ตอนที่ 62 : อมนุษย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    18 พ.ย. 61

ถ้าในนั้นคือเบ็กกี้?

 

มือลั่นก่อนสติตรองให้ดีว่าในนั้นยังมีตัวตนของเพื่อนตัวเองหลงเหลืออยู่หรือไม่ แต่มันสายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้ เธอลั่นไกไปแล้ว สิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจเรียกได้ว่ามนุษย์นอนกองกับพื้น เลือดไหลซึมออกจากปากแผลช้า ๆ ความเงียบปกคลุมราวกับไอหมอกที่แม้แต่เธอยังสัมผัสได้

ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ยกเว้นเพียงเสียงของเบนที่ดังขึ้นเหมือนเทปเล่นเองโดยอัตโนมัติ “...ทำไมไม่ให้โอกาสพวกเขาบ้าง” แม้มือทั้งสองข้างสั่นแต่ก้อนเนื้อในอกเต้นไปตามจังหวะปกติ คงเหมือนกับสองความคิดในหัวที่ตั้งคำถามว่าตัวเองทำถูกหรือไม่ หรือไม่ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ทำลงไปแล้ว ทำไมเราไม่ให้โอกาสเบ็กกี้? อเล็กซิสสับสนว่าสุดท้ายแล้ว เธอต่างอะไรจากพวกทหาร ต่างอะไรจากแสตนเนอร์และแกลิสที่ตัดสินชีวิตมนุษย์คนหนึ่งเพียงเพราะคิดว่าพวกเขาไม่ใช่คน หากเบ็กกี้ต้องการโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ โอกาสที่จะกลับไปเป็นคนปกติ เธอทำลายความต้องการนั้น

 

ภายใต้รูปร่างอัปลักษณ์นั้น เบ็กกี้ยังอยู่หรือเปล่า

 

อเล็กซิสคิดแต่เพียงว่า ถ้าเป็นตัวเองก็ขอตายเสียดีกว่าอยู่ในร่างสัตว์ประหลาดน่าขยะแขยง แต่นั่นคือความคิดของเธอเพียงคนเดียว

 

ชุดกระโปรงสีขาวคลุมร่างเล็กกะทัดรัด แม้มันไม่ใช่ชุดเดียวกับที่เด็กสาวผมแดงสวมวันที่เดินเข้ามาในหอพร้อมกับเรมี ท่าทางเขินอายปนหวาดกลัว แต่ชุดนี้ก็ทำให้เธอหวนคิดถึงตอนนั้น เบ็กกี้ที่เพิ่งออกจากสถานบำบัดทางจิตกลับยังต้องสวมชุดคนไข้แม้ในเวลาสุดท้าย เธอหนีไม่พ้นสถานะนี้สักที สาวน้อยวัยสิบห้าจากแคสติโมเนียผู้ถูกสังคมผลักไสเพียงเพราะฝันประหลาด ไม่เคยพบกับชีวิตปกติสุขเฉกเช่นคนปกติ และความฝันมันนำเธอมาสู่การทดลองอุบาทว์ครั้งนี้ได้เลยหรือ

อเล็กซิสเม้มปากแน่น ถ้าหากวันนั้นเกรกอรี่รู้ว่าเธอคือคนที่แม้ไม่มีความสามารถพิเศษดีเด่อะไรเลย แต่อยู่ในสถานะกลุ่มเสี่ยง วันนั้นเธอคงขึ้นรถไปเบ็กกี้และอาจเป็นเธอที่อยู่บนเตียงนี้

 “...ในเมื่อควินน์ยังปรับตัวรับสิ่งที่ฉันพัฒนาได้ เด็กคนนี้อาจปรับตัวได้ดียิ่งกว่า เธอก็รู้ว่าทำไม” นั่นสิ เธอฉุกใจกับประโยคนี้ของกลี แต่อเล็กซิสยังคงคิดไม่ออกว่าเธอมีพลังพิเศษอะไร ถ้าหากหมายถึงความจำเป็นภาพอันแม่นยำละก็ หากเบนรู้ เขาคงขำจนฟันร่วง

พื้นสีดำเงาวับยังคงสะท้อนภาพที่เธอไม่อยากมอง แม้แต่สีหน้าของตัวเองก็น่าชัง น่าแปลกที่ว่าเงายังสะท้อนความคิดในหัวเธอด้วย ทั้งเบน ออสโล่ โนเอล และคราวนี้ เบ็กกี้ ทั้งหมดปรากกฎอยู่ในเงาสะท้อนนั้น

 

ฉันทำอะไรลงไป

 

กลีหัวเราะพึงพอใจ สายตาจับจ้องร่างที่นอนแน่นิ่ง ช่างน่าแปลกนัก แววตาสีเขียวอ่อนของเขาคล้ายกับแกลิสแต่ต่างกันตรงที่มันไม่มีแววสลดเลยแม้แต่น้อย มันมีแต่ความทะเยอทะยาน ฝาแฝดสองคนนี้ต่างกันคนละขั้ว ไม่ใช่แค่เพศ

“พระเจ้า” โอลิแวนอุทานออกมา

 

มันยังไม่ตาย

 

ถ้าหากอเล็กซิสคิดว่าตัวเองมีโอกาสครั้งที่สอง เธอคิดผิด บาดแผลบนหน้าผากไม่เพียงแต่สมานตัวอย่างรวดเร็ว แต่เนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่กลับงอกเงยออกมาเป็นศีรษะเล็กอีกหัวหนึ่งคล้ายกับทารกที่เพิ่งคลอดออกจากท้องแม่แต่ไม่อาจออกมาได้ทั้งหมด ติดคาอยู่ตรงลำคอ เพียซถึงกับกลั้นอาเจียนไว้แทบไม่อยู่ หัวนั้นสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะแหกปากร้องจ้าเฉกเช่นเด็กแรกเกิดที่ปราศจากความน่าเอ็นดู ไวรัสปกติอาจเป็นได้ทั้งคุณและโทษ สร้างโรคภัยหรือแม้แต่มะเร็งร้าย แต่สิ่งที่กลีพัฒนามันเกินกว่าคำว่าคุณหรือโทษ มันคือความสยดสยองเมื่อมนุษย์พยายามทำตัวเป็นพระเจ้า ไวรัสกระตุ้นให้เซลล์สร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาทันทีที่เซลล์ถูกทำลาย...

“ใช่ ๆ มันทำเกินหน้าที่ แต่เรายังหาวิธีให้มันทำงานสมบูรณ์ได้”

สิ้นประโยคนั้น คนทั้งสี่พร้อมใจรัวไกปืนอย่างเมามัน ครั้งนี้เธอไม่ลังเลที่จะยิงปีศาจในร่างคนจนตัวพรุน ชายผู้ริฝืนกฎแห่งธรรมชาติตายในสภาพมือข้างขวาแขวนติดกำแพง มือข้างซ้ายตกลง หมดสภาพผู้มีอำนาจอันทรงภูมิ ทว่าลึก ๆ แล้ว สำหรับคนอย่างกลี ความตายนั้นช่างปรานีเหลือเกิน หากเธอสามารถถ่ายทอดอะวีซีในตัวให้เขาได้คงทำไปแล้ว ปล่อยให้คนพรรค์นี้ทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดราวตกนรกดีกว่าเจ็บจากบาดแผลเพียงชั่วประเดี๋ยว

ฝ่ายพี่สาวยืนนิ่งราวกับถูกสาป หากมองผ่านหน้ากากกระจกจะยังเห็นน้ำตาบนใบหน้า แกลิสไม่ห้ามปรามและไม่ตำหนิที่พวกเขาสังหารน้องชายเธอ หญิงสาวเพียงส่ายหน้า ไม่แม้แต่ชำเลืองมองศพฝาแฝด  

ปัญหาคือ สิ่งมีชีวิตที่กำลังลุกขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาจะจัดการกับมันอย่างไร

บลูยกปืนขึ้นแล้วยิงใส่หัวที่งอกออกมา เจ้าสิ่งมีชีวิตตนนั้นล้มลงอีกครั้ง จากนั้นอวัยวะงอกออกมาใหม่ตามบาดแผลที่เกิดขึ้น เขายิง ยิง ยิง ทั้งดวงตา มือ แล้วแต่สุ่มเกิดออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า กี่ครั้งแล้วที่กลีกรีดมีดลงบนตัวเด็กหญิง ลองนับดูจากอวัยวะที่เพิ่มขึ้นก่อนหน้าอเล็กซิสและบลูยิงแล้ว เธอได้แต่ภาวนาให้เบ็กกี้ไม่รับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นบนร่างกายตัวเอง

“หยุดยิงได้แล้วโว้ย” เพียซตวาด

“อย่างน้อยมันไม่ได้ทำร้ายใคร” บลูเหลือบตามองลง ใบหน้าเย็นชาปราศจากความขยะแขยงหรือหวาดกลัว “แล้วเราจะจัดการอย่างไร” สายตาตวัดมองทหารหญิง

เด็กสาวได้แต่คิดในใจว่าวิธีไหนก็ได้ที่ทรมานน้อยที่สุด

แกลิสกระแอมหลังจากเงียบมาพักใหญ่ “ทุกห้องทดลองจะมีระบบทำลายตัวเองเพื่อความปลอดภัย” ดูเหมือนเธอจะตัดสินใจได้แล้ว หญิงสาวยืดตัวตรงแล้วหยิบปืนไรเฟิลออกมา “เพื่อไม่ให้ของอันตรายที่เกิดจากความผิดพลาดหลุดรอดออกไป” สายตานั้นแน่วแน่ “ฉันจะเปิดระบบนั้น พวกเธอรีบออกไปเถอะ”

“เราช่วยเธอไม่ได้ใช่ไหม” อเล็กซิสถาม แน่นอน เธอ ที่ว่าหมายถึงเบ็กกี้ สีหน้าแกลิสแปลกพิกล อาจเป็นเพราะเด็กสาวเพิ่งยิงเพื่อนตัวเองไปหมาด ๆ คราวนี้เกิดอยากหาวิธีรักษาเสียอย่างนั้น

“อยากให้เขาอยู่หรือ?” พยักพเยิดศีรษะไปทางตัวประหลาด “แบบนั้น?”

อเล็กซิสไม่ตอบ

เจ้าหน้าที่สาวถอนหายใจ “ธรรมชาติของไวรัสคือแพร่กระจาย มันกระจายไปทั่วเซลล์ในตัวเด็กคนนี้” อเล็กซิสพยายามไม่มองร่างเบ็กกี้ เพราะมันยังสร้างอวัยวะขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อย ๆ จนกว่าจะปิดบาดแผลทุกส่วน

“เราจะทำเหมือนกับที่คุณทำกับผู้ติดเชื้อในกรงใช่ไหม”

หญิงสาวพยักหน้า

ทว่าดวงตาคู่สนทนาเบิ่งกว้าง แกลิสผลักเธอออกไปแล้วเบี่ยงตัวหลบ มันวิ่งพุ่งเข้าพร้อมกับมือนับสิบ อเล็กซิสตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่เท้าแขนมอง

“มันรู้ว่าเราจะทำลายมัน” แกลิสตะโกน

เธอสบตากับบลูแล้วหันกลับมามองสัตว์ประหลาดตรงหน้า ด้วยรูปร่างอันเทอะทะแทบทำร้ายใครไม่ได้ เจ้าสัตว์ทดลองจึงได้แต่วิ่งวนเหมือนหาทางหนีมากกว่าจู่โจม “แต่...มันคือเบ็กกี้ หรือว่าเธอยังรู้ตัว?”

“โว้ย” เพียซร้อง ดูท่าจะรำคาญเต็มแก่ “จะหมาจะแมวก็เถอะ สัตว์ทุกตัวกลัวตายกันทั้งนั้นแหละ”

“หมอนั่นพูดถูก มันแค่กลัวตาย ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำขนาดไหนก็กลัวตาย” ไม่พูดเปล่า หญิงสาวยกปืนขึ้นแล้วระดมยิงใส่มัน “ชิ” เธอสบถเหมือนนึกขึ้นได้ว่าผิดโหมด เซลล์บนตัวเบ็กกี้ทำงานใหม่อีกครั้ง “เราต้องใช้ไฟ”

เจ้าสัตว์ทดลองถอยร่นไปชนกับศพของกลี เลือดของมันหยดลงบนร่างผู้สร้าง ทั้งหมดชักอาวุธออกมาจับให้มั่น รอยแผลนับสิบสมานและงอกเงยออกมาเป็นอวัยวะเพิ่มขึ้น ยิ่งน่าขนหัวลุกกว่าเดิม โดยเฉพาะเวลาลูกตาสีเขียวนับสิบคู่กลอกไปมาพร้อมกัน

ปากทั้งสิบกรีดร้องไม่เป็นเสียงมนุษย์ เปลวเพลิงพวยพุ่งจากกระบอกปืนแผดเผาร่าง มันร้องเสียงแหลมแสบแก้วหู แกไม่ใช่เบ็กกี้อีกแล้ว อเล็กซิสเหนี่ยวไกแรงขึ้นแม้ไฟที่ออกมายังเท่าเดิม เธอพยายามสะกดความคิดตัวเองให้แน่วแน่ วินาทีที่ตัวเองตัดสินใจฆ่าเพราะมันคือสัตว์ประหลาดนั่นคือที่สุด อย่าลังเล กลีพัฒนาไวรัสจนเบ็กกี้ไม่ใช่ตัวของตัวเองอีกต่อไปและไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิม ความร้อนทำลายวงจรการทำงานของเซลล์ชะงักแต่ยังไม่อาจเผาร่างได้ทั้งหมดเพราะมันรู้จักหลบและหลีก ต่อให้ไม่มีสติสัมปชัญญะ แต่สิ่งมีชีวิตแต่ละหน่วยล้วนมีดีเอ็นเอของการเอาชีวิตรอด มันโถมตัวมาหาทางบลูกับอเล็กซิส ทั้งสองกระโดดหนีคนละทาง

“เฮ้ย มันจะออกไป”

แกลิสวิ่งเร็วราวกับจรวด เธอกระโดดสกัดแล้วถีบมันกลับเข้ามาพร้อมกับ คู่เพียซและโอลิแวนดาหน้าเข้ามาพร้อมกับไฟ ร่างประหลาดดิ้นเร่า ๆ ทรมาน

“ห่า”   

เธอหันไปตามเสียงบลู ลำตัวกลีกระตุก คางเงยขึ้นหมายจะงับชายหนุ่ม เขากลายเป็นผู้ติดเชื้อตั้งแต่เมื่อไหร่? สมองของเธอฉายภาพตอนที่บลูยิงเบ็กกี้ “เลือด!” เธอตะโกน “เลือดของมันทำให้ศพติดเชื้อ” แต่เพราะแรงปักมีดทะลุฝ่ามือฝังในกำแพงของแกลิสยึดร่างไว้อยู่ มันจึงได้แต่เอื้อมมืออีกข้างคว้าเพียงอากาศ

“มันไม่ใช่กลี” น้ำหูน้ำตาและเยื่อเมือกเหลวไหลออกมาเหมือนกับผู้ติดเชื้อที่เธอเคยเจอ อเล็กซิสยิงแสกกลาง ร่างของเขากระตุกแล้วทรุดตัวลงกลับไปเป็นศพที่ควรจะเป็น นั่นคือ ไม่ไหวติง

แต่ทุกอย่างไม่ง่ายเสมอไป

ความตั้งใจของชายผู้นี้ประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง ไวรัสที่พัฒนาบนตัวกลุ่มเสี่ยงทำให้เซลล์ทำงานเกินพิกัด แต่เมื่อคนธรรมดาได้รับไวรัสนั้น เซลล์จะทำหน้าที่สมานส่วนที่ถูกทำลายโดยปราศจากเนื้อเยื่อส่วนเกิน ทว่า...พวกเขายังคงเสียสติเหมือนกับผู้ติดเชื้อโดยทั่วไป ดังนั้น มันจึงกลายเป็นปีศาจที่ฆ่ายากกว่าเดิม “เรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย” บลูยิงไฟใส่ตัวสัตว์ประหลาดที่กำเนิดเพิ่มขึ้นอีกตัว การทำลายสมองไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดแล้ว สุดท้ายมันกระชากมือออกจากมีดดังกล่าวได้สำเร็จ อเล็กซิสช่วยบลูยิงไฟใส่มันจนเสียงกรีดร้องผสานกับตัวเบ็กกี้ มันล้มลงจนไฟลามติดโต๊ะ อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ลุกไหม้ เปลวไฟพวยพุ่งลามไปยังส่วนอื่นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพวกกองเอกสารที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี บลูดึงมือเธอให้ถอยออกมา

“แกลิส พวกเราเข้าไปไม่ได้ ข้างในเกิดอะไรขึ้น”

เสียงแสตนเนอร์ดังขึ้น

อเล็กซิสมองไปทางคัทเอาต์ที่ทหารสาวยกลง แต่เพราะเมื่อครู่เธอกับบลูทำลายกลี ทำให้บริเวณนั้นเกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรง คราวนี้สัญญาณเตือนไฟดังลั่น “อเล็กซิส” เธอพูดชื่อตัวเองเพื่อให้เปิดระบบไมค์ “พวกเราถูกขังอยู่ข้างใน”

“เราจะพังเข้าไป”

เธอเงยหน้าขึ้น ไฟลามขึ้นบนเพดาน ปีศาจกลีกรีดร้องจนเงียบไป โดนเผาทั้งตัว “ไป ออกจากตรงนี้” เธอบอกบลู ยังเหลืออีกตัวที่ต้องกำจัด อนิจจัง ระบบรักษาความปลอดภัยทำงานไม่ถูกเวลา เซนเซอร์ตรวจจับควันเปิดระบบดับไฟขึ้น น้ำโฟมสีขาวราดลงบนตัวสัตว์ประหลาดทั้งสอง พร้อมกับหัวสปริงเกิลโผล่ออกมาจากเพดานแล้วฉีดน้ำไปทั่ว โชคดีที่กลีโดนเผาจนดำเมี่ยม แต่ร่างเบ็กกี้ยังเหลือส่วนให้เติบโตต่อ

“ออกไปจากห้องนี้” แกลิสตะโกน ของเหลวจากเพดานไหลท่วม ทหารหญิงกระโดดขึ้นบนเตียง สะบัดด้ามเหล็กสีเงินออกมาเป็นดาบยาวแล้วกระโจนไปยังร่างสัตว์ที่ยังมีชีวิต ราวกับบินได้ เพียงฉับเดียว เธอฟันมันออกเป็นสองส่วน หมดโอกาสวิ่งหนีได้อีกต่อไป “ออกไป!” หญิงสาวย้ำ

“ไทรอน กลุ่มเอ ประตูหลายแห่งปิด หุ่นยนต์ออกมาเต็มไปหมด”

“ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น!

“เขาตั้งเวลา” แกลิสเฉลย “พอตัวเองหนีก็จะปิดที่นี่แล้วสังหารทุกคน”

“ตายและยังไม่สิ้นระยำ” ครั้งนี้กลับเป็นโอลิแวนที่ด่า

“แม่งเอ๊ย มันยังไม่ยอมตายสักที”  

พวกเขามองสองซากที่ถูกฟันออกจากกัน เซลล์บนตัวยังคงทำงานอยู่เรื่อย ๆ เนื้อของมันกระเพื่อมช้า ๆ แกลิสหันหน้ามา “มันใช้เวลาสักพักและใช่ว่าจะออกมาเป็นตัว ออกไปซะ” เธอบอกอีกสี่คน “ฉันจะจัดการมันเอง”

“แล้วคุณล่ะ” เด็กสาวถาม

“ฉันบอกแล้วไง ว่าจะจัดการเอง” พูดจบเธอยิงสปริงเกิ้ลบนเพดานทีละจุด เพียซกับโอลิแวนยังคงยิงไฟออกมาใส่มัน แต่ครั้งนี้มันได้ผลช้าเมื่อเม็ดโฟมกระจายและน้ำกระจายเต็มพื้น ร่างของมันคลุกเคล้ากับของเหลวดังกล่าว “ไม่ได้ยินที่ฉันสั่งเหรอไง” เสียงของทหารหญิงเข้มขึ้น

ขณะเดียวกันร่างประหลาดของกลีกลับกระตุกในสภาพเกรียม มันพยายามลอดออกมาจากชั้นวางที่ล้มคว่ำทับมันท่ามกลางเปลวไฟ “ตายยากฉิบหาย ต้องให้เป็นธุลีเลยใช่ไหม”

แกลิสมองสิ่งมีชีวิตทั้งหมดเหมือนประเมินไว้ในใจแล้ว “จะยืนทำเซ่ออะไร”

“ไป” บลูผลักเธอไปทางเพียซ “พวกนายออกไปก่อน”

“แล้วนายล่ะ” ทั้งหมดร้อง

“ฉันจะช่วยแม่นี่ก่อนแล้วจะตามไป”

“ไอ้บลู”

“เออน่า ฉันไม่โง่อยู่หรอก”

อเล็กซิสสับสนว่าตนควรทำอย่างไร แต่เพียซดันตัวเธอออกไปแล้ว หางตาเห็นบลูช่วยแกลิสเผาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระบบรักษาความปลอดภัยกลายเป็นภัยเสียเอง “ก้าวเร็ว ๆ สิ” หนุ่มผมบลอนด์เร่ง สุดท้ายทั้งสามคนออกมายืนนอกห้องแล็บ “บลู!” เพียซเร่ง ก่อนจะส่ายหน้าแล้วผลักเธอให้เดินนำกลับไปตามทางเดินสลัว

“นั่น ๆ” โอลิแวนชี้ไปข้างหน้า ประกายไฟแล่นเป็นรอยเลเซอร์ตัดขึ้นร่างเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยมพอให้คนออกไป แสตนเนอร์คงอยู่อีกฝั่ง พยายามเปิดช่อง

อีกเรื่องที่เธอกังวลคือกลุ่มเอ ตั้งแต่ไทรอนรายงานก็ไม่มีความคืบหน้าเข้ามาอีก

“อย่าไปไกล” เพียซดึงแขนแฟนหนุ่ม ทั้งสามเว้นระยะห่าง ปล่อยให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่ของมัน โอลิแวนเองพะวงหน้าพะวงหลัง หันหน้าหันหลังรอว่าบลูจะออกมาเมื่อไร ไม่ถึงนาทีต่อมา เขาวิ่งออกมาสมทบ

“แม่นั่นล่ะ” หนุ่มแว่นถาม เหงื่อไหลเต็มหน้าแม้มองผ่านหน้ากากกระจก “หล่อนคนเดียวหยุดมันได้แน่เหรอ”

คนผมเข้มยักไหล่ “ไม่ได้ก็ต้องได้ เพราะยัยนั่นขังตัวเองในห้องนั้นแล้ว แถมยังเปิดระบบทำลายเสร็จสรรพ ระบบดับเพลิงเลยหยุดทำงานแล้วก็...” ทั้งหมดรู้กัน แกลิสสละตัวเองหรือเธออาจจงใจทำอย่างนั้นแต่แรกแล้วก็ได้

แต่เพียซยังไม่แน่ใจ “มันจะตายสนิทใช่ไหม ไม่ออกมาเพ่นพ่านนะ”

“กระจกทึบลงตอนฉันออกมา” หนุ่มตาสีเทาตอบ “มันคงเหลือแต่ซากจริง ๆ แล้วล่ะ”

“ถ้าพ้นราซา ฉันสาบานว่าจะไม่เป็นห่วงนายอีก” เพียซยกขาเตะเบา ๆ “ต่อไปนี้ฉันคงนอนไม่หลับ”

บลูหัวเราะเสียงแห้ง สายตาโอลิแวนชำเลืองไปทางประตูด้วยสีหน้ากังวล อเล็กซิสมองพวกเขาทั้งสามคุยกันเพราะในหัวตัวเองว่างเปล่า

จนรอยตัดมาบรรจบ กำแพงล้มคว่ำลง ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว ไม่ทันที่ขาพ้นออกจากทางเดิน เสียงกรีดร้องของทั้งคนและสัตว์ดังโหยหวนไปทั่ว และมันเป็นเสียงผู้หญิงทั้งคู่

“แกลิส?” แสตนเนอร์โผล่หน้ามาคนแรก

“อย่าเข้าไป เชื่อฉัน” บลูผลักเจ้าหน้าที่หนุ่มให้พ้นทางแล้วกางแขนกันไม่ให้ใครเข้าไป “เธอขังตัวเองไว้ข้างใน เปิดระบบทำลายแล้ว”

“ว่าไงนะ”

อเล็กซิสส่ายหน้าและเมื่อเห็นดวงตาสีเทาสว่างข้างหลังแสตนเนอร์จ้องเอาเรื่อง...ก็ทำหน้าเหยเก “ฉันขอโทษนะเทส”

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพื่อนสาวหัวเสียขนาดไหน เทสซ่ามักชอบให้เพื่อนอยู่ด้วยกัน แถมยังเคยเสนอให้ทุกคนย้ายมาอยู่เขตเดียวกันอีกด้วย ตั้งแต่อเล็กซิสถูกเกรกอรี่และยูฟุนลักพาตัวไป เธอมักเป็นฝ่ายแยกออกจากกลุ่มเสมอ ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น เธอไม่ต้องการให้เพื่อนคนอื่นมีส่วนร่วมกับมัน แม้แต่เรื่องที่แอบตามแกลิสออกมา มิเช่นนั้น หากเกิดอะไรขึ้น เธอคงรู้สึกผิดไปจนวันตาย อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้จากบลูว่าตนคิดถูก แม้รอดออกมาได้ บลูเองดูเหมือนจะไม่สบายใจเท่าไรที่ลากโอลิแวนกับเพียซมาเจอเรื่องสยองเมื่อครู่

“ในนั้น?” เรมียื่นหน้ามา แววตาโศกพิกล “เธอโอเคไหม ไหวไหม”

อเล็กซิสไม่ตอบ แต่โผกอดทั้งสองคนแน่น เทสซ่าตบไหล่เธอเบา ๆ ถึงอย่างไร หญิงสาวไม่ใช่คนโกรธใครนาน “ฉันเจอเบ็กกี้” พูดแล้วผละออกมา ดวงตาสีเทาสว่างส่องประกาย ความขุ่นเคืองเมื่อครู่หายวับไปจากใบหน้าคมขำของเทสซ่า “เบ็กกี้?”

เด็กสาวพยักหน้าก่อนส่ายหน้าช้า ๆ “ใช่” แต่เรมีกลับก้มหน้าลง

“เสียใจด้วยนะ” อาคุสะที่ยืนอยู่ข้างหลังเคียงข้างฟีบี้กล่าว เธอพยักหน้าขอบคุณ

เทสซ่าถอนหายใจ “ฉันรู้ว่าถ้าเจอก็ต้องลงเอยแบบนี้” หญิงสาวส่ายหัว “ตอนที่เธอหายไป (หันไปทางทหาร) ฆ่าเด็กพวกนั้นหมดแล้ว”

ไม่ผิดจากที่เธอคาด

“แล้ว...เบ็กกี้ติดเชื้อเหรอ?” อาคุสะซัก

เธอพยักหน้า ปล่อยให้พวกเขาเข้าใจแค่นั้น “ได้ข่าวกลุ่มเอไหม ฉันได้ยินเสียงไทรอนบอกว่าประตูปิด แล้วไหนจะหุ่นยนต์อีก”

พวกเขาส่ายหน้า “พวกเราก็เป็นห่วงอยู่ ฉันอยากออกไปจากที่นี่” สาวผิวเข้มกอดตัวเอง อเล็กซิสจับแขนเธอไว้แน่นเป็นเชิงปลอบโยน “มันจบแล้วใช่ไหม?”

“ยัง” แสตนเนอร์แหวขึ้นมา แต่สายตานั้นมองไปทางอื่น เขากำลังติดต่อกับใครอยู่ก่อนจะหันมาบอกทุกคน “เราจะต้องพาพวกเขาออกมา กลุ่มเอดันแยกเป็นสองกลุ่มนี่สิ”

“โอเค รีบ ๆ พาออกมาเถอะ” เทสซ่ากำมือและคลายอยู่อย่างนั้น “ฉันห่วงน้อง”

“แต่ฝ่ายนั้นก็มีหุ่นยนต์ไม่ใช่หรือ?” ใครคนหนึ่งแย้งขึ้นมา หลายคนคงคิดเหมือนเทสซ่าและไม่มีกะใจจะอยู่ในนี้ต่อไป “ทำไม่ให้พังประตูออกมา”

แสตนเนอร์กลอกตา “พวกนั้นโดนเล่นงานหนัก พวกหุ่นยนต์ก็เอามาใช้กำจัดหุ่นด้วยกัน เราต้องรีบไป แยกเป็นสองกลุ่ม เอ๋ เบลอน?”

ทีมเบลอนวิ่งตามมาสมทบ นี่คือกลุ่มบีทั้งหมด “เราต้องอพยพออกจากตึกนี้เดี๋ยวนี้”

“แล้วกลุ่มเอล่ะ” ที่เหลือร้อง

“เราจะส่งหุ่นยนต์ไปทำลายประตูให้พวกเขาออกมา แต่พวกเราต้องออกไป ทีมฉันเจอระเบิด”

แสตนเนอร์เคาะหมวกตัวเอง “หยุดมันสิ”

“ฉันติดต่อฝ่ายโดรนสแกนตึกทั้งหลังแล้ว ข้อมูลที่พวกเราได้มันผิดโว้ย แปลนในอาคารไม่ระบุว่ามีระเบิดซ่อนอยู่ทุกชั้น!

อเล็กซิส บลู เพียซ และโอลิแวนมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย “เอ่อ” บลูยกมือขึ้น “ไอ้ตัวการคือหัวหน้าพวกแกนี่ มันคงจัดการข้อมูลให้หรอก” ย้ำไม่พอยังหัวเราะเย้ย

เจ้าหน้าที่ทั้งสองมองหน้าชายหนุ่มเป็นเชิงให้หุบปาก

“เราไม่ออกเด็ดขาด ฉันจะไปช่วยกลุ่มเอ” หญิงสาวนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำกล่าว อเล็กซิสค่อนข้างชอบเธอ อาจเป็นเพราะถูกชะตา ผู้หญิงคนนี้มีหน้าตาแนวเดียวกับเอโลดี้แต่ไปทางอาคุสะมากกว่า  “ใครจะออกก็ออกไป”

เบลอนส่ายหน้า “อีกหนึ่งชั่วโมง ระเบิดจะทำงาน ถ้ายังเถียงกันแบบนี้ยิ่งเสียเวลาเปล่า”

“ยัยลูพูดถูก” บลูส่ายหน้า “น้องชายกับเพื่อนฉันอยู่ในนั้น จะให้เอาตัวรอดอย่างเดียวเหรอวะ” บางคนพยักหน้าตาม รวมทั้งกลุ่มอเล็กซิส

เทสซ่ายกมือ “พลังของฉันทำลายประตูได้ อาคุสะจับสัญญาณสิ่งมีชีวิตได้ เรมีก็ทำลายกำแพงได้ หลายคนในนี้ช่วยย่นเวลาได้ ถ้าคุณใช้แต่หุ่นยนต์อย่างเดียว ถ้าเกิดมันโดนโจมตีล่ะ”

“พวกเรามีโดรนจู่โจม”

“แต่มีกำลังเพิ่มก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ” อเล็กซิสโต้ “พวกเรามาเพื่อสิ่งนี้ ขอร้องล่ะ” ทหารสองนายลังเล “ใครที่อยากออกก็ออกไป แต่คนที่อยากไปช่วยเพื่อนก็ปล่อยให้ไปเถอะ”

เบลอนเป็นคนตัดสินใจได้เดี๋ยวนั้น “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นแสตนเนอร์พาคนที่เหลือออกไป ใครจะไปตามกลุ่มเอก็ตามฉันมา”

อีกคนโดนถีบออกจากภารกิจก็ค้านทันที “เฮ้ ๆ ทำไมผลักฉันออกล่ะ”

เพื่อนทหารยักไหล่ “นายมีสิ่งที่ต้องบอกทรอย” แล้วมองไปทางช่องว่างที่อเล็กซิสเพิ่งออกมา “เรื่องแกลิส”

“เปิดระบบสื่อสารได้ไหม” เทสซ่าขอ “ฉันจะติดต่อน้องสาว”

“และทุกคนก็ติดต่อกันหมด อลหม่านกันพอดี” เบลอนตะคอก เริ่มหัวเสียมากขึ้นทุกที “ไป” สั่งแล้วกวักมือเรียกทหารใต้อำนาจให้ตามมา หุ่นยนต์พิฆาตขยับตัวตามผู้เป็นนาย อเล็กซิสก้าวตามพร้อมกับพวกเทสซ่า อีกหลายคนตามแสตนเนอร์ออกจากตึก

ทว่าเรมีอาศัยจังหวะเร่งรีบดึงเธอให้ออกห่างจากกลุ่มเพื่อน

“มีอะไรเรมี เราต้องรีบ” ใจพะวงถึงพวกที่เหลือ อีกชั่วโมงเดียว ทั้งไมเคิลและอเล็กซ์ ไหนยังจะพวกมินนี่อีก “มีอะไรค่อยคุยค่อยถามได้ไหม”

เขาส่ายหน้า “อเล็กซิส สิ่งมีชีวิตในนั้นถูกทำลายหมดแล้ว”

เท้าชะงัก คนข้างหลังชนแล้วหันมาสบถ เพื่อนอีกสามคนยังไม่รู้ว่าเธอหยุดรั้งท้าย เมื่อกี้เรมีใช้คำว่า สิ่งมีชีวิต “นายรู้ได้ไง”

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคละเคล้าน้ำใสเต็มเบ้าตา “เธอจำที่เบนบอกได้ไหม พลังของพวกเราพัฒนาอยู่เสมอ และฉันเริ่มกลัวตัวเองแล้วล่ะ”

“นายเป็นอะไร” เธอจับแขนเขา มันคงสภาพเป็นแขนเหล็กไม่มีส่วนนุ่มนิ่ม หากแต่สิ่งที่เขากังวลหาใช่ผิวหนังที่แปรเปลี่ยนได้ ในตาต่างหากที่ทำให้เธอพรั่นพรึง นอกจากร่างกายยังเปลี่ยนเป็นเหล็กล้าทนทาน ข้างในดวงตานั้นมีแสงเป็นจุดเล็ก กับวงแหวนกลม ๆ ราวกับลูกตาเทียมหรือสร้างขึ้นจากนวัตกรรมจักรกล

“ฉันมองเห็นข้างใน” เขาสารภาพ “ฉันเห็นสภาพเบ็กกี้ในร่างอัปลักษณ์นั้น...ตอนแรกคิดแต่ว่าฉันมีความสามารถเพิ่ม แต่เมื่อเห็นเงาตัวเอง...อเล็กซิส...”น้ำเสียงหาได้ภูมิใจเช่นเคย เรมีค่อนข้างพอใจกับสถานะที่เปลี่ยนไปจนวันนี้ความหวาดหวั่นหวั่นไหวก่อตัวขึ้น เมื่อความสามารถพิเศษนี้กำลังจะเปลี่ยนตัวเขาให้ออกห่างความเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกที

“ฉันจะไม่กลายเป็นแบบนั้นใช่ไหม” เขาชี้ไปยังหุ่นเหล็กที่ทยอยเดินเรียงกันขึ้นไปด้านบน  

 

 





18/11/2018

 

สวัสดีค่ะ วันนี้เราอัปตอนที่ 16 ของเล่มสองแล้วนะคะ นักอ่านทั้งหลายคงจำได้เรื่องซ่อนตอน เรายังเปิดฟรีนะคะ แต่จะเปิดอาทิตย์เดียว พออัปตอนใหม่ ตอนเก่าจะถูกซ่อนทันที และตอนทั้งหมดจะนำกลับมาขายเป็นแพคเมื่ออัปตอนสุดท้ายครบหนึ่งอาทิตย์ หรือจนกว่าจะได้รับอนุมัติให้ขาย ราคาเราแจ้งแล้วนะคะว่าจะเท่ากันทุกเล่ม 120 บาท อาจมีบวกลบนิดหนึ่ง เพราะเด็กดีตีราคาไม่กลม ถ้าใครอยากอุดหนุนสามารถอุดหนุนได้หลายช่องทาง ทั้งทางเด็กดี (แต่ต้องรอลงจบ) Fictionlog และ ReadAwrite

 

สำหรับ e-book เราต้องใจจะทำค่ะ แต่ว่าคงเขียนให้จบทั้งสี่เล่มก่อน จากนั้นรีไรต์ครั้งใหญ่ เพื่อปรับให้เข้ากับการทำเป็นหนังสือไม่ว่าจะ ebook หรือรูปเล่ม ส่วนนี้คงใช้เวลาอีกนาน ไหนยังจะต้องจ้างพิสูจน์อักษร ทำกราฟฟิกอีก

สำหรับรูปเล่ม ยังเลือนรางค่ะ ฐานแฟนเราไม่เยอะพอที่จะทำรูปเล่ม (ถ้าอย่างไรก็ช่วยกดไลก์เฟซกันนะ ^^ Jesjournal )

 

ฝากถึงนักอ่านทุกท่าน ขอบคุณกำลังใจและคำติชมนะคะ ขอบคุณจริง ๆ ที่ยังตามอ่านกันจนถึงตอนนี้ หนึ่งปีแล้วสินะ >< มาลุ้นกับเรื่องราว เส้นทางชีวิตของอเล็กซิส ไมเคิล อเล็กซ์ เทสซ่า บลู และคนอื่น ๆ กันต่อไปเนอะ

 

ฝากรูปพี่อเล็กซ์ค่ะ ค่อนข้างวาดยาก เพราะในหัวมีภาพหลายคน ถ้าวาดใหม่คงไม่เหมือนเดิม (หัวเราะหึ ๆ)

 

Alexander Volcov

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

253 ความคิดเห็น

  1. #213 Butterfly???? (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 18:51

    แงงงง เข้ามาอ่านไม่ทัน:( เปิดฟรีให้สักวันสองวันได้มั้ยคะ ชอลเรื่องนี้มากๆๆๆ อยากอ่านต่อมากกกก แต่พ่อแม่ไม่ให้ซื้อง่ะ

    #213
    1
    • #213-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 62)
      12 มีนาคม 2562 / 11:10
      เราเปิดเป็นช่วงพิเศษค่ะ แต่ถ้าเปิดอีก เกรงใจนักอ่านที่ซื้อไว้แล้วด้วย (คงโดนแหกอกแน่ ๆ)
      ต้องขออภัยจริง ๆ นะคะ ดีใจและขอบคุณมาก ๆ ที่ชอบเรื่องนี้ :) ต่อล่าสุดยังเปิดให้อ่านจนกว่าจะมีตอนใหม่
      ช่วงนี้ข้าพเจ้าติดงาน จึงไม่ได้อัปทุกหนึ่งอาทิตย์เหมือนก่อน ติดตามกันต่อไปนะคะ (^/\^)
      #213-1
  2. #138 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 11:48
    งื้อออ เรมี~

    T~T
    #138
    1
    • #138-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 62)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 22:10
      รอดูต่อไป - -+
      #138-1