[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 22 : NINETEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    24 พ.ย. 61

เอวาอยู่กับเทเรซ่าที่บ้าน ส่วนใหญ่ทั้งสองคนไม่ได้ทำอะไรมากนัก ตอนกลางคืนเอวาจะชอบไปปาร์ตี้ หรือคลับ กับเพื่อนเก่าที่อยู่เวนิส พอเช้าก็จะมาอยู่กับเทเรซ่าทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนเก่า เอวาก็จะมาอยู่ดูช่องเน็ตฟลิกซ์กับเทเรซ่าจนโต้รุ่ง มันเป็นวันพักผ่อนที่เอวาชอบเลยทีเดียว อีกอย่างเธอชอบอากาศที่แอลเอมากและยังไม่มีท่าทีอยากกลับนิวยอร์กเลยด้วยซ้ำ แต่คนที่กลับไปแล้วคือลุค ความสัมพันธ์ของเพื่อนทั้งสองไม่ค่อยดีมากนัก ลุคหนีกลับนิวยอร์กเขายังทำใจไม่ได้เรื่องเทเรซ่ากับเอลิซาเบธ และดูเหมือนว่าเทเรซ่าจะพยายามโทรหาเขา แต่เขาไม่รับสายเลยด้วยซ้ำ

“เธอคิดว่าลุคจะยังโกรธฉันอยู่ไหม?” เทเรซ่าที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือภายในห้องนอนถามเอวาที่นอนส่องไอจีคนดังอยู่ รายนั้นไม่เอ่ยปากพูดเมื่อเธอถาม

“เอวาฟังฉันอยู่หรือเปล่า?”

“ฟังอยู่” เอวาลดมือถือลงจากหน้าแล้วมองเพื่อนที่นั่งอยู่เยื้องเตียงนอน “ฉันคิดว่าเธอสองคนควรจะหาโอกาสคุยกันดูนะ เขาก็ต้องรู้สึกแย่เป็นธรรมดาแหละเรื่องแบบนี้ แถมเขายังรู้ว่าเธอชอบคุณเอลิซาเบธอีก ลุคชอบเธอมากนะเทรซอย่างที่ฉันบอกเธอน่ะ”

เอวาเล่าเรื่องทั้งหมดให้เทเรซ่าฟัง เรื่องราวที่ลุคแอบชอบเทเรซ่ามาตั้งแต่ปีหนึ่ง ไหนเขาจะวิ่งไปได้ยินเทเรซ่าตะโกนบอกชอบเอลิซาเบธให้แทงใจอีก และเทเรซ่าก็เล่าเรื่องที่ลุคคิดกับเธอยังไงให้เอวาฟังหมดเปลือกเช่นกัน เทเรซ่าไม่รู้จะไปปรึกษาใครดีนอกจากเอวา เธอคิดกับลุคแค่เพื่อนจริงๆ มันไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้เลย

“เขาไม่ยอมรับสายฉันเลย ฉันโทรหาเขาแล้วเกือบทุกวัน”

“เขายังไม่พร้อม ให้เวลาเขาอีกสักหน่อยเถอะ อีกไม่กี่วันก็จะถึงพิธีจบการศึกษาแล้ว เธอได้เจอเขาแน่ๆ แม้ว่าเขาจะอยากเจอเธอหรือไม่ก็ตาม”

“ฟังดูไม่ค่อยดีเลยนะ”

“ของอย่างนี้ต้องใช้เวลานะ” เอวาลุกจากเตียงแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะตรงหน้าเทเรซ่า เธอลูบเรือนผมสีคาราเมลของเพื่อนอย่างอ่อนโยน

“ฉันน่ะ อยู่ข้างพวกเธอทั้งสองคนนะ ฉันไม่อยากให้เราสามคนต้องแตกแยกกันเพราะเรื่องแบบนี้ ฉันจะช่วยพวกเธอทั้งสองเอง ไม่ว่ายังไงพวกเราจะเข้าใจกัน”

เทเรซ่ายิ้ม

“ฉันดีใจที่มีเธอเป็นเพื่อนเอวา”

อีกคนหัวเราะ เพราะเทเรซ่ากอดรอบเอวเธอและซุกหน้าลงที่ท้องของเธอ

“ลืมพูดเรื่องของเธอไปเลยเอวา เธอบอกว่าได้งานที่สำนักพิมพ์เอ็นวายนิวยอร์ก”

“อืม แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว ฉันสนใจในสายแฟชั่นมากกว่าสื่อน่ะ”

เทเรซ่าผละออกจากกอด และเงยหน้ามองเพื่อน

“หมายความว่าไง”

“เธอก็รู้ว่าฉันชอบสายแฟชั่นมากกว่าสิ่งที่เรียน ฉันเรียนวรรณกรรมก็เพราะเอาใจแม่น่ะ”

เทเรซ่ารู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว เอวาชอบทางด้านแฟชั่น แต่เธอเรียนวรรณกรรมเพราะแม่ของเธอชื่นชอบเอกนี้เป็นพิเศษ เรียกว่าเอาใจแม่มาแต่ไหนแต่ไร

“แต่โชคดีที่แม่ไม่ได้กดดันฉันเรื่องงานที่จะทำ ฉันก็เลยเบนหน้าไปที่งานด้านแฟชั่น”

“…”

“ฉันกะว่าจะเซอร์ไพรส์เรื่องนี้เธอตอนจบพิธีการศึกษาแต่บอกวันนี้ก็แล้วกัน ฉันเองก็เก็บความตื่นเต้นนี้ไม่ได้แล้ว เอาล่ะเทรซ ฉันได้งานเป็นผู้ช่วยดีไซเนอร์”

“…!”

“เป็นผู้ช่วยอีกคนของคุณรีเบคก้าล่ะ!”

“โกหกน่า!” เทเรซ่าตาโต แต่นั่นคือเธอตื่นเต้นกับเอวา เธอดีใจที่ความฝันของเอวาเป็นจริง การที่ได้อยู่กับไอดอลที่ตัวเองชอบและฝันอยากจะเป็นของเพื่อนเธอ วันนี้เป็นจริงแล้ว งั้นแสดงว่าที่ผ่านมาเอวาปฎิเสธงานที่สำนักพิมพ์เอ็นวายนิวยอร์ก เพื่อไปสมัครเป็นผู้ช่วยดีไซเนอร์สินะ

“ฉันได้สัมภาษณ์กับคุณรีเบคก้าตัวจริงเสียงจริงเลย! ให้ตายเถอะเทรซ ฉันเพิ่งเคยเห็นคุณรีเบคก้าใกล้ๆ แบบนั้น” เอวาตื่นเต้นราวกับยังอยู่ในเหตุการณ์วันนั้น เธอเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดตอนที่เธอสัมภาษณ์ให้เทเรซ่าฟัง เอวาบอกว่ารีเบคก้าใจดี และเป็นกันเองมาก จึงทำให้เธอไม่ประหม่าในการสัมภาษณ์ แล้วไม่ถึงสามวันรีเบคก้าก็เป็นคนโทรมาหาเธอบอกว่าผ่านการสัมภาษณ์ หลังพิธีจบการศึกษาให้มาเริ่มทำงานด้วยเลย

“ฉันกรี๊ดจนบ้านแตกเลยจริงๆ นะ ไอ้เรื่องผ่านก็อีกเรื่อง แต่เรื่องคุณรีเบคก้าโทรมาบอกด้วยตัวเองคือมันดีไปหมดอ่ะ เสียงคุณรีเบคก้ามันนางฟ้าชัดๆ”

“ฉันดีใจกับเธอด้วยจริงๆ นะ” เทเรซ่ากุมมือเพื่อน

“แน่นอนสิ เธอกำลังจะได้เป็นเพื่อนของดีไซเนอร์ชื่อดังในอนาคตเชียวนะ รู้ไว้ด้วย”

เทเรซ่าหัวเราะ

“ว่าแต่เธอเถอะ อยากทำงานอะไร?”

“ก็ยังคงเหมือนเดิม ฉันอยากเป็นนักเขียน ตอนนี้เริ่มส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์บ้างแล้ว”

“เธอกำลังทำตามฝันตัวเองเหมือนฉัน”

“ใช่ ฉันแค่อยากจะลองเริ่มต้นดูน่ะ”

“เยี่ยมเลย เราควรฉลองกันนะ…”

“โอ้ ดูเหมือนว่าแม่มาทันเวลาได้ยินคำว่าฉลอง มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจ๊ะเด็กๆ” ซาร่าที่โผล่หน้าเข้ามาในห้องของลูกสาวเอ่ยขึ้น เธอเพิ่งมาจากซุปเปอร์มาเก็ตพอดี

“เอาไว้พวกหนูจะเล่าให้ฟังค่ะ” เอวาตอบยิ้มๆ

“งั้นเอาเป็นว่าเราไปฉลองด้วยกันสามคนในตอนนี้ และเล่าให้แม่ฟังดีไหม”

ทั้งสามยิ้มให้กัน

“ดีเลยค่ะ” เอวาร่าเริงขึ้นมาทันที

ซาร่ายิ้มให้เด็กๆ แล้วเอ่ยปาก “งั้นก็…เด็กๆ ใครจะมาช่วยแม่เป็นลูกมือในการทำอาหารมื้อเที่ยงสำหรับเราสามคนไหม แม่ต้องการลูกมือนะ”

ซาร่าพูดจบแล้วเดินออกไปจากห้อง โดยมีเอวาวิ่งพรวดตามหลังแม่ของเธอไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แม่ของเธอกับเอวาเข้ากันได้ดีเลยล่ะ เอวาจะชอบมาเยี่ยมที่บ้านของเธอตอนปิดเทอมประจำ เลยทำให้ที่บ้านรู้จักเอวา พ่อของเธอถึงกับเอ่ยปากว่าเอวาเป็นลูกสาวอีกคนเลยทีเดียว และเทเรซ่าก็ดีใจที่เห็นทุกคนเข้ากันได้ดี เพราะเธอเองก็รักเอวาเหมือนพี่น้องในสายเลือดจริงๆ ไม่มีใครเข้าใจเธอไปกว่าเอวาอีกแล้ว เธอเป็นเพื่อนที่เทเรซ่าไว้ใจที่สุด



เซบาสเตียนนอนแยกห้องกับเอลิซาเบธตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น วันที่เขาไม่ยอมหย่าให้เอลิซาเบธ เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันน่ารังเกียจขนาดไหน ภรรยาของเขาก็ถามเรื่องที่ตกเป็นข่าวนี้เช่นเดียวกัน เขาบอกกับเธอว่ากำลังจะหย่ากับเอลิซาเบธเร็วๆ นี้ แต่นั่นก็เป็นแค่การปัดป้อง เขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องทั้งหมดนี้ยังไง เขาตั้งรับไม่ทันทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนก่อแท้ๆ เซบาสเตียนไม่ยอมคุยกับเอลิซาเบธเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เจอหน้าก็บ่ายเบี่ยงตลอดเวลา เขากลับไปที่บร็องซ์หาแมดดี้กับโอลิเวียไม่ได้ เพราะกลัวว่านักข่าวจะตามตัวไปที่นั่น สุดท้ายเขาเลยได้อยู่ที่คฤหาสน์นี้และอยู่กับเรื่องทุกข์ยากนี้ไปเสียก่อน

และตอนนี้เขาอยากดื่มมาก ก็เลยลงไปที่ห้องเก็บไวน์ชั้นล่างใต้ดินของคฤหาสน์ ช่วงนี้เขากำลังเครียดแอลกอฮอล์คือสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้สำหรับเขา

“…!”

และตอนนั้นเองที่เขาเห็นเอลิซาเบธอยู่ที่นั่น เธอกำลังยืนมองดูขวดไวน์หลากหลายยี่ห้ออยู่ด้วยท่าทีหนักใจว่าจะเลือกขวดไหน แต่อยู่ที่โต๊ะบาร์เซบาสเตียนสังเกตเห็นว่าเอลิซาเบธดื่มไวน์ยี่ห้อโปรดของเธอไปแล้วเกือบหมดขวด จังหวะนั้นที่เอลิซาเบธมองมาที่เขา เซบาสเตียนรู้ดีว่าไม่ควรอยู่ตรงนั้น และเขากำลังจะก้าวขาขึ้นบันไดเพื่อกลับห้อง แต่เอลิซาเบธเรียกเขาเอาไว้ก่อน เซบาสเตียนไม่อยากเจอหน้าใครตอนนี้แม้กระทั่งเอลิซาเบธ ไม่รู้สิ เขาแค่ต้องการเวลา

“คุณหนีหน้าฉันตลอดไม่ได้หรอกบาส ตราบใดที่คุณเห็นฉันอยู่ที่นี่”

“ผมก็แค่ยังไม่อยากคุยอะไรทั้งนั้น”

“ฉันรู้ว่าคุณหลีกเลี่ยงเรื่องนี้มาโดยตลอด”

เอลิซาเบธกวักมือเรียกเซบาสเตียนให้เข้ามาห้องเก็บไวน์ แล้วเชิญชวนให้เขานั่งลงที่โต๊ะบาร์ ส่วนเซบาสเตียนก็นั่งลงอย่างจำใจ เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหนีจากเรื่องนี้ไม่ได้เช่นเดียวกัน เอลิซาเบธนั่งลงตรงข้ามเซบาสเตียน หยิบแก้วอีกใบ และรินไวน์ให้เขา

“หน้าที่ของภรรยาหรือไง” เขาแซวเอลิซาเบธ

“แค่ตอนนี้เท่านั้น” เธอตอบ

ทั้งสองอยู่ด้วยกันสักพักต่างคนต่างดื่มอยู่ตรงนั้น จนสุดท้ายแล้วเอลิซาเบธก็เป็นฝ่ายที่เปิดปากพูด

“ฉันเข้าใจในสิ่งที่คุณทำนะบาส คุณยังมีความรู้สึกดีๆ ให้กับฉัน และในขณะเดียวกันคุณก็รักภรรยาของคุณ คุณเป็นคนดีนึกถึงคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ฉันชื่นชมคุณเรื่องนั้นนะ…ฉันคิดว่าเรื่องทุกอย่างย่อมต้องการเวลา แต่ในอีกแง่หนึ่ง เวลามันก็ต้องมีหมดลง”

เซบาสเตียนนิ่ง เขากำลังฟังเธออยู่

“ฉันคิดว่าตัวเองเห็นแก่ตัวเหมือนกัน ฉันมีส่วนที่ทำให้คุณต้องประสบกับความรู้สึกโหดร้ายแบบนี้ แต่บาส…ฉันไม่มีทางเลือกเลย ฉันไม่อยากทำร้ายคุณ แต่ฉันก็มีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว”

“ผมรู้ลิซ คุณอย่าย้ำผมจะได้ไหม” เขาดื่มไวน์ไปอึกหนึ่ง “ผมไม่รู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกบ้าๆ นี่ได้ยังไง ผมรักคุณ แล้วก็รักแมดดี้ด้วย ผมไม่รู้ว่าจะต้องเลือกระหว่างรับผิดชอบหรือเลือกตามใจตัวเอง ถ้าหากผมเลือกตามใจตัวเอง แล้วคุณ…”

“ฉันก็จะเลือกตามใจตัวเองเหมือนกัน แต่ความหมายของคำว่า เลือกตามใจตัวเอง ของฉันกับคุณมันแตกต่างกัน การเลือกตามใจของฉันมันจะเป็นการข่มขู่คุณเพื่อให้ฉันเป็นอิสระ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้เรื่องนี้จบลง ถ้าคุณเลือกรับผิดชอบ ความหมายของคุณคือครอบครัวภรรยาและลูกสาวของคุณ ส่วนฉันการรับผิดชอบคือบอกความจริงกับพ่อและคอยรับผลกระทบ”

“…”

“เราตกลงกันแบบนี้ไม่ได้เหรอ ต่างคนต่างเลือกรับผิดชอบ”

“คุณไม่มีอะไรจะเสียเหมือนผมนี่ ผมเสียทุกอย่างคุณดูไม่ออกเหรอ”

“ฉันก็มีเรื่องต้องเสียเหมือนกัน เราต่างสูญเสียเหมือนกัน แต่แค่แตกต่างกันเท่านั้นเอง”

“แต่ผม…”

“ปล่อยฉันไปเถอะบาส”

“ไม่…”

เอลิซาเบธส่ายหน้า เธอคิดว่ากล่อมเขาแค่ไหนก็ไม่ได้ผล เธอเหนื่อยกับการทำตัวเป็นนางเอกเต็มทน เอลิซาเบธเดินหนีจากตรงนั้น แต่ก็สาวเท้าไปได้ไม่ถึงไหน เพราะเซบาสเตียนคว้าข้อมือเธอเอาไว้

“ผมรักคุณ”

“คุณมันคนเห็นแก่ตัว!”

เอลิซาเบธผลักอกเขาออกห่างจากตัว แต่ด้วยคำพูดนั้นของเอลิซาเบธทำให้ฝ่ายชายสติขาดผึง เขาดันร่างเอลิซาเบธแนบชิดติดผนังห้องแล้วก้มลงจูบเธออย่างบ้าคลั่ง คล้ายกับเป็นการลงโทษที่เธอปากดีใส่เขา เซบาสเตียนไม่ได้รู้สึกแย่กับการจูบครั้งนี้แม้จะเป็นการบังคับอีกคน และโดนเอลิซาเบธจิกข่วนก็ตาม

“อย่าทำแบบนี้บาส คุณจะเสียใจที่หลัง”

เอลิซาเบธออกปากเตือน แต่เขาไม่สน เขาสนเพียงแค่ริมฝีปากเล็กที่มีรสหวานเกินคำบรรยาของเอลิซาเบธ เขาก้มลงครอบงำมันอีกครั้ง ดึงสะโพกของเอลิซาเบธให้แนบชิดกับร่างของเขา และเขารู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่พลุกพล่านอย่างแท้จริง เขาต้องการเอลิซาเบธมากกว่าที่ตัวเองคาดคิดไว้ ร่างบางดิ้นในอ้อมแขนของเขา แต่ไม่สามารถผลักเขาออกได้

เซบาสเตียนถลกชุดเดรสของเอลิซาเบธขึ้น พร้อมกับฝังใบหน้าลงที่คอของเอลิซาเบธ เรียวขาเนียนสวยและบิกินี่ลูกไม้สีดำของเอลิซาเบธอวดต่อสายตาเขาแล้วในตอนนั้น

แต่เซบาสเตียนกลับหยุดการกระทำของตัวเอง

“…!”

ความต้องการของเขาดับวูบลง เขาผละตัวออกจากเอลิซาเบธอย่างแรงจนหลังของเขาไปกระแทกกับขอบโต๊ะบาร์

“บาสคุณเป็นอะไรไหม” เอลิซาเบธตกใจเช่นกัน แต่เธอก็อดเห็นใจเขาไม่ได้ เซบาสเตียนผละออกจากเธอ โดยสาเหตุอะไรก็ไม่ทราบแน่ แต่ที่แน่ๆ เขาได้สติแล้ว

เอลิซาเบธดึงชุดเดรสลงตามเดิม แล้วเข้ามาดูอาการของเขา แต่เซบาสเตียนยกมือขึ้นห้ามเธอ

“อย่าเข้ามา…ได้โปรดเถอะ”

ถึงเซบาสเตียนจะห้ามแบบนั้น แต่เอลิซาเบธก็สงสารกับท่าทีนั้นของเขา ร่างบางเดินเข้ามาหาเขา แต่แววตาของเซบาสเตียนดูหวาดกลัว เขากลัวว่าเอลิซาเบธจะโกรธเขา

“ผมเผลอทำเรื่องนี้กับคุณ ผม …ผมแค่ต้องการทุกอย่างในตัวคุณ แต่ผมไม่กล้าพอ”

“เพราะคุณเป็นสุภาพบุรุษเกินไปที่จะทำแบบนี้ได้ลงน่ะสิคะ”

จริงๆ แล้วเอลิซาเบธก็เกิดหวั่นใจเหมือนกันที่เห็นเขาคุกคามเธอได้ถึงขนาดนี้ เธอคิดว่าหากเขาไม่หยุด หรือทำร้ายแรงกว่านี้แล้ว เธอเล็งว่าจะเอาขวดไวน์ทุบหัวเขาด้วยซ้ำ แต่มันกลับกลายเป็นว่าเขาหยุดการกระทำทั้งหมดของเขาลงเอง ซึ่งเหตุผลนี้ที่ทำให้เอลิซาเบธไม่ติดใจโกรธอะไรมากนัก

“ถ้าผมไม่ได้สติลิซ ผมอาจจะทำร้ายคุณได้เลยนะ”

“เอาไว้ให้ถึงตอนนั้นก่อนเถอะ”

“…”

“บาส…”

เซบาสเตียนไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์ตอนนี้ได้ยังไง เอลิซาเบธเห็นเขาใช้ฝ่ามือปัดน้ำตาที่หางตาออก เพื่อไม่ให้มันไหลออกมา

“ผมเป็นพ่อที่โคตรจะแย่เลย ผมมีลูกมีภรรยาแล้ว แต่ผมก็ดันไปหลงรักผู้หญิงคนอื่นอีก ผมรักคุณลิซ และมันจะไม่มีวันเปลี่ยน”

“ฉันรู้” เอลิซาเบธเม้มปากเป็นเส้นตรง

“ผมไม่อยากปล่อยคุณไป และ…ผมขอโทษ ผมไม่อยากทำเรื่องแบบนี้ถ้าคุณไม่เต็มใจ ผมขอโทษจริงๆ”

เอลิซาเบธโกรธเขาไม่ลง แต่เธอรู้ว่าความสัมพันธ์แบบนี้ไม่จบลงง่ายๆ แน่

“ฉันก็ไม่อยากทำร้ายคุณเหมือนกับที่คุณไม่อยากทำร้ายฉัน”

“…”

“บาสฉันอยากให้คุณถอยออกมาจากเรื่องนี้ และหย่ากับฉัน ปล่อยฉันไป เราอยู่แบบนี้รั้งแต่จะเจ็บปวดทั้งคู่”

เซบาสเตียนยังคงส่ายหน้า แต่เอลิซาเบธพยักหน้าหนักแน่น

“นั่นคือการตัดสินใจของคุณสินะ บาส…ฉันไม่อยากดึงแมดดี้เข้ามายุ่งด้วย แต่ถ้าเราคุยกันไม่รู้เรื่อง ฉันคงต้องพิจารณาเรื่องนี้แล้วล่ะ”

“…?”

“มันจะแย่มากสำหรับคุณบาส ฉันอยู่เป็นนางเอกแสนดีให้คุณไม่ได้นานหรอก”

“คุณจะทำอะไร?”

เอลิซาเบธถอนหายใจ

“ทำเรื่องที่จำเป็นต้องทำ”

เอลิซาเบธเดินจากเซบาสเตียนไป ทิ้งให้เขาคาดไม่ถึงกับสิ่งที่ได้ยินออกมาจากปากเอลิซาเบธ มันคงถึงที่สุดแล้วที่อีกฝ่ายจะไม่ทนกับเขาอีกต่อไป เอลิซาเบธหมดความอดทนกับเขาแล้วสินะ



วันพิธีจบการศึกษามาถึง ทั้งมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยบรรยากาศที่อิ่มเอมใจ ผู้ปกครองและนักศึกษาอัดแน่นเต็มไปหมด บรรดาผู้ปกครองมีใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ภาคภูมิใจ เมื่อบรรดาลูกหลานที่พวกพวกเขาเคี่ยวเข็ญเรียนจบสักที วันนี้ทั้งมหาวิทยาลัยปิดไม่ให้นักข่าวจากภายนอกเข้ามายุ่งวุ่นวายเหมือนเช่นทุกปี สถานที่จัดงานคือสนามกิจกรรมสุดกว้างขวางใจกลางมหาวิทยาลัย ที่มีนักศึกษาที่เรียนจบเกือบแปดพันชีวิตนั่งเรียงรายฟังการกล่าวสุนทรพจน์ของอธิการบดี ศาสตราจารย์ชื่อดัง ร่วมถึงนักธุรกิจที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คำกล่าวที่ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยอุดมคติของนักสังคมสงเคราะห์ชื่อดัง ทำเอานักศึกษาเอกสังคมสงเคราะห์ถึงกลับปล่อยโฮ คนที่กล่าวสุนทรพจน์ได้เยี่ยมยอดคนนี้คือ เควิน ครอสไวต์ ผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าโฮปที่ฟลอริด้า เทเรซ่าชื่นชมเขามากทีเดียว เธอคงต้องเริ่มติดตามผลงานเขาหน่อยแล้ว

เวลาผ่านพ้นไป พิธีจบการศึกษาจบลง และนักศึกษาทุกคนจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ ผู้ปกครองที่ยืนรอบรรดาลูกหลานอยู่ที่เต็นท์สีขาวหลายร้อยเต็นท์ริมสนามเดินออกมาโอบกอดลูกๆ อย่างภาคภูมิใจ ที่มหาวิทยาลัยแกสตันนี้ขึ้นชื่อเรื่องความร่ำรวย แน่นอนว่าอธิการบดีทุ่มงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี ทั้งสนามถูกจัดให้เป็นงานเลี้ยง มีอาหารสุดหรูบริการตามมุมต่างๆ และวงดนตรีออร์เคสตร้าขนาดใหญ่บรรเลงเพลงคลอในงาน

“พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะเทรซ”

มาร์ตินเข้ามากอดลูกสาวแน่นด้วยความซาบซึ้งใจที่ลูกสาวของเขาเติบโตไปอีกขึ้นหนึ่ง โดยมีเทร์ยเวอร์ และซาร่าร่วมอยู่ด้วย

“พี่ ดีใจด้วยนะ” เทร์ยเวอร์ตบหลังเทเรซ่าด้วยท่าทีแมนๆ จนผู้เป็นพ่อกับแม่หัวเราะชอบใจ จากนั้นเขาก็กอดเทเรซ่าแน่นๆ แล้วยกตัวขึ้นโยกไปทางโน่นทีทางนี้ทีตามจังหวะดนตรีที่บรรเลง

“พอได้แล้ว จะขาดใจตายอยู่แล้ว” เทเรซ่าปรามน้องชาย แล้วทั้งสี่คนพ่อแม่ลูกก็กอดกันกลมอีกครั้ง

“เฮ้! เทรซ มาถ่ายรูปกัน” เสียงเอวาดังขึ้น เทเรซ่าเห็นว่าเพื่อนๆ ในเอกต่างรวมกลุ่มกันแล้วในตอนนี้

“ไปเถอะลูก” ซาร่าแตะที่ไหล่ลูกสาว

เทเรซ่าวิ่งเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนที่ส่งเสียงดังเฮฮาแย่งกันเข้าเฟรมกล้องอย่างสนุกสนาน เทเรซ่าโดนดันไปเบียดไหล่อีกคนหนึ่ง คนคนนั้นคือลุค เขามีท่าทีตกใจที่เห็นเทเรซ่า เธอเองก็ประหม่าเหมือนกันที่ได้อยู่ใกล้กับลุค แต่วินาทีประหม่าก็หมดไป เมื่อเอวาเข้ามากั้นตรงกลางแล้วโอบคอของเธอกับลุคด้วยแขนทั้งสองข้าง

“ยิ้มกว้างๆ เพื่อน!”

เวลาแห่งการถ่ายรูปจบลง เพื่อนๆ แยกย้ายกันไปคนละทาง บางคนก็จับกลุ่มคุยกัน เทเรซ่ามองดูลุคที่ยืนคุยกันกับเพื่อนอยู่หลายคน เขาดูเป็นคนร่าเริงเสมอไม่ว่าจะอยุ่ในสถานการณ์ไหน

สุดท้ายแล้วเทเรซ่าก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขา

“ลุค”

เขาดูอึดอัดขึ้นมาทันทีที่เทเรซ่าเดินเข้าไปหา

“ไง เทรซ”

“เราไม่ได้คุยกันนานเลยนะ”

“อืม”

“นายโอเคหรือเปล่า? ฉันขอโทษเรื่องวันนั้น…”

“เทรซ ฉันยังไม่อยากคุยเรื่องนั้นตอนนี้” เขามีสีหน้าไม่สบอารมณ์ และเมินหน้าหนี

“ขะ ขอโทษ จะไม่พูดอีกแล้ว” เทเรซ่ารู้สึกว่าตัวเองทำตัวไม่ถูกเลยที่เห็นท่าทีนั้นของลุค เธอไม่ชินกับท่าทีนั้นของเขาเลย เพราะทุกครั้งลุคจะยิ้มให้เธอเสมอ

“นายจะไปฉลองที่ไหนไหม ถ้าไม่…ไปกับครอบครัวของฉันได้นะ พ่อถามหานายอยู่”

“อ่อ…ที่บ้านของฉันก็จะไปฉลองที่ควีนส์พอดีน่ะ แต่ว่าฝากทักทายพ่อแม่ แล้วก็เทร์ยด้วยนะ”

“อืม”

“ฉันขอตัวก่อน”

เขาเดินจากไปทันทีเมื่อพูดจบ เทเรซ่ารู้สึกสงสารตัวเองที่โดนเพื่อนเมิน แต่วเอวาเดินเข้ามาหาเธอ ราวกับสังเกตเหตุการณ์ออก เธอเดินมาหาเทเรซ่าแทบจะทันที

“ให้เวลาเขาหน่อยเทรซ สักระยะหนึ่งก็จะดีขึ้นเอง”

เทเรซ่าพยักหน้าเศร้าๆ

“ว่าแต่…คุณเอลิซาเบธไม่มาเหรอ?”

“ติดประชุมน่ะ มาไม่ได้”

จริงๆ แล้วเทเรซ่าแอบเสียดายอยู่เหมือนกันที่เอลิซาเบธมาในวันที่สำคัญของเธอแบบนี้ไม่ได้ แต่เธอก็เข้าใจ เอลิซาเบธมีงานต้องทำ เทเรซ่าไม่อยากงี่เง่า เพราะอีกคนก็อายุมากกว่าเธอ คงจะไม่ชอบที่แฟนตัวเองงี่เง่าบ่อยๆ หรอก แค่เรื่องงานก็รั้งแต่จะปวดหัวอยู่แล้ว เทเรซ่าไม่อยากเพิ่มภาระให้อีก

“ก็อย่างนี้แหละคบกับนักธุรกิจนี่เนอะ” เอวาพูดยิ้มๆ “แล้วค่อเจอกันนะ ไปหาพ่อกับแม่ก่อน”

“อืม แล้วเจอกัน”

แล้วเสียงเฮฮาก็ดังขึ้นเมื่อเอวาจากเทเรซ่าไปรวมกลุ่มกับครอบครัว ต้นเหตุของเสียงนั้นมาจากอดีตนางแบบ และดีไซเนอร์ชื่อของนิวยอร์ก เฮเลน่า เพย์ตัน เธอมาด้วยชุดเดรสสีเหลืองสดใส และสูทสีขาวสวมทับ ในมือของเธอหอบดอกไม้ช่อใหญ่เดินตรงมาที่เธอ ทั้งสนามจับจ้องมาที่เธอทั้งสอง แต่แทรซ่าคิดว่าพวกเขาจ้องเฮเลน่ามากกว่าเธอ

“คุณเฮเลน…”

เธอยังไม่ได้ทักทายอะไรเทเรซ่า แต่ยื่นดอกไม้มาให้

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ฉันคิดว่าเธอหนีหายจากฉันไปแล้ว เธอสบายดีนะ” รอยยิ้มที่ส่งมาให้เทเรซ่าเป็นการประชดมากกว่าทักทาย

“สบายดีค่ะ แล้ว…คุณเฮเลนล่ะคะ?”

“ไม่เลย ชีวิตช่วงนี้วุ่นวายนิดหน่อย ฉันต้องพึ่งแอลกอฮอล์ทุกวันเลย”

“…”

“ได้ข่าวว่าเธอคบกับลิซแล้ว”

“…” เทเรซ่าอึดอัดใจที่จะชอบ เธอเกรงใจเฮเลน่า เพราะอีกคนก็เป็นแฟนเก่าที่มีเยื่อใยให้เอลิซาเบธอยู่ แถมยังใจดีกับเธออีกต่างหาก แต่จะว่าไป เรียกว่าใจดีหรือเปล่าเทเรซ่าก็ไม่อาจทราบเจตนาของเฮเลน่าได้เลย

“ค่ะ” เธอตอบไปในที่สุด

เฮเลน่าขมวดคิ้ว เธอกำลังไม่พอใจกับคำตอบนั้นอยู่อย่างแน่นอน

“ฉันนึกว่าเธอจะคิดได้ซะอีกนะ แต่ช่างเถอะ ลิซเองก็ชอบทำตัวให้ชีวิตวุ่นวายอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีปัญหารอบด้านให้แก้ ฉันสงสารลิซนะ เธอไม่สงสารลิซบ้างเหรอเทรซ เธอกำลังทำให้ลิซลำบากนะ”

“…”

“เก็บเรื่องนี้ไปคิดเถอะ ต้นเหตุเป็นเพราะเธอล้วนๆ”

“…?!”

“วันนี้ยินดีด้วยกับเธอนะ ถ้าหากวันไหนเธออยากให้ฉันช่วยอะไรก็บอกมา ฉันช่วยเธอได้ดีกว่าลิซแน่ๆ”

ถึงแม้น้ำเสียงจะอ่อนโยน แต่ใบหน้าของอีกคนไม่ได้ไปตามน้ำเสียงเลย เฮเลน่ากำลังโกรธเธออยู่ เทเรซ่ามองแผ่นหลังของเฮเลน่าที่ค่อยๆ เดินจากไปอย่างรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่กลุ่มผู้ปกครองและนักศึกษาก็ยังคงมองตามเฮเลน่า บางคนถึงกับเอากล้องมาถ่ายทำหน้าที่แทนปาปารัสซี่ซะเอง

เสียงดังเซ็งแซ่เมื่อสักครู่หายไปเมื่อร่างสูงไปจากบริเวณนั้น

“โอ้ ให้ตายเถอะเทรซ คนเฉิ่มๆ แบบพี่รู้จักคนสวยคนดังแบบนี้ด้วยเหรอ…โอ๊ย!”

เทเรซ่าชกน้องชายที่แขน ที่เขาบังอาจว่าเธอเฉิ่ม แต่ในขณะเดียวกันเธอก็คิดทบทวนสิ่งที่เฮเลน่าพูดไปด้วย เธอจะทำให้เอลิซาเบธลำบากเหรอเปล่านะ?

ต้นเหตุเป็นเพราะฉันจริงๆ น่ะเหรอ?




กว่าเทเรซ่าจะกลับถึงอพาร์ตเมนต์ก็ใช้เวลาถึงสี่ทุ่ม เธอเลี้ยงฉลองกับครอบครัวที่ร้านอาหารในมิดทาวน์ จากนั้นทั้งหมดก็มาส่งเธอที่อพาร์ตเมนต์ ก่อนจะกลับไปที่โรงแรมใกล้ๆ แถวนี้ เทเรซ่ามีความสุขมากที่เธอกับครอบครัวจะได้ใช้เวลาในแมนแฮตตันด้วยกันสองวันเต็มๆ เนื่องจากเทร์ยเวอร์อยากอยู่เที่ยวที่นี่ก่อน และวันนี้ทั้งวันเทเรซ่าก็คิดถึงเอลิซาเบธมาก เธอควรโทรหาเอลิซาเบธตอนนี้

“…?”

เสียงเคาะประตูเบนความสนใจให้เทเรซ่าวางมือถือลง เธอเปิดประตูห้อง และรอยยิ้มของเธอก็ปรากฏขึ้นเมื่อเห็นคนตรงหน้า และดูเหมือนว่าผมสีน้ำตาลหม่นๆ ของอีกคนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นสีบลอนด์ตามเดิมแล้ว

“คุณดีใจที่เจอฉันใช่ไหมคะ?”

“ฉันคิดถึงคุณค่ะ”

เอลิซาเบธพยายามไม่ทำหน้าตกใจ เพราะเทเรซ่าพูดได้น่าเอ็นดูมาก

“ฉันก็คิดถึงคุณ”

“แต่ว่า ตอนนี้ดึกแล้ว…คุณเอลิซาเบธจะกลับบ้านดึกดื่นไม่ได้นะคะ”

“อุตส่าห์มาหา โดนไล่กลับอีกแล้ว”

“ไม่ได้จะไล่นะคะ แค่เป็นห่วง ว่าแต่ทำไมต้องมาดึกขนาดนี้ล่ะคะ”

“ก็เห็นว่าคุณอยู่ฉลองกับครอบครัว ก็เลยไม่กล้ามาขัดน่ะ ฉันเลยรอจนกว่าจะกลับมา”

“อะไรนะคะ คุณเอลิซาเบธมารอเหรอ มารอตั้งแต่ตอนไหน”

“ไม่ถึงชั่วโมงหรอกค่ะ”

“ทำไมไม่โทรมาคะ แบบนั้นรอนานแย่เลย”

“ก็เพราะแบบนี้ไงถึงไม่โทร คุณจะปลีกตัวมาหาฉันโดยที่ทิ้งการฉลองกับครอบครัวไม่ได้นะคะ”

มันก็จริงนั่นแหละ เอลิซาเบธเข้าใจเธอมากจริงๆ

“เข้ามาก่อนสิคะ”

“ไม่ คุณนั่นแหละที่ออกมา ฉันจะพาคุณออกไปข้างนอกน่ะ”

“ไปไหนคะ?”

“ไม่ไกลจากที่นี่หรอก”

เอลิซาเบธยิ้ม แล้วกวักมือเรียกเธอด้วยท่าทีน่ารักให้ตามออกมา



แล้วเทเรซ่าก็มาหยุดอยู่ที่ตึกหนึ่งไม่ใกล้จากถนนสายที่เธออยู่นัก ถนนสายนี้ทำให้เทเรซ่าเกิดอาการเกร็งขึ้นมาหน่อยๆ เพราะในอัปเปอร์อีสต์ไซด์ช่วงถนนนี้เป็นที่อยู่ของย่ายไฮโซกว่าที่อื่นๆ เอลิซาเบธพาเธอเข้าไปในตึกนั้น ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสูงสุด เทเรซ่ากำลังคิดอยู่ตลอดทางว่าเอลิซาเบธจะพาเธอไปแนะนำใครให้รู้จักหรือเปล่า ถ้าแบบนั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่พร้อมสุดๆ ไปเลย

“คุณเอลิซาเบธพาฉันมาหาใครเหรอคะ?”

“อย่าเพิ่งถามสิคะ เขาไปในห้องก่อนเถอะ”

เอลิซาเบธลากเทเรซ่าเข้าไปในห้องนั้น อันที่จริงเทเรซ่ามองออกว่ามันเป็นเพนท์เฮ้าส์ และเมื่อก้าวเข้าไปก็ต้องบอกเลยว่า มันยิ่งใหญ่มาก ถึงจะเป็นเพนท์เฮ้าส์แค่ชั้นเดียว แต่เพดานห้องยกสูงมาก และการตกแต่งห้องเป็นสไตล์สแกนดิเนเวียที่เทเรซ่าชอบ ผนังเป็นอิฐสีขาวก้อนเล็กๆ ดูสะอาดตา พื้นกระเบื้องเป็นลายไม้สีเทา แบ่งโซนห้องครัว และโซนรับแขกเอาไว้ชัดเจน มีโต๊ะเขียนหนังสือตรงหน้าต่างกระจกบานใหญ่หันหน้าเข้ากับวิวเซ็นทรัลพาร์ก ด้านข้างมีชั้นวางหนังสือชุดใหญ่ ขวามือมีบันไดประมาณสิบขั้น บนนั้นคือเตียงนอน

เอลิซาเบธกวักมือเรียกให้เทเรซ่าออกมานอกระเบียง และแน่นอนว่ามีโต๊ะอาหารเล็กๆ อยู่ตรงนั้นที่ถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบหรู มันคือขนมและของหวาน ไม่มีอาหารคาวให้ได้เห็น เทเรซ่าดูออกเลยว่าเอลิซาเบธเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดนี้ แต่ที่นี่เป็นเพนท์เฮ้าส์ของคุณเอลิซาเบธหรือเปล่านะ?

“ที่นี่ของคุณเอลิซาเบธเหรอคะ?”

“นั่งก่อนสิ”

เทเรซ่าทำตาม และร่างสูงหย่อนสะโพกลงนั่งตรงข้ามเธอ

“คุณเอลิซาเบธมีบ้านอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ?”

“มีแค่ทาวน์เฮ้าส์ในมิดทาวน์อีกหลังหนึ่งน่ะ”

“แล้วที่นี่ล่ะคะ”

“ฉันเพิ่งซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะ คุณชอบไหม?”

เทเรซ่าพยักหน้า และมองดูรอบๆ อีกครั้ง เธอยังตื่นตาตื่นใจไม่หาย

“มันเป็นของคุณค่ะ ฉันซื้อให้เพื่อเป็นของขวัญวันจบพิธีการศึกษาของคุณไงคะ”

เทเรซ่าตาโตอ้าปากค้าง “คุณเอลิซาเบธว่าไงนะคะ?”

“ฉันซื้อให้คุณ”

“…!”

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ ฉันคิดว่าคุณจะดีใจมากกว่านี้ซะอีก”

อันที่จริงคำว่าดีใจมันห่างไกลกับปฏิกิริยาของเทเรซ่ามาก เธอแทบจะหัวใจวายตายมากกว่า

“ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ มันมากเกินไปสำหรับฉัน ฉัน…มันไม่เหมาะกับฉัน”

“แต่ฉันตั้งใจซื้อให้คุณจริงๆ นะ และก็สไตล์ของคุณด้วย ฉันจ้างคนออกแบบมาเปลี่ยนโฉมที่นี่ให้คุณเองเลยนะคะ ถ้าคุณไม่รับไว้ฉันเสียใจแย่เลย”

“ฉัน ไม่รู้สิคะ มันมากเกินไปจริงๆ”

“งั้นก็ทิ้งไป”

มีงอนด้วยอีกต่างหาก จะว่าไปเทเรซ่าก็เกิดหมั่นไส้ในความรวยของเอลิซาเบธขึ้นมา ซื้อมาอาทิตย์ก่อนแล้วจะมาทิ้งง่ายๆ อย่างนี้เนี่ยนะ อีกอย่างที่นี่ก็ไม่ใช่ถูกๆ ด้วย รวยเกินไปแล้ว!

“ฉันไม่ได้จะขัดใจคุณเอลิซาเบธนะคะ แต่ว่า…คุณก็รู้ว่าฉันไม่ชอบอะไรที่มันเกินตัว…แบบเพนท์เฮ้าส์หลังนี้”

“ฉันรู้ค่ะ แต่คุณรับไว้ไม่ได้เหรอ รับไว้เถอะ อย่างน้อยคุณก็ทำให้ฉันมีความสุขนะคะ”

ความลำบากใจมากองอยู่ที่เทเรซ่า

“นะ ขอร้อง” เอลิซาเบธส่งสายตาอ้อนวอน และจับมือแฟนเขย่าไปมาเป็นเชิงออดอ้อน

“ถ้าคุณรับเอาไว้ ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้อะไรเกินตัวกับคุณอีก”

“…”

“ถ้าคุณไม่รับมันไว้ ฉันจะซื้อรถ ไม่ก็ทาวน์เฮ้าส์ให้”

“มะ ไม่นะคะ อย่าทำแบบนั้น”

“งั้นคุณก็รับ เพนท์เฮ้าส์นี้เอาไว้” เอลิซาเบธมีท่าทีสนุกับความลำบากใจของเทเรซ่าซะเหลือเกิน แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ออกอาการลุ้นสุดๆ

“คุณเอลิซาเบธ…”

“พรุ่งนี้รถยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยูรุ่นล่าสุดจะไปจอดหน้าอพาร์ทเมนต์คุณสักสองคัน ฉันจะใส่ชื่อเจ้าของรถเป็นคุณเรียบร้อย แล้วก็…”

“ก็ได้ค่ะ ฉันจะรับเพนท์เฮ้าส์นี้เอาไว้ แต่ห้ามซื้ออะไรให้ฉันอีกนะคะ” เทเรซ่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เธอกำลังโดนบังคับ

“ดีมากค่ะเทรซ” เอลิซาเบธจับมือของเทเรซ่าขึ้นไปจูบ

“คุณเอลิซาเบธสัญญาว่าจะไม่ทำเรื่องแบบนี้อีกแล้วนะคะ”

“สัญญาค่ะ”

เอลิซาเบธยิ้มน่ารักส่งให้อีกคน และลงมือกินกองทัพขนมของโปรดเทเรซ่าด้วยอารมณ์ดีมีความสุขสุดๆ

“จะย้ายเข้ามาที่นี่วันไหนคะ ฉันจะจัดการให้”

หลังจากจัดการกับบรรดาขนมเสร็จ ทั้งสองคนก็ย้ายมานั่งที่โซฟาชุดกลางห้อง

“คงต้องดูก่อนค่ะ”

“เร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอคะ”

“ทำไมคะ?”

“ฉันก็อยากให้คุณได้อยู่ในที่ดีๆ และสะดวกกว่าเดิม คุณบอกกับฉันว่าส่งต้นฉบับนิยายไปให้สำนักพิมพ์แล้วใช่ไหมล่ะคะ นักเขียนก็ต้องมีที่ดีๆ สงบๆ ไว้เขียนนิยายแบบที่นี่ไง”

เทเรซ่ายิ้ม มันก็จริงอย่างที่เอลิซาเบธพูด ที่นี่เหมาะสำหรับการนั่งชิลๆ และสงบเงียบ

“ถ้าอย่างนั้น ไม่เกินอาทิตย์นี้ก็ได้ค่ะ”

“อืม แล้วฉันจะจัดการให้ รอแค่คุณบอกวันมา”

เทเรซ่าพยักหน้า เธอง่วงนอนและเริ่มหาว

“ฉันว่าตอนนี้คุณคงอยากจะพักผ่อนแล้ว เดี๋ยวไปส่งนะ”

“พรุ่งนี้…คุณเอลิซาเบธจะมาหาฉันไหมคะ?”

เอลิซาเบธยิ้มเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอแตะริมฝีปากที่หน้าผากอีกคน

“มาสิคะ ตอนเย็นๆ นะหลังเลิกงาน”

เทเรซ่ายิ้มให้อีกคน เธอรู้ว่าเอลิซาเบธทุ่มเทกับเธอมากแค่ไหน ทั้งเรื่องงานที่ยุ่งเหยิง ไหนจะต้องปลีกตัวมาหาเธออีก เทเรซ่ารู้สึกว่าตัวเองทำให้อีกคนต้องลำบากหรือเปล่า แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกวิเศษมากที่มีเอลิซาเบธเป็นคนรัก ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากก็ตามที

“คุณมองหน้าฉันแบบนั้นมีอะไรหรือเปล่าคะเทรซ มีอะไรซาบซึ้งใจในตัวฉันเหรอ?”

“ฉันดีใจที่ได้รู้จักกับคุณค่ะ”

เอลิซาเบธหัวเราะ และมองอีกคนด้วยความเอ็นดู เธอส่งมือไปจับที่ใบหน้าแสนสวยนั้น

“เทรซคุณรู้หรือเปล่าว่าคุณคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิของฉัน ฉันรักคุณมากเลยนะ”

นิ้วหัวแม่มือของเอลิซาเบธลากไล้ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูของเทเรซ่า มันมีความอบอุ่นและเย้ายวนซ่อนอยู่ ถึงแม้เทเรซ่าจะไม่รู้ตัวเลยก็ตาม

เอลิซาเบธโน้มหน้าเข้าไปจูบที่ริมฝีปากนั้น เทเรซ่าดูตกใจอยู่สักพัก แต่เธอก็ไม่เกร็งมาก เธอพยายามทำตัวเป็นแฟนที่ดีโดยการไม่ผละออก เมื่อเอลิซาเบธเริ่มขยับจูบ อีกคนก็พยายามอย่างมากที่จะจูบตอบกลับ แต่มันไม่ได้ผลเอาเสียเลย แค่จูบเธอก็ทำได้แย่ขนาดนี้เลยเหรอ?

และดูเหมือนว่าเอลิซาเบธจะเข้าใจอีกคน เธอจูบเทเรซ่าอ่อนโยนและแช่มช้า เพื่อให้อีกคนจับจังหวะการจูบ และเรียนรู้ไปด้วย คล้ายกำลังสอนอีกคนจูบไปในที และแน่นอนว่ามันได้ผล เทเรซ่าตอบสนองเอลิซาเบธดีเกิดคาด จนเธอคลั่งไปเลย เอลิซาเบธเปลี่ยนจากจูบอ่อนโยนเป็นลึกซึ้งทันที ลิ้นร้อนๆ ของเธอแทรกเข้ามาในปากของเทเรซ่า ทำให้อีกคนรู้สึกร้อนวูบวาบในตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ มือทั้งสองของเทเรซ่าสอดขยุ้มกลุ่มผมสีบลอดน์นุ่มนิ่มของเอลิซาเบธอย่างลืมตัว และจูบที่ร้อนแรงก็เกิดขึ้น

จนกระทั่งหลังของเทเรซ่าแตะที่พนักพิงโซฟา และเอลิซาเบธคร่อมอยู่บนตัวเธอ ร่างสูงผละออกจากจูบและก้มมองเทเรซ่าที่เขินหน้าแดงก่ำอยู่ใต้ร่าง เทเรซ่ารู้สึกว่าตอนนี้เอลิซาเบธสวยและเซ็กซี่มาก และไหนจะดวงตาคู่สวยที่หวานฉ่ำนั้นมองลงมาที่เธออย่างมีความหมายมากล้น ทำให้เทเรซ่าหัวใจเต้นแรง และร้อนวูบวาบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“คุณเชื่อฉันไหมเทรซ ว่าฉันไม่อยากหยุดเลย” แน่นอนว่าเอลิซาเบธไม่อยากล่วงเกินเทเรซ่าไปมากกว่านี้

เทเรซ่ามองที่เอลิซาเบธอีกครั้ง เธอไม่ตอบอะไร นั่นทำให้เอลิซาเบธเกิดความต้องการอีกครั้ง เธอก้มลงไปมอบจูบให้อีกครั้งเนิ่นนานและเร่งเร้าสุดๆ เทเรซ่ารู้สึกเหมือนทรมานตัวเองขึ้นมาทันที เธอรู้ว่าสกิลการเล้าโลมของเอลิซาเบธนั้นช่ำชองอยู่แล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสเอลิซาเบธแบบนี้ ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก เธอได้ยินเสียงของเอลิซาเบธครางในลำคออย่างพอใจ แขนทั้งสองของเอลิซาเบธกอดรัดร่างเธอให้ยกขึ้นรับอุณหภูมิความร้อนในร่างกายของตัวเอง เทเรซ่าเอื้อมมือไปดึงคอเสื้อเอลิซาเบธและกำมันไว้แน่นอย่างลืมตัว เธอหายใจหอบถี่และแรงมาก ตอนที่เอลิซาเบธปั่นปวนเธอด้วยกดสะโพกลงที่ส่วนเอวของเธอ มืออีกข้างเกาะขอบกางเกงของเทเรซ่า ในขณะริมฝีปากและลิ้นร้อนๆ ของเอลิซาเบธยุ่มย่ามอยู่ที่ซอกคอของเธอ

เอลิซาเบธผละออกเมื่อรู้สึกได้ถึงการกระทำที่แตกตื่นของเทเรซ่า

“เป็นไรไหมคะ?” เธอถามด้วยเสียงแหบพร่า และเทเรซ่าหลุบลงซ่อนสายตา เธอเขินอายปนรู้สึกผิดบางอย่าง

“ฉันขอโทษ คือ ฉันลืมตัวไปหน่อย โอเค ฉะ ฉันจะไม่ทำมันอีกแล้ว” เอลิซาเบธพูดด้วยน้ำเสียงตื่นๆ เช่นเดียวกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่ยังไม่ชิน ฉันต้องขอโทษคุณเอลิซาเบธด้วยนะคะ ที่ต้องทำให้คุณ…เอ่อ ทำให้คุณหงุดหงิดเพราะฉัน”

เอลิซาเบธหัวเราะ เธอลูบหัวอีกคนอย่างเอ็นดู

“หน้าตาฉันดูหงุดหงิดเหรอคะ ไม่เป็นไร เราค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปกันดีกว่า ฉันเองก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันก็ไวไปหน่อย”

เทเรซ่ายิ้ม

“ว่าแต่คุณโอเคนะ”

เทเรซ่าพยักหน้า “ฉันจะพยายาม…จะพยายามในครั้งหน้า”

เอลิซาเบธระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง และฉุดเทเรซ่าให้ลุกขึ้นนั่งข้างๆ เธอ

“คุณไม่ต้องทำเพื่อฉันขนาดนั้นก็ได้นะคะ ขัดใจฉันบ้างเถอะค่ะถ้าคุณไม่ต้องการ…”

“ฉันชอบนะคะ…แต่ฉัน คือ”

“ปล่อยเป็นธรรมชาติไปเถอะค่ะดีแล้ว”

“แล้วคุณเอลิซาเบธทนได้เหรอคะที่มีแฟนไม่เอาไหนอย่างฉัน ขนาดเรื่องแบบนี้ยัง…” เทเรซ่าพูดไม่ออก เธอรู้สึกเขิน

“ใครบอกคุณ ทำได้ดีมากนะเทรซ คุณต้องไม่คิดมากเรื่องนี้สิ เรารอกันได้ ฉันไม่ได้เร่งรัดอะไรคุณนะคะ อย่าคิดมากเข้าใจไหม”

เอลิซาเบธดึงอีกคนเข้ามากอด เทเรซ่าโอบเอลิซาเบธแน่น

“ฉันรักคุณเอลิซาเบธ”

“…!”

“อย่าทิ้งฉันไปนะคะ”

“จะทิ้งได้ยังไง ไม่มีทางหรอก ก็เพราะคุณทำให้ฉันหลงหัวปักหัวปำอยู่นี่ไงคะ”

ใช่แล้ว เทเรซ่าไม่จำเป็นต้องมีเวทมนตร์สักกี่บทที่ร่ายคาถารั้งเธอเอาไว้ แค่คำพูดตรงๆ และเสน่ห์ไร้เดียงสาของเทเรซ่าก็มัดใจเธอได้อยู่หมัดแล้ว



เอลิซาเบธกลับคฤหาสน์ด้วยใบหน้าที่ร่าเริงผิดปกติ จนอีธานที่เดินสวนลงมาจากห้องชั้นบนจับสังเกตได้

“กลับบ้านช้ากว่าทุกวัน สีหน้าอารมณ์ดีแบบนั้นหมายความว่ายังไง ลูกไม่เครียดเรื่องข่าวแล้วเหรอ?”

“อีกหน่อยมันก็เงียบนี่คะ”

“เฮเลน” อีธานเบี่ยงความสนใจไปที่อีกคน เฮเลน่าเดินเข้ามาหลังจากที่จอดรถหน้าบ้าน เธอดูจะเมามานิดหน่อยด้วย ช่วงนี้เฮเลน่าออกไปเมาบ่อยๆ กับแก็งเพื่อน

“กลับดึกแบบนี้อีกแล้ว ครั้งหน้าผมจะไปกับคุณด้วยถ้าคุณยังกลับดึกอีก”

เฮเลน่ายิ้ม “ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ถ้าเกิดอะขึ้นกับฉันลิซคงจะสบายใจกว่านี้”

เอลิซาเบธรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่อยู่ๆ อีกคนก็หันมาประชดเธอแทน

“ก็อาจจะ ฉันจะมีความสุขมากถ้าเธอไม่ยุ่งกับเรื่องของฉันจนเกินไป”

“แน่สิ คุณจะได้ไปเสพสุขกับคนอื่นสบายใจเฉิบ”

“…!”

“อะไรกัน ทั้งสองพูดเรื่องอะไรกัน” อีธานมองทั้งสองสลับกันด้วยความไม่เข้าใจ และเฮเลน่าฉีกยิ้มเมื่อเห็นเอลิซาเบธตกใจกับคำพูดของเธอ และปฏิกิริยาของอีธานที่ดูท่าทีสนอกสนใจ

“ฉันคิดว่าควรบอกเรื่องนี้กับคุณค่ะอีธาน คุณจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้เลย เรื่องของฉันกับลิซ”

“อย่านะเฮเลน!” เอลิซาเบธกระชากแขนอีกคนมันรุนแรงมากจนอีธานอยากรู้อยากเห็น

“เกิดอะไรขึ้น มีอะไร คุณเล่าให้ผมฟังเดี๋ยวนี้เลย”

เฮเลน่าแสยะยิ้ม เธอพอใจในใบหน้าแตกตื่นของเอลิซาเบธ

“ฉันกับเอลิซาเบธเราเคยคบกันค่ะ ลึกซึ้งแบบที่คนรักทั่วๆ ไปพอจะมีให้กันได้ แน่นอนว่าเรื่องนั่นเซ็กส์ด้วย”

“…!?”

“…!!” เอลิซาเบธอยากเป็นลมลงตรงนั้น เธอไม่สามารถบอกได้ว่าตอนนี้เธออ้าปากกว้างมากขนาดไหน เธอไม่คิดว่าเฮเลน่าจะงัดไม้นี้มาใช้กับเธอ

อีธานมองทั้งสองคน และพยายามคิดว่ามันเป็นมุกตลก

“คุณอำซะผมตลกไม่ออกเลย”

“เปล่าค่ะอีธาน ฉันพูดเรื่องจริง เราทั้งสองรักกันดีจนกระทั่งฉันแต่งงานกับคุณ และตอนนี้ฉันก็ยังรักลิซอยู่”

“…!”

อีธานยืนตัวแข็ง ราวกับมียักษ์ยกภูเขามาทุ่มใส่ร่างของเขา และเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น เขาหันไปมองลูกสาวที่ใบหน้าชัดเจนมากว่าไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

“ลิซ…”

เอลิซาเบธยกมือขึ้นกุมกระหมับก่อนจะลดมือลงเร็วๆ แถมยังมองไปที่อื่นสักพักแล้วค่อยกลับมามองหน้าเขาอีกต่างหาก ลูกสาวของเขาดูกระวนกระวายใจ

“ใช่ค่ะ เป็นความจริง”

ไหนๆ ก็ไหนๆ เอลิซาเบธก็คร้านที่จะเก็บความลับเอาไว้แล้ว วันนี้เธอจะปล่อยมันออกมาให้หมดเลยคอยดูสิ

“หนูกับเฮเลนเคยคบกัน หนูย้ำว่าเคยคบ จนกระทั่งเธอทรยศหัวใจของหนู ตอนนี้หนูเกลียดเฮเลน”

“คำพูดของเธอร้ายกาจมากนะเอลิซาเบธ เธอควรไปฝึกพูดจายังไงให้รื่นหูกว่านี้ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฉันถึงได้รักคนอย่างเธอมาตลอด ถึงแม้ว่าเธอจะร้ายกาจกับฉันก็ตาม”

“พ่อของฉันยืนอยู่ตรงนี้นะเฮเลน และเธอก็เป็นภรรยาของเขา”

เฮเลน่าเชิดหน้า เธอหันไปฟ้องอีธานโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งนั้น

“ฉันจะบอกคุณเอาไว้เลยว่า ลูกสาวของคุณแต่งงานกับเซบาสเตียนเพราะตั้งใจจะแก้แค้นฉัน พวกเขาแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ไม่ใช่เพราะความรักอย่างที่คุณคิดหรอก”

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”

“ลิซ! ....มันจริงเหรอ? เรื่องจริงเหรอ?”

เอลิซาเบธเม้มปากเป็นเส้นตรง

ก็ได้ บอกไปให้หมดก็แล้วกัน!

“ใช่ค่ะ พวกเราแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ แต่ตอนนี้หนูมีคนรักแล้ว”

อีธานกำลังประมวลผล ในขณะที่เฮเลน่าเบ้ปากให้เอลิซาเบธ

“ลูกก็เลย…จะหย่ากับบาสเหรอ?”

“มันก็ใช่ค่ะ แต่อีกเหตุผลหนึ่งเราตัดสินใจว่าจะหย่ากันเมื่อถึงเวลา แต่ตอนนี้เลยเวลามาแล้ว เพราะบาสหลงรักหนูจริงๆ และเขาไม่ยอมหย่าให้หนู แต่เขาก็มีลูกมีภรรยาอยู่แล้ว”

“อะไรนะ! บ้าไปกันหมดซะให้พอ พ่อรับเรื่องทั้งหมดนี่ไม่ไว้แล้วนะ” อีธานเสียงเข้ม

“แต่ที่แน่ๆ พ่อสบายใจได้เลยค่ะ เพราะหนูไม่มีทางแย่งเฮเลนมาจากพ่อหรอก หนูไม่ได้รักเธอเลยสักนิด” เอลิซาเบธพูดกระแทกแดกดันอีกคน

เฮเลน่ามีแววตาที่เย็นชา เธอพูดเสียงเย็นเฉียบ

“อีธานฉันอยากจะหย่ากับคุณ”

“อะไรนะ!”

“ว่าไงนะ!” เอลิซาเบธหัวเสีย และคาดไม่ถึงอีกครั้งว่าเฮเลน่าจะมาไม้ไหน แต่คิดไปคิดมาแล้วมันมีอยู่แค่เหตุผลเดียวเท่านั้นแหละที่เอลิซาเบธคิดออก และมันจริงซะด้วย เฮเลน่าจะประกาศสงครามกับเธอ ถ้าเธอเป็นอิสระจากพ่อเมื่อไหร่ เฮเลน่าจะมาขัดขวางความรักของเธอกับเทเรซ่าอย่างแน่นอน

“พ่อห้ามหย่านะ! หนูไม่ยอมหรอก เฮเลนจะมายุ่งกับหนูอีกนะ”

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วอีธาน ฉันอยากออกไปจากเรื่องบ้าๆ นี้สักที และแน่นอน ฉันจะขัดขวางเธอทุกวิถีทางเลยลิซ”

“เธอมันบ้าไปแล้ว!”

เอลิซาเบธเลือดขึ้นหน้า อยากตบอีกคนสักฉาด แต่เกรงใจพ่อที่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆ เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากดูทั้งสองสาวเปิดสงครามกันไปมา แต่เรื่องทั้งหมดเขาก็พอใจเข้าใจแล้ว

“พ่ออย่าเซ็นใบหย่าให้เฮเลนนะ”

“เธอมีสิทธิ์อะไรลิซ”

อีธานเริ่มทนไม่ได้อีกแต่ไป

“หยุดสักที!” เขาตะคอกลั่นบ้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ส่งผลให้ทั้งสองเงียบทันที

“ในเมื่อวันนี้เป็นวันเปิดเผยความลับแห่งชาติไปแล้ว ฉันก็จะพูดความลับของฉันบ้างล่ะ!”

“…?”

“…?!”

อีธานมองหน้าเฮเลน่า แล้วเริ่มคายความลับออกมา

“ผมรู้ว่าเรื่องของคุณกับลูกสาวของผมดีเชียวล่ะเฮเลน ผมรู้ตั้งแต่คุณทั้งสองคบกัน”

คราวนี้เป็นทั้งสองที่ต้องอึ้งราวกับถูกอะไรสักอย่างมาตรึงไว้ให้หยุดอยู่กับที่

อีธานปรายตามามองลูกสาว แต่เขายังคงพูดเสียงเข้ม และมีอำนาจ

“และพ่อนี่แหละ ที่เป็นคนแย่งเฮเลนมาจากลูกเองเอลิซาเบธ”

“…?!”

“…!!”





____________________________________

ตอนนี้ก็จะยุ่งเหยิง และหวานๆคละกันไป

แต่ในตอนสุดท้ายนั้น ความลับของอีธานมาเหนือสุด55555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #51 belamun123 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 21:48

    ช๊อคแรงเลย

    #51
    0
  2. #31 tankazae (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 23:45
    ช๊อคจ้าาา
    #31
    0
  3. #26 Guitarfroyd (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 20:49
    มีพีคกว่านี้ไหมวันนี้วันโลกแตกหรอ5555555//แต่-เลวมากเลยนะ
    #26
    0
  4. #25 J418 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 12:58
    พีค ทำไมคุณพ่อทำแบบนั้นล่ะคะ?!!
    #25
    0