[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 17 : FOURTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    15 ก.ย. 61

หลังจากที่เทเรซ่าเลิกงาน เธอก็ตามหาห้องเสื้อแองเจลิคของเฮเลน่าที่ตั้งอยู่ในมิดทาวน์ จริงๆ แล้วที่นี่ไม่ได้หายากอะไรนัก เพราะมันตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและโดดเด่น ที่นี่เป็นตึกสี่ชั้นอิฐสีเทาด้านหน้าเป็นกระจกทั้งแถบยาวลงมาจรดที่ชั้นหนึ่ง ชั้นที่สองมีชื่อร้านตัวใหญ่ยักษ์ 'Angelic'—แองเจลิค เปิดไฟส่องสว่างสีนวลดึงดูดผู้คน เทเรซ่าอยู่ด้านนอกแต่ก็สามารถมองเข้าไปข้างในได้ ในร้านดูสวย และเรียบหรู เหมาะแล้วที่เฮเลน่าเป็นเจ้าของที่นี่ คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาในร้านนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน สาวๆ ไฮโซ ไม่ก็ดาราคนดัง เมื่อสักครู่เทเรซ่ายังมองเห็นหลังไวๆ ของนางแบบคนดังอยู่เลย เธอหายเข้าไปในนั้นเร็วมาก สงสัยจะหลบสายตาปาปารัซซี่ที่ตามติดเธอมาจากทางเดินสามบล็อกที่แล้ว

“จะทำยังไงดีนะ” เทเรซ่าถอนหายใจ เดินไปมาอยู่หน้าร้านนานสองนานไม่ยอมเข้าไปสักที มืออีกข้างถือถุงบรรจุเสื้อผ้าของเจ้าของตึกนี้เอาไว้ แน่ล่ะ เธอต้องมาส่งชุดของเฮเลน่า แต่ดันลืมมาหลายวัน เพราะงานที่สำนักพิมพ์ยุ่งมากในช่วงนี้ เลยไม่มีโอกาสได้มาจนกระทั่งวันนี้

คนที่เดินผ่านไปมาเข้าออกร้าน บางคนมองเทเรซ่าด้วยสายตาไร้ความเป็นมิตร บางคนก็มองเธอด้วยความงุนงง

คนรวยๆ พวกนี้กำลังตัดสินคนแค่ภายนอกหรือเปล่านะ ?

เทเรซ่าคิด

“เธอจะเข้ามาไหม?” แล้วเสียงที่มีเสน่ห์ก็เอ่ยขึ้นเรียกสติเทเรซ่าที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ที่พื้นฟุตบาท คนร่างสูงสุดเซ็กซี่ยืนอยู่ที่หน้าร้าน โดยมีพนักงานต้อนรับชายผมสีบลอนด์หน้าตาดีที่สวมชุดทักซิโด้สีดำเปิดประตูให้ ชายคนนั้นที่ตอนแรกก็มองเทเรซ่าด้วยสายตางุนงง เพราะหญิงสาวทำท่าเหมือนจะเข้ามาแต่ลังเลอยู่ร่วมสามสิบนาทีมาแล้ว

“เอ่อ มะ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกำลังจะไปแล้ว แค่…เอาชุดมาส่งคืนให้คุณค่ะ” เทเรซ่ายื่นถุงชุดให้อีกคนอย่างเก้ๆ กังๆ เฮเลน่ายืนกอดอกมองเทเรซ่านิ่ง เธอไม่ได้ส่งมือมารับแต่อย่างใด

“เข้ามาก่อนสิ” เฮเลน่าก้าวถอยหลังเข้าไปในร้าน และยืนท่าเดิมมองเทเรซ่าอย่างชั่งใจ และแน่นอนว่าเทเรซ่าไม่เข้าใจว่าทำไมเฮเลน่าไม่ยอมรับชุดจากเธอ เพราะฉะนั้นเลยจำใจต้องเดินเข้าไปหาร่างสูงเอง เธอเข้าไปในร้าน และตอนนั้นเองที่เธอเผลออ้าปากค้างด้วยความชื่นชม ดูดีกว่ามองมาจากข้างนอกอีก ที่นี่ตกแต่งด้วยสีขาวทั้งหมด มันดูดี เรียบหรู และสะอาดตาจริงๆ เทเรซ่ากวาดสายตามองดูรอบๆ ร้านก็พบว่าเสื้อผ้าในชั้นแรกนั้นเน้นโทนสีอ่อนที่ออกแบบสวย ทันสมัย นำแฟชั่น สมเป็นเฮเลน่า พนักงานหญิงทุกคนแต่งกายเป็นทางการ ด้วยชุดสูทสีดำ พวกเธอเดินผ่านไปมาและบางคนประจำอยู่ที่จุดต่างๆ ในร้าน เทเรซ่าสังเกตเห็นว่าพนักงานหญิงที่ชั้นแรกมีสามคน พวกเธอมีผมสีบลอนด์ทั้งหมด และที่สำคัญตัวสูงเทียบเท่าเฮเลน่าเกือบทั้งหมด ที่นี่เป็นแหล่งซ่องสุมนางแบบและคลินิกความงามหรือไงกันนะ มองเผินๆ แล้วพวกเธอเหมือนเฮเลน่าเลย แต่สวยสู้เฮเลน่าไม่ได้สักคน

“ขึ้นไปชั้นบนเถอะ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ…”

“มาเถอะ” เฮเลน่าไม่ให้เทเรซ่าปฏิเสธ เธอดึงมืออีกคนให้ขึ้นบันไดตามไป และเทเรซ่าได้มีโอกาสเห็นที่นี่ได้เต็มตา

ชั้นสองมีพนักงานหญิงรูปร่างดีเหมือนกันกับชั้นแรกสามคน บนชั้นสอง เสื้อผ้าและการออกแบบจะต่างต่างกันออกไป ชุดมีสีสันฉูดฉาด เหมาะสำหรับหญิงสาวเซ็กซี่โฉบเฉี่ยวและมั่นใจในตัวเอง เทเรซ่าคิดว่าชั้นนี้ไม่เหมาะสมกับตัวเองอย่างแรง ส่วนชั้นที่สามเป็นชั้นที่มีแต่เครื่องประดับครบครัน ไว้สำหรับโอกาสต่างๆ เล็กน้อยจนไปถึงออกงานใหญ่ๆ เทเรซ่าอดสงสัยไม่ได้ว่าเอวาเพื่อนสาวของเธอเคยมาที่ร้านนี้หรือยัง และแน่นอนว่าอีกคนต้องชอบจนถึงขนาดกรีดร้องออกมาแน่ๆ เพราะที่นี่เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบเข้าสังคมโดยแท้ ขนาดเทเรซ่ายังรู้สึกว่าตัวเองเดินหลงเข้ามาที่นี่ได้ยังไง

และชั้นสุดท้าย เป็นโซนที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้า เทเรซ่าสังเกตเห็นป้ายที่บันไดชั้นสามเชื่อมมายังชั้นสี่ เพราะชั้นนี้เป็นโซนที่มีชุดอยู่มากมายหลากหลายสีปะปนกัน คอลเลคชั่นต่างๆ ทั้งใหม่และเก่า แถมมีพื้นที่ในการออกแบบเป็นโต๊ะกว้างขวางอยู่มุมหน้าต่างกระจก มีกองแฟ้มและกระดาษอยู่แถวโต๊ะนั้นเยอะมาก เฮเลน่านำเทเรซ่าเข้ามาอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องทำงานขนาดกลางของอีกคน เทเรซ่าซึ่งกำลังเพลินในการนับพนักงานเกือบสิบรวมผู้ชายคนเดียวที่เป็นพนักงานต้อนรับเปิดปิดประตู และชมสถานที่จนลืมไปว่าเข้ามาในห้องทำงานของเฮเลน่าแล้ว

“ขอบคุณนะที่อุตส่าห์เอามาให้” เฮเลน่าเดินฉียดเข้ามาใกล้เทเรซ่ามากจนได้กลิ่นน้ำหอมชั้นดี และหยิบเอาถุงชุดจากมือเทเรซ่าไปโดยที่เธอยังไม่ทันได้ยื่นให้

“เธอก็เอามาให้ช้าไปนะ นึกว่าจะเก็บเอาไปใส่เองซะอีก”

“ปะ เปล่านะคะ ฉันไม่ได้แตะต้องชุดนั้นเลย นอกจากตอนส่งซักและก็ตอนหยิบเอาใส่ถุงกระดาษอันนี้”

เฮเลน่าหัวเราะ ทำให้เทเรซ่าเผลอมองอีกคน

คุณเฮเลน่าสวยมาก ถ้าเธอหัวเราะบ่อยๆ ก็คงดี

เทเรซ่าคิด

“ฉันแค่ล้อเล่นทำไมเธอต้องทำหน้าตาจริงจังขนาดนั้นด้วย” เฮเลน่าพาร่างของเธอไปรินน้ำที่โต๊ะบาร์ และส่งแก้วนั้นให้เทเรซ่า อีกคนรับเอาไว้แต่ยังไม่ดื่ม จนกระทั่งเจอสายตาสีฟ้าสวยชวนกดดันของเฮเลน่า เทเรซ่าก็เลยต้องจำใจดื่มน้ำ จริงๆ แล้วเธอกระหายน้ำเฮเลน่าคงจะดูออก แต่เพราะเธอเอาแต่เกรงใจ เลยไม่กล้าที่จะดื่ม จนกระทั่งต้องให้เฮเลน่ากดดันถึงจะยอมดื่ม

“เธอมีอะไรอยากจะถามฉันเต็มไปหมดเลยซินะ”

“คะ?”

“ก็ตอนเดินขึ้นมาที่นี่ ดูเธอจะสนใจในสิ่งต่างๆ เยอะเลย ฉันอ่านความคิดเธอออก ถามฉันมาได้เลย” เฮเลน่าชี้ไปที่โซฟา หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น แล้วเทเรซ่าก็นั่งลงตาม เธอวางแก้วน้ำที่เหลือครึ่งแก้วไว้บนโต๊ะกระจก

“พนักงานที่นี่ ทำไม…เอ่อ” เทเรซ่ารวบรวมคำถามได้แย่มาก เธอจับต้นชนปลายไม่ถูก

“ทำไมถึงมีผมบลอนด์ รูปร่างสูง และคล้ายฉัน”

เฮเลน่าอ่านความคิดเธอออกอีกแล้ว

“ค่ะ”

“ที่จริงมันเป็นความลับของฉันอย่างหนึ่งน่ะ แต่ก็เป็นเรื่องบ้าบอในความคิดของฉันด้วย”

“…”

“ฉันเคยมีพวกสตอล์กเกอร์ตาม พวกนั้นบางทีก็เข้ามาประชิดตัวในร้าน ฉันก็เลยต้องแก้ไขด้วยวิธีนี้ สร้างความสับสนนิดหน่อยน่ะ แต่เธอห้ามเอาไปบอกใครนะ เพราะพนักงานที่นี่ก็ไม่มีใครรู้จุดประสงค์ของฉัน”

“แล้วมันได้ผลเหรอคะ พวกสตอล์กเกอร์น่ะค่ะ?” เทเรซ่าค่อนข้างหนักใจแทนอีกคน แต่ว่าไม่แปลกใจเลย ก็เฮเลน่าสวยขนาดนี้

“ไม่ค่อยได้ผลหรอก แต่ก็ดีขึ้นเยอะ ฉันพอใจมากเลยล่ะ ครั้นจะช่างบอดิ้การ์ดมาเฝ้าหน้าร้านก็กลัวลูกค้าหนีหมด ฉันเลยต้องจ้างมาร์ค เอ่อ คนที่เปิดประตูน่ะผู้ชายคนเดียวในร้าน เขาเป็นนักกีฬาเทควันโดเชียวนะ” เฮเลน่าหัวเราะหึหึในลำคอ

“…” เทเรซ่าไม่พูดอะไร เธอไม่มีสิทธิ์ไปเสนอความคิดเห็น แต่เธอก็อดคิดไม่ได้ว่าคนพวกนั้นคลั่งใคร่ได้น่ากลัวมาก

“จะว่าไป ทำไมเธอยืนอยู่หน้าร้านตั้งนานสองนานล่ะ”

“…?” เทเรซ่าประหลาดใจที่เฮเลน่ารู้ “คุณรู้ได้ยังไงคะ?”

เฮเลน่าขมวดคิ้วงุนงง และเหลือเชื่อกับคำถามซื่อบื้อของอีกคน เธอชี้ไปที่หน้าจอทีวีขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ข้างผนัง มีมุมกล้องทุกตัว ทั้งภายใน และภายนอกของบริเวณร้าน เรียกได้ว่าละเอียดทุกซอกทุกมุม

เทเรซ่าพยักหน้าเข้าใจ กล้องวงจรปิดซินะ ทำไมเธอถึงได้โง่จังเลยนะ แค่นี้ก็คิดไม่ออก

“ไหนๆ เธอก็มาแล้ว ให้ฉันเลี้ยงมื้อค่ำเป็นการตอบแทนซิ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อย่าถือเป็นรื่องใหญ่เลย” เทเรซ่าลุกขึ้น แล้วทำตัวประหม่า “ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

“เดี๋ยว”

เทเรซ่ากำลังจะเดินออกจากประตู แต่ว่าเสียงของเฮเลน่าร้องเรียกเอาไว้ พร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาหาเธอ

“ฉันอยากให้เธอช่วยอะไรหน่อย”

“…?”

“ฉันอยากให้เธอเรียกฉันว่า เฮเลน เฉยๆ จะได้ไหม?”

“…!” เทเรซ่าค่อนข้างตกใจ เธอส่ายหน้าทันที “ไม่ได้หรอกค่ะ คุณเฮเลน่าเป็นถึง…!”

เทเรซ่าหยุดพูดเมื่อเฮเลน่าวางมือบนไหล่ของเธอ และแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากของตัวเอง เป็นเชิงห้ามไม่ให้เธอพูด

“มันก็ไม่เห็นยุ่งยากอะไรเลยนี่ ฉันอยากให้เธอเรียกแบบนั้น”

“…” เทเรซ่าไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี เธอรู้สึกว่ามันมากเกินไปสำหรับเธอ เทเรซ่ารู้สึกไม่คู่ควรที่จะไปเรียกชื่อเฮเลน่าแบบสนิทสนม เธอไม่เหมาะที่จะไปตีสนิทคนที่เธอคิดว่าอยู่สูงบนบัลลังก์ขนาดนั้น

“เธอต้องเรียก เพราะฉันพอใจอยากจะให้เธอเรียก”

“แต่…”

“แค่ เฮเลน เข้าใจตรงกันนะ”

เทเรซ่าอึดอัดใจ แต่เธอก็พยักหน้าตอบตกลง

“ไหน…เธอลองเรียกชื่อฉันซิ”

“…!”

เฮเลน่ามองเทเรซ่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนอกสนใจ ดวงตาสีฟ้าสวยดูจะลุ้นกับเทเรซ่าอยู่ทุกขณะ

“คะ…คุณ เฮเลน”

เฮเลน่ายิ้มกว้าง เทเรซ่าหลุบซ่อนสายตาลง

“ดีมาก และถ้าเธอไม่เรียกฉันแบบนี้ล่ะก็ ฉันจะโทษเธอด้วยการติดตามเธอไปไหนมาไหนทั้งวันเลยล่ะ”

เทเรซ่าอ้าปากค้าง เกิดอะไรขึ้นกันนะ?

“เข้าใจตรงกันแล้วนะ”

“…”

“แล้วฉันจะโทรหา”

“…?!”

เฮเลน่ายิ้ม และไม่มีใครรู้ว่าในใจเธอคิดอะไรอยู่ มันซับซ้อน แต่รับรองว่าจะได้ผล


คูเปอร์เดินนำหน้าเจ้านายอย่างอารมณ์ดี โดยมีเอลิซาเบธจูงอยู่ด้านหลังเดินตามมา เคียงคู่กับเซบาสเตียน ทั้งสองพาคูเปอร์มาเดินเล่นที่สวนสาธารณะในกรีนวิช วิลเลจ ใกล้ๆ คฤหาสน์ หลังจากที่ไม่ได้ออกมาเดินเล่นนอกบ้านนานมาก คูเปอร์ดูจะมีความสุข มันเดินเชิดคอ หูกระดิกรับลมเย็นสบายในเดือนกุมภาพันธ์ที่พัดผ่านมาทักทาย ก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่สุนัขพันธุ์โกเด้นที่เดินเข้ามาเฉียดกรายใกล้มัน คูเปอร์แยกเขี้ยวขู่ ส่วนโกเด้นที่ตัวใหญ่กว่ามันเล็กน้อยก็ทำเช่นเดียวกัน ชายวัยกลางเจ้าของโกเด้นดึงสายจูงเอาไว้แน่น ส่วนเอลิซาเบธก็แทบจะโดนคูเปอร์กระชากตัวลอยไปร่วมวงด้วย เธอรีบหันไปขอโทษชายวัยกลางคน เขาไม่ติดใจเอาเรื่องอะไรแล้วเดินจากไป

“คูเปอร์! ร้ายนักนะ ที่นี่ไม่ใช่ของนายคนเดียวหรอกนะ” เอลิซาเบธดุ มันมองเจ้านาย แล้วเมินหน้าหนีเป็นเชิงไม่สนใจคำพูดนั้น

“ผมว่าให้ผมจูงดีกว่านะ คูเปอร์แรงเยอะ เดี๋ยวคุณจะล้มเอา” เซบาสเตียนจับสายจูงของคูเปอร์ออกมาจากมือภรรยา และตอนนี้เขาเป็นคนควบคุมเจ้าคูเปอร์จอมซน

“…” เอลิซาเบธมองดูเซบาสเตียนมาได้สักพักแล้ว สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลามาได้เกือบสามอาทิตย์แล้ว เขาดูไม่ค่อยสนใจกับอะไรเลย

“บาสคุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

เขาได้สติตอนที่ได้ยินเสียงของเอลิซาเบธ สายตาเขาดูเลื่อนลอย ก่อนจะหันมาสบตากับภรรยา

“ไม่นี่ คูเปอร์ไม่ได้สร้างเรื่องอะไรยุ่งยากเลย ผมรับมือได้”

“ไม่ใช่ค่ะ ฉันหมายถึงคุณ คุณดูเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจมาหลายอาทิตย์แล้ว เรื่องงานหรือเปล่าคะ?”

“ก็…ไม่เชิงหรอก” เขาคิดคำตอบอยู่สักพักหนึ่งเลยล่ะ แต่เอลิซาเบธไม่ใช่คนที่จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้ เธออ่านพฤติกรรมของเขาออก ไม่ใช่เรื่องงานหรอกเธอมั่นใจ

“บาสคุณกำลังมีเรื่องอะไรไม่สบายใจอยู่หรือเปล่าคะ?”

“ไม่มีครับ”

“คุณมี” เอลิซาเบธจ้องดวงตาสีฟ้าอมเทาของสามีด้วยท่าทีจริงจัง จนฝ่ายชายถอนหายใจออกมา

“ก็ได้ๆ ผมมี แต่ผมขอโทษคุณด้วยนะลิซที่ตอนนี้ยังเล่าให้คุณฟังไม่ได้”

“ทำไมล่ะคะ ทุกครั้งมีเรื่องอะไรเราก็เล่าให้กันฟังไม่ใช่เหรอคะ เราปรึกษาปัญหากันทุกครั้งนี่”

“นั่นซินะ” คำพูดนั้นเบามาก ล่องลอยไปในอากาศ

“คุณว่าอะไรนะคะบาส ฉันไม่ได้ยิน”

“อ๋อ คือ…”

เอลิซาเบธมีสีหน้ากังวล เพราะสามีของเธอเป็นคนร่าเริง สุภาพ ไม่ว่าปัญหานั้นจะแก้ยากแค่ไหนก็ตาม แต่ตอนนี้เขามีปัญหาแน่นอก และยังไม่ยอมบอกเธออีก แบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันนะ?

“ตอนนี้ยังเล่าไม่ได้ ขอโทษด้วยนะลิซ”

เอลิซาเบธพยักหน้า แต่ก็ไม่คลายกังวล “ถ้าอย่างนั้น หากคุณต้องการคนที่จะคุยด้วยกับปัญหานี้ คนคนแรกที่คุณจะนึกถึงคือฉันนะคะ เข้าใจหรือเปล่า?”

เซบาสเตียนพยักหน้า ระบายยิ้มบางๆ ให้ภรรยา

เขาจะต้องได้คุยกับภรรยาเขาแน่นอน เพราะปัญหานี้คือเรื่องของเอลิซาเบธกับเขา มันกลายเป็นเรื่องชีวิตคู่ของเราที่เริ่มมีอะไรมาแทรกแซงเงียบๆ โดยที่ทั้งสองคนไม่ทันรู้ตัว

วันที่เขาตัดสินใจเช็คดูมือถือของเอลิซาเบธ เขาถึงกับอึ้ง เพราะภรรยาของเขาโทรหาเทเรซ่าเกือบห้าสิบสาย มิหนำซ้ำยังส่งข้อความหาอีกสิบกว่าครั้ง โดยมีคำว่า ‘คุณเป็นอะไรไหม?’ และ ‘เราต้องคุยกัน’ อยู่ในทุกๆ ข้อความที่ส่งไปให้อีกคน เซบาสเตียนแปลกใจมาก เพราะข้อความเหล่านั้นดูแคร์เทเรซ่ามากเกินไป และหลังจากสามวันต่อจากนั้นเอลิซาเบธก็ดูซึมๆ ยังกับคนอกหัก อมทุกข์ ไม่พูดไม่จากับใคร แต่หลังจากวันนั้นเธอก็กลับมาอารมณ์ดี แต่เอลิซาเบธก็ไม่ได้โกหกเขา เวลาที่เธอออกไปไหนมาไหนกับเทเรซ่า เธอจะบอกเขาเสมอ และเริ่มบอกเขาอย่างจริงจัง และแน่นอนว่าสามอาทิตย์มานี่เอลิซาเบธมีเวลาไปยุ่งเกี่ยวกับเทเรซ่าบ่อยมาก จนเขาสะกิดใจสงสัย หากเป็นเพื่อนอย่าง จอร์จิน่า กับรีเบคก้าก็ไม่ได้นัดเจอกันบ่อยขนาดนี้ เซบาสเตียนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ

“ดูเหมือนคูเปอร์จะเบื่อกับการเดินเล่นซะแล้ว” เอลิซาเบธพูดขึ้น คูเปอร์ราวกับเข้าใจคำพูดนั้น มันหันมาหาเอลิซาเบธ แล้วเดินรอบๆ เจ้านายคนสวยของมัน จนเซบาสเตียนที่จูงมันต้องเดินรอบเอลิซาเบธไปด้วย เขาหัวเราะกับท่าทีของคูเปอร์

“ดูซิ คูเปอร์กำลังอ้อนคุณอยู่” สิ้นคำพูดของเซบาสเตียน คูเปอร์ก็เอาหน้าไปแนบกับจานร่อนสีเหลืองที่อยู่ในมือเอลิซาเบธ และกระโดดเกาะที่เอวของเจ้านาย

“โอเคๆ รู้แล้ว นายคงอยากวิ่งล่ะซิ แต่ฉันไม่อยากคูเปอร์ รู้สึกเมื่อยตัวจัง”

“เอาน่า เดี๋ยวผมเล่นกับมันเอง คุณเพิ่งสามสิบต้นๆ เองนะลิซ ผมแปลกใจมากที่คุณบ่นเหมือนป้าแก่ๆ”

“บาส คุณกำลังว่าฉันนะ” เอลิซาเบธตีที่แขนของเซบาสเตียน เขาหัวเราะขึ้นมาทันที

“เอาเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว เอาใจคูเปอร์หน่อยแล้วกัน” เขาพูดพร้อมกับยีผมสีบลอนด์สวยของภรรยา แล้วโอบไหล่ เดินไปพร้อมกับเจ้าสี่ขาขนปุยที่เดินนำหน้าทั้งสองคน

ลึกๆ ในใจเอลิซาเบธก็ดีใจมากที่เห็นเซบาสเตียนกลับมาหัวเราะและยิ้มแย้มได้ เธออยากให้เขาเป็นแบบนี้ต่อไป เขาเป็นเปรียบเสมือนครอบครัวของเธอคนหนึ่ง เธอไม่อยากเห็นเขาเศร้าใจ และอมทุกข์ แต่ช่วงนี้เขาชอบเผลอใจลอย นั่งเหม่ออยู่คนเดียว จนเอลิซาเบธเริ่มใจไม่ดี

บาสคุณเป็นอะไรไปนะ?


นิโคลกับเทเรซ่ามีนัดกันหลังเลิกงานไปที่บาร์เล็กๆ ใกล้สำนักพิมพ์ ช่วงนี้ดูเหมือนว่านิโคลกับเทเรซ่าจะตัวติดกันแจ พวกเธอเป็นเหมือนพี่น้องกันไปแล้ว แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าไม่ได้มีแค่นิโคลกับเทเรซ่าสองคนที่มาบาร์แห่งนี้ เมื่อเพื่อนร่วมงานในกองบรรณาธิการได้ข่าวว่าพวกเธอจะมาที่นี่ก็ออกตัวแรงตามมาด้วย เลยกลายเป็นว่าทั้งกองพร้อมใจกันมาที่บาร์นี้ด้วยกันหมด ไม่เว้นแม้แต่วิคเตอร์ ทุกคนเลยได้นั่งโต๊ะสามตัวใกล้ๆ กัน

“คนพวกนี้อะไรกันนะ หวังจะมากันแค่สองคนกับเทรซ แต่ยกขโยงกันมาทั้งกอง” นิโคลโวยวาย โต๊ะนี้มีแค่ผู้หญิงสี่คน คือ นิโคล เทเรซ่า ลิลี่ และทริกซี่

“แหมะพี่นิโคลก็ ช่วงนี้งานมันเครียดๆ นี่หน่า ออกมาดื่มด้วยกันสักหน่อยจะเป็นไรไป” ทริกซี่พูดตัดพ้อ และก็เป็นไปตามนั้น มันก็จริง หากไม่ได้ลิลี่กับทริกซี่มาด้วยนิโคลก็คงจะต้องเงียบเหงาเพราะเทเรซ่าไม่ค่อยจะพูด นอกจากเรื่องหนังสือแล้วเทเรซ่าจะไม่คุยเรื่องอื่นเท่าไหร่ เทเรซ่าไม่ใช่ประเภทพวกชอบเม้าท์มอยสนุกสนาน

“จริงซิ แล้วเมื่อไหร่คุณเอลิซาเบธจะมาเทรซ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว” ลิลี่ถามเทเรซ่าที่นั่งตรงข้ามกัน อันที่จริงพวกเธอเป็นผู้หญิงเพียงสามคนในกองบรรณาธิการแอเมทิสต์นิยายจากผู้ชายเจ็ดคน และเพิ่งเพิ่มเทรเซ่าเข้ามาด้วยเมื่อเดือนก่อนทำให้บรรยากาศดีขึ้นมาหน่อย เพราะพวกเธอเบื่อเพื่อนผู้ชายที่ชอบแซว และปากร้ายเต็มทน

“กำลังมาค่ะ”

เทเรซ่ายิ้มให้บรรดาพี่ๆ ที่อยู่ร่วมโต๊ะเดียวกัน เนื่องจากเอลิซาเบธกลายเป็นที่รักของกองบรรณาธิการแอเมทิสต์นิยายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอเริ่มมาที่สำนักพิมพ์บ่อยครั้ง หากจะถามเหตุผลว่าทำไม เทเรซ่าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่กี่อาทิตย์ก่อนที่เอลิซาเบธมาเยี่ยมหรือมารับเทเรซ่าที่นี่บ่อยๆ ก็เลยทำให้ทุกคนคุ้นเคย และพูดคุยกับเธอมากขึ้น ตอนแรกที่เอลิซาเบธมาลิลี่เคยออกปากว่ากลัวเกรงเอลิซาเบธ แต่พอได้คุยกันแล้ว คนที่คุยกับเอลิซาเบธแล้วถูกคอคือลิลี่ เพราะเอลิซาเบธเป็นคนที่เข้าถึงง่าย เป็นมิตร และไม่ตั้งแง่กับใคร เลยเป็นเหตุผลให้ทุกคนเข้ามาพูดคุยเล่นกับเธอราวกับเป็นเพื่อนกันภายในเวลาไม่กี่วันต่อจากนั้น

“เฮ้! นั่น คุณเอลิซาเบธทางนี้ค่ะ” ลิลี่โบกมือเรียกเธอ แล้วร่างสูงก็เดินเข้ามา เธอยิ้มแย้มให้ทุกคน แล้วหย่อนสะโพกลงนั่งข้างๆ เทเรซ่า วันนี้เอลิซาเบธแต่งตัวด้วยชุดสูทเพราะเธอต้องทำงาน เทเรซ่าก็ชอบแฟชั่นการแต่งตัวของเอลิซาเบธเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะเป็นชุดสูท แต่บางชุดก็แอบมีแฟชั่นติดมาด้วยเสมอมา

“เสื้อตัวนั้น คุ้นๆ จัง อ่อ นึกออกแล้ว แบรนด์กาลาเดรียลของคุณรีเบคก้าเพื่อนของคุณนั่นเอง ฉันกำลังอยากได้อยู่พอดี” นิโคลชี้ไปที่เสื้อเชิ้ตพื้นขาวบาง ที่มีลวดลายกิ่งไม้เกี้ยวกระวัดกันอย่างสวยงามประณีต แต่ก็คงความนำสมัย และเหมาะกับเอลิซาเบธ

“ใช่ค่ะ รีเบคก้าชอบแต่งตัวให้ฉันเป็นบางครั้ง เธอชอบให้ฉันใส่โน่นนี่ ไปๆ มาๆ ก็เลยเป็นแฟนคลับแบรนด์ของเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้”

“พวกเราก็แฟนคลับนะ ทั้งของคุณรีเบคก้า แล้วก็ของคุณเฮเลน่าเลย” ทริกซี่เอ่ยขึ้น แต่ทุกคน เว้นทริกซี่ทำสีหน้ายิ้มเจื่อนๆ พวกเธอรู้ดีว่าข่าวเป็นจริงที่เฮเลน่ากับเอลิซาเบธไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ ทริกซี่คงลืมตัว แต่ก็ดีที่เอลิซาเบธไม่ได้ถือสาอะไรเธอแค่ส่งยิ้มมาให้แค่นั้น

“คุณเอลิซาเบธครับ โต๊ะนี้ยังว่างนะ” ดีโว่ยกมือทักทาย แล้วบรรดาหนุ่มๆ ก็ส่งเสียเฮฮากัน เอลิซาเบธยิ้มและโบกมือทักพวกเขาตอบกลับ ชายเหล่านั้นตื่นเต้นจนออกนอกหน้า

“ทีกับเราไม่เห็นตื่นเต้นออกนอกหน้าขนาดนี้” นิโคลแซะ และสาวๆ หัวเราะ

“ก็คุณเอลิซาเบธเป็นกำลังใจให้พวกเขานี่คะ พวกนั้นตั้งใจกันทำงานมากเลยหมู่นี้น่ะ ตอนแรกพวกเราคิดว่าผีเข้าสิงพวกเขาซะอีก แต่ที่ไหนได้ ตั้งหน้าตั้งตาทุกวันเพื่อที่จะได้เจอคุณเอลิซาเบธเวลามารับเทรซ หรือไม่ก็หอบขนมมาเลี้ยงพวกเรา” ทริกซี่ว่า ก่อนลิลี่จะเสริม

“จริงๆ วันนี้ก็กะว่าจะมาแค่พวกเราแหละค่ะ แต่พี่นิโคลหลุดปากว่าคุณเอลิซาเบธจะมาด้วย นี่น่ะ ก็อย่างที่เห็น แห่กันมาทั้งกอง แต่จะว่าไปพวกเขาก็ได้กำลังใจดีจากคุณนะคะ”

“ฉันทำให้มีกำลังใจในการทำงานขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” เอลิซาเบธยิ้ม เธอถามลิลี่ แต่สายตามองมาที่เทเรซ่า คล้ายถามคำถามอีกคนที่นั่งข้างๆ จนเทเรซ่าไม่กล้าสบดวงตาคู่สวยนั้น เธอก้มหน้างุดลงตัก เทเรซ่าไม่กล้ามองหน้าเอลิซาเบธนานๆ เลย ช่วงนี้เธอเขินเอลิซาเบธบ่อยมาก และไม่กล้ามองหน้าตรงๆ ด้วยซ้ำ เธอกำลังเปลี่ยนไป แม้ขนาดตัวเองยังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ

“แน่ซิคะ แถมยังดี๊ด้าเกินความจำเป็น” เอลิซาเบธหัวเราะให้กับคำตอบของลิลี่ และหันกลับไปมองพวกเขาอีกครั้ง แน่นอนว่าพวกเขามองเอลิซาเบธอยู่แล้ว เมื่อเห็นเอลิซาเบธหันมาที่พวกเขาก็พากันเฮลั่น ไฮไฟว์กันยังกับเด็กๆ วัยรุ่น

และเวลาผ่านไปสาวๆ เกาะกลุ่มเม้าท์กัน เอลิซาเบธก็คุยกันกับพี่ๆ ร่วมงานถูกคอเสียด้วย ส่วนเทเรซ่าที่นั่งอยู่ข้างเอลิซาเบธ เธอไม่ได้เป็นคนเก่งเรื่องแบบนี้ เช่น เรื่องผู้ชายที่เคยเดทด้วย นักธุรกิจหล่อๆ ไปจนถึงประสบการณ์ในการทำงานในที่ต่างๆ เทเรซ่าไม่มีอะไรจะไปคุยกับพวกพี่ๆ เพราะเธอไม่มีประสบการณ์อะไรเลย จนกระทั่งบางที เทเรซ่ารู้สึกว่าร่างของเธอหดลงตัวเท่ามด เพราะเอลิซาเบธไม่คุยกับเธอเลย และไม่นานวิคเตอร์ก็มาดึงตัวเอลิซาเบธไปนั่งร่วมโต๊ะกับลูกทีมบ้าง ซึ่งเอลิซาเบธก็ไม่ได้ขัดอะไร เธอไปนั่งร่วมโต๊ะกับพวกเขาพูดจาไพเราะ เสียงร่าเริงน่าฟัง แม้กระทั่งเสียงหัวเราะ หนุ่มๆ เหล่านั้นคงเป็นปลื้มที่มีโอกาสพูดคุย และนั่งโต๊ะร่วมกันกับเอลิซาเบธ แม้แต่เทเรซ่าที่กำลังมองอยู่ก็แอบยิ้มตามไม่ได้ เอลิซาเบธดูมีความสุขมากจริงๆ

จากนั้นไม่นานร่างสูงก็เดินกลับมานั่งโต๊ะเดิม และเธอถามบรรดาสาวๆ

“เมากันแล้วเหรอคะ” เอลิซาเบธถามทุกคนที่กำลังเมานิดหน่อย สามคนพยักหน้าแต่ก็ดื่มต่อ ส่วนเทเรซ่าไม่ดื่มอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า และคลับโซดาไปหนึ่งแก้ว

เอลิซาเบธยังคงดื่มต่อจนเทเรซ่าอดสงสัยไม่ได้ว่าที่เอลิซาเบธดื่มคือแฮกอฮอล์หรือน้ำเปล่า

“มีอะไรหรือปล่าเทรซ”

หลังจากที่ไม่ได้คุยกันนาน หรือบางทีเธอเพิ่งนึกได้ว่ามีเทเรซ่าอยู่ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ที่จริงแล้วเอลิซาเบธมองเทเรซ่าอยู่เงียบๆ เธอเข้าใจว่าเทรซน้อยเข้าสังคมไม่เก่ง เลยพยายามไม่ถามอะไรอีกคนมากเวลาอยู่กับบรรดาสาวช่างเม้าท์ แต่ตอนนี้เอลิซาเบธรู้สึกว่าถูกมองโดยคนร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอดูสนอกสนใจการดื่มของเอลิซาเบธมาก ก็เลยออกปากถาม

“คุณเอลิซาเบธไม่เห็นจะเมาเลย ดื่มเยอะมากแล้วนะคะ”

“ก็เมาอยู่นะ แต่ไม่แสดงอาการ” เธอหัวเราะ และเทเรซ่ารู้ความหมายนั้นจากใบหน้าที่เริ่มแดง และเสียงหัวเราะที่ผิดแปลกไป

“แล้วคุณดื่มอะไรบ้างหรือยัง”

“คลับโซดาค่ะ”

“ห๊ะ แค่นั้นไม่พอหรอกนะ คุณต้องลองนี่หน่อย” เอลิซาเบธหยิบแอลกอฮอล์ที่เทเรซ่าคิดว่าตัวเองไม่มีทางจะกลืนมันลงไปได้ รินใส่แก้วของตัวเอง แล้วใช้นิ้วชี้เลื่อนมันมาวางไว้ที่หน้าเทเรซ่า สาวๆ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะส่งเสียงเชียร์ เทเรซ่ารู้สึกถึงแรงกดดันนั้น

“สักหน่อยเถอะเทรซลองดู” นิโคลยกแก้วนั้นขึ้นให้เทเรซ่า อีกคนเลยจำใจต้องดื่มเข้าไป เธอเดิมไปได้นิดหน่อย และทำหน้าราวกับจะร้องไห้ รสชาติมันไม่ได้ดีเด่นอะไร เทเรซ่าคิดว่าน้ำอัดลมที่เธอชอบดื่มรสชาติยังดีกว่านี้เสียอีก สาวๆ ปรบมือกันดีใจเมื่อเห็นเทเรซ่าดื่ม เทเรซ่าวางมันลงและส่ายหน้าเป็นเชิงว่าดื่มต่อลงกระเพาะไม่ได้ เอลิซาเบธเลยดื่มที่เหลือต่อจากเธอให้หมดเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็ว

เวลาล่วงเลยมาและเริ่มดึกดื่นทุกคนพากันแยกย้ายกันกลับ กลุ่มผู้ชายบางคนต้องไปส่งผู้หญิงที่พัก ส่วนเทเรซ่ากับเอลิซาเบธก็เดินเล่นที่แถวๆ นั้นสักพัก เทเรซ่าเห็นอีกคนที่เดินอยู่ข้างๆ มีสีหน้าสดใสและร่าเริงเกินกว่าปกติ

เป็นเพราะดื่มเยอะหรือเปล่านะ?

“ฉันไม่เคยมานั่งที่บาร์เล็กๆ แล้วก็ส่งเสียงเอะอะแบบนี้มาก่อนเลย” เอลิซาเบธเปิดปากพูดหลังเดินมาได้สักพักหนึ่ง แต่เทเรซ่าไม่ได้แปลกใจเลยที่เอลิซาเบธรู้สึกแบบนั้น อีกคนเกิดมาเพียบพร้อมและต้องเข้าสังคม บาร์ที่เธอนั่งคงจะเป็นบาร์สุดหรูเงียบๆ ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าบาร์เล็กๆ และราคาคงจะแพงหูฉีก

“ถ้าคุณเอลิซาเบธชอบวันหลังมาอีกก็ได้นะคะ”

“คุณชวนฉันเหรอ?” ร่างสูงหัวเราะชี้นิ้วเข้าหาตัวด้วยท่าทีประหลาดใจ ที่ได้ยินคำนั้นออกมาจากปากของเทเรซ่า และอีกคนพยักหน้าจริงจังซะด้วยซิ

“ฉันไม่มากับคนที่ดื่มแค่คลับโซดาหรอกนะคะ”

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะหัดดื่ม เอาให้กลายเป็นคนคอแข็งไปเลย”

“…” เอลิซาเบธขมวดคิ้วก่อนพูด “ไม่เห็นจะต้องจริงจังขนาดนั้นเลย ถ้าไม่ชอบก็อย่าฝืนซิคะ”

“ก็คุณเอลิซาเบธชอบนี่คะ สิ่งไหนที่คุณเอลิซาเบธชอบ ฉันก็ชอบด้วยค่ะ”

“…?!” เอลิซาเบธนิ่งกับคำพูดนั้น คำพูดที่มีความหมายหนักแน่นแต่แฝงไปด้วยความใสซื่อ เทเรซ่าไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่พูดออกมาทำให้อีกคนรู้สึกดีขนาดไหน เอลิซาเบธยกมือขึ้นวางที่เรือนผมสีคาราเมลอย่างอ่อนโยน

“ก็ได้ถ้าคุณต้องการแบบนั้น เอาไว้วันหลังมาอีกนะ”

เทเรซ่าพยักหน้าอีกครั้ง

ทั้งสองเดินเล่นต่อไปเรื่อยๆ ผ่านร้านรวงต่างๆ ที่ยังไม่ปิด ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารที่ทอดยาวไม่สิ้นสุด จนกระทั่งเสียงสดใสของเทเรซ่าดังขึ้น

“ตัวนั้นน่ารักจัง” เทเรซ่าชี้ไปที่แมวพันธ์ุเปอร์เซียตัวเล็กขนสีขาวผ่องราวกับสำลี ดวงตากลมแป๋วสีฟ้าอ่อน มันอยู่ในกรง และเจ้าของร้านเอามันมาตั้งไว้หน้าร้านที่มีกระจกกั้นอยู่ เมื่อมันเห็นคนหน้าสวยเข้ามาเอาหน้าแนบกระจกและมองดูมัน เจ้าเหมียวตัวนี้ก็ขี้อ้อนสุดๆ มันกลิ้งไปมา และยืดขาหน้าสั้นๆ ของมันแปะที่ลูกกรงราวกับกำลังจะเล่นกับเทเรซ่า และอ้อนให้ซื้อมัน

“น่ารักมากเลย ดูตามันซิคะ คุณเอลิซาเบธ…” เทรซ่ากำลังจะหันไปเรียกอีกคนให้มาดูสิ่งน่ารักๆ แต่กลับกลายเป็นว่า เอลิซาเบธยืนหน้าซีดอยู่หลังเสาโคมไฟ เทเรซ่าไม่รู้ว่าอีกคนไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ สายตาของเอลิซาเบธกำลังมองแมวตาแป๋วตัวนั้นอยู่ราวกับว่ามันจะกระโดดออกมาจากกรงได้

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าซีดเชียว”

“ปะ เปล่าไม่มีอะไร เรากลับกันเถอะ” เอลิซาเบธออกเดินแทบจะไม่รอเทเรซ่าเลย จนอีกคนต้องวิ่งตามให้ทัน คนร่างสูงลูบแขนเสื้อตัวเองปอยๆ เหมือนกำลังตั้งท่าขนลุกขนพอง

“คุณเอลิซาเบธเป็นอะไรไปคะ?”

“สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว…” เธอพึมพำเสียงเบา

“…?”

“อะไรนะคะ”

“เจ้าตัวนั้นน่ากลัวน่ะ”

“เจ้าตัวนั้น…”

“แมว”

“หา?!” ไม่ได้จะเสียมารยาท แต่เทเรซ่าเผลอส่งเสียงดังเกินไป นึกว่าตัวเองหูเพี้ยนไปซะแล้ว แต่พอมองดูหน้าซีดๆ ของเอลิซาเบธแล้ว เธอไม่น่าจะพูดเล่นหรอก และตอนนั้นเองที่เทเรซ่าหัวเราะ

“คุณเอลิซาเบธกลัวแมวเหรอคะ?”

“ก็ใช่น่ะซิ มันไม่เห็นจะน่ารักเลยสักนิด!”

“…” เทเรซ่าส่งยิ้มแห้งๆ ให้อีกคน ทาสแมวอย่างเทเรซ่าทำหน้าเหลือเชื่อไปด้วย เธอจำได้ว่าเอลิซาเบธมีสุนัขอยู่ตัวหนึ่งชื่อคูเปอร์ เทเรซ่าจำได้เพราะมันเป็นเหมือนชะตาที่ทำให้เทเรซ่าได้เจอกับเอลิซาเบธอีกครั้ง แต่ใครจะไปรู้ว่าเอลิซาเบธไม่ถูกกับแมว นึกว่าเจ้าตัวรักสัตว์ทุกชนิดเสียอีก

แต่จะว่าไป สีหน้าของคุณเอลิซาเบธตอนที่กลัวแมวก็น่ารักชะมัด



เอลิซาเบธมาส่งเทเรซ่าที่หน้าอพาร์ตเมนต์ เนื่องจากวันนี้ดึกมากแล้วเอลิซาเบธเลยไม่ได้ขึ้นไปบนห้องกับเทเรซ่า แต่เธอก็อุตส่าห์ใจดีเดินออกมาส่งเทเรซ่าที่หน้าประตูทางเข้า

“แล้วเจอกันนะคะ” เทเรซ่าเอ่ยลาแล้วหันหลังเตรียมจะเข้าไป แต่เอลิซาเบธเรียกรั้งเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนเทรซ ฉันมีอะไรจะถามคุณหน่อยน่ะ”

“อะไรเหรอคะ?” เทเรซ่าสังเกตว่าดวงตาของเอลิซาเบธมีความเจ้าเล่ห์แพรวพราว แต่เธอก็ไม่เข้าใจความหมายนั้นหรอก

“คุณใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรคะ?”

“…?” เทเรซ่างุนงงที่โดนถามแบบนั้น แต่เธอกำลังจะอ้าปากตอบ อีกคนก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ไม่ดีกว่า เดี๋ยวฉันพิสูจน์เองจะดีกว่า”

“…?” เอลิซาเบธกระดิกนิ้วเรียกให้เทเรซ่าเดินเข้าไปหา

เธอโน้มหน้าลงมา…

“คุณเอลิซาเบธ!” เทเรซ่าตกใจ เอลิซาเบธก้มลงมาฝังจมูกกดลงที่แก้มของเธอ และสูดหายใจเข้าไป การกระทำนั้นทำให้เทเรซ่าหน้าแดง และงุนงง เธอเฝ้าแต่ถามตัวเองในใจว่าเธอไม่ได้ฉีด หรือพรมน้ำหอมเอาไว้ที่แก้มสักหน่อย แต่หัวใจของเทเรซ่าก็เต้นดังประท้วงจนหูอื้อ การที่ใกล้ชิดและโดนสัมผัสแบบนั้นทำให้เทเรซ่าไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าคุณใช้น้ำหอมกลิ่นอะไร” เอลิซาเบธหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นเทเรซ่าจะเชื่อจริงๆ ว่าเธอดมน้ำหอม

ให้ตายเถอะ น่ารักชะมัด

“ฉะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ” เทเรซ่าก้มหน้างุด เธอเขินตัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เอลิซาเบธคว้าที่แขนของเธอเอาไว้

“เดี๋ยวก่อนสิคะ อีกข้างหนึ่ง” เอลิซาเบธแตะริมฝีปากที่แก้มอีกข้างของเทเรซ่า อีกคนตาโตและเพิ่งจะคิดได้ว่าไม่ใช่การพิสูจน์กลิ่นน้ำหอมอีกต่อไป เอลิซาเบธจงใจหอมแก้มเธอต่างหาก เทเรซ่าจับที่แก้มของตัวเอง แล้วมองหน้าอีกคนที่ยิ้มแย้มชอบใจอยู่

“ทำไมคะ คุณจะหอมฉันคืนก็ได้นะ” เอลิซาเบธเอียงแก้มให้อีกคน เทเรซ่าเบี่ยงหน้าหลบ ถอยไปตั้งหลัก เอลิซาเบธยิ่งหัวเราะออกมาเสียงดัง เธอชอบเห็นท่าทีเขินอายของเทเรซ่า จนในที่สุดก็ใจอ่อน เพราะแกล้งมากเกินไปก็สงสารอีกคน

“เอาล่ะ ฉันไม่แกล้งแล้ว คุณขึ้นห้องเถอะค่ะ”

“…” เทเรซ่ายังไม่เลิกอาย แต่เธอก็หยักหน้าช้าๆ เธอเขินเกินกว่าจะพูดอะไรออกแล้วในตอนนี้ แต่ลึกๆ เธอกลับรู้สึกดีกับสัมผัสของเอลิซาเบธ

“ฝันดีนะเทรซ”

“ระ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ!”


เทเรซ่าไม่รู้ว่าตัวเองเดินใจลอยมาถึงชั้นบนอพาร์ตเมนต์ได้ยังไง และตอนนี้เกิดความรู้สึกเปลี่ยนแปลงขึ้นในใจของเธอ เธอคิดถึงแต่เรื่องของเอลิซาเบธ ตลอดเวลาที่เธออยู่ร่วมกันกับเอลิซาเบธตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงตอนนี้ เทเรซ่าคิดว่าเธอกำลังข้ามเส้นกั้นบางอย่าง หัวใจของเธอเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับอีกคน แม้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแทเรซ่าก็คิดถึงเอลิซาเบธ ตอนแรกก็ไม่ได้เป็นหนักหนาอะไร แต่ตอนนี้ความรู้สึกมันชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ จนเทเรซ่าแน่ใจ และเมื่อสักครู่ที่เอลิซาเบธทำกับเธอแบบนั้น สัมผัสในวันนี้ก็เป็นตัวชี้ชัด เทเรซ่าอยากจะหอมแก้มของเอลิซาเบธตอนที่เอียงมาให้ แต่เธอก็เขินอายจนทำตัวไม่ถูก เธอทำแบบนั้นไม่ได้หรอก แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ชัดเจนแล้วในหัวใจเธอตอนนี้ เทเรซ่ามั่นใจแล้ว

“อ้าว เทรซไปไหนมาอ่ะ โทรหาก็ไม่รับเลย” เอวายืนอยู่หน้าห้อง เธอกระโดดดีใจที่เห็นเทเรซ่ามาพอดี แต่เพื่อนสาวของเธอดูท่าทางใจลอย ไม่สนใจคำทักเธอเลยด้วยซ้ำ

“เฮ้! นี่ ฮัลโหล…เป็นอะไรไปน่ะ”

“เอวา…ฉันรู้สึกว่า…”

“…?”

“ฉันกำลังชอบใครคนหนึ่งอยู่”

เอวาอ้าปากค้าง เอามือยันขอบประตูห้องเอาไว้

“เดี๋ยวนะเทรซ เมื่อกี้ว่าไงนะ พระเจ้า ฉันจะเป็นลม!”


เทเรซ่าเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังเกี่ยวกับเธอและอลิซาเบธ รวมทั้งความรู้สึกของเธอด้วย เทเรซ่าพูดออกไปตรงๆ ไม่มีเขินอาย เนื่องจากเอวาคือที่ปรึกษามือดีของเธอมาตั้งสี่ปี อีกคนแนะนำเรื่องแบบนี้มานักต่อนัก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือรุ่นพี่ ส่วนเอวาเมื่อได้ยินเรื่องที่เทเรซ่าอุตส่าห์เปิดอกให้ฟัง เธอก็ถึงกับนอนคว่ำบนเตียงตั้งหน้าตั้งตาฟังอย่างสนอกสนใจ แต่เมื่อเพื่อนจอมซื่อบื้อเฉลยว่าคนที่ชอบคือ เอลิซาเบธ เพย์ตัน ก็เหมือนมีก้อนหินยักษ์หล่นลงมากลางหัวของเธอ

“ธะ เธอมั่นใจได้ยังไง มันเกิดขึ้นตอนไหน”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ความรู้สึกมั่นใจว่าชอบมันเกิดขึ้นตอนที่คุณเอลิซาเบธ…” เทเรซ่าหยุดพูด เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ “เอ่อคือ ช่างเถอะ แต่ว่าฉันมีอาการอย่างที่เธอว่าทั้งหมดเลยนะ ทั้งอยากสัมผัส อยากคอบครอง คิดถึงอยู่ตลอดเวลา ใจเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้ แล้วฉันก็รู้สึกว่าอยู่ใกล้คุณเอลิซาเบธแล้วมีความสุข”

“…” เอวาหน้าซีดจนเทเรซ่าเห็นอาการนั้น

“ทำไมเธอทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ฉันคิดว่าเธอจะดีใจซะอีกที่ฉันชอบใครจริงๆ จังๆ กับเขาสักที”

“เธอแน่ใจนะ ไม่ใช่ว่า…แค่อารมณ์ชั่ววูบ”

“แน่ใจซิ” เทเรซ่าตอบเสียงหนักแน่น เอวาถอดหายใจแล้วฝุบหน้าลงหมอน

“มีอะไรเหรอ?”

เอวาเงยหน้าขึ้นจากหมอน แล้วลุกขึ้นนั่ง มองหน้าเพื่อนด้วยสายตาจริงจังเช่นกัน

“ฟังนะเทรซ ฉันดีใจกับเธอจริงๆ และมันเหมือนฉันได้รับพรเลย เมื่อได้ยินว่าเธอกำลังชอบใครคนหนึ่งอยู่ แต่คนคนนั้นต้องไม่ใช่คุณเอลิซาเบธซิ”

“ทำไม?”

“เทรซ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าคุณเอลิซาเบธมีสามีแล้วนะ”

“…!” เทเรซ่าตกใจ เธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทได้ยังไงกัน ตลอดเวลาที่เธออยู่กับเอลิซาเบธมันทำให้เธอลืมเรื่องที่สำคัญแบบนี้ไปเสียสนิท นั่นซินะ เอลิซาเบธมีสามีแล้ว และเขาก็เป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง ทั้งคู่เหมาะสมกัน แล้วเธอล่ะ? เธอเป็นบ้าอะไรถึงได้มีสิทธิ์ไปแสดงความรู้สึกแบบนั้นกับเอลิซาเบธ

“แล้วคุณเอลิซาเบธชอบเธอหรือเปล่า?”

“ฉัน…ฉันไม่รู้”

“ก็ยังดี” เอวาวางมือลงที่แขนของเทเรซ่าคล้ายปลอบใจ “เธอน่าจะรู้นะว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันอ่อนแอ ยิ่งคุณเอลิซาแบธไม่รู้ความรู้สึกของเธอ เธอก็เหมือนกับคนที่กำลังแอบชอบทั่วๆ ไป ครั้นจะไปสารภาพว่าชอบคุณเอลิซาเบธก็ไม่ได้ เพราะมีคุณเซบาสเตียนเจ้าชายผู้สง่างามอยู่ข้างกาย ฉันสนับสนุนเรื่องความรักของทุกคนนะ แต่เรื่องนี้…ไม่รู้ซิ เธอลองคิดดูก็แล้วกัน”

“…”

“ถ้าคุณเอลิซาเบธรู้สึกแบบเดียวกับเธอมันก็ดีนะ แต่ว่า ไม่รู้ว่าชีวิตคู่ของคุณเอลิซาเบธจะเป็นยังไง เทรซเธออาจเป็นคนที่ไปสร้างความแตกแยกให้พวกเขาเชียวนะ ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ แบบนี้”

“…” เอวาพูดถูก พูดถูกทุกอย่าง ทำไมกันนะ คนที่เธอรู้สึกดีๆ ด้วยจะต้องเป็นเอลิซาเบธ เธอกำลังจะทำร้ายชีวิตคู่ของคนสองคน แล้วอีกอย่างถ้าเธอสารภาพไป และเอลิซาเบธไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันกับเธอ เธอก็จะทำให้อีกคนอึดอัดและลำบากใจ

“แล้วฉันควรจะทำยังไงเอวา”

“ฉันไม่อยากพูดแบบนี้เลย แต่…เธอควรจะถอยเทรซ ถอยออกห่างคุณเอลิซาเบธเพื่อความถูกต้องของเรื่องนี้ ไม่ก็หยุดความรู้สึกแบบนี้เอาไว้”

“ฉันทำไม่ได้เอวา” อยู่ๆ เทเรซ่าก็รู้สึกเจ็บอีกแล้ว เธอเจ็บเหมือนวันนั้น แต่มากกว่าเป็นทวีคูน เธอถลาเข้าไปกอดเพื่อนและร้องไห้ออกมาไม่อายใคร เอวาเองก็เจ็บปวดที่ต้องพูดแบบนั้น แต่เธอก็ต้องปกป้องเพื่อนของเธอเหมือนกัน เธอไม่ยอมให้เพื่อนทำผิดแบบนั้นหรอก

“ฉันทำไม่ได้ ฉันขาดคุณเอลิซาเบธไม่ได้หรอก”

เอวาลูบหัวเพื่อนเป็นการปลอบประโลมใจ เธอรู้ว่าตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากคำพูดไม่กี่คำ

“เทรซ…”

เพื่อนของเธอผละออกจากกอด เอวาเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“ฉันรู้แล้ว…ฉันจะไม่บอกความรู้สึกฉันกับคุณเอลิซาเบธ”

“…!?” เอวาอึ้งไปกับการตัดสินใจของเพื่อน แต่เธอก็เข้าใจถ้าหากอยากอยู่กับอีกฝ่าย ก็ต้องฝืนทำอะไรที่เจ็บปวดกับความรู้สึกตัวเอง

“เธอจะทนได้เหรอเทรซ การแอบรักของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องราวหวานแววเหมือนในนิยายอย่างเช่นแอบหลงรักรุ่นพี่นะ”

“ฉันจะต้องทนได้ซิ”

“ไม่หรอก เพราะตอนนี้การกระทำของเธอน่ะ…เธอต้องการคุณเอลิซาเบธมากกว่าที่ตัวเองจะเข้าใจนะ แล้วนานวันเข้าเธอก็อยากครอบครองคุณเอลิซาเบธ พอถึงวันนั้นเธอจะไม่มีทางถอยออกมาได้เทรซ”

“…”

“ระมัดระวังความรู้สึกของเธอด้วย” เอวาเน้นย้ำ

“…”

“แต่ถ้าเธอทนกับเรื่องที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ได้ ฉันก็ไม่ขัดขวางอะไร แต่เธอจะเจ็บปวดเทรซ”

“…”

“เจ็บปวดมากเลยทีเดียว”

“…!”





___________________________________________________

จบไปอีกตอน 

แล้วรีดล่ะเชื่อไหมว่าเทรซจะทนเเอบรักข้างเดียวแบบนี้ต่อไปได้

โปรดติดตามในตอนต่อๆไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #18 J418 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 09:40
    นี่มันเรื่ิองอะไรกัน ยิ้มแก้มจะแตกอยู่ดีก็ดราม่าซีนเฉยยย โอ้ยยยย เหน่ยยย
    #18
    0
  2. #17 XMqZ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 20:09
    พออ่านเจอเฮเลน ก็คิดถึงรีเบคก้า........
    #17
    0
  3. #14 pahz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 17:27
    ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะ
    #14
    0