ตอนที่ 34 : เสียงเพรียกของไซเรน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    10 มี.ค. 61

“นั่นรอยอะไรเหรอครับ”

เด็กชายจ้องแก้มเธอเขม็ง หากมองดี ๆ จะเห็นรอยช้ำสีเขียวคล้ำบริเวณแก้มจนถึงคาง

นาตาเลียจับหน้าตัวเองอัตโนมัติ พอนึกขึ้นได้จึงทำทีขยับสร้อยเพชรเส้นงามที่ประดับบนคอระหงให้เข้าที่ “ไม่มีอะไรจ้ะ ทำไมเราถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะ”

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอมเหลืองจับจ้องหญิงสาวอย่างเจ้าเล่ห์เกินอายุ นิ้วชี้กลมป้อมแตะริมฝีปากเป็นเชิงบอกไม่ให้เธอพูดเสียงดัง “ผมแอบอเล็กซ์อยู่” เขาหรี่เสียงเบาเหมือนกระซิบ

เธอหัวเราะเสียงขรึม รอยยิ้มสุขุมแฝงความหวาน ดวงตาสีฟ้าเหมือนท้องนภาเต็มไปด้วยก้อนเมฆฝนขมุกขมัวกลับส่อเค้าสดใสขึ้น พอเธอเห็นสายตาเชื่อมของเด็กชายก็เผยอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ยิ่งทำให้เจ้าหนุ่มตัวกะเปี๊ยกเคลิบเคลิ้ม รอยยิ้มน่ารักเหมือนลูกแมวเช่นนี้ ไม่ว่าใครย่อมตกอยู่ในภวังค์ ยิ่งยามปกติเธอมักทำหน้าเคร่งขรึมอันเนื่องจากสถานะราชินีสาวเคียงคู่ราชาอาณาจักรโวลคอฟ หรือหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงแห่งโวลคอฟ คอร์เปอเรชั่น กรุ๊ป รอยยิ้มนี้แหละที่ทำให้เบนเข้าใจแล้วว่าเหตุใดตนจึงชอบมองยายแบมบี้นัก

หญิงสาวหยิบตลับแป้งออกจากกระเป๋าปักเลื่อมสีเงิน เธอเริ่มบรรจงปกปิดรอยดังกล่าว ระหว่างนั้นชำเลืองมองซ้ายขวากลัวว่ามีแขกเดินผ่าน ปากพูดไป “ไม่รีบหาที่แอบ เดี๋ยวอเล็กซ์ตามเจอนะ ยิ่งเป็นพวกไม่ละความพยายามด้วย” สีหน้านั้นผ่อนคลายเมื่อพูดถึงลูกชาย

เบนมองเธอจากศีรษะจรดเท้า แนทเป็นผู้หญิงร่างสูงแต่ตัวผอมบางจนเขากลัวว่าหากลมพัดแรง เธอจะปลิว ชุดราตรีรัดรูปสีเลือดนกประดับลูกไม้และคริสตัลห่อหุ้มร่างสะโอดสะอง ส่วนช่วงบนเปิดไหล่อวดผิวเนียนละเอียด เจ้าเด็กชายที่ชื่อเบนจามิน โรซิเย่ยังคงยืนจ้องหญิงสาวตาไม่กะพริบ

แน่นอนว่าทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่าเขากับอีกหนึ่งศพมองอยู่

“คุณสวยมากเลยครับ” เด็กแก่แดดเพิ่งเข้าใจความหมายของคำว่า  “สวยตรึงตาตรึงใจ” เป็นแบบนี้นี่เอง อันที่จริงเขาประทับใจแม่เพื่อนมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยเห็นเธอในลุคงามสง่าถึงขนาดนี้ เพราะปกติหญิงสาวมักคงลุคนักธุรกิจสาวมาดดี

เธอหัวเราะตาหยี ริ้วรอยแห่งวัยปรากฏข้างขอบตา นาตาเลียย่อตัวลงอีกครั้ง เธอจับแก้มเด็กชายแล้วบีบไปมา “สมกับเป็นโรซิเย่น้อยจริงนะ ลืมไปแล้วเหรอว่าอเล็กซ์หาอยู่”

เด็กชายสะบัดหน้าออก ชี้นิ้วไปที่แก้มกลมพูดจาฉอเลาะ “อวยพรให้ผมชนะอเล็กซ์ด้วย หมอนั่นต้องหาผมไม่เจอจนกว่าจะหมดเวลา ถ้าคุณไม่ทำผมถือว่าคุณลำเอียงเข้าข้างลูกตัวเองนะครับ”

เธอยิ่งหัวเราะเสียงดัง เจ้าตัวแสบได้ทีฉวยโอกาสนั้นกระโดดจุ๊บเข้าที่ปากแล้วรีบวิ่งหนีไป แนทลุกขึ้นยืนกอดอก หัวเราะพลางสั่นหน้า “ร้ายจริง ๆ ได้เชื้อพ่อมาเต็ม ๆ” แต่น้ำเสียงไม่ได้ถือสาหาความ กลับเห็นเป็นเรื่องขำขันแกมเอ็นดู

เบนหรี่ตามองตามไอ้เด็กเปรต เจ้านั่นแค่วิ่งไปซ่อนหลังเสาเพื่อแอบมองเธอต่างหาก เขาไม่ได้หนีไปไกลหรอก ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตัวเองเล่นกับอเล็กซ์อยู่ หมอนั่นก็หาเพื่อนไปสิ

พอเด็กชายพ้นสายตา แนทวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะหน้ากระจก ความเบิกบานเมื่อครู่มลายหายไป นิ้วมือเรียวงามลูบไล้สัมผัสรอยช้ำใต้คางและรอยบีบที่ซ่อนอยู่หลังสร้อยคอ แต่สิ่งที่เจ็บที่สุดคงเป็นตรงหัวใจ เขาหันไปหาแนทในร่างศพผู้เดินตามเสมือนเงาหรือพรายสาวจอมอาฆาต แนทตอนตายจ้องแนทยามมีชีวิตด้วยดวงตาว่างเปล่า

“ผมไม่เข้าใจคุณเลย” เขาพูดกับเธอ

นาตาเลียปลดมวยผมปล่อยให้เส้นไหมสีน้ำตาลทองสยายคลุมไหล่ เธอแตะแก้มตัวเองอีกครั้ง หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าก่อนล้นทะลักออกมา เงาดำสูงใหญ่ทอดลงเหนือศีรษะหญิงสาว แสงไฟสีส้มเผยให้เห็นว่าเป็นผู้ชายร่างสูงชะลูด เขาจัดผมสีดำสนิทเรียบแปล้ราวกับแวมไพร์ แววตาคู่เรียวสีดำดุจเหยี่ยวก้มมองแผ่นหลังหญิงสาว แนทเงยหน้ามองเขาจากกระจก ชายคนดังกล่าวสวมกอด เธอเอนศีรษะซบแขนหนาราวกับโหยหามานาน

“ผมขอโทษ” เขากระซิบ ก่อนบรรจงจูบศีรษะหญิงสาว ไล่ไปเรื่อยจนถึงลำคอ แค่เห็นภาพนั้น หัวใจของเบนดิ้นไม่เป็นจังหวะ เขาจับมือศพแนทเดินหนี อย่างไรก็ตาม หางตาเหลือบเห็นสองคนนั้นจูบกันอยู่ดี ทำไม คำถามนี้อยู่กับเขามาเป็นสิบปี และเมื่อเดินออกมา ผ่านเจ้าเบนวัยหกขวบที่กำลังแอบมองคนทั้งคู่ด้วยแววตาใคร่รู้ เขาปล่อยให้ทั้งสองพลอดรักกันตามสบาย ส่วนตัวเองปลีกวิเวกมากับศพแนท กลับเข้ามานั่งในซากรถใต้ทะเล

“ทำไมคุณรักเขาขนาดนั้น”

ดวงตาสีฟ้าบัดนี้ช่างเฉยชา ใช่สิ เธอตายแล้วนี่นา “ทำไมคุณรักเขา ทำไมผมไม่เกิดมาเร็วกว่านี้ ถ้าเป็นผมล่ะ” เขาประคองใบหน้าเธอ ลูบไล้หน้าศพขึ้นอืดปราศจากอารมณ์รังเกียจหรือหวาดกลัว

หากเป็นผู้หญิงของจูเลียส เดาไม่ยากหรอกว่าผู้หญิงพวกนี้เข้าหาพ่อเพื่ออะไร ได้ทั้งเงิน เสื้อผ้าแบรนด์เนม อัญมณี อย่างน้อยเพียงคืนเดียวอาจได้ค่าขนมสำหรับใช้เป็นเดือน และถ้าฟิโอดอร์มีนิสัยแบบจูเลียส พวกผู้หญิงก็อาจจะศิโรราบ ทนมือทนแรง

น่าเสียดายที่เขารักผู้หญิงคนเดียวแต่กลับไม่ถนอมเธอเลย

ทว่า เบนกลับได้ยินในสิ่งที่ไม่คาดว่าจะได้ยิน ดวงตาสีฟ้ากลับมามีชีวิต เธอจ้องเขาแล้วตอบช้า ๆ “เพราะเรารักกัน” เมื่อปากขยับ ใบหน้าบิดเบี้ยวยิ่งกว่าเดิม

“ทีแบบนี้คุณถึงยอมพูดกับผมเหรอ เพื่อปกป้องเขา”

ทว่า แนทไม่สนใจถ้อยคำตัดพ้อ “เรารักกัน” เธอย้ำ

“ใช่ ผมรู้ เขากอดคุณ จูบคุณด้วยความรัก เหมือนกับตอนที่เขาตบคุณ แล้วคุณก็ยอมทุกอย่าง”

เธอมีทุกอย่าง ทั้งการศึกษา หน้าที่การงาน หนึ่งในทายาทเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ ผู้บริหารระดับสูงแห่งโวลคอฟ นักธุรกิจสาวผู้มีดวงตากว้างไกล แต่ทำไมกลับหลงรักปีศาจที่ชื่อฟิโอดอร์

“พวกเราถูกสร้างมาด้วยกัน”

ถ้ามีไม้กางเขนอยู่ใกล้มือ รับรองว่าเบนจับพลิกคว่ำ “คุณรักคนแบบนั้นได้ยังไง”

นาตาเลียเขยิบร่างเอนซบไหล่ เบนเพิ่งเห็นว่าเท้าข้างซ้ายของเธอชี้ไปด้านหลังเหมือนกับหุ่นที่ประกอบมาผิดแบบ มือบวมขึ้นอืดวางบนอกชายหนุ่ม

“คงเหมือนที่เธอรู้สึกกับ...”

 

“เฮ้”

อเล็กซิสโบกมือไปมา

เบนกลืนน้ำลาย อยู่ ๆ เกิดนึกถึงความฝันครั้งล่าสุดขึ้นมาเฉยเลย “มีอะไร”

“ฉันเห็นนายเหม่อ เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เปล่านี่”

เธอทำหน้าสงสัยแต่ไม่ได้ซักไซ้ เด็กสาวนั่งลงข้างไมเคิล ทั้งสองชี้นิ้ววางแผนราวกับเป็นนักรบวางกลยุทธ์กำจัดข้าศึก แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือกระโดดลงไปแล้วว่ายขึ้นฝั่งเท่านั้นเอง

ว่ายขึ้นฝั่ง ถูกต้อง ทางออกอีกไม่ไกล

“งั้นฉันโดดลงไปก่อน” เจ้าหัวเงินเสนอตัวก่อนทุกครั้ง แน่นอนว่าเบนไม่เคยห้าม ยกเว้น...

“อย่าเพิ่งเลย”

ถ้าไม่ห้าม แบมบี้มักเสนอตัวเองด้วย ชายหนุ่มสั่นหัวถอนหายใจ เจ้าพวกกวางน้อยในป่าใหญ่

อเล็กซิสโกยหินก้อนเล็กแล้วโยนลงไป ทั้งหมดชะโงกมองข้างล่าง มันเป็นแม่น้ำสายเล็ก หากกระโดดแล้วว่ายขึ้นฝั่งใช้เวลาไม่นานมากนัก แต่ไม่มีใครวางใจกับกลไกของที่นี่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งหมดถอนหายใจ แต่โล่งอกได้ไม่นานกลับอ้าปากค้างกันถ้วนหน้า มวลน้ำเริ่มจับกลุ่มก้อนแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง

ไมเคิลตีขาตัวเองรัว ๆ “บ้าเอ๊ย ดีนะที่เธอทดสอบมันก่อน”  

อเล็กซิสกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่ เขามองปากเธอแล้วคิดไปเรื่องอื่น ความฝันครั้งล่าสุดรบกวนจิตใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะประโยคนั้นของแนทแท้ ๆ เมื่อนึกถึงแม่เพื่อน  หน้าแบมบี้กลับปรากฏขึ้นซ้อน มันอาจเป็นแรงปรารถนาที่เก็บสะสมไว้และไม่ได้รับการปลดปล่อย ความเหงา หรืออะไรก็แล้วแต่ เบนนึกภาพตัวเองจูบอเล็กซิสอย่างดูดดื่ม บดขยี้เนื้อปากจนแทบกลืนกินกันและกัน “เราจะโดดลงไปไหม” ลมหายใจร้อนขาดหายไม่เป็นจังหวะ “มันมีทางเดียว” มือของเขากดเนื้อนิ่มบีบเคล้นส่วนบน “เราต้องโดด” พรมรอยจูบไปทั่วเรือนร่าง แต่เมื่อพิจารณาร่างนั้นกลับกลายเป็นศพแข็งทื่อของซาร่าห์

เขาเกลียดอากาศร้อนที่สุด

“แน่สิ เราต้องรอให้มันละลายก่อน เฮ้ นาย” เสียงดีดนิ้วดังข้างหู“นายโอเคไหม ฉันว่าท่าทางไม่ค่อยดี...หรือจะเป็นลม”

เบนปาดเหงื่อออกจากหน้า “คนอย่างฉันนี่นะ จะเป็นลม อากาศมันร้อน ก็ดี ลงไปในน้ำจะได้เย็นขึ้น”

ไมเคิลกลอกตา “เย็นไปถึงขั้วหัวใจน่ะสิ”

เบนถอดกระเป๋าเป้แล้วใช้พลังจิตยกมันลอย “เอาเป็นว่าฉันมีวิธีที่ดีกว่ากระโดดลงไป แบบนั้นช่างไร้อารยธรรม ไม่มีสไตล์เสียเลย”

กระเป๋ายังไม่ทันข้ามจุดกึ่งกลางของแม่น้ำ เสียงดังฟึ่บตัดวัตถุขาดเป็นท่อน ข้าวของขาดกระจายตกลงไป ซุปมะเขือเทศลอยคลุ้งคล้ายคราบเลือด ทั้งปืน ลูกกระสุน ระเบิด...ทั้งหมดกระโดดถอยห่างได้ทัน สะเก็ดไฟตกลงในแม่น้ำ บางชิ้นไม่ระเบิด และไม่ถึงนาทีน้ำเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งอีกรอบ

“อากาศ...ตัดเหรอ” นึกภาพเมื่อครู่แล้วเสียวไส้

ไมเคิลกอดอก “น่าจะเลเซอร์มากกว่า ฉันมองไม่ทันเหมือนกัน แต่คิดว่ามันไม่ให้เราโกง”

“โกง?” เบนเลิกคิ้ว “แบบนี้เรียกว่าโกงเหรอ”

“เอาเถอะ ๆ พวกเรากระโดดไปเหมือนเดิม ไม่ต้องมีสไตล์ก็ได้” อเล็กซิสกล่าวเสียงหวาด

“โอเค เขาเรียกว่า กลับมาใช้วิธีคลาสสิก” เบนเคาะนิ้วกับต้นขา หงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ “เราเหลือเวลาอีกกี่วันนะ วันหนึ่งใช่ไหม”

“สิบแปดชั่วโมงต่างหาก”

“นี่เรานับกันเป็นชั่วโมงแล้วเหรอ”

นั่นสิ เขาเห็นด้วยกับแบมบี้ ชายหนุ่มพับแขนเสื้อเพื่อให้เคลื่อนไหวสะดวก “เอาล่ะ โอเค กระโดดก็กระโดด ใครในนี้ห้ามทำกระเป๋าหายนะ เพราะฉันไม่มีเสบียง”

“ฉันก็ไม่เหลือแล้ว มีแต่น้ำเปล่า นายกินน้ำในแม่น้ำก็แล้วกัน”

“ถ้าจะมีน้ำใจขนาดนี้ก็เงียบไปเลยไอ้หัวเงิน”

“ไมเคิล ฉันชื่อไมเคิล”

“จะเถียงกันอีกนานไหมคะ สุภาพบุรุษทั้งสอง” อเล็กซิสตีแขนทั้งคู่ เบนเลื่อนปลายนิ้วแตะสันมือเด็กสาว พอเห็นเธอก้มหน้ามองข้างล่างด้วยอาการวิตกกังวล วินาทีนั้นนึกอยากจับมือ แต่แล้วเปลี่ยนใจ เขาตัดสินใจเขยิบห่างออกมา

“เธอกลัวความสูงหรือเปล่า”

อเล็กซิสส่ายหน้า “ไม่ค่อย ฉันกลัวไอ้ที่ตัดกระเป๋าเมื่อกี้มากกว่า”

“งั้นก็ดี”

น้ำข้างล่างไม่ใช่สีฟ้าเหมือนน้ำทะเล หากแต่ใสสะอาดจนเห็นพื้นหิน ทว่าใบหน้าบิดเบี้ยวของแนทผุดขึ้นมาเหมือนพรายน้ำรอคอยดวงวิญญาณ จิตภายในบังเกิดอาการหวั่นไหวพรั่นพรึงจึงเผลอจับมือคนข้างตัวเพื่อความอุ่นใจ

พักนี้คุณแกล้งผมบ่อยไปแล้ว

“นายกลัวความสูงเหรอ อ้อ...นายเคยตกเหวนี่นา” เธอพูดเองสรุปเอง แบมบี้น้อยกระชับมือแน่นให้ความมั่นใจแก่เขา ความอบอุ่นส่งผ่านเข้ามา สายตาที่มองนั้นประหนึ่งว่าเข้าอกเข้าใจ “ไม่เป็นไรนะ เรากระโดดไปพร้อมกัน”

เขาปล่อยให้สาวน้อยเข้าใจแบบนั้น อย่างน้อย เธอไม่ได้มีท่าปั้นปึ่งเหมือนช่วงแรก บางทีเธออาจจะหายโกรธเรื่องซาร่าห์แล้วก็ได้

“จะโดดแล้วนะ” ไมเคิลนับถอยหลัง “สาม...สอง...หนึ่ง” ทั้งหมดกระโดดลงไป ไม่มีใครลังเล เบนเสียววูบตรงช่องท้องแต่แค่พริบตาเดียวมวลน้ำโอบล้อมรอบกาย เขาถีบขาดันตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ แข่งกับเวลาและเพราะต้องต่อสู้กับอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ได้ยินเสียงไมเคิลร้องเร่งให้พวกเขาว่ายขึ้นฝั่ง ด้วยพละกำลังมากกว่าทุกคนในที่นี้ หนุ่มผมเงินแหวกว่ายราวกับฉลาม ตรงดิ่งนำโลดจนแตะขอบฝั่งภายในเวลาไม่ถึงนาที เบนรีบตีแขนและขาไปให้ถึงฝั่งก่อนที่น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งจนหมด ผืนน้ำทยอยเกาะตัวกันแน่น ใช้เวลาไม่นานมากนัก ทันทีที่เท้าแตะพื้นได้ เขายันกายขึ้นแล้วรีบคว้าแขนอเล็กซิสที่เพิ่งว่ายมาถึง ทั้งสองกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดแล้วล้มลงนอนแผ่หลาข้างไมเคิล

“ไม่เคยว่ายเร็วขนาดนี้เลย” เขาหายใจเข้าออกยกใหญ่ “แต่ก็สนุกดีนะ”

เพื่อนข้างกายหัวเราะ สองหนุ่มลุกขึ้นยืน ถอดเสื้อออก อากาศข้างบนอบอุ่นผิดกับในน้ำ หากมองกลับไปจะเห็นว่าแม่น้ำกลายเป็นธารน้ำแข็งสวยจนน่าเล่นไอซ์สเกต เบนอดไม่ได้ชำเลืองมองเจ้าไมเคิล หมอนี่หุ่นดีกว่าที่คิดเสียอีก กล้ามเนื้อหน้าท้องฟิตปั๋งผิดกับรูปลักษณ์สูงผอมที่เห็นภายใน แค่นี้คนอย่างเบนเกิดอาการหมั่นไส้เพราะเจ้าหมอนี่นอกจากจะมีหน้าตาหล่อทะลุเพดานถ้ำ ยังมีหุ่นน่าอิจฉาเหมือนพวกนายแบบ แม้ไม่ล่ำบึ๊กอย่างโนเอลก็ตาม ด้วยนิสัยสอดรู้สอดเห็น เขาเหลือบตาเช็กว่าผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มสนใจพ่อเทพบุตรคนนี้หรือไม่ ตรงกันข้าม อเล็กซิสกลับนั่งสั่นเทิ้มกอดอกตัวเองแน่น ริมฝีปากสีชมพูซีดกลายเป็นสีม่วงคล้ำ

“แบมบี้...” เขาเขยิบเข้าไปใกล้ “...เป็นไงบ้าง”

“ช็อกแน่ ๆ” ไมเคิลเดา “อุณหภูมิเปลี่ยนกะทันหันแบบนี้ เธอน่าจะปรับร่างกายไม่ทัน” เขาจับแขนขวาเพื่อนสาวแล้วจัดการกดนาฬิกาเพื่อดูอาการ

“ชา” อเล็กซิสพึมพำ นิ้วมือเกร็งกางออกจากกันอย่างควบคุมไม่ได้ ระหว่างรอผลจากโฮโลแกรม เขาถอดกระเป๋าเป้กับเสื้อนอกออกจากตัว แต่เป็นไปอย่างยากลำบากเพราะเธอนั่งคดคู้ “หัวใจเต้นเร็วเกินไปแล้ว” ไมเคิลชี้ไปที่ตัวเลข

“ทำใจดี ๆ” เขาบอก อเล็กซิสหายใจหนักหน่วง เธออ้าปากหายใจ ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เกิดอาการระหว่างว่ายในน้ำ ไม่งั้นกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งแน่

“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะ...” ไมเคิลสูดหายใจเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องยาก ทันทีที่เห็นว่าไอ้หัวเงินอ้าแขนจะโอบกอดเด็กสาว ไหนว่าไม่ชินกับคนจับตัวไงวะ เบนตัดหน้าดึงตัวคนป่วยเข้ามากอดแทน สิ่งแรกที่เขาทำคือจับมือเล็กคู่นี้แล้วบีบช้า ๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ “พยายามควบคุมลมหายใจ” เขาพูด “นายนวดขาเธอซะ”

“ครับ ๆ” ไมเคิลบรรจงถอดรองเท้าผ้าใบออก

ดวงหน้าจิ้มลิ้มเอาแต่จ้องมือตัวเองราวกับว่ามันจะกลับมาเป็นปกติเพียงแค่ใช้สายตา แรงปรารถนาที่ฝังอยู่ถูกกดทับด้วยความขบขันกับท่าทางกวางน้อย บางส่วนขำที่ตัวเองกระหายไม่ดูเวล่ำเวลา ณ ตอนนี้ เพียงแค่อยากกอดแล้วลูบหัวให้เธอหายเป็นปกติก็พอแล้ว

“ตัวเลขยังนิ่งอยู่” ไมเคิลพากย์เสียงไปนวดคลึงเท้าเธอไป

“ทำไงได้ เราไม่มีน้ำอุ่นหรือผ้าแห้งเลย”

เด็กหนุ่มนิ่งคิด “จะว่าไป ตรงนี้มันเย็นนะ”

“เออ จริงสิ” เบนเลยอุ้มแบมบี้ออกจากบริเวณแม่น้ำให้ห่างจากไอเย็น

“ดีขึ้นไหม” อเล็กซิสไม่ตอบแต่จดจ่ออยู่กับมือตัวเอง เธอพยายามจะขยับมันให้ได้และที่สำคัญอาการหนาวสั่นยังไม่หาย เขาจึงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

พวกเขานั่งอยู่ในท่าเดียวกับตอนที่ทำแผลกระสุน กระสุน นึกขึ้นได้ปุ๊บรีบดึงคอเสื้อของเธอลงทันที อเล็กซิสชะงัก เหล่มองตาเขียวปั๊ด “ฝึกหายใจกับขยับนิ้วต่อไปเหอะน่า” เขาบอกแล้วเลื่อนเสื้อขึ้น “ดีที่แผลเธอแห้งแล้วนะ แต่ควรเอาผ้าพันแผลออก” ว่าแล้วก็ล้วงไปดึงที่ปิดแผลออกไป

อเล็กซิสตัวเกร็ง “ฉันดึงที่ปิดแผลออกเฉย ๆ น่า” เขาอวดให้ดูแล้วโยนมันทิ้งไป จากนั้นคว้ามือเธอมานวดต่อ กดคลึงตั้งแต่มือจนถึงหัวไหล่ ทำไมคนอย่างฉันต้องทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ

“ตัวเลขลดลงแล้ว” ไมเคิลตะโกนลั่น เขาลุกนั่งดีใจทำท่าซุกซนเป็นลิง เด็กหนุ่มปรี่เข้ามาช่วยนวดแขนอีกข้าง เบนยันเท้าออกทันที

“ดีขึ้นไหม” เขาถามเธอ แต่บุ้ยใบ้ให้ไมเคิลกลับไปนวดที่เดิม

อเล็กซิสพยักหน้าช้า ๆ เริ่มหายใจได้เป็นปกติ “ไม่น่าเป็นถึงขนาดนี้” น้ำเสียงนั้นแหบแห้ง เธอขยับนิ้วไปมา มันไม่กางออกจนน่ากลัวแบบเมื่อครู่แล้ว “ไหวอยู่ไหม ไม่เกร็งแล้วใช่ไหม”

“อื้อ” เธอกลืนน้ำลาย “ปกติฉันแข็งแรงนะ”

“อย่าลืมว่าอยู่ในนี้มากี่วันแล้ว แถมนั่นไม่ใช่น้ำเย็นธรรมดา” เขามองไมเคิล “นายไม่รู้สึกหนาวเลยใช่ไหม”

คนตรงหน้าสั่นหัว มือวางบนหน้าขาอเล็กซิส “ไม่เลย หนาวนิดหน่อยแต่ไม่สะท้าน นายก็เหมือนกันใช่ไหม”

เบนพยักหน้า นี่คือข้อแตกต่างอีกอย่างระหว่างมนุษย์ปกติกับมนุษย์ที่มีพลังพิเศษ ลึก ๆ แล้วสงสัยว่าพวกเวดกับเทสซ่าจะรอดไปถึงไหน หากเจอพวกมีพลังพิเศษที่สามารถคุมพลังได้ดีคงรอด ถ้าไม่ เขายังไม่แน่ใจว่าแม้แต่เทสซ่าจะรอด เธอยังควบคุมพลังพิเศษได้ไม่ดีเท่าไหร่ และนิสัยอย่างแม่นั่นคงไม่เอาตัวรอดคนเดียว แบมบี้โชคดีแค่ไหนแล้วที่เจอพวกเขา

สิ่งหนึ่งที่รบกวนจิตใจตอนนี้คือความคิดตัวเอง เพราะคุณแท้ ๆ แนท เอวเด็กสาวเล็กเหมือนกับสาวในฝัน แต่สัดส่วนนั้นเย้ายวนเกินกว่าร่างทรงตรงของแนท เบนเลื่อนมือลูบไล้ผิวนุ่มนิ่มสีขาวน้ำนม เจ้าตัวไม่ได้สนใจอะไรนอกจากหมุนข้อมือข้อเท้าบริหารร่างกาย

 หรือจะให้ไม่ผ่านการทดสอบดีวะ เขานึกในใจ กฎเกณฑ์ที่ตนตั้งขึ้นเพื่อทดสอบผู้หญิงของอเล็กซ์ทุกคน หากใครผ่าน นั่นหมายความว่าคนนั้นคู่ควรกับอเล็กซ์ แต่ถ้าไม่ เขาก็จะทำแบบเดียวกับที่ปฏิบัติต่อซาร่าห์ นายให้เธอผ่านแล้วไม่ใช่เหรอ สองเสียงเถียงในใจ

ปรับตกไง

จู่ ๆ อเล็กซิสหัวเราะ

“อะไรของเธอ”

แบมบี้เงยหน้า “ฉันรู้สึกเหมือนราชินีเลย”

“อ้อ นี่พวกเรากลายเป็นองครักษ์แล้วเหรอ ฝันไปเถอะ”

เด็กสาวเขยิบตัวออกจากอ้อมกอดเพื่อนอนทอดตัวลงกับพื้น เธอแนบแขนขาชิดติดชิดพื้นหินพร้อมกับหัวเราะคิกคักที่มีผู้ชายคอยนวดให้ เขาลืมไปเลยว่าพื้นหินในถ้ำอุ่นพอที่จะช่วยดูดความเย็นในร่างกายออกไป แต่ถึงนึกได้ก็คงทำแบบเดิมอยู่ดี ใจหนึ่งยินดีที่เธอหาย แต่ใจหนึ่งอยากใช้ไออุ่นของตัวเองส่งผ่านร่างเด็กน้อยคนนี้มากกว่า

แนท วันหลังอย่าปั่นหัวผมอีกนะ

เพราะไอ้ฝันบ้าแท้ ๆ

เบนเคืองแนทอยู่ในใจ แค่ไม่ยอมคุยกันปกติยังทรมานเขาไม่พออีกหรือ ทำไมต้องแกล้งกันด้วย “นายดูเธอนะ ฉันจะสำรวจรอบ ๆ” เขาสั่งไมเคิล

“ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลย ฉันเช็กแล้ว” เจ้าผมเงินตอบ สายตาจับจ้องอเล็กซิสแล้วอมยิ้ม เขาอยากตะโกนใส่หน้าเจ้าหนุ่มนี้ว่า เธอเป็นของอเล็กซ์ แต่ก็ทำได้แต่เดินงุ่นง่านไปเรื่อย

อเล็กซิสกลิ้งตัวไปมา ไมเคิลหัวเราะ “เหมือนแมวเลย” แต่เขามองเด็กสองคนแล้วเหมือนเห็นลูกลิงสองตัวมากกว่า “เอ้อ” เธอผงกศีรษะขึ้น “พวกนายอย่าลืมใส่เสื้อด้วยนะ”

“มันเปียก” ผู้ชายสองคนตอบพร้อมกัน ยัยเด็กหมกมุ่น

เด็กสาวชี้เสื้อตัวเอง “ฉันยังใส่เลย”

เบนได้ที “เธอก็ถอดเสื้อเป็นเพื่อนสิ” เสื้อคลุมทหารลอยตรงมาแล้วหยุดค้างกลางอากาศ เบนจับมันพาดบ่า “ฉันไม่น่าช่วยเธอเลย ดูสิ โยนใส่หน้าอีก”

อเล็กซิสลุกขึ้นยืนขยับตัวไปมาเหมือนนักกีฬาก่อนลงสนาม เธอกำลังวอร์มร่างกาย

“นี่จะเดินทางต่อเลยใช่ไหม” ไมเคิลลุกตาม

“เวลาถอยหลังเรื่อย ๆ นะไมเคิล”

“ไม่ใช่ เขาหมายถึงเธอนั่นแหละ จะเดินไหวเหรอ” เบนอธิบาย

อเล็กซิสพยักหน้า “ฉันอยากออกจากที่นี่ใจจะขาดแล้ว ดูสิ ฉันขยับตัวได้ตามปกติ ไม่สั่นแล้วด้วย”

“เออ ๆ” เขาบีบน้ำครั้งสุดท้ายแล้วสวมเสื้อกลับเข้าไป จะว่าไปมันช่วยให้เย็นสบายดี เพราะอากาศในโซนสี่ร้อนนรก เพียงแต่มันผิดสุขลักษณะที่ดี แต่เอาเถอะ ใครจะสนเรื่องนั้นในเมื่อพวกเขาไม่ได้อาบน้ำมาเป็นอาทิตย์ และแม้ร่างกายจะผ่านน้ำก็ตาม เขาไม่นับว่านั่นคือการอาบน้ำ

   สองชั่วโมงถัดมา ทั้งสามหยุดอยู่ตรงหน้าผาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เบื้องล่างเป็นธารลาวาร้อนระอุที่ไม่ใช่เพียงเครื่องประดับฉากเหมือนตอนขาเข้า พวกเขาต้องกระโดดข้ามแท่นหินลอยสามท่อน เลยจุดนั้นคือจุดที่แสงสว่างสาดเข้ามา

ทางออก

หัวใจของเขากลับมาเต้นแรง อเล็กซ์ หวังตอนนี้นายคงหายดีแล้วนะ

อเล็กซิสรอบคอบเหมือนทุกครั้ง เธอโยนหินนำไปก่อน ลูกธนูนับสิบวิ่งตัดผ่านแท่นหินก้อนแรก เด็กสาวโยนอีกก้อนไปไกลกว่าเดิม กับดักธนูทำงานอีกครั้ง แต่มันพุ่งตัดผ่านเฉพาะแท่นหินก้อนที่สอง

“ห้าวินาทีก่อนกับดักทำงาน ไม่เร็วไปสำหรับฉัน” ไมเคิลว่า “และนายก็หยุดลูกธนูได้”

คนโตกว่าสั่นหัว “หยุดอาจทำได้แต่ไม่หมด เมื่อกี้ฉันจับสัมผัสมันไม่ทันเลย ลูกธนูมันเบากว่าหิน แต่ฉันว่าฉันกระโดดข้ามทัน เพียงแต่...”

“มันไม่กว้าง ฉันกระโดดข้ามไปได้” อเล็กซิสรีบตอบเหมือนรู้ว่าเขาจะพูดอะไร “แต่พวกนายไม่ต้องห่วงนะ ไปให้ถึงฝั่งตรงข้ามให้ได้ อย่าลังเลพะวงหลัง”

เธอเคยกลัวตายบ้างไหม เบนนึกภาพเมื่อครั้งอเล็กซิสวิ่งเข้าหาหุ่นยนต์แล้วได้คำตอบ ใครจะรู้ว่าเด็กผู้หญิงแบบนี้บ้าระห่ำกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก

“เธอขี่หลังฉันแล้วให้เบนคอยระวังลูกธนู” ไมเคิลเสนอไอเดีย “ฉันอุ้มเธอได้สบายและเคลื่อนไหวได้เร็วเหมือนเดิมด้วย ดังนั้นฉันจะคอยนับจังหวะ ส่วนเบนคอยระวังอีกทีกันเหนียว”

สาวตาน้ำเงินสั่นหัว “มันเสี่ยงไมเคิล ฉันไม่อยากให้พวกนายเสี่ยงด้วย”

“อย่าเรื่องมากน่า เขาก็บอกแล้วไงว่ายังเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิม” ชายหนุ่มตัดบท “ถ้าโหวตล่ะ ฉันเห็นด้วยกับหัวเงิน ดีซะอีก หมอนี่มีเธอเป็นเสื้อเกราะ”

“ฉันบอกว่าฉันชื่อไมเคิล ถ้าฉันทำผมสีเขียวนายไม่เรียกหัวเขียวเหรอ ไอ้ตาเหลือง”

ริมฝีปากเธอเหยียดออกประกอบเป็นรอยยิ้มน่ารัก เหตุผลของเบนทำให้เด็กสาวยอมทำตามที่อีกฝ่ายเสนอ

เอาจริงแล้วมันไม่ยากเลย เมื่อเท้าแตะแท่นหินก้อนที่หนึ่งทั้งหมดนับหนึ่ง สอง สาม กระโดดลงแท่นที่สอง นับ หนึ่ง สอง สาม ทว่า “ถอยกลับ!” เบนเกือบวืดจนล้ม พวกเขากระโดดกลับไปยังแท่นที่หนึ่งทันก่อนโดนธนูเสียบ “ถอย” ไมเคิลร้องแล้วทั้งหมดกลับมาฝั่งเดิม

สมาชิกทั้งสามมองหน้ากันนิ่ง

มันไม่มีจังหวะปล่อยลูกธนูที่แน่ชัด กับดักเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย

“ใครจะผ่านได้วะ” เบนยกนิ้วกลางให้มัน

ไมเคิลปาดเหงื่อ ทุกคนต้องพึ่งประสาทสัมผัสหมอนี่เพียงอย่างเดียว แม้แต่เบนเองยังไม่แน่ใจว่าจะหยุดลูกธนูทัน เขาแทบไม่ได้ยินเสียงเลยจนกระทั่งพวกมันใกล้เสียบร่างนั่นแหละ

“ไมเคิลนายปล่อยฉันลงเหอะ ฉันว่า...”

“เงียบน่า” เบนดุ “เป็นลูกโคอาล่าต่อไป ฉันกับหมอนี่จัดการเอง” หากปล่อยให้อเล็กซิสกระโดดเอง เธอโดนลูกธนูเสียบแน่นอน

เขาเหลือบมองเด็กหนุ่ม ไมเคิลพยักหน้า ทั้งสองกระโดดขึ้นแท่นหินที่หนึ่งอีกครั้ง “ไป” มายังแท่นหินที่สอง แค่ข้ามถึงไอ้อันสามแม่งก็ถึงแล้ว แค่นี้เอง เขาคำรามในใจ “ไป...เดี๋ยว” ไมเคิลกระตุกแขน ทั้งสองกระโดดกลับไปแท่นหนึ่ง หวิดโดนเสียบหวุดหวิดอีกรอบ

แต่ยังไม่จบแค่นี้ จังหวะรวนมากจนแม้แต่ไมเคิลที่เพิ่งสัญชาตญาณอย่างเดียวยังแทบปรับตัวไม่ทัน “ฉิบหาย” ลูกธนูวิ่งตรงเข้ามาซ้ายขวา เบนพยายามหยุด อเล็กซิสร้องสบถเพราะถูกเสียบเข้าต้นแขน “ฉันเป็นเกราะจริงด้วย” เธอร้องเบา ๆ

“ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นจริง ๆ สักหน่อย” เขาพยายามเพ่งสมาธิ ไม่ไหว หูตาไม่ไวพอที่จะจับวัตถุทั้งหมดได้พร้อมกัน พลันเหลือบมองแสงสว่างข้างหน้า

อเล็กซ์

“ไป” ทั้งหมดกลับมาแท่นที่สอง ไมเคิลเงี่ยหูแล้วให้สัญญาณกระโดด อีกนิดเดียว พวกเขามาถึงแท่นที่สาม ทว่าเท้าของเขาลื่นถลา อเล็กซิสคว้าแขนไว้ทันแต่เพราะเธออยู่บนหลังไมเคิล เด็กหนุ่มพยายามเหนี่ยวตัวอเล็กซิสไว้เพื่อไม่ให้ตกลงไปด้วยกันทั้งสามคน “ไม่ทันแล้ว” เบนทั้งพยายามทรงตัวและปลุกสัมผัสตัวเอง ยกมือหยุดลูกธนูได้แต่ไม่ทั้งหมด ลูกหนึ่งเสียบเข้ากระเป๋าเด็กสาว ส่วนอีกลูกปาดแก้มเขาไป เลือดไหลออกซิบ ๆ แต่เขาไม่มีเวลาสนใจ

“ทำดีแล้ว ไป” พวกเขากระโดดไปข้างหน้าซึ่งเป็นฝั่งตรงข้าม อีกแค่นั้น บัดซบ วินาทีเดียวกันลูกธนูพุ่งเข้ามา เบนเจ็บแปลบ เพราะลนลานจะหนี ไมเคิลกลับก้าวพลาดถลาล้มลง แน่นอนว่าคนบนตัวหลุดจากการเกาะกุมไปด้วย อเล็กซิสกรีดร้องเมื่อหลุดออกจากตัวไมเคิล เบนคว้าแขนเธอได้ทันส่วนอีกข้างคว้าแขนไมเคิล ทั้งสามพ้นจากหินก้อนที่สามแต่ยังไม่ถึงฝั่งดี ไมเคิลห้อยตัวเกาะขอบหินมีเบนห้อยตามด้วยอเล็กซิส

ลูกโซ่มนุษย์

“คงเหมือนที่เธอรู้สึกกับพวกเขา”

นี่คือประโยคสุดท้ายที่แนทบอกเขาในฝัน

ไอร้อนระอุลอยขึ้น เบนมองลงไปข้างล่างเพื่อดูว่าเธอยังอยู่ดีไหม อเล็กซิสมองขึ้นมาเบิกตากว้าง ตกใจสุดขีด “นาย...”

“อย่าปล่อยนะ” เขากัดฟันพูด “อย่าปล่อยเด็ดขาด” เขาจับมือเธอไว้แน่น

“รอก่อน ฉันพยายามอยู่” เสียงไมเคิลลอยเข้าหู

อเล็กซิสยังคงจ้องเขา น้ำตาเอ่อคลอเบ้า

“ฉันไม่ปล่อยเธอหรอก” เขาให้คำมั่น เหมือนที่เธอไม่ทิ้งให้เขาตาย

ร่างถูกกระตุกขึ้น ชีวิตของอเล็กซิสไม่ได้ขึ้นอยู่กับเบนคนเดียว แต่กับไมเคิลด้วย

“นาย...” ไมเคิลตาค้างเมื่อดึงเขาขึ้นมาสำเร็จ แต่เบนพะวงอยู่แต่อีกคน มือของเขาไม่ยอมปล่อยเด็กสาว “ช่วยเร็ว” ไมเคิลดึงตัวอเล็กซิสขึ้นมาได้ในจังหวะเดียว ทั้งหมดข้ามมาอีกฝั่งได้สำเร็จ

หนุ่มผมสีเงินหอบแต่ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องเขานิ่ง “ฉันขอโทษ”

“ไม่ใช่ความผิดของนาย” เบนก้มหน้าลงมองที่อก อนิจจา ปลายลูกธนูโผล่ออกมาจากอกข้างซ้าย มันช่างพอดิบพอดี

ทั้งสองคนหน้าซีดเผือด อเล็กซิสแทบฉีกกระเป๋าตัวเองเพื่อหาเครื่องมือปฐมพยาบาล แต่สิ่งที่เบนทำเป็นอย่างแรกคือถอดนาฬิกาไร้รสนิยมออกจากข้อมือแล้วโยนมันลงข้างล่าง

เขาเป็นอิสระแล้ว

เธอวางอุปกรณ์เต็มไปหมด แต่สุดท้าย เบนรั้งข้อมือเธอไว้ “พอเถอะ เธอช่วยไม่ได้หรอก ไม่เห็นเหรอ มันเสียบอยู่”

แบมบี้ส่ายหน้าดื้อรั้น “พวกเราประคองนายออกไปได้ ฉันรู้ พวกเขาจะรักษานายต่อ นายอย่ายอมแพ้สิ” น้ำเสียงสั่นเครือ

“...หลังจากสร้างของพวกนี้มาฆ่าพวกเราน่ะเหรอ”

“ฉันแบกนายได้” ไมเคิลเสนอ “ฉันยังไหว” เขาตรงเข้าจะฉุดให้อีกคนลุก เบนปัดมือออก จุกเมื่อเห็นน้ำใจคนที่เพิ่งรู้จัก

“มันเจ็บน้อยกว่าพิษงูเสียอีก” เขาสบตากับผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม “มันเป็นก้อนเนื้อ...ไม่ใช่หิน มันจบแล้ว”

เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังร้องไห้ แสงสว่างอยู่แค่ตรงนั้น อีกนิดเดียว ไม่กี่ก้าว เขาจะได้เจออเล็กซ์ แต่...

คุณอยากได้ตัวผม เขานึกถึงพรายสาวในซากรถ

ใบหน้าอเล็กซ์ผุดขึ้นมาในมโนสำนึก แม้แต่ไอ้หัวฟูลมูน คนที่อยู่เบื้องหลังโปรแกรม พ่อ ไอ้จูเลียน เขาไม่อาจกลับไปทำในสิ่งที่ต้องการได้อีกแล้ว เบนยกมือจับแก้มแบมบี้ แต่เขามีประตูที่สามารถพุ่งตัวไปหาแนทได้ทันที ดวงตาสีเหลืองไม่อาจละเม็ดไพลินสีน้ำเงินคู่นี้ เธอมีรอยยิ้มแบบแนทและดวงตาที่เปิดประตูสู่สถานที่นั้น ในนั้น หญิงที่เขารักกำลังรออยู่ เบนลูบแก้มเด็กสาวช้า ๆ “จำได้ไหมว่าฉันเคยสัญญาอะไรไว้”

น้ำใสไหลอาบแก้มเนียน มันสะท้อนกับแสงกลายเป็นเม็ดระยิบระยับเหมือนผิวน้ำในทะเล เด็กคนนี้เหรอที่ทำลายหุ่นยนต์ได้ ที่ประคองอเล็กซ์ตลอดเวลา “นายต้องไม่ตายนะ เพื่อนนายรออยู่”

“ทำไม” เขาถาม “ฉัน...ฆ่าซาร่าห์ เธอโกรธมาก...”

เบนยังพอมีเวลา เขารู้ว่ายังพอมีอีกนิดหน่อย ประสาทสัมผัสยังครบถ้วนกระบวนความ ชายหนุ่มประกบปากตัวเองกับของเธอ มันไม่ใช่จูบในแบบที่เคยจินตนาการ ไม่ดูดดื่ม ไม่เร้าอารมณ์ ไม่วาบหวิวแต่อย่างใด แต่หวานและขม ทั้งชื้นและแฉะ ใจหนึ่งสงสัยว่ามันคือเรื่องจริงหรือเปล่า เขากำลังจูบกับแบมบี้เหมือนที่ตัวเองอยากทำตั้งแต่แรกเห็น และ...

...กำลังจะตาย

เขาถอนริมฝีปากออกพร้อมกับยัดสิ่งหนึ่งใส่มือเธอ “ให้เขา” อเล็กซิสมองไฟแช็กทองคำขาวบริสุทธิ์ ครั้งหนึ่ง เคยใช้มันเพื่อทำความรู้จักกับเด็กคนนี้

“นายยังพูดได้...เหมือนนายไม่เป็นอะไรเลย” เด็กสาวยกมือขยี้ตา เสียงร้องไห้ของเธอไพเราะพอ ๆ กับเสียงหัวเราะของแนท เขาดีใจที่เห็นเธอร้องไห้เหมือนที่เธอร้องให้กับคนอื่น เบนแตะนิ้วลงบนคาบน้ำตานั้น มันอุ่น

ไมเคิลวางมือลงบนไหล่ เขาจับมือเด็กหนุ่ม...หรือเพื่อนอีกคน

“อย่าให้ฉันมีสภาพเหมือนซอมบี้พวกนั้น นายเข้าใจใช่ไหม”

ไมเคิลพยักหน้า

 แนท

ทั้งที่ตนรอเวลานี้มาตลอด รอเวลาที่ได้เจอเธอ แต่ทำไมเขาอยากยื้อให้ตัวเองอยู่นานกว่านี้ เบนพยายามสกัดกั้นความสับสน หัวใจถูกทำลายไปแล้วแต่ความเจ็บปวดนี้คืออะไร มันไม่ใช่เพราะบาดแผล ไม่ใช่เพราะลูกธนู อเล็กซ์ที่กำลังฝึกลอยตัวในท้องฟ้าจำลอง มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยายออกมาว่าคืออะไร ทั้งเจ็บ ทั้งจุก แต่ไม่ใช่เพราะแผล  มันยังไม่จบแค่นี้ใช่ไหม เขาแค่เดินทางต่อไปแต่ไม่ใช่ทางเดียวกับพวกเขา ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของทุกสรรพสิ่งใช่ไหม แค่อีกทาง เขาอาจช่วยเอล์มตาหาไฟดัส เขาจะไปหาแนท ใช่ เขาจะไปหาแนท คุณหายไปไหน

 ดวงตาสีน้ำเงิน...เขาลูบไล้ใบหน้าอเล็กซิส พยายามมองหาแนทข้างใน ความเจ็บปวดไม่ได้น่ากลัวเท่ากับสิ่งที่ตนกำลังเผชิญอยู่ เบื้องหน้าคืออะไร เขาไม่รู้ว่าเขากำลังจะไปไหน “อย่า...” เขาเชยคางเธอให้มองแต่หน้าเขา “แบม...อย่า...หลบตา” เธออยู่ในนั้นใช่ไหม ในท้องทะเลอันเงียบสงบพร้อมกับซากรถคันนั้น ชั่วระยะเวลาหนึ่งที่ดวงตาสีน้ำเงินคู่นี้สะกดให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง ทั้งผืนน้ำ เสียงลมทะเล สักพัก แสงสว่างสีขาวกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว อเล็กซ์...ฉันไป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #178 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 09:11
    ;-;;;; เบนนน โอ้ ไม่คิดไม่ฝัน เป็นรายชื่อแรกๆที่คิดว่ารอดแน่ โออออ้ คุณทำให้เราหลงรักตัวละคร แล้วก็ฆ่าทิ้งได้เลือดเย็นมั่ก ทำไมเก่งอย่างนี้ แง ตายจริงหรอ ตายจริงอะ ตายจริงดิ เช้าที่สดใสอยู่ดีๆก็มืดทึม ฉันวันนี้เหมือนมีหมอกร้ายเข้ามาปกคลุมหัวจัย
    #178
    1
    • #178-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 34)
      12 ธันวาคม 2561 / 09:31
      โอ๋ ปัดหมอกให้น้า ปัด ๆๆๆ
      #178-1
  2. #89 plaily next (@plaily05) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 22:18
    เบน..ตายแล้ว T..T ตอนแรกเราก็เคยแช่งให้เบนตายๆ ไปซะ! ไม่ชอบผู้ชายแบบนี้(เตาะไปเรื่อย-_-) และรำคาญมากด้วย อย่างเช่นตอนที่เบนโดนพิษงู ก็แอบหวังว่าเบนจะตายนะ แต่เบนก็รอด ก็เลยคิดว่าเบนอาจเป็นพระเอกก็ได้ ตอนนั้นแอบใจหายนิดนึง แต่พอนานวันเข้าความไม่ชอบก็หายไป(ตอนไหนก็ไม่รู้)จนถึงตอนที่เบนได้ช่วยชีวิตทุกคน เราก็เพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้เกลียดเบนอีกต่อไปแล้ว แต่..รักเลยแหละ แล้วเบนก็โดนลูกธนูยิงที่หัวใจ จนสุดท้ายเบนก็ไม่ได้อยู่กับพวกเราอีกต่อไปแล้ว..ฮึก..อยากร้องไห้ ไม่อยากให้เบนจากไปเลย อยากให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ และตลอดไป...

    ป.ล. ไรท์เขียนนิยายได้เก่งมากเลยนะคะ ที่ทำให้นักอ่านผูกพันธ์ไปกับตัวละครด้วย จากตอนแรกที่เกลียดแสนเกลียด แต่..เปลี่ยนเป็นรักได้ซะงั้น
    ป.ล. 2 ชอบนิยายเรื่องนี้มากกก และก็บรรยายได้ดีสุดๆ (ถึงจะแอบสับสนว่าใครเป็นคนบรรยายก็เถอะ) ตัวละครเยอะสุด
    ป.ล. 3. ขอเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #89
    1
    • #89-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 34)
      14 เมษายน 2561 / 22:58
      เปิดมาเจอเม้นแบบนี้ข้าพเจ้าจะร้องไห้เหมือนกัน ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ฮือออออ

      ขออภัยกับความเยอะของตัวละครด้วยน้า (ก็เลยตัดให้ + ฟุ่บ หลบรองเท้า)

      ขอบคุณสำหรับกำลังใจและฟีดแบคน้า จุ๊บแก้มซ้ายขวา
      #89-1
  3. #77 dreaming_mz (@dreaming_mz) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 14:28
    ช็อค.. เบนตายจริงๆ UU
    #77
    1
    • #77-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 34)
      12 มีนาคม 2561 / 15:18
      ทำปากจู๋ เอานิ้วชนกัน อย่างอนเค้าน้า T3T
      #77-1
  4. #73 03111969 (@03111969) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 12:18
    เเล้วอเล็กจะเป็นอย่างไรเนี่ย
    #73
    1
    • #73-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 34)
      6 มีนาคม 2561 / 14:45
      รอติดตามต่อไปได้เลย - -+
      #73-1
  5. #72 P.P.G (@bloodskulls) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 21:41
    ไม่นะะะะะ อย่าให้เบนตายนะะะะ
    #72
    1
    • #72-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 34)
      4 มีนาคม 2561 / 22:35
      เหตุใดออเจ้าเพิ่งเผยตน แอบชม้อยตาให้น้องเบนอยู่หรือ
      #72-1