ตอนที่ 32 : ขอบกำแพง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    10 มี.ค. 61

ร่างอูน่ากลายเป็นประติมากรรมกลางธารน้ำแข็ง ปล่อยไอลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่งเหมือนเวลาควันออกมาจากท่อไอเสียก่อนรถดับ เธอยกมือค้างเติ่งกลางอากาศ อูน่าเอื้อมสุดแขนหวังให้เพื่อนช่วยดึงขึ้นแต่มันสายเกินไป น้ำแข็งตัวก่อนที่พวกเขาจะช่วยเธอได้ทันและไม่มีใครกล้าลงไปอีกรอบ อูน่าจึงติดคาอยู่ในนั้น พ่ายแพ้ต่อความเย็นที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วในที่สุด เทสซ่าประคองเบลินดากับเอมมี่ให้ออกห่างจากบริเวณแม่น้ำ ทั้งสองคนตัวสั่นเทาแต่อาการสั่นคงไม่ได้มาจากความเย็นเพียงอย่างเดียว ในเมื่อทั้งสองเพิ่งสูญเสียเพื่อนไปต่อหน้าต่อตา พอน้ำแข็งละลาย พวกเขามองศพอูน่าจมลงสู่เบื้องล่าง

ต่อให้เห็นคนตายอีกกี่ครั้ง เธอไม่เคยชินกับมันเลย เทสซ่าปล่อยให้พวกเบลินดาทำใจ

เป็นไงบ้างเธอถามน้องสาว มินนี่นั่งสั่นงก ๆ อิงแอบออสโล่ เขาโอบกอดเธอโดยอัตโนมัติ เทสซ่าจ้องแม้รู้ว่าออสโล่ไม่คิดอะไรตามประสาคนเป็นพี่สาว หนุ่มผมแดงเห็นเธอจ้องก็ถาม ไหวหรือเปล่า  

มินนี่เงยหน้า หนูหนาวจะตาย พี่ไม่หนาวเหรอ เด็กสาวเขยิบเพื่อให้เธอมานั่งกอดด้วยกัน

ไม่รู้เพราะความที่เธอเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือเปล่าจึงไม่มีอาการเท่าคนอื่น เธอปล่อยให้ผู้ชายอย่างออสโล่มอบความอบอุ่นให้น้องสาวไปก่อน อย่างไรเสีย เขาไม่ใช่ผู้ชายแบบเบน

กลุ่มเทสซ่าเพิ่งเผชิญกับบรรยากาศร้อนอบอ้าวอันเนื่องจากอยู่ในถ้ำที่เต็มไปด้วยลาวาไหลเป็นธารเล็กสองข้างทาง ผ่านกับดักมากมายจนนึกว่าตัวเองกำลังตามหาสมบัติล้ำค่าใต้พิภพ

มันก็ยังดีกว่าสัตว์ประหลาดนะ หญิงสาวพยายามปลอบใจตัวเอง เธอเบื่อหน่ายกับการวิ่งหนีสัตว์กลายพันธุ์เต็มทน ทั้งศพ ทั้งเลือด และความตาย เธอไม่อยากเห็นมันอีกแล้ว แต่การทดลองครั้งนี้ไม่เคยปล่อยให้เธอหลงคิดดีใจอยู่นาน หากไม่มีนักล่า สิ่งแวดล้อมและความเหนื่อยล้าจะฆ่าพวกเขาเอง เหมือนอูน่าเมื่อครู่ 

เธอยืนมองหนุ่มสาวสี่ห้าคนกอดกันตัวกลมจนแทบกลืนกินเป็นร่างเดียว เหมือนลูกนกพลัดถิ่น

เวดเป็นอีกคนที่ไม่ได้ทำตัวเหมือนนกน้อย แม้ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง แต่ข้อดีสำหรับคนที่มีร่างกายแบบนักกีฬาคือความอดทนที่แข็งแกร่งกว่าคนปกติ เขาแข็งแรงเป็นรองแค่เธอกับเรมีเท่านั้น หนุ่มผมบลอนด์เดินไปเดินมากึ่งวิ่งกึ่งเดินเร็วเพิ่มความร้อนในร่างกาย

ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นนะ เท่าที่ฉันรู้สึกเรมีแจ้ง เขาเพิ่งเดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ เสร็จ มินนี่เป็นไงบ้าง

อย่างที่เห็นเธอพยักพเยิดไปทางกลุ่มลูกนก เราจุดไฟได้ไหม นายพอมีวิธีหรือเปล่า

เขาส่ายหน้า ลูบผมทรงโมฮอกเหมือนกลัวว่ามันจะเสียทรง ไม่มีอะไรให้เราจุดไฟได้เลยนะ

หญิงสาวเม้มปาก กะอุ่นกระป๋องซุปสักหน่อย แต่พวกเขาคงต้องกินแบบปกติ เทสซ่าหันกลับไปมองแม่น้ำที่ตัวเองเพิ่งข้ามมา มันช่างดูไม่มีพิษมีภัยเลย

จัสติน เบลินดา และเอมมี่เริ่มขยับ แต่ละคนคงอาการดีขึ้นแล้ว เธอเจอกลุ่มจัสตินในโซนสาม เทสซ่าค่อนข้างแน่ใจว่า กลุ่มของเธอจะเป็นผู้รอดชีวิตกลุ่มแรกและอาจจะเป็นกลุ่มสุดท้าย สมาชิกส่วนใหญ่ทิ้งชีวิตไว้ที่โซนสาม ทั้งเพื่อนของจัสตินทั้งหมด รวมทั้งแม๊กซ์ เพราะแผลที่ขาของเขาอักเสบ ไม่ยอมแห้งจึงวิ่งไม่ทัน เขารอดจากพวกปีศาจสุนัขมาได้ก็จริง แต่ไม่รอดจากสัตว์ประหลาดในโซนสาม โดยเฉพาะตรงรอยต่อกับโซนสี่ จากนั้นพวกเธอเสียอูน่าไปกับกับดักเมื่อครู่

เราจะพักตรงนี้กันเลยไหมเรมีถาม แต่ว่า ก็จะไม่เหลือเสบียงแล้วนะ

คงต้องเป็นงั้น พวกเราเดินทางกันมาเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่ได้พักเลยนี่ ถ้าเจอแบบแม่น้ำแบบนี้อีก ได้ตายแบบอูน่าแน่เวดสรุป เขารื้อกระเป๋าหยิบอาหารออกมาวาง

เธอแหงนหน้ามองข้างบน ถ้ำจำลองแห่งนี้เหมือนจริงราวกับมันไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่มีทางออก

โซนสี่แล้วนะ เทสซ่า อีกนิดเดียว

โนเอล พี่อยู่ไหนกัน

เธอคิดถึงแม่ ป่านนี้แม่จะเป็นอย่างไรบ้าง ครอบครัวของเธออยู่ในกลุ่มชนชั้นแรงงานซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่เดอะ เวสต์ แม่ทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดตามบ้าน เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่ยังสาว ของฝากจากงานก็คือ โนเอล เธอ และมินนี่ เทสซ่าฝันอยากเห็นครอบครัวตัวเองหลุดพ้นจากสภาพแวดล้อมแบบนั้น แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ แม้แต่จะกลับไปหาแม่ยังเป็นไปไม่ได้

ลองนวดแขนกับขาให้มินนี่สิ ฉันนวดให้เจ้าออสโล่เมื่อกี้ถึงได้ดีขึ้นเวดแนะนำ เทสซ่าจึงได้สติอยู่กับปัจจุบัน

นายนี่นะ นวดให้ออสโล่

เขาพูดไปหัวเราะไป หมอนั่นปากจะม่วงอยู่แล้ว ฉันต้องทำอะไรสักอย่างสิ

เออดี พูดข้ามหัวกันขนาดนี้ออสโล่ว่า ฉันดีขึ้นแล้ว แต่มินนี่นี่สิออสโล่กอดแล้วเขย่าตัวมินนี่ด้วยความเอ็นดู

เทสซ่าจึงนวดให้มินนี่ น้องสาวเผยอยิ้ม ปากพึมพำว่า สบาย

เด็กบ้า

เรมีวางซุปหนึ่งกระป๋องกับขนมปังอีกครึ่งก้อนลงบนพื้น น้ำเปล่าของแต่ละคนเหลือเพียงค่อนขวด ไม่มีใครกล้าเติมน้ำจากในแม่น้ำ

นายกินพอเหรอ ฉันว่าฉันพอเหลืออยู่เยอะ เธอผละจากมินนี่ไปยังสัมภาระตัวเอง อื้อ จริงด้วย นายเอาเพิ่มใหม่ ฉันมีขนมปังตั้งสามก้อน ซุปอีกสองกระป๋อง

ฉันพอเขาอวดซุปมักกะโรนีไก่ เนื้อเยอะพอสมควร ไม่ได้มีแค่น้ำ

หญิงสาวจึงหยิบขนมปังก้อนหนึ่งกับกระป๋องซุปครีมเบคอนเห็ดชูอวดคนอื่น ใครอยากได้บ้าง

สาวผมสีช็อกโกแลตยกมือทันที ฉันขอ กระเป๋าเอมมี่ตกอยู่ในน้ำ

เธอโยนซุปให้เบลินดา แต่ก่อนจะโยนขนมปังมีคนโยนถุงขนมปังตัดหน้าเสียก่อน ฉันให้เอมมี่ ไม่ได้ให้เธอเวดกล่าว 

ขอบคุณเบลินดาตอบกลับคู่ปรับ พวกเขาทะเลาะกันน้อยลงตั้งแต่เข้าโซนสาม หรือจะเรียกว่า หมดแรงต่อปากต่อคำก็ว่าได้ ความเกลียดชังที่เวดมีต่อเด็กผู้หญิงคนนี้รุนแรงมากจนแม้แต่เทสซ่ายังรู้สึกได้ ถ้าทายไม่ผิด เบลินดาคงเป็นคนแจ้งความเท็จกับตำรวจจนพวกซานโบซ่าถูกจับมาที่นี่ อย่างไรก็ตาม เวดไม่ใช่คนใจดำหินชาติขนาดนั้น และเบลินดาดูไม่ใช่คนร้ายกาจอย่างที่เธอจินตนาการไว้ตั้งแต่ได้ยินเรื่องนี้

เธอนึกหนทางข้างหน้าแล้วเปลี่ยนใจไม่ให้ขนมปังอีกก้อนกับคนอื่น

อาหารเธอพอหรือเปล่า

มินนี่พยักหน้า พอ มีเหลือด้วยนะ

เก็บไว้ก่อนเทสซ่ากระซิบ ไม่มีใครขอเพิ่มนี่นา คงไม่ผิดหากเธอจะเหลืออาหารให้ตัวเองกับน้องเผื่อฉุกเฉิน

โนเอลคงถึงทางออกแล้วมั้งมินนี่เปรย เคี้ยวขนมปังลงท้องช้า ๆผู้เป็นพี่ไม่ตอบ เธอไม่อยากจินตนาการมากไปกว่านี้อีกแล้วว่าชะตากรรมพี่ชายเป็นอย่างไร และที่สำคัญ เธอไม่อยากให้ความหวังทำร้ายเมื่อความจริงปรากฏ

กินเสร็จแล้วเราเดินสำรวจล่วงหน้าก่อนไหม เรมีเอ่ยถาม เขารับประทานทุกอย่างจนเกลี้ยงแล้ว เมื่อกี้ฉันเช็กแผนที่ พวกเราใกล้ทางออกแล้วนะ

เอางั้นก็ได้ จะได้ดูว่ามีกับดักอะไรอีกหรือเปล่า นายอยู่กับมินนี่นะเธอหันไปบอกออสโล่

ได้ ฉันขอนั่งตรงนี้แหละ

พวกเราไม่ได้เดินไปไกล แค่ดูว่าข้างหน้ามีอะไร เธอย้ำแล้วเก็บของ อิ่มตั้งนานแล้ว ความรู้สึกอยากอาหารแทบไม่มี เวด นายไปกับพวกเราไหม

เอาสิเขาลุกขึ้น

แสงสว่างเล็ดลอดมาจากซอกหิน บรรยากาศในโซนสี่จึงไม่มืดทึบ มันอาจจะเป็นแสงไฟจำลองที่ซ่อนอยู่ในซอกหินงอกหินย้อยมากกว่าแสงอาทิตย์จริง ๆ ทั้งสามคนเดินเคียงกันและกัน 

อากาศกลับมาร้อนอีกแล้วเธอเปรย เหงื่อเริ่มออก สายตามองตามลาวาที่ไหลออกมาจากรูข้างทาง หากมนุษย์สามารถฝืนกฎธรรมชาติได้ขนาดนี้ ผู้ที่ควบคุมโปรแกรมทดลองจะต่างอะไรจากพระเจ้า หินเหนียวหนืดไหลยืดเชื่องช้า มันดูเหมือนของจริงมาก ทั้งไอร้อนที่ออกมาจากตัวมัน หรือมันคือของจริงที่เกิดจากฝีมือมนุษย์กันแน่ เธอสงสัยนัก

เรมี ตอนที่นายเข้ากลุ่มใต้ดิน พอรู้เรื่องรัฐบาลมากกว่านี้ไหม

เขาสั่นหัว ฉันรู้แค่ว่าประวัติศาสตร์ถูกบิดเบือน แต่ไม่รู้ว่าคนกลุ่มไหนนั่งอยู่หลังรัฐบาล ไม่รู้ด้วยว่าเบื้องลึกเบื้องหลังคืออะไรกันแน่

นี่ ๆเวดเรียกทั้งคู่ เขาคุกเข่าชี้มือลงไปยังเนินข้างล่าง เทสซ่ากับเรมีเดินไปสมทบ ทางลาดตรงหน้าทอดยาวไปสู่ช่องว่างขนาดเท่าประตูเมือง แสงสว่างจากด้านนอกฉายแสงระยิบระยับที่แม้แต่คนมองยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น

ใช่แสงอาทิตย์หรือเปล่า

ทั้งสามมองหน้ากัน หรือว่านี่คือ ทางออก!

**********

ส่องไฟดี ๆ

ทั้งหมดขยับนาฬิกาเพื่อให้เบนเห็นชัดขึ้น

ฉันหมายถึงเบ็กกี้

สาวน้อยผมแดงสะดุ้ง เธอยกมือสูงขึ้นอีก

นายนี่มัน...โนเอลขบกราม พูดดี ๆ สิวะ

แล้วใครทำให้เสียเวลาวะ...อย่า อย่าแม้แต่เบะปากร้องไห้

เขาเห็นเบ็กกี้กลั้นใจไม่ให้น้ำตาไหล

แผลของอเล็กซิสลึกเพราะกระสุนดันฝังใต้ไหปลาร้า เลยขั้วหัวใจไปนิดเดียว เบนคลำบริเวณรอบแผลส่งผลให้เด็กสาวเม้มปากแน่น พยายามไม่ส่งเสียงร้อง แต่เล็บจิกลงไปในเนื้อแขนของเบน

เจอไหม

อื้อเบนยกมืออังปากแผล อเล็กซิสเริ่มดิ้น ขายาวเล็กขยับไปมา อดทน ๆแม้จะทำเสียงหงุดหงิด แต่สายตากลับห่างไกลจากคำว่ารำคาญ บางครั้งหมอนี่ไม่ได้แค่กระซิบ แต่แนบทุกส่วนบนใบหน้าสัมผัสแก้มและซอกคอคนเจ็บด้วย

ไมเคิลชำเลืองมองดวงตาอเล็กซิส มันเป็นสีน้ำเงินเข้มสวยเหมือนอัญมณีที่เรียกว่า พลอยสีน้ำเงิน ดวงตาที่เห็นครั้งแรกก็ชอบทันที เขาชอบมากกว่าสีเขียวมรกตของเพื่อนเธอ อาจเป็นเพราะมันทำให้เขาอบอุ่นได้อย่างน่าประหลาด และมันเหมือนกับดวงตาของชายคนหนึ่งที่จากเขาไปนานแล้ว

โสตประสาทจับสัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตได้ตอนนั้นเอง มาละ

กี่ตัวเบนถาม

สอง

เขาสะกิดโนเอลแล้วปล่อยให้เบ็กกี้คอยส่องไฟให้เบนตามลำพัง หวังว่าพวกนายคงจัดการได้นะหนุ่มผมสีเข้มกล่าวเหมือนฝากฝังแต่ไม่วายวางมีดไว้ข้างตัว

เขาพยักหน้า อื้อ ทำแผลให้เสร็จไว ๆ ก็แล้วกัน

โนเอลตบบ่าอเล็กซิสที่นอนพิงเบนอยู่สองสามที ทั้งสองพยักหน้าให้กัน ไมเคิลควงมีดทั้งสองมือ ส่วนโนเอลใช่ปืน

คนละตัวไหวไหม

ไหวสิ เท้าฉันหายดีแล้วล่ะคู่หูจำเป็นตอบพร้อมกับหมุนข้อเท้าอวด

ปีศาจสองตัววิ่งเข้ามาด้วยท่าทางปุ๊กลุก

ถูกต้อง ปุ๊กลุกเขาใช้คำไม่ผิด แต่หากมันตวัดลิ้นหรืออยู่ใต้คมเขี้ยวเมื่อไรคงไม่เอ็นดูเหมือนตอนนี้ ไมเคิลหลบลิ้นยื่นยาวที่พุ่งเข้ามา ไม่ได้แอ้มหรอกน่า เขาก้มตัวกระโดดหลบ ผสมกับสัตว์เลื้อยคลานแบบไหนนะ เสียงอากาศตัดผ่านหูไปมา การเคลื่อนไหวที่มาจากทักษะสะสมตั้งแต่เด็กและพลังพิเศษ เจ้าสัตว์กลายพันธุ์จับตาศัตรูไม่ทัน แรงหมัดมนุษย์ซัดมังกรโคโมโดที่ผสมกับสัตว์อีกชนิดจนกระเด็น มันพยายามพลิกตัว เขากระโดดขึ้นไปบนหัวเสียบมีดที่ดวงตาโตสองข้างจนมิดด้าม

เสร็จไปหนึ่ง

ทางด้านโนเอล

เวรเด็กหนุ่มสบถเมื่อสถานการณ์ต่างกับเขาลิบลับ

โนเอลล้มกองกับพื้น ถูกมันสะบัดออกจากหลังจนจุก ไปตรงนู้น เขาชี้ไปทางสัตว์ประหลาด

ไม่บอกก็รู้เขาพึมพำ สายตาจดจ่อขาสั้นของเจ้าอ้วนเตี้ยหนังหนา หางมันโบกไหว ๆ ไม่ทันที่มันจะเข้าถึงสามคนนั้น ท่อน้ำหลายสิบอันหลุดจากข้อต่อ ไมเคิลหยุดมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาทึ่งจนลืมศัตรู สิ่งของเหล่านั้นสลับเกี่ยวพันระโยงระยางจนมีรูปร่างเหมือนลูกกรง เจ้าปีศาจผิวแข็งชนสิ่งกีดขวางเข้าอย่างจัง ไมเคิลฉวยโอกาสนี้คว้าหางของมัน ทว่ามันหวีดร้องเสียงดังเข้าเสียก่อน 

เขาลากมันออกมาทันทีแต่เจ้าปีศาจร้ายแทบสิ้นฤทธิ์แล้ว ลูกตาข้างหนึ่งถูกทำลาย ลิ้นขาด ฝีมือเบนแน่นอน ไมเคิลง้างปากมันออกจากนั้นเสียบมีดทะลุเพดานปาก ร่างมันกระตุกหนึ่งทีก่อนตายสนิท

มันตายแล้วยัง เบนถามจากด้านใน

ตายหมดแล้วเขาตอบ พริบตาเดียว กำแพงท่อน้ำหลุดออกจากกันหล่นลงพื้นเสียงดังกึกก้อง เบนยังถือขวดแอลกอฮอล์กับสำลีอยู่เลย

เอากระสุนออกแล้วสินะ

อื้อจากนั้นเขาแปะสำลีลงกับแผลสด ไมเคิลขนลุกแทนอเล็กซิสทันที เด็กสาวกรีดร้องเสียงหลง

ทำอะไร น้ำตาปริ่มรอบดวงตา เบนหัวเราะ ดวงตาสีน้ำตาลอมเหลืองมองเด็กสาวในอ้อมกอดเอ็นดู ล้างแผลให้เธอไง

นายทำแบบนั้นไม่ได้เขาโพล่งออกไป ไมเคิลพอจะมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้างเพราะตัวเองได้แผลมาบ่อย ๆ และต้องทำแผลให้คนอื่นบ่อยเช่นกัน

ฉันล้างแผลเบนยืนยัน

อเล็กซิสปัดมือคุณหมอจำเป็นออกไป นายต้องใช้น้ำสะอาดล้างแผล ส่วนแอลกอฮอล์เอาไว้เช็ดบริเวณโดยรอบ ไม่ใช่แปะที่แผลเธอพูดรัว น่าจะยังแสบ

ก็มันฆ่าเชื้อชายหนุ่มยืนกราน

มันจะทำให้แผลแย่ลง นายอย่าอ่านแต่หัวข้อได้ไหม เธอสวน น้ำเสียงเหมือนใกล้จะตาย ไมเคิลมองไปยังตัวอักษรบนโฮโลแกรม มันมีข้อห้ามเขียนไว้จริง ๆ สายตาตวัดมองว่าเบนจะแก้ตัวอย่างไร

ก็...ฉันกลัวเธอติดเชื้อนี่นา

ฉันทำให้ไหมเขาเสนอตัว จะได้เสร็จสักที

โนเอลแทรกขึ้น ฉันทำให้ก็ได้ ยังไงฉันก็ทำให้เธอเจ็บ

ไม่ต้องเบนปฏิเสธคงทั้งคู่เสียงแข็ง ฉันจะทำแผลให้เธอ แล้วมันจะหายภายในไม่กี่ชั่วโมงเลยล่ะ

เขาสบตากับโนเอลแล้วหันหน้าหนีเพื่อกลั้นยิ้ม หากไม่นับเบ็กกี้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ และทำตัวเหมือนไม่มีตัวตน เบนทำให้คนอื่นรู้สึกว่าโลกนี้มีแต่เขากับอเล็กซิส

เบ็กกี้นั่งส่องไฟนิ่งจนไมเคิลสงสัยว่าเธอหายใจอยู่หรือเปล่า ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าควรปลอบเธอดีไหมหรือปล่อยให้เธอจมกับความรู้สึกแบบนี้ ไมเคิลไม่ชินกับการมีเพื่อนเยอะแยะ เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีเพื่อนหรือเปล่าในเมื่อตั้งแต่เกิดมา ที่อยู่ถาวรยังไม่มีเลย

พวกเขานั่งจับเจ่ามองเบนกับอเล็กซิสเถียงกันเรื่องทำแผล ฝ่ายหนึ่งอยากเป็นบุรุษพยาบาลแต่ไม่รู้จักวิธีรักษา ฝ่ายคนไข้ไม่ไว้ใจพยาบาล 

ก่อนหน้านี้นายยังไม่ได้ล้างมือ ล้างด้วย

โอเคเบนล้างมือด้วยน้ำเกลือ

อ่านโฮโลแกรมให้ละเอียด

เงียบน่า

แต่เบนไม่ได้แตะขวดแอลกอฮอล์อีกเลย กว่าจะทำแผลเสร็จเสียเวลาเกือบชั่วโมง ไมเคิลพอจะรู้ว่าทำไมหมอนี่ยืนกรานจะรักษาเพื่อนสาวให้ได้ เหตุผลแรก กระสุนฝังในเป็นฝีมือของหมอนี่ เรื่องนี้เขาแน่ใจ คนที่จับปืนมาทั้งชีวิตอย่างไมเคิลจะไม่รู้หรือว่าเพราะอะไรและทำไม แม้โนเอลจะเป็นคนยิง แต่แรงกระสุนควรทะลุออกจากร่างมากกว่าติดอยู่ข้างใน นั่นเป็นเพราะเบนพยายามหยุดมันแต่ไม่ทันต่างหาก ส่วนโนเอลคงรู้สึกผิดจนไม่ได้นึกถึงความจริงข้อนี้ และเหตุผลที่สอง มีแต่เบนที่สามารถเอามันออกได้โดยไม่ต้องผ่า

เขาไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกไป ทั้งเบนและโนเอลล้วนไม่ได้ตั้งใจ อีกอย่าง หากเขาตัดสินใจน็อกโนเอลตั้งแต่แรก พี่ใหญ่ของกลุ่มคงไม่ลุกขึ้นมายิงปืนใส่ภาพหลอนจนไปโดนอเล็กซิสแบบนั้น ป่านนี้พวกเขาคงเดินทางไปไหนต่อไหนแล้ว

ไหวนะไมเคิลถามเมื่อเห็นอเล็กซิสลุกขึ้นมาสะพายกระเป๋า

อื้อเธอเปลี่ยนมาถือปืนข้างขวาด้วย สิ่งหนึ่งที่เขาตัดสินใจอยู่กับกลุ่มนี้คงเป็นเพราะเด็กคนนี้ เพราะดวงตาของเธอ และเพราะอเล็กซิสเคยช่วยชีวิตปาสคาลไว้แม้เธอจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้

เบ็กกี้ยังคงเดินเงียบ ไม่ปริปากพูดกับใคร เขาสงสารเธออยู่หน่อย ไม่มีใครพูดเรื่องนอนพักอีกเลย เพราะกลัวพลังเบ็กกี้จะเล่นงานอีก ความจริงแล้ว ถ้าเธอคุมพลังได้ มันจะมีประโยชน์มากเลยนะ เขาพยายามพูดให้เด็กสาวรู้สึกดีขึ้น

เธอเงยหน้าอวดใบหน้าตกกระ ดวงตาสีเขียวคู่นี้ช่างดูเศร้าเหลือเกิน มันไม่สว่างเจิดจ้าเหมือนตาสีเขียวของจูน ตาของเบ็กกี้เหมือนป่าทึบ

นายก็เห็นว่าฉันคุมมันไม่ได้ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปด้วยซ้ำ เธอกอดอกแน่น ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ (อีกแล้ว) เบ็กกี้เป็นคนประเภทไม่เชื่อในศักยภาพของตัวเอง

ทุกอย่างล้วนต้องใช้การฝึกฝนและพยายามนะเขาพยายามให้กำลังใจเธอ ฉันไม่ได้คุมพลังได้ตั้งแต่เกิดสักหน่อย

พวกเราควรได้พัก แต่กลับกลายเป็นแบบนี้

บ้าน่าอเล็กซิสพูดขึ้น ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นหรอก เธอไม่ได้ตั้งใจ โนเอลไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีใครตั้งใจทั้งนั้น มันแค่ ช่วยไม่ได้

แต่ฉันเห็นด้วยว่าเธอควรฝึกจิตควบคุมมันเบนแย้ง ถ้าเธอทำได้ เราก็ไม่ต้องมานั่งสู้กับปีศาจพวกนี้ และฉันไม่ได้ว่าเธอ เบ็กกี้ อย่าร้องไห้น่ารำคาญ

ไมเคิลสงสัยว่าหมอนี่เคยพูดดีกับใครบ้างไหม

ตะ แต่ในเมื่อฉันไม่รู้ว่าทำยังไง แล้วฉันจะคุมมันได้ยังไง เด็กสาวตั้งคำถาม

อเล็กซิสหยุดเดิน ถ้าเธอไม่รู้ตัวว่าทำได้ยังไงแล้วทำไมนายแน่ใจว่าเป็นฝีมือเบ็กกี้ มันอาจจะเป็นกับดักในโปรแกรมก็ได้ หมอกควันมรณะอะไรแบบนี้ พวกมันอาจจะปล่อยออกมาตอนพวกเราเผลอ

ไอเดียนี้ไม่เลว แต่...

เออ นั่นสิโนเอลว่า ส่วนเบ็กกี้มองเขาด้วยความหวังเต็มเปี่ยม หวังว่าเขาจะยอมรับว่าเดาผิด

เขาถอนหายใจ ฉันแน่ใจ เพราะตอนที่ทุกคนหลับกันหมด เวลาเบ็กกี้ทำอะไร ทุกคนมีปฏิกิริยาตอบสนองคล้อยตาม เบ็กกี้กรี๊ด ทุกคนกรี๊ด

ฉันไม่ได้กรี๊ด เบนและโนเอลประสานเสียงกันทันที

หมายถึง ร้อง อาละวาด พ่นคำพูดต่าง ๆ นานา มินนี่ เทสซ่า แนท...อเล็กซ์เขาพยายามอธิบาย แต่โนเอลกับเบนรีบโบกมือให้เขาหยุด

 เอาเป็นว่า ฉันไม่ใช่คนสุดท้ายที่ตื่นก็แล้วกันเบนไม่ลืมส่งยิ้มกวนประสาทให้โนเอล ว่าแต่ ทำไมนายไม่เห็นภาพหลอนล่ะ

เห็นสิเด็กหนุ่มตอบทันที ยังจำลักษณะซอมบี้ที่มีหน้าตาเหมือนพ่อแม่ตัวเองและปาสคาลได้ จำได้ไหมว่าฉันขอตัวไปนอนก่อน พวกเธอสองคนไม่รู้สึกเหรอ ฉันว่าตอนนั้นแหละที่พลังของเบ็กกี้เริ่มส่งผล อาการง่วงสุดขีด จู่ ๆ ก็ง่วง

อเล็กซิสพยักหน้าคล้อยตาม ใช่ ฉันง่วงมาก จู่ ๆ ก็ง่วง

แต่เบนยังมีคำถาม แล้วทำไมนายตื่นก่อนเบ็กกี้ นายหลุดออกจากห้วงนั้นได้ยังไงไมเคิลจับได้ว่าในน้ำเสียงนั้นแสดงความไม่ค่อยพอใจที่เขาไม่ถูกพลังเบ็กกี้เล่นงานหนักเหมือนที่คนอื่นโดน

ไมเคิลหัวเราะเสียงแห้ง ซอมบี้สามตัวนั้นขอให้เขาฆ่าหรือไม่ก็ให้เขาฆ่าตัวเองเพื่อเป็นพวกเดียวกัน หากไม่ใช่ภาพหลอนย่อมต้องเป็นกลอุบาย ในเมื่อตนเองเห็นพ่อถูกระเบิดตาย ส่วนร่างของแม่มอดไหม้เป็นเถ้าถ่านนานแล้ว เขากับปาสคาลทำพิธีให้เธอเอง และสุดท้าย ป่านนี้เจ้าลุงแก่ขี้บ่นคงถูกปลาทะเลกัดกินไม่เหลือซาก

ไม่เหลือเลยสักคน

พวกเขาตายหมดแล้ว ตายก็คือตาย ฉันไม่มีห่วงเหมือนพวกนายมั้ง พอทำสมาธิได้ก็ตื่น ฉันตัดสินใจปลุกเบ็กกี้เมื่อเห็นอากัปกิริยาแต่ละคน แต่ไม่คิดว่าปลุกแล้วพลังยังไม่หายไป โชคดีที่อเล็กซิสพึมพำออกมาว่า...กำลังฝันอยู่อะไรประมาณนี้ ฉันเลยปลุกอเล็กซิสก่อน เพราะคิดว่าดูจะมีสติมากกว่าใคร

เขาเห็นอเล็กซิสยิ้มเย้ยใส่เบน

ยิ้มแบบนี้อีกทีฉันจะสอดลิ้นเข้าไปข้างในให้เธอเสียวซ่านไปทั้งตัวเลย อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอแอบตบหน้าฉันเบา ๆ

ตอนนั้นฉันพยายามปลุกนาย

ก็ไม่เห็นต้องตบนี่นา ถ้าเป็นอเล็กซ์เธอจะตบเหรอ

ฉันทำมากกว่าตบมาแล้ว

ทำไมนายชอบพูดจาสามแง่สามงามกับอเล็กซิสล่ะเบ็กกี้แทรกบทสนทนา อย่างเช่นชวนเธอไปนอนด้วยอย่างงี้

โอ๊ย ยายชีเบนฮึดฮัด

เบ็กกี้พูดถูกแล้วโนเอลสนับสนุน พอไม่มีเทสซ่า นายก็มาแกล้งอเล็กซิสแทน ตอนอยู่ในหอยังไม่พูดขนาดนี้เลย

ทำไมมีองครักษ์พิทักษ์เยอะจังนะ แบมบี้ เรียกแบบนี้พอใจไหม แบมบี้ แบมบี้

อเล็กซิสกลอกตา

ทำไมนายชอบเรียกเธอว่า แบมบี้เขาถาม สงสัยมานานแล้ว

จะว่าไป ฉันก็สงสัยอยู่นะโนเอลเสริม

ฉันก็ด้วยเบ็กกี้อีกคน

เบนทำหน้าเหมือนกับพวกเขาเป็นมนุษย์นีแอนเดอธัลพวกนายไม่รู้จักกวางแบมบี้เหรอ เห็นว่าเป็นตัวการ์ตูนก่อนยุคหายนะเชียวนะ

พวกเขาไม่ดูการ์ตูนเหมือนนายนี่อเล็กซิสสวน

เบนยิ้มเยาะ แต่เขาขอใช้คำว่า ยิ้มแบบวายร้าย งั้นเธอก็ดูการ์ตูนเหมือนฉันสินะ

ไมเคิลหัวเราะ เธอไม่ทันหมอนี่จริง ๆ นะ

พวกเขาเดินมาสุดทาง ตรงหน้าคือบันไดเหล็กให้ไต่ขึ้นไปบ้างบน ทุกคนรีรอ

เออ ฉันปีนคนแรกเองเขาถอนหายใจ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะตนมีสัมผัสไวที่สุดคงไม่เป็นแบบนี้ ทุกคนคาดหวังว่าหากมีอะไรโผล่มา เขาจะซัดมันลงได้ทันที แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ปล่อยให้เขาเสี่ยงตายคนเดียว

ตามไปด้วยกันดีกว่า ถ้ามีอะไรจะได้ช่วยกัน

เธอปีนไหวเหรอเขาถามอเล็กซิส

สบายมาก

ฉันว่าให้อเล็กซิสตามไมเคิล เบ็กกี้ เบน เดี๋ยวฉันปิดท้ายเอง เผื่อมีตัวอะไรโผล่มาข้างหลังโนเอลเสนอ

ตามนั้น งั้นฉันปีนขึ้นละเขาสะบัดกระเป๋าไปข้างหลังแล้วไต่ขึ้นไป เมื่อถึงจุดสูงสุด ไมเคิลดันฝาท่อออกแล้วชะโงกหัวขึ้นไป นี่มันลานแบบโซนสอง เพียงแต่ด้านหลังเป็นกำแพงอิฐเปล่า ๆ ส่วนเสานั้นเป็นเสาโล่ง ๆ ไม่มีลวดลาย เขาเงี่ยหูฟัง พอจับสัมผัสได้แต่ไม่แน่ใจนัก เขารู้สึกถึงลมหายใจแผ่วเบา แต่ไม่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหว

นี่ มีอะไรไหมเสียงเบนถามจากด้านล่าง

ไม่แน่ใจ

งั้นลงมา

ขึ้นไป มีทางเดียวนี่คือเสียงโนเอล ไม่ใช่เขา

เด็กหนุ่มตัดสินใจปีนขึ้นแล้วดึงอเล็กซิส ตามด้วยเบ็กกี้ พวกเขาต้องใช้เส้นทางนี้เพราะมันเป็นทางเดียว ประมาณสองสามร้อยเมตรมีทางเชื่อมเปลือยเปล่าเชื่อมกับอีกโซน โนเอลพูดถูก มันมีทางเดียว เขาหมุนปืนที่ห้อยอยู่ข้างตัวกลับมาข้างหน้า พร้อมยิงใส่ทุกตัวที่กำลังจะเล่นงาน

นั่นคือโซนต่อไปใช่ไหมอเล็กซิสถาม

ฉันว่าน่าจะใช่

ทันใดนั้นบางสิ่งบางอย่างขยับด้านหลังกำแพง ขึ้นมาเร็ว ๆเขาเร่งเบนกับโนเอล

ทันทีที่โนเอลออกมาจากท่อ ก้อนหินขนาดเท่าหลักกิโลเมตรตกลงใกล้กับจุดที่พวกเขาเกาะกลุ่มกันอยู่นิดเดียว ไม่นานอีกก้อนตกลงมา สัตว์ประหลาดที่คล้ายกับหนูโผล่หัวทะลุออกมาจากกำแพงข้างหลัง ไม่ทันไร ทั้งแผงทลายลงดังครืน ทั้งหมดขยับตัวแต่ต้องระวังหินจากด้านบนที่ตกลงมาด้วย

วิ่ง ๆอเล็กซิสตะโกน

เข้าโซนสี่เร็วเขาชี้ แม้รู้ว่าตัวเองสามารถวิ่งไปถึงได้ก่อนใครแต่ไม่กล้าทิ้งคนอื่น

นี่คือเหตุผลที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางเป็นกลุ่ม เขาเกลียดความใจอ่อนของตัวเอง

ไมเคิลระวังเขากระโดดหลบทันควัน พอดีกับที่หินก้อนดังกล่าวหยุดนิ่งกลางอากาศ ขอบใจ

เบนหมุนมือ หินที่จะคร่าชีวิตเขาเมื่อครู่พุ่งไปฟาดศัตรูตายไปตัวหนึ่ง แต่มันมาเป็นฝูง หนูยักษ์ขนาดเท่าสุนัขปีศาจ

เพียงพริบตาเดียว พื้นที่ยืนอยู่ระเบิดออก เจ้ามังกรโคโมโดขนาดใหญ่กว่าทุกตัวที่เคยเจอทะลุออกมาจากพื้นข้างล่างตรงจุดที่เบ็กกี้ยืน ร่างเล็กกระเด็นลอยขึ้นสูง ไมเคิลวิ่งไปรับร่างเธอทันก่อนที่ตัวจะตกถึงพื้น แต่เบ็กกี้หมดสติไปแล้ว

พวกมันมากันเยอะมาก ไม่มีทางต้านไหวนอกจากหนี

หนีไปไมเคิล วิ่งไปก่อน ไม่ต้องรอพวกเราเสียงอเล็กซิส ไมเคิลมองหาจึงเห็นว่า เธอกำลังยิงปืนรัว เขาหันไปทางเบน เพียงเสี้ยววินาทีเดียว หินทุกก้อนรวมทั้งที่ตกลงมาแล้วลอยขึ้นกลางอากาศก่อนจะโถมใส่ฝูงศัตรูในคราวเดียว เขาจึงตัดสินใจอุ้มเบ็กกี้วิ่งนำไป ทว่า เมื่อหันกลับไปอีกครั้ง ไม่มีใครตามเขามาเลยสักคน

**********

แสงอบอุ่นที่ไหนกัน อากาศร้อนระอุแผดเผาไปถึงทรวงสิไม่ว่า เหงื่อของเธอไหลออกจากร่างราวกับผ้าเปียกที่ถูกวางทิ้งไว้กลางแดดก่อนแห้งแข็งกรัง พวกเขาวิ่งกระเสือกกระสน ใช้พลังเท่าที่มีไปให้ถึงบันไดเชือกฝั่งตรงข้าม ระหว่างทาง กรงขังรอบกำแพงทยอยเปิดออกปล่อยซอมบี้ออกมาไล่ฆ่า เทสซ่าซัดคลื่นเสียงออกไปไม่ยั้ง

ขึ้นเร็วเทสซ่าผลักน้องสาว อย่าช้ามินนี่ เธอเร่ง หัวใจจะวาย เด็กสาวกลับมองเธออาลัยอาวรณ์ เทสตามมาสิ

ขึ้นไป ออสโล่เธอบอกเด็กหนุ่มผมแดง

เธอล่ะ เวดอีกเขามองหาเพื่อน เวดกำลังวิ่งมา เขาเล็งบันไดที่อยู่ถัดจากเธอ

ฉันตามไป ไม่ต้องห่วง

ออสโล่ไม่อยากทิ้งเธอไว้ข้างหลัง

ไปเร็วเธอเร่ง ฉันขึ้นอีกข้าง

โอเค งั้นรีบปีนขึ้นไปนะว่าแล้วก็ไต่ตามมินนี่ไป

เทสซ่ามองขึ้นไป กำแพงสูงเท่าตึกสามชั้น มีบันไดห้อยอยู่หลายชุด เวดเกาะบันไดที่อยู่ข้างเธอแล้วปีน รออะไร

แบบนี้ไงเทสซ่าวาดมือ คลื่นเสียงผลักกลุ่มซอมบี้ให้ร่นถอยไปอีกครั้ง ไปทั้งสองรีบปีนขึ้นบันได

ยังไม่ทันที่เทสซ่าจะขึ้นไปถึงครึ่งทาง เธอจำเป็นต้องหันมาใช้คลื่นเสียงอีกรอบ เพื่อไม่ให้พวกมันเข้ามาแตะบันไดเชือกอันบอบบาง เสียงวิ๊งเหมือนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำงานเต็มพิกัดออกมาพร้อมกับคลื่นพลังที่ซัดออกไปเต็มเหนี่ยว เทสซ่าปีนสลับกันสาดพลัง ขณะที่ฝั่งมินนี่และออสโล่ยังไม่ถึงไหน เธอลืมไปเลยว่ามินนี่กลัวความสูง

ฮือ ไม่กล้าอ่ะ

อย่ากลัวมินนี่ อยากตายเหรอ ปีนต่อไป เธอแหวใส่น้อง

ไม่ถึงสิบวินาที บันไดของสองคนนั้นแกว่ง เธอมองลงไปข้างล่าง พวกซอมบี้ยื้อยุดฉุดกระชากปลายเชือก มินนี่และออสโล่ร้องตะโกนโหวกเหวกน่าเสียวไส้ อีกข้าง บันไดของเวดขาด...

เวดเธอเอื้อมมือไปไม่ทัน เด็กหนุ่มไหลรูดลงไป แม้เขาจะยังเหนี่ยวเชือกไว้ได้แต่ไม่พ้นมือพวกซอมบี้ มันรุมกัดขาทันที มือข้างซ้ายของเธอเกาะราวแน่น เธอขับไล่พวกซอมบี้ฝั่งมินนี่ออกไปก่อนจะหันมาทางเวด เลือดสีแดงข้นทะลักล้นขา เทสซ่าพยายามไม่สนใจทั้งเลือดทั้งเสียงร้อง เธอยื่นมือออกไป

แต่ครั้งนี้ไม่เกิดอะไรขึ้น

ไม่เอาน่า

เธอยื่นมือไปอีกรอบ ผลลัพธ์เหมือนเดิม เทสซ่าตะโกนเพื่อปล่อยเสียง แต่มันเป็นเสียงหวีดร้องธรรมดา

กระสุนปืนนับสิบยิงลงมา เรมีและบางคนขึ้นไปถึงข้างบนแล้ว พวกเขาช่วยกันยิงกันให้ เวด พยายามเข้า เธอตะโกน เขาค่อย ๆ เอื้อมมือดึงตัวเองขึ้น แต่เพราะขาไม่อาจขยับได้ เขาทำได้แค่ติดค้างอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้พวกมันรุมกินขา

เทสซ่าโบกมือ ตวัดมือ แต่มันเหมือนเธอเป็นบ้าร่ายรำกลางอากาศ หญิงสาวสั่นหัว เธอรีบไต่เชือกขึ้นไปจนนำหน้ากลุ่มมินนี่และออสโล่ ขณะนั้นเอง เรมีกับจัสตินกำลังช่วยกันดึงบันไดเชือกที่ขาดรุ่งริ่งของเวด

อดทนไว้เวด เกาะไว้ก่อน ฉันจะดึงนายขึ้นมา เรมีตะโกน

ทำดีมาก เรมี เธอภาวนาขอให้เวดปลอดภัยแล้วรีบสาวทั้งมือและเท้าประหนึ่งตัวเองเป็นลิง เบลินดาเพิ่งขึ้นไปถึงเอื้อมมือมาดึงตัวเธอขึ้น เทสซ่ารีบไปออตรงบันไดของมินนี่และออสโล่

เอมมี่ เธอไปช่วยเรมีกับจัสติน เสียงเบลินดาสั่ง พูดตรง ๆ เวดอาจไม่พอใจที่เธอคิดแบบนี้ แต่เทสซ่าชอบความหนักแน่นและสู้ไม่ถอยของเบลินดา เธอเป็นสมาชิกที่ไม่ได้เอาแต่รอความช่วยเหลือหรือกรีดร้อง

เทสซ่าก้มลงตะโกนให้มินนี่กลั้นใจขึ้นมาให้ไวกว่านี้ เพราะบันไดพวกเขาเริ่มจะไม่ไหวแล้ว และอีกไม่นาน อาจมีสภาพเหมือนบันไดของเวด

ขึ้นไปเร็วออสโล่ตะโกนอย่างเหนื่อยอ่อน น้ำเสียงตื่นกลัว พวกเขาค่อนข้างขยับตัวลำบากเพราะเชือกมีรอยขาด

ใกล้แล้ว อีกนิดเดียว มือของมินนี่เกือบถึงเธอแล้ว เมื่อน้องสาวแตะมือ เหมือนยกภูเขาออกจากอก เทสซ่าและเบลินดาช่วยกันดึงตัวมินนี่ทันที  อีกด้าน เวดใกล้ขึ้นมาจนสุด เหงื่อเรมีหยดราวกับเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ ส่วนจัสตินและเอมมี่มีสภาพไม่ต่างกัน

อีกนิดเดียวออสโล่เธอยิ้ม ใบหน้าตกกระนั้นยิ้มกลับมา เพียงเขายกมือจะมาจับมือของเธอ แรงกระตุกจากด้านล่างทำให้เชือกด้านขวาขาดโดยสมบูรณ์

ไม่ ๆ หญิงสาวกรี๊ด ตกใจจนเกือบจะหล่นลงไปด้วยหากไม่มีเบลินดาคอยจับไว้ โชคดีที่ออสโล่เกาะเชือกข้างซ้ายไว้ได้ ร่างของเขารูดลงไปนิดหน่อย แต่ยังอยู่ในจุดที่ว่าใกล้ถึงขอบ เธอกับเบลินดาช่วยกันดึงเชือกแบบเดียวกับที่เรมีทำ

เกาะไว้นะ

ออสโล่ร้องเหวอ เสียวจะตก เทสซ่ากับเบลินดาออกแรงดึงอีกรอบ เอมมี่กลับมาเบลินดาเรียกเพื่อน เอ้า หนึ่ง สอง สามทั้งสองสาวเชือก ดึงออสโล่ขึ้นมา ใกล้แล้ว ๆ หนึ่ง สอง สาม ดึง ออสโล่เขยิบมาเกือบถึงขอบ เธอเอื้อมมือให้เขาจับ ปลายนิ้วพวกเขาสัมผัสกัน มือของออสโล่ชโลมไปด้วยเหงื่อ

วืด

เสียงกรีดร้องของเบลินดาทำให้เธอรู้ว่าเวลายังไม่หยุดหมุน

ดวงตาสีน้ำตาลจ้องกลับมาอย่างตื่นตระหนกและมันห่างออกไปทุกที่ ร่างเด็กหนุ่มลอยละลิ่วตกลงเบื้องล่างและหายไปท่ามกลางมวลซอมบี้

ออสโล่

เทสซ่ากรีดร้องแทบเป็นบ้า เธอกวาดมือทำทุกวิถีทางเพื่อขับพวกมันออกไปจากเขา แต่เหมือนเดิม ไม่มีคลื่นเสียงออกมาเลย และเธอไม่เห็นตัวออสโล่นอกจากพวกซอมบี้ที่รุมทึ้ง ใครคนหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาจนเกือบจะตก เรมีกับเทสซ่าช่วยดึงตัวเวดไว้ เขาไม่ได้วิ่งมาแต่พุ่งมาเหมือนกระสุน ลืมความเจ็บปวดที่ขาไปจนหมดสิ้น เขาเขย่าตัวเธอ เธอซัดพวกมันออกไป เขาอาจจะรอด ยังมีบันไดเหลืออยู่ เร็ว เวดหยิบปืนยิงรัวลงข้างล่าง

เธอส่ายหน้า เวด...น้ำตาไหล ฉันปล่อยพลังไม่ได้แล้ว

อย่าโกหกน่า เขาจ้องไปข้างล่าง เขายิง ยิง ยิง แต่แล้วมืออ่อนปวกเปียกจนปืนตกลงไปข้างล่าง เวดตะโกนเรียกเพื่อนไม่หยุด เธอไม่เห็นออสโล่เลยนอกจากเลือดและ...ซอมบี้สองตัวกำลังยื้อแย้งแขนข้างหนึ่ง

เทสซ่าลุกเดินออกตรงนั้นทันที เธอผลักเรมีและจัสตินออกไปจากนั้นล้มลง อาเจียน

พี่/เทสมินนี่เดินเข้ามาแต่แทนที่จะลูบหลังกลับกอด เทสซ่าโก่งตัวอาเจียนไม่หยุดจนเหมือนทุกอย่างออกมาหมด ไม่ว่าจะตับ ไต ไส้ เสียงอาเจียนสลับกับเสียงสะอื้น ขณะที่มินนี่ร้องไห้ซบหลัง

ออสโล่ นั่นคือเสียงตะโกนสุดท้ายของเวด เขาสบถมาคำหนึ่งแล้วหมดฤทธิ์ เรมีกับจัสตินลากเขาให้ออกห่างจากจุดนั้น

เสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งใกล้เข้ามา เทสซ่าหันไปมอง กลุ่มคนในชุดเครื่องแบบทหารสีเทาแบบที่เจ้าหน้าที่หัวโล้นสวมเดินตรงมาพร้อมอาวุธครบมือ เจ้าหน้าที่นายหนึ่งปรบมือ

 ยินดีด้วย ผู้รอดชีวิตกลุ่มแรก





ประกาศ

มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการติดแพค นั่นคือ เราตัดสินใจว่าเปิดฟรีเล่มหนึ่งทั้งเล่มเลยค่ะ รายละเอียดดูที่บทพูดคุยกับนักเขียนได้นะคะ


มีคำถามฝากนิดหนึ่ง

คำถาม 1

หากไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป อยากทราบว่า นักอ่านชอบให้เราอัพตอนแบบไหนคะ อัพแบบจบตอนไปเลย แต่อาทิตย์หนึ่งอัพที หรือว่าอัพตอนย่อยสามตอนต่ออาทิตย์ดีกว่า เนื่องจากมีบางเสียงบอกว่าตอนเรายาวไปค่ะ


คำถาม
2

อยากอ่านบทความเกี่ยวกับที่มา แรงบันดาลใจ การสร้างตัวละคร ของตัวละครไหนบ้าง


สามารถตอบผ่านคอมเม้นหรืออินบ๊อกเฟซบุ๊กแฟนเพจมาได้นะคะ JesJournal

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #176 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 01:02
    โอ้มายก้อด ออสโล่ คนดีของชั้นนน ;-; มันอึ้งมันพูดไม่ออก นี่ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ม้าย เส้ามาก แบบหดหู่เลย แงงง สงสาร กำลังจะรอดแล้ว อุตส่าห์มาได้ไกลขนาดนี้ ฮือ เส้าาาาาาาาา
    #176
    1
    • #176-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 32)
      12 ธันวาคม 2561 / 09:26
      ครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่ได้สาปแช่งเก๊าใช่ไหม
      #176-1
  2. #74 dreaming_mz (@dreaming_mz) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 00:13
    ที่อ่านมาออสโล่เป็นหนึ่งในตัวละครที่เราชอบ วันนี้ใจหายจริงๆที่เสียเขาไป อีกนิดเดียวเขาก็จะเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกที่รอด นั่นแปลว่าคุณประสบความสำเร็จในการเขียนที่ทำให้เราผูกพันธ์กับตัวละครขนาดนี้ 5555

    ปล.อยากให้อัพอาทิตย์ละตอนทีเดียวจบนี่แหละค่ะ ยาวๆเลยอยากอ่านให้เต็มอิ่มค่ะ 555
    #74
    1
    • #74-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 32)
      12 มีนาคม 2561 / 09:14
      ขอบคุณค่ะ ดีใจที่มีคนพูดถึงออสโล่ เพราะเขามักโผล่มาแซมมากกว่ามีบทเด่น หรือ ซีนตัวเอง
      ตอนเขียนแอบรู้สึกว่าตัวเองใจร้ายมาก ส่วนการลงตอน จะลงเต็มตอนต่อไปตามเสียงผู้อ่านน้า
      #74-1
  3. #68 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:39
    ได้หมดนะ
    #68
    1
    • #68-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 32)
      21 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:20
      รับทราบค่ะ :)
      #68-1
  4. #67 Octory (@Octory) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:47
    ทีเดียวจบครับ รอนานหน่อย แต่อิ่ม
    #67
    1
    • #67-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 32)
      20 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:26
      รับแซ่บเด้อ
      #67-1
  5. #66 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:45
    ทีเดียวจบเลยครับ
    #66
    1
    • #66-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 32)
      19 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:58
      รับทราบค่ะ :)
      #66-1