[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 18 : FIFTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    29 ก.ย. 61

เทเรซ่ากับเอลิซาเบธใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามปกติไม่เปลี่ยนแปลง หากแต่คนที่เปลี่ยนไปคือเทเรซ่า เพราะเธอได้ชอบเอลิซาเบธเข้าเต็มเปา และมีความสุขที่ได้มอบความรู้สึกนั้นให้เอลิซาเบธ แม้อีกคนจะไม่รู้ตัวเลยก็ตาม แต่ลึกๆ แล้วเธอรู้สึกมีความสุขจริงๆ น่ะเหรอ? การที่มอบความรู้สึกที่พิเศษให้อีกคน แต่คนคนนั้นไม่สามารถรับรู้ได้

‘เธอจะทนได้เหรอเทรซ การแอบรักของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องราวหวานแววเหมือนในนิยายอย่างเช่นแอบหลงรักรุ่นพี่นะ’

เสียงของเอวายังคงดังก้องในหูของเธอ

‘เจ็บปวดมากเลยทีเดียว’

เทเรซ่าสลัดความคิดนั้นออกจากหัว เธอต้องทำได้ ต้องทนได้อย่างแน่นอน เธอขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ เอลิซาเบธแค่นั้นก็พอแล้ว…

ฉันต้องทำได้แน่นอน!

“ทำไมต้องคิดถึงแต่เรื่องแบบนี้ทุกวัน” เทเรซ่าคาบช้อนสีเงินเล็กๆ ในปาก เธอตักเค้กช็อกโกแลตเข้าปาก แม้กระทั่งตอนกินเธอก็นึกถึงเรื่องนี้อยู่ทุกทีซินะ เธอส่ายหน้าไล่ความคิดพวกนั้นไป แล้วจับตามองที่นาฬิกาข้อมือ

“เหลืออีกตั้งสี่สิบนาที”

เช้าวันนี้ที่ตึกของสำนักพิมพ์ค่อนข้างวุ่นวาย เพราะเป็นการประชุมหัวหน้ากองบรรณาธิการทั้งสำนักพิมพ์แอเมทิสต์และนิตยสารที่อยู่ในเครือบริษัทใหญ่อย่างเมอร์โร่ว ซึ่งสถานที่ประชุมถูกจัดขึ้นที่ตึกสำนักพิมพ์แอเมทิสต์ เทเรซ่าที่เป็นเด็กฝึกงานก็ไม่ได้ช่วยอะไรในส่วนนี้ เธอก็แค่ทำงานตามปกติ จะมีก็แต่นิโคลที่คอยช่วยหัวหน้าบรรณาธิการอย่างวิคเตอร์

“เค้กสับปะรด และน้ำโกโก้เย็นได้แล้วครับ” พนักงานของร้านยื่นขนมเค้กหน้าตาน่าทานให้เทเรซ่า นิโคลสั่งเธอซื้อไปให้เพราะยุ่งๆ ก็เลยลงมากับเธอไม่ได้ เทเรซ่าก็เลยอาสาด้วยความเต็มใจ

อยู่ๆ เทเรซ่าก็เกิดรีบขึ้นมากะทันหัน เธอก็ไม่รู้ว่าจิตใต้สำนึกของเธอจะรีบอะไรหนักหนา เทเรซ่าผลักเปิดประตูร้านออกไปเต็มแรง แทนที่จะดึงเข้ามา

“…!”

เป็นไปตามคาด และความซวย เทเรซ่าได้ยินเสียงของใครสักคนร้องด้วยความตกใจ และได้ยินเสียงตุ๊บหนักๆ เทเรซ่าตกใจตื่นเมื่อรู้ว่าประตูที่เธอเปิดออกไปชนไหล่ผู้หญิงที่ตัวสูงกว่าเธอประมาณสามเซนฯ ได้ล้มลงกับพื้น ผู้หญิงที่ล้มมีเรือนผมสีบลอนด์ แต่งตัวนำแฟชั่น และดูดีมากคนหนึ่ง เธอดูเป็นไฮโซที่ร่ำรวย เทเรซ่ารู้สึกได้ถึงความซวยที่กำลังจะมาเยือน

“ขะ ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เทเรซ่าทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ผู้หญิงคนนั้น หวังจะประคองผู้หญิงสมส่วนขึ้นมา แต่เธอต้องเจ็บชาที่มือเพราะผู้หญิงคนนั้นปัดมือของเธอออกอย่างแรง ดูก็รู้ว่ากำลังโมโหรุนแรงเอาการ

“ไม่ต้องเลย ยัยงี่เง่า!” ผู้หญิงหน้าตาโฉบเฉี่ยวสุดเซ็กซี่ จัดว่าสวยมากคนหนึ่งเกรี้ยวกราดใส่เทเรซ่า และผลักเธอให้ออกห่างจากตัวด้วยท่าทีรังเกียจ เทเรซ่าได้แต่ยืนขึ้นเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดีนอกจากพ่นคำว่าขอโทษซ้ำไปซ้ำมา

คนสวยเจ้าอารมณ์ค่อยๆ ลุกขึ้น

“ขอโทษนะคะ ฉันขอโทษจริงๆ คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ?” เทเรซ่ารู้สึกผิด หากแต่ว่าผู้หญิงที่สวยสะดุดตาคนนี้ไม่ได้อารมณ์เย็นใจเลย

สวย…ผู้หญิงคนนี้สวยๆ เลยล่ะ

แต่…น่ากลัวจัง

“เวลาทำอะไรแหกตาดูชาวบ้านบ้างซิยะ แล้วเธอคิดว่าฉันเป็นอะไรหรือเปล่าล่ะ กระแทกมาเต็มแรงขนาดนั้น แขนของฉันไม่หักแล้วเหรอ แล้วอีกอย่างฉันต้องได้ลงไปนั่งกับพื้นสกปรกนั่นอีก เธอถามฉันแค่ว่า ‘คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ?’ กับพูดขอโทษแค่นี้เนี่ยนะ โลกสวยเกินไปหน่อยไหม! ไม่เคยมีใครกล้ามาซุ่มซ่ามใส่ฉันแบบนี้มาก่อน นอกจากเธอ อยากตายมากใช่ไหม? ชดใช้มาซะ!”

โดนเป็นชุด

“คะ ค่ะ ฉะ ฉันยินดีจ่ายค่ารักษาให้คุณ ฉันจะพาคุณไปคลินิกแถวๆ นี้ และ…!”

เสียงฮือฮาจากผู้คนที่สนใจเหตุการณ์ดังขึ้น เมื่ออยู่ๆ ผู้หญิงที่มีท่าทีทรงอำนาจคนนั้นฉวยแก้วโกโก้จากมือเธอ หมุนเปิดฝาและสาดมันเข้ามาที่หน้าอกของเทเรซ่า คราบสีน้ำตาลย้อมที่เสื้อสีขาวของเธอ บางส่วนกระเด็นมาโดนหน้าเทเรซ่า แปลกที่เทเรซ่าไม่ได้โกรธ แต่ตรงกันข้าม เธอกลัว กลัวผู้หญิงคนนี้จนมือไม้สั่นไปหมด เทเรซ่าเกือบหายใจไม่ออกกับการกระทำของอีกคน

“ต่อให้เธอต้องเป็นทาสฉันตลอดชีวิตก็ไม่พอหรอก!”

“…!”

พนักงานที่ยืนอยู่แถวนั้นได้แต่สงสารเทเรซ่า มีแต่คนเห็นใจ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วย ถ้าเป็นคนอื่นพวกเขาคงเข้ามาเคลียร์สถานการณ์ให้ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงทรงอิทธิพลคนนี้ พวกเขาไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งด้วย ได้แต่มองเหตุการณ์เงียบๆ อยู่ในที่ปลอดภัยของตัวเอง

“เธอทำงานที่นี่งั้นเหรอ?!” คนที่ตัวสูงกว่ากระแทกเสียง แล้วกระชากป้ายคล้องคอที่คล้องอยู่ที่คอของเทเรซ่าเต็มแรง จนเธอเซเข้าไปใกล้อย่างไม่ได้ตั้งใจ เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยอันตรายของอีกคนเอ่ยขึ้น ทำให้เทเรซ่าตัวลีบลงสองนิ้ว เธอไม่กล้าสบตาผู้หญิงคนนี้เลย

“เธอรู้ไหมว่าผู้บริหารที่นี่เป็นใคร?”

“…?” เทเรซ่าตัวสั่น

“ตอบมาซิ!”

“คุ คุณจอร์จิน่า เวสท์ค่ะ” เทเรซ่าตอบเสียงเบาหวิวแทบจะไม่ได้ยิน ราวกับขาดอากาศหายใจ

“แล้วเธอคิดว่าตอนนี้เธอพูดอยู่กับใคร?”

“…!” ไม่จริง เทเรซ่าอยู่ๆ ก็อยากจะเข่าทรุดลงกับพื้น เธอไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองกำลังมีเรื่องกับ จอร์จิน่า เวสท์ ผู้บริหารเมอร์โร่วและแอเมทิสต์ มิหนำซ้ำผู้หญิงคนนี้ยังเป็นเพื่อนสนิทของเอลิซาเบธอีก ข้อเท็จจริงเหล่านี้ทำเอาเทเรซ่าใบ้กิน

ไม่รอดแน่เทรซ ไม่รอดแน่!

“ตอบฉันมาสิ!”

“…!” แรงกระตุกที่อีกคนดึงสายคล้องคอ ทำให้เทเรซ่าเจ็บ เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือจอร์จิน่าเวสท์จริงๆ หรือไม่ แต่ถ้าดูจากทุกคนที่ไม่ยอมเข้ามาช่วยเหลือเธอพร้อมกับทำหน้าตาหวาดๆ ผู้หญิงคนนี้ เทเรซ่าก็คิดว่ามันคือเรื่องจริง และผู้หญิงคนนี้คือ จอร์จิน่า เวสท์จริงๆ เทเรซ่าตำหนิตัวเองในใจที่ไม่รอบคอบจะเสาะแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับจอร์จิน่าเลยแม้กระทั่งหน้าตารูปพรรณสัณฐาน เธอนี่โง่จริงๆ เลย เป็นเด็กฝึกงานแต่จำหน้าผู้บริหารไม่ได้

“คุณ คือ คุณ…คุณจอร์จิน่า เวสท์”

“ใช่! และฉันนี่แหละที่จะเป็นคนไล่เธอออก”

“ยะ อย่าทำอย่างนั้นเลยนะคะ ฉันฝึกเข้ามาฝึกงานที่นี่ ให้โอกาสฉันเถอะนะคะ” เทเรซ่ารู้สึกว่าตัวเองน้ำตาคลอแล้วในตอนนี้ เธออ้อนวอน หากแต่ว่าดวงตาคู่สวยสีฟ้าไม่ได้ใจอ่อนเลย เธอแสยะยิ้มร้ายกาจ

“โกหกไม่เนียนเลยนะ บริษัทของฉันไม่เคยรับนักศึกษาฝึกงาน”

“ตะ แต่ฉันไม่ได้โกหกนะคะ”

“ยังจะเถียง! ไหนดูซิว่าเธออ้างชื่อใครในสำนักพิมพ์” จอร์จิน่ากระชากป้ายมาดูอีกครั้ง และอ่านชื่อเธอ

“เทเรซ่า เกรส…” เธอครุ่นคิด ราวกับพยายามนึกอะไรบางอย่างอยู่สักพักหนึ่ง แล้วจากนั้นก็ถอยออกห่างเทเรซ่าหนึ่งก้าว เทเรซ่าโล่งอกไปเปลาะหนึ่งพอๆ กับทุกคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไกลๆ

“เธอ…” แต่ดูเหมือนว่าจอร์จิน่าจะยังสงสัยอยู่ ร่างที่สูงกว่ากระดิกนิ้วเรียกเทเรซ่าให้เข้าไปใกล้ เทเรซ่าจำยอมเดินเข้าไปแม้ขาจะสั่น

“…!” แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อจอริ์จน่าชะเง้อหน้ามามองเธอใกล้กว่าครั้งก่อนๆ จนเทเรซ่าได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงกระแทกจมูก ถ้าเป็นเวลาอื่นคงจะเขิน แต่ตอนนี้เทเรซ่าอยากมุดหน้าหนี

“อ๋อ…ฉันจำได้แล้ว…จริงๆ ซินะ…เธอก็สวยเหมือนกัน มิน่าล่ะ”

“…?” เทเรซ่าไม่กล้ามองดวงตาคู่สวยนั้น เธอหลบสายตาไปที่อื่น และไม่เข้าใจคำพูดของจอร์จิน่าเลย

“คุณจอร์จิน่ามีเรื่องอะไรกันคะ?” แล้วเสียงของคนมาใหม่ก็ดังแทรกเข้ามา ผู้หญิงสวยสง่าอีกคนเดินเข้ามา เธอดูสวยแบบเท่ๆ เพราะสวมชุดสูทผูกเนกไทสีดำ ร่างสูงราวกับนางแบบหันมามองเทเรซ่าแวบหนึ่ง เธอกำลังสังเกตชุดของเทเรซ่าที่เปื้อนเครื่องดื่ม เทเรซ่ารู้สึกเกร็งในใบหน้านิ่งๆ นั้น

“เด็กนี่เปิดประตูมาชนฉัน” จอร์จิน่าตอบคนร่างสูงด้วยน้ำเสียงหยิ่งๆ

“แล้วรอยเปื้อนบนตัวของคุณคนนี้เป็นเหตุบังเอิญเพราะอุบัติเหตุ หรือว่าโดนใครบางคนตั้งใจกระทำคะ?” ร่างสูงพูดด้วยความเคลือบแคลงใจ

“นี่แคโรไลน์ อย่ามายุ่งน่า ทำหน้านิ่งๆ โง่ๆ ของเธอต่อไปเถอะ นี่ฉันยังบ่นไม่ครบเลยนะที่พวกเธอทั้งสองลืมแฟ้มการประชุมของฉันไว้บนรถ โซอี้แล้วเธอก็โง่ๆ ๆ ๆ” จอร์จิน่าด่าทั้งผู้หญิงที่ชื่อแคโรไลน์กับผู้หญิงสวมแว่นหน้าตาดีอีกคน ที่มีขนาดส่วนสูงเท่ากับเทเรซ่า เธอน่าจะเป็นเลขาของจอร์จิน่า และตอนนี้เทเรซ่ารู้สึกสงสารทั้งสองคนจนลืมสงสารตัวเองเลย คนที่ชื่อว่าโซอี้ทำหน้ารู้สึกผิด ส่วนแคโรไลน์ทำหน้านิ่งไม่ไหวติง

“คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?” แคโรไลน์ไม่ได้สนใจคำด่าของอีกคน เธอหันมาถามเทเรซ่า ถึงแม้จะมีใบหน้าที่นิ่งเฉยคล้ายคนเย็นชาแต่น้ำเสียงของเธออบอุ่น ทำให้เทเรซ่าผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง

เทเรซ่าส่ายหน้า เธอไม่กล้าแม้กระทั่งพูด

จอร์จิน่ากอดอกมองเธออยู่ แต่เทเรซ่าไม่กล้ามองตอบ

“เธอน่ะ รู้จักลิซใช่หรือเปล่า?”

“…” ลิซ… จริงซิ ชื่อเล่นของคุณเอลิซาเบธ

เทเรซ่าค่อยๆ พยักหน้าคล้ายกลัวความผิด

“คุยกับผู้ใหญ่หัดมีมารยาทซะบ้าง เงยหน้าขึ้นแล้วตอบฉัน!”

“ค่ะ ฉะ ฉันรู้จักคุณเอลิซาเบธ”

“รู้จักมากแค่ไหน”

“อะ เอ่อ…คือ…” เทเรซ่าไม่รู้ว่าจะตอบยังไง และสีหน้าอีกคนก็ดูจะเค้นเอาคำตอบจากเธอให้ได้ เทเรซ่ารู้จักเอลิซาเบธ แต่เรื่องที่ว่ารู้จักแค่ไหน มันสะกิดใจเทเรซ่าแปลกๆ นั่นซินะ เธอรู้จักเอลิซาเบธดีแค่ไหนกัน? นอกจากข้อมูลในกูเกิ้ล แล้วเรื่องส่วนตัวอีกนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเทเรซ่าเลย

“ฉัน ฉันไม่…”

“โอ๊ย! รำคาญ ช่างเถอะ ฉันคิดว่าเธอกับฉันมีเรื่องต้องคุยกันจริงๆ จังๆ แน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

“มิสเวสท์คะ กำลังจะได้เวลาประชุมแล้วนะคะ…!” โซอี้หุปปากเมื่อโดนสายตาคมกริบตวัดไปให้

“แคโรไลน์ เธอช่วยจัดการเรื่องเสื้อผ้าให้เด็กคนนี้ด้วย ฉันไม่อยากมีเรื่องกับลิซ” จอร์จิน่าหันไปบอกคนร่างสูง ก่อนจะหันมาหาเทเรซ่าอีกครั้ง “ส่วนเธอ ทำตามที่คนรับใช้ฉันบอกซะ เข้าใจไหม?”

เธอไม่ได้รอเทเรซ่าตอบรับ ร่างมาดนางพญาเดินออกไปอย่างไม่ใส่ใจอะไร มีเพียงโซอี้ที่ยื่นทำหน้าสงสารเทเรซ่าอยู่ เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับเทเรซ่าแต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงของเจ้านาย

“จะรอให้รากงอกอยู่นั่นเหรอโซอี้ มาสิยะ!”

“ค่ะ มิสเวสท์!”

แล้วเธอก็วิ่งหอบแฟ้มตามหลังจอร์จิน่าไป

“คุณตามฉันมาเถอะค่ะ ที่หัวมุมตรงนั้นมีสิ่งที่เราตั้งการอยู่” เสียงนิ่งๆ เอ่ยขึ้น

“คะ คือว่า ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรมาก คุณไม่ต้องห่วง”

“มาเถอะ” ร่างสูงแตะที่แขนของเทเรซ่าอย่างเบามือ เธออาจจะกำลังสงสารเทเรซ่าอยู่ และพอจะอ่านสถานการณ์ออกว่าน้ำโกโก้ที่ปิดฝาแน่นแบบนั้นไม่มีทางจะหกรดตัวอีกคนได้ นอกจากตกกระแทกพื้นก็จะต้องมีรอยที่พื้นเป็นวงกว้าง แต่นี่ไม่มีอะไรเลย ไม่มีการกระแทกใดๆ ทั้งสิ้น สรุปจอร์จิน่าก่อเรื่องใหญ่โตอีก ถ้าเด็กคนนี้บอกไม่รู้จักเอลิซาเบธคงจะซวยไปถึงไหนต่อไหนก็ไม่อาจรู้ได้

ตลอดทางเดินพี่สาวหน้านิ่งคนนี้ก็เงียบตลอด เทเรซ่าเองก็อึดอัด แต่ร่างสูงมีท่าทางที่อบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้ ก็ยังดีกว่าอยู่กับจอร์จิน่าล่ะน่า เมื่อครู่เล่นเอาเธอเกือบตาย

พอเข้าร้านเสื้อผ้าแคโรไลน์ก็บอกให้เธอเลือกชุดได้เลยตามสบาย แต่พอดูราคาแล้วเทเรซ่าไม่กล้าที่จะออกปากพูด และอีกคนก็พอจะรู้ว่าเธอเกรงใจ เลยถามไซซ์จากเธอและเลือกชุดให้

“ตัวนี้เหมาะกับคุณ” ร่างสูงถือเชิ้ตสีขาวมีริบบิ้นยาวผูกตรงคอปก เทเรซ่าไม่กล้าออกปากพูดเลย ราคามันเยอะกว่าเงินเดือนเธอเป็นเท่าตัว

“แต่ราคามัน…”

“ฉันจะจ่ายให้ คุณไปเปลี่ยนชุดเถอะ” ร่างสูงยื่นให้ เทเรซ่าจำใจรับมันมาทั้งเกรงใจและก็รู้สึกแปลกใจที่คนรับใช้ของจอร์จิน่าจะมีเงินจ่ายให้ เงินเดือนของแคโรไลน์เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? เธอเองก็ไม่เห็นว่าจอร์จิน่าจะยื่นบัตรเครดิตหรือเงินให้แคโรไลน์เอาไปจ่ายเลยนี่ เทเรซ่าไม่เข้าใจเลยสักนิด และตัดความสงสัยของตัวเองออกไป

ขากลับเดินทางมาก็เงียบเชียบตามเคย เทเรซ่าเลยเอ่ยปากพูด

“ขอบคุณมากเลยนะคะเรื่องชุด คือว่า…เรื่องเงินที่ซื้อชุดให้ฉัน ฉันขอเวลาเก็บเงินหน่อยนะคะ แล้วจะคืนให้”

ยิ้มด้วย คนหน้านิ่งยกยิ้มอ่อนโยนส่งมาให้เธอ

“ไม่ต้องหรอก มันไม่ได้มากมายอะไร”

ไม่ได้มากมายอะไร เทเรซ่าไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะพูดคำคำนี้ออกมาได้ง่ายๆ แบบนี้ มันแพงมากเลยต่างหาก และเหมือนตอนที่เลือกเจ้าตัวจะหลีกเลี่ยงราคาที่ถูกที่สุดอีกด้วย คนรับใช้ต้องมีเงินติดตัวเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?

“แต่คุณก็ต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอคะ คุณเป็นคนรับใช้แล้ว…!”

“ฉันเป็นบอดี้การ์ด คุณเชื่อทุกคำพูดของจอร์จิน่าด้วยเหรอเนี่ย เหลือเชื่อตรงที่คุณดูไม่ออกว่าฉันเป็นอะไร”

“…” เทเรซ่าอ้าปากค้างที่ตัวเองเข้าใจผิด “ขอโทษค่ะ”

ร่าสูงยิ้ม “แล้วคุณคิดว่าฉันเป็นใครคะ”

“เอ่อ ถ้าฉันเจอคุณตามทางเดินอาจจะคิดว่าคุณเป็นนางแบบ ไม่ก็ดารา”

เธอส่ายหน้า

“ฉันพูดจริงๆ นะคะ”

“เอาล่ะๆ เอาเป็นว่าคุณไม่ต้องจ่ายเงินคืนฉัน เข้าใจใช่ไหม?”

เทเรซ่าท่าจะแย้งแต่ก็เงียบปากเอาไว้ เพราะมีบางอย่างทำให้เธอสบายใจ แคโรไลน์ถึงแม้จะเป็นคนที่มีบุคลิกนิ่งๆ แต่เธอก็อ่อนโยนและอบอุ่นมาก

“ต่อไปก็ระวังคุณจอร์จิน่าหน่อยก็ดีนะ ฉันเชื่อว่าคุณไม่อยากมีเรื่องกับเธอรอบสองหรอก”

“ฉะ ฉันจะระวังค่ะ” เทเรซ่าตอบรับแล้วมองหน้าอีกคนเต็มๆ ตา ร่างสูงมองตอบและพยักหน้ารับ

คุณแคโรไลน์เป็นบอดี้การ์ดที่สวยจัง ใบหน้าของเธอ…เป็นคนยุโรปหรือเปล่านะ?

คิดแล้วเทเรซ่าก็ก้มหน้างุดและเดินต่อไปโดยที่ไม่มองหน้าร่างสูงอีกเลย



เทเรซ่าเงียบซึมมาทั้งวัน คงจะเป็นเพราะเจอกับคนที่มีดาเมจร้ายกาจ และทรงอำนาจอย่างจอร์จิน่า เวสท์ ผู้หญิงคนนี้มีอำนาจและน่ากลัวสุดๆ เทเรซ่าแทบไม่เป็นอันทำการทำงาน พอเลิกงานก็ดูเหมือนว่าร่างกายจะล้าไปหมด เธอเดินเข้ามาในร้านอาหารฟาสฟู้ดใกล้ๆ กับอพาร์ตเมนต์ของเธอ และสั่งดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์กับลุงพอลเจ้าของร้าน เขาจำเทเรซ่าได้เป็นอย่างดี เธอนั่งที่โต๊ะเคาน์เตอร์บาร์เพื่อที่จะกินที่นั่น เพราะเธอมาคนเดียวเลยไม่อยากแย่งโต๊พคนอื่นที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ไม่นานเบอร์เกอร์ก็ถูกนำออกมาเสิร์ฟโดยคุณลุง

“ไง วันนี้งานหนักมาเลยซิท่า” ชายวัยหกสิบปีทักเธอ ลุงพอลมีผมสีดอกเลาและดูแก่มากๆ แต่เขาก็ยังอุตส่าห์เปิดร้านอาหารฟาสฟู้ดเล็กๆ ที่มีพนักงานแค่สามคน แถมลูกค้ายังแน่นร้านเกือบทุกวัน

“ค่ะ วันนี้ทำงานเหนื่อยมากเลย”

“งั้นแถมนี่ให้” ลุงพอลเลื่อนจานเฟรชฟรายมาให้เทเรซ่า อีกคนเบิกตาตกใจ และปฏิเสธทันที

“มันเยอะเกินไปฉันทานไม่หมดหรอกค่ะ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ได้สั่งเลยนะคะ”

ชายแก่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ฉันเลี้ยงเอง เห็นหนูขยันขันแข็งทำงานแบบนี้ ในฐานะที่เป็นคนแก่ก็มีความสุขที่ได้เห็น”

เทเรซ่าขอบคุณเขา และยิ้มตอบ เขาใจดีแบบนี้กับเธอเสมอ

“จริงซิ ฝึกงานเสร็จแล้วจะกลับบ้านหรือเปล่า?”

ลุงพอลรู้ทุกเรื่องของเทเรซ่า เพราะเขาเป็นอีกคนที่สนิทกับเธอและที่สำคัญเป็นคนแอลเอเหมือนกันกับเทเรซ่า และที่พูดว่า ‘กลับบ้าน’ ก็คือที่แอลเอนั่นเอง

เทเรซ่าที่กำลังเคี้ยวเบอร์เกอร์อยู่ในจังหวะที่โดนถามก็ส่ายหน้า แต่ผ่านไปสักพักก็พยักหน้า ลุงพอลหัวเราะและงุนงงกับท่าทางนั้น ก่อนที่เขาจะปล่อยให้เทเรซ่ากลืนมันลงไปเสียก่อน

“ฉันยังไม่แน่ใจซะทีเดียวค่ะ แต่ว่าแม่ก็อยากให้ฉันกลับบ้านอยู่เหมือนกัน”

“อืม ฉันคงเหงาน่าดูเลยถ้าไม่มีหนู ถ้าเลือกทำงานที่นี่ก็อย่าลืมแวะเวียนมาหาลุงล่ะ”

เทเรซ่าพยักหน้าตกลง อันที่จริงเธอก็ยังไม่ตัดสินใจว่าจะหางานทำที่ไหนดี พ่อกับแม่เสนอให้กลับบ้าน เพราะที่นั่นก็มีงานที่เธอสนใจให้ทำเยอะเหมือนกัน แม่ถึงกับหาสำนักพิมพ์ ไม่ก็ห้องสมุดในเมืองมาเสนอให้เธอเป็นระยะๆ ถึงแม้ปากจะบอกเธอว่า ‘ลูกอยากทำงานที่ไหนก็ได้จ้ะ’ แต่แม่ของเธอก็อยากให้ทำงานที่แอลเออยู่ดี เทเรซ่ารู้สึกได้ เธอไม่กล้าปฏิเสธความหวังดีของแม่ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเธอกลับแอลเอ แล้วเธอจะได้เจอเอลิซาเบธอีกไหมนะ?

เทเรซ่าถอนหายใจออกมาเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะไม่ได้เจอเอลิซาเบธอีก

“ร้านเล็กๆ ของฉันไม่เคยมีลูกค้าแบบนี้มาก่อนเลย พับผ่าสิ!”

เสียงอุทานของลุงพอลทำให้เทเรซ่างุนงง เธอเห็นว่าชายชรามองไปหน้าร้านแล้วอ้าปากค้าง เทเรซ่าก็เลยหันไปมองตามโดยอัตโนมัติ แล้วเธอก็เข้าใจว่าทำไมลุงพอลถึงได้อุทานเสียงหลงขนาดนั้น ผู้หญิงร่างนางแบบสวยสะดุดตาที่เดินเข้ามานั้น เธอสวมโค้ทเก๋ๆ สีแดงเข้มทับกับเดรสสั้นสีดำเรียบหรู สวมถุงมือสีดำ และรองเท้าบูธยาวถึงเข่าสีเดียวกันกับถุงมือ ผมสีบลอนด์ขลับกับใบหน้าเรียวสวยของเธอ ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ไม่ใช่แต่ลุงพอลที่อึ้ง แต่ลูกค้าในร้านก็มองร่างสูงเพรียวเป็นตาเดียวเช่นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเทเรซ่า เธอเหวอยิ่งกว่าใคร

เฮเลน่า เพย์ตัน เนี่ยนะจะมาในที่แบบนี้

เมื่อเช้าเจอจอร์จิน่า เวสท์ ตกเย็นมาก็เจอ เฮเลน่า เพย์ตัน วันนี้ช่างเป็นวันที่แปลกประหลาดสำหรับเทเรซ่าจริงๆ

“เทรซ? แปลกใจที่เห็นเธอที่นี่” ร่างสูงเดินตรงปรี่เข้ามาทักเธอที่กำลังอึ้งไม่หาย

“งั้นก็ดี ไปนั่งที่โต๊ะนั้นเป็นเพื่อนฉันหน่อย”

“อะ เอ๋?”

เฮเลน่าไม่ได้สนใจอะไร เธอยกจานเฟรชฟรายที่อยู่หน้าเทเรซ่ามาถือไว้ในมือ และสั่งสลัดผลไม้กับลุงพอลที่พยักหน้างึกๆ คงจะยังอึ้งอยู่

เทเรซ่าเดินตามเฮเลน่าไปอย่างจำยอม พลางมองเบอร์เกอร์ในมือของตัวเองแล้วคิดถึงเมนูที่เฮเลน่าเพิ่งสั่งไปเมื่อสักครู่

คุณเฮเลน่าทานสลัดผลไม้ แล้วดูเราซิ ไม่น่าล่ะหุ่นคุณเฮเลน่าถึงได้ดีเลิศขนาดนั้น

“เธอมาที่ร้านนี้ประจำเหรอ?”

ทันทีที่เทเรซ่าหย่อนสะโพกลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับเฮเลน่าก็โดนถามทันที

“ค่ะ” เธอพยักหน้า “ฉันไม่เคยเห็นคุณมาที่นี่เลย”

“ฉันมีงานแถวนี้ แล้วอีกอย่างขี้เกียจเข้าร้านใหญ่ๆ หรูๆ ที่นั่นมีแต่คนมอง ฉันไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาน่ะมันน่าเบื่อ”

“…” ที่ร้านเล็กๆ แบบนี้คุณก็ตกเป็นเป้าสายตาเหมือนกันนะคะ เทเรซ่าคิด

“แต่ก็ดีนะที่ได้เจอเธอที่นี่” ใบหน้านั้นฉีกยิ้มแบบพยายามจะยิ้มให้เทเรซ่า ยิ่งทำให้เธอไม่มั่นใจว่าเฮเลน่าคิดอย่างที่พูดหรือเปล่า

และแน่นอนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้บังเอิญแต่อย่างใด เฮเลน่าจงใจให้เป็นแบบนั้น

“ขอบคุณค่ะ” เฮเลน่ากล่าวกับลุงพอลที่นำสลัดมาเสิร์ฟ เขายิ้มแฉ่ง และเดินออกไป จากนั้นเฮเลน่าก็จิ้มสลัดผลไม้เข้าปากไปคำหนึ่ง คนสวยชะเง้อไปเลยทำให้เทเรซ่าอดที่จะมองกิริยานั้นไม่ได้ แต่แล้วอีกคนก็กินมันอีกคำ กินมากขึ้นและมากขึ้น เทเรซ่าโล่งใจที่เห็นอย่างนั้น เพราะอย่างน้อยลุงพอลก็คงมีความสุขที่เฮเลน่าชอบอาหารที่ร้านของเขา

“ไม่อยากจะเชื่อว่าร้านเล็กๆ แบบนี้ก็รสชาติดีเหมือนกัน ฉันไม่แปลกใจเลยที่คนเยอะขนาดนี้”

“ลองเมนูอื่นไหมคะ?”

“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากกินอะไรที่หนักๆ ท้องตอนมื้อค่ำ”

“…”

“เย็นพรุ่งนี้เธอก็มาที่นี่ด้วยซิ ฉันจะรอเธอที่นี่ เรามาทานมื้อเย็นด้วยกัน เวลาเดิมนะ”

“อะ อะไรนะคะ?” เทเรซ่ารู้สึกเหมือนว่าตัวเองหูฝาดไป สิ่งที่เฮเลน่าพูดมันหมายความว่ายังไงกันล่ะเนี่ย

“ฉันชวนเธอทานมื้อค่ำพรุ่งนี้ ที่ร้านนี่ด้วยกันไง ไม่เห็นจะเข้าใจยากตรงไหน”

“…”

“เธอจะปฏิเสธฉันเหรอ?”

เทเรซ่ารู้สึกเหมือนตัวเองโดนมัดมือชก แต่เธอก็ปฏิเสธเฮเลน่าไม่ได้เพราะความเกรงใจ และประหม่า

“ปะ เปล่าค่ะ”

“ดี งั้นเย็นพรุ่งนี้เจอกัน”

เทเรซ่าพยักและตอบว่า ‘ค่ะ’ แผ่วเบา และจากนั้นก็ทานมื้อค่ำกับเฮเลน่า เป็นมื้อค่ำที่เงียบเชียบมาก แต่เฮเลน่าก็ชวนเธอคุยตลอดๆ

“เธอน่ะ อยากเป็นนักเขียนเหรอ?”

“…?” เทเรซ่าแอบทึ่งอยู่บ้าง เฮเลน่ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงกันนะ เธอไม่ได้บอกใครเลยนอกจากเพื่อนในกลุ่มอย่างเอวากับลุค แล้วก็เอลิซาเบธ

“เธอหางานทำเอาไว้หรือยัง?”

“ฉันยังไม่ได้หางานทำจริงๆ จังๆ เลยค่ะ แต่ก็น่าจะเป็นสำนักพิมพ์ที่ไหนสักแห่ง”

“ฉันรู้จักสถานที่ทำงานดีๆ นะ ถ้าเธออยากเป็นนักเขียนแล้วล่ะก็ เธอต้องแอบเขียนนิยายอยู่บ้างแหละ ถูกไหม?”

เทเรซ่าพยักหน้า เธอลองเขียนนิยายแฟนตาซี แล้วก็แนวลึกลับอยู่สองเรื่อง แล้วก็เรื่องสั้นอีกไม่มากนัก เพราะการเรียนและงานพารท์ไทม์ทำให้เธอไม่มีเวลาเขียนเรื่องยาวๆ มากนัก และที่สำคัญเทเรซ่าไม่มีหัวที่จะเขียนเรื่องรักโรแมนติก เธอไม่เข้าใจมันสักเท่าไหร่

“ถ้าอย่างนั้นเอาต้นฉบับของเธอมาให้ฉันซิ ฉันจะส่งที่สำนักพิมพ์ที่ฉันรู้จักให้ เขาน่าจะพิจารณาทันทีถ้าฉันขอความช่วยเหลือ”

“…?” เทเรซ่าอดดีใจไม่ได้ที่ได้ยินคำนั้น แต่ว่าจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้คิดจริงจังถึงขั้นต้องส่งไปที่สำนักพิมพ์เลย “ฉันยังไม่พร้อมที่จะส่งไปเลยค่ะ มันยังไม่ดีพอที่จะส่งไป ฉันคิดว่านะคะ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณเฮเลน่า…!”

อีกคนปรายตามองเทเรซ่าด้วยแววตาจริงจังราวกับจะย้ำเตือนอะไรบางอย่าง เทเรซ่าคิดออกทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองพูดอะไรบางอย่างผิดไป

“ต้องขอบคุณคุณเฮเลนมากนะคะ” เทเรซ่าแก้

เฮเลน่าพยักหน้าพอใจ

“ไม่เป็นไร ฉันเห็นว่าเธอมีความสามารถก็เลยอยากเสนออะไรดีๆ ให้ก็แค่นั้นแหละ แต่ว่าถ้าเธอคิดว่าอยากส่งผลงานของเธอเมื่อไหร่ฉันก็ช่วยเธอได้นะ”

แล้วต่อจากนั้นทั้งสองคนก็ทานมื้อค่ำด้วยกันต่อ และเทเรซ่าคิดว่าเฮเลน่าเริ่มใจดีกับเธอขึ้นทุกวันๆ มันไม่ได้ชวนให้คิดมาก แต่ประหลาดใจมากกว่า

ทำไมกันนะ คุณเฮเลน่าถึงได้ดีกับเราขนาดนี้



‘คุณเอลิซาเบธวันนี้ไปดูหนังกับฉันหรือเปล่าคะ หลังเลิกงาน’

“…?”

ข้อความในมือถือของเอลิซาเบธเด้งขึ้นมา อีกคนแปลกใจที่เทเรซ่าเป็นคนเอ่ยปากชวนก่อน แต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่สไตล์ของเธอเอาสียเลย เธอไม่ค่อยชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์ แต่เธอสนทรรศน์การดูละครเวที ไม่ก็โอเปร่ามากกว่า เอลิซาเบธจำไม่ได้ว่าเธอเข้าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ อาจจะประมาณอายุสิบเจ็ดได้แล้วมั้ง

‘ฉันไม่ค่อยชอบโรงภาพยนตร์น่ะ เปลี่ยนเป็นโรงละครไม่ได้เหรอ?’

‘ช่วงนี้ไม่มีละครเวทีเลย แต่ว่าไม่เป็นไรหรอกนะคะ เอาไว้วันหลังก็ได้’

เอลิซาเบธส่ายหน้า เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่แม้แต่จะพยายามคะยั้นคะยอเธอเลยสักนิด เอลิซาเบธรู้ว่าเทเรซ่าเป็นคนมีมารยาท เธอไม่มีทางชวนอีกเป็นครั้งที่สองหากเธอปฏิเสธ

‘ฉันไปห้องคุณได้นะคะ ถ้าคุณต้องการ’

อีกคนอ่านข้อความ แต่นานมากกว่าจะตอบกลับมา

‘ไม่เป็นไรค่ะ’

‘แต่มันเป็นวันหยุดของฉันนี่คะ’

‘เอาไว้วันหลังดีกว่าค่ะ รบกวนคุณเอลิซาเบธแย่เลย’

จริงๆ เลย โรคขี้เกรงใจแก้ยังไงก็ไม่หาย เทเรซ่าเป็นอย่างนี้ประจำ

เอลิซาเบธเคาะมือถือเธอกับฝ่ามืออีกข้าง แล้วมองหน้าคูเปอร์ที่เอาหน้าของมันมาวางไว้ที่ต้นขาของเอลิซาเบธ เธออยู่บนเตียงนอนกับมันจนถึงบ่ายของวันเลยทีเดียว

“นายคิดว่าฉันควรจะไปไหมคูเปอร์?”

มันทำหูตั้ง และเงยหน้าขึ้นมองเอลิซาเบธคล้ายออกความคิดเห็น ซึ่งอีกคนไม่มีทางเข้าใจมันได้ ก่อนที่คูเปอร์จะลุกขึ้นยืนและกระโจนลงจากเตียง มันเดินวนไปมาที่ด้านล่างเตียง ก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง

“ชิ แม้แต่นายก็เบื่อฉัน” เอลิซาเบธทำหน้ายุ่งก่อนจะมองที่มือถืออีกครั้ง เธอคงจะเว้นการเจอกันกับเทเรซ่าสักสี่ห้าวัน แต่ก็ทำไม่ได้ แค่สองวันเธอก็มีความรู้สึกแปลกๆ ก่อตัวขึ้นมาในจิตใจ เธอเอาแต่คิดถึงเทเรซ่าราวกับตัวติดกับอีกคน ทั้งๆ ที่เทเรซ่าก็เป็นเด็กคนหนึ่ง แต่ทำไมถึงทำให้เอลิซาเบธกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้นะ เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ทำไมทุกอย่างที่อยู่ในใจเธอถึงคลุมเครือไปหมดนะทั้งๆ ที่ตัดสินใจไปแล้ว

ยากจัง เป็นการตัดสินใจที่ยากไปทุกอย่างเลย



“ฝากด้วยนะจ๊ะ ฉันจะไปทำธุระสักสามชั่วโมง” คุณยายมอลลี่ยื่นโลล่าแมวพันธุ์สก็อตติชโฟลด์ มันมีขนสั้นสีขาว ลายเทาอ่อนๆ ที่หัว หูเล็กๆ ของมันพับลงมา และมีดวงตาสีเขียวอมเหลือง เทเรซ่ารับมันมาอุ้มไว้

“ป้าขอโทษนะทั้งๆ ที่หนูเพิ่งจะกลับมาจากทำงานแท้ๆ แต่ทำไงได้ล่ะเจ้าโลล่ามันก็ไม่สนิทกับใครนอกจากหนู แล้วก็มิล่า และมิล่าก็ไม่อยู่ซะด้วย”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณยาย ฉันจะดูแลโลล่าให้เอง”

เทเรซ่ารักสัตว์ทุกชนิด เพราะอย่างนั้นเธอเลยไม่เกี่ยงที่จะเลี้ยงมัน คุณยายมอลลี่อยู่ห้องข้างๆ และสนิทกับเทเรซ่าตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ บ่อยครั้งที่เทเรซ่าจะแวะไปเล่นกับเจ้าโลล่า

“ขอบใจมากนะ เอาไว้ยายจะซื้อขนมมาฝาก”

เทเรซ่ายิ้มรับ แล้วพาโลล่าเข้ามาในห้อง

“รู้จักที่มุมของห้องเลยนะโลล่า ทำตัวตามสบายเชียว”

เมื่อเทเรซ่าปล่อยเจ้าตัวขนสั้นดุ๊กดิ๊กลงพื้น มันก็เดินส่ายก้นไปที่เตียงนอนของเทเรซ่า กระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงอย่างชำนาญและเริ่มต้นเลียขนทำความสะอาดตัวเอง

เทเรซ่าปล่อยมันเอาไว้อย่างนั้น ก่อนจะเดินไปที่โซนครัวเพื่ออุ่นพิชซ่าที่อยู่ในตู้เย็น แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนใจ เธอยังไม่หิว ก็เลยตั้งหน้าตั้งตาว่าจะดูช่องเน็ตฟลิกต์เพลินๆ และยาวไปจนค่ำ เธอคิดได้ดังนั้นก็นั่งจมอยู่ที่พรมนุ่มที่พื้นเปิดทีวีดู และนานกว่าสามสิบนาทีเธอก็เปลี่ยนจากการนั่งเป็นนอนดู โลล่าที่ทนไม่ได้เพราะเทเรซ่าไม่ยอมเล่นกับมันก็กระโดดลงจากเตียง และมานอนข้างๆ เทเรซ่า แล้วทั้งสองก็จมอยู่กับทีวีเกือบๆ สองชั่วโมงจนกระทั่งเย็น

จะว่าไปเทเรซ่าก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อวานก่อนเธอไปทานมื้อค่ำกับเฮเลน่า และเดินเล่นผ่านร้านสัตว์เลี้ยง และที่สำคัญเป็นแมวด้วย เฮเลน่ายิ้มน่ารักที่เจอแมวหลากหลายสายพันธุ์ แถมยังลากเทเรซ่าเข้าไปในร้านเพื่อดูใกล้ๆ อีกต่างหาก ซึ่งจะว่าไปแล้วแตกต่างกับเอลิซาเบธโดยสิ้นเชิง รายนั้นกลัวแมวจนต้องไปแอบที่หลังเสาไฟ

“…!” เสียงเคาะประตูดังขึ้น โลล่ามองหน้าเทเรซ่า ราวกับรู้ว่าเจ้าของกำลังจะมารับกลับ เทเรซ่ามองดูนาฬิกาที่มันผ่านไปคือสองชั่วโมงเอง

คุณยายมอลลี่มาไว้เกินไปหรือเปล่านะ?

“มาโลล่า ถึงเวลาส่งกลับห้องแล้ว” เทเรซ่าอุ้มโลล่าขึ้น และเปิดประตูอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยื่นโลล่าออกไปข้างนอกสุดแขน

“โลล่าไม่ดื้อเลยค่ะคุณยายมอลลี่ นี่ค่ะ!”

“กรี๊ด!”

“เหวอ!” เทเรซ่าเผลอร้องออกมาเสียงดังเช่นเดียวกัน เธอตกใจเสียงกรีดร้องของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตู คนที่ส่งเสียงดังแปดหลอดคือเอลิซาเบธไม่ใช่คุณยายมอลลี่ ตอนที่เธอเปิดประตูออกมาด้วยท่าทีสุขใจแล้วยื่นโลล่าออกไปข้างหน้า มันเป็นภาพที่เธอวาดฝันเอาไว้ว่า คุณยายมอลลี่จะรับมันไว้อย่างอารมณ์ดี และยื่นขนมมาให้เธอ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอยื่นโลล่าไปใส่เอลิซาเบธ ร่างสูงถึงกลับช็อกส่งเสียงดัง แล้วถอยร่นไปติดกับประตูห้องตรงข้ามเสียงดังโครม ดีนะที่เจ้าของห้องไม่ได้อยู่ในเวลานี้ และทั้งชั้นก็มีแต่คนไปทำงานยังไม่กลับมา ไม่อย่างนั้นคงมีคนวิ่งหน้าตั้งออกมาดูเหตุการณ์เพราะเสียงกรี๊ดของเอลิซาเบธ

“เทรซ คุณเลี้ยงแมวเหรอ!?” เอลิซาเบธหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม ส่วนโลล่าที่ตกใจเสียงกรี๊ดเมื่อครู่ดิ้นขลุกขลักออกจากมือของเทเรซ่าหลุดเข้าไปในห้องของเธอ “ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันไม่ชอบแมว!”

“เปล่าค่ะ เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น คุณยายที่อยู่ข้างห้องฝากให้ฉันดูแลให้น่ะค่ะ”

“เอามันออกไปจากห้องได้ไหม?”

“เอ่อ….” เทเรซ่าทำท่าหนักใจ “ไม่ได้หรอกค่ะ อีกชั่วโมงหนึ่งคุณยายมอลลี่ถึงจะกลับมา แล้วโลล่าก็เคยอยู่แต่ในห้อง พาออกไปข้างนอกไม่ได้”

“ถะ ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องกลับก่อนนะคะ เอาไว้วันหลังค่อยเจอกัน” เอลิซาเบธลากลับอย่างรวดเร็ว แต่เสียงของเทเรซ่ารั้งเอาไว้

“เดี๋ยวก่อนค่ะ! ฉันยังไม่อยากให้คุณไป”

“…!” เทเรซ่าหลุดคำคำนั้นออกมาทำให้เอลิซาเบธยิ้มนิดๆ ทั้งๆ ที่หน้าจะไม่สู้ดีนัก แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าเทเรซ่าหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ

“งั้นก็…อีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้ฉันจะกลับมาใหม่ แบบนี้โอเคหรือเปล่า?”

เทเรซ่าดีใจที่ได้ยินแบบนั้น เธอยิ้มออกมาทันที

“คุณเอลิซาเบธรอได้จริงๆ เหรอคะ?”

“แน่นอนซิ แถวนี้มีร้านนั่งชิลๆ ตั้งเยอะ เดี๋ยวฉันมานะ” เอลิซาเบธยิ้มพอเป็นพิธีให้ก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะสอดส่องสายตาเข้าไปในห้องเทเรซ่าด้วยอาการหวาดๆ



หนึ่งชั่วโมงผ่านไปเอลิซาเบธกลับมาจริงๆ เทเรซ่ายิ้มรับ และรับถุงป๊อปคอร์นจากมือของอีกคนที่ส่งมาให้เธอด้วยความที่ไม่เข้าใจนัก เอลิซาเบธเลยอธิบายให้ฟัง

“ขอโทษด้วยนะคะที่ฉันไปดูหนังเป็นเพื่อนคุณไม่ได้ ฉันไม่ค่อยชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์น่ะ ก็เลยซื้อป๊อปคอร์นมา เราจะดูหนังในเน็ตฟลิซ์กันก็ได้นี่” เอลิซาเบธหัวเราะแก้เก้อ เธอจำได้ว่าเทเรซ่าติดหนึบช่องนี้มากแค่ไหน

“ได้ซิคะ เข้ามาเถอะค่ะ”

เอลิซาเบธพยักหน้าแต่ก็ไม่วายมองดูรอบห้องของเทเรซ่า จนอีกคนอดขำกับท่าทีนั้นไม่ได้

“โลล่า เอ่อ แมวตัวนั้นกลับห้องไปเรียบร้อยแล้วค่ะ สบายใจได้”

เอลิซาเบธก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเต็มใจ และโล่งอก

แล้วจากนั้นทั้งสองคนก็สั่งมื้อค่ำมาทานด้วยกัน ก่อนจะดูหนังในช่องรายการโปรดของเทเรซ่า พร้อมป๊อปคอร์นคนละชาม ทั้งสองนั่งดูหนังบนพรมและมีหมอนคนละใบ เทเรซ่าเลือกหนังตามใจเอลิซาเบธ ซึ่งอีกคนเลือกหนังเกี่ยวกับทหารที่ต้องจากบ้านไปทำสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แน่นอนว่าฉากลาลูกเล็กๆ และคนในครอบครัวทำเอาเทเรซ่าซึ้งน้ำตาแตก และตอนจบที่เขารอดสงครามกลับมาหาครอบครัว เทเรซ่าก็ร้องไห้อีกรอบ

“…” เอลิซาเบธแอบมองการกระทำของเทเรซ่าแล้วยิ้มออกมา “โอ๋ๆ ไม่ร้องซิ” เอลิซาเบธยกมือขึ้นตบศีรษะร่างบางเบาๆ คล้ายกำลังปลอบใจเด็กๆ

“คุณเอลิซาเบธไม่ร้องไห้บ้างหรือไงคะ เอาแต่กินป็อปคอร์นจนหมดเลย” เทเรซ่าเช็ดน้ำตา และชำเลืองมองชามป็อบคอร์นที่ว่างเปล่าอยู่บนตักอีกคน และเหลือบมองของตัวเองที่ยังหมดไม่ถึงครึ่ง เพราะมัวอินอยู่กับหนังจนไม่มีเวลาหยิบเข้าปาก

“หนังก็สนุกดีน่ะนะ แต่…ไม่รู้ซิ ก็อินนะแต่ไม่ร้องไห้” เอลิซาเบธยิ้ม ส่วนใหญ่แล้วเธอไม่ค่อยดูหนัง เอาแต่มองเทเรซ่าอยู่ต่างหาก ท่าทีที่สนใจการดูหนังแบบนั้นทำให้เอลิซาเบธอดเอ็นดูไม่ได้

เทเรซ่าพยักหน้าแล้วหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังที่ตีบอกเวลาว่าสามทุ่มแล้ว

“ดึกแล้วนะคะ คุณเอลิซาเบธไม่กลับบ้านเหรอคะ? ถ้ากลับช้าแบบนี้…”

“ไล่ฉันแล้วเหรอ?” เอลิซาเบธแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ

“เปล่านะคะ! ฉันแค่เห็นว่าคุณเอลิซาเบธจะได้ขับรถกลับบ้านคนเดียว เดี๋ยวมันอันตรายนะคะ”

เอลิซาเบธพยักหน้าเข้าใจ แต่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้เสียก่อน

“จริงซิ ลืมถามไปเลย เมื่อวันก่อนนิโคลโทรบอกว่าคุณมีเรื่องกับจีน่ามาเหรอ?”

“จีน่า?”

“จอร์จิน่า เวสท์ เพื่อนของฉันไงคะ?”

เทเรซ่าตกใจที่เอลิซาเบธรู้เรื่องนี้ แล้วอีกอย่างเธอก็ไม่ได้บอกอะไรนิโคลเลยด้วยซ้ำ แต่ก็นะ สงสัยข่าวจะไปไว เพราะคนที่มุ่งอยู่แถวนั้นก็เยอะพอสมควร

“ค่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร มันจบลงด้วยดีค่ะ”

เอลิซาเบธหรี่ตาเป็นเชิงไม่อยากจะเชื่อที่เทเรซ่าพูดเท่าไหร่

“แน่นะ”

“ค่ะ” เทเรซ่าพยักหน้า “คุณจอร์จิน่าให้คุณแคโรไลน์จัดการเรื่องเสื้อผ้าของฉัน เธอซื้อชุดใหม่ให้อย่างแพงเลยค่ะ ฉันรู้สึกเกรงใจมากๆ”

“จริงๆ แล้วฉันโทรไปถามจอร์จิน่าแล้วล่ะ ทางนั้นบอกว่าคุณซุ่มซ่ามมาก” เอลิซาเบธหัวเราะ “แต่ก็ดีที่คุณอ้างว่ารู้จักฉัน ไม่อย่างนั้นเรื่องจบไม่สวยอย่างนี้แน่นอน จีน่าชอบเล่นสนุกกับคนอื่นน่ะ โดยเฉพาะกับคนแบบคุณเทรซ จีน่ามีความสุขที่ได้ข่มขวัญ”

“…”

“ต่อไปถ้ามีเรื่องกับจีน่ารายงานฉันด้วยนะคะ ฉันจะหาทางช่วยคุณได้”

“ทำไมค่ะ”

“คุณไม่อยากให้ฉันปกป้องคุณเหรอคะ? แย่จัง”

“ปะ เปล่านะคะ!” เทเรซ่าเผลอตอบเสียงดัง ทำให้อีกคนหัวเราะ

“ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้”

เทเรซ่าหลุบตาลง

“…!” แล้วก็ต้องสะดุ้งกับสัมผัสของเอลิซาเบธ เธอลูบหัวของเทเรซ่าด้วยท่าทีเอ็นดู จนเทเรซ่าเงยหน้ามองอีกคน ประสานกับดวงตาสีสวยของเอลิซาเบธ

“จูบแรกของคุณคือใครคะ?”

“…!” เทเรซ่าเบิกตาตกใจที่อยู่ๆ เอลิซาเบธก็เปลี่ยนเรื่องไปเลย จากที่เขินมากก็กลายมาเป็นเขินแก้มร้อนแทบจะระเบิด

“ฉะ ฉัน…” เทเรซ่าพูดอุบอิบ

“คุณไม่ต้องโกหกฉันเลย ฉันรู้ว่าคุณมีแน่ๆ ฉันจับความรู้สึกและอ่านใจคนเก่งนะคะ ยิ่งท่าทีแบบนี้ของคุณด้วย” เอลิซาเบธเอียงคอมองอีกคน จะว่าไปเธอก็ตื่นเต้นที่เทเรซ่ามีท่าทีแบบนั้น ใครกันนะจะเป็นจูบแรกของเทเรซ่า ต้องเป็นหนุ่มหล่อเรียนเก่งชัวร์

เทเรซ่าสูดลมหายใจก่อนตอบ

“นิวท์ค่ะ เขาชื่อนิวท์”

เอลิซาเบธถึงกับรู้สึกริษยาขึ้นมาหน้าตาเฉย ช่างเป็นคนที่โชคดีอะไรขนาดนั้นที่ได้จูบคนบุคลิกนุ่มนวลอย่างเทเรซ่า

“แล้ว…มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่? งานพรอมเหรอ?”

เทเรซ่าทำหน้างง แล้วส่ายหน้า

“เขาสะดุดล้ม แล้วปากมาชนกับปากของฉันค่ะ ตอนนั้นเราแปดขวบ”

“อะไร…?” เอลิซาเบธอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เทเรซ่าพูดออกมา ก่อนที่เธอจะระเบิดเสียงหัวเราะจนหน้าหงาย แต่เทเรซ่ามีสีหน้าจริงจังมาก เธอเสียจูบแรกให้นิวท์ ถึงแม้เขาจะน่ารักก็เถอะ

“คุณนับว่านั่นเป็นจูบแรกเหรอ? คุณเข้าใจคำว่าจูบดีพอเหรอยังคะ”

“ฉันซีเรียสนะคะ ฉันรู้สึกไม่โอเคเลย และไม่มองหน้าเขาตั้งเดือนหนึ่งตอนไปโรงเรียน”

เอลิซาเบธหัวเราะหึหึในลำคอ พยายามกลั้นคำจนเทเรซ่าทำหน้างอใส่ เอลิซาเบธเลยยกมือยอมแพ้เลิกหัวเราะทันที

“แล้วคุณเอลิซาเบธล่ะคะ จูบแรกคือใคร?”

เอลิซาเบธทำท่าครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่ต้องอยากรู้หรอก ฉันไม่บอกคุณแน่ๆ”

“ได้ยังไงคะ รู้สึกเหมือนตัวเองโดนเอาเปรียบอยู่เลย”

“ฉันคิดว่าคนที่โดนเอาเปรียบอยู่มันฉันต่างหากล่ะคะ ก็นับว่าคุณไม่ได้มีจูบแรกอะไรเลย ฉันก็เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกคุณ”

“…”

“ไม่น่าตื่นเต้นเลย” เอลิซาเบธหัวเราะอีกครั้ง

“ก็ จะว่ายังไงดีล่ะคะ ฉันเองก็ไม่เคยมีความรัก” เทรซ่ายิ้มเจื่อนๆ และบางทีก็รู้สึกเจ็บใจ เธอไม่เคยเจ็บเมื่อพูดถึงความรักเลย จนกระทั่งช่วงเวลานี้ความรู้สึกมันเปลี่ยนไป

“คุณควรจะคิดบ้างนะคะ เรื่องความรักน่ะ” เอลิซาเบธพูดด้วยท่าทีสบายๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงจังในน้ำเสียงนั้น

“…” เทเรซ่าเงียบไป

“ฉันกลับก่อนดีกว่า…ขอกอดหน่อยสิคะ” เอลิซาเบธก้างแขนทั้งสองข้างออก เทเรซ่าก็งุนงงกับการกระทำนั้นของอีกคน เปลี่ยนเรื่องได้เร็วมากเลยคนคนนี้

“…!”

เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ตอบ ไม่ไหวติง เอลิซาเบธเลยเข้าไปกอดเอง เทเรซ่ารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในกอดนี้จนเผลอยิ้มออกมา

“เอ๊ะ…!” ก่อนที่ร่างของเทเรซ่าจะเอียงวูบลงพรมนุ่มด้วยแรงของอีกคน เอลิซาเบธที่นอนกอดเทเรซ่าอยู่ข้างๆ หัวเราะชอบใจเหมือนเด็กๆ

คุณเอลิซาเบธมีมุมเหมือนเด็กๆ เยอะกว่าเราซะอีก

“ฉันว่าตอนนี้ดึกมาแล้ว ขอค้างคืนกับคุณดีกว่า”

“ไม่ได้นะคะ!” เทเรซ่าหน้าแดงที่ตัวเองเผลอพูดออกไปเสียงดังแบบนั้น เธอได้ยินเสียงอีกคนหัวเราะหึหึในลำคอ และตะแคงตัวมามองหน้าเธอ

“ทำไม กลัวฉันลักหลับเหรอคะ?”

“มะ ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คือว่า ฉัน….” เทเรซ่าทำตาล่อกแล่กสุดท้ายก็กลืนคำพูดของตัวเองลงคอ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

“ฉันไม่ทำอย่างนั้นกับคุณหรอกค่ะ เตียงของคุณก็นอนได้ตั้งสองคน ฉันไม่ทำอะไรคุณหรอกนะคะ นอนด้วยคนสิ” เอลิซาเบธแสร้งทำสีหน้าอ้อนวอน แต่ดวงตาเจ้าเล่ห์พริ้มพรายอย่างเห็นได้ชัด

เทเรซ่าส่ายหน้า และอายจนหน้าแดงลามไปถึงใบหู

“ใจร้ายจัง” เอลิซาเบธทำหน้างอน แต่ก็ยิ้มออกมาในที่สุด และส่งมือไปบีบจมูกอีกคนเบาๆ

“โอเค ฉันไม่แกล้งแล้วก็ได้” แต่เอลิซาเบธก็ยังคงกลับไปกอดเทเรซ่าเหมือนเดิม เธอได้ยินเสียงหัวใจของเทเรซ่าเต้นดังมาก เทเรซ่านอนตัวเกร็งจนเอลิซาเบธนึกสงสาร แต่เธอก็ชอบที่จะเห็นอีกคนเขิน

จนในที่สุดมือเธอของเธอก็ดังขึ้น เอลิซาเบธหัวเสียเล็กน้อย

เบอร์โทรศัพท์สาธารณะเหรอ?

เอลิซาเบธกดรับ

“สวัสดีค่ะ”

[เอลิซาเบธ…หนูโอลิเวียนะคะ]

เสียงเด็กผู้หญิง

“เวียเหรอ…!”

[อือ…หนูหนีออกจากบ้าน นั่งรถบัสมาที่แมนแฮตตัน หนูเพิ่งมาเมีองนี้เป็นครั้งแรก เอลิซาเบธช่วยมาหาหนูหน่อยได้ไหม?]

“เดี๋ยวนะเวีย หนูมากับใครคะ?”

[มาคนเดียวซิคะ มาหาหนูที]

บ้ามากแล้วสำหรับเด็กอายุสิบสามปีที่เดินทางมาที่นี่คนเดียว

“แล้วหนูบอกพ่อหรือยัง แม่ด้วย”

[ไม่! ห้ามบอกพ่อ ห้ามเด็ดขาด ไม่งั้นหนูจะโกรธเอลิซาเบธมากๆ เลยด้วย!]

“โอเค เวีย หนูอยู่ที่นั่นอย่าไปไหนเด็ดขาด ใครมาชวนไปไหนก็ห้ามเคลื่อนตัวออกจากที่นั่น นอกจากจะเป็นฉัน เข้าใจไหม?”

[อือ]

เอลิซาเบธวางสายสีหน้าราวกับโลกจะแตกในวินาทีนี้

เรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นอีกแล้วซินะ



_______________________________________

                  จอร์จิน่าเจอกับเทเรซ่าครั้งแรกก็ไม่อ่อนโยนเลย55555

                  หนูโอลิเวียคือตัวที่จะมาเฉลยบางอย่าง

                  ติดตามต่อในตอนหน้าจ้า

**ใครอ่านเรื่องนี้ แล้วเกิดอยากอ่านคู่ของจอร์จิน่าบ้าง ด้านล่างเลยจ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #29 tankazae (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 21:30
    ละมุนเว่อรรร
    #29
    0
  2. #19 Guitarfroyd (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 20:39
    รักเรื่องนี้
    เมื่อไหร่เค้าจะได้กัน
    #19
    0