

“คุณอย่าหลอกผมดีกว่า เด็กมหาวิทยาลัยแกสตันไม่รู้จักคุณก็ถือว่ากระจอกมากแล้ว”

เทเรซ่ารู้สึกว่าตัวเองโดนว่าในคำพูดนั้นอย่างบอกไม่ถูก เพราะเธอก็เป็นเด็กมหาวิทยาลัยแกสตันที่ไม่รู้จักเอลิซาเบธ หากย้อนไปในตอนที่เธอเจอกับอีกคนครั้งแรก แต่เทเรซ่าก็เลือกที่จะเงียบเอาไว้ และมองไรอันกับเอลิซาเบธสลับกันไปมา สีหน้าของร่างสูงดูจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก

“ผมเคยเจอคุณในงานการกุศลของโทบี้”

“โทษทีนะตอนนี้ฉันไม่ว่างคุย”

“เอ่อ ดะ เดี๋ยวก่อนสิครับ”

เอลิซาเบธไม่สนใจ แถมยังเดินจูงมือเทเรซ่าออกมาจากตรงนั้นหน้าตาเฉย และพูดกับเธอว่า กลับบ้าน เน้นเสียงเข้มอีกต่างหาก

“หมอนั่นเป็นใคร?” พอเดินมาได้ครึ่งทางเอลิซาเบธก็เปิดปากถามเทเรซ่า

“เพื่อนค่ะ เราเรียนห้องเดียวกัน”

“แต่เขาหวังในตัวคุณ”

“…?”

“ดูไม่ออกเหรอว่าหมอนั่นมองคุณอยู่ สายตาแทบจะถอดชุดของคุณออกหมดแล้ว”

“…”

“ทำไมคุณถึงไม่รู้ตัวนะเทรซ ฮึ่ย! หงุดหงิด”

อารมณ์เสียใส่เฉยเลย

“คุณเอลิซาเบธเป็นอะไรไปคะ”

คนตัวสูงสะบัดมือที่จับเทเรซ่าออก และเดินงอนไปได้สักสองสามก้าว จากนั้นก็เดินกลับมาหาเทเรซ่าอีกครั้ง แล้วกอดอก

“หึง!”

“…”

เทเรซ่าใบ้กิน เธอไม่รู้ว่าเอลิซาเบธหึงนี่น่า เธอไม่เคยถูกใครหึงซะด้วยสิ แต่ท่าทางของเอลิซาเบธตอนนี้น่ารักในสายตาของเทเรซ่ามาก

“คุณจะไม่พูดอะไรเลยเหรอ รู้ไหมคะว่าฉันวิ่งไปไกลแค่ไหนแล้วในตอนนั้น พอฉันหันหลังกลับ เพื่อมองว่าคุณอาการดีขึ้นไหม เป็นอะไรหรือเปล่า? แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือคุณคุยอยู่กับผู้ชายที่ไหนไม่รู้ ฉันเลยรีบวิ่งกลับไปหาคุณราวกับพายุเฮอร์ริเคนจะเข้าถล่มนิวยอร์ก”

พอฟังจบตอนนั่นแหละที่เทเรซ่าหัวเราะออกมาเสียงดัง

“มีอะไรน่าขำนักล่ะ”

“คุณเอลิซาเบธวิ่งมาเหรอคะ…มันไกลมากเลย”

“ก็ใช่นะสิ แรงริษยามันเข้าตา ความหึงก็มีมากด้วยนี่คะ”

คุณเอลิซาเบธน่ารักจัง โกรธจนหน้าแดงไปหมดแล้วนั่น

“ฉันขอโทษค่ะ ฉันแค่…เขาเป็นแค่เพื่อน ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณเอลิซาเบธไม่สบายใจเลยนะคะ”

“ฉันไม่ได้อะไรมากหรอก ถ้าเขาเป็นเพื่อนของคุณน่ะ แต่นี่เขา….” เอลิซาเบธเงียบไป บางทีเธอก็ไม่ควรจะไปพูดจารุนแรงกับเทเรซ่า เจตนาของผู้ชายคนนั้นชัดเจนมากว่าหวังอะไรกับเทเรซ่า เอลิซาเบธไม่สบายใจ เทเรซ่ายิ่งเป็นคนเกรงใจที่จะปฏิเสธคนอื่นอยู่ด้วย

“ไม่เป็นไร แต่ฉันอยากให้คุณระวังตัวเอาไว้”

“ค่ะ ฉันจะระวังตัว”

“แล้วอีกอย่าง ห้ามคุยกับผู้ชายคนไหนเกินสิบนาทีถ้าไม่ใช่เพื่อน คุณมีเจ้าของแล้วนะ”

“คุณเอลิซาเบธก็ด้วย”

“…?”

“ห้ามคุยกับผู้ชายคนไหนเกินสิบนาทีถ้าไม่ใช่เพื่อน คุณมีเจ้าของแล้วนะ”

“ยอกย้อนเหรอคะ เดี๋ยวจะจับจูบตรงนี้เลย”

เทเรซ่าหน้าแดง แถมยังมองซ้ายขวาอีก ก็เธอเขินนี่น่า อยู่ๆ มาพูดอะไรในที่แบบนี้

“แต่ไม่ดีกว่า ฉันจะลงโทษโดยการให้คุณหึงเล่นๆ ฉันอยากรู้ว่าเวลาคุณหึงจะเป็นยังไง”

“มัน…มันไม่เคยน่าดูหรอกค่ะ” เทเรซ่านึกถึงตัวเองตอนที่โดนคุณลุงรักษ์โลกคนนั้นเทศน์

“มันน่ารักมากเลยต่างหาก”

“คุณเอลิซาเบธไม่จำเป็นต้องอยากเห็นฉันน่ารักเพราะหึงก็ได้นี่คะ ทำไมต้องอยากให้ฉันหึงด้วย”

“ไม่ดีเหรอ?” เอลิซาเบธแกล้งแหย่อีกคน

“ไม่ดีมากเลยค่ะ”

อีกคนหัวเราะเสียงดัง และยีหัวเทเรซ่าด้วยความเอ็นดู

“พี่ลิซ!”

เสียงบางคนตะโกนเรียกเอลิซาเบธทำให้ทั้งสองมองไปยังอีกคนที่กำลังวิ่งเข้ามาทางนี้ เธอเป็นผู้หญิงตัวสูงพอสมควร ผมสีบลอนด์ แต่งตัวเท่ๆ สไตล์ผู้หญิง เธอสวมแว่นดำด้วย แต่เมื่อเข้ามาใกล้ๆ เธอถอนแว่นออก เทเรซ่าถึงกลับอ้าปากค้างทันที

ไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนนี้จะพกความสวยและหน้าหวานหยาดเยิ้มมาอย่างเดียว แต่เธอเป็นถึงดาราวัยรุ่นที่ดังอยู่ในขณะนี้ เฮเซล ไพเพอร์ส เทเรซ่าจำได้ทันทีที่เห็นหน้า

แทนที่เทเรซ่าจะเอ่ยชื่อเฮเซลออกไป แต่เธอกลับเอ่ยชื่อหนังที่ได้รับคะแนนยอดนิยมอย่างท่วมท้น

“เดอะแวมไพร์ควีน!”

เอลิซาเบธงุนงงที่เทเรซ่าตาค้างขนาดนั้น แถมยังกระตุกชายเสื้อของเธออีก ดูท่าจะตื่นเต้นที่เจอดาราคนดังมากกว่าที่คิดแฮะแถมยังกระซิบถามเอลิซาเบธอีกว่ารู้จักเฮเซลด้วยเหรอ เธอพยักหน้าแทนคำตอบ

“คุณ…เอ่อ ฉันขอบคุณที่ติดตามผลงานฉันค่ะ”

เฮเซลยิ้มหวานให้เทเรซ่า

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เป็นยังไงบ้าง” เอลิซาเบธเอ่ยถาม

“สบายดีค่ะ ตอนนี้กำลังพิจารณาบทหนังเรื่องใหม่อยู่”

“ดีแล้วล่ะ เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อีกอย่างดังด้วยสินะ หนีปาปารัซซี่มาได้ยังไงกัน”

“ปาปารัซซี่ก็ต้องตามไม่ทันบ้างแหละค่ะ แต่ฉันดีใจนะที่บังเอิญเจอพี่ ข่าวของพี่ก็ทำฉันตกใจเหมือนกัน”

เทเรซ่าเงียบ เธอไม่ขอรับรู้เรื่องนี้เลยจะดีกว่า ไม่ใช่ว่าโกรธหรอกนะ แต่เกรงใจเอลิซาเบธมากกว่า กลัวว่าถ้าเธอทำหน้าแตกตื่นจะทำให้เอลิซาเบธเดือดร้อน

“สักพักก็หายไปเองล่ะข่าวแบบนี้”

เฮเซลพยักหน้า ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล แต่ไม่ได้กังวลเรื่องของเอลิซาเบธ

“มีอะไรจะถามพี่หรือเปล่า?”

“มีค่ะ”

“…?”

“เรื่องพี่เฮเลน”

“…”

“ฉันขอคุยกับพี่เป็นการส่วนตัวทีสิคะ”

แล้วทั้งสามคนก็เข้ามานั่งที่ร้านกาแฟแถวๆ นั้น ในโต๊ะที่หลบมุมหน่อยๆ เพราะเฮเซลเป็นคนดังเธอเลยมีนิสัยชอบหลบนักข่าว และที่ทำให้เทเรซ่าตกใจหงายเงิบเลยก็คือ เธอเพิ่งรู้ว่าเฮเซลเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเฮเลน่า เทเรซ่าไม่รู้ว่านามสกุลเดิมของเฮเลน่าคือ ไพเพอร์ส แต่ก็นับว่าเรื่องนี้เป็นข้อมูลใหม่สำหรับเทเรซ่า เพราะเฮเซลกับเฮเลน่าแตกต่างกันมากพอสมควร เฮเซลเป็นผู้หญิงสวยหวานชวนมอง ร่าเริงไม่มีเลศนัย แต่เฮเลน่ากลับเซ็กซี่ชวนหลงใหล มีแววตาเจ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลา สองคนนี้มีอะไรที่ไม่เหมือนกันเลย เฮเซลไม่คล้ายผู้เป็นพี่สาวเลยนอกจากสีผมและดวงตาคู่สวยสีฟ้า

“มีอะไรเหรอเฮเซล”

เอลิซาเบธถามอีกคนขึ้น แต่เฮเซลมองไปที่เทเรซ่าด้วยสายตาที่ไม่กล้าจะเล่าเรื่องนี้สักเท่าไหร่หากบุคคลที่สามยังอยู่

“ไม่เป็นไรหรอก เทรซน่ะไว้ใจได้”

เฮเซลพยักหน้าก่อนพูด

“เรื่องของพี่เฮเลนน่ะค่ะ ช่วงนี้พี่ทำตัวแปลกๆ แล้ว…ตอนนี้ก็หายไป พี่เฮเลนอยู่ที่คฤหาสน์หรือเปล่าคะ?”

“ไม่นะ ไม่เห็นเกือบอาทิตย์แล้ว”

“ถึงว่า ปกติเราติดต่อกันทุกวัน แต่อยู่ๆ พี่เขาก็หายไปเลย โทรไปก็ไม่มีสัญญาณ ไม่ก็ฝากข้อความตลอดเลย แบบนี้มันน่าแปลกมาก”

เอลิซาเบธนิ่งไป แม้แต่น้องสาวแท้ๆ ของเฮเลน่าก็ยังว่ามันแปลก เธอคงไม่ได้คิดไปคนเดียวแล้วสินะ

“ลองโทรหาเพื่อนเฮเลนหรือยัง?”

เฮเซลส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ฉันไม้รู้จักใครเลยนอกจากพี่”

เฮเซลรู้จักกับเอลิซาเบธเป็นอย่างดี เพราะเฮเลน่าเคยเป็นแฟนกับเอลิซาเบธ พี่สาวของเธอหักหลังเอลิซาเบธไปแต่งงานกับพ่อของอีกคน เรื่องนี้เฮเซลโกรธจนถึงขั้นไม่คุยกับเฮเลน่าเป็นปีๆ เธอเพิ่งมารู้เอาทีหลังว่า ที่เฮเลน่าทำไปทั้งหมดก็เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ให้ผีพนันอย่างแม่เธอ เฮเซลก็เลยยกโทษให้ พี่สาวของเธอไม่ค่อยจะพูดเรื่องหนี้สินของแม่กับพี่ชายคนโตให้เธอฟัง เพราะกลัวว่าเธอจะคิดมาก แต่เฮเซลไม่เห็นด้วย เธอไม่อยากให้พี่สาวแบกรับภาระคนเดียว

เฮเซลคิดว่าเอลิซาเบธจะไม่คุยกับเธอซะแล้วหลังจากเรื่องที่ผ่านๆ มา แต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะไม่ถือสาอะไรแล้ว

“ฉันเป็นห่วงพี่เฮเลนมากเลย พี่น่ะทำทุกอย่างเพื่อคนอื่น โดยเฉพาะแม่ที่…”

เฮเซลเกือบหลุดปากเรื่องแม่ของตัวเองออกมา แต่ก็หยุดเอาไว้เท่านั้น เธอไม่อยากให้เอลิซาเบธรับรู้เรื่องครอบครัวห่วยแตกของเธอให้เปลืองความคิด

“เดี๋ยวจะถามพ่อให้ก็แล้วกัน ได้เรื่องยังไงเดี๋ยวจะติดต่อไปนะ”

“จริงเหรอ! ขอบคุณพี่มากๆ เลยนะคะ พี่ดีกับฉัน ทั้งๆ ที่พี่เฮเลน…”

“ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่ได้คิดมากอะไร ไม่จำเป็นต้องพูดขึ้นมาหรอกนะ”

“พี่รู้เรื่องทั้งหมดแล้วเหรอ? ดีจังนะคะ ยังไงพี่เฮเลนก็น่าสงสารในความคิดของฉันอยู่ดี” เฮเซลมีแววตาหม่นหมองลงเมื่อพูดถึงเรื่องพี่สาว “พี่น่ะ ชอบทำตัวร้ายๆ แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็มีเหตุผลของพี่ แต่ก็มีบางช่วงเวลาที่ฉันเองก็เข้าไม่ถึงพี่เหมือนกัน พี่เฮเลนเข้าใจยาก ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะทำอะไร หรือคิดอะไรอยู่”

เรื่องนี้เอลิซาเบธเห็นด้วย เฮเลน่าเป็นแบบนั้น

“หรือจริงๆ แล้วพี่เฮเลนเป็นคนไม่ดีกันแน่นะ”

“…”

“…”


“คุณเอลิซาเบธคิดว่าคุณเฮเลน่าหายไปไหนคะ?”

จากที่แยกกันไปแล้ว เทเรซ่าที่กำลังเดินกลับอพาร์ทเมนท์กับเอลิซาเบธก็พูดขึ้นหลังจากตอนที่อยู่ในร้านเธอนั่งเงียบมาตลอด

“น่าแปลกจริงๆ นะคะ จะว่าไปก็ไม่เห็นคุณเฮเลน่ามีข่าวเลยในช่วงนี้”

“…?” เอลิซาเบธขมวดคิ้ว แล้วมองอีกคน “คุณสนใจข่าวเฮเลน่าตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“คุณเฮเลน่าเธอน่าชื่นชมนะคะ เธอเก่งมากเลยในเรื่องแฟชั่น แล้วอีกอย่างก็ดูใจดีมากด้วย”

“ไปเห่อผิดคนแล้วล่ะค่ะ เฮเลนนะเหรอจะเป็นคนดี” เอลิซาเบธหัวเราะ

“เราแจ้งตำรวจกันดีไหมคะ?”

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก เฮเลนน่ะดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว ช่วงนี้เจอแต่เรื่องยุ่งๆ น่าจะไปหาที่พักผ่อนจากเรื่องพวกนี้มากกว่า ไม่มีอะไรหรอก”

“เหรอคะ”

“จะต้องห่วงทำไม รายนั้นเก่งอยู่แล้ว”

เทเรซ่ายิ้มให้อีกคน แต่ก็ยังคงเป็นห่วงเฮเลน่า ถึงแม้เฮเลน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เธอกับเอลิซาเบธผิดใจกันอยู่หลายครั้ง แต่เทเรซ่าก็เข้าใจสิ่งที่อีกคนทำลงไป เฮเลน่ารักเอลิซาเบธเหมือนกันกับเธอ แค่การแสดงออกมันแตกต่างจากเธอก็เท่านั้นเอง

“คุณเอลิซาเบธคิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอคะ”

“แน่นอนค่ะ”

ถึงแม้จะพูดแบบนั้นออกไป แต่เอลิซเบธก็อดที่จะเป็นกังวลใจไม่ได้เลยเช่นกัน

เธอหายไปทำบ้าอะไรที่ไหนกันนะเฮเลน




เม็กซิโกเป็นอะไรที่ไม่น่าสันทัดเลยสำหรับเฮเลน่า ยิ่งในเมืองที่ไม่ใช่เมืองหลวงอย่างรัฐกวานาคัวโต ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาแห้งแล้งแคบๆ แบบนี้ยิ่งไม่น่าประทับใจเลยสำหรับเฮเลน่า อากาศร้อนอบอ้าว กลิ่นเหงื่อของคนที่เดินสวนกันไปมาในช่องทางแคบๆ ทำให้เธอจะเป็นลมล้มพับลงตรงนั้น แต่ด้วยความหวังที่เธอจะมาเจอบุคคลที่เธอเฝ้าตามหามาเกือบหนึ่งอาทิตย์ เพราะงั้นนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับเธอ

เฮเลน่าเดินตัดเข้ามาตามสถานที่ที่เพิ่งได้ข้อมูลมาจากคนขับรถโดยสารแถวๆ นั้น มันคือที่อยู่ของพี่ชายคนโตของเธอ ที่นี่มองยังไงมันก็คือซ่องการพนันและยาเสพติดดีๆ นี่เอง แถมกลิ่นยังโสโครกและรุนแรง สองข้างทางตรอกมีแต่คนมั่วยา โสเภนี และคนหน้าตาป่าเถื่อนที่เอาแต่มองเฮเลน่าตั้งแต่เดินเข้ามา

ผู้หญิงโสเภนีแต่งตัวสีสันสดใสแสบตาคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเฮเลน่า ใช้เมื่อจับผมสีบลอนด์ของเธออย่างถือวิสาสะ

“ผู้หญิงอเมริกัน ว่าไง เธอสนใจจะไปสนุกกับฉันไหม?”

เฮเลน่าเบี่ยงตัวหลบ ทำหน้ารังเกียจมากกว่ากลัว แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เอาแต่เดินประชิดใกล้เธออย่างโจ่งแจ้ง ใช้จมูกดมเธอจนเฮเลน่าต้องพูดออกไป

“ไปให้พ้น”

ผู้หญิงคนนั้นทำท่าหาเรื่อง แต่ก็ยอมถอยออกไป

เฮเลน่าสวมชุดกระโปรงสายเดี่ยวพลิ้วสีชมพูเพราะอากาศร้อน แต่ตอนนี้เธอชักอยากเปลี่ยนใจเพราะบรรยากาศรอบตัวเธอน่าเกลียดน่ากลัวเกินไปจริงๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายบางคนมองเธออย่างหื่นกระหายตลอดทั้งตรอก สุดท้ายเธอก็พาขาที่อ่อนแรงมาถึงที่หมาย เป็นทางเข้าเก่าๆ ต้องขยับประตูเหล็กสนิมกินเข้าไป ทางแคบเข้าไปอีก และมุ่งสู่ซอยเล็กๆ เข้าบ้านที่มีกลิ่นบุหรี่คละคลุ้งไปหมด ที่หน้าบ้านมีคนหน้าตาเถื่อนๆ สามสี่คนกำลังเสพยาอย่างโจ้งแจ้ง

“มาหาใครคนสวย ที่นี่ไม่เหมาะกับผู้ดีตีนแดงนะโว้ย!”

คนพวกนั้นมองเธออย่างจาบจวง บางคนมองที่หน้าอก และสัดส่วนช่วงล่างของเธอ

“สะโพกสวยเหมาะแก่การใช้งาน”

แล้วคนพวกนั้นก็พากันหัวเราะร่วมกัน เฮเลน่ารู้สึกสะอิดสะเอียน แต่เธอก็แข็งใจพูดออกไป

“ฉันมาหาฮันเตอร์”

ทั้งสี่คนมองหน้ากัน ซุบซิบด้วยซ้ำเมื่อเธอเอ่ยชื่อนั้นออกมา พวกเขามีท่าทางไม่ไว้ใจเธอขึ้นมาทันที

“ลูกพี่ไม่ว่างรับผู้หญิงมาบำเรอช่วงนี้หรอกนะ” อีกคนว่า

“แต่ถ้าเป็นพวกพี่ก็ไม่ขัดหรอกนะน้อง”

ทุกคนหัวเราะและตีมือกันอย่างสนุกสนาน

“ฉันมาหาฮันเตอร์ มีธุระด่วน ไม่ใช่มาเรื่องอย่างว่า!” เฮเลน่าเผลอขึ้นเสียง

“อะไรวะก็บอกว่าไม่ได้ไง ถ้าไม่สนุกกับพวกฉันก็กลับไป ไสหัวไปพร้อมกับหน้าสวยๆ ของเธอเลย!”

พวกมันเริ่มเดินเข้ามาหาเฮเลน่า จุดมุ่งหมายมีอย่างเดียวคือกำลังจะลวนลามเธอ คนพวกนี้ทำจริงแน่เธอรู้ดี

“อย่าเข้ามานะ ไปให้พ้น!”

“ดูซิพวก ขนาดโกรธยังเสียงเซ็กซี่บาดจิตขนาดนี้ ไปกับพวกฉันเดี๋ยวนี้!” อีกคนกระชากแขนเฮเลน่า

“เฮ้ยๆ ข้างนอกมีอะไรกันวะ! หนวกหูจริง!” ผู้ชายตัวสูงหน้าตาดีไม่เหมาะกับสถานที่แห่งนี้เลยเดินออกมาด้วยใบหน้าบูดบึ้งราวกับว่าเพิ่งนอนตื่นใหม่

“เปล่าครับลูกพี่ กลับไปนอนเถอะก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งน่ะ หล่อนมาโวยวาย”

“…!”

“ฮันเตอร์”

“เฮเลนเหรอ?” เขาแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อน้องสาวของเขามาปรากฏตัวที่นี่ เขาถึงกลับขยี้ตามองดูด้วยซ้ำ

“อย่าเอามือสกปรกของพวกแกมาจับของล้ำค่าของฉันโว้ย ปล่อย!” ฮันเตอร์เดินเข้ามากระชากเฮเลน่าออก และชี้หน้าพวกลูกน้องกระจอกเหล่านั้น “อย่ายุ่งกับเธอ!”

“คะ ครับลูกพี่”

ทั้งหมดก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว แววตาสีฟ้าเข้มของเขาดุดันจนเฮเลน่ายังเผลอกลัวไปด้วย

“เข้าไปข้างในกัน”

เขาหันมาพูดกับเฮเลน่า และจูงมือน้องสาวเดินเข้าไปในตัวบ้าน เมื่อเข้าไปในนั้นเฮเลน่าก็รู้สึกว่าคิดผิดที่ตามเข้ามา ข้างในเต็มไปด้วยการเล่นพนันสารพัด ที่นี่เป็นบ่อนผิดกฎหมายอย่างแน่นอน ทุกคนจุอยู่ในนี้สักห้าสิบชีวิต เบียดเสียดกันเล่นการพนันอย่างเอาเป็นเอาตาย มีของมึนเมาและยาเสพติดส่งและเสิร์ฟกันระนาว จนเฮเลน่าอยากจะอาเจียน

ฮันเตอร์พาเธอมาที่ห้องหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นห้องของหัวหน้าที่คุ้มที่นี่ ไม่มีใครอยู่ในนั้นนอกจากเธอกับเขาสองคน สภาพห้องไม่ได้ดีไปกว่าข้างนอกเลย โซฟาที่เฮเลน่านั้งอยู่จะพังมิพังแหล่ ฮันเตอร์นั่งลงข้างๆ เฮเลน่าชนิดตัวชิดกับเธอเลย ทั้งๆ ที่มีโซฟาอีกสองตัวอยู่ตรงข้ามกัน

“แปลกใจที่เธอมาหา” ดวงตาของเขาเหมือนหมาป่าที่กำลังจะออกล่าเหยื่อ แขนอีกข้างของเขาโอบที่เอวของน้องสาว

“แถมมาหาถูกที่ด้วย”

“นายคุมที่นี่เหรอ?”

“ฉันก็มีหัวหน้าอยู่อีกที่ แต่ที่นี่ฉันมาคุมแทนหัวหน้าน่ะ”

“…”

“จะว่าไปเธอไม่น่าจะมาเที่ยวเล่นแถวนี้หรอกใช่ไหม” เขาเอามือของเขาลูบไล้แขนของเฮเลน่า สายตาของเขาที่ใช้มองเธอไม่ต่างอะไรกับพวกหื่นกามข้างนอกนั่นเลย และแน่นอนว่าเขาไม่ใช่พี่ชายที่จะซื่อสัตย์กับน้องสาวเท่าไหร่นัก เขาเห็นเฮเลน่าเป็นอย่างอื่นมากกว่าน้องสาว

เฮเลน่าขยับตัวออกห่างจากเขา แต่เขาล็อกเธอเอาไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว จมูกแตะที่ซอกคอของเฮเลน่าสูดกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย ริมฝีปากสัมผัสที่ผิวนุ่มบริเวณคอ

“อย่า…” เฮเลน่าขยับตัวและผลักอีกคนออก มันแรงพอที่จะทำให้ฮันเตอร์หัวเสีย

“ฉันเป็นน้องสาวแท้ๆ ของนายนะ”

“ช่างสิ พี่ชายอยากได้น้องสาวตัวเองมันแปลกตรงไหนวะ!”

ไอ้คนสกปรก ความคิดชั่วช้า!

เฮเลน่าได้แต่ด่าเขาอยู่ในใจไม่กล้าพูดออกมาดังๆ เพราะเธอต้องการประโยชน์จากเขาอยู่ในตอนนี้

“…”

“เออ! ขอโทษก็แล้วกันที่ฉันมันวิปริต! มีเรื่องอะไรถึงได้ดั้นด้นมาถึงที่นี่ เอาเงินมาให้ฉันใช้เหรอ”

“ก็ใช่ แต่ไม่ถูกซะทีเดียว ฉันมีงานให้นายทำ แล้วนายจะได้เงินก้อนใหญ่”

“งานประเภทไหน” เขาดูสนใจทันที

“กำจัดผู้หญิงคนหนึ่ง”

ฮันเตอร์มองหน้าอีกคนอย่างไม่เชื่อสายตา เขาน่ะมันเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่นี่มันออกมาจากปากของน้องสาวที่ไม่มีประวัติร้ายแรงแบบนี้เลยสักครั้งนี่สิ

“โอ้ เธอนี่มันส่อแววเลวแล้วไงที่รัก”

เฮเลน่าไม่สนใจคำประชดนั้น

“ฉันแค่อยากให้นายแค่ข่มขู่ ไม่ได้ให้ถึงขั้นฆ่าแกงสักหน่อย”

“แล้วจะให้ฉันข่มขู่แบบไหน”

“แล้วแต่นายสิ”

สายตาของฮันเตอร์มีแววเจ้าเล่ห์และกระหายต่อสิ่งที่น้องสาวเสนอ

“วิธีไหนก็ได้สินะ”

“ใช่”

“ฉันขอคนสวยๆ หน่อยก็แล้วกัน”

เฮเลน่ายื่นรูปของเหยื่อให้พี่ชายดู แววตาของเขาดูจะชอบอกชอบใจทันทีที่เห็น เขากัดริมฝีปากตัวเองราวกับจะระงับอารมณ์ปีศาจเอาไว้ไม่อยู่

เขาผิวปาก “นี่มันไม่ใช่เล่นๆ เลย ฉันขอชื่อเธอคนนี้ด่วนเลย”

“เทเรซ่า เกรส”

“เทเรซ่า เกรส” ฮันเตอร์ทวนชื่อนั้นเบาหวิว เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้น

“ฉันแทบจะทนรอของเล่นชิ้นใหม่นี้ไม่ไหวเลยล่ะ ฉันเอาด้วย หน้าตาดีๆ แบบนี้เอาไปขายก็ได้ราคาดี เอามาแก้ขัดฉันก็ได้ แบบนี้โชคหลายต่อเลย ฉันต้องขอบคุณเธอเลยนะเฮเลนน้องรักที่พาขุมทรัพย์ดีๆ มาให้ฉัน”

เฮเลน่าไม่ตอบ เธอเพียงแค่ยกยิ้มให้

ดูเหมือนว่าอะไรๆ ก็ง่ายไปหมด และตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเข้าทางเธอหมดแล้ว โดยที่เธอไม่ต้องเปลืองแรงสร้างเรื่องให้ยุ่งวุ่นวายปวดสมองตัวเอง เธอจะนั่งจิบไวน์รอดูผลงานชิ้นโบว์แดงของเธออยู่ที่แมนแฮตตัน

ขอให้สนุกล่ะฮันเตอร์




___________________________________

มาต่อให้แล้วน๊าาาาาา

เรื่องราวก็กำลังจะยุ่งยิ่งอีกแล้ว5555




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #37 tankazae (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 08:31
    อีธานเป็นพ่อที่แย่มากก ยืมมือคนอื่นไปฆ่าจริงๆ
    #37
    0
  2. #36 Guitarfroyd (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 15:24
    เกินไปไหมอีธานทุกอย่างมันแย่เพราะคนอย่างคุณ ทำให้คนอืนเลวเพราะสิ่งที่ตัวเองอยากจะได้ ขอให้ลิซหนีคนแบบนี้ไปเถอะเป็นพ่อที่แย่มาก ถ้านี่เป็นลิซฆ่าตัวตายหนีแม่ง
    #36
    0