[CUNNING LADY]REASON ลุ้นรักจับหัวใจ My Queen [YURI]

ตอนที่ 13 : TEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    21 ก.ค. 61

เทเรซ่านอนไม่หลับ…

ในคืนแรกของการตั้งแคมป์ การที่ได้มีเอลิซาเบธมานอนข้างกายแบบนี้มันรู้สึกอึดอัดอย่างถึงที่สุด เธอไม่ได้รังเกียจเอลิซาเบธแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอเขินจนนอนไม่หลับต่างหาก คืนแรกเทเรซ่านอนตัวเกร็งแทบไม่ได้พลิกตัวไปไหน พอเผลอหลับไปลืมตามาอีกทีเอลิซาเบธก็นอนกลิ้งเข้ามาใกล้เธอมากแล้ว มันใกล้มากจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ออกมาจากตัวอีกคน เทเรซ่าประหม่ากับการใกล้ชิดเอลิซาเบธมาก ถึงแม้จะรู้จักกันมาได้เกือบสองเดือนแล้วก็ตาม และคืนนี้ก็เช่นกันคืนที่สองของการตั้งแคมป์ เทเรซ่าก็ยังคงเหมือนเคย

นอนไม่หลับอีกแล้ว

“…?”

เสียงเต็นท์ขยับและเปิดออก อีกคนแกล้งหลับ เทเรซ่าเดาว่าต้องเป็นเอลิซาเบธที่กำลังคลานเข้ามาในเต็นท์หลังจากอยู่คุยจนดึกดื่นกับเพื่อนนักธุรกิจคนใหม่ที่เต็นท์แถวๆ นั้น เอลิซาเบธคุยกับคอธุรกิจได้ยาวจนเวลาล่วงมาเกือบตีสอง และนั่นคงเป็นเวลานอนของเอลิซาเบธ เทเรซ่าแอบอิจฉาที่เอลิซาเบธมีผิวหน้าสุขภาพดีขนาดนี้ ทั้งๆ ที่นอนดึกเกือบทุกวัน แต่เทเรซ่าก็ต้องตัดความคิดนั้นไป เพราะเอลิซาเบธคงมีคอร์สรักษาสุขภาพผิวหน้าอยู่แล้ว เธอนี่โง่จริงๆ

“…” เงียบเกินไปนะ

ทั้งๆ ที่เอลิซาเบธเข้ามาในเต็นท์สักพักหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าอีกคนทิ้งตัวลงนอนเลย มันเงียบมากจนเธอเกิดความอยากรู้อยากเห็น

เทเรซ่าลืมตาดู

“…!” เทเรซ่าสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นว่าเอลิซาเบธกำลังชะเง้อมองดูเธออยู่ มันใกล้มาก เทเรซ่าสาบานได้ ร่างสูงเองก็ตกใจเช่นเดียวกันที่เทเรซ่าลืมตาขึ้นมา เธอนึกว่าอีกคนหลับไปแล้ว

เทเรซ่าสะดุ้งตกใจไม่พอเธอดีดตัวลุกขึ้นทำให้หน้าผากของเธอกระแทกเข้ากับจมูกของเอลิซาเบธ จนอีกคนส่งสัญญาณเสียงเตือนว่าเจ็บออกมาจากปาก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหัวเราะออกมาอย่างไร้เหตุผล

“อะ อะไรคะ?” เทเรซ่านั่งมองอีกคนที่หัวเราะอยู่ด้านข้าง เธอยังไม่หายตกใจ ก็เอลิซาเบธเล่นมาจ้องเธอใกล้ขนาดนี้ แล้วมันยิ่งมืดๆ ด้วย ไม่แปลกใจที่เทเรซ่าจะขวัญเสีย เทเรซ่าแอบตำหนิตัวเองที่คิดว่าเอลิซาเบธเป็นภูตผี

“ฉันคิดว่าคุณหลับแล้วซะอีก” เอลิซาเบธลูบจมูกปอยๆ

“ฉันขอโทษนะคะ คุณเอลิซาเบธเจ็บมากมั๊ยคะ? คะ คือ ฉันไม่รู้ว่าคุณเอลิซาเบธจะ…?” จะอะไรล่ะ? นั่นซิ เทเรซ่าก็อยากรู้ว่าเอลิซาเบธจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้มองเธอใกล้ขนาดนี้

“อ่อ…” เอลิซาเบธลากเสียง และพยายามเลี่ยงไปประเด็นอื่น “ฉันแค่อยากรู้อะไรบางอย่างน่ะเทรซ”

“อะไรคะ?”

“ฉันจะบอกคุณทำไมล่ะ?” เอลิซาเบธยิ้มแล้วทิ้งตัวลงนอน แถมยังเปลี่ยนเรื่องอีก “ฉันง่วงแล้วค่ะ”

เทเรซ่าได้แต่นั่งงง และพยายามคิดปริศนาที่เอลิซาเบธทิ้งเอาไว้ จนสุดท้ายเธอก็ยอมแพ้และล้มตัวลงนอน

“…!” หลังจากที่เทเรซ่าล้มตัวลงนอนเอลิซาเบธก็เลื่อนตัวมานอนใกล้ๆ เทเรซ่ารู้สึกประหม่าและหายใจไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ

“มันหนาวนะคะ ขอกอดหน่อย” เอลิซาเบธไม่ขออนุญาตอีกคน เธอลดตัวลงไปกอดเทเรซ่า หัวของเธอพักที่ไหล่ของอีกคน เรียกว่าเป็นการจู่โจมก็คงจะเหมาะกว่า เพราะเทเรซ่าไม่กล้าที่จะต่อต้าน และเอลิซาเบธได้เปรียบ

“คือ…” ริมฝีปากอวบอิ่มพยายามพ่นคำพูดออกมา เธอทั้งตื่นเต้น เขิน และมีความสุขปนกันอยู่ในใจ แต่เธอไม่รู้ว่าแบบนี้จะเหมาะสมหรือไม่ “คุณเอลิซาเบธ…”

“ทำไมคะ คุณจะใจร้ายกับฉันหรอ? มันหนาวนะ”

“…” เทเรซ่าพูดไม่ออกมันหนาวก็จริง แต่โดนกอดแบบนี้ก็ตัดสินใจยากอยู่ เอลิซาเบธกระชับกอดให้แน่นขึ้นและหลับตาพริ้ม จมูกของเทเรซ่าแตะที่กลุ่มผมสีบลอนด์ของอีกคน กลิ่นเรือนผมที่หอมชวนห้ามใจ และกลิ่นน้ำหอมชั้นดีของอีกคนตอนนี้ราวกับเทเรซ่าได้สัมผัสและจับต้องมันได้ แต่จะว่าไปเธอไม่เห็นต้องคิดแบบนั้น เพราะตอนนี้เทเรซ่าสามารถจับต้องได้ เธอยื่นมือออกไปจับที่ไหล่ของอีกคนในท่าโอบหลวมๆ เทเรซ่ากำลังกอดเอลิซาเบธ และแค่นั้นทำให้เธอเบิกบานใจ

วันนี้เธอนอนหลับฝันดีอย่างแน่นอน

เทเรซ่าหลับตาลง และเผลอยิ้มออกมา มันเป็นคืนที่เธอนอนหลับสนิท

ตรงกันข้าม เอลิซาเบธลืมตาสีสวยขึ้น เธอยิ้ม และฟังเสียงหัวใจของเทเรซ่าเต้นเงียบๆ โดยที่อีกคนไม่รู้ตัว


“ไง สาวๆ อรุณสวัสดิ์” เจมส์ทักทาย เอลิซาเบธกับเทเรซ่าที่เพิ่งจะมุดตัวออกมาจากเต็นท์ ทั้งสองยิ้มให้เจมส์และกล่าวทักทายเขาเช่นเคย

“เก็บกระเป๋าหรือยัง?”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” เทเรซ่าตอบกลับ ขณะที่มองเจมส์กำลังกระตือรือร้นเก็บเต็นท์อยู่

“ให้ฉันช่วยนะคะ” หญิงสาวออกตัวอาสาช่วยเจมส์ทันทีโดยไม่ต้องการคำขอ เจมส์ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาอยากมีผู้ช่วยอยู่แล้ว เจมส์มองเทเรซ่าอย่างชื่นชมและหันไปมองเอลิซาเบธสลับกัน และเนียนเดินเข้ามาใกล้อีกคนพลางกระซิบเบาๆ

“เป็นยังไงบ้างทริปตั้งแคมป์ สีหน้าคุณดูคุ้มค่ามากเลยซินะ” เจมส์แหย่เอลิซาเบธ

“พูดแบบนั้นก็มากไปนะ” เอลิซาเบธหัวเราะ “แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆ คุณทำให้ฉันคิดได้หลายอย่าง”

เจมส์นิ่งไป เขาดูเหมือนจะคิดก่อนพูด “ผมไม่ได้จะแนะนำให้คุณห่างสามีอะไรทำนองนั้นหรอกนะ ดูเหมือนผมเป็นตัวร้ายในละครเลย”

“เปล่า อย่างคิดมาก ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นสักหน่อย”

เจมส์ยิ้มแล้วแตะบ่าเอลิซาเบธเบาๆ คล้ายให้กำลังใจ เขารู้ว่าเอลิซาเบธชอบเทเรซ่ามากแต่ไม่กล้าจำกัดความออกมาเพราะรู้สึกผิดต่อสามี และเขาเองก็ไม่อยากจะไปก้าวก่ายอะไรมากนัก ปล่อยให้เป็นเรื่องของเอลิซาเบธจะดีกว่า ส่วนเอลิซาเบธ แม้แต่เธอก็ไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ เธอรู้แค่ว่าเวลาอยู่ใกล้เทเรซ่าแล้วมีความสุข และเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มันเลยเป็นเหตุผลให้เธออ้างที่จะอยู่ใกล้ชิดอีกคนตลอดเวลา เอลิซาเบธแค่กำลังสับสน แต่เธอจะเป็นแบบนี้อีกนานเท่าไหร่นะ

บาส คุณจะตัดสินใจให้ฉันได้หรือเปล่า?

เอลิซาแบธได้แต่คิดแบบนี้มาตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา



หลังจากมื้อกลางวันที่ทั้งสามทานร่วมกันในตัวเมืองของมิชิแกน เจมส์ก็ขอตัวกลับไปทำงานที่ร้านตามเดิม ทิ้งให้เอลิซาเบธกับเทเรซ่าเอาไว้สองคน ร่างสูงพาเทเรซ่าเดินเล่นในเมือง แวะดูตลาด สำรวจอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่นี่มีต้นไม้เยอะมากพอดู บรรยากาศเหน็บหนาว เพราะเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนมีหิมะตก ตอนนี้เกล็ดหิมะกำลังประปรายทั่วทั้งถนนเกือบจะย้อมเป็นสีขาวทั้งหมด แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเทเรซ่า เธอถือกล้องและเดินถ่ายภาพไปทั่วอย่างไม่รู้เบื่อ เอลิซาเบธรู้ในทันทีว่าเทเรซ่าชอบท่องเที่ยว ค้นพบสิ่งใหม่ๆ เธอมีความสุขและยิ้มให้เอลิซาเบธบ่อยครั้งกว่าเมื่อก่อน นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า เทเรซ่าเริ่มที่จะสนิทใจกับเธอมากขึ้น เอลิซาเบธอดภูมิใจในตัวเองไม่ได้ที่เป็นตัวการสำคัญทำให้อีกคนเปลี่ยนไป

“คุณเอลิซาเบธทางนี้ค่ะ” เทเรซ่ากวักมือเรียกเธอที่เดินอยู่ห่างไปหนึ่งบล็อกของช่วงตึก เมื่อเอลิซาเบธเดินเข้าไปใกล้ และเทเรซ่าชี้ให้ดู มันคือร้านขายดอกไม้

เทเรซ่ายิ้มดีใจที่เห็นมัน เธอบอกเอลิซาเบธว่า รองจากร้านหนังสือก็คือร้านดอกไม้นี่แหละที่เธอชอบ เอลิซาเบธไม่แปลกใจหรอกเทเรซ่าเป็นผู้หญิงรักหนังสือ บทกวี ยังไงก็ต้องมีความโรแมนติกอยู่ในตัว หญิงสาวจะชอบดอกไม้นานาชนิดก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหม่น่าสนใจอะไร และที่แน่ๆ ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบดอกไม้ แต่เอลิซาเบธเป็นส่วนน้อย

“อยากได้สักช่อมั๊ยคะ เดี๋ยวฉันชื่อให้”

เทเรซ่ามองไปที่ร้านสลับกับเอลิซาเบธ เธอส่ายหน้าก่อนจะยกมือขึ้นห้ามเอลิซาเบธ

“คุณเอลิซาเบธรออยู่ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวฉันจะเข้าร้านสักหน่อย”

“แต่มันหนาว ฉันเข้าไปด้วยไม่ได้หรอคะ?”

“แป๊บเดียวค่ะ”

“แล้วคุณจะรับผิดชอบมั๊ยคะ ถ้าฉันหนาวตายอยู่ข้างนอก คุณจะให้ฉันกอดมั๊ย?”

“อะ กะ กอดหรอคะ?” เทเรซ่าพูดอึกอักขึ้นมาเมื่อพูดถึงเรื่องแตะเนื้อต้องตัว เอลิซาเบธยิ้ม เพราะนั่นคือท่าทีที่เธอชอบจากเทเรซ่าที่สุด

“ฉันล้อเล่นค่ะ คุณเข้าไปเถอะฉันจะรอ”

เทเรซ่าพยักหน้าเร็วๆ ครั้งหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเข้าไปในร้าน และยังเขินๆ กับมุกที่เอลิซาเบธล้อเล่นอยู่

ผ่านไปสักพักเธอก็กลับออกมาพร้อมกับช่อดอกไม้สีสันสดใสขนาดกลางในมือ เธอมีสีหน้าเบิกบานใจ มองดอกไม้ช่อนั้นตลอดเวลา ก่อนจะใช้กล้องคล้องคอตัวเองเอาไว้ และยื่นช่อดอกไม้ออกมาข้างหน้าอย่างเร็ว

“ฉันให้คุณเอลิซาเบธค่ะ” เธอยิ้มสดใสเหมือนดอกเยอบีร่าหลากสีที่อยู่ในมือของเธอ เอลิซาเบธรับมันมาถือไว้อย่างทะนุถนอม และยิ้มให้อีกคน แต่เทเรซ่าแจับสังเกตปฏิกิริยาเรียบเฉยนั้นได้ เอลิซาเบธไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย กลับเป็นเทเรซ่าซะอีกที่เป็นฝ่ายตื่นเต้น

“คุณเอลิซาเบธไม่ชอบดอกเยอบีร่าหรอคะ?”

“มัน…ฉันทำให้เธอคิดมากหรอ?” เอลิซาเบธเพิ่งจะรู้ตัวจริงๆ เธอดันทำให้อีกคนหน้าเจื่อนลงซะได้ “จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันได้ดอกไม้ที่หลากหลายชนิดมาเกือบทั้งชีวิตเลย ฉันชินกับมันไปแล้ว ฉันอยากได้อะไรที่มันถาวรกว่านี้หน่อย ดอกไม้ไม่นานมันก็เหี่ยวเฉา เก็บความทรงจำอะไรไม่ได้นาน ฉันเลยไม่ค่อนจะใส่ใจกับมันเท่าไหร่”

เทเรซ่าหน้าหม่นลง การให้ดอกไม้ใครสักคนสำหรับเทเรซ่านั้นมีความหมายมาก เธอไม่เคยให้ดอกไม้ใครเลย นอกจากไปเยี่ยมผู้ป่วย เพราะฉะนั้นแล้วการที่ให้ดอกไม้กับเอลิซาเบธครั้งนี้สำคัญมาก แต่ดันกลายเป็นว่าเอลิซาเบธไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เทเรซ่าโทษตัวเองว่าน่าจะเข้าใจเอลิซาเบธให้มากกว่านี้

“ฉันขอโทษที่พูดแบบนี้กับคุณ ฉันแค่อยากให้คุณรู้ค่ะ” เอลิซาเบธยิ้ม และก้าวเข้ามาใกล้ๆ เทเรซ่า และยกช่อดอกไม้แตะที่ไหล่ของเทเรซ่าเบาๆ

“แต่ฉันก็ดีใจนะที่คุณเป็นคนให้ฉัน”

“…?”

“คุณให้ฉันจากใจหรือเปล่าคะ?”

เทเรซ่าพยักหน้า และเข้าใจว่าเอลิซาเบธไม่ได้แตะช่อดอกไม้ที่ไหล่ แต่เป็นที่หน้าอกข้างซ้าย หัวใจของเธอต่างหาก

“ขอบคุณมากนะคะ มันวิเศษมาก ขอแค่เป็นคุณอะไรที่ฉันไม่ชอบ ฉันก็ชอบทั้งหมดนั่นแหละค่ะ คุณอย่าคิดมากเลยนะเทรซ” เอลิซาเบธบอกอย่างอารมณ์ดี

“สำหรับฉัน การที่ให้ดอกไม้กับคนคนหนึ่งสำคัญมากเลยค่ะ ฉัน…ไม่เคยให้ใครมาก่อน แบบว่าดอกเยอบีร่า”

“มันมีความหมายใช่ไหมคะ?”

เทเรซ่าพยักหน้า

“แล้วคุณจะบอกฉันได้มั๊ยว่าดอกเยอบีร่ามีความหมายว่าอะไร”

เทเรซ่าส่ายหน้า และก้มลง เอลิซาเบธไม่ค่อยเข้าใจการกระทำนั้นนัก เธอทำให้เทเรซ่าโกรธหรือเปล่านะ

“คือ… คุณเอลิซาเบธบอกเองไม่ใช่หรอคะว่า ‘ขอแค่เป็นคุณอะไรที่ฉันไม่ชอบ ฉันก็ชอบทั้งหมดนั่นค่ะ’ เพราะอย่างนั้นฉันจะไม่บอก ให้คุณเอลิซาเบธไปหาคำตอบเอาเอง”

เอลิซาเบธพยักหน้า เธอยิ้มให้กับความน่ารักของอีกคน เทเรซ่าเงยหน้าขึ้นมาและยิ้มตอบกลับ

“แล้ว มีใครให้ดอกไม้คุณบ่อยหรือเปล่าคะ?”

เทเรซ่าเงียบคิดสักพักหนึ่งก่อนจะพยักหน้า ส่วนใหญ่คนที่ให้เธอเป็นผู้ชายจากต่างเอก ไม่ก็เอกเดียวกันบ้าง เอวาแซวว่าเทเรซ่าฮอตสุดๆ แต่เทเรซ่าไม่คิดแบบนั้น เธอคิดว่าผู้ชายเหล่านั้นแค่อยากเข้ามาทำความรู้จัก หรือถ้ามากกว่านั้นเธอก็คงจะอ่านใจใครไม่ได้หรอก เธอแค่รับดอกไม้จากพวกเขาตามมารยาท

“คุณมีผู้ชายให้ดอกไม้เยอะเลยซินะคะ?”

“คุณเอลิซาเบธรู้ได้ยังไงคะ?”

เอลิซาเบธหลุดขำพรืดออกมา


เทเรซ่าไม่รู้ตัวเลยว่าผู้ชายเหล่านั้นหวังอะไรกับเธอบ้าง เหลือเชื่อจริงๆ เลย


เอลิซาเบธเอ่ยขึ้นอ้อมๆ “จะว่าไปการให้ดอกไม้ก็มีหลายโอกาส มันขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้สึกยังไงเวลาให้ และหวังอะไรตอบแทนหรือเปล่า ฉันเองก็ตัดสินอะไรพวกเขาไม่ได้หรอกนะคะ หมายถึง ผู้ชายที่ให้ดอกไม้คุณ เขาอาจมีความหวังบางอย่างแฝงอยู่”

เอลิซาเบธมองเทเรซ่าที่ทำท่าคิดตามอย่างจริงจัง เธอเหมือนเด็กที่กำลังพยายามจะเรียนรู้ยังไงยังงั้น

“ฉันรู้สึกว่าคุณเอลิซาเบธเป็นคนสำคัญ ฉันเลยอยากให้อะไรที่พิเศษๆ กับคุณ และสิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่ฉันชอบ”

“…” เอลิซาเบธเงียบไป เธออึ้งมากที่ได้ยินเทเรซ่าพูดออกมาว่า เธอคือคนสำคัญ เอลิซาเบธปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอชอบประโยคนี้มากแค่ไหน

เอลิซาเบธยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่มีความสุข

“คุณน่าสนใจจริงๆ เทรซ รู้ตัวหรือเปล่าคะ?”

“คุณเอลิซาเบธก็เหมือนกันค่ะ คุณน่าสนใจมากๆ เลย”

“…!” เอลิซาเบธรู้ว่ามันเป็นถ้อยคำที่ไร้เดียงสา เทรเซ่าพูดออกมาโดยที่ไม่ได้คิดอะไร แต่คำว่า ‘น่าสนใจ’ ของเอลิซาเบธนั้นแตกต่างจากเทเรซ่าแน่นอน เอลิซาเบธแค่หัวเราะออกมาอีกครั้ง และวางมือบนเรือนผมสีคาราเมลด้วยความเอ็นดู

คุณทำให้ฉันสับสนขึ้นทุกวันจริงๆ เทรซ




เฮเลน่านั่งอยู่ในห้องทำงานภายในร้านห้องเสื้อของเธอ และอ่านประวัติของเทเรซ่าอย่างจริงจัง เพื่อศัตรูที่เกลียดแล้ว เธอยอมที่จะอยากรู้เรื่องของเทเรซ่าให้มากๆ จะได้ทำลายได้ง่ายดาย แต่กว่าจะได้ประวัติชุดนี้ของเทเรซ่ามา เฮเลน่าต้องจ่ายเพิ่มอีก เพราะเอลิซาเบธโยนทุกสิ่งทุกอย่างลงเตาเผาไปแล้ว เฮเลน่าพลาดเรื่องนั้นเอง เธอเก็บความลับของตัวเองได้ไม่ดีพอ

ถ้าหากจะพูดถึงประวัติของเทเรซ่า เธอไม่ได้มีเรื่องราวฉาวโฉ่แม้แต่เรื่องเดียว เธอเป็นเด็กสาวที่ธรรมดามากคนหนึ่ง นอกจากเรื่องเรียน หน้าตาดี ชอบคลุกอยู่กับการอ่านหนังสือ รักดอกไม้นานาพรรณ แล้วก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด มันแปลกมากที่เอลิซาเบธสนใจคนแบบนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง

“ฉันจะลงสนามเอง อืม…” เฮเลน่าวางประวัติพวกนั้นลง เล็บสีแดงสดลากไล่ไปตามตัวเลขวันที่ในปฎิทิน


เหลืออีกอาทิตย์หนึ่ง


“มาเล่นกันหน่อยเป็นไง เทเรซ่า เกรส ฉันแทบจะรอให้ถึงวันนั้นไม่ไหว”

เสียงเคาะประตูดึงความสนใจของเฮเลน่า แมรี่ พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนัก

“มีอะไรหรอ?”

“คือว่า…มีผู้ชายคนหนึ่งมาหาคุณเฮเลน่าค่ะ เขาดูน่ากลัวมากๆ เลย”

“เคยมาที่ร้านมั๊ย?”

“ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเห็น แต่ว่าคุณเฮเลน่าอย่าออกไปพบจะดีกว่านะคะ มันดูไม่ชอบมาพากล”

“ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้เขาเข้ามาแล้วเราจะรู้ว่าเป็นใคร”

“แต่…”

เฮเลน่ายิ้ม เป็นยิ้มที่แมรี่ชอบและผ่อนคลาย “ถ้าคุณเป็นห่วงฉันก็อยู่ใกล้ๆ ฉันซิ ไปเชิญเขาเข้ามาเถอะ”

แมรี่พยักหน้า แล้วเดินออกไป สักพักก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินตามหลังแมรี่เข้ามา เขาตัวสูงใหญ่ เหมือนหมี ใบหน้ามีเครารก ดวงตาสีดำดูน่ากลัว เขามองเฮเลน่าอย่างจาบจวงตั้งแต่เดินเข้ามา แน่นอนว่าเฮเลน่าไม่รู้จักเขา

แมรี่เดินมายืนอยู่ข้างๆ เฮเลน่า เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของเฮเลน่า เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนมีผู้ชายนักธุรกิจคนหนึ่งแอบตามเฮเลน่ามาและอยู่ๆ ก็เข้ามากอดเจ้านายเธออย่างหลงใหล เขาเมาและตะโกนบอกรักเฮเลน่า พนักงานหญิงหลายคนเข้าไปแยกเขาออกจากเฮเลน่า แมรี่ไม่แปลกใจเลยที่มีคนคลั่งไคล้เจ้านายของเธอ เฮเลน่าเป็นผู้หญิงที่น่าดึงดูด แต่กับผู้ชายคนนี้มีออร่าความโหดแผ่ออกมาอย่างชัดเจน ไม่เหมือนกับผู้ชายที่เข้ามาในร้าน หรือคนที่ตามจีบเฮเลน่าเลยสักนิด

“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องบอกว่า ฉันไม่รู้จักคุณ”

“ผมก็เหมือนกัน ผมก็ไม่รู้จักคุณ แต่คุณเป็นสาวบลอนด์ที่สวยมาก” เขาแสยะยิ้ม และมองสำรวจเรือนร่างของหญิงสาวอย่างเปิดเผย แม้รู้ว่าการกระทำนั้นจะน่าเกลียด แต่เฮเลน่าก็พยายามพูดอย่างใจเย็น

“แล้วคุณมาที่นี่ทำไมคะ?”

“ผมรู้จักกับแม่ของคุณ คุณนายไพเพอร์ส เอริก้า ไพเพอร์ส”

“…?” เฮเลน่ายังคงงุนงงกับคำพูดเหล่านั้น เขามองไปที่แมรี่สลับกับเฮเลน่า คล้ายกับว่าอยากคุยกับเฮเลน่าแค่ส่วนตัว แต่ผู้ชายคนนี้ทำเฮเลน่ากลัวเธอไม่อยากให้แมรี่ออกไป เธอกลัวว่าตัวเองจะเป็นอันตราย

“คุณมีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ”

เขาหัวเราะเมื่อเห็นว่าเฮเลน่าไม่ได้ทำตามที่เขาต้องการ ร่างใหญ่เดินเข้ามานั่งเก้าอี้ตรงข้ามเฮเลน่าด้วยท่าทีสบายๆ

“คุณนายไพเพอร์สติดหนี้เราอยู่จำนวนหนึ่ง…”

“…?!”

“คราวนี้คุณจะไล่ให้พนักงานของคุณออกไปได้หรือยัง”

เฮเลน่าหน้าซีด แม่ของเธอก่อเรื่องเอาไว้อีกแล้ว เล่นการพนันจนเจ้าหนี้ต้องมาทวงกับเธอเลยอย่างนั้นน่ะหรอ?

“แมรี่ออกไปก่อน” เฮเลน่าพูดเสียงเบากับอีกคน หญิงสาวดูจะอิดออดในตอนแรก เธอกระซิบเฮเลน่าว่า ‘มีอะไรตะโกนเรียกเลยนะคะ’ เฮเลน่าพยักหน้า ก่อนที่แมรี่จะย้ายตัวออกไปจากห้อง

ผู้ชายคนนั้นหัวเราะอีกครั้ง “เห็นมั๊ยล่ะ ผมใจดีในการรักษาภาพพจน์ของคุณแค่ไหน ก็อย่างว่าล่ะนะพวกคนรวย เวลาเจอเรื่องคาวๆ ของตัวเองมักจะไม่ให้มีคนอื่นรู้ ไม่ว่าจะในกรณีใดๆ”

“มีเรื่องอะไรก็รีบๆ พูดมา” เฮเลน่าเสียงเข้ม

เขาแสยะยิ้ม ก่อนจะเริ่มเข้าเรื่อง

“คุณนายไพเพอร์สติดหนี้พนันเราอยู่เก้าแสน เธอเบี้ยวนัดไม่จ่ายเรามาได้สี่เดือนแล้ว ดอกเบี้ยมันก็ขึ้นสูงปรี๊ด ตอนนี้อยู่ที่สองล้าน เมื่อวานก่อนผมเจอเธอก็เลยไปทวงเงิน เธอบอกว่าถ้าอยากได้เงินก็ให้มาเอากับคุณ คุณพร้อมจ่าย”

“…!” เฮเลน่าแทบจะไมเกรนขึ้นเมื่อได้ฟัง อาการปั่นป่วนที่ท้องทำให้หายใจลำบาก

“คุณจะจ่ายเราเลยหรือเปล่า?”

“ไม่…” อยู่ๆ เฮเลน่าก็พูดคำคำนั้นออกไป เธอเบื่อที่จะต้องได้ยินเรื่องพวกนี้ เธออยากให้แม่หาทางเอาเองบ้าง ไม่ใช่อะไรๆ ก็มีแต่เธอ เธอจะมาคอยจ่ายหนี้ให้ทั้งๆ ที่แม่ของเธอก็ไม่ยอมหยุด เอาแต่เพิ่มพูนหนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า แค่เงินที่เธอส่งไปให้รายเดือนก็มากพออยู่แล้ว ทำไมแม่ของเธอไม่รู้จักพอซะบ้าง

“อย่าพูดแบบนั้นซิครับ” เขายิ้ม และโน้มหน้าเล็กน้อยเข้ามาพูดเสียงเบา “คุณก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณนายไพเพอร์สหากคุณไม่จ่าย เราไม่ใช่เจ้าหนี้ที่ใจดีหรอกนะ บางทีคุณนายไพเพอร์สอาจจะเจ็บตัวมาก หากพวกเรายังไม่ได้รับเงิน และเผลอๆ ไม่ซิ หากแม่คุณไม่จ่าย เราจะมาหาคุณทุกวัน และถ้าคุณไม่จ่าย…เราคงต้องใช้กำลังกันหน่อย แต่แบบคุณเจ้านายผมน่าจะชอบนะ” เขาหัวเราะและมองเธอด้วยสายตาที่น่ารังเกียจ ราวกับมองลึกผ่านเสื้อผ้าของเฮเลน่า เขาเหมือนสัตว์ร้ายที่รอขย้ำเธอ เจ้านายที่เขาพูดถึงก็คงไม่ต่างกัน

“อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเลยครับ คิดดูก่อน” เขาอดมองเฮเลน่าไม่ได้ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้ม เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่ “ผมให้เวลาคุณห้าวัน เอาเถอะ เงินแค่นี้ไม่ได้ทำให้คุณจนลงหรอกนะ …และอีกอย่างผมรู้ที่อยู่ของคุณด้วย”

“…!”

“ขอตัวก่อนนะคนสวย” เขาขยิบตาใส่เธอ และหันหลังเดินออกไปจากห้อง

เฮเลน่ารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างดิ่งลงเหวทุกวัน แม่กับพี่ชายของเธอจะไม่ยอมให้เธอมีความสุขบ้างหรือยังไง เธอทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ให้ทุกอย่างไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง


‘แกต้องเข้าวงการ ไปเป็นนางแบบเฮเลน ไปหาเกาะสามีรวยๆ เข้าใจมั๊ย?!’


คำพูดของแม่ตอนเธออายุสิบสี่ปีลอยเข้ามาในหัว ท้องของเธอปั่นป่วน สายตาพล่ามัว เฮเลน่าลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ รู้สึกอยากจะอาเจียน มือที่สั่นเทาของเธอเกาะขอบโต๊ะเอาไว้ตั้งใจจะเดินไปที่โซฟา เธอพยายามจะพยุงตัวเอง และคิดว่าก้าวไปอีกก้าวหนึ่งคงจะล้มแน่ๆ

“เฮเลน…!” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้อง เฮเลน่ามองเห็นเลือนราง ก่อนจะปรับโฟกัสได้ วูบหนึ่งเธอดีใจที่ได้เห็นผู้หญิงผมสีทองแดง และเธอประหลาดใจมากที่เห็นผู้หญิงคนนี้มาหาเธอ

“เป็นอะไรหรือเปล่า” ร่างที่ตัวเล็กกว่าเฮเลน่ารีบถลาตัวเข้ามาประคองเธอ พอดีกับที่เฮเลน่าล้ม ใบหน้าของเธอซุกลงที่ไหล่ของอีกคน

“ฉัน…ฉันรู้สึก ฉันไม่ไหวจริงๆ เบคก้า”

“…นั่งก่อน” รีเบคก้าค่อยๆ ประคองให้อีกคนนั่งลงบนโซฟา เธอลุกขึ้นไปหาน้ำที่อยู่บนโต๊ะบาร์ข้างโต๊ะทำงานมาให้เฮเลน่า อีกคนดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง เธอหลับตาอยู่อย่างนั้น หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เธอรู้สึกได้ว่ารีเบคก้านั่งอยู่ข้างกายดูอาการเธอตลอดเวลา และเฮเลน่าอยากยิ้มออกมาถ้าไม่เหนื่อยเกินไป รีเบคก้าไม่พูดคำว่า ‘ไปหาหมอดีมั๊ย? ’ กับเธอสักนิด เพราะรีเบคก้ายังคงรู้ใจเธอ ว่าเธอเกลียดหมอและเข็มฉีดยามากแค่ไหน

เวลาผ่านไปสิบนาทีเฮเลน่าเริ่มขยับตัว และนั่งตัวตรงได้ อาการดีขึ้นมาเหมือนปกติ

“เธอโอเคแล้วใช่มั๊ย?” ดวงตาสีเขียวกลมโตมองเธอด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“ใช่ ดีขึ้นแล้ว”

“เป็นอะไรไปอยู่ดีๆ ก็หน้าซีด”

เฮเลน่าส่ายหัว “ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันคงพักผ่อนไม่เพียงพอ”

หากแต่ว่ารีเบคก้ายังไม่เชื่อ

“มันเกี่ยวกับผู้ชายน่ากลัวคนที่เดินสวนฉันออกไปหรือเปล่า?” รีเบคก้าสวนกับผู้ชายที่มีแววตาสีดำ และร่างยักษ์ เขามองเธอด้วยสายตาหื่นกระหายจนเธออยากจะวิ่งหนีออกจากห้องเสื้อเฮเลน่าให้รู้แล้วรู้รอด

“…” เฮเลน่าไม่ตอบ เธอไม่อยากให้รีเบคก้ารู้เรื่องน่าขายหน้าของในครอบครัวเธอ และที่สำคัญเธอไม่อยากพูดถึงมัน

“แน่ล่ะ ฉันคงไม่มีสิทธิ์ถามเธอเหมือนเมื่อก่อน”

“เปล่า…ฉันแค่ ฉันไม่อยากพูดถึงมัน” เฮเลน่าตอบปัดๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องคุย

“แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ หวังว่าจอร์จิน่าจะไม่เอาระเบิดมาปาร้านฉันหรอกนะ”

รีเบคก้าหัวเราะกับมุกของอีกคน เฮเลน่าชอบเวลาที่รีเบคก้าหัวเราะ เธอคิดถึงเสียงหัวเราะของรีเบคก้าเหลือเกิน

“ไม่หรอก ก็มันเป็นธุระนี่หน่า” เธอรีบเข้าประเด็นทันที และหยิบการ์ดเชิญซองสีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าสะพายเล็กๆ ของตัวเอง และยืนมันให้เฮเลน่า

“งานคืนสู่เหย้าของชมรมธุรกิจเพื่อสังคม เอสตร้าฝากให้ฉันเอามาให้เธอน่ะ เขาคงคิดว่า…” รีเบคก้าหยุดพูดไป แต่เฮเลน่ารู้ดีว่ารีเบคก้าจะพูดว่าอะไร คำที่จะพูดต่อจากนั้นคือ ‘เขาคงคิดว่าเรายังสนิทกันอยู่’ และเมื่อก่อนก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เธอกับรีเบคก้าสนิทกันในเอกตั้งแต่ปีหนึ่ง จนกระทั่งเธอทำเรื่องแย่ๆ กับเอลิซาเบธเพื่อนสนิทที่ยาวนานของรีเบคก้า เฮเลน่าเองก็เสียใจที่ทำแบบนั้นลงไป และความสัมพันธ์ของเธอกับรีเบคก้าไม่มีวันเป็นเหมือนเดิม

“เอสตร้าบอกว่าเธอต้องไปให้ได้นะ”

เฮเลน่ารับมันมาและพยักหน้าให้

“โอเค เสร็จธุระแล้ว ฉันต้องไปก่อนนะ” รีเบคก้าพูดและลุกขึ้นทันที เฮเลน่าคว้าข้อมือของอีกคนเอาไว้ เธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองเสียสติไปแล้วหรือยังไง เธอไม่เข้าใจตัวเองเลยที่ทำแบบนั้น

“ไหนๆ ก็มาแล้ว…ไปทานมื้อเที่ยงกับฉันหน่อยได้มั๊ย?”

รีเบคก้ายิ้มบางๆ เธออ่อนโยนเสมอ แต่ก็มีใบหน้าที่คิดหนัก

“ขอโทษนะ เธอก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ คือ…อีกอย่างฉันมีงานต้องทำน่ะ”

“กลัวเพื่อนจะว่าหรอ ว่ามาสุงสิงกับยัยขี้โกหกหน้าไม่อายอย่างฉัน”

“…ไม่ใช่อย่างนั้น มัน…” รีเบคก้าไม่รู้จะพูดยังไง แต่นั่นก็ใช่ จอร์จิน่าถ้ารู้เรื่องนี้สวดเธอยับแน่ เวลาเธออ้าปากจะพูดกับเฮเลน่าในงานต่างๆ จอร์จิน่าจะออกอาการหวงทันที ส่วนเอลิซาเบธนั้นก็แสนดีจนเธอเกรงใจ รายนั้นให้เกียรติเธอมากในเรื่องนี้ เพราะอย่างน้อยรีเบคก้ากับเฮเลน่าก็เคยเป็นเพื่อนสนิทกันถึงเกือบสิบปี

“ขอล่ะเบคก้า วันนี้ฉันต้องการใครสักคนอยู่ด้วยจริงๆ” เฮเลน่าไม่ได้มีท่าทีเจ้าเล่ห์ เธอดูเหมือนเฮเลน่าคนที่รีเบคก้ารู้จักก่อนที่จะหักอกเอลิซาเบธ แต่รีเบคก้าเองก็เป็นคนขี้สงสาร และเหตุการณ์วันนี้ก็ทำให้เธอเห็นใจเฮเลน่าเป็นอย่างมาก เพราะงั้นคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

“แค่ทานมื้อเที่ยงอย่างเดียวนะ”

“สัญญา แค่มื้อเที่ยง” เฮเลน่ายิ้มกว้างด้วยความดีใจ เธอกุมมือของอีกคนไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ

“ขอบคุณนะเบคก้า เธอใจดีกับฉันมาก”


ก็เพราะฉันเป็นอย่างนี้ตลอดน่ะสิ ถึงได้ดูเป็นคนโง่


รีเบคก้าคิดในใจ



สิ้นสุดการท่องเที่ยวที่มิชิแกน เอลิซาเบธขับรถมาส่งเทเรซ่าที่อพาร์ตเมนต์ กลับมาถึงแมนแฮตตันก็เย็นมากแล้ว แถมบรรยากาศก็ยังคงหนาวเย็นเหมือนอย่างเคย ที่นี่หิมะตกหนามาก การจราจรก็ติดขัด ไม่แปลกเลยที่จะใช้เวลานานในการขับรถ

“คุณเอลิซาเบธขึ้นข้างบนห้องมั๊ยคะ ฉันจะหาอะไรอุ่นๆ ให้ดื่ม” เทเรซ่าลงมาจากรถพร้อมกระเป๋าเดินทาง เธอยืนคุยกับเอลิซาเบธที่นั่งอยู่บนรถ อีกคนลดกระจกคุยกันกับเธออยู่

“ไม่เป็นไรหรอก คุณไปพักผ่อนเถอะ สีหน้าดูเหนื่อยๆ นะ”

เทเรซ่ารู้สึกว่าคำปฏิเสธนั้นชวนห่อเหี่ยวใจ หลังจากที่อยู่กับเอลิซาเบธมาห้าวัน เทเรซ่ารู้สึกว่าตัวเองตัวติดกับอีกคนมากขึ้นจนน่าตกใจ เวลาจะแยกจากเอลิซาเบธทำให้เธอโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก

“แต่ว่า ฉันไม่คิดว่าคุณเอลิซาเบธจะรบกวนเลยนะคะ”

อีกคนยิ้มให้และเปิดประตูรถลงมาในที่สุด

“…?”

“ห่างฉันไม่ได้ถึงขนาดนี้เลยหรอคะ? คิดถึงหรอ?”

ดวงตาคู่สวยเจ้าเสน่ห์ของเอลิซาเบธที่มองมาทำให้เทเรซ่าก้มหน้างุด เธอไม่อยากจะยอมรับว่าคิดถึง แต่ทำไมเธอถึงได้เขินมากมายขนาดนี้นะ

เอลิซาเบธเห็นว่าอีกคนก้มหน้าหลบสายตา เธอเลยก้าวเข้าไปหยุดใกล้ๆ และเชยคางของอีกคนขึ้นมาสบตากับเธอ แต่สายตาของเทเรซ่าก็เบนไปทางอื่นอยู่ดี

“คุณเขินได้น่ารักจริงๆ นะคะ”

“…” เทเรซ่าพูดไม่ออก เธอรู้สึกร้อนที่ใบหน้า เธอจะหน้าแดงมากเกินไปหรือเปล่านะ?

“คุณจะคิดถึงฉันหรือเปล่า เพราะต่อจากนี้คุณจะต้องยุ่งมากแน่ๆ”

เทเรซ่าพยักหน้าแทนคำตอบ เธอรู้ว่าตัวเองกำลังจะฝึกงาน และมันเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายน่าดู แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องคิดถึงเอลิซาเบธอยู่แล้ว นั่นเป็นกิจวัตรของเธอที่ทำเป็นประจำทุกวัน แต่เธอจะไม่บอกเรื่องนี้กับอีกคนเด็ดขาด

เอลิซาเบธพอใจกับคำตอบแล้ว เธอถอยหลังไปยืนพิงกับรถ เพื่อให้ระยะห่างกับอีกคนที่กำลังทำเหมือนว่าอึดอัดกับการกระทำของเธอ

“คุณบอกว่าจะไปบอสตันใช่มั๊ย?”

“ค่ะ ไปกับเอวา แล้วก็ลุคด้วย”

เอลิซาเบธพยักหน้า เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องมีอาการแปลกๆ และไม่พอใจเวลาได้ยินชื่อของลุค

“งั้น…เที่ยวให้สนุกนะ” เอลิซาเบธยิ้มให้อีกคน ก่อนจะเปิดประตูรถเตรียมจะเข้าไป แต่เสียงของเทเรซ่าพูดรั้งขึ้นมาเสียก่อน

“ระ เราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่คะ”

ร่างสูงหันมาเผชิญหน้ากับเทเรซ่าอีกครั้ง

“ตอบยากนะ ฉันต้องกลับไปเคลียร์งานเยอะเลย อาจจะ…ไม่ได้เจอกันอีกเลย”

“ไม่ได้เจอหรอคะ?” เทเรซ่ารู้สึกกลัวและใจเสีย เอลิซาเบธพูดด้วยใบหน้าที่เย็นชาเกินไป เธอรู้สึกว่าอยากร้องไห้ในตอนนั้น เอลิซาเบธหมายความว่ายังไงกัน?

“อ๊ะ…?” เทเรซ่าตกใจที่อยู่ๆ เอลิซาเบธก็ดึงคอปกเสื้อแจ็คเก็ตของเธอ ทำให้ร่างบางเซเข้าไปหาอีกคน มันใกล้มากจนได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวของเอลิซาเบธ แต่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงนั้นไม่ได้ทำให้เทเรซ่าผ่อนคลายน้อยลงเลย กลับตื่นเต้นเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว

“อย่าทำหน้าแบบนั้นซิคะ” ร่างสูงโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหูของเทรเซ่า ริมฝีปากของเอลิซาเบธชิดแนบใบหูของเธอ “คุณกำลังทำให้ฉันพ่ายแพ้นะ ไม่ซิ คุณกำลังทำแล้วต่างหาก”

เทเรซ่าไม่เข้าใจความหมายเหล่านั้น เธอแค่ทำตัวไม่ถูกและได้ยินไปถึงเสียงหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นอยู่ เอลิซาเบธผละออกจากร่างนั้นอย่างแสนเสียดาย เธอยกมือขึ้นลูบผมอ่อนนุ่มสีคาราเมลของเทเรซ่าแทน

“ฉันแค่ล้อคุณเล่น เรื่องที่…จะไม่ได้เจอกันอีก จริงๆ แล้วฉันจะมาหาคุณตามที่ฉันต้องการ และจนกว่าคุณจะบอกกับฉันเองว่าไม่อยากเจอหน้าฉันแล้ว”

เทเรซ่ามองใบหน้าสวยสง่านั้น เธอช่างดีใจมากเหลือเกินที่ได้ยินคำนั้น เธอจะไม่มีวันพูดแบบนั้นหรอก เธอคิดว่าตัวเองไม่กล้าพูดหรอกว่า ไม่อยากเจอหน้าเอลิซาเบธอีกแล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะเธออยากเจอเอลิซาเบธแทบทุกวัน และทุกๆ ชั่วโมง

เอลิซาเบธมองดวงตาสีเขียวสดใสของคนตัวเล็ก มือของเธอปัดปอยผมออกจากหน้าเรียว นิ้วไล่ตามแก้มเนียนของเทเรซ่า เทเรเซ่าสวยมากจริงๆ เอลิซาเบธไม่อาจละสายตาจากอีกคนได้ เทเรซ่าไม่รู้ตัวบ้างหรือไงนะ ว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงที่น่าหลงใหลมากคนหนึ่ง

ราวกับมีแรงดึงดูดเอลิซาเบธมองริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูของเทเรซ่า เธอชอบมันจัง และเธออยากสัมผัส เอลิซาเบธอยากจูบเทเรซ่า เธอโน้มหน้าเข้าไปใกล้เทเรซ่ามากขึ้น ช้าๆ และเทเรซ่าเองก็ไม่ได้ปัดป้องอะไร เอลิซาเบธเดาว่าอีกคนกำลังอึ้งอยู่กับการกระทำของเธอ จมูกของเทเรซ่าแตะเบาๆ ที่ส่วนเดียวกันของอีกฝ่าย ลมหายใจเป่ารดใบหน้า เอลิซาเบธรู้สึกว่าอีกคนยืนตัวแข็งทื่อ

เอลิซาเบธเปลี่ยนใจ

เธอแตะริมฝีปากของตัวเองที่แก้มของเทเรซ่าแทน

“เอาไว้เดี๋ยวฉันโทรหานะคะ” ร่างสูงผละออกจากเทเรซ่า และพูดคุยตามปกติ แต่เทเรซ่าไม่ได้ยินคำพูดนั้นเลย เธอยกมือขึ้นแตะแก้มที่โดนเอลิซาเบธหอม ใจเธอเต้นราวกับกลอง และเธอหวังว่ามันจะไม่ระเบิดออกมา ขนาดเอวาทำกับเธอแบบนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเทเรซ่าไม่เคยรู้สึกอะไรเลย แต่ทำไม ทำไม…กับเอลิซาเบธเธอถึงได้ใจเต้นแรงขนาดนี้

“ไม่ขึ้นห้องหรอ หนาวนะ” เอลิซาเบธพูดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเทเรซ่ายืนตัวแข็งอยู่ เธอน่าจะยังช็อค เอลิซาเบธยิ้มในท่าทีนั้น เธอพอใจกับผลงานของตัวเองมาก

“งั้นเดี๋ยวไปส่ง…” เอลิซาเบธเดินไปใกล้อีกหน เทเรซ่าขยับออกและหน้าแดง

“มะ ไม่! ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวพูดออกมาและเธอวิ่งถือกระเป๋าเดินทางขึ้นบันไดเร็วจี๋โดยที่ยังไม่ทันได้ลาเอลิซาเบธเหมือนทุกครั้ง

ร่างสูงยิ้มออกมากับท่าทีน่ารักนั้นของเทเรซ่า เธอช่างน่ารักไร้เดียงสา และนั่นเป็นอีกเหตุผลที่เอลิซาเบธไม่จูบอีกคน เธอไม่อยากทำเรื่องแบบนั้นลงไป เอลิซาเบธอาจจะกลายเป็นคนบาปและทำร้ายจิตใจของใครหลายคน เธอกลัวว่าถ้าเธอจูบเทเรซ่า เธออาจจะตัดความสัมพันธ์กับเทเรซ่าไม่ขาด เทเรซ่าจะมีอิทธิพลกับเธอมากขึ้น มากกว่าสามีของเธอเอง นั่นเป็นสิ่งที่เอลิซาเบธกลัว เธอจะไม่มีวันทำแบบนั้นกับเทเรซ่า ถึงแม้ว่ามันจะขัดกับหัวใจของตัวเองก็ตาม



“ไง คุณกลับมาแล้ว”

ทันทีที่เอลิซาเบธเดินลงมาจากรถเซบาสเตียนก็เข้ามาทักทาย และกอดเธอหลวมๆ อังเดรพ่อบ้านนำกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องของเธอ ส่วนคนรับใช้อีกคนเอารถไปเก็บให้เอลิซาเบธ

“ที่มิชิแกนสนุกหรือเปล่า?”

“สนุกค่ะ แต่หนาว หนาวเกินไป”

เซบาสเตียนหัวเราะ ถ้าพูดได้ก็คงพูดว่า ‘ก็คุณเลือกไปเที่ยวในจังหวะที่อากาศไม่เป็นใจ’

“แต่จะว่าไป เมื่อวานผมไปเจอกับจีน่า ตอนคุณบอกผมว่าไปมิชิแกนกับเพื่อน ผมนึกว่าคุณไปกับจีน่าแล้วก็เบคก้าซะอีก นี่เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมนะ ผมถามจีน่าเธอหัวเราะและพูดเป็นนัยๆ ยังไงไม่รู้ คุณมีเพื่อนที่ผมไม่รู้จักอีกหรือเปล่า?”

เอลิซาเบธนิ่งไป เธอกำลังกล่าวโทษจอร์จิน่าที่ทำให้สามีของเธอต้องสงสัย แต่เอลิซาเบธก็แปลกใจที่ตัวเองก็พูดชื่อของเทเรซ่าออกไปไม่ได้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงจะต้องปากหนักขนาดนี้ด้วย

“ค่ะ ฉันมีเพื่อนอีกคนที่คุณไม่รู้จัก เราเพิ่งจะสนิทกันได้เกือบสองเดือนแล้ว เอาไว้วันหลังฉันแนะนำให้คุณรู้จัก”

“คนที่ไปมิชิแกนกับคุณหรอ?”

“ใช่ค่ะ เธอ…เธอชื่อ เทรเซ่า เกรส” เอลิซาเบธไม่อยากปกปิดอะไรสามี เธอเองก็ไม่สบายใจ และเมื่อเธอพูดออกไปก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาเป็นกอง

เซบาสเตียนพยักหน้าเข้าใจ

“วันหลังเราไปด้วยกันนะ ที่มิชิแกน”

“ถ้าเราว่างตรงกันก็ดีซิคะ”

“นั่นน่ะซิครับ”

แล้วทั้งสองก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่รถเบนซ์คันสีขาวของเฮเลน่าจะแล่นเข้ามาจอด หน้าคฤหาสน์ เธอก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า ไม่ใช่เหนื่อยจากการทำงาน แต่ราวกับว่ามีอะไรสักอย่างมากวนใจ คนรับใช้คนเดิมรีบเอารถเข้าไปเก็บที่โรงจอดรถให้เฮเลน่าตามหน้าที่

“คุณโอเคหรือเปล่าเฮเลน หน้าซีดนะ” เซบาสเตียนร้องทักขณะที่เฮเลน่าเดินสวนเข้ามา เธอหยุดยิ้มให้อีกคนอย่างมีมารยาทพอ

“วันนี้เจอมาหนักน่ะ”

“หวังว่าจะไม่ไปดื่ม และเมาจนฉันต้องลำบากอีกนะ” เอลิซาเบธอยากจะพูดดีๆ ด้วย แต่น่าเศร้าที่มันเหมือนพูดประชดอีกคน

“ไม่หรอก และมันจะไม่ลำบากเธออีกแล้ว” น้ำเสียงนั้นฟังดูน้อยใจ ก่อนจะหันไปพูดกับเซบาสเตียน “ฉันขอตัวก่อนนะ”

ฝ่ายชายพยักหน้าให้ และเฮเลน่าเดินเข้าตัวคฤหาสน์ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งผิดสังเกตมาก

“แปลกจัง…” เซบาสเตียนเป็นคนพูดออกมาคนแรก เมื่อเฮเลน่าพ้นสายตาไป

“มีอะไรหรอคะ?”

“เฮเลนอาการน่าเป็นห่วงนะ สองสามวันก่อนผมเห็นเธอยืนคุยกับชายแปลกหน้าที่ทางเข้าประตูใหญ่คฤหาสน์ ผู้ชายคนนั้นดูน่ากลัวมากกว่าจะเป็นคนดี ผมเลยเดินเข้าไปหาเธอ เผื่อว่าจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น แต่พอผมเข้าใกล้ผู้ชายคนนั้นก็ขับรถออกไปแล้ว สีหน้าเฮเลนตอนนั้นแย่มาก เธอเหมือนกำลังโดนข่มขู่”

“…” แวบแรกที่เซบาสเตียนเล่าให้ฟัง เอลิซาเบธคิดว่าเฮเลน่าจะวางแผนอะไรทำร้ายเทเรซ่าหรือเปล่า แต่เมื่ออีกคนบอกว่า ‘เหมือนกำลังโดนข่มขู่’ เธอก็มั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับเทเรซ่าแน่นอน

“คุณได้ยินมั๊ยคะว่าเธอพูดอะไรกับเขา”

“ผมได้ยินแค่ชื่อน่ะ เขาพูดชื่อ เอริก้า ไพเพอร์ส”

“…?” เอลิซาเบธรู้จักชื่อนั้น ชื่อแม่ของเฮเลน่า

“คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ ผมว่า…คุณลองคุยกับเฮเลน่าดีกว่านะ เผื่อช่วยอะไรเธอได้บ้าง”

“ช่วยหรอ? เธอคงหาว่าฉันยุ่งมากกว่า”

“แต่ดูเหมือนว่าเธอต้องการความช่วยเหลือนะ จากคนที่ไว้วางใจ”

“…”

เอลิซาเบธมองไปทางที่เฮเลน่าเพิ่งจากไปและเกิดจำได้ขึ้นมา เธอจำได้ว่าไม่นานมานี้ใบหน้าของเฮเลน่าเคยมีรอยฟกช้ำ แม้อีกคนจะอ้างว่าล้ม แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้ บางทีเรื่องเหล่านี้อาจจะเชื่อมโยงกัน แต่จะว่าไปแม้แต่ตอนนี้และตอนที่เคยคบกันกับเฮเลน่า เอลิซาเบธชักไม่แน่ใจว่าเธอรู้จักเฮเลน่าดีจริงๆ หรือเปล่า ตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นยังไงกันนะ? นั่นเป็นสิ่งที่เอลิซาเบธคิดอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเฮเลน่าก็เข้าถึงได้ยากจนน่ากลัว บางครั้งก็เข้าถึงง่ายโดยไม่ต้องพยายาม แต่เอลิซาเบธไม่ต้องพยายามอธิบายมาก เพราะนั่นเป็นนิสัยของคนที่มีความลับเยอะ

และเฮเลน่าเป็นหนึ่งในนั้น




____________________________________________

จบตอน

มาอัพอย่างช้า55555 ขอโทษด้วยนะคะ และต้องขอบคุณ

รีดเดอร์ที่ติดตามเรื่องนี้ของไรท์อยู่ 

ขอบคุณมากเลยนะคะ heart

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #9 KhunTee._. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 13:05
    ทำไมเทรซน่ารักอย่างงี้😍😍
    #9
    0