[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 23 : TWENTY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

จากประโยคเด็ดที่อีธานโผงออกมาทำให้ทั้งสามคนต้องเข้ามารวมตัวกันอยู่ในห้องทำงานของเขาเพื่อความเป็นส่วนตัว อีธานไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคนใช้ในบ้าน และตอนนี้เอลิซาเบธกับเฮเลน่าก็กำลังคงอาการช็อกอยู่เป็นที่เรียบร้อย

“เรื่องมันเป็นยังไงกันคะ”

เฮเลน่าเอ่ยปากถาม โดยมีเอลิซาเบธนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนตรงข้ามโต๊ะทำงานคืออีธานที่ทำหน้าลำบากใจอยู่ แต่ในเมื่อเขาพูดความจริงแบบนั้นออกไปแล้ว ถึงจะไม่เล่าตอนนี้ไม่นานทุกคนก็รู้เรื่องนี้อยู่ดี

“พ่อบังเอิญเห็นลูกกับเฮเลนค่อนข้างสนิทกันมากกว่าเพื่อน คืนนั้นพ่อไปที่คลับแถวๆ ควีนส์ พ่อเห็นลูกกับเฮเลน เอ่อ…จะว่ายังไงดี นัวเนียกันอยู่น่ะ พ่ออยากเข้าไปกระชากออกเลยทีเดียว และอยากตะโกนด่าด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นว่าพ่อมีวิธีที่ดีกว่านั้น คือการสืบประวัติของเฮเลนผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตของลูก” อีธานเว้นวรรคไปสักพัก ก่อนจะพูดในสิ่งที่อยากพูดออกมา

“พ่อน่ะ…พ่อน่ะเป็นพ่อที่ค่อนข้างหัวโบราณลูกรู้หรือเปล่า การที่เห็นลูกรักกับผู้หญิงมันไม่ใช่สิ่งที่พ่อคาดเอาไว้เลย พ่อไม่ได้เกลียดอะไรหรอกนะ แค่ยังรับเรื่องนี้ไม่ได้”

“พ่อสั่งให้คนของพ่อไปสืบประวัติของเฮเลน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอกำลังทำอยู่ แม้กระทั่งชีวิตส่วนตัวของเธอ รวมถึงสถานการณ์คบอยู่กับลูก พ่อส่งคนให้ตามเธอทุกวันและมารายงานพ่อ ถ่ายรูปทุกอย่างมาให้พ่อในกิจกรรมทุกอย่างของเธอ พ่อทำทุกอย่างเพื่อจะขัดขวางความรักครั้งนี้ของลูกแบบเงียบๆ หาจุดอ่อนของเฮเลน เพื่อเขี่ยเธอให้หลุดออกไปจากลูก”

“พ่อนี่เหลือเกินจริงๆ” เอลิซาเบธพูดแทรก

“พ่อรู้ ไม่ต้องมาตอกย้ำหรอก” แล้วเขาก็เล่าต่อไป “จากนั้นพ่อก็ใช้เวลาอยู่กับการสังเกตพฤติกรรมของเฮเลนทุกวันจนกระทั่งสองปี แล้วความรู้สึกของพ่อก็เปลี่ยนไป พ่อรู้สึกหลงไหลเธอผ่านชีวิตประจำวันทุกอย่างของเธออย่างไม่รู้ตัว พ่อรู้สึกหลงรักผู้หญิงคนนี้ แล้วพ่อก็เริ่มออกจากเงาและไปลุยเอง มันเป็นการสืบเรื่องด้วยตัวเอง หึ จะพูดอย่างนั้นก็เป็นข้ออ้าง เพราะพ่อแค่อยากหาวิธีเข้าหาเฮเลนก็แค่นั้น พ่อรู้ว่าครอบครัวของเฮเลนเป็นยังไง พ่อมองเห็นจุดอ่อนนั้น เอริก้าแม่ของเธอติดการพนัน ชอบคนรวย พยายามจับคนรวยให้ลูกสาวอยู่เสมอ พ่อเลยเข้าหาเธอก่อนเป็นอันดับแรก แกล้งเป็นเพื่อนที่ใจดีกับเธอ แกล้งเป็นนักพนัน และหลอกเธอเรื่องนามสกุล เพราะเอริก้ากับเฮเลนจะรู้ว่าพ่อเกี่ยวอะไรกันกับลูกไม่ได้ และพ่อรู้ว่าเอริก้าเองก็เหมือนพ่อ ตรงที่ไม่อยากให้ลูกสาวลงเอยกับผู้หญิงด้วยกัน พ่อบังเอิญได้ยินตอนเธอเมาน่ะ แล้วก็เป็นดังคาด เธอแนะนำเฮเลนให้พ่อรู้จัก เพื่อหวังปอกลอกเงินจากพ่อ”

“คุณรู้…แต่คุณก็ยัง..ฉันทำแบบนั้นเพราะไม่มีทางเลือก แม่บังคับฉันให้เข้าหาคุณ และหลอกใช้คุณ เรามีหนี้กันเยอะมาก มากพอที่ฉันไม่อยากเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับลิซ”

“แล้วเธอ…” เอลิซาเบธถอนหายใจออกมา เธอยังไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ เธออยากจะพูดว่า ‘ทำไมไม่บอกฉันเรื่องปัญหาของเธอ ตอนนั้นฉันเป็นแฟนเธอนะ’ มันก็ติดอยู่ที่ปาก

“ผมเต็มใจให้คุณหลอกเฮเลน เป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด ผมโกหกตัวเองว่าทำไปทั้งหมดก็เพื่อลูก แต่จริงๆ แล้วผมทำเพื่อตัวเอง ผมขอคุณแต่งงานก็โกหกใจตัวเองว่าเพื่อลูก เพื่อกันคุณออกห่างจากลิซ แต่จริงๆ แล้วผมมันเห็นแก่ตัว ผมรู้ทั้งหมดนั่นแหละว่าคุณแต่งกับผมเพราะเงินที่เอาไปใช้หนี้มหาศาลนั่น และคุณไม่ได้บอกเอลิซาเบธเรื่องที่รู้จักกับผม”

ในห้องเงียบไปชั่วขณะ

เอลิซาเบธอารมณ์ไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่ เธอรู้สึกโมโหผู้เป็นพ่อมาก ตลอดเวลาเธอเอาแต่โทษเฮเลน่า ด่าอีกคนอย่างเสียๆ หายๆ มาตลอด แต่เธอไม่รู้เลยจนถึงตอนนี้ว่าเฮเลน่าทำไปทั้งหมดเพื่อแม่ แม่ที่ไม่ได้เรื่องติดการพนัน จนลูกสาวต้องวิ่งหาเงิน และไม่กล้าที่จะปรึกษาเธอด้วยซ้ำ สุดท้ายพ่อของเธอก็เป็นคนทำพังทุกอย่าง เขาพยายามจะกันเฮเลน่าออก แต่กลายเป็นว่าหลงรักเฮเลน่า แล้วแย่งเธอมาจากลูกสาวของตัวเอง เอลิซาบธคาดไม่ถึงกับเรื่องที่ได้ยินเลย อีกคนก็กตัญญูแบบผิดๆ ส่วนอีกคนก็เห็นแก่ตัวแบบสุดๆ

เรื่องแบบนี้มันบ้ามาก!

“พ่อทำได้ยังไงกัน!” เอลิซาเบธทนไม่ได้เธอลุกพรวดจากเก้าอี้ “พ่อรู้ตลอดว่าหนูกับเฮเลนทะเลาะกันเมื่ออยู่บ้านหลังนี้ พ่อรู้ว่าเราอยู่ร่วมกันแล้วจะเกิดปัญหา พ่อสังเกตพฤติกรรมของหนูกับเฮเลนตลอดเลยสินะ แต่ก็ไม่พูดอะไรแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่พ่อรู้ไหมว่าตลอดเวลาหนูเอาแต่โทษเฮเลนว่าทำร้ายหนูมากแค่ไหน แต่สุดท้ายก็เป็นพ่อที่เห็นแก่ตัว พ่อที่เอาแต่ใจตัวเอง! เรื่องแบบนี้มันนิยายชัดๆ เลย”

“พ่อก็ไม่ใช่คนดีแบบที่ลูกเข้าใจนี่ พ่อเองก็…ถ้าลูกเข้าใจพ่อ…”

“เข้าใจอะไร! เข้าใจพ่อที่แย่งแฟนตัวเองเนี่ยนะ โคตรห่วยเลย!”

อีธานกำลังจะอ้าปากพูด แต่เอลิซาเบธยกมือห้ามเอาไว้เสียก่อน

“ตอนนี้หนูยังไม่อยากได้ยินอะไรด้วยซ้ำ ขอร้องล่ะ หนูจะบ้าตายแล้วถ้าพ่อพูดเรื่องนี้กับหนูอีก”

เอลิซาเบธเดินออกไปจากห้อง ทั้งอีธานและเฮเลน่าเห็นว่าเอลิซาเบธน้ำตาคลอ เธออาจจะใช้เวลาในการร้องไห้และไม่อยากให้ใครสังเกตเห็น

ภายในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง ยังคงเหลือเฮเลน่าที่นั่งไม่ไหวติง เธอกำลังอึ้งอยู่ เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะโกรธหรือทำตัวยังไงดี

“เฮเลนผมขอโทษกับสิ่งที่ผมทำ” อีธานพูดออกมาจากใจ ทั้งน้ำเสียงและแววตา

และตอนนั้นเองที่เฮเลน่าร้องไห้ เธอโกรธที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ มารู้เอาปานนี้ก็สายไปแล้วสำหรับเรื่องทั้งหมด ที่ผ่านมาก็เอาแต่โทษตัวเองว่าทำร้ายเอลิซาเบธ แต่ท้ายที่สุดแล้วอีธานหนักกว่าเธอไปอีกขั้น จะโทษอีธานก็ไม่ได้ ต้องโทษตัวเองที่ทำตัวเป็นลูกยอดกตัญญู อีธานหวังดีกับลูกสาวเธอเข้าใจ การจะรักใครสักคนเธอก็เข้าใจ แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถที่จะยกโทษให้อีธานได้เลย ตลอดเวลาที่เธออยู่ร่วมกันกับเขา เขานอนแยกห้องกับเธอและไม่เคยทำอะไรเธอมากไปกว่ากอด จูบ คงจะเพราะบางทีเขาให้เกียรติ ไม่ก็เกรงใจลูกสาวอย่างเอลิซาเบธอยู่ก็เป็นได้ แต่พอคิดถึงเรื่องแบบนั้น เฮเลน่าก็แทบอยากจะอาเจียน เธอผิดพลาด และเคยให้เขาสัมผัสแบบนั้นก็เพื่อเงิน

เธอมันยัยผู้หญิงสกปรกเฮเลน่า!

“เฮเลน” อีธานเดินอ้อมโต๊ะมาเพื่อที่จะปลอบใจเธอ แต่เฮเลน่ายกมือห้ามเอาไว้ เธอไม่อยากให้เขาถูกเนื้อต้องตัวอีกแล้ว ที่ผ่านมาขอแค่ให้มันแล้วๆ กันไป

“ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ ฉันไม่รู้ว่าจะให้อภัยคุณได้หรือเปล่า ทำไมคุณถึงได้เต็มใจให้ฉันหลอกกันนะ” เฮเลน่าใช้หลังมือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด

“ผมรู้สึกว่าตัวเองรักคุณเข้าให้แล้วเฮเลน”

“แต่มันไม่ถูกต้อง! ต้องไม่ใช่อย่างนี้!”

“…”

“ถ้าคุณบอกฉันล่ะก็ ถ้าฉันรู้ล่ะก็…ฉันจะไม่มีทางแต่งงานกับคุณแน่ๆ ฉันจะได้ไม่ต้องทำร้ายจิตใจของลิซ ไม่ซิ ตอนนี้เราสองคนต่างหากที่ทำร้ายลิซ”

อีธานถอนหายใจ เขาเองก็เจ็บปวดเช่นเดียวกันที่กลายเป็นว่าเขาได้ทำร้ายผู้หญิงคนสำคัญในชีวิตเขาถึงสองคน เขาไม่อยากจะเชื่อว่าอายุเขาก็ขนาดนี้แล้ว แต่ความเจ็บปวดของเขาก็ยังคงมีอยู่ และมันทำให้เขาเข้าใจบางอย่างเช่นเดียวกัน

“ผมรู้ว่าคุณไม่มีทางให้อภัยผมสำหรับเรื่องนี้”

“ฉันอยากจะหย่าอีธาน หย่าให้เร็วที่สุด”

นับว่าอีธานก็ฉลาดพอสมควร เขาจดทะเบียนสมรสกับเธอ และคงอ่านสถานการณ์ในอนาคตออกว่าสักวันจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และเขาเงียบไปสักพักเมื่อเฮเลน่าพูดเรื่องหย่า

“ผมไม่อยากหย่า ถ้าผมหย่าให้คุณแล้ว คุณจะกลับไปหาลิซอีกแน่นอน”

“คุณควรจะยอมรับเรื่องแบบนี้สักทีอีธาน ลิซไม่ชอบผู้ชายต่อให้คุณจะสร้างผู้ชายที่เพอร์เฟคมากแค่ไหนก็ตาม แล้วอีกอย่างฉันจะบอกอะไรให้ ลิซน่ะมีคนรักคนใหม่เป็นผู้หญิง แถมยังเป็นแค่เด็กอายุยี่สิบสามปีอีก”

“…!”

อีธานมีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด เขาเฝ้าระวังแต่เรื่องของเอลิซาเบธกับเฮเลน่า เขาเลยไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาไปคบอยู่กับใครหน้าไหนทั้งนั้น และเขาพลาดอย่างร้ายกาจ

“ตกใจใช่ไหมล่ะคะ คราวนี้คุณจะทำยังไง สืบประวัติแล้วค่อยแย่งเด็กคนนั้นออกจากลิซเหรอ ขอบอกไว้ก่อนนะว่ายัยนั่นไม่ค่อยมีจุดอ่อนหรอก อ่อ…มีก็แต่ซื่อบื้อจนเกินเหตุ”

อีธานเงียบ เขาขมวดคิ้วกำลังใช้ความคิดอยู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเครียด เมื่อโดนประชด

“ผมจะไม่ทำอย่างที่คุณว่าหรอก…ดูท่าคุณจะรู้จักเด็กคนนั้นดีนะ” อีธานมองเฮเลน่าอย่างรู้ทัน เขาเดินอ้อมโต๊ะ ไปหยุดที่หน้าต่าง ดวงตามากประสบการณ์ของเขามองทอดไปยังสวนสาธารณะใกล้บ้าน ต้นไม้สั่นไหวตามแรงลม นกพิราบสองตัวบินตัดสนามหน้าบ้าน และตอนนั้นที่เขาคิดบางอย่างออก

เฮเลน่าเกือบจะลุกจากเก้าอี้แล้วในตอนนั้น เธอคิดดว่าอีธานไม่มีอะไรจะพูดกับเธอแล้ว แต่เขากลับมาที่โต๊ะทำงาน ปลดล็อกกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะทำงาน แล้วหยิบกระดาษสีขาวเนื้อดีออกมาวางที่หน้าเธออย่างจงใจ

ทะเบียนสมรส

มันคือทะเบียนสมรสสองใบที่ลงลายมือชื่อเป็นสักขีพยานว่าทั้งเธอและอีธานเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย และเฮเลน่าไม่เข้าใจสิ่งที่อีธานจะสื่อมากนัก

“อะไรคะ?”

“ผมจะหย่าให้คุณ”

เฮเลน่าโล่งใจ มันเกินคาดกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก

“ก็ดีแล้วที่คุณคิดได้อย่างนั้น”

“แต่ผมมีข้อแม้”

“…?”

“ผมจะหย่าให้คุณก็ต่อเมื่อ คุณกันเด็กคนนั้นให้ออกจากเอลิซาเบธให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม ผมไม่ขัดข้อง”

“หมายความว่า…”

“คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าคุณจะเป็นอิสระถ้าทำงานนี้เสร็จ แล้วอีกอย่างผมจะยกห้องเสื้อนั้นให้คุณไปเลย พร้อมกับเงินก้อนใหญ่ แล้วเราก็จบกัน”

“…?!”

“แต่ข้อแม้อีกหนึ่งข้อ คุณห้ามกลับมายุ่งกับลูกสาวของผมอีกเป็นครั้งที่สอง ถ้าคุณขัดคำสั่ง ผมขอบอกไว้เลยว่าอำนาจของผมมีมากกว่าที่คุณคิด ถึงแม้ว่าผมจะรักคุณก็ตาม แต่ลูกสาวของผมก็คืออนาคตของตระกูล แน่นอนว่าผมเลือกลูกสาวของผมก่อนใครทั้งนั้น”

“…!”

เขาไม่ได้เห็นแก่ลูกแต่เขาเห็นแก่ตัว อีธาน เพย์ตัน คือปีศาจตัวจริง เขาขีดกรอบให้ทุกคนในชีวิตเขา เฮเลน่าไม่แปลกใจเลยที่ลูกๆ ของเขาถึงได้หนีไปใช้ชีวิตที่อื่น ไปที่ไหนก็ดีกว่าอยู่ที่คฤหาสน์นรกนี่สินะ

แต่ถึงยังไงก็ตาม เฮเลน่าก็ต้องเลือกสักทาง

“ว่าไง คุณคิดเยอะเกินไปนะเฮเลน คุณต้องถูกใจข้อเสนอของผมสิ จริงไหม?”

“…”



เทเรซ่าย้ายเข้ามาอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ที่ใหม่โดยที่ยังไม่ได้บอกครอบครัว เธอยังไม่อยากบอกแม่เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเอลิซาเบธด้วยเช่นกัน เพราะทุกอย่างยังไม่ลงตัวและออกจะซับซ้อนเกินไป รอให้อะไรลงตัวกว่านี้ค่อยคิดจะดีกว่า

และก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นทันทีที่ย้ายเข้ามา ต้นฉบับที่เธอส่งไปให้สำนักพิมพ์ ได้ผลตอบรับเกินคาด เธอได้รับเมล์และบอกว่าให้แก้ไขอะไรนิดหน่อยตามที่เนื้อความในเมล์บอกไว้ เพราะฉะนั้นเธอก็เลยหมกอยู่กับการแก้ไขเนื้อหาบางส่วน และภาษาที่ใช้ให้ดีขึ้น

ส่วนสองสามวันมานี้เอลิซาเบธไม่ค่อยอารมณ์ดีเท่าไหร่ เธอดูหมองๆ จนเทเรซ่าจับสังเกตได้ และมื้อเย็นวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ทุกอย่างดูบรรยากาศแปลกๆ ไปทั้งๆ ที่เอลิซาเบธชอบอาหารที่เทเรซ่าทำทุกอย่าง แต่วันนี้กลับดูท่าจะกินอะไรไม่ลง

“คุณเอลิซาเบธเป็นอะไรหรือเปล่าคะ สีหน้าดูไม่สบายเลย เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ? “

เอลิซาเบธที่เขี่ยสปาเกตตีในจานไปมาส่ายหน้า แต่เมื่อเทเรซซ่ามีสายตาที่กำลังจะรอฟังคำตอบจากเธอ ทำให้เอลิซาเบธยอมแพ้

“เรื่องที่บ้านน่ะค่ะ มันค่อนข้างเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน”

“เกี่ยวกับฉันหรือเปล่าคะ?”

“ไม่ค่ะ ถ้าเกี่ยวกับคุณฉันจะทุกข์ใจยิ่งกว่านี้” เอลิซาเบธยิ้มหวานส่งให้เทเรซ่า

“ถ้าคุณเอลิซาเบธมีเรื่องไม่สบายใจบอกฉันได้นะคะ อย่างน้อยก็ขอให้ฉันแก้ปัญหาช่วยคุณเอลิซาเบธนิดหน่อยก็ยังดี”

“ได้สิคะ แฟนใครเนี่ยน่ารักจัง” เอลิซาเบธยิ้ม แล้วส่งมือไปลูบหัวอีกคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะ ก่อนจะลงมือกินมื้อค่ำต่อด้วยสีหน้ามีความสุข

เทเรซ่าจับความรู้สึกได้ว่าเอลิซาเบธไม่ได้มีความสุขขึ้นมาทันทีที่เธอพูดแบบนั้นหรอก แต่อีกคนพยายามเอาใจเธอต่างหาก นี่แหละที่ทำให้เทเรซ่าไม่อาจรู้สึกโกรธหรือน้อยใจเอลิซาเบธได้ลง เพราะเอลิซาเบธช่างเอาใจใส่กับความรู้สึกของเธอมาโดยตลอด

“คืนนี้นอนด้วยได้ไหมคะ ไม่อยากกลับบ้านเลย”

“แล้ว… ที่บ้านของคุณเอลิซาเบธไม่ว่าอะไรเหรอคะที่ไม่เห็นคุณกลับบ้าน”

อีกคนหัวเราะในคำพูดของเธอ

“ฉันอายุขนาดนี้แล้วนะคะ ต่อให้ฉันไปนอนข้างถนนที่บ้านก็ไม่สนใจหรอก”

เทเรซ่ารู้สึกถึงความตลกและความประชดในคำพูดนั้น

“ถ้าอย่างนั้น…ก็แล้วแต่คุณเอลิซาเบธเลยค่ะ” ถึงจะตอบไปอย่างนั้น แต่เทเรซ่าก็รู้สึกขัดเขินเหมือนกัน ถึงแม้จะเคยนอนกับเอลิซาเบธตอนไปตั้งแคมป์ที่มิชิแกนก็เถอะ แต่ตอนนี้มันต่างกันนี่น่า สถานะตอนนี้กับตอนนั้นมันต่างกัน แต่จะว่าไปแล้วเป็นแฟนกันแล้วก็ไม่ควรคิดมากไม่ใช่เหรอ อืม เธอไม่ควรคิดมากสินะ

แล้วเทเรซ่าก็บอกตัวเองว่าไม่ต้องคิดมากได้ร้อยกว่ารอบแล้วมั่ง เธอนั่งดูช่องเน็ตฟลิกซ์จนกระทั่งตีหนึ่ง หนังตาของเธอเริ่มจะปิดแต่ก็พยายามฝืนให้ตัวเองไม่ง่วง ส่วนเอลิซาเบธก็นั่งดูแล็ปท็อปอยู่ที่เตียงด้านบน เธอกำลังคุยงานกับเลขาอยู่ และสุดท้ายร่างสูงก็จมอยู่กับหน้าจอสิ่งนั้นไปเรื่อยๆ ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เทเรซ่าดูออกว่าเป็นเรื่องงาน ขนาดนี้แล้วคุณเอลิซาเบธยังต้องทำงานอีกเหรอเนี่ย

“เทรซยังไม่นอนเหรอ คุณจะนอนตอนไหนคะ จะตีสองแล้วนะ ปกตินอนขนาดนี้เลยเหรอ?”

เทเรซ่าอยากจะบอกว่าก็ไม่ได้นอนดึกขนาดนั้นทุกวันหรอก แต่เพราะวันนี้มีเอลิซาเบธมานอนด้วยต่างหากก็เลยเกร็งๆ หน่อย ไว้รอให้เอลิซาเบธหลับ แล้วเธอค่อยนอนดีกว่า

“อ่อ สักพักค่ะ ฉันดูตอนนี้ให้จบก่อน คุณเอลิซาเบธนอนก่อนเลยค่ะ”

“อืม เอางั้นก็ได้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

“ฝันดีนะคะ”

โคมไฟที่ข้างเตียงดับลง เทเรซ่าถอนหายใจ และจมอยู่กับทีวีสักพัก แล้วหนังตาของเธอก็หนักลงเรื่อยๆ และแน่นอนว่าเธอหลับตั้งแต่หลังบอกฝันดีเอลิซาเบธไปได้ไม่นาน นั่งหลับที่โซฟาไปทั้งอย่างนั้น

โซฟาข้างๆ เทเรซ่ายวบลงจากการทรุดลงนั่งของเอลิซาเบธ เธอรู้สึกตัวขึ้นมาตอนตีสองกว่าๆ และยังคงเห็นเทเรซ่านั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา เธอเลยตัดสินใจว่าจะลากไปนอนสักหน่อย ทำอย่างนี้เสียสุขภาพแย่เลยเนี่ย แต่สุดท้ายเอลิซาเบธก็รู้ว่าเทเรซ่ากำลังหลับอยู่นั่นเอง เธอจึงปิดทีวีและทำการปลุกอีกคน

“เทรซ”

เทเรซ่าหลับสนิทที่ขนาดว่าเขย่าตัวก็ไม่ตื่น เอลิซาเบธเห็นท่านอนของอีกคนแล้วก็ปวดเมื่อยคอแทน เพราะเทเรซ่านอนในท่านั่ง หัวเอนไปพิงที่ด้านหลังโซฟาในท่าเงยหน้าขึ้นเหมือนกำลังดูดาวบนผนัง ซึ่งจริงๆ แล้วเจ้าตัวกำลังหลับเป็นตายอยู่

“เทรซ” เอลิซาเบธเสียงเข้ม แต่ก็ไม่ได้ปลุกอีกคนให้ตื่นเลย ถ้าเธออุ้มเทเรซ่าไหวคงไม่ต้องลำบากขนาดนี้

“เทรซ จะนอนอยู่อย่างนี้ไม่ได้นะมันเมื่อย ตื่นซิ ขึ้นไปนอนบนเตียง…!”

เอลิซาเบธตกใจเมื่อแขนของเทเรซ่าทั้งสองข้างเหวี่ยงโอบที่คอเอลิซเบธ และกดหัวเธอไปแนบกับอกอย่างแน่น ก่อนที่อีกคนจะพึมพำออกมา

“กัมมี่แบร์”

“ห๊ะ? อะไร นั่นกำลังจะเคี้ยวหัวฉันใช่ไหมน่ะ”

เอลิซาเบธตกใจ เธอพยายามออกมาจากอ้อมอกของเทเรซ่า ซึ่งมันจะดีมากกว่านี้หากเทเรซ่าไม่ได้ละเมอ และทำเหมือนกำลังจะเขมือบหัวเธออย่างเมื่อสักครู่นี้

“ฉันไม่ใช่กัมมี่แบร์นะ” เอลิซาเบธรู้สึกเสียเซลฟ์ยังไงบอกไม่ถูกที่กำลังจะถูกแฟนแทะหัว

แรงขยับของเอลิซาเบธทำให้เทเรซ่าเริ่มขยับตัว แต่เธอก็แค่ขยับและกลับไปนอนในท่าตะแคงนั่งเสียอย่างนั้น

“ขี้เซ้าจริงๆ เลย เทรซ ตื่น!” เอลิซาเบธเขย่าแรงกว่าเดิม และมันได้ผลด้วยล่ะ

“คุณเอลิซาเบธ…”

“ใช่ ไปนอนเถอะ คุณจะมาหลับที่โซฟาไม่ได้นะ”

“อือ” อีกคนตอบสั้นๆ และพูดเหมือนละเมออยู่ “ขอโทษนะคะคุณเอลิซาเบธ”

“…” แน่นอนว่าเธองง

“ฉันหลับไป…อ๋อ หลับไปจริงๆ”

สติยังไม่กลับมาซินะเนี่ย

“โอเคไปนอนเถอะ”

เอลิซาเบธดึงอีกคนให้ลุกจากโซฟา พอหัวถึงหมอนเทเรซ่าก็หลับปุ๋ยทันที ร่างเล็กพลิกตัวมาทางที่เอลิซาเบธนอนพอดี เธอห่มผ้าห่มให้และลูบหัวอีกคนด้วยความเอ็นดู การนอนหลับของเทเรซ่าดึงดูสายตาให้ชวนมองจริงๆ เอลิซาเบธบอกเป็นกี่ร้อยรอบและตอนนี้ก็ยังคงจะบอกอีกต่อไปว่าเทเรซ่านั่นสวยมากแค่ไหน

ขโมยจูบดีไหมนะ?

เอลิซาเบธโน้มหน้าเข้าไปหาอีกคน ริมฝีปากของเธอจะแตะกับเทเรซ่าอยู่แล้วถ้าอีกคนไม่พึมพำคำว่า ‘กัมมี่แบร์’ ออกมาอีกครั้ง

เอลิซาเบธขมวดคิ้ว แต่ก็หัวเราะเบาๆ ออกมา

“โอเค ฉันชักจะหึงกัมมี่แบร์แล้วสิ”

ร่างสูงยิ้มก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นจุ๊บที่หน้าผากแฟนสาวแทน

“ฝันดีค่ะที่รัก”

เมื่อคืนเทเรซ่าฝันเหมือนเด็กๆ เลย เธอฝันว่าตัวเองได้กินกัมมี่แบร์เป็นภูเขา ขนาดนอนตื่นขึ้นมายังคิดว่าตัวเองนอนอยู่ในกองกัมมี่แบร์เลย บางทีเธอก็มีจินตนาการเพ้อฝันเกินไป เทเรซ่าตื่นขึ้นมาในตอนเช้า และคนที่นอนข้างเตียงหายไป เมื่อได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำเทเรซ่าก็สบายใจ เอลิซาเบธยังไม่ได้หนีเธอไปไหน จากนั้นเทเรซ่าขดตัวใต้ผ้าห่มและหลับต่ออีกสักนิด

“ขี้เซาจริงๆ เลยแฟนใครเนี่ย”

แล้วไม่นานผ้าห่มของเทเรซ่าก็เปิดออกโดยการดึงของเอลิซาเบธ เทเรซ่าไม่ยอมลุกจนเอลิซาเบธต้องจูบเร็วๆ ทีหนึ่งที่ปากแถมกัดที่ริมฝีปากล่างของเทเรซ่าอีกต่างหาก ร่างเล็กค่อยงัวเงียลุกขึ้นมา

“คุณเอลิซาเบธกัดทำไมคะ?”

“ต้องปลุกแบบนี้แหละคุณถึงจะตื่นน่ะ” อีกคนหัวเราะ

เอลิซาเบธในวันนี้สวมชุดของเทเรซ่าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีเทาเขียนกลางหน้าอกว่า ‘Girl’ พร้อมกับกางเกงขาสั้นสีขาว

“ฉันอาบน้ำเสร็จตั้งนานแล้วคุณก็ไม่ยอมตื่นสักที”

“แล้ว…วันนี้คุณเอลิซาเบธไม่ไปทำงานเหรอคะ วันหยุดเหรอ?”

“ตั้งใจหยุดเองนี่แหละ อยากอยู่ที่นี่ทั้งวัน ค่อยกลับตอนเย็น”

เทเรซ่าพยักหน้า

“ทำไม ไม่สะดวกเหรอที่ฉันอยู่ด้วย”

“ปะ เปล่านะคะ” เทเรซ่าส่ายหน้า และพูดเสียงเข้ม

เอลิซาเบธยิ้ม “งั้นก็ไปอาบน้ำสิ”

เทเรซ่าพยักหน้าอย่างว่าง่าย เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำสักพักก็โผล่แค่มือออกมาจากประตูด้านในห้องทำ

“คุณเอลิซาเบธคะ ฉันลืมเอาผ้าเช็ดตัวติดมือเข้ามาด้วย ช่วยหยิบให้ฉันทีได้ไหมคะ”

“อ๋อ ได้สิ”

เอลิซาเบธหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าแล้วเดินไปหาอีกคน

“ได้แล้วค่ะ นี่”

เทเรซ่าส่งมือที่ยื่นออกมาจากประตูห้องน้ำ คว้าไปมาไล่จับอากาศไม่เห็นว่ามือจะคว้าได้ผ้าเช็ดตัวเลยสักนิด

“คุณเอลิซาเบธ” เทเรซ่าโผล่แค่หน้าออกไป ก็รู้ได้เลยว่าเอลิซาเบธจงใจจะแกล้งเธอชัดๆ ที่เทเรซ่าเอื้อมไม่ถึงสักที แท้ที่จริงแล้วนั้นเอลิซาเบธยกมันขึ้นสูงมากเลยต่างหาก

“สูงไปเหรอคะ โทษที”

ตั้งใจสินะ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าหัวเราะตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

เทเรซ่าจะเดินไปเอาก็ไม่ได้ เพราะตัวเองอยู่ในสภาพที่น่าอาย เธอสวมกางเกงนอนอยู่ในท่องล่าง แต่ท่อนบนของเธอมีเพียงแค่ชุดชั้นใน

“ออกมาเอาสิ ยืนรออยู่เนี่ย”

เทเรซ่าออกแรงคว้า แต่เอลิซาเบธเอี่ยวตัวหลบ แล้วเปิดห้องน้ำเข้ามาหน้าตาเฉย

“คุณเอลิซาเบธ!” เทเรซ่าตกใจมือทั้งสองกอดที่หน้าอกตัวเองถึงแม้จะมีชั้นในอยู่ก็ตาม เธอก็อายเป็นเหมือนกันนะ

แต่อีกคนนี่สิ ทำหน้าทำตาเสียดายสุดๆ แถมยังบ่นออกมาอีก

“อะไรเนี่ย นึกว่าโป๊ซะอีก อดเลยแหะ”

อดอะไร คุณเอลิซาเบธตั้งใจจะเห็นอะไรเนี่ย!

“คุณเอลิซาเบธเปิดมาทั้งอย่างนั้นได้ยังไงกันคะ”

“ก็รู้ๆ กันอยู่” เอลิซาเบธส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้เทเรซ่าจนอีกคนอาย

“ออกไปได้แล้วค่ะ จะอาบบน้ำแล้ว”

“ฉันอาบด้วยก็ได้นะคะ”

“คุณเอลิซาเบธอาบแล้ว”

“อาบอีกก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ขอแค่ได้อาบกับคุณ…”

“ไม่เอา คุณเอลิซาเบธออกไปได้แล้วค่ะ!” เทเรซ่าปฏิเสธเสียงแข็งด้วยความอาย ก่อนจะใช้สองมือดันหลังเอลิซาเบธที่หัวเราชอบใจกับท่าทีของเธอออกไปจากห้องน้ำ

อะไรกันเนี่ยคนคนนี้นี่ อันตรายชะมัด

เมื่อเทเรซ่าออกมาจากห้องน้ำก็รู้สึกว่าบรรยากาศในห้องเงียบแปลกๆ เอลิซาเบธหายไปจากห้องอย่างไร้ร่องรอย เอ่อ ก็ไม่ไร้ร่องรอยซะทีเดียว เพราะเธอทิ้งโน้ตเอาไว้ที่โต๊ะกินข้าว

‘ออกไปซื้อของข้างล่างนะคะ ยืมหมวกด้วยนะกลัวนักข่าวเห็นJ

เเทเรซ่าสำรวจรอบห้องของตัวเองทันทีเมื่ออ่านโน้ตจบ เธอพบว่าหมวกสียีนของเธอหายไป พร้อมทั้งรองเท้าผ้าใบสีเดียวกันกับหมวก เอลิซาเบธคงจะกลัวนักข่าวเห็นจริงๆ ถึงได้แต่งตัวเรียบๆ ออกไป เทเรซ่าสังเกตว่าวันนี้อีกคนไม่ได้แต่งหน้าจัดเหมือนทุกวันเลยด้วยซ้ำ

ผ่านไปได้เกือบสี่สิบนาที เทเรซ่าก็รู้สึกว่ามันนานเกินไป เพราะถ้าหากไปซื้อของด้านล่างปานนี้ก็คงกลับถึงห้องแล้ว เธอได้ยินเอลิซาเบธบ่นอยากกินมื้อเช้าที่ร้านใกล้ๆ แถวนี้ หรือว่าไปแอบกินคนเดียวนะ ก็คงไม่หรอก หรือว่าจะโดนซอมบี้นักข่าวรุม อันหลังนี่น่าจะใช่ที่สุด

เทเรซ่าพยักหน้าตัดสินใจแล้วว่าจะลงไปตาม ถ้าหากโดนนักข่าวรุมคงไม่มีทางหนีแน่ๆ เลย แล้วเทเรซ่าก็เดินออกมาจากตึกของเธอ เดินสอดส่องหาเอลิซาเบธตามร้านค้าต่างๆ ที่เรียงรายอยู่บนถนนสายนั้น ร้านอาหารที่เอลิซาเบธบ่นอยากมาลอง ก็ไม่เห็นวี่แวว เทเรซ่าเลยตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆ

“นั่นไง…ร้านเสื้อผ้าผู้ชายเหรอ?”

เทเรซ่ากำลังจะเดินไปทักอีกคนที่เดินออกมาหน้าร้านนั้น แต่เธอก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อเธอเห็นผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ เดินควงแขนเอลิซาเบธออกมา เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมากอย่างกับนักแสดงเลย เขามีผมสีบลอนล์และดวงตาสีฟ้าสดใส ยิ้มเก่งและร่างเริง

เทเรซ่าตัดสินใจหลบที่มุมตึกอพาร์ตเมนต์แถวนั้นเพื่อสังเกตการณ์

เทเรซ่าไม่สามารถได้ยินว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่เธอเห็นว่าเอลิซาเบธยื่นถุงจากร้านเสื้อนั้นให้ชายผมบลอนด์ เขาดูท่าทีดีใจ หัวเราะ เทเรซ่าเดาว่าเอลิซาเบธคงซื้อให้เขา และมันก็คงจริง เพราะเขาขอบคุณเอลิซาเบธด้วยการโค้งเลียนแบบสุภาพบุรุษ กระซิบกระซาบอีกคน แล้วสักพักเอลิซาเบธก็กอดคอเขา

อาจจะเป็นคนรู้จักคุณเอลิซาเบธก็ได้ แต่ไอ้ท่าทีสนิทสนมแบบนี้มัน

เทเรซ่างงกับอาการตัวเองที่อยู่ๆ ก็เกิดหงุดหงิดขึ้นมา มือของเทเรซ่าจิกที่ผนังอิฐอพาร์ตเมนต์ตรงมุมที่หลบอยู่ราวกับจะให้มันแตกสลายกลายเป็นผุยผง

อะไรเนี่ย ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเลย นี่เรากำลัง…อิจฉาผู้ชายคนนั้นเหรอ?

เทเรซ่ารู้สึกหงุดหงิดตัวเอง และหงุดหงิดเอลิซาเบธด้วย ไอ้เราก็อุตส่าห์เป็นห่วงคิดว่าเจอนักข่าวรุมจนหาทางออกไม่ได้ แต่ดูท่าทีของเอลิซาเบธคงมีความสุขมากกว่าที่เธอคิด

“นั่น นายผมบลอนด์ทำอะไรน่ะ ทำแบบนั้นไม่ได้นะ!”

เทเรซ่าพูดเสียงเข้ม เพราะอยู่ๆ นายคนนั้นก็ใช้ริมฝีปากแตะที่แก้มของเอลิซาเบธเบาๆ แถมยังกอดอีกคนแล้วยกขึ้นจากพื้นเหมือนเด็กๆ เอลิซาเบธหัวเราะแล้วยีที่ผมของเขาอย่างเอ็นดู สายตาที่เอลิซาเบธมองเขา ดูท่าแล้วคงจะชอบตานั่นเอามากๆ เลย

และทั้งสองอยู่คุยกันสักพัก ก่อนที่เอลิซาเบธกับเขาจะพิมพ์มือถือกันยุกยิก ให้เบอร์กันด้วยสินะ จากนั้นชายผมบลอนด์ก็โบกมือลาเอลิซาเบธ เขาทำมือเป็นสัญญาณว่า ‘แล้วจะโทรหา’

“ไว้ใจผมได้เลย!”

เขาตะโกนเสียงดังแล้วก็เดินจากไป เอลิซาเบธหลุบเดินเข้าร้านขนม

“ไว้ใจอะไร…!” เทเรซ่าเผลอใช้มือกระชากพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ๆ จนมันหลุดติดมือมากำหนึ่ง เธอไม่เข้าใจอารมณ์ตัวเอง แต่รู้สึกว่าโมโหขึ้นมาหน้าตาเฉยที่เห็นเอลิซาเบธสนิทกับผู้ชายคนนั้นมากเกินไป

“เฮ้! หนูที่อยู่ตรงนั้นน่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้เลย ฉันอุตส่าห์เล็มมันทุกวันกว่าจะเติบโตได้สวยงามแบบนั้น พังหมด พังหมดแล้ว”

แล้วลุงยามที่เฝ้าอพาร์ตเมนต์หลังนั้นก็เดินออกมาจากประตู เขาตีหน้ายักษ์ใส่เทเรซ่า และตอนนั้นเองที่เทเรซ่ารู้สึกว่าตัวเองโมโหจนลืมตัว เผลอทำทรัพย์สินสุดล้ำค่าของคุณลุงยามเสียหาย เธอเดินออกจากที่ซ่อนแล้วสำนึกผิด

“นะ หนูขอโทษค่ะ”

“วัยรุ่นสมัยนี่ก็เป็นอย่างนี้นี่แหละ ไม่รักธรรมชาติ คิดจะทำอะไรก็ทำ ต้นไม้มันก็มีหัวใจนะ!”

“หนูขอโทษจริงๆ ค่ะ เผลอมือไปหน่อยก็เลย…”

“อย่างอารมณ์เสียแล้วมาลงกับต้นไม้สิ ฉันเห็นนะว่าหนูกำลังโกรธ แต่การที่มาลงกับต้นไม้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยนี่มันใช้ไม่ได้เลย รู้ไหมต้นไม้น่ะ….”

จากนั้น เธอโดนเทศน์จนหูชา และได้แต่ก้มหน้าก้มตาโดนสั่งสอนที่เผลอไปทำร้ายต้นไม้เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณลุงก็ร่ายเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ ต้นไม้ การรักษ์โลก ให้เทเรซ่าฟังอยูนานสองนานจนเทเรซ่าเกือบเคลิ้มไปเข้าชมรมอนุรักษ์ต้นไม้กับคุณลุงยามไปแล้ว เพราะคุณลุงคนนั้นพูดได้ดีเกินจนไม่น่าจะมาเป็นแค่ยามยืนเฝ้าหน้าอพาร์ตเมนต์แห่งนี้

“เข้าใจแล้วค่ะ”

หลังจากที่ฟังมานานสองนานจนจบเทเรซ่าก็ได้ทีพูดบ้าง

“ดี! แล้วรักต้นไม้ให้มันมากๆ ล่ะ”

กลายเป็นว่าเธอโดนยัดเรื่องรักษ์โลกใส่สมองไปเป็นที่เรียบร้อย

“เทรซ มาทำอะไรตรงนี้คะ?”

เอลิซาเบธเดินเข้ามาหาเธอ คงจะซื้อของเสร็จแล้วในขณะที่เทเรซ่าโดนอบรมอยู่

“เอ่อ…มาตามหาคุณเอลิซาเบธค่ะ เห็นว่าออกมานานมากแล้ว”

เอลิซาเบธพยักหน้า แต่ดูเหมือนว่าเทเรซ่ากับคุณลุงหน้ายักษ์คนนี้จะมีเรื่องกัน เธอกำลังจะอ้าปากถามเทเรซ่า แต่เจ้าตัวมองคุณลุงยามคนนั้นแวบหนึ่ง ก้มหัวเกาท้ายทอย แล้วขอตัวเดินจากไป เอลิซาเบธมองแฟนด้วยท่าทีงุนงง

“เป็นอะไรกันหรือเปล่าคะ”

แต่คุณลุงคนนั้นทำหน้าภูมิใจ “คงจะรู้ซึ้งถึงต้นไม้”

แล้วเดินเข้าไปในตึกตามเดิม ทิ้งให้เอลิซาเบธมองทั้งสองสลับกันไปมา

เอลิซาเบธวางถุงขนมไว้บนเคาน์เตอร์ครัว อีกสักพักอาหารเช้าที่เธอสั่งจะขึ้นมาส่ง เอลิซาเบธรู้สึกกลิ่นอายความแปลกประหลาดลอยอยู่ในห้องนี้ เป็นบรรยากาศที่มาคุแปลกๆ เทเรซ่าที่นั่งอยู่โซฟามีออร่าแห่งความมืดบางอย่างลอยวนอยู่รอบตัว กำลังอารมณ์เสียอยู่สินะ เรื่องอะไรนะ หรือว่าเรื่องลุงยามคนนั้น

“โกรธอะไรลุงคนนั้นเหรอคะ” เอลิซาเบธเดินเข้ามาถามอีกคน

แน่นอนว่าเทเรซ่าส่ายหน้า แต่ใบหน้าเธอยังอมทุกข์อยู่

“เป็นอะไร?”

“…”

“…”

“จะดูทีวีค่ะ”

ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้แตะรีโมตเลยสักนิด อะไรกันนะบรรยากาศตึงเครียดแบบนี้ งอนอะไรเราหรือเปล่านะ?

“เทรซโกรธฉันเหรอคะ?”

ปฏิกิริยาของเทเรซ่าดูจะตอบรับคำถามนั้นของเธอ เอลิซาเบธเข้าใจทันที แต่เธอไม่เข้าใจว่าเทเรซ่างอนเธอเรื่องอะไร

“โกรธฉันเรื่องอะไรคะ” ดวงตาคู่สวยของเอลิซาเบธจับจ้องที่เทเรซ่า เธอคุกเข่าลงนั่งที่พื้น และเงยหน้ามองอีกคนที่อยู่บนโซฟา เทเรซ่าพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ แต่ทำไม่ได้ เธอมีเรื่องคาใจนี่น่า ควรจะถามเอลิซาเบธออกไปตรงๆ เลยจะดีกว่า

“ผู้ชายคนนั้นใครเหรอคะ”

“…?”

“ก็คนผมบลอนด์ที่คุณเอลิซาเบธคุยด้วย เขาจุ๊บที่แก้มคุณเอลิซาเบธด้วย”

เอลิซาเบธระเบิดเสียงหัวเราะทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

“คุณหึงฉันเหรอคะเนี่ย น่ารักจัง”

หึง

เทเรซ่าเกิดอาการอึกอักทันที อาการที่เธอหงุดหงิดเอลิซาเบธมากมายขนาดนั้นคือหึงสินะ เธอนี่ก็โง่จริงๆ อาการแบบนี้ก็ไม่รู้ตัว สมควรเกิดมามีแฟนไหมเนี่ย

“ฉัน…ฉันเห็น…” เทเรซ่าหยุดพูด และเมินหน้าหนีไปอีกทางซ่อนความเขินเอาไว้ เมื่อเห็นเอลิซาเบธอมยิ้มมองมาที่เธอด้วยสายตาหยอกล้อ

“ดีใจที่เห็นคุณหึงนะ แต่ว่าคนนั้นน่ะเขาชื่อจอร์แดน แดนเป็นน้องชายของจอร์จิน่าเพื่อนสนิทของฉันไงคะ จริงๆ แล้วแดนก็สนิทกับรีเบคก้าด้วยนะ พวกเราเห็นเขาเป็นน้องชายจริงๆ เลยด้วยซ้ำ”

“งะ งั้นเหรอคะ”

“อีกอย่าเขาจะช่วยเรื่องจีน่าน่ะ เขาสงสารที่จีน่ายังงอนฉันอยู่”

ถึงอย่างนั้นก็แอบมีเคืองๆ อยู่หน่อยๆ ล่ะน่า ท่าทางสนิทกันแบบนั้นมันก็รู้สึกขัดหูขัดตาจริงๆ นั่นแหละ

“ถ้าคุณไม่ชอบฉันไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วก็ได้นะคะ” เอลิซาเบธลุกขึ้นไปนั่งที่โซฟากอดเทเรซ่าจากด้านหลังและเอาหน้าวางไว้ที่ไหล่อีกคน

“ไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ฉันแค่…”

“หึง” เอลิซาเบธหัวเราะออกมาอีกครั้ง “พอพูดถูกใจก็เต้นแรงเลยจริงๆ นะ”

เอลิซาเบธหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ และเอามือมาวางที่หน้าอกของเธอ

ดะ เดี๋ยวสิ! มือไวเกินไปแล้ว ไม่ใช่ว่าตั้งใจเอามาวางไว้ตั้งแต่แรกหรอกใช่ไหมน่ะ

“คุณเอลิซาเบธ เอามือออกไปค่ะ” เทเรซ่าหน้าแดงจับมืออีกคนออก

เอลิซาเบธหัวเราะจนหน้าหงาย ก่อนจะพลิกตัวขึ้นมานั่งตักเทเรซ่าในท่าคร่อม น้ำหนักตัวของเอลิซาเบธไม่ได้หนักขนาดนั้น เพราะอย่างนั้นเทเรซ่าเลยรับน้ำหนักได้สบายๆ

“เวลาหึงน่ารักนะเราเนี่ย แบบนี้แกล้งให้หึงบ่อยๆ ดีไหมนะ”

“ไม่ดีค่ะ”

“เหรอ”

เอลิซาเบธยิ้มหวานแล้วเอามือหยิกที่แก้มของเทเรซ่า เธอโน้มตัวลงไปจูบอีกคนจนสัมผัสได้ถึงริมฝีปากที่ชุ่มฉ่ำและร้อนผ่าวของอีกคน เมื่อจูบได้เนิ่นนานจนพอใจแล้วเอลิซาเบธก็ผละออก เธอใช้มืออีกข้างปัดปอยผมของเทเรซ่าอย่างแสนรัก พร้อมกับมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวที่มีเสน่ห์นั้น เอลิซาเบธแอบสังเกตเห็นว่าเทเรซ่ามองที่ปากของเธอ และก็เป็นไปตามคาดที่เทเรซ่าขยับเข้ามาหาเอลิซาเบธและรั้งเอวเธอให้เข้าไปใกล้

เทเรซ่าจูบเธอ แน่นอนว่าฝ่ายนั่นเริ่มก่อน เอลิซาเบธรู้สึกพอใจในสัมผัสนั้น เทเรซ่าเองก็เริ่มติดงอมแงมให้รสจูบของเอลิซาเบธแล้วเช่นกัน เธอคงจะเป็นแบบนี้อีกต่อไปนานเลยล่ะ



เฮเลน่ายืนอยู่ที่อพาร์ตเมนต์สีอิฐในบร็องซ์ เธอมาที่นี่เพราะได้รับคำสั่งจากอีธาน เธออยากเป็นอิสระ และเธอไม่มีทางเลือก เฮเลน่าเลยจำต้องทำแบบนี้ จะว่าจำใจก็ไม่ใช่ เพราะเธอปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอก็อยากทำเรื่องนี้เช่นกัน อีธานบอกกับเธอว่าให้กำจัดเซบาสเตียนออกจากชีวิตของเอลิซาเบธซะ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากเฮเลน่าแล้ว อีธานเห็นว่าถ้าไม่ให้เซบาสเตียนกับลูกสาวของเขาขาดกันตั้งแต่ตอนนี้ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต เพราะเซบาสเตียนก็มีลูกเมียอยู่แล้ว เขากลัวเป็นข่าวเสื่อมเสียตระกูล

‘คุณจะทำยังไงก็แล้วแต่คุณ ผมไม่สนใจ ขอแค่คุณทำสำเร็จเร็วแค่ไหน คุณก็เป็นอิสระเร็วแค่นั้น’

เรื่องของเซบาสเตียนเลยเป็นเรื่องแรกที่เธอจะจัดการ ส่วนเรื่องของเทเรซ่า เอาไว้ให้สองคนตายใจก่อนแล้วเธอจะจัดการทีหลัง

“คุณน้าคะ คุณน้าไม่ใช่คนแถวนี้แน่เลย”

อยู่ๆ ก็มีเด็กหญิงวัยสิบสามขวบเดินเข้ามาหาเธอ เฮเลน่าสังเกตเห็นรถบัสโรงเรียนเพิ่งแล่นออกไป เด็กคนนี้เพิ่งเลิกเรียนสินะ และแน่นอนว่าเฮเลน่ารู้ว่าเด็กสาวแสนน่ารักคนนี้เป็นใคร โอลิเวีย ลูกสาวของเซบาสเตียน เธออ่านประวัติจากอีธานมาเป็นที่เรียบร้อย เขาจ้างนักสืบและให้รางวัลอย่างงามสำหรับการสืบเรื่องที่รวดเร็วนี้

“หนูรู้ได้ยังไงคะ?”

“ดูก็รู้ว่าคุณน้าเป็นคนในเมือง”

เฮเลน่าพยักหน้า

“ใช่ค่ะ น้ามาจากแมนแฮตตัน”

เธอยกกำปั้นขึ้นฟ้าเพื่อแสดงความดีใจที่เดาถูก

“แล้วคุณน้ามาทำอะไรที่นี่คะ?”

“มาหาเพื่อนน่ะ”

“คุณน้ารู้จักห้องไหมคะ ถ้าไม่รู้หนูพาไปได้นะ ที่ตึกนี้หนูรู้หมดเลยทุกซอกทุกมุม”

“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ฝากตัวด้วยนะคะ น้าจะขอความช่วยเหลือจากหนูพอดีเลย”

“ค่ะ ห้องไหนเอ่ย”

“สิบแปด”

“โอ๊ะ บังเอิญจัง”

ใช่ บังเอิญสุดๆ ไปเลยล่ะ


เซบาสเตียนหลบนักข่าวมาที่บร็องซ์ได้สำเร็จ เขาเลี่ยงการแต่งกายราคาแพงๆ อย่างที่เขาทำบ่อยๆ มาเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง หลายวันมานี้เขามีเรื่องปวดหัวมากมาย ทั้งความขี้ขลาดของเขาที่ไม่กล้าบอกภรรยาตัวเองว่า เขารักผู้หญิงคนอื่นเท่ากับภรรยาของเขา เขาคิดว่ามันอาจจะเป็นความหลง เขาพยายามคิดว่าเป็นอย่างนั้นมาตลอด แต่มันไม่ใช่ เขาแบ่งใจไปให้เอลิซาเบธแล้วจริงๆ และที่เขามาบร็องซ์วันนี้ก็เพราะคิดถึงลูกและภรรยาของเขามาก เขาแทบไม่ได้เจอทั้งสองเลย

“แมดดี้” พอภรรยาคนสวยของเขาเปิดประตูต้อนรับ เขาก็กอดเธอด้วยความดีใจ เขาอบอุ่นเมื่อได้กลิ่นที่คุ้นเคย

“พ่อ!” โอลิเวียวิ่งออกมาจากห้อง เด็กหญิงกระโดดกอดผู้เป็นพ่อเต็มรัก เซบาสเตียนหอมแก้มลูกสาวอย่างแสนคิดถึง

“โชคดีจริงๆ ที่คุณมาพอดี เพื่อนคุณมาเยี่ยมเราน่ะ”

“ใครเหรอ?”

“คุณน้าคนสวยค่ะ พ่อพาเธอมาบ่อยๆ หน่อยนะคะ หนูชอบคุณน้ามากเลย”

“เธอดูเป็นผู้หญิงที่ใจดีจริงๆ นะคะ”

เขาชักจะอยากเห็นขึ้นมาแล้ว จึงเดินนำภรรยาเข้าไปในห้อง

“…!”

ผู้หญิงหุ่นนางแบบคนนั้นยุ่งอยู่กับการแปรงผมตุ๊กตาบาร์บี้ตัวโปรดของโอลิเวีย เมื่อเห็นเซบาสเตียนเธอก็ส่งยิ้มสดใสมาให้เขา และโบกมือทักทายราวกับสนิทกันมาเป็นชาติ แต่ที่จริงแล้วไม่ได้สนิทมักคุ้นอะไรกันเลย

เฮเลน่า เพย์ตัน

“ไงบาส เซอร์ไพรส์เนอะ คุณก็มาด้วยเหรอ ดีเหมือนกันฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณเยอะเลย”

“…!”

เซบาสเตียนรู้สึกถึงหายนะบางอย่างที่เขาสัมผัสได้จากใบหน้าสดใสซ่อนปีศาจของผู้หญิงคนนี้ เฮเลน่าไม่ใช่คนที่คุยสนุกเท่าไหร่หรอก เขาสาบานได้




____________________________________________

มาอัพต่อให้แล้วจ้าาาwink


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #32 Nickyluc (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 14:56
    ลางหายนะลอยมาแล้ว
    #32
    0
  2. #28 J418 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 15:26
    เอาล่ะ คนร้ายจริงๆคืออีธาน 😑😑
    #28
    0
  3. #27 Guitarfroyd (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 00:28
    เกลียดอีธานแบบหน้าหนาไปไหม คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรอขีดเส้นให้คนอื่นอยู่ได้ มีพ่อแบบนี้เราชิ่งผูกคอตายดีกว่า เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมากปากบอกรักลูกรักเมียจิงๆแล้วคนแบบนี้ดีแต่รักตัวเองห่วงตัวเอง//เครียดดดดดดด//คิดถึงไรท์มากๆเลยมาบ่อยๆนะ
    #27
    0