[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 20 : SEVENTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 ต.ค. 61

เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นกับชีวิตของเอลิซาเบธ

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากหลังจากเหตุการณ์แย่ๆ ในวันนั้น เอลิซาเบธรู้แล้วว่าเทเรซ่าสำคัญกับเธอมากขนาดไหน ใจของเธอคิดถึงและเป็นห่วงแต่เทเรซ่าเท่านั้น วันสุดท้ายที่เธอได้เจอเทเรซ่าคืบเข้ามาเป็นหนึ่งอาทิตย์ เทเรซ่าหายไปจากเธอได้หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ อย่างไร้ร่องรอย เอลิซาเบธโทรหาส่งข้อความ ทำทุกอย่างรวมกระทั่งไปที่อพาร์ทเมนท์ทุกวัน แต่เธอก็ได้คำตอบจากเจ้าของที่นั่นบอกว่าไม่เห็นเทเรซ่ามาที่นี่เลย เธอไปดักรอที่สำนักพิมพ์ นิโคลก็บอกว่าเทเรซ่าไม่มาฝึกงานแล้วหนึ่งอาทิตย์

แปลกมาก เทเรซ่าจะไปไหนได้

เอลิซาเบธรู้สึกใจเสีย เธอถ่อไปหาเอวาที่พึ่งสุดท้ายของเธอ รายนั้นฝึกงานอยู่อีกที่หนึ่ง เธอมีท่าทีตกใจขึ้นมาทันทีที่เอลิซาเบธบอกว่าเทเรซ่าหายตัวไป เอวารับปากเธอว่าจะช่วยตามหา เทเรซ่าคงอยู่กับเพื่อนคนใดคนหนึ่ง ถ้าได้เรื่องแล้วจะติดต่อกลับ

ล่วงเลยเข้ามาเป็นสองอาทิตย์ ก็ยังไม่ได้ข่าว เอลิซาเบธทำเช่นเดิมอยู่ทุกวัน โทรหา ตามหาจากสถานที่ที่คิดว่าเทเรซ่าจะไป แต่ว่า ไม่พบเลย เอลิซาเบธรู้แล้วตอนนี้ว่าเทเรซ่าจงใจหลบหน้าเธอ ทั้งคนที่อพาร์ทเมนท์ สำนักพิมพ์ รวมไปถึงเอวา ทุกคนต้องรวมหัวกันหลอกเธอ แต่เพราะอะไรเอลิซาเบธก็ไม่อาจรู้ได้ คนพวกนั้นอาจไม่อยากให้เธอเจอกับเทเรซ่าก็เป็นได้

เทเรซ่าอาจเกลียดเธอไปแล้ว

และอาทิตย์ที่สองเรื่องวุ่นวายก็เริ่มต้นอีกครั้ง นั่นคือเรื่องที่เธอกำลังจะหย่ากับเซบาสเตียนแพร่ออกไปสู่สื่อมวลชน เอลิซาเบธคิดออกเลยทันทีว่าคนที่ปล่อยข่าวคือเฮเลน่า บรรดานักข่าวห้อมล้อมอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ทุกวัน เอลิซาเบธปลีกตัวออกไปไหนไม่ได้เลยนอกจากคฤหาสน์กับบริษัท เธอไม่มีเวลาติดตามหาเทเรซ่าอีกต่อไป เซบาสเตียนกลับมาที่คฤหาสน์หลังจากไม่ได้อยู่ที่นี่มาหนึ่งอาทิตย์ นักข่าวตามเขาไปทุกทีจนเขาไม่มีที่จะไปจนได้มาหลบภัยอยู่ที่นี่

“คุณเล่นแรงเกินไปแล้วนะลิซ คุณโกรธผมถึงขนาดเอาเรื่องที่เราจะหย่ากันไปบอกนักข่าวเลยเหรอ?!” พอเซบาสเตียนกลับมา เขาก็ลากเอลิซาเบธมาคุยอยู่บนห้อง

“ฉันไม่ได้เป็นคนทำเรื่องทั้งหมดนี้ แต่มันก็ดีที่ทำให้คุณกลับมา เพราะฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเต็มไปหมด”

“ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะมาคุยอะไรทั้งนั้น” เขาหมุนตัวหนีหน้าเธอ แต่เอลิซาเบธคว้าแขนของเขาเอาไว้ และบังคับให้อีกคนหันมาสบตากับเธอ

“เราต้องคุยกัน เพราะคุณทำให้ฉันลำบาก”

“ผมทำอะไร!” เขาเสียงเข้ม แต่ก็หลับตาข่มอารมณ์ไม่ได้ฉุนขาดเสียก่อน เขาหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปกติกับเอลิซาเบธ

“ฟังนะลิซ ผมบอกคุณแล้วว่ายังมีสิทธิ์ในตัวคุณอยู่”

“ไม่ต้องมาหาข้ออ้างหรอก อีกหนึ่งอาทิตย์ก็จะหมดภาระของเราแล้ว คุณก็รู้ว่าฉันอยากเป็นอิสระ เพราะคุณเห็นฉันจริงจังกับเทเรซ่าขึ้นมา คุณก็เลยจ้องทำร้ายความสัมพันธ์ของเราทั้งสอง คุณหลงรักฉันนี่จำได้ไหม”

“…”

“ฉันพูดถูกใช่ไหม แน่นอนล่ะ แต่ตอนนี้ละครที่เราเล่นมาเป็นปีๆ ได้จบลงแล้ว ทุกอย่างจะผ่านไป คุณจะไม่มีสิทธิ์ดึงฉันไว้ เราจะจบทุกอย่าง และสิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้มันผิดมาก…!”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ใจร้ายมากลิซ คุณทำให้ผมรักคุณ”

“…?!” เอลิซาเบธนิ่งไปที่ได้ยินประโยคนั้น มันกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คาด แต่เซบาสเตียนจะเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้ เขามีอย่างอื่นที่ต้องรับผิดชอบอยู่

“คุณนั่นแหละที่ใจร้าย คุณเอาแมดดี้กับโอลิเวียไปไว้ไหนกัน นั่นลูกและภรรยาของคุณเลยนะ คุณคิดถึงพวกเธอบ้างไหม ฉันขอโทษที่ทำให้คุณรักฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น และฉันไม่ได้รักคุณ”

“แต่คุณบอกว่ารู้สึกกับผมนี่”

“แค่เคยรู้สึก มันนานมากแล้ว และเป็นการรู้สึกแค่ชั่ววูบ ตอนนี้ฉันมีแค่เทรซ คนที่ฉันพร้อมที่จะสละทุกอย่างให้”

“…!” เซบาสเตียนไม่พอใจที่เอลิซาเบธพูดแบบนั้น เขาเจ็บปวด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง เขาเห็นแก่ตัวเกินไป แต่เอลิซาเบธก็พูดถูก เขามีภรรยาและลูกที่รักเขาหมดหัวใจ แต่เขากำลังทำบาปอยู่ ทำบาปที่ไม่น่าให้อภัย เพราะเขาดันหลงรักภรรยาปลอมๆ เข้าให้แล้ว

“ใครช่วยบอกฉันได้ไหมว่าข้างนอกบ้านนี่มันนรกแตกอะไรกัน!” เสียงของอีธานดังมาจากข้างนอกขัดบทสนทนาระหว่างสองสามีภรรยาปลอมๆ ทำให้ทั้งสองหยุดพูดกันโดยอัตโนมัติ และได้ยินเสียงเคาะประตูห้องตามมา

“เปิดประตูลิซ พ่อรู้ว่าลูกอยู่ข้างใน”

เอลิซาเบธถอนหายใจ เธอเปิดประตูออกไป อีธานยืนตีหน้ายักษ์ใส่เธอ และหนังสือพิมพ์ก็ลอยลิ่วจากมือของอีธานมากระแทกใส่หน้าประตูของเอลิซาเบธอย่างแรง

เอลิซาเบธรู้ว่าพ่อของเธออยากจะปามันใส่หน้าเธอมากแค่ไหน แต่จำใจปาเฉียดๆ พอเป็นพิธี หนังสือพิมพ์ร่วงลงพื้น พาดหัวข่าวตัวใหญ่ยักษ์จนอยู่บนดาวอังคารก็สามารถมองเห็น

‘รักร้าว! ไฮโซอักษรอีกับเอส คู่รักหวานที่สุดในศตวรรษกำลังเตียงหักจริงหรือ?’

“พ่อทนพวกนักข่าวนั่นไม่ไหวแล้ว! พวกมันตามพ่อไปทุกที่ ปากก็ตะโกนตามพ่อปาวๆ เรื่องของลูกกับบาส ตอนแรกพ่อคิดว่าเป็นแค่ข่าวลือ แต่พ่อก็แน่ใจแทบจะทันทีเพราะไม่เห็นบาส ตลอดเกือบหนึ่งอาทิตย์เต็ม นั่น… ก็ดี อยู่นี่ก็ดีแล้วบาส ฉันมีเรื่องจะคุยกับทั้งสองคนเลย”

เซบาสเตียนเดินออกมาพอดี เอลิซาเบธสบตากับเขา แต่เขาหลบตาเธอ

ก็ได้ ฉันจะทำให้เรื่องทั้งหมดนี้มันเข้ารูปเข้ารอยด้วยตัวเองเพียงคนเดียว!

“ตามไปที่ห้องทำงานพ่อ ทั้งสองคน” เสียงเฉียบขาดของอีธานออกคำสั่ง

ในเวลาต่อมาทั้งเธอและเซบาสเตียนก็ได้มานั่งจมอยู่ในห้องทำงานของอีธาน มันเป็นห้องที่เอลิซาเบธเกลียดมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะที่นี่ดูใหญ่กินเนื้อที่ของห้อง แถมมีของโบราณที่พ่อของเธอเป็นนักสะสมตั้งเอาไว้มากมาย และรอบตัวของผนังเป็นสมุดเก่าๆ ที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นก่อนๆ ทำให้ห้องนี้ดูน่ากลัวสำหรับเอลิซาเบธ เธอไม่ค่อยเข้ามาในห้องนี้หากไม่จำเป็น

“เอาล่ะ เล่ามาสิ” อีธานคาดคั้นเอาทำตอบจากทั้งสองที่ตั้งอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงาน

เซบาสเตียนไม่พูดอะไร เขาเงียบมาก เขารอให้เอลิซาเบธพูดเธอรู้สึกได้

ก็ได้! เธอจะพูด เอลิซาเบธไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว

“อย่างที่ข่าวพาดหัวนั่นแหละค่ะ เรากำลังจะหย่ากันจริงๆ”

อีธานหน้าเหวอ ตลอดเวลาเซบาสเตียนกับลูกสาวของเขาเป็นคู่รักที่ดีมากๆ เขาไม่เห็นทั้งสองทะเลาะกันเลยสักครั้ง มีแต่ทำตัวหวานกันตลอดเวลา แต่สิ่งนี้ เรื่องเลวร้ายกลับเกิดขึ้น ทั้งสองกำลังจะหย่ากันจริงๆ เขาไม่คิดไม่ฝันเลย

“ถ้าทะเลาะกันล่ะก็ ค่อยๆ คุยกันก่อนเถอะ”

“เราไม่ได้ทะเลาะกันค่ะ”

“นี่ลูกไม่ได้ล้อพ่อเล่นใช่ไหม?”

“ไม่ค่ะ เหตุผลก็เหมือนคนอื่นๆ คือ เรารู้สึกว่าชีวิตคู่ไม่มีความสุข มีหลายเรื่องไม่ลงรอยกัน และที่สำคัญเราเข้ากันไม่ได้”

“อย่ามาพูดเหมือนพ่อกำลังนั่งดูข่าวบันเทิงลิซ หรือว่าลูกทำงานจนเบลอไปแล้ว”

“หนูพูดจริง และไม่ได้เบลอ”

“…” อีธานเงียบไป เพราะท่าทีของเอลิซาเบธในตอนนี้คือ เธอพูดจริงทำจริง เขาเลยหันหน้าไปหาเซบาสเตียนเพื่อให้อีกคนอธิบายอีกแรง

“แต่ผมยังรักลิซอยู่”

“…พูดอะไรน่ะบาส” เอลิซาเบธไม่อยากจะเชื่อว่าเซบาสเตียนพูดออกมาได้หน้าตาเฉยมาก เขาจะไม่ยอมเซ็นใบหย่าให้กับเธอดีๆ แน่ ให้ตายเถอะ! เรื่องมันชักจะวุ่นวายเข้าจริงๆ เสียแล้ว เรื่องแบบนี้มันไม่ดีเอามากๆ เลย ไม่ดีที่สุด

“เรื่องสามีภรรยาทะเลาะกันอย่ามาทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตเลยลิซ” อีธานพูดแทรก

“หนูจะหย่า และยืนยันคำเดิม”

“ไม่ได้แกห้ามหย่ากับบาส”

เอลิซาเบธลุกพรวดด้วยความเดือดดาล “ทำไมคะ พ่อก็ห่วงแต่เรื่องธุรกิจ กลัวจะเสียหน้าถ้าหนูเลิกกับบาส แน่ล่ะ พ่อกลัวว่าหุ้นบริษัทจะตก หนูเข้าใจเลยว่าทำไมแม่ถึงเบื่อพ่อแล้วหนีไปแต่งงานกับคนใหม่ เพราะเธอเห็นธาตุแท้ของพ่อที่หวังแต่ผลประโยชน์”

“หุบปากซะ!” อีธานตบโต๊ะเสียงดังปัง และชี้หน้าด่าลูกสาวอย่างเกรี้ยวโกรธ “ไม่รู้อะไรอย่าพูดเลยดีกว่า ไดแอนไม่ได้ดีไปกว่าพ่อหรอกนะ พ่อจะไม่ให้เรื่องหย่านี้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด”

“พ่อห้ามหนูไม่ได้หรอก ไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น!” เอลิซาเบธประกาศคำพูดหนักแน่น เธอเดินออกไปจากห้องโดยไม่ฟังเสียงตะโกนเรียกของพ่อเลยสักนิด

พอกันที! ฉันจะจบเรื่องพวกนี้เองไม่ว่ามันจะยากสักแค่ไหน



หลังจากฝึกงานจบทุกอย่าง และรายงานตัวกับทางเอกเทเรซ่าก็บินตรงกลับแอลเอทันที เธอมาแค่ตัวไม่ได้ขนข้าวของมาด้วย เทเรซ่ากะจะมาพักผ่อนจากเรื่องวุ่นวายสักพักค่อยกลับไป เพราะอีกไม่นานทางมหาวิทยาลัยก็เรียกตัวกลับเพื่อทำพิธีจบการศึกษา

สองอาทิตย์ที่เทเรซ่าเอาแต่หลบหน้าเอลิซาเบธ เธอทำแบบนั้นเพื่อหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้น เธอให้เจ้าของอพาร์ทเมนท์โกหกเอลิซาเบธ รวมไปถึงนิโคลกับเพื่อนๆ ในกองบรรณาธิการ ถึงแม้บางคนจะสงสัยแต่ก็ไม่ถามเรื่องส่วนตัวของเทเรซ่ามากนัก เพราะถามไปเธอก็ไม่ตอบ ส่วนเอวารู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว รายนั้นให้ความร่วมมือกับเทเรซ่า และเป็นคนบอกให้เธอดึงตัวออกมาพักผ่อนที่นี่สักพัก ซึ่งเทเรซ่าเองก็ต้องขอบคุณเอวาในเรื่องนี้

เทเรซ่าอยากทบทวนเรื่องราวทุกอย่างสักพัก เธอถึงได้มาอยู่กับสิ่งที่เธอรักที่สุด ทะเล หาดทราย และครอบครัว

“เทรซ ไปว่ายน้ำกันเถอะ” ลุควิ่งขึ้นมาจากทะเลพร้อมกับกางเกงว่ายน้ำตัวเดียว เขาเล่นน้ำได้เกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว ในขณะที่เทเรซ่าไม่สนใจจะลงแตะน้ำทะเลเลย เธอนั่งหลบแดดอยู่ที่ร่มสีฟ้าขนาดใหญ่ ลุคตามเธอมาจากแมนแฮตตันหลังได้ข่าวว่าเธออยากกลับบ้าน เขาก็เลยติดตามเธอมาที่นี่ด้วย และเขาบอกว่าจะยังไงก็จะมาทะเลที่ลอสแอนเจลิสให้ได้ สรุปว่าเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้วที่เทเรซ่าอยู่กับลุค เพราะเอวากำลังจะตามมาให้อีกสองวัน รายนั้นกำลังวุ่นวายอยู่กับสำนักพิมพ์เอ็นวายนิวยอร์กที่ตัวเองฝึกงานอยู่ เอวาได้งานในที่นั่นทันทีหลังจบพิธีการศึกษาเธอก็พร้อมทำงานเลย เพราะความสามารถทางด้านแฟชั่นของเธอเป็นที่จับตามอง เพื่อนของเธอคนนี้สุดยอดเลยจริงๆ ได้งานทำเป็นหลักเป็นแหล่งก่อนวันจบพิธีการศึกษาอีกต่างหาก

“ไม่เอาหรอก ฉันยังไม่อยากเล่นน้ำน่ะ” เทเรซ่าหงายหลังลงนอนเหยียดที่เสื้อผ้าอย่างเกียจคร้าน

ลุคหัวเราะ “อะไรกัน นี่เราอยู่เวนิสทั้งทีนะ”

“ก็เพราะเป็นเวนิส และฉันก็เกิดที่นี่”

เทเรซ่าเกิดและโตที่เวนิส ลอสแอนเจลิส ที่บรรยากาศแสนอบอุ่น และร้อนมากในช่วงซัมเมอร์ เธอไม่เคยเห็นหิมะตก จนกระทั่งได้ไปอยู่ที่แมนแฮตตัน และทะเลไม่ได้ชวนให้เทเรซ่าตื่นเต้นแต่อย่างใด เพราะเธออยู่กับมันเหมือนทั้งชีวิตของเธอ ไม่ใช่ว่าเธอเบื่อทะเล แต่เธอรักทะเลมากต่างหากล่ะ เทเรซ่ารักในเสียงคลื่น กลิ่นอายของทะเล มันทำให้ใจของเธอสงบ

“ก็จริงของเธอนะ แต่ฉันเล่นคนเดียวก็เหงาแย่น่ะสิ”

“ไม่เอา ฉันจะรออยู่นี่ นายไปเถอะ แต่ว่ากลับขึ้นมาไปหาอะไรกินกันเถอะ หิวแล้ว”

“โอเครออยู่ตรงนี้ก่อนเดี๋ยวมา” ลุคออกตัววิ่งไปพร้อมกับหยิบกระดานเซิร์ฟลงไปด้วย

เทเรซ่ายกนิ้วให้เขา

ลุคมีฝีมือในการเล่นเซิรฟ์ที่ดีใช้ได้เลย แม้แต่เทเรซ่าก็เล่นได้ชำนาญ เธอชอบเล่นกีฬาทางน้ำ และเล่นเป็นเกือบทั้งหมดเลย นั่นคือความสามารถพิเศษของเทเรซ่าอีกอย่างหนึ่งล่ะ ถึงเธอจะจมอยู่กับหนังสือ แต่เธอก็รักการเล่นกีฬาทางน้ำมากเหมือนกัน

หลังจากทานอาหาร และคืบเข้าสู่ตอนเย็น ทั้งสองก็เดินกลับขึ้นชายหาด เทเรซ่าต้องเดินไปส่งลุคที่โรงแรมใกล้ๆ แถวนั้น แต่ลุคยังไม่อยากให้ช่วงเวลานี้ที่ได้อยู่กับเทเรซ่าหลุดลอยไปเฉยๆ ถึงแม้ว่าอาทิตย์นี้เขาจะตัวติดอยู่กับเทเรซ่าทุกวันก็ตาม เขาบอกตัวเองเสมอว่าจะบอกความรู้สึกกับเทเรซ่าหลังจบการฝึกงาน พอใกล้เวลานี้แล้วเขากลับรู้สึกว่าตัวเองปอดแหกขึ้นมาพิกล เขาเลยหาทางพูดอ้อมๆ กับเทเรซ่า ในขณะที่เดินอยู่ตามทางเท้า

“นี่เทรซ ฉันได้อ่านนิยายเรื่องหนึ่งน่ะ มันนานมากแล้วจนฉันจำชื่อเรื่องไม่ได้ ประมาณว่าเพื่อนรักเพื่อนน่ะ”

“อืม ฉันก็เคยอ่านแนวนี้อยู่เหมือนกันนะ แล้วเนื้อเรื่องของนายเป็นยังไงเหรอ?”

“ก็…พระเอกกับนางเอกเป็นเพื่อนกันมาสี่ปีตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยน่ะ พระเอกหลงรักนางเอกตั้งแต่แรกเห็นเลย เขาคิดเอาไว้ว่าหลังจากเรียนจบจะบอกรักนางเอก แต่พอมาถึงวันนั้นเขาก็ไม่กล้า…” สุดตรงนี้แล้วลุคก็นึกไม่ออกว่าต้องพูดอะไรต่อจากนั้น เขาแต่งเรื่องของตัวเองได้ห่วยที่สุด

“แล้วยังไงเล่าต่อซิ ตอนจบเป็นยังไง”

“ฉัน…ก็ยังไม่รู้ เพราะยังอ่านไม่จบน่ะ” เขาหัวเราะแก้เก้อ “แต่เธอมีความเห็นว่ายังไง เพื่อนรักเพื่อนน่ะ”

เทเรซ่าครุ่งนคิด “ฉันเคยอ่านมาก็เยอะนะ มีทั้งจบแบบสมหวังและไม่สมหวัง บางทีคงอยู่ที่ความเหมาะสมของตัวละคร ไม่ก็คนเขียน”

ต้องไม่ใช่แบบนั้นซิ เขาอยากให้เทเรซ่าวิเคราะห์ความจริงไม่ใช่ในนิยายสักหน่อย

“ฉันหมายถึงในชีวิตจริงน่ะ ไม่ใช่ในนิยาย เพื่อนรักเพื่อน เธอมีความเห็นกับเรื่องนี้ยังไง”

“นายถามเรื่องแบบนี้กับฉันแทนที่จะเป็นเอวาเนี่ยนะ เรื่องนี้ฉันไม่รู้หรอก ฉันซื่อบื้อมาก นายจำได้ไหม” เทเรซ่าหัวเราะหน่อยๆ

นั่นซินะ

ลุคนึกขึ้นได้ว่าเทเรซ่ากว่าจะรู้เรื่องแบบนี้ก็คงรอให้โลกแตกไปก่อน เขาตามจีบเทเรซ่าอยู่เงียบๆ ถ้าไม่ลองบอกความรู้สึกออกไปตรงๆ ให้อีกคนรับรู้ บางทีอาจจะไม่มีโอกาสอีกเลยก็ได้ เทเรซ่ายิ่งอึนๆ กับเรื่องแบบนี้ ถ้าเขาไม่เดินหน้าต่อ บางทีอาจโดนหนุ่มแอลเอฉกไปสักวัน

“นี่ๆ ฉันนึกอะไรบางอย่างออกแล้ว พรุ่งนี้เจอฉันตอนเย็นที่ริมหาดที่เดิมได้หรือเปล่า?”

“อือ ได้นะ”

ทั้งลุคและเทเรซ่าเดินมาหยุดที่หน้าโรงแรมที่ลุคพักพอดี เพื่อนชายของเธอมีท่าทีกระตือรือร้นแปลกๆ

“โอเคงั้นเจอกันพรุ่งนี้” ลุคหันหลังโบกมือลา แต่เทเรซ่าเรียกเอาไว้

“ลุค เทร์ยเวอร์ถามหานายอยู่นะ นายสัญญาว่าจะไปร้านที่เขาเล่นดนตรี”

“แน่นอนอีกสองวันใช่ไหมจะได้ชวนเอวาไปด้วยกัน…ฝากทักทายเขาด้วยวันนี้น่ะ”

“อือ”

แล้วจากนั้นลุคก็วิ่งหายลับเข้าไปในโรงแรม



เทเรซ่าต้องเดินเท้าไปที่จอดจักรยานในจุดรับฝากจักรยานใกล้ๆ หาด และปั่นกลับบ้านอีกสองกิโลเมตรก่อนจะเข้าสู่เขตหมู่บ้านของเธอ บ้านของเทเรซ่ามีขนาดกลางสีขาวสองชั้น หลังบ้านมีสระว่ายน้ำไม่กว้างมากนัก และสวนของแม่ที่ชอบนำดอกไม้มาปลูกไว้ มันเป็นดอกไม้ที่ต้องเปลี่ยนในทุกๆ สามเดือน ไม่ใช่ว่าบ้านของเราเบื่อดอกไม้ง่ายๆ และเปลี่ยนบ่อยหรอกนะ แต่เพราะแม่ไม่มีพรสวรรค์ในการปลูกต่างหาก ดอกไม้สวยๆ ก็เลยเหี่ยวเฉาและตายจากไปในทุกๆ สามเดือน แตกต่างจากของพ่อ ต้นไม้และดอกไม้ที่ปลูกอยู่ในสวนเล็กๆ หน้าบ้านกลับโตวันโตคืน และไม่เคยได้เปลี่ยนบ่อยเหมือนฝีมือปลูกของแม่เลย

ทันทีที่เทเรซ่ากำลังจะเปิดประตูบ้าน น้องชายของเธอก็โผล่พรวดออกมาก่อน

“อ้าว! กลับมาแล้วเหรอ เนี่ยกำลังจะโทรหาอยู่เลย”

เทร์ยเวอร์ เกรส เป็นน้องชายของเธอวัยสิบแปดปี เขากำลังจบการศึกษาปีนี้ เทร์ยเวอร์เป็นเด็กหนุ่ม ตาสีเขียวพราวเสน่ห์เหมือนเทเรซ่า ผมสีคาราเมลแต่เข้มกว่าเทเรซ่ามาก ตัวสูงหุ่นนักกีฬา เพราะเป็นนักบาสของโรงเรียน แถมยังมีเป็นหนุ่มฮอตประจำโรงเรียนอีก บางทีเขาก็จะทำตัวโง่ๆ บริหารเสน่ห์ตัวเอง อย่างเช่นใส่แว่น เขาไม่ได้สายตาสั้น แต่ใส่เพราะมันกำลังเป็นเทรนฮิต เพื่อดึงดูดสาวๆ บางทีเทเรซ่าก็รู้สึกปลงกับน้องชาย

“อ่อใช่ มีคนมาหาพี่ด้วยแหนะ แบบว่าโคตรสวยฉิบหายเลย”

“ใครเหรอ?”

“ไม่รู้อ่ะ ถามพ่อกับแม่ดิ ผมรีบน่ะก็เลยไม่ทันได้ถาม…อะไร?”

เทร์ยเวอร์งุนงงที่อยู่ๆ พี่สาวก็แบมือยื่นมาเกือบทิ่มตาเขา

ยัยตัวเล็กคนนี้นี่ เดี๋ยวทิ่มตาบอดจะทำยังไง

“นายพูดคำหยาบเทร์ย เอาเงินมาพี่จะเอาไปหย่อนลง ‘กล่องคำหยาบ’

“อย่ามางกพ่อกับแม่ไม่ได้ยินสักหน่อย” เขาทำหน้ายุ่ง

“แต่พี่ได้ยิน จ่ายมา”

“โอ๊ย ก็ได้ๆ” เขาควักเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วปากก็บ่นก่อนยื่นให้พี่สาว “ยังจะมารีดไถเงินจากน้องอีก เป็นพี่ที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ”

ครอบครัวของเทเรซ่าเนื่องจากพ่อและแม่มีอาชีพเป็นครูที่อยู่ฝ่ายปกครองทั้งสอง คำหยาบในบ้านถือว่าเข้มงวดสุดๆ ตอนเด็กๆ เทเรซ่าเคยพูดติดปากมากตามกระแสที่โรงเรียน แต่พอโดนหักค่าขนมบ่อยๆ เข้าเธอก็เลยเลิกพูดคำเหล่านั้นตอนอายุสิบสามปี จะมีก็แต่เทร์ยเวอร์น้องชายของเธอที่พูดตลอดจนกระทั่งโตเอาปานนี้ เขาบอกมันติดเป็นนิสัย และคำหยาบคือชีวิต และจิตวิญญาณของเขา ไม่แปลกใจที่ค่าน้ำค่าไฟของบ้านมักจะเป็นเงินค่าขนมที่โดนหักจากเทร์ยเวอร์เกือบทุกวัน

“เทร์ย! เร็วๆ หน่อย เดี๋ยวก็ไปซ้อมไม่ทันหรอกเอ็มม่ารอนานแล้วนะ โดนแฟนดุไม่รู้ด้วย”

เสียงดังมาจากรถกระบะสีแดงตุ่นๆ ดูเก่าแก่มาก ขับมาเทียบหน้าบ้าน ในรถมีผู้ชายอยู่สองคน บนกระบะหลังอีกหนึ่งคน เทเรซ่ารู้ว่าคนเหล่านี้เป็นใคร เหล่าเพื่อนสนิทของเทร์ยเวอร์และวงดนตรีของเขาเองที่มีเอ็มม่าแฟนของน้องชายเธอเป็นนักร้องนำอยู่ น้องชายของเธอเป็นมือกลอง แต่เขาก็เล่นดนตรีได้หลายประเภทเชียวล่ะ

“รู้แล้วๆ”

“เอ๊ะ นั่น เทรซนี่หน่ากลับมาแล้วเหรอ ไง เทรซ!” เจสันที่ขับรถโบกมือให้เธอ และคนอื่นๆ ด้วย เทเรซ่าโบกมือทักทายพวกเขาเช่นกัน บรรดาเด็กหนุ่มที่อยู่บนรถมีสีหน้าชื่นอกชื่นใจ

“พวกแกหยุดเลย อย่ามาแอ๊บเนียนจีบพี่สาวฉัน” เทร์ยเวอร์พูดกับพวกแสบแล้วหันมาหาพี่สาว

“ไปก่อนนะ”

“ฝากทักทายเอ็มม่าด้วยนะ”

“นั่นสิ รายนั้นก็ถามหาพี่เหมือนกัน เดี๋ยวว่างซ้อมเมื่อไหร่คงมาหา”

เทเรซ่าพยักหน้าในขณะที่เทร์ยเวอร์จูบลาที่แก้มของพี่สาวเร็วๆ ทีหนึ่งแล้วกระโดดขึ้นกระบะ

“ขอเราหอมบ้างดิ” เพื่อนของเขาล้อ

“หุบปาก แล้วขับรถแกไปไอ้สวะ!”

เทร์ยเวอร์ด่าเพื่อนที่กำลังหัวเราะชอบใจ พร้อมกับแม่ที่เปิดประตูออกมาตรงจังหวะที่ลูกชายพูดคำหยาบพอดี เธอชี้หน้าลูกชายตัวดี

“เทร์ย! แม่ได้ยินนะ!”

“ฉิบหายล่ะ”

“แน่ะ ยังไม่เลิกอีก กลับบ้านมาจ่ายสองเท่าเลยนะ”

เทร์ยเวอร์ทำหน้าเซ็ง แล้วตบกระบะหลังรถส่งสัญญาณให้เพื่อนที่หัวเราะเขาอยู่ออกรถ

“จริงๆ เลยน้องชายของลูกน่ะ” ซาร่าส่ายหัวให้กับลูกชายคนเล็ก ที่สั่งสอนอะไรก็เหมือนไม่เคยจะเข้าหู

“จริงสิ มีแขกมาหาลูกด้วยน่ะ เธอยังไม่ได้บอกชื่อเลย แต่บอกแค่ว่าเป็นเพื่อนกับลูก ดูท่าทางเป็นคนดีน่ะแม่ดูออกเลยไม่ไล่”

“แม่รู้ได้ยังไงคะ”

“แม่เป็นครูฝ่ายปกครองจำได้ไหม”

เทเรซ่าหัวเราะก่อนจะเดินเข้าบ้านไป

บ้านค่อนข้างเงียบเพราะพ่อยังไม่กลับจากโรงเรียน พ่อกับแม่ถึงแม้จะอาชีพเดียวกัน สังกัดอยู่ฝ่ายเดียวกัน แต่ทั้งสองก็อยู่กันคนละโรงเรียน เทเรซ่าเดินตัดห้องรับแขก ไปที่ห้องนั่งเล่นส่วนตัวของบ้าน ก่อนจะออกไปสู่สระว่ายน้ำด้านหลังบ้านที่มีแขกรออยู่ แม่บอกทีแรกเธอก็นั่งรออยู่ในบ้าน แต่เพราะเธอไม่ชินกับอากาศที่อบอุ่นเอนไปทางร้อนจึงขอออกไปรอด้านนอก

ไม่ชินกับบรรยากาศ คนเมืองหนาวเหรอ?

เธอนั่งหันหลังเมื่อเทเรซ่าเดินเข้าไป ร่างสูง ผมสีน้ำตาลหม่นประกายเทา เมื่อได้ยินเสียงของเทเรซ่าอีกคนก็หันหน้ามา และยืนขึ้นยิ้มให้เธออย่างร่าเริง

คุณเอลิซาเบธ

เทเรซ่าค่อนข้างแปลกใจกับคาแร็คเตอร์นี้เสียเหลือเกิน มันดูไม่ใช่เอลิซาเบธที่เธอรู้จักสักเท่าไหร่ ผมของเอลิซาเบธถูกย้อมให้เป็นสีน้ำตาลเทาๆ แต่งหน้าไม่หนามากทำให้หน้าดูเด็กลงห้าปี แถมการแต่งตัวยังออกแนวเท่ๆ เธอสวมกาเกงยีนสีดำ และเสื้อกล้ามสีเดียวกัน ทับกับแจ็คแก็ตหนังสีดำ มองยังไงก็ไม่ใช่เอลิซาเบธ เทเรซ่ากำลังฝันไปหรือเปล่า แต่อาการเจ็บปวดที่หัวใจของเธอเป็นหลักฐานย้ำเตือนใจว่า คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเอลิซาเบธจริงๆ

“คะ คุณเอลิซาเบธ…”

“คงอยากถามว่าฉันมาที่นี่ได้ยังไงใช่ไหม แน่นอนว่าหลบนักข่าวมาไงล่ะ ฉันปลอมตัวนิดๆ หน่อยๆ” เอลิซาเบธจับผมที่ตัวเองเพิ่งย้อมโดยคนรับใช้ในคฤหาสน์

“หลบนักข่าว?”

“คุณไม่ได้ติดตามข่าวเลยเหรอคะ ข่าวใหญ่เชียว ฉันกำลังจะหย่ากับบาสน่ะ”

เทเรซ่าไม่ได้ติดตามอะไรกับข่าวนี้เลย แต่เธอก็รู้สึกไม่ดีที่ได้ยินแบบนี้ เหมือนกับว่าเธอเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เซบาสเตียนกับเอลิซาเบธต้องหย่ากัน เซบาสเตียนจะต้องเสียใจมากแน่ๆ และโกรธเกลียดเธอมากเช่นกัน

“คุณเอลิซาเบธจะทำอย่างนั้นจริงๆ เหรอคะ…เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะฉัน”

“มันไม่เกี่ยวกับคุณเลยสักนิด ไม่เลยเทรซ ฉันกับบาสต่างหากที่เริ่มต้นความวุ่นวาย เรื่องทั้งหมดเราสองคนเป็นคนก่อเองต่างหาก”

เทเรซ่าเงียบไปเธอไม่มีอะไรจะพูด

“เทรซ ฉันอยากบอกให้คุณรู้ว่าฉันไม่ได้เข้าหาคุณเพราะหวังประโยชน์อย่างที่เฮเลนบอกเลยนะ ฉันไม่ได้เรียกร้องความสนใจจากเฮเลน ฉันไม่ได้รักเฮเลนอีกต่อไปแล้ว ที่ฉันทำไปทั้งหมดที่ได้อยู่กับคุณ ฉันไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ ฉันชอบคุณจริงๆ และฉันสนใจแค่คุณคนเดียว ฉันแคร์คุณมากนะคะ” เอลิซาเบธพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มันล้วนออกมาจากใจจนอีกคนสัมผัสได้

เอลิซาเบธเดินเข้ามาใกล้อีกคนมากขึ้น แต่เทเรซ่ากลับเดินถอยหลัง อีกคนถึงกลับใจเสีย เฮเลน่าเป่าหูอะไรเทเรซ่ากันถึงได้ใจแข็งแบบนี้

“คุณเกลียดฉันแล้วใช่ไหมคะ ฉันขอโทษที่ทำให้คุณเชื่อใจไม่ได้ เป็นความผิดของฉันเองค่ะ” เสียงเอลิซาเบธสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ เมื่อเห็นท่าทีห่างเหินของอีกคน

ก็แค่อารมณ์สิ้นหวัง และรู้สึกน้อยใจ เอลิซาเบธทำทุกอย่างกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ได้ เอลิซาเบธต้องลงทุนแปลงโฉมตัวเอง เธอแอบออกมากับรถส่งวัตถุดิบอาหารเพื่อหนีออกจากคฤหาสน์โดยติดสินบนพวกเขา คอยหลบนักข่าว และกว่าจะมาถึงที่นี่ เอลิซาเบธยังไม่ได้นอนเลยเกือบหนึ่งวันเต็ม เธอทำทุกอย่างเพื่อเทเรซ่า แต่ทุกอย่างที่เธอทำมามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เอลิซาเบธโกรธตัวเองที่ไม่ได้เรื่องจนอยากจะร้องไห้ออกมา

ตลอดเวลาเกือบสามอาทิตย์สภาพแวดล้อมทุกอย่างรอบตัวเธอแย่ไปหมด เธอโดนกดดันจากพ่อ และเซบาสเตียนก็ไม่ยอมหย่ากับเธอทั้งๆ ที่หมดสัญญามานานแล้ว มิหนำซ้ำจอร์จิน่ากับรีเบคก้ายังรู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากของเธอ จอร์จิน่าโกรธเธอและไม่ยอมพูดด้วยเลย มีแต่รีเบคก้าที่ให้กำลังใจเธอ และก็เป็นรีเบคก้าอีกนั่นแหละที่ช่วยเรื่องเดินทางมาที่นี่ เอลิซาเบธในตอนนี้รู้สึกเหนื่อยล้ามากกับเรื่องที่เพิ่งผจญมาในสามอาทิตย์ติดต่อกัน

“ฉะ ฉันไม่ได้เชื่อเรื่องที่คุณเฮเลนเล่าให้ฟังทั้งหมดหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าคุณเอลิซาเบธไม่ได้เข้าหาฉันเพราะประโยชน์อะไรแบบนั้น” หลังจากที่เห็นว่าเอลิซาเบธทำท่าน่าสงสารแบบนั้น เทเรซ่าก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา เธอไม่ได้สนใจสิ่งที่เฮเลน่าพูด แต่เธอสนใจที่เฮเลน่าบอกกับเธอว่า ‘ความแตกต่างทางฐานะต่างหาก’

“ทำไม แล้วทำไมคุณต้องหนีมาด้วยล่ะคะ”

“เพราะ….ฉันเป็นแค่เด็กอายุยี่สิบสามไม่มีอะไรที่คุณเอลิซาเบธควรให้ความสนใจ ฉันทำให้คุณเอลิซาเบธต้องคอยช่วยเหลือมาตลอด ฉันปกป้องคุณเอลิซาเบธไม่ได้ ฉันไม่สามารถอยู่ข้างคุณได้เมื่อมีปัญหา ฉันแตกต่างจากคุณเกินไป ทั้งอายุ ทั้งฐานะ ฉันไปอยู่ในโลกของคุณไม่ได้หรอกค่ะ ฉันต่ำต้อย”

“…”

“คุณเอลิซาเบธไม่ควร…ไม่ควรจะมายุ่งกับฉัน ไม่ควรจะมาแคร์ฉัน ไม่ควรจะมา…”

“ชอบน่ะเหรอ?”

อย่างนี้เองซินะ

เอลิซาเบธเข้าใจแล้ว เทเรซ่าไม่ได้หนีหน้าเธอมาเพราะ ดราม่าของเซบาสเตียน เฮเลน่า แล้วก็เธอ แต่ที่หนีมาเพราะเทเรซ่าคิดมากเรื่องฐานะทางสังคม เทเรซ่าคงคิดว่าไม่ควรจะไปยุ่งกับเรื่องวุ่นๆ ของผู้ใหญ่อย่างพวกเธอทั้งสามเลยปลีกตัวออกมาซินะ

“แต่คุณกับฉันก็มีสิทธิ์จะเลือกทางที่ตัวเองตัดสินใจไม่ใช่เหรอคะ?”

เทเรซ่าก้มหน้าลง เธอส่ายหน้า น้ำตาไหลออกมา แต่เธอรีบเช็ดมันออกราวกับกลัวว่าเอลิซาเบธจะเห็น แต่ก็สายเกินไปแล้ว

“ฉันจริงจังกับคุณนะ ทำไม…!” เอลิซาเบธเอื้อมมือไปแตะที่แขนอีกคน แต่เทเรซ่าสะบัดมันออก

“คุณเอลิซาเบธกลับไปก่อนได้ไหมคะ ฉันอยากอยู่คนเดียว”

“…”



วันรุ่งขึ้นอาการของเทเรซ่าไม่มีดีขึ้นเลย เธอหน่วงไปทุกสิ่งอย่าง ร้องไห้จนตาบวม และไม่กล้าลงมาจากห้องให้ทุกคนในบ้านต้องจับผิด เธอเลยเลือกอยู่บนห้องจะกระทั่งเย็นของอีกวัน เทเรซ่ารู้สึกไม่อยากอาหารเลย พ่อกับแม่ยังไม่กลับมาจากโรงเรียนตั้งแต่เช้า ส่วนเทร์ยเวอร์ก็ไม่อยู่เขาคลุกอยู่แต่กับเพื่อน จึงเป็นเหตุผลที่ดีที่ครอบครัวจะไม่เห็นความอ่อนแอของเธอ

เทเรเซ่าเพิ่งนึกได้ว่ามีนัดกับลุค เธอเลยทำหน้าตาให้สดใสที่สุด แล้วแปะโน้ตไว้บนตู้เย็นว่า ‘ออกไปหาลุคที่หาดนะคะ’

ร่างบางปั่นรถจักรยานมาที่หาดฟ้าเริ่มมืด เพราะพระอาทิตย์ตกดินไปเป็นที่เรียบร้อย ในใจของเธอล่องลอยคิดถึงแต่เรื่องของเอลิซาเบธ เธอกำลังตัดสินใจในหลายๆ เรื่องแม้กระทั่งตอนปั่นจักรยานยังไม่หยุดคิด เทเรซ่าฝากรถจักรยานเอาไว้แล้วเดินลงหาดไป

“เทรซทางนี้!” ลุคโบกมือให้เธอขณะที่อีกคนเดินเข้าไปใกล้

แล้วเทเรซ่าก็ต้องแปลกใจเพราะที่เสื้อผ้ามีอาหารราคาแพงหน้าตาหน้าทาน แถมยังมีเทียนหอมอยู่ล้อมรอบบริเวณนั้น มีดอกคาเนชั่นจัดเป็นซุ้มสวยงามประหนึ่งงานแต่งงานอย่างไงอย่างนั้น

“ลุค นี้เป็นมื้อค่ำที่ใหญ่เกินไปหรือเปล่า?” เทเรซ่าหย่อนตัวนั่งลงเสื่อ ลุคยื่นช่อดอกคาเนชั่นสีชมพูอ่อนๆ ให้เทเรซ่า เธอรับมันมาอย่างงุนงง แต่ก็ไม่ลืมขอบคุณลุค

“เธอไม่สบายหรือเปล่า หน้าตาดูไม่ดีเลย”

“ไม่หรอก อ่านนิยายมากเกินไปหน่อยเลยไม่ได้นอนน่ะ”

ลุคหัวเราะ “เธอนี่นะ”

“กินกันเถอะ ฉันอุตส่าห์เตรียมอาหารอร่อยๆ มาตั้งเยอะเลย วันนี้เป็นวันพิเศษนะ”

“…?”

เทเรซ่างุนงง แต่เธอก็คิดว่าวันนี้ลุคแปลกไปมากจริงๆ เธอทานอาหารสุดแพงกับลุค แล้วจากนั้นเราก็นั่งพูดคุยกันจนเวลาผ่านไปได้เกือบสองชั่วโมง

“อาหารอร่อยมากเลย” เทเรซ่าเอ่ยขึ้น

“อือ เห็นคนที่ชอบกินอย่างมีความสุขฉันก็ดีใจมากแล้วล่ะ”

“…” เทเรซ่าชะเง้อบางอย่างในประโยคนั้น มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แล้วสายตาของลุคก็เปลี่ยนไปด้วย มันมีความหมายแฝงอยู่ในนั้นจนเทเรซ่ารู้สึกอึดอัด แต่เธอก็พยายามไม่ใส่ใจ

“รู้ไหมตอนที่ฉันเห็นเธอครั้งแรกน่ะ เธอเหมือนคุณหนูผู้เคร่งในกฎระเบียบเลยล่ะ ออร่าเธอเจิดจรัสขึ้นมาจนสิ่งรอบข้างดูหมองลงไปเลย”

“พูดเกินจริงหรือเปล่า?”

“ไม่นะ ฉันหมายความตามว่าอย่างนั้นเลย”

“ฉันออกจะซื่อบื้อ และเพี้ยน เพื่อนๆ พูดอย่างนั้นนายจำได้ไหม”

“ฉันชอบนะ มันเป็นเสน่ห์ของเธอเลย”

“…” เทเรซ่ามองลุคที่ยิ้มให้เธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม มีความหมายลึกซื้งขึ้น และมีพลังจนเทเรซ่าต้องหลบสายตา

“เรื่องนิยายที่ฉันพูดกับเธอเมื่อวานนี้น่ะ ฉันโกหกเธอ…ทั้งหมดเป็นเรื่องของฉันเองแหละ” ลุคสูดหายใจเมื่อเทเรซ่ามองหน้าเขา “ฉันแอบชอบเธอตั้งแต่แรกเห็นเทรซ ฉันเป็นเพื่อนของเธอเพราะหวังอยากใกล้ชิดและเนียนจีบเธอ ฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ ฉันตั้งใจว่าฉันจะสารภาพกับเธอตอนฝึกงานเสร็จ จนถึงตอนนั้นก็ยังไม่กล้า แต่ตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว เทเรซเธอรู้ความในใจของฉันแล้วใช่ไหม…”

“…” เทเรซ่าตกตะลึงนิ่งค้างอยู่

“ฉันชอบเธอ”

“ลุค...”

“เทรซ ฉันชอบเธอนะ ชอบมากจริงๆ”

เทเรซ่าได้แต่นิ่งค้างกับคำพูดของลุค เรื่องราวที่แสนจะยุ่งยากเหมือนจะขยันเข้ามาในชีวิตของเทเรซ่ามากมาย เธอไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นกับลุคอยู่แล้ว เธอเห็นลุคเป็นเพื่อนมาโดยตลอด แต่ลุคไม่เคยเห็นเธอเป็นเพื่อนเลยซินะ ถึงยังไงเทเรซ่าก็ไม่กล้าที่จะปฎิเสธออกไปเพราะกลัวทำร้ายจิตใจของอีกคน

“ทะ ทำอะไรเหรอ?” เทเรซ่าตกใจเมื่อลุคโน้มหน้าเข้ามา เขามองที่ริมฝีปากของเธอ มันใกล้มาก จนเทเรซ่าที่เผลอคิดอะไรในใจอยู่ต้องผละออกมาราวกับถูกไฟช็อต

“ลุค…มัน…”

“เธออย่าเพิ่งให้คำตอบฉันตอนนี้ก็ได้นะ ฉันรอเธอได้แล้วอีกอย่าง…”

ลุคยังไม่ทันพูดจบ เขาก็ต้องงงงวยเมื่อเทเรซ่าหันหน้าไปอีกทางอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากำลังมีใครแอบมองเราอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าใช่ แต่ลุคมองเห็นไม่ค่อยชัด เขารู้สึกได้ว่าเป็นผู้หญิงร่างสูงคนหนึ่ง

“…!” เทเรซ่าตกใจที่เห็นร่างนั้น คนคนนั้นมองมาที่เธอกับลุคด้วยสายตาที่ตัดพ้อต่อว่า และน้อยใจไปในทีจนเทเรซ่าจับสังเกตได้

คุณเอลิซาเบธ

เทเรซ่าไม่รู้ว่าอีกคนมาที่นี่ได้ยังไง อาจจะเป็นเพราะไปหาเธอที่บ้านแล้วแม่บอกทางมาอย่างแน่นอน เทเรซ่าทำตัวไม่ถูก

“อย่างนี้นี่เอง” คำพูดนั้นเปล่งออกมาจากปากของเอลิซาเบธ มันเสียงดังและเข้มพอที่เทเรซ่าจะได้ยิน แล้วร่างนั้นก็หันหลังเดินจากไป

ชั่วขณะหนึ่งตอนที่เอลิซาเบธหันหลังเดินจากไป เทเรซ่ารู้สึกวูบใจหาย เอลิซาเบธกำลังเข้าใจผิดเธอกับลุคอย่างแน่นอน แต่เธอควรจะปล่อยให้เอลิซาเบธเข้าใจผิดแบบนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ใช่แล้ว เธอควรทำอย่างนั้น

เธอไม่เหมาะสมกับคุณเอลิซาเบธเทรซ เธอไม่มีวันได้รักกับเอลิซาเบธเด็ดขาด เลิกฝันหวานสักที!

หากแต่ว่า…ความคิดของเธอกับใจไม่ตรงกัน

ถึงแม้ในหัวจะคิดอย่างนั้น แต่ใจมันสั่งให้เทเรซ่าออกตัววิ่งตามแผ่นหลังนั้นไป ลุคตะโกนเรียกเธอ แต่เธอไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เธอแค่ไม่อยากเห็นเอลิซาเบธหันหลังให้เธอ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ความเข้าใจผิดแบบนี้

เอลิซาเบธอยากจะหัวเราะให้กับความโง่ของตัวเอง ตลอดเวลาเธอมั่นใจว่าเทเรซ่าเองก็ชอบเธอเหมือนกัน แต่เพราะเหตุผลบางอย่างเลยไม่กล้าพูดออกมา เทเรซ่าขี้อาย คิดเล็กคิดน้อย ประหม่า อีกคนเป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด แต่เมื่อสักครู่นี้เอลิซาเบธแทบไม่แน่ใจเลยว่าเทเรซ่าเป็นคนที่เธอรู้จักหรือเปล่า

เอลิซาเบธส่ายหัวไล่ความคิดพวกนั้นออกไป เธอไม่ควรจะตัดสินเทเรซ่าแบบนั้น ไม่ควรเลย

แต่เทรซกำลังจูบกับผู้ชายนะ

ความคิดยังคงวนเวียนอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเอลิซาเบธได้ยินเสียงฝีเท้าไล่หลังเธอมา

“คุณเอลิซาเบธ!”

เสียงของเทเรซ่า

เอลิซาเบธยังไม่อยากเจอหน้าอีกคนตอนนี้ เธอจึงเลือกที่จะเดินต่อไป

“คุณเอลิซาเบธหยุดก่อนค่ะ ได้โปรด!”

เอลิซาเบธหลับตาขบกรามแน่น เธอรอให้ตัวเองอารมณ์เย็นลงกว่านี้ แล้วค่อยคุยกับเทเรซ่า แต่มันจะต้องไม่ใช่ตอนนี้ เธอควบคุมอารมณ์โมโหไม่ไหวเลย เธอไม่อยากเอาไปลงกับเทเรซ่า

“คุณเอลิซาเบธ!” เสียงดังแข่งกับคลื่นทะเลยังคงดังมาไม่หยุด เอลิซาเบธได้ยินเสียงอีกคนสะอื้นด้วย

ไม่! ฉันจะไม่ใจอ่อน ยังไม่อยากคุยตอนนี้…

เทเรซ่าวิ่งเข้ามาใกล้มากขึ้นเกือบสิบก้าวเธอก็จะถึงตัวเอลิซาเบธ แต่เพราะร่างนั้นไม่ได้สนใจเธอเลย เทเรซ่าเลยรู้สึกใจเสีย เทเรซ่าหมดหวัง เอลิซาเบธกำลังหันหลังให้เธอ อาจจะเป็นจากเธอไปตลอดกาล เทเรซ่ากลัว กลัวว่าเอลิซาเบธจะไม่สนใจเธออีกต่อไป กลัวว่าเธอจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มน่ารักนั้นเอง ตอนนี้เธอกลัวอะไรก็ตามที่จะพรากเอลิซาเบธไปจากเธอ

ตอนนั้นเองเทเรซ่าตะโกนออกไป คำคำนั้นดังก้องพร้อมๆ กับคลื่นที่สาดเข้าชายฝั่ง

“อยากทิ้งฉันไป!”

“…!”

“ฉันชอบคุณเอลิซาเบธ!”

“…”

“ได้ยินไหมคะว่าฉันชอบคุณ!!”

หากแต่ว่าร่างนั้นยังคงเดินต้องไป เทเรซ่าเพิ่งรู้สึกว่าใจจะขาดมันเป็นอย่างนี้นี่เอง เธอปล่อยโฮออกมา ทรุดตัวลงร้องไห้อย่างน่าสงสาร มือทั้งสองยกขึ้นปิดหน้าสะอื้นจนตัวโยน สุดท้ายแล้วคุณเอลิซาเบธก็เกลียดเรา เกลียดไปแล้วจริงๆ

“…!” พื้นทรายตรงหน้าของเธอยุบลง มีบางคนนั่งอยู่ตรงหน้าของเธอ เทเรซ่าลดมือลง

กลิ่นน้ำหอมนั้นเทเรซ่าจำได้

ใบหน้านั้นเทเรซ่าจำได้

รอยยิ้มนั้นเทเรซ่าจำได้

คุณเอลิซาเบธ

เทเรซ่ามองอีกคนด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา

“พูดออกมาสักทีนะ รออยู่นานเลยคำคำนี้น่ะ” ร่างสูงประคองใบหน้าของเทเรซ่าขึ้นด้วยมือทั้งสองข้างอย่างแผ่วเบา

“คุณเอลิซาเบธ…” เทเรซ่าไม่ทันได้พูดอะไรคำพูดของเธอก็กลืนหายไปในลำคอ

เอลิซาเบธจูบเธอ



______________________________

จบไปอีกตอน มาอัพต่อให้แล้วน๊าาาาา

กว่าเทรซจะพูดว่าชอบออกมา 5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #30 tankazae (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:59
    ลุ้นสุดๆๆๆๆ

    ปากแข็งเกินน
    #30
    0
  2. #22 J418 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 20:24
    ลุ้นจนเหนื่อยยยย กว่าจะยอมพูดนะเทรซนะ ☺☺☺
    #22
    0
  3. #21 Guitarfroyd (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 13:48
    แหมมมมมมมมมมม
    ปากแข็งดีนัก
    #21
    0