ตอนที่ 44 : ตอนพิเศษ 4 นิทานเอล์ม (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    22 ก.ค. 61

จนป่านนี้ ข้าก็ยังไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใครกันแน่ เสียงหวานของดาเลียกระทบเข้าโสตประสาท สามเดือนที่เราไม่ยอมกลับไปหาบิดา สามเดือนที่เรารอดูว่าพวกทูตสวรรค์จะจัดการอย่างไร แต่ทุกอย่างกลับสงบสุขในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ช่วงชีวิตของมนุษย์นั้นสั้น แต่แต่ละคนล้วนมีจุดมุ่งหมายในชีวิตต่างกัน อย่างแอมเมอร์ที่อยู่ในวัยไม้ใกล้ฝั่งเฝ้ารอวันที่ลูกชายจะกลับมา ส่วนดาเลียฝันว่าจะได้แต่งงานเลี้ยงลูกและสืบทอดร้านขายดอกไม้ต่อไป ความฝันของหญิงทั้งสองล้วนเรียบง่าย แต่มันทำให้พวกเธอรอดพ้นจากเหล่าปีศาจที่คอยล่อลวงด้วยฝันอันยิ่งใหญ่   

ข้าเป็นปีศาจ

ดวงตาสีฟ้าของหล่อนฉายแววขบขัน เราพลิกตัว ตักมนุษย์เพศหญิงอุ่นและน่านอนหนุนยิ่งกว่าดงไหมพรมของแอมเมอร์เสียอีก เวลาบนโลกมนุษย์นั้นเหมือนจะเร็วและช้าในคราวเดียวกัน บางครั้งนึกอยากชวนดาเลียไปอยู่ในภูมิปีศาจเหมือนอย่างเราและไฟดัส แต่เธอจะยอมไปไหม และบิดาจะยอมหรือไม่ เว้นเสียแต่ว่านางจะยอมเป็นปีศาจกับเรา เพียงแต่ว่า เราไม่อยากให้ดาเลียมีสภาพเหมือนแคสแซนดร้าผู้ได้มีปีกค้างคาวสีดำ หางแหลม บริโภคเนื้อสดเป็นกิจวัตร ยิ่งเวลานางกลับร่างปีศาจนั้นแทบปราศจากคราบมนุษย์เดิมที่งามพอดู เราชอบดาเลียในร่างมนุษย์แบบนี้ เหมือนเวลาเห็นมารดาในร่างเดิมของเธอ

สายตาทอดยาวไปยังกระท่อมบนเนินเขา ไฟดัสกับแอมเมอร์อยู่ที่นั่น ไม่นานเห็นแสงสีขาวสองลำพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า เราสะดุ้งตัวลุกออกจากตักหญิงสาว...ระวังรามิเองและเฮมอนให้ดี คำเตือนของมาร์มารอธสะท้อนในกกหู ดาเลียจ้องเรา งุนงง

กลับบ้านก่อนเถิด

เราจูบหน้าผากหล่อน เกิดอะไรขึ้น

เราเริ่มลังเล แต่ดาเลียนั้นยังศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าไม่เคยเปลี่ยน แค่เธอรักปีศาจ พระเจ้าจักทำร้ายบุตรที่ศรัทธาตนได้อย่างนั้นหรือ

ถ้าอย่างนั้น เจ้ามากับเรา ไม่ เราไม่ไว้ใจพวกเทวทูต เราดึงมือหญิงสาวแล้วอุ้มเธอขึ้นมา เธอร้องวี้ดว้ายตกใจแต่ยังหัวเราะคิกคัก จากนั้นเสียงหัวเราะหายวับไปในบันดลเมื่อเราสยายปีกแล้วบิน

เจ้า...

หน้าบ้านของแอมเมอร์ยังดูปกติ เราปล่อยดาเลียลงแล้วกระชากประตูเปิด ไม่สนใจท่าทางนิ่งอึ้งของหล่อน อย่างที่คิด ข้าวของข้างในกระจัดกระจาย ไฟดัส บริวารผู้ซื่อสัตย์ส่งเสียงครางหงิง ๆ ก่อนจะพยายามคลานมาหาเรา สายตาของเรากวาดมองไปทั่ว เห็นร่างแอมเมอร์นอนล้มอยู่บนกองไหมพรมที่ถักเสร็จแล้ว นาย...พวกมันมา

เราลูบศีรษะสุนัขรับใช้ มันอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ข้าทำสุดความสามารถแล้ว แต่ข้าสู้พวกมันไม่ได้

เราบอกให้มันเงียบแล้วเดินไปหาแอมเมอร์

หญิงชรานอนนิ่งไม่ไหวติง แม้ลึก ๆ รู้ว่าหล่อนอยู่ในสภาพไหน แต่เรายังมีใจประคองนางขึ้นมา ยายแก่ ตื่นได้แล้ว เราเขย่าตัว แต่ทว่าลมหายใจของนางหมดสิ้นแล้ว

 แอมเมอร์!

เสียงตะโกนไม่อาจทำให้เธอตื่น แม้แต่ดวงจิต...ทุกอย่างบ่งบอกถึงตัวตนของแอมเมอร์หายไปหมด หล่อนไปไหนของหล่อน แล้วน้ำใส ๆ ที่ไหลออกมาจากดวงตาคืออะไร เราตะโกนขว้างปาข้าวของร้องให้ยายแร้งกลับมา เจ้าไฟดัสงับขากางเกงบอกให้เราใจเย็น ดาเลียวิ่งเข้ามาแล้วร้องตกใจกับสิ่งที่เธอเห็น

เอล์ม เกิดอะไรขึ้น

เรามองหน้าดาเลียแล้วบอกนาง แอมเมอร์ตายแล้ว ดาเลีย แอมเมอร์ตายแล้ว เธอเดินตรงเข้ามา พยายามเขย่าตัวหญิงชราเหมือนที่เราทำ จากนั้นน้ำใสเอ่อล้นออกจากดวงตา เหมือนที่เราเป็น

เจ้าเป็นตัวอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้

พวกทูตสวรรค์สังหารนาง

เธอส่ายหน้า ไม่เชื่อ เจ้าเป็นปีศาจ...ใช่ไหม ที่เจ้าตอบเรา มันคือเรื่องจริง

เราพยักหน้า

ดาเลียทรุดตัวลงกับพื้น แต่เราไม่มีปลอบ เจ้าเห็นวิญญาณนางหรือเปล่า ไฟดัส

ไม่ขอรับ...

เสียงหวีดร้องของดาเลียขัดบทสนทนาของพวกเรา หล่อนมองไฟดัสอย่างไม่เชื่อสายตา มันพูดได้

ไฟดัส เจ้าไปตามหาวิญญาณของนางในปรภพ...

เปล่าประโยชน์

เทวทูตสองตนปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังดาเลีย ทั้งสองต่างมีรัศมีสีขาวเรืองรองสว่างไสว คงเป็นรามิเอลและเฮมอนแน่นอน เมื่อปราศจากเครื่องชี้นำทางจิตวิญญาณ ดวงจิตบาปช้าเช่นนี้ยังไม่อาจไปยังปรภพ ยามเมื่อภาชนะรองรับวิญญาณสูญสิ้น ยายแก่จอมดื้อรั้นหายไปอย่างสิ้นเชิง

เรายืนนิ่ง น้ำตาที่ว่าเหือดแห้งไป ดวงจิตหายไปงั้นหรือ เรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน อันสิ่งมีชีวิตล้วนมีดวงจิตทั้งนั้น แม้แต่ในธรรมชาติ หากพวกมันสังหารแอมเมอร์แล้วไม่เห็นดวงจิต มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ

ทำไมต้องสังหารนางด้วย เหตุใดไม่ปรากฏกายต่อหน้าเราเลย

ตนหนึ่งกล่าวว่า งานของเราคือชำระบาป นางเป็นคนบาป พลันศีรษะหันมาทางดาเลีย และมนุษย์นางนี้ก็...

นางถูกข้าล่อลวง เรารีบบอก ดาเลียยังคงสับสน ตกใจ และไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร เราเข้าใจเธอดี จู่ ๆ เราคืนร่างที่มีปีกใหญ่มหึมา พูดโต้ตอบกับไฟดัส แถมยังมาเจอร่างไร้วิญญาณของแอมเมอร์ แล้วยังเทวทูตอีก คนปกติที่ไหนจะลำดับความถูก

พวกท่านจะสังหารข้าหรือ เพราะอะไรกัน นางพอเข้าใจความนัยของบทสนทนา เทวทูตที่พูดอยู่เขยิบเข้าไปใกล้หญิงสาว เราเขยิบเท้า แต่ไม่ทัน

เจ้า...

รามิเอล มันกล่าวกับเราก่อนจะจับปลายผมสีทองของหญิงสาว กลับไปบ้านของเจ้าเสีย กล่าวคำลาและขออุทิศตนเข้าสู่ศาสนารับใช้พระผู้เป็นเจ้าสืบต่อไป

เรากับไฟดัสสบตากัน แม้โล่งใจที่พวกมันละมือ แต่คำขอนั้นมากเกินไป

ท่านจะทำอะไรเขา ดาเลียดูเหมือนไม่สนใจข้อเสนอให้เอาตัวรอดเลยสักนิด ดวงตาสีฟ้าเคล้าน้ำตาเหลือบมองด้วยความห่วงใย เราส่ายหน้าให้เธอกลับไป แต่ดาเลียยังคงยืนนิ่ง และเมื่อนั้น รามิเอลกับเฮมอนกลับยิ้มอย่างมีชัย นาย! ไม่จำเป็นต้องรอให้ไฟดัสเตือน เราพุ่งตัวตวัดปีกจนเกิดลมพัดแรงพัดร่างเทวทูตทั้งสองออกไปจากบริเวณที่หญิงสาวยืนจนกำแพงกระเด็นไปด้วย เราคว้าเอวเธอแล้วพาออกจากจุดนั้นก่อนหลังคาถล่มลงมา

ทำไมไม่กลับไป

เธอทำหน้าเลิ่กลั่ก ข้าทิ้งเจ้าไม่ได้ พวกนั้นจะสังหารเจ้า

ยายโง่ กลับไปบูชาพระเจ้าของเจ้าเถิด

เธอส่ายหน้า ข้าเชื่อในพระองค์ท่าน ข้าเชื่อว่าท่านจะรับฟัง ว่าแล้วหล่อนจึงคุกเข่าวิงวอนต่อเบื้องบน แต่... เมื่อไฟดัสกลับคืนสู่ร่างเดิม ร่างปีศาจสุนัขขนาดมโหฬารนัยน์ตาสีแดง ดาเลียกรีดร้องแทบสิ้นสติ เราสั่งให้มันคอยกันไม่ให้พวกทูตเข้าใกล้หญิงสาว ส่วนตัวเราจะสู้กับพวกมันเอง

 

ไม่มีเวลาเตรียมตัวนานนัก รามิเอลกับเฮมอนจู่โจมเข้ามาด้วยความเร็วสูงพร้อมดาบสีทองเหมือนแสงอาทิตย์ เราตั้งรับสลับโรมรัน มันไม่ใช่เรื่องสาหัสนักที่ต้องต่อกรกับเทวทูตสององค์ ในฐานะบุตรแห่งสามโลก นี่คือครั้งแรกที่เราจะรู้ว่าขีดจำกัดมีเท่าไร และที่สำคัญ เพื่อแก้แค้นให้แอมเมอร์ ยิ่งศัตรูสาดพลังมาเท่าไร พลังโต้ตอบยิ่งมากกว่า แม้ไม่เคยสู้รบมาก่อน แต่ใจที่อยากเอาชนะพวกมันนั้นคือขุมพลังชั้นดี

ยอมแพ้ซะ รามิเอลตวาด

เราแค่นยิ้ม พวกมันต่างหากที่กำลังจะแพ้ ทั้งรามิเอลและเฮมอนต่างชำเลืองมองกัน ไม่คาดคิดว่าเราจะต่อกรได้...เหนือกว่า

 พลังของปีศาจใช่ว่าจะพ่ายแพ้เสมอไป ในเมื่อปีศาจบางตนเคยเป็นเทวดา และเราคือหน่อเนื้ออัครทูตหรือซาตาน ไหนยังจะราชินีแห่งนรกและมนุษย์คนแรกของโลกอีก ด้วยมือสองข้าง ขาอีกสอง ปีกอีกหนึ่ง เราจักฆ่ามันให้ตายแล้วนำดวงจิตรามิเอลกับเฮมอนลงนรก ทว่ามีอีกแสงหนึ่งพุ่งลงมากลายร่างเป็นมาร์มารอธห้ามทัพไว้

หยุดทั้งคู่

ข้าทำตามบัญชา

ข้าก็ทำตามบัญชา

สามทูตสวรรค์เถียงกัน ยังไม่พอ ยังมีลำแสงอีกสองลำพุ่งลงมาดักทางไว้ สองคนนี้คือใครเราไม่อาจรู้ แต่เมื่อเราชะงักมือเฮมอนได้โอกาสเขวี้ยงดาบใส่เรา มาร์มารอธช่วยกันให้เราแต่รามิเองใช้โอกาสนี้เสียบดาบเข้ากลางอกไฟดัส

ไม่ เสียงตะโกนของเราดังไปทั่วสารทิศ รามิเอลล้วงมือเข้าไปในศีรษะสัตว์นรกแล้วบีบ เศษแก้วมณีระยิบระยับแตกกระจาย ดูเหมือนตัวเทวดาเองไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ด้วยซ้ำ เรารีบคว้าเศษมณีเท่าที่จะคว้าได้ รวบรวมแล้วใส่กล่อง

หยุดเถิด รามิเอล

และเวลานั้น เราลืมดาเลียไปเสียสนิท เฮมอนเข้าถึงตัวมนุษย์หญิงสาวแล้วจากนั้นปลิดชีพเธอ วิญญาณดาเลียไม่แตกสลายเหมือนไฟดัส เพียบพริบตาเดียวยมทูตบินโฉบคว้าร่างโปร่งแสงของเธอไป

เมื่อนั้นเราฟาดปีกใส่เทวทูตที่โผล่มาใหม่ ตนหนึ่งถูกปีกของเราบาดเข้า พวกพี่น้องต่างร้องเรียก ฟานูเอล แต่เราไม่สนใจมัน เพราะหมายแต่จะฆ่าอีกสองตัว มือของเราบีบคอรามิเอลส่วนเท้าเหยียบอกเฮมอนไว้ มาร์มารอธกับเทวดาอีกองค์ร้องขอให้เราปล่อย

พวกเจ้าไม่ต้องร้องขอชีวิตให้เรา

ดี เราเพิ่มแรงบีบและแรงกด ตั้งใจให้พวกมันทรมาน

เอล์ม พวกข้าขอเถอะ เทวทูตแปลกหน้ากล่าว

ข้าไม่รู้จักเจ้า

เอชมาห์ ข้ามาตามคำสั่งพระบิดา ท่านอนุญาตให้ดาเลียขึ้นสู่สวรรค์ แต่เจ้าต้องยอมศิโรราบต่อพระองค์ก่อน เมื่อนั้นดาเลียจักปลอดภัย

เราเพิ่มแรงเข้าไป รามิเอลและเฮมอนตาเหลือกค้าง ข้าต้องการไฟดัสและแอมเมอร์ด้วย

ดวงจิตแอมเมอร์ไม่อยู่แล้ว มันเกินกว่ากำลังของเรา มาร์มอรอธเสริม ข้างกายคือเพื่อนเทวทูตที่บาดเจ็บเพราะเข้ามาขวางเราเมื่อครู่

เอล์ม ด้วยความสัตย์จริง เราไม่สามารถตามวิญญาณแอมเมอร์มาได้

เพราะพวกเจ้าทำลายดวงจิตของนางแล้วใช่หรือไม่

รามิเอลยังมีแรงสั่นหัว เราคลายกำลังลงและสุดท้ายปล่อยพวกเทวทูตวายร้ายทั้งสองตัว

เอชมาห์ พาทุกคนกลับไปก่อน ข้าจะคุยกับเขาเอง

แสงสีขาวสี่ลำพุ่งขึ้นท้องฟ้า เหลือเพียงเรา มาร์มารอธ และเศษวิญญาณของไฟดัส บ้านของแอมเมอร์พังทลาย แต่ไม่เท่ากับภายในตัวเรา ช่องว่างในอกเสมือนโลกใบนี้มีเพียงเราอยู่เพียงลำพัง

ทำไมถึงตามหาดวงจิตแอมเมอร์ไม่เจอ

เทวทูตส่ายหน้า ข้ามิอาจรู้ ยามเมื่อรามิเอลสังหารนาง ยมทูตไม่อาจคว้าวิญญาณนางได้ ดวงจิตไม่ลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์ หายวับไปราวกับ...ไม่เคยมีดวงจิตนางอยู่

เรามองร่างไร้วิญญาณของดาเลียแล้วถอนหายใจ หากนำดาเลียออกมาจากนรกได้ ข้าขอเวลารวบรวมวิญญาณไฟดัสก่อน เมื่อนั้นพวกเจ้าจะนำข้าไปทำอะไรก็แล้วแต่

มาร์มารอธพยักหน้า เมื่อนั้นเราจึงกลับสู่ปรภพ

หากใครจินตนาการว่ามันเป็นที่อับชื้น มืดสนิท ใช่ว่าจะผิดไปหมด เปลวไฟในนรกเป็นแสงสีแดงฉานต่างกับสีฟ้าในดินแดนที่เราถือกำเนิด นรกคือส่วนที่ไว้ลงทัณฑ์วิญญาณบาป มันจึงถูกออกแบบมาให้มีสภาพไม่น่าดู ไม่น่าอยู่ อับชื้น ร้อน สกปรก น่ากลัว และมีเสียงคนถูกทรมานตลอดเวลา และเมื่อพระเจ้าอนุญาตให้เรานำวิญญาณดาเลียหลุดพ้นจากที่นี่ได้ นั่นหมายความว่า ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นของพระองค์...เราไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้เท่าใดมาก่อน ฉับพลันลำคอของเราปรากฏโซ่คล้องไว้ ในเวลานี้ เราไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงของสวรรค์แล้ว

ดาเลียยืนรอเข้าคิวลงทัณฑ์ เมื่อผู้คุมเห็นเราก็ปล่อยให้เธอเดินออกมาหาได้ทันที ร่างโปร่งแสงวิ่งเข้ามากอดเรา แววตาของนางบ่งบอกบางสิ่งที่จับใจเรานักแต่ยังไม่อาจเข้าใจได้มากเท่าไร

ข้าจะพาเจ้าไปเสวยสุขบนสวรรค์

หล่อนมองโซ่คล้องคอแล้วไม่ตอบอะไร

มาร์มารอธรอคอยพวกเราอยู่แล้ว เราปล่อยมือดาเลียเพื่อให้เธอเดินเข้าไปในอ้อมกอดของพระเจ้าที่เธอรัก เบื้องหน้าพวกเราคือเทวทูตยื่นมือมา ดาเลียมองมาร์มารอธสลับกับเราก่อนจะขยับหนี จากนั้นวิญญาณเธอหายไป

เรามองหน้าเทวทูต ดาเลีย?

ร่างมนุษย์ของนางกลับมามีเลือดเนื้อ และเมื่อเธอลืมตา โซ่บนคอนั้นอันตรธานไปด้วยเช่นกัน มาร์มารอธส่งเสียงคำรามไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อดาเลียสบตาเรา เธอยิ้ม

ข้าไม่รู้ว่าเจ้าตกลงอะไร และมันคงเกี่ยวกับโซ่เมื่อกี้ แต่ข้าคงไม่อาจกลับไปศรัทธาผู้ที่ใช้อำนาจสั่งฆ่าข้าหรอก

มันเป็นฝีมือของรามิเอล มาร์มารอธว่า

ท่านจะฆ่าอีกครั้งหรือ เธอถาม

แม้แต่มาร์มารอธเองยังงงงัน อะไรกัน เหตุใดจึงเกิดเรื่องแบบนี้ วิญญาณเดินเข้าร่างเอง และเจ้า... เขาหันมามองเรา ข้อตกลงยกเลิกไปเอง

เราบีบกล่องในมือแน่น ไฟดัส ข้ารู้แล้วว่ายายแก่ไปไหน

บางสิ่งบางอย่าง เจ้าอาจไม่มีวันเข้าหรอก มาร์มารอธ เรากล่าวกับเทวทูต และหันไปหาดาเลีย ลาก่อน

เธอพยักหน้า วันหนึ่ง...

และตอนนั้นเองที่เทวทูตไม่สามารถมองเห็นเราได้อีกแล้ว” เบนปิดหน้าวารสารลงกับเตียง แล้วนั่งพิจารณารูปเล่มอยู่นาน มันต่างกับนิทานที่เขาเคยได้ยิน เอล์มที่เขาเคยรู้จักเอาชนะพลังพระเจ้าไปได้ แต่ในนี้ ทุกอย่างกลับเกิดขึ้นในแบบที่เขาไม่เข้าใจ

“เอล์มหายไปเหมือนแอมเมอร์เหรอ”

อเล็กซ์ยิ้ม “อื้อ”

“ทำไมล่ะ”

“คนฉลาดอย่างนายไม่น่าจะเดาไม่ออกนะ”

เขาเป่าปาก “อย่าลีล่าน่า เล่ามาสิว่านายคิดได้อย่างไร”

อเล็กซ์ยักไหล่ เขาลุกออกจากเตียงแล้วหยิบกระเป๋าตัวเองขึ้นมา “ช่วยไม่ได้นะ ก็นายมันโง่”

เขาชูนิ้วกลางขึ้น

“ก็นายมันโง่” อเล็กซ์ย้ำอีกที

“งั้นคนฉลาดช่วยอธิบายให้ทีสิวะ”

อเล็กซ์ส่ายหัวแล้วชี้มือไปยังนาฬิกาในห้อง “ฉันต้องกลับแล้ว มีธุระไง” ว่าแล้วก็เปิดประตูออกไป

เบนเขวี้ยงหนังสือใส่ประตูพร้อมกับร้องว่า “ไอ้เพื่อนเวรเอ๊ย”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #194 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 21:42
    งงเร้กน้อย คุณนักเขียนนน ประมาณว่า คนที่คนกำหนดชะตาชีวิตของเราก็คือตัวเราเอง ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตตามระบบพระเจ้าซาตาน แต่ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำแบบนั้นได้ยังไงงง นุเปนคนโง่อยู่กับนายเบนจามิน
    #194
    1
    • #194-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 44)
      15 ธันวาคม 2561 / 10:44
      ไม่โง่ ๆ นี่เป๊ะแล้ว อยากรู้เพราะอะไรต้องอ่านต่อ! (น้าน)
      #194-1
  2. #99 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 15:37
    งื้ออ ไม่ต้องบอกเบนก็ได้ แต่ยอกเราที~
    #99
    1
    • #99-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 44)
      22 กรกฎาคม 2561 / 20:33
      555 โอ๊ย เอ็นดูเม้นนี้
      #99-1