ตอนที่ 7 : Part 2 แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    13 ม.ค. 61

“บอกแล้วไงเอดี้ ฉันไม่อยากไปไหนทั้งนั้น ไม่มีอารมณ์ ไม่เข้าใจหรือไง” อเล็กซิสโต้ตอบกับเอโลดี้ผ่านทางโทรศัพท์บ้าน

“ไปเถอะนะ เธอต้องเจอเพื่อนบ้างนะอเล็กซ์ จะเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่กับบ้านไม่ได้เด็ดขาด นะๆ ฉันไปด้วยเหมือนกัน” เพื่อนสาวขอร้อง

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเอาชนะนิสัยช่างตื๊อของเอโลดี้ ดังนั้นอเล็กซิสจึงจำเป็นต้องตอบตกลงไปงานปาร์ตี้ที่บ้านของเวด มิลเลอร์ทั้งที่ไม่ได้เต็มใจอยากไป เพื่อนกับเหล้า อันไหนจะช่วยให้ฉันเลิกคิดเรื่องบ้าๆต่างๆนานาในหัวได้ดีกว่ากันนะ

หลังจากวันนั้น วันที่อเล็กซิสจับได้ว่าเดวี่นอกใจเธอ เขาคอยโทรมาหาเธอเกือบทุกชั่วโมง ในวันถัดมา เดวี่มาหาอเล็กซิสที่บ้านอีกครั้ง อเล็กซิสจึงตัดสินใจบอกเลิกอย่างเป็นทางการ รวมทั้งยอมฟังคำขอโทษของเดวี่เพื่อจบทุกอย่างให้สมบูรณ์ อเล็กซิสยังรักเดวี่มากอยู่เต็มหัวใจ แต่ก็ไม่เหลือความไว้วางใจในตัวเขาแล้ว หนำซ้ำอาการช้ำในยังสาหัสอยู่มาก เธอทำใจคบต่อกับเขาไม่ได้ แต่ทว่า ทั้งๆที่บอกเลิกเดวี่ไปแล้ว เขากลับยังปรากฏตัวในความฝันของเธอเสมอ มันน่าสมเพชที่เธอยังอยากที่จะฝันถึงเขา เพราะในความฝัน เธอลืมไปว่าทั้งสองเลิกกันไปแล้ว เธอชอบฝันเรื่องเมื่อคืนงานพรอมที่ผ่านมา อเล็กซิสคิดว่ามันอาจจะมาจากความรู้สึกผิดที่คอยหลอกหลอนตัวเธออยู่ แต่มันเป็นความรู้สึกผิดที่เกิดจากการตัดสินใจบนความพอใจของตัวเธอเอง เพราะอเล็กซิสพร้อมใจที่จะทำในสิ่งนั้น ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อและแม่ไม่มีทางเห็นด้วย

สิ่งที่ทำให้อเล็กซิสรู้สึกแย่ยิ่งกว่าการเลิกกับเดวี่ก็คือ จูน เพื่อนสาวเลือกที่จะเงียบหายไป อดีตเพื่อนรักไม่โทรหา ไม่มาขอโทษ ไม่แม้แต่สารภาพผิด หรือทำอะไรทั้งนั้น ตั้งแต่วันนั้น จูนที่อเล็กซิสรู้จักหายเข้าไปในหลุมดำ ลอยไปไกลสู่สุดขอบจักรวาลอันไกลโพ้น มีเพียงหนึ่งคำถามที่ติดอยู่ในใจของอเล็กซิสเสมอ นั่นคือ ทำไมจูนถึงทำแบบนี้ ทำไมจูนถึงให้คุณค่ากับมิตรภาพที่แสนยาวนานของพวกเธอราวกับมันเป็นเพียงเศษขยะ

“ลูกจะไปไหนจ๊ะ” แม่ของเธอถาม ถึงแม้วันนี้เป็นวันศุกร์ แต่คาเลบและเบียนน่าไม่ได้ไปทำงานวันนี้

“ปาร์ตี้ที่บ้านเวดค่ะ หนูจะกลับมาก่อนสี่ทุ่มนะคะ”

เบียนน่าพยักหน้า หมายความว่าอนุญาต “ดีจ้ะ เห็นลูกออกไปข้างนอก เจอเพื่อนๆบ้างก็ดี ขอให้สนุกนะลูกรัก”

“ทำไมไม่ชวนเจสซี่ไปด้วยล่ะ” พ่อของเธอผละจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ เขาหรี่ตามองตามประสาคนขี้เป็นห่วง อเล็กซิสหัวเราะเมื่อแม่ตีแขนพ่อเบาๆ “ลูกไปบ้านมิลเลอร์มากี่รอบแล้วคะ ไปเถอะลูก อย่าฟังเสียงคนแก่เลย” เธอจบประโยคด้วยเสียงหัวเราะร่วน

“ค่ะ เดี๋ยวหนูกลับมานะ” อเล็กซิสโบกมือและเดินออกจากบ้านไป

“คุณเห็นลูกหยิบมือถือของผมไปแล้วเหรอยัง” คาเลบยังคงเป็นห่วงอยู่ดี

**********

แสงสีส้มของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินระบายสีลงบนก้อนเมฆจนท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มประกายทอง ลมเย็นอ่อนๆพัดผ่านร่าง อเล็กซิสขี่จักรยานผ่านร้านสปาตะวันออก หน้าประตูร้านมีโปสเตอร์โฆษณาแปะติดทับกันมากมาย เมื่อก่อน เธอจะเห็นโปสเตอร์หนังวัยรุ่นของจอห์น ลีลอยด์ติดเด่นหราเป็นตัวดึงดูดสายตาคนทุกคนที่เดินผ่าน แต่ตอนนี้โปสเตอร์ใบนั้นหายไปแล้ว และอาจจะอยู่ในก้นถังขยะสักใบ ชื่อของเขาหายไปตามที่เจสซี่สันนิษฐานไว้ทุกประการ

การที่เธอครุ่นคิดแต่เรื่องของจอห์นช่วยดับไฟโมหะที่มีต่อเดวี่และจูนได้ช่วงหนึ่ง แต่ความคิดนี้มาพร้อมกับความกลัวเมื่อรู้ว่าเพื่อนคนหนึ่งหายตัวไป และอาจจะเรียกได้ว่า “ตลอดกาล” สิ่งที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ตัวตนของจอห์นหายไปด้วย ทางการลบตัวตนของเขาออกไปจนหมด สิ่งที่เจสซี่สันนิษฐานฟังดูมีเหตุผลมากขึ้นทุกที แม้อเล็กซิสจะยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ในใจเริ่มเชื่อไปแล้วว่าจอห์นถูกจับและถูกนำตัวเข้าโปรแกรมบำบัดที่ไม่เคยมีใครกลับออกมา อันเนื่องมาจาก สามวันที่ผ่านมา อเล็กซิสไม่สามารถค้นหาชื่อ “จอห์น ลีลอยด์” ในเสิร์ชเอนจินใดๆได้เลย เว็บไซต์ของเขาและของแฟนคลับถูกปิดลง หากจะพูดถึงข่าวการหายตัวไป ผู้คนจะกระซิบกันเบาๆ ไม่กล้าพูดเสียงดัง เพราะกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน สุดท้าย คนก็จะสรุปเอาง่ายๆว่า เขาตายไปแล้ว อเล็กซิสเป็นห่วงครอบครัวของเขามากกว่าอะไรทั้งหมด เพราะเมื่อเธอคิดว่า หากใครสักคนในครอบครัวของเธอมีชะตากรรมแบบเดียวกับจอห์น เธอจะจัดการกับความคิดและความรู้สึกของตัวเองอย่างไร เมื่อเธอจะไม่ได้เห็นหน้าคนที่เธอรักอีกต่อไป และแค่เพียงคิดถึงยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายและน่ากลัวเกินกว่าที่จะทำ

คฤหาสน์ของเวดตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางคฤหาสน์หลังอื่นในเขตตอนเหนือของเมือง ห่างจากใจกลางเมืองพอสมควร บ้านของเขาใหญ่โตและหรูหราเหมือนกับบ้านของจูน (เฮ้อ เธอห้ามตัวเองไม่ให้เลิกคิดถึงสองคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ) เวดจัดงานปาร์ตี้ริมสระน้ำ แต่อเล็กซิสไม่ได้ใส่ชุดบิกินี่ หรือนำชุดมาเปลี่ยน เพราะเธอตั้งใจจะมาดื่ม ดื่ม และเมาให้ได้มากที่สุดมากกว่า

“หวัดดี อเล็กซ์”

ลูกชายเจ้าของคฤหาสน์ปรี่เขามาทักทายแขก อเล็กซิสมองเวด มิลเลอร์ที่ดูฮอตมากกว่าเวลาปกติเมื่ออยู่ในชุดกางเกงว่ายน้ำขาสั้นสีกากี เปลือยอกท่อนบน เขายืนโบกมืออย่างร่าเริงให้กับเธอ มีแขกในงานเยอะกว่าที่คิดไว้เสียอีก อเล็กซิสเห็นทีมเชียร์ลีดเดอร์ทั้งกลุ่มยกเว้นแต่ว่าไม่มีเงาของหัวหน้าทีมอย่างเอโลดี้เลย

“อ้าว เอดี้อยู่ไหนล่ะ”

“เอดี้มาไม่ได้แล้ว ยัยนั่นเพิ่งโทรบอกฉันเมื่อกี้นี้เอง บอกว่าต้องไปช่วยพ่อจัดการวัตถุดิบในร้านอาหาร”

“ฮะ!” อเล็กซิสรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง เพราะเอโลดี้ยืนกรานว่าจะมา แล้วใครจะช่วยพาเธอกลับบ้านถ้าหากอเล็กซิสเมาเล่า นี่มันแกล้งกันหรือเปล่า เอดี้ไม่มาจริงๆเหรอเนี่ย

เวดตบบ่าเธอเบาๆ “เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก อย่าคิดมาก ทุกคนรู้จักเธออยู่แล้วนี่นา ก็เพื่อนกันหมดทั้งนั้น มาๆ ถึงเวลาทำตัวให้สดชื่นได้แล้ว” เขาบอกแล้วดึงเธอเข้าไปในงาน

“อะไรนะ ทำตัวให้สดชื่น นี่นายรู้เหรอ” อเล็กซิสอดแปลกใจไม่ได้ที่เขารู้ว่าเธอกับเดวี่เลิกกันแล้ว เพราะเธอไม่ได้บอกใครเลยยกเว้นคนในครอบครัว

อ้อ...ลืมเอดี้ไปได้ยังไง

“ฉันไม่ได้ชวนสองคนนั้นมาหรอก อย่ากังวลเลย” เขาบอก

“เฮ้ย ไม่เป็นไรเลย อย่าซีเรียสดิ” อเล็กซิสรีบบอกทันที รู้สึกผิด เพราะเดวี่เป็นเพื่อนของเขาคนหนึ่ง

เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง เจ้าเล่ห์ “จริงๆชวนแล้ว แต่สองคนนั้นไม่มาเอง จูนน่ะไม่แปลกหรอก ยัยนี่แทบไม่อยากจะไปบ้านใคร แต่ตอนแรกเดวี่ก็ว่าจะมา แต่พอรู้ว่าทุกคนรู้เรื่องแล้ว เขาก็เลยเปลี่ยนใจ”

เขาอวดรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว ถ้าหากว่าเดวี่ไม่ได้ยิงประตูแห่งชัยชนะจนทำให้ทีมฟุตบอลคว้าถ้วยรางวัลไป เวดอาจจะได้เป็นราชางานพรอมก็ได้ เวด มิลเลอร์คนนี้คือกัปตันทีมฟุตบอลของโรงเรียน แล้วยังเป็นคู่แข่งชิงทุนรัฐบาลกับเธอด้วย เขามีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับเดวี่ ทั้งส่วนสูง ผมสีบลอนด์ หุ่นล่ำๆแบบนักกีฬา บวกกับรอยยิ้มที่น่าหลงใหล แต่เวดไม่ใช่เด็กหนุ่มขี้อายเหมือนเดวี่ ตรงกันข้าม เขาเป็นคนพูดเก่ง พูดเสียงดังฟังชัด ชอบเข้าสังคม ส่วนเดวี่ชอบอยู่เงียบๆมากกว่า เวดมักจัดงานปาร์ตี้ที่บ้านของตัวเองเป็นประจำ

“นายนี่มัน...”

 “เอ้า เข้าไปได้แล้ว เร็วๆ” เขาเร่งเธอ

เมื่อเดินเข้าไปในงาน ทีมฟุตบอลทั้งทีมส่งเสียงเชียร์ดังลั่นที่เธอโผล่หน้ามาในงานปาร์ตี้แม้เพิ่งผ่านเรื่องแย่ๆไปหมาดๆ “เจ๋งมาก อเล็กซ์ มันต้องอย่างงี้สิ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง พวกเราจะสั่งสอนเจ้าเดวี่ให้ แล้วเราจะส่งคืนตัวเขากลับมาให้ถึงมือเธอเลยนะ”

เธอรู้ว่าพวกเขาพยายามจะให้กำลังใจ แต่อเล็กซิสก็อดรู้สึกอายไม่ได้ที่พวกเขาพูดเหมือนกับว่าทั้งสองจะกลับมาคบกันได้อีก

ขณะเดียวกัน เมื่อเธอเจอกับเพื่อนคนอื่นๆ อเล็กซิสพอเข้าใจแล้วว่าทำไมเดวี่ไม่มา เอโลดี้น่าจะประกาศเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนในเมืองรู้กันถ้วนหน้า เพราะเมื่อเธอเจอกับทีมนักบาสของตัวเอง สาวๆพร้อมใจกันพูดด่าเดวี่ว่า “หมอนั่นมันไอ้งั่งชัดๆ อเล็กซ์ เธอจะหาแฟนที่ดีกว่านี้ได้แน่นอน” ยังมีทีมเชียร์ลีดเดอร์ที่ทุกคนเปรียบเสมือนกับลูกน้องของเอโลดี้ ตะโกนด่าจูนให้เธอฟังอย่างออกรส “อย่าสนใจยัยสารเลวนั่นเลย! ถ้าเราเจอยัยนั่น เราจะจัดการให้เธอเอง”

ปกติแล้ว เวลาผู้หญิงอารมณ์เดือดดาลก็มักจะน่ากลัวกว่าเวลาปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อพวกเธอพร้อมใจกันเกลียดคนคนเดียวกัน อารมณ์ที่พลุ่งพล่านก็ไม่ต่างไปจากไฟป่าที่ลุกเหิม

อเล็กซิสรู้ว่าชื่อเสียงของจูนมีทั้งกระแสบวกและกระแสลบ จูนมีลักษณะของผู้หญิงที่ผู้ชายชอบ แต่ผู้หญิงหมั่นไส้ เธอแทบไม่เคยเหยียบย่างเท้าในงานปาร์ตี้ของคนอื่นนอกจากของตัวเอง และจูนยังไม่มีเพื่อนคนอื่นเลยนอกจากอเล็กซิส หรือแม้แต่พวกเด็กผู้ชายที่ชื่นชอบเธอ จูนก็มองเห็นพวกเขาเป็นเพียงแค่ “แฟนคลับ” เท่านั้น พอได้ยินเพื่อนๆพูดไม่ดีกับจูน ความรู้สึกผิดมันติดอยู่ในใจอเล็กซิสอยู่ลึกๆ ถ้อยคำที่จูนกล่าวโทษเธอติดอยู่ในหัว ว่าเธอทิ้งเพื่อนเพื่อไปคบหาแต่กับเอโลดี้ อเล็กซิสรู้ว่าคนอื่นพูดถึงจูนอย่างไร เธอคิดเพียงแค่ว่า ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่เธอต้องยื่นมือเข้าไปขัด เพราะอเล็กซิสคิดว่าตัวเองรู้ดีว่าจูนไม่ใช่แบบนั้นและคนอื่นก็คือเพื่อนของเธอเหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงวางตัวเฉย แต่จูนคงไม่คิดเช่นนั้น แล้วยิ่งอเล็กซิสคบหากับเอโลดี้อีก จูนคงหวังว่าอเล็กซิสจะออกโรงปกป้องตัวเองมากกว่าอยู่นิ่ง อเล็กซิสไม่ได้ตั้งใจจะทอดทิ้งจูน แต่ถึงกระนั้น ความเพิกเฉยของเธอก็ทำร้ายจูนอยู่ดี และมันก็ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองคน

ไม่ว่าฉันจะตั้งใจหรือไม่ เธอก็ไม่สิทธิมานอนกับเขาอยู่ดี อเล็กซิสเถียงกับตัวเองอยู่ในใจ

อเล็กซิสพยายามสลัดความคิดเหล่านั้นให้ออกไปจากหัว มันเป็นเรื่องเก่าแล้ว บางที อาจเป็นเพราะพวกเขาเรียนปีสุดท้ายแล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปยังที่ต่างๆเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง หลายคนต้องไปเรียนที่ไกลๆ เพื่อนเพียงคนเดียวอย่างอเล็กซิสคงไม่จำเป็นสำหรับจูนอีกแล้ว เมื่อเธอสามารถสร้างกลุ่มเพื่อนใหม่ได้เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย

ตั้งแต่ชั่วโมงแรก เพื่อนๆต่างเข้ามาถามถึงเหตุการณ์ที่ว่า บางคนอยากรู้มากจนถึงกับลืมมารยาทขอให้เธอเล่าทุกรายละเอียดเพื่อเอาไปเม้าท์ต่อ บางคนเข้ามาคุยเพราะเห็นใจและอยากให้กำลังใจจริงๆ จนกระทั่ง เวดชวนเธอให้กระโดดลงสระว่ายน้ำ ไม่ต้องเดาเลย เธอตอบว่า “ไม่” แต่เขาก็พยายามลากเธอลงไปให้ได้ ระหว่างยื้อยุดฉุดกระชาก อเล็กซิสเลยเผลอเตะเข้าที่ก้นเจ้าของงาน เขาตกลงไปในสระน้ำเสียงดังตูมใหญ่

ทุกคนหัวเราะเสียงดัง เวดขึ้นจากน้ำ ตาจ้องอเล็กซิสเขม็ง โชคดีที่เพื่อนของเวดดึงความสนใจด้วยการกระโดดลงมาจากหลังคา คนอื่นๆเลยอยากลองกระโดดจากตรงนั้นลงมาบ้าง

“โทษที ก็นายจะลากฉันลงไปนี่นา”

เขาพยักหน้าหงึกๆ แล้วสะบัดน้ำบนหัวใส่เธอ ก่อนจะบอกว่า “ฉันกับเอดี้อยากให้เธอสนุกไปงานนะ พวกเราอยากเห็นอเล็กซ์คนเก่าที่ยิ้มแย้ม หัวเราะ ทำตัวบ้าบอ อะไรแบบนั้น”

ลมหายใจของเวดมีกลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้ง หรืออาจจะกลิ่นสารเสพติดสักอย่างปนมาด้วย เวดอาจจะดูสูงใหญ่แต่เขาไม่ใช่พวกหนุ่มกล้ามโตไร้สมอง พอแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ เขาเลยลืมตัวสารภาพสิ่งที่อยู่ในใจออกมาจนหมด

“คืองี้นะ ฉันรู้ว่าเธอไม่พอใจที่เอดี้แกล้งไม่มา มันเป็นแผนของเอดี้ที่จะช่วยฉันเอง เดฟทำตัวของเขาเองใช่ไหมล่ะ ใช่ พวกเราเป็นเพื่อนกัน แต่เขาจะห้ามฉันไม่ให้ทำในสิ่งที่กำลังจะทำอยู่ไม่ได้หรอก ฉันอยากให้เธอมีความสุขกับคนใหม่ที่ดีกว่า และคนคนนั้นควรเป็นฉัน”

อเล็กซิสรู้ทันเพื่อนตัวเองตั้งแต่ทีแรกที่รู้ว่าเอโลดี้จงใจทิ้งเธอให้มาในงานคนเดียวแล้ว เอโลดี้ต้องการให้เธอกับเวดหันมาคบกัน อเล็กซิสเหมือนได้ยินเสียงความคิดของเพื่อนดังมาแต่ไกลๆ “หนุ่มฮอต แถมยังเป็นกัปตันทีม เดวี่จะได้เรียนรู้ไว้ซะ ว่าเขาสูญเสียสิ่งที่ดีที่สุดไปแล้ว!อเล็กซิสรู้ว่าเวดชอบเธอก่อนที่เธอกับเดวี่จะคบกันเสียอีก เด็กนักเรียนส่วนใหญ่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่สมัยอนุบาล สังคมเมืองซานโบซ่านั้นเล็กจะตาย ถ้าเกิดคุณเผลอเผยความลับให้กับใครสักคน คนอื่นๆก็จะรู้ด้วยเหมือนกัน

เธอไม่เข้าใจจริงๆเหรอเอดี้ ผู้ชายคนใหม่ไม่ได้สามารถเยียวยาอาการอกหักได้ทุกคนหรอกนะ ฉันคิดว่าเธอเข้าใจเรื่องนี้ดีเสียอีก

เวดหน้าแดงและเพราะเขากำลังเมา อเล็กซิสจึงทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่ เพราะพอเดี๋ยวเขาสร่างเมา เขาก็ลืมอยู่ดี เธอจึงตัดสินใจผละออกไปจากตรงนั้นดีกว่า

“อ้าว เธอจะไปไหน ฉันพูดอยู่นะ”

“เข้าห้องน้ำ นายอยู่นี่แหละ ฉันไปคนเดียวได้” เธอตะโกนกลับมา

อเล็กซิสเดินเข้าไปข้างในคฤหาสน์ ปะเข้ากับคู่รักบางคู่ที่กำลังแลกลิ้นกันในทุกๆที่ที่เธอเดินผ่าน แขกบางคนอาศัยจังหวะนี้หลบออกมาจากผู้คนเพื่อหามุมส่วนตัวสำหรับกิจกรรมถึงเนื้อถึงตัว พวกเขาจะสิงอยู่ในห้องครัว ห้องน้ำ ริมระเบียง ใต้บันได หลังตู้เคาท์เตอร์ และที่อื่นๆ อเล็กซิสจำต้องรีบออกมาจากห้องน้ำทันทีเมื่อเปิดเข้าไปพบกับคู่รักอีกคู่ที่กำลังจับจองพื้นที่ไว้สำหรับกิจกรรมแนวนั้น

พ่อแม่ของนายคงขังตัวเองไว้ในห้องนอนแน่ๆ เวด อเล็กซิสคิดเมื่อไม่พบเงาของคุณและคุณนายมิลเลอร์เลย และคงเป็นเพราะว่า คฤหาสน์หลังนี้ใหญ่พอที่จะช่วยให้พวกผู้ใหญ่มีพื้นที่ส่วนตัว หลบหลีกความวุ่นวายต่างๆระหว่างที่ลูกชายกำลังจัดงานรื่นเริงก็เป็นได้

อเล็กซิสจึงเดินออกมาอยู่ในสวนตามลำพัง เสียงเพลงรอบตัวบ้านดังราวกับมีมินิคอนเสิร์ตจัดอยู่ภายใน ทว่าท่ามกลางคู่รักและเสียงอึกทึกครึกโครม อเล็กซิสหาที่ปลีกตัวเพื่อทบทวนตัวเองจนได้ ปกติเด็กสาวไม่ใช่คนเก็บตัว เธอเคยสนุกกับงานปาร์ตี้ เต้นรำ แล้วก็ทำตัวเฮฮาครื้นเครงเหมือนคนอื่นๆ แต่ตอนนั้นเธอยังไม่ได้อกหักยับเยินแบบนี้ ที่สำคัญ เมื่อสองเดือนก่อน ในสวนคฤหาสน์มิลเลอร์ อเล็กซิสกับเดวี่ก็ไม่ต่างจากคู่รักที่เธอพบเห็นเมื่อครู่เลย ทั้งสองเลือกหาที่เงียบๆกันสองคน เพราะไอ้ดวงตาสีฮาเซลของเขาแท้ๆ มันมีอำนาจดึงดูดให้อเล็กซิสมองแต่เขาคนเดียว แล้วจากนั้นริมฝีปากของเขาก็ประทับลงริมฝีปากของเธอ อเล็กซิสรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ สัมผัสที่แสนอ่อนโยน รวมทั้งกลิ่นโคโลญของเดวี่ เธอไม่สามารถหยุดคิดถึงเวลาดังกล่าวได้ และทุกครั้งที่เธอคิดถึงเขา ใบหน้างดงามของจูนจะโผล่ขึ้นมา หัวใจของเธอจะเริ่มบีบตัวอย่างแรง ความเจ็บปวดที่ยังคงเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ภายใน เธอเกลียดที่เธอไม่มีทางลืมมันได้ ทั้งจูบและเรื่องที่พวกเขาทำกับเธอ ทุกช่วงเวลาที่พวกเขาสร้างมันมาด้วยกันยังชัดเจนอยู่ในหัวราวกับเธอกำลังนั่งมองอยู่

อเล็กซิสสงสัยนักว่าเธอทำอะไรผิดมากนักเหรอ เพียงแค่อยากมีความรักแบบที่พ่อแม่ของเธอมีให้กันและกันบ้าง

จากนั้นใครคนหนึ่งชนเธอเข้ายังจัง

“โอ๊ะ ขอโทษนะ” เสียงแหบๆนั้นปลุกเธอให้ตื่นจากความทรงจำเก่าๆ เด็กหนุ่มผมแดงสวมเสื้อยืดเรียบๆกับกางเกงยีนส์เก่าๆพยายามทรงตัว เขาถือแก้วเบียร์อยู่สองแก้ว “มันมืด...คือ”

“ไม่เป็นไรๆ ไม่เจ็บหรอก” เธอบอก ปัดน้ำตาออกจากแก้ม

เขามองหน้าอเล็กซิสที่มีคราบน้ำตา แววตาบ่งบอกว่าเห็นใจ

“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เพราะนายชนหรอก อย่าคิดมาก” เธอบอก กะจะเดินออกจากสถานที่หลบภัยชั่วคราวแห่งนี้ “เธอไม่เป็นอะไรแน่นะ” เขาถามโดยไม่ยอมสบตา มันเป็นบุคลิกของเขาเอง ออสโล่ค่อนข้างขี้อาย

“ไม่เลย ทำไมนายมาคนเดียว คริสติน่าอยู่ไหนล่ะ” เธอถาม ออสโล่เป็นเพื่อนร่วมชั้นในวิชาเลข และเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมชิงทุนเหมือนกัน

“ก็...ฉันมากับคริสติน่านั่นแหละ แต่คนที่เธอแอบชอบมาคุยกับเธอ ฉันก็เลย....” พวกเขายิ้มให้กันอย่างเข้าใจ เขาจึงไม่ต้องอธิบายต่อ ออสโล่เป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสันทัด เขามีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนและใบหน้าตกกระ

“ฉันได้ยินมาว่าเธอสอบติดที่เดลฟี ยินดีด้วยนะ” เขาว่า

เพื่อนคนนี้เป็นคนเดียวที่ไม่สนใจเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเดวี่และจูน ไม่แม้แต่จะเอ่ยถึงมัน

“ขอบใจ แล้วนายล่ะ”

“ติดวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่อีสท์แลนด์”

“เจ๋งนะนั่นนะ” เธอมองไปรอบๆ เพื่อนๆแต่ละคนต่างไล่ตามความฝัน ส่วนเธอหมกมุ่นอยู่กับปัญหาในใจตัวเอง หน้าของเดวี่ปรากฏขึ้นมาในหัวอีกครั้งพอพวกเขาคุยกันเรื่องเรียนต่อ อเล็กซิสจำได้ว่าเดวี่เคยอยากเรียนต่อทางด้านวิทยาศาสตร์หรือไม่ก็ธุรกิจ แต่เพราะถูกชวนให้ไปเล่นเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพกับสโมสรแห่งหนึ่งเสียก่อน เดวี่ดีใจมากและตัดสินใจเลือกสายนี้แทน อเล็กซิสยังจำภาพตัวเองกับจูนคอยเชียร์เขาตรงอัฒจันทร์ได้เป็นอย่างดี หลังจากจบการแข่งขันและโรงเรียนได้ถ้วยรางวัล เธอวิ่งลงสนามไปหาเขา แล้วพวกเขาก็จูบกันเพื่อฉลองให้กับชัยชนะเหมือนกับในหนัง

ยัยบ้า เลิกคิดถึงสองคนนั้นสักทีสิ!

เสียงดนตรีเงียบลงแต่เสียงคนยังคงดังอยู่ คงมีใครสักคนเล่นเกมท้าทายบางอย่างอยู่ข้างนอกแน่ๆ

“พรุ่งนี้ ฉันคิดว่าคงเห็นชื่อเธอแน่ๆ” ออสโล่เดา อเล็กซิสสั่นหัวอย่างถ่อมตัว แม้ลึกๆ ยินดีกับคำพูดนั้นและดีใจที่เขาชวนคุยเรื่องนี้ต่อ หลังจากที่คุยกับเจสซี่เรื่องทุน ความมั่นใจในตัวเธอดิ่งลงไปจนสุด แต่พอฟังออสโล่พูดแบบนี้ ความมั่นใจเลยกลับเพิ่มขึ้นมาอีก “ตอนที่สัมภาษณ์ฉันแย่มากเลย พวกเขาไม่สนใจฉันเลย” ออสโล่เล่า

“เหรอ แต่ก็ไม่แน่หรอกนะ” เธอพยายามไม่พูดเรื่องตัวเองเพื่อให้เขารู้สึกแย่ เพราะตอนสัมภาษณ์ พวกกรรมการดูชอบเธอมาก บางที เธออาจจะยังมีโอกาส บางทีเจสซี่คิดผิด เธออาจจะได้ทุนก็ได้

“เออนี่ ฉันมาคนเดียวเหมือนกัน พวกเราเข้าไปในงานพร้อมกันไหม จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก” เธอชวนเพราะไม่อยากนั่งกับทีม เพราะพวกเธอจะต้องยกเรื่องเดวี่กับจูนมาพูดอีกแน่ๆ อเล็กซิสตัดสินใจเลือกคุยแต่กับออสโล่ดีกว่า เพราะว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเหมือนกับคนอื่น และเขาไม่ทำให้เธออึดอัด อเล็กซิสรู้ว่าเพื่อนทุกคนหวังดีกันทั้งนั้น แต่เธอแค่ไม่อยากได้ยินอะไรเกี่ยวกับสองคนนั้นอีกแล้ว

“ดีสิ เอ้อ เอาเบียร์ไหม” เขายื่นแก้วเบียร์แก้วหนึ่งให้เธอ

“นายดื่มทีละสองแก้วตลอดเลยเหรอ”

“บ้าน่า ของคริสติน่า จนฉันเห็นเธอคุยกับ...”

“อ้อ เข้าใจแล้ว” อเล็กซิสรับไว้

พวกเขาเดินกลับไปยังสระว่ายน้ำ ทุกคนกำลังส่งเสียงเชียร์ ปีเตอร์ เลย์ตัน ที่กำลังเดินบนน้ำอยู่ เวดนั่งอยู่บนเก้าอี้ไลฟ์การ์ดกำลังอัดวิดีโอ เห็นชัดๆว่ามีแผ่นกระจกอยู่ใต้น้ำ

“เหมือนเขากำลังเดินอยู่บนน้ำจริงๆนะ” ใครสักคนว่า

“ใช่ไหมล่ะ พรุ่งนี้ทุกคนต้องฮือฮาแน่” เวดคาดการณ์ เขาดื่มจนหน้าแดงก่ำไปทั้งหน้า

เห็นแผ่นกระจกชัดออกจะตาย พวกนายเมาหนักแล้วนะ

อเล็กซิสกับออสโล่ไม่ค่อยสนใจมายากลงี่เง่าเท่าไร

เธอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีดำ วินาทีนั้น อเล็กซิสตระหนักดีแล้วว่าเธอไม่มีอารมณ์ที่จะร่วมงานปาร์ตี้ต่อไปจริงๆ ในหัวของเธอมีแต่เรื่องเดวี่กับจูน เธอไม่ควรอยู่ในงานนี้ ทั้งที่ตัวเองยังไม่พร้อมจะทำอย่างอื่น มันเป็นเรื่องยากที่จะทำตัวเหมือนปกติ เธอต้องการเวลาในการสงบจิตใจ

“ขอโทษนะออสโล่ แต่ฉันคิดว่าฉันกลับดีกว่า” เธอบอกเพื่อน

“ได้ ให้ฉันไปส่งบ้านนะ” ดวงตาของเขาบ่งบอกว่าเข้าใจเป็นอย่างดี ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครพลาดข่าวเรื่องของเธอจริงๆ

“นายใจดีมากเลยนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันเอาจักรยานมา ขอบคุณนะออสโล่ บายก่อนละกัน ตื่นเต้นจังเลย พรุ่งนี้จะประกาศผลแล้วนี่นา ภาวนาให้พวกเราได้นะ”

 “อเล็กซ์ เธอดูไม่ตื่นเต้นเลย ฉันกำลังจะไปเหมือนกัน ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวกลับเป็นเพื่อน คริสติน่าไม่ต้องการฉันแล้วล่ะ” เขาพยักพเยิดไปทางเพื่อนสาว อเล็กซิสจึงเห็นว่าเธอกำลังหัวเราะร่วนอยู่กับคนที่แอบปิ๊ง เพียงแวบหนึ่งที่เธอจับสีหน้าของออสโล่ได้ทัน เขาค่อนข้างเจ็บปวดที่เห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกัน ดวงตาสีน้ำตาลของเขาบ่งบอกว่าตัวเองคิดกับคริสติน่าเกินกว่าเพื่อน

ปัญหาเดียวกัน ปัญหาความรัก

ทั้งสองกำลังจะเดินออกจากงาน ทันใดนั้น  เสียงไซเรนดังราวกับฟ้าผ่าทำลายความสนุกในงานปาร์ตี้ทันที ทุกคนหยุดทำกิจกรรมทุกอย่าง เวดเรียกคนรับใช้ทุกคนให้เอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติดออกไป ออสโล่กับอเล็กซิสรีบวิ่งไปที่ประตูแต่สายเกินการณ์ พวกตำรวจล้อมคฤหาสน์ของเวดไว้หมดแล้ว ปฏิบัติการรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ

 “แย่แน่ๆ แม่เอาฉันตายแน่” ออสโล่รำพัน อเล็กซิสได้ยินเสียงเวดด่าใครก็ไม่รู้ที่บังอาจแจ้งตำรวจ

“ชะตากรรมพวกเราไม่ต่างกัน ให้ตายเถอะ ฉันต้องฟังพ่อกับพี่ชายบ่นทั้งวันแน่”

อเล็กซิสคิดว่าเธอกลับบ้านดึกแน่ๆ และพ่อกับเจสซี่คงต้องมารับเธอที่สถานีตำรวจ เพราะพวกเขาต้องตรวจหาสารเสพติดก่อน เด็กสาวหามือถือของพ่อ แต่พบว่าตัวเองดันลืมเอามา

เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศผ่านโทรโข่งเสียงดังว่า “ขณะนี้พวกเธออยู่ภายใต้การจับกุม พวกเราจะพาพวกเธอไปที่สถานีตำรวจ อย่าขัดขืน”

อเล็กซิสเห็นเวดรีบรุดเข้าไปหาพวกเขา แม้หน้าจะยังแดง แต่สติยังคงดีอยู่ “ขอโทษนะครับ ให้ผมอธิบายหน่อยเถอะ พวกเราอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ตลอด เดี๋ยวคุยกับพ่อผมนะครับ”

เป็นครั้งแรกที่เธอมีโอกาสเห็นพ่อของเวดตัวเป็นๆ พ่อของเวดเหมือนกับลูกชายราวกับแกะ แค่เป็นเวดที่ดูมีอายุมากขึ้น ผมสีบลอนด์ ตัวสูง และหล่อเหลา เขาวิ่งตรงไปยังนายตำรวจทั้งที่อยู่ในชุดนอน พยายามจะเจรจาแทนลูกชาย

“ไม่มีข้อโต้แย้งครับผม เด็กทุกคนต้องไปกับพวกเรา งานเลี้ยงเลิกราแล้ว เรามีหมายจับพิเศษ” เจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินกรมท่าทำหน้าตาย ประกาศว่าพวกเขามีสิทธิคุมตัววัยรุ่นทั้งหมดในที่นี้ “หมายจับภายใต้อำนาจกฎหมายพ.ร.บ. 2966 ครับ”

“อะไรนะ” นายมิลเลอร์อึ้งจนพูดไม่ออก

ทุกคนยกมือขึ้นปิดปาก ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกกฎหมายชิ้นนี้เล่นงานเข้า

“หูฉันมีปัญหาหรือเปล่า ฉันได้ยินว่าพวกเขาพูดถึงพ.ร.บ. 2966” ออสโล่ถามย้ำ

อเล็กซิสพยักหน้า “หูของนายปกติดี”

แม้จะเป็นวันหนึ่งในฤดูร้อน แต่ลมในยามค่ำคืนนั้นเย็น อเล็กซิสถอนหายใจ นี่มันไม่เกี่ยวกับการตรวจหาสารเสพติดซะแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #182 rename-re (@rissara-me) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 18:22
    เฮ้ย... เดี๋ยวได้ไงงง

    สงสารอเล็กซ์

    ดูรักเดวี่มาก

    ขนาดนี้แล้วยัง...ฮือ...

    เดวี่...ฮึยย

    อ่ะช่ะอ่ะ

    ใครจะโดนจับ....
    #182
    1
    • #182-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 7)
      15 ธันวาคม 2561 / 10:33
      เนอะ ๆ สงสารน้อง
      #182-1
  2. #147 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 22:52
    เริ่มเข้มข้นแล้ววว ตื่นเต้น ยัยเอโลดี้ ! ชวนเขาแต่ไม่มา แผนที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลย คู่แข่งชิงทุนผุดกันมาในปาร์ตี้เยอะมาก
    #147
    2
    • #147-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 7)
      5 ธันวาคม 2561 / 22:59
      เรื่องนี้ตัวละครเยอะหน่อยนะคะ กราบขออภัยล่วงหน้า (ย่อตัวแนบพื้น)
      #147-1
    • #147-2 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 7)
      5 ธันวาคม 2561 / 23:08
      ตลคเยอะๆสนุกดีค่ะะ
      #147-2
  3. #70 M@ybe28 (@heroesofolympus) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:53
    คืออเล็กซ์นางได้กับเดวี่คืนงานพรอมเหรอ
    #70
    1
  4. #11 ❇CRIMSON❇ (@lightnaree) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 13:34
    งานเข้าแล้วววอเล็กซ์เอ้ย...
    #11
    1
    • #11-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 7)
      26 ตุลาคม 2560 / 16:43
      มาเป็นกำลังใจให้นางกันเน้อ
      #11-1
  5. วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 14:56
    อ้าว ซวยแท้อเล็กซ์เอ๊ย 
    #9
    3
    • 24 ตุลาคม 2560 / 22:01
      ก็ได้ ถ้าไรต์จะเป็นกำลังใจให้อเล็กซาของเราบ้าง
      ไม่อย่างงั้นก็นะ ตามนั้น 555555
      #9-2
    • #9-3 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 7)
      26 ตุลาคม 2560 / 16:42
      มีต่อรอง!!!
      #9-3