[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 24 : TWENTY-ONE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

บรรยากาศในร้านกาแฟไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับเซบาสเตียน ทั้งๆ ที่มันเป็นร้านสุดโปรดของเขา และมันจะดีมากเลยหากคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเขาจะเป็นแมดดี้ไม่ก็เอลิซาเบธ แต่นี่กลับเป็นเฮเลน่า เพย์ตัน ผู้หญิงที่เขาคิดว่าอันตรายกว่าสิ่งใดในโลก

“การที่คุณขอตัวฉันมาคุยด้วยข้างนอกแบบนี้ แสดงว่าคุณรู้ว่าฉันจะพูดเรื่องอะไรใช่ไหมบาส”

คนสวยเอ่ยขึ้น เธอเคาะเล็บเคลือบสีชมพูน้ำนมอ่อนลงที่โต๊ะ สร้างความกดดันให้เซบาสเตียนไม่น้อย แต่เขาจะไม่เล่นตามเกมเฮเลน่าหรอก เขาจะต้องไม่ตกหลุมพรางนั้น เขาจะต้องใจเย็นเท่าที่จะทำได้

“ต่อให้คุณไม่บอกธุระกับผม ผมก็ต้องลากคุณออกมาอยู่ดี ผมไม่อยากให้คุณพูดเรื่องแสลงหูให้แมดดี้ฟัง”

เฮเลน่ายิ้ม “แต่ภรรยาของคุณก็ดูจะเข้ากับฉันได้ดีเลยนะ เธอช่างแสนดีอะไรอย่างนี้ แสนดีจนไม่รู้ว่าสามีของตัวเองปันใจไปให้คนอื่น”

“หุบปากเฮเลน ผมก็แค่หมากในเกมของคุณ”

“โอ้ ตอนนี้คุณโทษฉันแล้วเหรอ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ฉันแค่เล่าเรื่องของลิซกับเด็กเทรซนั่นให้คุณฟังแค่นั้น แล้วคุณก็หุนหันออกไปอาละวาดเอง ฉันผิดตรงไหน ต้องขอบอกเลยนะว่าฉันทำให้คุณตาสว่าง และกล้าสารภาพรักกับลิซ คุณควรจะขอบคุณฉันสิถึงจะถูก”

เซบาสเตียนเม้มริมฝีปากแน่น ในขณะที่อีกคนนั่งด้วยท่าทีสบายๆ เซบาสเตียนล่ะเกลียดใบหน้าที่แสนสวยของเฮเลน่านัก

“คุณมาที่นี่ต้องการอะไร”

“ในที่สุดก็เอ่ยปากพูด”

คนสวยโน้มหน้าเข้ามาแล้วทำเสียงกระซิบเขา แต่จริงๆ แล้วมันคือคำพูดที่เขาได้ยินก้องหัว

“คุณต้องหย่ากับลิซ”

“ไม่มีทาง”

“หืม~” เธอลากเสียงยาวราวกับจะฮัมเพลง มันเป็นเสียงที่ไพเราะหากแต่ขัดใจเซบาสเตียน

“ดูซิว่าฉันเห็นอะไรในตัวผู้ชายที่แสนดีอย่างคุณบาส ความอิจฉา ความเห็นแก่ตัว โอ้…มันเลวร้ายมากเลยนะ”

“คุณก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับลิซ ผม…”

“จนป่านนี้ยังทำตัวน่าสมเพชไม่สิ้นสุด คุณควรจะยอมดีๆ ถ้าไม่อยากให้ฉันลงมือทำอะไรบางอย่าง”

“คุณจะทำอะไร”

“บอกความจริงกับแมดดี้”

เซบาสเตียนยิ้มเยาะ “เธอไม่เชื่อคุณหรอก”

“งั้นถ้าเป็นนักข่าวกับอีธานเรื่องนี้คงจะเชื่อได้ง่ายๆ เลย”

“…?” อีธาน พ่อตาของเขามาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย

“คุณก็รู้ว่าอีธานมีอำนาจมากขนาดไหน เขาปั้นเรื่องอะไรให้นักข่าวก็ได้ด้วยเงินของเขา”

“อีธานไม่รู้เรื่องของผมกับลิซ ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา เอาสิ คุณแฉผม ผมก็จะแฉเรื่องคุณกับลิซให้อีธานฟังเหมือนกัน”

เฮเลน่าหัวเราะ “มันคงเป็นเรื่องที่น่าสนุกมากเลยหากเป็นอย่างนั้น แต่น่าเสียดายและต้องขอโทษด้วยที่จะบอกว่า อีธานรู้เรื่องของฉันกับลิซมานานมากแล้ว แต่เขาแค่ไม่พูดออกมาจนกระทั่งฉันกับลิซพลั้งปากบอกความจริงออกไป แล้วเรื่องของคุณกับลิซ อีธานก็รู้รายละเอียดกับฉันเรียบร้อยแล้วด้วย”

“ไม่จริง…” เซบาสเตียนรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกกระชากลงขุมนรก เฮเลน่าเหนือกว่าเขาทุกอย่าง เขาไม่มีอะไรจะไปต่อกรกับผู้หญิงคนนี้เลย เขาตกหลุมพรางของเฮเลน่าซะแล้ว

“ถ้าอย่างนั้น เรื่องนี้…ลิซบอกคุณมาขู่ผมเหรอ?”

“นั่นแหละประเด็น แต่ลิซเป็นนางเอกเกินกว่าที่จะทำร้ายคุณ อีธานสุดจะทนและให้ฉันเป็นธุระแทน คุณคิดเหรอว่าฉันจะกล้ามาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ถ้าไม่มีคนหนุนหลัง”

“เป็น…อีธาน เขาให้คุณทำเรื่องนี้เหรอ?”

“ใช่”

เซบาสเตียนรู้สึกหนาวเยือกเย็นเข้าไปถึงกระดูก

“อีธานห่วงภาพพจน์ของตระกูลเป็นที่หนึ่ง เขาไม่มีทางปล่อยให้ลูกเขยตัวปลอมที่มีลูกเมียอยู่แล้ว มาทำให้ชื่อเสียงของตระกูลต้องเสื่อมเสียหรอกนะ มันขัดต่อประโยชน์และหน้าตาทางสังคมของเขา”

“แล้วคุณทำแบบนี้ทำไม เขาใช้คุณนะ”

เซบาสเตียนไม่มีทางรู้ข้อนี้ได้เลย ทำไมเฮเลน่าถึงยอมทำ

“เขาเสนอบางอย่างที่คิดว่าคุ้มค่าให้กับฉัน”

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่แววตาของเฮเลน่าไม่ได้มีความสุขแต่อย่างใด เซบาสเตียนเดาว่าเธออาจจะโดนบังคับด้วยเหตุผลบางอย่าง

“ถ้าคุณแฉผมต่อหน้านักข่าวไม่คิดบ้างเหรอว่าลิซก็จะโดนมองไม่ดีไปด้วย มันก็อาจทำลิซเป็นตัวที่ทำให้ตระกูลเสียชื่อได้นะ”

“คุณพยายามพูดได้ดี แต่อีธานเขามีทุกอย่าง เขาสามารถบอกนักข่าวให้บิดเบือนข่าวจากความจริงได้เลย พอๆ กับที่เขาอาจจะอ้างว่าคุณหักหลังลิซและไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยได้อย่างไม่สะทกสะท้าน”

ทั้งหมดนี้คือสื่งที่เซบาสเตียนคาดไม่ถึง เขาไม่คิดว่าอีธานจะกัดเขาได้เจ็บและทิ้งแผลให้เฮเลน่ามากัดดซ้ำอีก

“คุณจะเสียหายหลายอย่างเลยนะบาส ทั้งภรรยาของคุณ ลูกสาว และไหนจะครอบครัวคุณอีก ถ้าอยากทำดีในสายตาพวกเขาก็ตกลงกันอย่างเงียบๆ จะดีกว่านะ คุณน่ะสูญเสียมากกว่าลิซซะอีกแล้วยังมีหน้ามาดันทุรังเอาแต่ใจตัวเอง”

“…”

เซบาสเตียนเจ็บปวดที่เฮเลน่าพูดถูกทุกอย่าง กาแฟที่ตั้งอยู่บนโต๊ะน่าจะเย็นชืดไปหมดแล้ว แม้แต่เฮเลน่ายังไม่มีอารมณ์จะจิบมันเหมือนอย่างเขา

“คุณจะกันผมออกจากลิซสินะ แล้วตัวเองก็จะหาทางแย่งลิซมาจากคนรัก”

“ฉันสัญญากับอีธานว่าจะไม่กลับไปหาลิซอีก”

“…?!” เซบาสเตียนคิดว่าตัวเองหูฝาดไป ดูไม่เป็นเฮเน่าเลยหากทำอย่างนั้น แต่ประโยคต่อมาก็ทำให้เขาคิดว่าสิ่งที่เขาคิดถูกต้อง ถ้ายอมง่ายๆ ก็ไม่เฮเลน่า

“ฉันสัญญาก็จริง แต่ไม่เก็บมาใส่ใจหรอก คุณก็รู้”

“แล้วคุณยังมาบอกให้ผมหลีกทางให้คุณเนี่ยนะ มันจะไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ คุณเองก็มีอีธานอยู่ไม่ใช่หรือไง”

“เขาจะหย่าให้ฉัน ฉันจะเป็นอิสระอีกครั้ง”

“….!” เหมือนมีขี้เถ้าอยู่ในปาก เซบาสเตียนรู้สึกอย่างนั้น เขาพูดไม่ออกเลย

“ฉันน่ะไม่มีอะไรต้องสูญเสียหรอก ลิซก็เหมือนกัน แต่คุณมีเยอะกว่าฉันทั้งสองคนเสียอีก คุณเป็นลูกชายที่พ่อกับแม่คาดหวังไม่ใช่เหรอ ไหนจะลูกเมียอีก ข่าวของคุณมันน่าจะดังกว่าของฉันเป็นสิบเท่านะ เพราะไม่มีใครคอยหนุนหลังคุณอยู่ คุณตัวคนเดียวจะทำอะไรได้ล่ะจริงไหม?”

“คุณมันเลวเฮเลน!” เซบาสเตียนเผลอตวาดเสียงดัง ทำให้ลูกค้าในร้านมองเป็นตาเดียว พวกเขาสนใจเหตุการณ์แบบนี้เสมอ

“ฉันไม่มีทางเลือก และคุณก็ไม่มีทางเลือกเช่นเดียวกัน เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเถอะ เก็บหัวใจของคุณที่มีต่อลิซให้รอดจากการอยากรู้อยากเห็นของภรรยาคุณดีกว่าจะปล่อยให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย ฉันรู้ว่าคุณน่ะสุภาพบุรุษแค่ไหน”

“…”

“ฉันให้เวลาคุณคิดสองวัน หย่ากับลิซซะ”

“…”

“ถ้าคุณไม่ทำ อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน”

“…!”

เซบาสเตียนกำมือแน่น เขาอยากจะชกใบหน้าสวยๆ นั้นของเฮเลน่าเสียจริง เขาเกลียดเฮเลน่า เกลียดใบหน้าปีศาจนั่น เฮเลน่าทำให้ชีวิตของเขายุ่งยากเข้าไปอีก และตอนนี้เขารู้แล้วว่า เขาเองก็ไม่มีทางเลือก และเฮเลน่าก็ไม่ได้มีทางเลือกไปมากกว่าเขาเช่นเดียวกัน

เฮเลน่ากับเขาเป็นแค่หมากในเกมของอีธาน



ข่าววันนี้ทำให้เทเรซ่าดีใจมากกว่าครั้งใดๆ เมื่อเรื่องสั้นของเธอได้รับการตีพิมพ์เป็นคอลัมน์สองหน้าในนิตยสารชื่อดัง มันไม่ใช่แนวการเขียนของเทเรซ่าเลย มันเป็นเรื่องรักโรแมนติก การคิดเรื่องของความรักในแง่บวก อย่างที่เอวาพูดเธอต้องมีความรักจริงๆ ถึงจะเขียนเรื่องราวได้กินใจและไหลลื่น ตอนนี้เทเรซ่าเข้าใจมันแล้วล่ะ และเธอจะยังไม่บอกข่าวดีนี้กับเอลิซาเบธ เพราะถ้าเอลิซาเบธรู้จะต้องอ่านมันแน่ๆ เธอไม่อยากให้เอลิซาเบธเห็นเลย มันก็เหมือกับว่าเราเขียนไดอารี่พรำหาคนที่ตัวเองชอบ แต่ไม่อยากให้คนคนนั้นได้อ่านมัน มันน่าอายสำหรับเทเรซ่า เรื่องสั้นสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้น แต่นิยายที่เธอยังคงเขียนส่งให้สำนักพิมพ์นั้นยังแก้ไขไม่เสร็จ มันเป็นแนวแฟนตาซีผจญภัย เพราะงั้น เธอเลยต้องใช้จิตนาการมากไปหน่อยในการแก้ไข และการเขียนนิยายดึงเธอให้มาที่ร้านแมกโนเลียอีกครั้ง

“ไงเทรซ นึกว่ากลับไปทำงานที่แอลเอแล้วซะอีก”

เมื่อเทเรซ่าเดินเข้าร้านหนังสือที่เธอเคยมาทำงานพาร์ทไทม์ ทิมลูกชายเจ้าของร้านก็เอ่ยทักขึ้น ร้านขายหนังสือแมกโนเลีย เป็นสิ่งที่เทเรซ่าผูกพันมากกว่าคลินิกสัตวแพทย์เสียอีก เธอหวังว่าจะฝึกงานควบคู่ไปกับการทำงานพาร์ทไทม์แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะงานที่สำนักพิมพ์มันเยอะเกินกว่าที่เธอจะปลีกตัวมาทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ได้เลย ทำให้เทเรซ่าไม่ได้มีโอกาสแวะมาที่ร้านแมกโนเลียตั้งหลายเดือน

“คนเงียบจังเลยนะคะ” เธอมองรอบๆ ร้าน

“คงเพราะจะปิดกิจการแล้วก็ได้ คนเลยมาน้อยลงน่ะ”

“อะไรนะคะ?” เธอตกใจอย่างเห็นได้ชัด

“ก็พ่อน่ะอยากกลับไปอยู่อินเดียน่าบ้านเก่าน่ะ เพราะแกเริ่มแก่แล้วก็เลยอยากพัก เลิกทำร้านหนังสือแล้วไปอยู่กับสิ่งดีๆ ที่นั่น พ่อว่าอย่างนั้นน่ะนะ แต่ผมก็ไม่เห็นว่าที่ไหนจะดีไปกว่าที่นี่เลย”

“แล้วคุณล่ะ ทิมคุณจะไปอยู่ที่อินเดียน่าเหรอ?”

“ไม่ล่ะ ผมคิดว่าจะหางานทำที่นี่ ผมชอบนิวยอร์ก”

เทเรซ่าพยักหน้า และมองรอบๆ ร้านอีกครั้ง มันเป็นอะไรที่หนักหนาสำหรับเทเรซ่า ซึ่งทิมก็เข้าใจ เขาอายุมากกว่าเทเรซ่าแค่สามปี และเคยจีบเทเรซ่า แต่ก็นะ มันไม่มีทางเป็นไปได้ เขาเลยหันมาเป็นเพื่อนและพี่ชายของเธอแทน และตอนนี้เขารู้สึกเสียใจที่คนรักหนังสืออย่างเทเรซ่าจะมาเจอเรื่องเศร้าแบบนี้

“จะขายที่นี่เลยเหรอคะ?”

“ยังหรอก พ่อจะเก็บไว้ให้ผมน่ะ แต่ถ้าผมอยากขายพ่อก็ไม่ห้ามหรอก ถ้ามีคนมาซื้อเป็นไปได้ผมก็จะขายมันเสียพรุ่งนี้เลย”

“…”

“จริงสิไม่ได้เจอกันานแบบนี้ เธอเล่าเรื่องของเธอให้ผมฟังบ้างสิ”

แล้วเทเรซ่ากับทิมก็เล่าเรื่องทุกอย่างในวันเวลาที่ผ่านมาให้ได้ฟังกัน เทเรซ่าเล่าทุกอย่างเว้นเรื่องที่เธอเป็นแฟนกับเอลิซาเบธ ส่วนทิมก็บ่นว่าเสียดายที่เขาจะไม่ได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งที่มาร้านบ่อยๆ เขาพูดด้วยแววตาชวนฝันว่า ผู้หญิงคนนั้นดูดีมากเธอมีดวงตากลมโตสีเฮเซลนัท ผมสีดำ เธอเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กน่าทะนุถนอมทีเดียว และเธอก็ดูร่าเริง เขาพยายามหยอดจีบเธอ เธอรู้ทันเขา แถมยังไม่ได้สนใจเขาเลยนอกจากหนังสือ ‘มีผู้หญิงแบบเธอโผล่มาอีกแล้วล่ะเทรซ’ เขาพูดแต่แววตาดูหม่นๆ เทเรซ่าคิดว่าผู้หญิงคนนั้นคงทำให้เขาหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถึงยังไงเทเรซ่าก็จะยังคงคิดถึงร้านแมกโนเลีย เธอไม่อยากให้ร้านปิดไปเลย หากเธอทำอะไรสักอย่างได้ก็คงจะดี เธออยากรักษาร้านนี้เอาไว้จริงๆ



เอลิซาเบธก้มหน้าก้มตาอยู่ที่โต๊ะทำงาน โดยมีเทเรซ่านั่งอยู่ด้วยเยื้องทางซ้ายของโซฟาชุด นี่เป็นครั้งแรกที่เทเรซ่าได้เข้ามาในห้องทำงานของเอลิซาเบธที่ตึกช่องพีทีเอ็น ห้องผู้บริหารอย่างเอลิซาเบธใหญ่โต๊ะจนเทเรซ่าคิดว่าเปิดเป็นสนามฟุตบอลเด็กประถมได้เลยทีเดียว ในห้องสุดแสนจะเรียบหรูด้วยการตกแต่งโทนสีขาวดำ ผนังกับพื้นห้องเป็นสีขาว เฟอร์นิเจอร์แทบทุกชิ้นเป็นสีดำ แม้กระทั่งโซฟาที่เทเรซ่านั่งอยู่ ด้านหลังของชุดโซฟาเป็นผนังกระจกทั้งแทบสามารถมองเห็นวิวตึกสูงเสียดฟ้าได้เป็นอย่างดี

ในเวลานี้กำลังเย็นมากแล้ว เทเรซ่ามารอเอลิซาเบธเพื่อที่จะออกไปกินมื้อเย็นด้วยกัน แต่จนแล้วจนรอดก็รู้สึกได้ว่าเอลิซาเบธไม่สามารถปลีกตัวออกจากงานได้เลย คนสวยนั่งจ้องโน๊ตบุ๊คมาได้ชั่วโมงหนึ่งด้วยใบหน้าเคร่งเครียด นานๆ ทีจะละสายตามาดูเอกสารบางอย่างจนลืมเทเรซ่าไป บางทีเทเรซ่าก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอก เพราะเธออยากมองเอลิซาเบธที่กำลังทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจมานานแล้ว เอลิซาเบธมีมาดของนักธุรกิจจริงๆ ต่างจากตอนที่อยู่กับเธอโดยสิ้นเชิง

“ถ้าเป็นปัญหานักก็ตัดเธอออกจากช่องเลย ฉันสุดจะทนกับพฤติกรรมไรรี่ย์แล้ว” เอลิซาเบธรับสายและกดตัดสายทิ้งไปอย่างว่องไว แล้วหันไปเครียดกับเรื่องงานต่อ จากนั้นมือถือก็ดังขึ้นอีกเช่นเคย เอลิซาเบธพ่นลมหายใจแล้วรับสายอีกครั้ง “ก็ได้ พามาให้เร็วที่สุด ถ้าไรรี่ย์ไม่มาคุยกับฉันอนาคตเธอดับวูบแน่…ตอนบ่ายโมง มาให้ตรงเวลาด้วยล่ะ”

เอลิซาเบธวางสาย เธอแทบจะโยนมือถือด้วยซ้ำ และดูเหมือนว่ากำลังโมโหจริงๆ เพราะน้ำเสียงเข้มจนเทเรซ่ารู้สึกกลัวขึ้นมา จะว่าไปเทเรซ่ารู้จักไรรี่ย์ ฟาเบรย์ พิธีกรหญิงที่ดังและเป็นที่นิยมมากที่สุด ตอนนี้กำลังเป็นข่าวดัง เพราะเธอตบตีกับนักเชลโลหญิงขณะกำลังออกอากาศ สาเหตุคือดันคบผู้ชายคนเดียวกัน เทเรซ่ารู้ข่าวนี้ดี เพราะเอวาเป็นคนส่งมาให้ดู

แล้วจากนั้นเอลิซาเบธก็สนใจหน้าจอต่อ แล้วก็โทรคุยกับรีเบคก้านิดหน่อย เรื่องนี้ก็เป็นข่าวดังมากเช่นกัน เพื่อนของเอลิซาเบธโดนโจรบุกเข้ามาทำร้ายถึงห้องเสื้อ เอวาเองก็ร้อนรนเรื่องนี้มาก เธอก็ไปเยี่มรีเบคก้าถึงโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน แต่เรื่องอะไรก็ไม่น่าเศร้าเท่ากับเรื่องร้านแมกโนเลียที่กำลงัจะปิดตัวลง มันทำให้เทเรซ่าเศร้าเกือบทั้งวัน

เทเรซ่าเอามือเท้าคางลงที่พนักพิงโซฟา เธอมองเอลิซาเบธอยู่พักใหญ่ ขณะที่ตอนนี้อีกคนเปลี่ยนมาเป็นจ้องเอกสารแทน

“หิวแล้วหรือเปล่าคะ?” เมื่อรู้สึกว่ามีคนจ้องมองอยู่ เอลิซาเบธก็เงยหน้าขึ้นจากงาน

“ยังค่ะ แค่มองคุณเอลิซาเบธทำงาน”

อีกคนยิ้มให้

“เป็นไงคะ เห็นแล้วชื่นใจหรือเปล่าที่มีแฟนเป็นผู้บริหารระดับสูงขนาดนี้”

“…” ถามออกมาแบบนี้เทเรซ่าก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจะตอบยังไง

“อยากออกไปกินมื้อเย็นก่อนไหมคะ ฉันพักจากงานได้นะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณเอลิซาเบธทำงานต่อเถอะ”

ร่างสูงลุกคนจากโต๊ะทำงาน แล้วตรงมานั่งข้างๆ เทเรซ่า หอมที่หัวอีกคนอย่างแสนรัก

“ขอจูบทีสิคะ จะได้กำลังใจในการทำงานต่อ”

เทเรซ่าส่ายหน้า

“ไม่ได้นะคะ ที่นี่ไม่สมควร เดี๋ยวคุณเอลิซาเบธจะเป็นข่าวอีก”

เอลิซาเบธรู้ดีว่าเทเรซ่าหมายถึงอะไร เธอยังไม่ได้หย่ากับสามี และทุกคนก็ไม่รู้ว่าเธอกับเซบาสเตียนเป็นคู่รักจอมปลอม นอกจากคนใกล้ชิดของเธอจริงๆ เท่านั้นที่จะรู้เรื่องนี้

“คุณเอลิซาเบธดูท่าทีไม่สบายอีกแล้ว มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของฉันหรือเปล่าคะ?”

เอลิซาเบธเงียบ เทเรซ่ารู้สึกไม่ดีเท่าไหร่

“ฉันว่าเรา…”

“ไม่อยากฟังค่ะ ห้ามพูดอะไรที่ฉันรู้สึกไม่ดีรู้ไหมคะ ตอนนี้ฉันมีความสุขอยู่กับคุณก็พอแล้ว”

เอลิซาเบธยิ้มให้เทเรซ่า และกอดเธอหลวมๆ

“ว่าแต่เทรซเถอะ ฉันเห็นนะคะว่าคุณกำลังเศร้าอยู่ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”

เทเรซ่าพยักหน้า หัวของเธอพิงอยู่ที่ไหล่ของเอลิซาเบธ

“คุณเอลิซาเบธจำร้านแมกโนเลีย ร้านหนังสือที่ฉันทำงานพาร์ทไทม์ได้ใช่ไหมคะ?”

“อืม ทำไมเหรอคะ?”

เทเรซ่าทำหน้าเศร้าลงยิ่งทำให้เอลิซาเบธรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย

“ทิมบอกว่าร้านจะปิดกิจการแล้วค่ะ พรุ่งนี้จะขนของบางส่วนออกจากร้าน ฉันเลยรู้สึกหน่วงๆ ยังไงบอกไม่ถูกเลยค่ะ เพราะที่ร้านนั้นเป็นที่ที่ฉันชอบมากที่สุด ฉันชอบลุงเบลค ชอบทิม และชอบกลิ่นอายของหนังสือ พอรู้ว่ามันจะหายไปแล้วในวันพรุ่งนี้ฉันก็เลยใจหาย”

เอลิซาเบธเข้าใจคนที่ผูกพันกับหนังสืออย่างเทเรซ่าเป็นอย่างดี ถ้าสิ่งที่รักถูพรากไปมันจะมีประโยชน์อะไร บางทีอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะลืมสิ่งๆ นั้น

“มันจะไม่เป็นไรหรอก เชื่อฉันนะคะ มันจะเป็นความทรงจำที่ดีของคุณ”

เทเรซ่าพยักหน้าแล้วกอดเอลิซาเบธแน่นยิ่งขึ้นและเนิ่นนาน พอๆ กับที่เอลลิซาเบธใช้ความคิดอยู่เงียบๆ เช่นเดียวกัน และในที่สุดเอลิซาเบธก็พูดออกมา

“งั้น…พรุ่งนี้เราไปที่ร้านแมกโนเลียกันเถอะนะคะ”

“…?” เทเรซ่าเงยหน้าขึ้นมองอีกคน บางทีเอลิซาเบธอาจจะอยากให้เธอไปที่ร้านนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเป็นความทรงจำของเธอตลอดไป

“ค่ะ ฉันอยากไปที่นั่น”


พอเช้าวันถัดมาทั้งสองก็มาที่ร้านแมกโนเลียกัน ในร้านเงียบเหงา เพราะวันนี้เป็นวันที่ร้านได้ปิดตัวลงอย่างถาวร ข้าวของเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ และชำรุดบางอย่างถูกค้นออกมาหน้าร้าน รวมทั้งชั้นหนังสือเก่าๆ อีกสองสามอันเพื่อเตรียมขนออกไปจากที่นี่ ทิมเป็นคนเดียวในร้านที่ทักทายทั้งสอง เขาอยู่ในร้านคนเดียวในเวลานี้

“อ้าว สวัสดีครับ วันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆ เชิญเข้ามาด้านในก่อนครับ”

เขาทักทายและเชิญทั้งสองเข้าไปในร้าน

“คุณเอลิซาเบธเชิญที่ห้องด้านในด้วยครับ”

พอเข้ามาในร้าน ทิมก็บอกให้เอลิซาเบธเดินเข้าไปในห้องที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ เทเรซ่าไม่รู้ว่าจะเดินตามไปดีไหม แต่สุดท้ายก็ขอยืนอยู่ข้างนอกดีกว่า และเธอก็สงสัยว่าทำไมทิมถึงมีท่าทีกระตือรือร้นแบบนั้นกับเอลิซาเบธจัง

และไม่นานทั้งสองก็เดินออกมาจากห้องนั้น ทิมมีสีหน้ายิ้มแย้ม

“ผมขอบคุณคุณเอลิซาเบธมากเลยนะครับที่ช่วยต่อลมหายใจให้ที่นี่ พ่อก็คงจะดีใจมากที่มีคนให้โอกาสแมกโนเลียอีกครั้ง”

“แล้วคุณจะทำงานอยู่ที่นี่ต่อไหมคะ?”

“ไม่ล่ะครับ ผมอยู่ช่วยพ่อมานานแล้ว ผมคงจะต้องเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบสักที นี่เป็นเรื่องน่ายินดีนะครับ”

เอลิซาเบธยิ้ม

“เดี๋ยวผมคงต้องออกไปติดต่อเพื่อนให้มาขนของที่ไม่ใช้แล้วไปขาย ขอตัวตอนนี้เลยนะครับ”

“ค่ะ”

ทิมเดินเข้ามาตบไหล่เทเรซ่าเบาๆ

“อย่าลืมติดต่อหากันบ้างนะเทรซ ไปล่ะ โชคดี”

“คุณก็เหมือนกันค่ะ”

ทั้งสองยิ้มให้กัน เทเรซ่ามองทิมที่เดินออกไปจากร้านจนลับสายตา แต่ก็ยังไม่วายสงสัยว่าเอลิซาเบธกับทิมคุยเรื่องอะไรกันอยู่ ช่วยต่อลมหายใจให้ที่นี่ คำนี้หมายความว่ายังไงกันนะ แถมทิมยังไม่ยอมปิดร้านอีก เดินไปทั้งอย่างนั้นได้ยังไงกัน ลืมเหรอ?

“คุณเอลิซาเบธพูดอะไรกับทิมเหรอคะ?”

ร่างสูงยิ้มอย่ามีเลศนัยแล้วตอบเธอ

“ฉันซื้อที่นี่ให้คุณค่ะ”

“…!?”

เทเรซ่าไม่รู้ว่าตัวเองควรโล่งใจหรือหงุดหงิดใจแทนแล้วในตอนนี้

“คุณเอลิซาเบธทำแบบนี้อีกแล้วนะคะ ฉันไม่น่าเล่าเรื่องนี้ให้คุณเอลิซาเบธฟังเลย” เทเรซ่าเสียงเข้ม เธอรู้สึกว่าโกรธเอลิซาเบธขึ้นมาจริงๆ

“ฉันก็แค่…”

“ไหนคุณสัญญากับฉันแล้วไงคะ ว่าจะไม่ซื้ออะไรเกินตัวให้ฉันอีก แล้วนี่มันอะไรคะ คุณเอลิซาเบธผิดสัญญา”

“ขอโทษค่ะ” อีกคนแสดงสีหน้ารู้สึกผิดในทันที “ก็ที่นี่เป็นสิ่งที่คุณรัก และความทรงจำของคุณก็วนเวียนอยู่ที่นี่ ฉันเลยไม่อยากให้มันต้องหายไปกลายเป็นตึกเก่าๆ ที่ไม่มีประโยชน์อะไร ฉันทนเห็นคุณทำหน้าเศร้าไม่ได้เทรซ ในตอนนั้นถ้าหากคุณได้เห็นสีหน้าของตัวเอง คุณจะรู้ว่าฉันทำไปทำไม แล้วอีกอย่างที่นี่ก็เคยเป็นที่ที่ฉันมากับคุณเป็นครั้งแรก เพราะงั้น…”

“ฉันรับร้านหนังสือไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”

ถึงเหตุผลจะมีความหมายดีเกินคาด แต่เทเรซ่าก็ตั้งใจจะเดินออกไป เอลิซาเบธรั้งเอาไว้

“ก็ได้ค่ะ ฉันยอมแพ้คุณแล้วเทรซ” เอลิซาเบธยกธงขาวให้ทันที เทเรซ่าไม่มีทางรับไว้หรอกหากเธอทำอย่างนี้ มันยังคงมีวิธีอื่นที่จะกล่อมเทเรซ่า เอลิซาเบธอยากให้สิ่งนี้กับเทเรซ่าจริงๆ

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่ยกที่นี่ให้คุณ ฉันจะเป็นเจ้าของที่นี่…แต่อย่างน้อยคุณช่วยทำงานให้ฉันที่นี่หน่อยจะได้ไหมคะ ในตำแหน่งผู้จัดการร้านที่นี่ก็ได้ และฉันจะจ่ายเงินเดือนให้คุณด้วย แบบนี้โอเคหรือเปล่า?”

คุณเอลิซาเบธเนี่ยมัดมือชกสุดๆ เลย

แต่ถึงยังไงเทเรซ่าก็ยอมรับเหตุผลในครั้งนี้ เธอเลยใจอ่อนลง

“คุณเอลิซาเบธหมายความว่า…”

ร่างสูงพยักหน้า

“ช่วยมาบริหารที่นี่ให้ฉันทีค่ะ ฉันเองก็ไม่ได้รู้เรื่องหนังสือมากเท่าคุณ คุณมีคุณสมบัติที่ฉันต้องการ คุณจะได้อยู่กับสิง่ที่ตัวเองรัก และฉันรักที่จะเห็นคุณอยู่กับหนังสือ มีหนังสือล้อมรอบตัวคุณแบบนี้คือความสุขของฉันเลยล่ะ คุณเก่งในเรื่องนี้นะเทรซ ร้านนี้จะต้องมีคุณสืบทอดต่อ”

“แต่ว่าหน้าที่นี้มันใหญ่เกินไปสำหรับฉันนะคะ”

“ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้เทรซ ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการตลาดปรึกษาฉันได้เลยค่ะ เพราะฉันเก่งเรื่องนี้ คุณจะกลัวอะไรคะ มีแฟนเป็นถึงเจ้าของร้านที่นี่แล้วยังเป็นนักธุรกิจที่เก่งขนาดนี้”

เทเรซ่ายิ้ม และเอลิซาเบธรู้สึกได้ว่ามันได้ผล

“คุณตกลงใช่ไหม?”

“ค่ะ ฉันจะลองดู”

เอลิซาเบธยิ้ม และดึงเทเรซ่ามาหอมแก้ม

แต่มันก็เกินคาดไปหน่อยเมื่อเทเรซ่าโอบที่คอของเธอแล้วดึงเธอเข้าไปจูบ เอลิซาเบธต้องยอมรับว่าช่วงนี้เทเรซ่าชอบที่จะจูบเธอมากแถมยังจูบเก่งขึ้นอีก เรียนรู้ได้เร็วจนเอลิซาเบธยังต้องยอมใจ และเธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันดีมากแค่ไหน และเธอพอใจเมื่อเทเรซ่าจูบเธอ เอลิซาเบธถือโอกาสนี้ดันร่างของตัวเองให้แนบชิดกับเทเรซ่า ดันอีกคนเข้าที่มุมชั้นหนังสือ แผ่นหลังของเทเรซ่าแนบติดชั้นวางหนังสือ เอลิซาเบธจูบตอบเทเรซ่าอย่างเร่าร้อน แน่นอนว่าเทเรซ่ารู้จักการใช้ลิ้นในการจูบ มันวิเศษมากจนเอลิซาเบธควบคุมอารมณ์ที่เตลิดเปิดเปิงนี้ไม่ได้เลย

ร่างสูงไม่มีทางปล่อยให้เทเรซ่าหยุดการกระทำนี้ง่ายๆ โอกาสที่จะได้สัมผัสเทเรซ่าแบบนี้มีน้อยมาก เธอต้องตักตวงในนาทีนี้เท่านั้น

มือของเอลิซาเบธปัดป่ายฉวยโอกาสเข้าไปใต้เสื้อของอีกคน ลูบไล้แผ่นหลังเนียบนุ่มปลายนิ้วแตะที่ตะขอบราของอีกคน แต่ไม่ได้ปลดมัน เพราะอีกคนดิ้นคลุกคลักเป็นการเตือนเอลิซาเบธเล็กน้อย เธอผละออกจากริมฝีปากของเทเรซ่าให้อีกคนได้หายใจกับจูบที่ล้ำลึก ก่อนจะวุ่นวายที่ซอกคอกับใบหูของเทเรซ่า มือทั้งสองที่ลูบไล้แผ่นหลังเลื่อนลงจนสุดขอบกางเกงยีน ปลายนิ้วลึกลงสัมผัสถึงสะโพกและขอบกางเกงใน สิ่งที่เอลิซาเบธอยากทำมากที่สุดในตอนนี้คือการใช้ริมฝีปากประทับลงที่หน้าท้องของเทเรซ่าและเลื่อนต่ำลงไปใต้กางเกงอีกหน่อย แต่เธอก็รู้ลิมิตของตัวเองดีว่ามันไม่ควร เธอเลยได้แต่นัวเนียอีกคนอยู่ด้วยวิธีแบบนี้ และมันไม่ง่ายเลยที่จะหยุดอารมณ์ปรารถนาของตัวเอง เพราะเทเรซ่าเองก็ฮอตในแบบของเธอ

เอลิซาเบธได้ยินถึงเสียงหอบหายใจถี่ของอีกคนที่ข้างหู เนื้อตัวสั่นเทา เธอรู้ดีว่าเทเรซ่าไม่ได้มีอารมณ์หวาดกลัวแต่อย่างใด และเสียงนี้ช่างเป็นเสียงที่เอลิซาเบธชอบที่จะได้ยิน เธอต้องการได้ยินมากกว่านี้ และลิ้นร้อนๆ ของเธอก็ทำงานได้เป็นอย่างดี ลามเลียลำคอ ใบหู จูบที่สันกรามของอีกคน และครอบงำที่ริมฝีปากเทเรซ่าอีกครั้ง หน้าอกของเธอเบียดเข้ากับร่างของเทเรซ่า เธอรู้ว่าเทเรซ่าตัวร้อนแทบจะระเบิดกับการกระทำของเธอ มือของเทเรซ่าขยุ้มกลุ่มผมของเธอเพื่อหาที่ระบาย เอลิซาเบธสร้างความปั่นป่วนให้เทเรซ่าด้วยการดันเข่าของตัวเองให้สัมผัสจุดอ่อนไหวระหว่างขาของเทเรซ่าแม้จะมีกางเกงยีนทับอยู่ แต่ก็ทำให้อีกคนเผลอส่งเสียงที่ไพเราะออกมาทีเดียว เอลิซาเบธกลับมายืนในท่าที่มั่นคงอีกครั้ง ถลกเสื้อยืดของเทเรซ่าขึ้น กดริมฝีปากลงที่เนินอกที่แสนจะเฟอร์เฟคของอีกคน

จะทำตรงนี้จริงเหรอ?

ในใจเอลิซาเบธคิดแบบนั้น ในขณะที่ริมฝีปากและลิ้นยังรุกไล้อยู่ที่เนินอกของเทเรซ่า อีกคนก็ไม่ได้ขัดอะไร มีเพียงเสียงครางและลมหายใจที่ขาดห้วง เธอควรจะปลดบราของเทเรซ่า และครอบงำสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้น ใช่ เธอทำแน่ เอลิซาเบธเอื้อมมือไปแตะที่ตะขอ

“ลืมของได้ยังไงกันเนี่ยเรา โทษทีนะครับ อ้าว หายไปไหนแล้ว”

เสียงของทิมดังขึ้นขณะที่เดินเข้ามาในร้าน เอลิซาเบธรีบดึงเสื้อของเทเรซ่าลง และผละออกจากอีกคนอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้เทเรซ่าเข่าอ่อนยวบลงพื้นทันที เพราะไม่มีร่างของเอลิซาเบธค้ำยันเอาไว้ แต่เทเรซ่าก็มีความไว เธอนั่งลงทั้งอย่างนั้นแล้วหันหน้าเข้าชั้นหนังสือ เอลิซาเบธทำหน้าสำนึกผิดส่งให้อีกคนที่ไม่มีจังหวะรับเอาไว้ทัน ก่อนจะแสร้งจับหนังสือบนชั้นมาเปิดดู ซึ่งมันโชคดีมากที่ชั้นหนังสือทึบ ไม่อย่างนั้นทิมคงเห็นอะไรที่ไม่ควรจะเห็นเข้าแน่นอน

“อยู่นี่กันเองเหรอครับ อ้าว เทรซไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นจับหนูกินหรือไง”

ทิมที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแซว และเทเรซ่าก้มหน้าต่ำด้วยความอับอาย จนเอลิซาเบธต้องตอบคำถามแซวเล่นนั้นแทน

“เทรซเจอหนังสือที่ตัวเองชอบอยู่ด้านล่างชั้นหนังสือน่ะค่ะ ก็เลยนั่งอยู่ตรงนั้นนานเกินไปหน่อย” เอลิซซาเบธหัวเราะเกินความจำเป็น

“อ๋อ นั่นนิสัยเทรซเลย เวลาอยู่กับหนังสือที่ชอบจะจมอยู่อย่างนั้นทั้งวัน” เขาหัวเราะ “ผมลืมไฟฉายน่ะ”

แล้วเขาก็เดินไปหยิบไฟฉายสีเงินขนาดกลางที่หลังเคาน์เตอร์ เอลิซาเบธถึงกับคาดไม่ถึงในสิ่งที่เขาลืมเอาไว้

จริงดิ! นายเดินเพื่อกลับมาเอาไฟฉายเนี่ยนะ ขัดจังหวะมากเลยทิม!

เขาโบกมือให้ทั้งสองแล้วหายไปจากร้านอีกครั้ง เอลิซาเบธยิ้มประชดเต็มที่

“เทรซคุณเจ็บมาไหมคะ ขอโทษที่ทำแบบนี้” เอลิซาเบธคุกเข่าสำรวจอาการของแฟน เมื่อเห็นว่าทิมเดินออกไปแล้ว

“ถ้าคุณเอลิซาเบธไม่ทำแบบนี้เหตุการณ์จะน่าสงสัยขึ้นนะคะ ฉันไม่เป็นไร” และเทเรซ่าขอบคุณที่เอลิซาเบธดึงเสื้อลงให้เธอทันเวลา

“เราน่าจะระวังให้มากกว่านี้” เทเรซ่าหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

เอลิซาเบธอมยิ้ม

“เราต่อกันไหมคะ?”

“…?”

“ทำเรื่องเมื่อกี้ต่อไหม กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยนะ ดูท่าว่าคุณกำลังชอบอยู่ด้วย…อ๊ะ!”

เอลิซาเบธโดนเทเรซ่าตีที่แขน อีกคนเขินจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ก็เลยเอาหน้าผากไปแนบกับสันหนังสือบนชั้นวาง เอลิซาเบธหัวเราะกับท่าทีนั้น

“โอเคๆ ฉันไม่แกล้งแล้วค่ะ” เอลิซาเบธยกมือยอมแพ้ ก่อนจะลุกขึ้น และฉุดให้คนรักลุกขึ้นยืน

“ยังไงก็ถือโอกาสยินดีกับผู้จัดการร้านหนังสือแมกโนเลียด้วยนะคะ” เอลิซาเบธยิ้มให้อีกคนด้วยท่าทีภูมิอกภูมิใจ

“คุณเอลิซาเบธทำเพื่อฉันมากจริงๆ ฉะ ฉันขอบคุณมากเลยนะคะ”

“ผิดแล้ว คุณต่างหากที่ทำเพื่อฉันมามากเทรซ…คุณคือของขวัญที่ดีที่สุดของฉันเลยค่ะ”

“คุ คุณเอลิซาเบธก็เหมือนกัน”

“บอกรักฉันทีสิคะ”

“…”

หน้าเทเรซ่าแดงจนเอลิซาเบธนึกสงสารที่แกล้งอีกคนบ่อยเกินไป

“ฉะ ฉันรักคุณเอลิซาเบธ”

ร่างสูงยิ้มร่าเริง “จูบอีกทีได้ไหมนะ”

“อย่าค่ะ!” เทเรซ่าเอ่ยเสียงเข้มยิ่งทำให้เอลิซาเบธหัวเราะชอบใจ เธอรู้ว่าแค่จูบบางทีอาจจะเลยเถิดไปไกลได้อย่างเมื่อสักครู่นี้

เอลิซาเบธวางมือที่ผมสีคาราเมลของอีกคน แล้วดึงเข้ามากอด

“ฉันแพ้คุณแล้วจริงๆ เทเรซ่า เกรส”



เซบาสเตียนไม่มีทางเลือก เขาไม่อยากทำในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจในตอนนี้เลย เขากลับเข้ามาที่คฤหาสน์เพย์ตันนัดกับเอลิซาเบธเรื่องหย่า เขาทำทุกอย่างนี้เพราะหวังว่าจะไม่โดนข่มขู่อีก เขาจะเซ็นใบหย่าให้เอลิซาเบธ เพื่อความสงบสุขของทุกฝ่าย

เขาเซ็นใบหย่าให้เอลิซาเบธทันทีเมื่อเห็นหน้า

“อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณเปลี่ยนใจคะ?”

คำขู่ของพ่อคุณกับเฮเลนไง เขาจะทำร้ายทุกอย่างที่ผมมี แต่เซบาสเตียนก็ไม่ได้ตอบแบบนั้นออกไปหรอก เอลิซาเบธไม่รู้ก็ดีแล้ว

“ผมพบสิ่งที่ดีที่สุดกว่านี้แล้ว คิดว่านะ”

สีหน้าของเซบาสเตียนที่เอลิซาเบธเห็นตอนนี้ดูไม่ดีเท่าไหร่นัก เขาดูเหมือนว่าไม่ได้หลับได้นอนมาสองสามวัน เขาดูโทรมและไม่เหมือนบาสคนเดิมที่เธอรู้จักเลย แถมยังนิ่งและขรึมมากขึ้นด้วย แต่ถึงยังไงเอลิซาเบธก็ดีใจมากเลยที่เซบาสเตียนติดต่อมาหาเธอ เขานัดวันที่จะเซ็นใบหย่าให้เธอด้วยตัวเอง เอลิซาเบธดีใจที่ในที่สุดเขาก็เห็นใจเธอ เรื่องยุ่งๆ จะได้จบลงเสียที เธอกำลังจะมีชีวิตใหม่กับเทเรซ่า

“เก็บให้ดีๆ ล่ะ ถ้าทำมันหายผมไม่เซ็นให้เป็นครั้งที่สองนะ”

เอลิซาเบธยิ้มถึงแม้จะเป็นมุกที่แฝงความจริงก็เถอะ

“ฉันไม่ทำมันหายหรอกค่ะ”

เธอเก็บใบหย่าเข้าในซองเอกสารสีน้ำตาล เซบาสเตียนมองมันอย่างเจ็บปวด จบแล้วสินะ

“คุณจะมีชีวิตที่ดีกว่าหากหมดภาระเรื่องฉันไป”

“ผมก็หวังอย่างนั้น แต่ผม…ยังคงรู้สึกดีๆ ให้กับคุณอยู่”

เอลิซาเบธเข้าใจ เธอแค่พยักหน้าให้อีกคน เธอไม่ควรจะพูดอะไรด้วยซ้ำ เพราะถ้าเกิดเขาเปลี่ยนใจฉีกใบหย่าขึ้นมาเธอก็อด

“ขอบคุณคุณมากนะบาส”

เขาพยักหน้า และมองรอบๆ ห้องนอนของเอลิซาเบธ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องนอนของเขาด้วยเช่นกัน

“ลาก่อนลิซ ไว้เจอกันจนกว่าผมจะกล้ากลับมาเจอหน้าคุณอีก ผมคงต้องทำใจลืมเรื่องนี้สักพัก”

“…”

“ผมรักคุณ”

“…”

เอลิซาเบธมองแผ่นหลังของชายที่เป็นเพื่อนวัยเด็ก และเป็นสามีปลอมๆ ให้เธอเดินจากไปอย่างรู้สึกผิด เธอตระหนักได้ว่าเขากำลังเจ็บปวดมากกว่าเธอสิบเท่า หัวใจของเขากำลังร้องไห้ และเอลิซาเบธเป็นคนทำให้เขาเป็นแบบนั้น เธอเป็นคนทำเอง


เซบาสเตียนเดินลงมาจากชั้นสองของคฤหาสน์ และอีธานก็เดินสวนเข้ามาหาเขาพอดี แต่เขาคิดว่าอีธานจงใจรอเวลานี้มาโดยตลอด รอเวลาที่จะมาเยาะเย้ยเขา

“ไงบาส เห็นนายอยู่ที่นี่ได้ก็เท่ากับว่านายตัดสินใจได้แล้วสินะ”

เซบาสเตียนมองอีธานด้วยสายตาไม่พอใจ

“คุณก็รู้ว่าตัวเองตีกรอบชีวิตของลิซไม่ได้นานหรอกอีธาน ลูกสาวของคุณไม่ใช่คนที่จะยอมคุณง่ายๆ เธอแกร่งกว่าที่คุณคิดเอาไว้”

อีธานพยักหน้ายิ้ม เขาเห็นด้วยกับคำพูดของเซบาสเตียน

“อะไรมันก็เกิดขึ้นได้บาส แต่นายอย่างลืมสิว่าฉันเป็นใคร อีธาน เพย์ตัน นักธุรกิจที่ทั่วทั้งนิวยอร์กต่างรู้จัก และสรรเสริญฉัน เคารพฉัน ถ้าหากลิซไม่เชื่อฟังฉันล่ะก็ ฉันจะเป็นคนฝึกลูกสาวฉันให้เชื่องเอง ห่วงเรื่องตัวเองก่อนเถอะนายน่ะ”

“คุณมันปีศาจ!”

“นั่นเป็นชื่อกลางของฉันเลยล่ะ”

อีธานหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินจากเขาไป เซบาสเตียนหันกลับไปมองอดีตพ่อตาเจ้าเล่ห์ของเขาอย่างเคียดแค้น

สักวันหนึ่งอีธาน ความเลวที่คุณทำกับลูกๆ มันจะย้อนกลับมาหาคุณเอง และผมเป็นคนหนึ่งที่รอจะเหยียบซ้ำคุณอยู่

“รอให้ลิซทนไม่ไหวก่อนเถอะ รายนั้นก็ร้ายใช่ย่อย”


เฮเลน่าวางสายจากอีธานใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขล้นหลาม อีธานรายงานว่าเซบาสเตียนตกลงยอมหย่ากับเอลิซาเบธ ด้วยความดีของเธอ เขาเลยโอนเงินก้อนหนึ่งเข้ามาในบัญชีของเธอ เฮเลน่าดื่มไวน์ฉลองให้กับตัวเองคนเดียวในห้องทำงาน เธอดื่มไปได้ไม่ถึงครึ่งแก้ว แมรี่พนักงานต้อนรับของเธอก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“คุณเฮเลน่าคะ มีคนมาขอพบค่ะ เธอมากับบอดิ้การ์ดหน้าตาหล่อๆ แต่ดูท่าทีโหดๆ สองคน”

“บอดี้การ์ดหน้าตาดี ทำไมถึงทำให้เธอดูไม่สบายใจล่ะแมรี่”

“ผู้ชายน่ะฉันไม่รู้สึกหวั่นใจเท่ากับผู้หญิงหน้าตาดีที่คาดว่าจะเป็นเจ้านายสองคนนั้นหรอกค่ะ”

เฮเลน่าไม่เข้าใจสิ่งที่แมรี่พูดเท่าไหร่ เธอถามชื่อ แต่แมรี่บอกว่าเธอคนนั้นไม่ตอบ เฮเลน่าก็เลยบอกให้แมรี่พาเธอเข้ามาพบ แต่ห้ามเอาบอดี้การ์ดสองคนเข้ามาด้วย แล้วเธอก็สั่งให้แมรี่ดูลาดเลาข้างนอกห้องทำงานแทน

“งั้นก็แปลว่า คุณเฮเลน่าจะได้อยู่กับผู้หญิงคนนั้นสองคนนะคะ”

“เธอคนนั้นทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า เร็วๆ รีบไปเชิญเข้ามา”

และไม่กี่นาทีนั้นเฮเลน่ารู้สึกว่าแมรี่พูดถูก เมื่อผู้หญิงคนนั้นก้าวเข้ามามันมีรังสีน่ากลัวเปล่งออกมา เธอเป็นผู้หญิงที่ตัวสูงและหุ่นดีสมส่วนพอๆ กับเอลิซาเบธ ตัวสูงน้อยกว่าเธอแค่สองสามเซนติเมตร โครงหน้าของผู้หญิงคนนี้ดูมีเอกลักษณ์ใบหน้ากว้าง แต่ไม่ได้กว้างมากจนน่าเกลียดมันดูสวยลงตัวกับเครื่องหน้าที่สะสวยของเธอ คิ้วเข้ม จมูกสวย ดวงตาสีเขียวสุกสว่างมองดูแล้วบางทีก็สลับเป็นสีฟ้าสุกใส ริมฝีปากอวบอิ่บนั้นสีแดงสด การแต่งกายของเธอเป็นชุดสูทสีดำ ช่วยขลับให้บุคลิกเธอดูสวยแฝงความน่าเกรงขามชวนพรึงเพริด ผมสีดำสยายลงกลางหลัง ผิวของเธอขาวซีดราวกับแวมไพร์

ลุคของผู้หญิงคนนี้เหมือนแม่มดในหนังแฟนตาซีสุดๆ และแน่นอนว่าสวยและมีเสน่ห์มากเช่นเดียวกัน

เฮเลน่าไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้

“สวัสดีค่ะ คุณเฮเลน่า เพย์ตัน”

ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยทักเธอด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ยิ้มให้เธอแต่สักพักก็ลดริมฝีปากลง เป็นการยิ้มพอเป็นพิธีสินะ ผู้หญิงคนนี้ดูเป็นคนเย็นชา แต่ก็แฝงไปด้วยความขี้เล่นในดวงตาคู่นั้น

“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่รู้ว่าคุณคือใคร คุณพอจะบอกชื่อกับฉันได้ไหมคะ”

“วาเนสซ่า ซอร์เยอร์”

“…” เฮเลน่าไม่รู้จักอยู่ดี แต่ทำไมชื่อนี้ถึงคุ้นหูเธอแปลกๆ เธอไปได้ยินชื่อนี้มากจากไหนกันนะ

เฮเลน่าเชิญให้วาเนสซ่านั่งลงตรงข้ามเธอ ร่างนั้นนั่งลงอย่างมีมารยาทแต่วางมาดน่าเกรงขามมาก สายตาดูเจ้าเล่ห์ เธอมีบุคลิกเหมือน คริสเตียน เกรย์ เวอร์ชั่นผู้หญิง อาการหายใจไม่ออกของเฮเลน่าแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันนะ ดาเมจผู้หญิงคนนี้แรงกล้ามาก

“คุณคงยังไม่รู้จักฉันสินะคะ แต่ไม่แปลกใจหรอก เพราะฉันไม่ได้ขึ้นปกนิตยสารแฟชั่น แต่ปกนิตยสารเทคโนโลยีก็มีฉันอยู่เกือบทุกฉบับ”

“…” เฮเลน่าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ที่แน่ๆ เธอก็สามารถรู้แล้วว่าวาเนสซ่าต้องเป็นนักธุรกิจสักแขนงอย่างแน่นอน

“ฉันเตรียมบางอย่างมาให้คุณดูน่ะ เราจะได้เข้าเรื่องกันสักที ฉันไม่อยากชักช้า”

เธอยื่นเอกสารให้เฮเลน่า และเฮเลน่ารับมันอย่างงงๆ แล้วเปิดออกดู

แล้วเธอก็ประจัญแก่สายตา มันคือสัญญา ชื่อของแม่เธอ และชื่อของเธออยู่ในข้อความนั้น และตัวเลขหลายหลักที่เฮเลน่าไม่กล้าจะนับ เพราะกลัวว่าตัวเองจะเป็นลมไปเสียก่อน แล้วจากนั้นคำพูดของแม่เธอก็ดังก้องขึ้นในหัว

‘ฟังนะ เจ้าหนี้รายใหม่ของฉันชื่อ วาเนสซ่า ซอร์เยอร์ จำเอาไว้และจ่ายหนี้ให้ครบด้วย’

เฮเลน่ารู้สึกว่าตัวเองจมน้ำ ไร้คนช่วยเหลือ และไม่สามารถโผล่ขึ้นมาได้

“ปกติฉันไม่ลดตัวลงมาทวงหนี้ด้วยตัวเองแบบนี้…แต่คุณพิเศษกว่าลูกหนี้คนอื่นๆ”

“…!?”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ นับแต่นี้ชีวิตคุณเป็นของฉัน”

สายตาเยือกเย็นแฝงขี้เล่นกดเฮเลน่าให้ต่ำลงพื้นดิน

“หรือจะเรียกว่าทาสรับใช้ดีล่ะ”

“…!!”




_______________________________________________

มาอัพให้แล้วน๊าาาาาาาาาาา

ตอนนี้บาสจำนนยอมทุกอย่าง เพราะคำขู่ 

ส่วนพี่ลิซก็สายเปย์อีกเช่นเคย

และสุดท้าย ตัวละครที่สำคัญโผล่มาก็คือ วาเนสซ่า ซึ่งเป็นใบเปิด

ในนิยายเรื่องถัดไปที่ไรท์จะเขียน (สัญญาอันตรายของยัยแม่มด) เฮเลน่า X วาเนสซ่า นั่นเอง

ส่วนใครที่อ่านเรื่องของจอร์จิน่าเพื่อนของลิซ (หลงรักหมดใจยัยบอดี้การ์ดเย็นชา) อาจจะจำวาเนสซ่าได้ 

เพราะเธอไปปรากฎในเรื่องนี้ถึงสองครั้งด้วยกัน 

**ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่ติดตามผลงานของไรท์คนนี้ด้วยนะคะ เลิฟๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #35 Nickyluc (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 16:48
    จะรอเรื่องต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ5555
    #35
    0
  2. #34 orleansx (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:58
    อ่านแล้วอยากมีลิซเป็นของตัวเองเลยค่ะ ;-; สู้ๆนะคะไรท์
    #34
    0
  3. #33 Guitarfroyd (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 20:43
    รู้แล้วว่าถ้าเฮเลิกกับอีธานแล้วต้องไปอยู่กับใคร นางก็น่าสงสารอยู่หรอกที่มีแม่กับพี่เลวแบบนั้น
    #33
    0