ตอนที่ 43 : ตอนพิเศษ 3 นิทานเอล์ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    19 ก.ค. 61

“มาร์มารอธ? บุตรซาตานทวนนามเทวทูต ในที่สุด เบื้องบนก็ขยับก้นแล้วสินะ

เอล์มลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าทูตสวรรค์ปราศจากอาการกลัวเกร็ง คืนร่างเดิมซะ มันสั่งบริวารตัว แม้ไฟดัสจะตัวสั่นแต่ยังเชื่อฟังคำสั่งของมันเป็นอย่างดี ร่างสุนัขขยายใหญ่เกือบทะลุบ้าน แววตาของมันกลับเป็นสีแดงเลือด ทั้งเล็บและเขี้ยวฟันงอกยาวแหลมคมดูน่าสะพรึงกลัว เมื่ออยู่ในร่างเดิม เจ้าไฟดัสค่อยอดทนต่อรัศมีเทวทูตได้บ้างแต่อาการสั่นยังไม่ได้หายไป ผู้เป็นนายเห็นดังนั้นแล้วไม่สบอารมณ์นัก มันจ้องมาร์มารอธตอบอย่างท้าทาย

ข้าไม่ได้มาไม่ดี เทวดากล่าวด้วยใบหน้านิ่งเหมือนรูปปั้นขยับได้ เอล์มไม่อาจสัมผัสได้ถึงไอแห่งชีวิตนอกจากรัศมีเรืองรอง มันนึกภาพบิดาผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์ในคราบอัครเทวทูต สมัยนั้น บิดาของมันคงสง่างามกว่ามาร์มารอธนับร้อยเท่า ทูตสวรรค์ถอนมือออกจากศีรษะแอมเมอร์ พระองค์ส่งข้ามา เพื่อบอกว่าเจ้าว่า เจ้าไม่สมควรอยู่ปะปนกับพวกจิตชั่วร้าย ร่างที่แท้จริงของเจ้าบ่งบอกว่าเจ้าเหมือนพี่น้องพวกเรา มารับใช้พระองค์เหมือนครั้งที่บิดาของเจ้าเคยทำ

ปีศาจสั่นหัวปฏิเสธ ไม่มีทาง มันไม่แน่ใจว่าทูตตนนี้จะมาไม้ไหน

มาร์มารอธไม่มีทีท่ารำคาญแต่อย่างใด เขาเหลือบมองไฟดัส เอล์มเห็นดังนั้นจึงกางปีกออกเพื่อปกป้องลูกน้องมัน แต่ทูตองค์นี้กลับส่งเสียงคล้ายคนหัวเราะไม่เป็นออกมา ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้จะทำร้ายใคร พี่น้องข้าที่ถูกขับไล่ได้กลับไปรับใช้พระองค์เหมือนแต่ก่อน หากลูซิเฟอร์ไม่ดื้อด้าน เขาก็จะได้กลับมาเป็นอัครทูตเคียงข้างไมเคิล กาเบรียล และราฟาเอล

บิดาของข้าปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นอิสระ เอล์มแย้ง

กักขังวิญญาณบาปตามบัญชาพระองค์ การล่อลวงมนุษย์คือบททดสอบหนึ่งของพระองค์ สุดท้ายต่อให้เขาพยายามต่อต้าน ตอนนี้ลูซิเฟอร์ต้องทำงานให้พระองค์อยู่ดี หากวันนั้นเขาไม่ดื้อรั้นฝ่าฝืนบัญชา มีหรือจะต้องระเห็จลงมาเป็นเจ้าใต้พิภพ พวกที่ยอมทำงานให้กับเขาก็คือทำงานให้พระองค์ เหมือนที่เจ้าทำอยู่ตอนนี้ เอล์ม เจ้าอาจจะเกิดมาท่ามกลางพวกปีศาจ แต่เจ้าเป็นได้มากกว่าอินคิวบัสดาษดื่น

ข้าไม่ใช่อินคิวบัส มันเถียง  พวกเราทำตามอำเภอใจหาใช่องค์การของพระเจ้า...ทว่า มันฉุกคิด เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันตกอยู่ในวงล้อระบบที่พระเจ้าได้ออกแบบไว้หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างที่มาร์มารอธพูดจริง พวกปีศาจล้วนถูกเลี้ยงไว้เพื่อให้เป็นอุปสรรคของมนุษย์...ชีวิตที่ถูกลิขิตไม่ต่างจากมนุษย์ มันนิ่งคิด สายตาจับจ้องแอมเมอร์ที่สลบไสลไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่เหตุใดคำพูดของนางจึงกลับมาย้ำเตือนมัน อย่างไรเสีย ข้าก็เป็นปีศาจ  

มาร์มารอธชี้ไปที่ปีกสีเทา เจ้ามีเลือดของทั้งเทวดา มนุษย์ และปีศาจ ไอปีศาจยังเบาบางเพราะเจ้าเพิ่งเกิด จักชำระออกได้ไม่ยากนัก พระองค์ทรงให้โอกาสทุกคน ดูเหมือนว่าเอล์มคงแสดงสีหน้าชัดไป แต่ถ้าไม่ จงกลับไปที่ที่เจ้ามาเสีย แม้ข้าได้รับสารให้มาเจรจา แต่พี่น้องคนอื่นอาจได้รับสารให้มาจัดการเจ้า

มาร์มารอธคงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไรนัก เอล์มนึกดูแคลนพระผู้เป็นเจ้าในใจ แม้ทูตองค์นี้แสดงความจริงใจและยึดมั่นต่อคำสั่งที่รับมา แต่ยังเถรตรงเกินกว่าจะเป็นนักเจรจา ข้าเตือนแล้ว หากเจ้าเปลี่ยนใจ จงเอ่ยชื่อข้า มาร์มารอธกล่าว เพียงพริบตาเดียว มันได้ยินเสียงกระพือปีกดังสนั่นแล้วทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพเดิม เอล์มมองหญิงชราที่เพิ่งตื่นขึ้น

เอ ข้าชักจะแก่จริงด้วยสินะ เมื่อกี้เราพูดเรื่องอะไรกัน แอมเมอร์ดูไม่รู้ตัวเลยว่าเธอหลับไปชั่วเวลาหนึ่ง

เอล์มไม่มีอารมณ์จะพูดเรื่องเดิม มันหันไปพยักพเยิดไฟดัสให้กลับสู่ร่างสุนัขธรรมดา มันน้อมรับแล้วย่อส่วนตัวเอง ข้าจะออกไปทำธุระสักครู่ มันบอกแอมเมอร์แล้วสั่งให้ไฟดัสเฝ้านางไว้

คำเชิญจากพระองค์งั้นหรือ เอล์มนึกในใจ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มันจะลองท้าทายอำนาจพระเจ้าดูสักครั้ง มันมุ่งหน้าไปยังร้านขายดอกไม้ของดาเลีย แต่พบเพียงมารดาของนางเฝ้าอยู่ หญิงสาวอายุราวสี่สิบต้อนรับเด็กหนุ่มด้วยใจเอ็นดู เธอบอกว่าลูกสาวไปโบสถ์ มันนั่งรอจนเธอกลับมา

ข้าบอกให้เจ้าดูแลแอมเมอร์ เด็กสาวทำเสียงเอ็ด แม้ใจยินดีที่เห็นเขามานั่งเฝ้าตัวเอง

เอล์มยิ้มกระหยิ่มในใจ มนุษย์ช่างปากอย่างใจอย่าง ยิ่งมนุษย์เพศเมีย หากได้รับการปฏิบัติที่ทำให้เข้าใจว่าตนเป็นคนพิเศษ ย่อมชนะใจได้เกินครึ่ง

ข้าบอกนางแล้ว เราไปเดินเล่นกันไหม แน่นอนว่าดาเลียตอบตกลง ตั้งแต่เธอพาเอล์มออกมา พวกซิสเตอร์ตั้งตัวเป็นศัตรูราวกับดาเลียพรากดวงใจของพวกนางไป แต่เธอยังหมั่นไปโบสถ์เสมอเป็นกิจวัตรเพื่อขอให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองทุกคนที่เธอรัก เอล์มอ่านเรื่องราวในหัวของนางแล้วยิ่งนึกอยากเอาชนะ มาดูกันเถิดว่าพระเจ้าจะช่วยนางจากมันได้หรือไม่ สุดท้ายแล้ว มันทำสำเร็จ ดาเลียพ่ายแพ้ให้กับไฟปรารถนาอย่างที่มันคาดการณ์ไว้ เอล์มยิ่งกระหยิ่มใจ พระผู้เป็นเจ้าหาได้รักสรรพสิ่งเท่ากันใหม่ แค่เด็กสาวในเงื้อมมือปีศาจยังไม่แม้แต่ยื่นมือเข้ามา”

“ทำไมตอนนี้ตัดสั้นจังวะ” หนุ่มผมสีดำสนิทนึกสงสัย

เขาหัวเราะเยาะใส่เพื่อนผู้หื่นกระหาย “ฉันตัดเอง จะได้กระชับ ๆ ไงจ๊ะ”

อเล็กซ์ทำปากขมุบขมิบแต่เบนจับได้หนึ่งคำว่า สัตว์

คำหยาบที่ออกจากปากกันและกันมีความหมายไม่ต่างจากคำว่าเพื่อนรักหรอก

“คืนนั้นหลังจากที่มันล่อลวงดาเลียได้สำเร็จ เอล์มคิดทบทวนคำพูดของมาร์มารอธ จวบจนเวลาตีสามครึ่ง ยามดวงจันทร์เสี้ยวเริ่มเปลี่ยนสี เจ้าปีศาจลุกขึ้นนั่ง เอะใจว่ามีสิ่งผิดปกติ อย่างที่มันคิด เพราะตรงหน้ามันคือหญิงตาบอดที่กำลังนั่งจ้องหน้ามัน ดวงตาสีเทาของหล่อนแปรเปลี่ยนเป็นสีดำมืดสนิดหากแต่ยังมองเห็นได้ในความมืด แม้แต่เจ้าไฟดัสยังสะดุ้งตื่นก่อนจะหมอบลงทันที

บิดา

เขาเห็นเจ้าแล้ว ปากแอมเมอร์ขยับ หากแต่ไม่ใช่เสียงของยายแร้ง กลับมา กลับมายังที่ของเรา เสียงนุ่มลึกของลูซิเฟอร์ก้องกังวานไปทั่ว มิหนำซ้ำยังทำให้ขนแขนลุกชัน บุตรซาตานเริ่มโมโห เหตุใดท่านจึงกริ่งเกรงมัน

ชู่ว ร่างยายแก่เอามือจุ๊เข้าที่ปาก เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของมัน เอล์ม บิดาเจ้าเรียนรู้มาก่อน เว้นเสียแต่ว่าเจ้าอยากขึ้นไปอยู่บนนั้น แต่ถ้าไม่...กลับมา รอจนมีโอกาสอีกครั้ง เจ้าค่อยขึ้นมาเที่ยวเล่นใหม่ สักพัก ร่างแอมเมอร์ล้มตึงกับกองไหมพรม ไฟดัสมองหน้ามันแล้วตัวสั่น

นายท่าน

เงียบ มันยกมือห้าม ก่อนจะอุ้มหญิงชรากลับไปนอนบนเตียง ข้าจะออกจากวงล้อได้อย่างไร เอล์มหันไปถามลูกน้อง เจ้าปีศาจชั้นต่ำได้แต่ก้มหน้า ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร”

“มุมมองเปลี่ยนแล้วนี่” อเล็กซ์ชี้

“หือ” เบนเลิกคิ้วขึ้น “หมายความว่าไง”

เพื่อนร่างสูงกลอกตา “มุมมองการเล่า จากเห็นทุกคน กลายเป็นเห็นผ่านตาเอล์มแล้ว”

เขาอ่านทบทวนย่อหน้าต่อไปอีกที อเล็กซ์พูดไม่ผิด “เออจริง จะว่าไปเขาเกริ่นเรื่องมุมมองมาก่อนนี่นา เอาเป็นว่าอ่านจบแล้ว คุณโวลคอฟกรุณาวิเคราะห์และอธิบายกระผมทีนะขอรับ”

เพื่อนร่างสูงหัวเราะดังเฮอะ “ถามบรรณารักษ์คนนั้นดูสิ”

“ไอเดียดี แต่ขอลองเดตกับสาวผมแดงที่สนามหญ้าก่อนแล้วกัน น่าจะปีหนึ่งนะ”

อเล็กซ์พยายามนึก “สาวผมแดง คนไหนวะ”

เบนยักคอ เจ้างั่งเอ๊ย “ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะผิดแผนไปเสียหมด มันต้องการเพียงล่อลวงดาเลียเท่านั้น แต่นับวัน มันยิ่งค้นพบความแปลกใหม่ในตัวดาเลีย ไม่ใช่แค่เพียงรสสัมผัสของมนุษย์ และไม่ใช่แค่เพียงความสนุกเหมือนที่มันได้รับจากแคสแซนดร้า  

สำหรับเอล์ม ภารกิจของมันถือว่าสำเร็จลุล่วง ทว่า ดาเลียไม่มีอาการเหมือนแคสแซนดร้า นั่นคือหิวกระหายในรสตัณหา ทุกวัน เธอมักนำอาหารและขนมที่ทำมาเลี้ยงมันและแอมเมอร์เสมอ แม้แต่ยายแก่คงดูออกแล้วว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองไปถึงไหน แต่ครั้งนี้มันไม่โดนเขกกบาล เธอได้แต่ถอนหายใจ

ครบหนึ่งเดือนที่มันอยู่บนโลกมนุษย์ เอล์มกลับรู้สึกเหมือนเป็นปี ไม่ใช่เพราะเบื่อหน่าย แต่มันจมอยู่กับความสับสน ทั้งข้อเสนอของมาร์มารอธ คำพูดของแอมเมอร์ และดาเลีย

นายท่าน... ไฟดัสพูดขึ้นมาขณะที่มันกำลังก่อไฟในเตาผิงให้แอมเมอร์

เราจะไม่พูดเรื่องกลับนรกอีก ดวงตาของมันจ้องกลับมาหาผู้เป็นนายด้วยแววตาเศร้าสร้อย เอล์มเห็นดังนั้นแล้วถอนหายใจ เจ้าจะว่าเรื่องอะไร

ท่านกำลังจะเป็นมนุษย์

ข้าไม่ชอบที่เจ้าพูดเช่นนี้

เจ้าสุนัขปีศาจวางปลายคางลงบนตักนายน้อย ท่านดูแลยายแร้งดีขึ้นทุกวัน ท่านทำตัวเหมือนใส่ใจดาเลียมากขึ้นทุกวัน ท่านไม่ล่อลวงมนุษย์อีกแล้ว

บุตรซาตานถอนหายใจ ข้าแค่ไม่สนุกอีกแล้ว มันนั่งมองเปลวไฟในเตาผิง ข้าเรียกหาบิดา ท่านไม่ตอบรับข้า

ท่านคงโกรธที่ท่านไม่ยอมกลับ

ถ้าอย่างนั้นก็รับข้อเสนอสิ นั่นคือเสียงของทูตสวรรค์ มาร์มารอธยืนกอดอกพิงผนังอยู่ข้าง ๆ เอล์มนึกโมโหที่ตนเองไม่รู้สึกตัวเลยว่าหมอนี่มาเมื่อไร  

ข้าไม่ได้เอ่ยชื่อเจ้าเสียหน่อย

มาร์มารอธย่อตัวลง ทำเสียงเหมือนกระซิบ แต่ถึงเขาตะโกนให้ดังเท่าไร แอมเมอร์ที่หลับกลางวันอยู่ไม่มีทางได้ยิน ระวังรามิเอลกับเฮมอนให้ดี ชื่อเทวดาเยอะจังวุ้ย (เบนกระแอมเสียง)

เอล์มกลอกตา ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย

แต่เจ้ายังอยู่ หากเจ้าไม่รับข้อเสนอ ทำไมยังอยู่

ปีศาจกางมือออก แต่ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย ตั้งแต่เจ้าปรากฏกาย ข้าเลิกล่อลวงมนุษย์ไปแล้ว

เทวดาส่ายศีรษะ ดาเลีย

ข้าไม่ได้ทำอะไรนางแล้วนี่

แน่ใจรึ

ไฟดัสขยับตัวออกจากตักมัน เอล์มกดศีรษะลูกน้องตนไว้ไม่ให้มันยุ่งกับบทสนทนาของทั้งสอง มันเป็นความยินยอมของนางเอง

นางไม่รู้ว่าเจ้าไม่ใช่คน

ข้าเป็นลูกเสี้ยวคน

มาร์มารอธลุกขึ้นยืนเหมือนหมดความอดทน ข้ามาเตือนด้วยความหวังดี รามิเอลเคยตกสวรรค์พร้อมบิดาเจ้าแล้วครั้งหนึ่ง แต่เขาได้รับโอกาสที่สอง ดังนั้นเขาจึงเข้มงวดกับทั้งตัวเองและภารกิจยิ่งกว่าใคร หากได้รับบัญชาว่าทำลาย เขาจะทำลายทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้า พูดจบก็ผงกศีรษะไปทางไฟดัสและแอมเมอร์แล้วหายไป

ข้าว่าพวกเรากลับกันไหม

เอล์มนิ่งคิด สักพักจึงตอบไฟดัสว่า แต่ที่นี่เหมือนบ้านของข้ามากกว่า เจ้าอยากกลับรึ ไฟดัส

หมาปีศาจมองด้วยแววตาหม่นหมอง ข้าไม่กลับถ้าไม่มีนายน้อย หน้าที่ของข้าคือดูแลท่าน

นายปีศาจหัวเราะในลำคอแล้วขยำศีรษะบ่าวคนด้วยความเอ็นดู ข้าต่างหากที่ดูแล้วเจ้า ไอ้หมาขี้ตื่น” เบนว่าพลางขยี้หัวเพื่อนสนิท “ไอ้หมาขี้ตื่น”

“ไอ้เวร” อเล็กซ์สะบัดแขนแล้วซัดพลังใส่ เบา ๆ เบนล้มขลุก ๆ ไปตามแนวเตียงหัวเราะลั่น

“ไฟดัสของข้า”

“ฉันไม่ใช่หมาของแกโว้ย”

เบนหลบคลื่นพลังอยู่สองสามที “เมื่อไรจะอ่านจบวะ”

อเล็กซ์ชี้หน้า “นายก็อ่านให้มันจบ ๆ สักทีสิวะ ชวนนอกเรื่องอยู่ได้”

“นั่นสินะ” เบนเปิดไปยังบทสุดท้าย “ทว่า คำเตือนของมาร์มารอธไม่มีผิดเพี้ยน ถ้าหากมันมีประสบการณ์กับพวกเทวทูตสักหน่อย เอล์มคงรู้ตัวเร็วกว่านี้และมันคงพลาดบทเรียนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตปีศาจอย่างมัน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

253 ความคิดเห็น

  1. #193 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 21:25
    เอล์มเริ่มตกหลุมรักดาเลียแล้วล่ะสิ กลายเป็นมนุษย์ไปทีละนิด ดูท่าต้องเสียใครไปสักคนแน่เลย มาร์มารอธมาเตือนไว้แบบนี้
    #193
    1
  2. #98 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 06:37
    เมื่อใด อเล็กซิสน้องจะกลับมา-_-
    #98
    1
    • #98-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 43)
      16 กรกฎาคม 2561 / 10:13
      ใกล้จบตอนพิเศษแล้วลูก T^T เอาน้องอเล็กซานเดอร์ไปก่อนนะลู๊กกก
      #98-1