ตอนที่ 31 : ลวงหลอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    16 ก.พ. 61

อเล็กซิสลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองไปทั่ว เหตุใดหมอกควันสีเทารายล้อมจนมองแทบไม่เห็นสภาพแวดล้อมรอบตัว มันหาใช่ควันบุหรี่ของเบนหรือไมเคิลไม่ และควันจากนิโคตินคงไม่มีทางฟุ้งมากขนาดนี้ เธอไม่ได้กลิ่นบุหรี่และจำได้ว่าเบนไม่ได้สูบ แต่เอ๊ะ เมื่อครู่ เธอยังคุยกับเบนอยู่ใช่หรือเปล่า หรือว่าเผลอหลับโดยไม่รู้ตัว แต่ทำไมพอตื่นมาถึงไม่เจอใครเลย มันเหมือนกับเธอหมดสติแล้วทุกคนก็หายไปหมด

เด็กสาวควานหาปืนที่ต้องอยู่ข้างตัว แต่ไม่เจอกระบอกปืนอัตโนมัติ ไม่เจอแม้แต่กระเป๋าเป้ที่วางอยู่ แปลก ทุกอย่างแปลกไปหมด หรือว่านี่คือกับดักตัวใหม่ ไม่มีใครตั้งตัวทันแน่นอน หมอกพลางให้ทุกคนแยกออกจากกัน อาวุธเดียวที่เธอมี คือ ปืนพกข้างเอว อเล็กซิสหยิบมันออกมาถือ เตรียมใจรับมือกับสถานการณ์พิลึกพิลั่น มือของฉันเป็นปืน เธอท่องในใจ “เบ็กกี้ โนเอล” เธอเรียกเสียงปกติ กลัวว่าถ้าเรียกเสียงดังจะมีตัวประหลาดโผล่มาฆ่า แต่ไม่มีเสียงตอบรับ “เบน ไมเคิล” เธอลองอีกครั้ง ไม่มีใครตอบรับอีกเช่นกัน

ทันใดนั้น เสียงแหลมเล็กทักขึ้นเหนือศีรษะ มันเป็นเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กผู้ชายตัวเล็ก

“อเล็กซ์มาเล่นกัน”

เพียงแค่ได้ยิน ขนภายในตัวลุกชัน เลือดกายภายในแข็งตัวเฉียบพลัน เสียงนี้ เธอเงยหน้าขึ้น เห็นท่อนขาเล็กของเด็กคนหนึ่งแกว่งไปมาช้า ๆ อยู่บนขื่อ ไม่สิ เขานั่งอยู่บนท่อน้ำที่พาดผ่านด้านบน ควันสีเทาค่อย ๆ จางหายไป ร่างนั้นปรากฏชัดขึ้น เด็กชายร่างผอมบางสวมเสื้อยืดลายการ์ตูนสีฟ้าตัวโปรด รองเท้าผ้าใบเรืองแสงฉายแสงสีเขียวนีออนแวบไปมาตามแรงแกว่งของเท้า มันเป็นคู่โปรดที่เธอกับพี่อีกสองคนรวมกันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดน้องชาย ผมสีทองสว่างตัดสั้น ดวงตาสีฟ้าจ้องมองลงมาอย่างซุกซน ผิวขาวงาช้างคล้ายเรืองแสงอยู่ในความมืดทำให้เห็นรอยแผลขีดข่วนทั่วตัว มือเล็กทั้งสองข้างจิกเกาะที่นั่งวีไอพีข้างบน เสมือนกับว่ามีสิ่งชั่วร้ายสิงอยู่ในร่างกายของเขา ไอปีศาจที่แสนน่ากลัวพวยพุ่งออกมาจากร่างนั้น

“อเล็กซ์ มาเล่นกันเถอะ” เขากวักมือ แต่ลักษณะการขยับเหมือนวิดีโอเทปติดขัด กล้ามเนื้อตึงและเกร็ง

ภายในหัวของเธอกลับมีหมอกเข้ามาแทน มือที่ถือปืนอยู่ตกข้างตัว เธอกลืนน้ำลาย “เจ้าลิง”

ลิตเติ้ลชาร์ลีแสยะยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันหลอสองสามซี่ ในขณะที่ซี่อื่นแหลมคม จู่ ๆ เขื่อนในตาแตกทะลักน้ำไหลพรากพร้อมกับอาการหนาวจับขั้วหัวใจ อเล็กซิสกอดอกตัวเองแน่น ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น “ชาร์ลี ทำไมอยู่นี่” เขาเหมือนกับพวกศพเดินได้ไม่มีผิด เด็กชายหุบยิ้มช้า ๆ แววตาเปลี่ยนเป็นเศร้าสลด แต่เธอยังสัมผัสไอปีศาจจากตัวเขาได้ ดังนั้น อเล็กซิสจึงไม่กล้าเดินเข้าไป

“ช่วยพวกเราด้วย”

อีกเสียงที่ทำให้หัวใจตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม เพียงแค่เหลียวหลังมองก็เห็นคาเลบในชุดกาวน์เดินเข้ามาหา ท่วงท่าเชื่องช้า ลำตัวโงนเงนคล้ายกับว่าขาของเขาไม่สมประกอบ ร่างสูงทำท่าเหมือนจะล้มแหล่มิล้มแหล่ แขนทั้งสองข้างห้อยตกข้างตัวเหมือนมันเป็นสิ่งแปลกปลอม ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของร่างกาย ดวงตาโศกสีน้ำตาลมองเธอวิงวอน อเล็กซิสปิดปากตัวเอง ตกตะลึงในสิ่งที่เห็น กระพุ้งแก้มของพ่อปรากฏรอยกัดแหว่งจนเห็นไปถึงเนื้อฟันด้านใน...ฟันแหลมเล็ก เหมือนกับฟันของชาร์ลี

“ทำไม” เด็กสาวกรีดร้องจนหากใครมาได้ยินคงนึกว่าเธอถูกทำร้าย สัตว์ สัตว์ในคราบมนุษย์สวมเครื่องแบบสีขาวและสีดำ สัตว์ฝูงใหญ่ในคราบรัฐบาล “ทำไมทำกับพวกเขาแบบนี้”

เธอถามพวกมัน แม้รู้ว่าสัตว์เดรัจฉานพวกนี้คงนั่งหัวเราะดูเธอเป็นบ้าอยู่คนเดียว

ทั้งที่ความหวังสูงสุดคือการได้กลับบ้าน แต่บ้านจะเป็นบ้านอีกได้อย่างไรในเมื่อพวกเขาอยู่ตรงนี้ ในสภาพผีดิบ อเล็กซิสทรุดกายลงกับพื้น ก้มหน้ายันกายด้วยแขนทั้งสองข้าง ชีวิตของเธอพังทลายลงหมดแล้ว ไม่ใช่แค่คาเลบกับชาร์ลีที่อยู่ตรงนี้ ยังมีเบียนน่า เจสซี่ ไบรซ์ จูน เอโลดี้ และเดวี่ ร่างพวกเขาเด่นชัดขึ้นเมื่อหมอกหายไป ทุกคนร้องงึมงำไม่เป็นภาษา แต่นัยน์ตาทุกคู่จับจ้องมายังอเล็กซิสเพียงผู้เดียว สายตาวิงวอนขอร้องราวกับเห็นเธอเป็นผู้ปลดปล่อยแสนประเสริฐ ร่างกายเธอสั่นสะท้าน มันไม่ใช่เรื่องจริง ฉันกำลังฝันอยู่ เธอกุมปืนในมือแน่น

“ไม่จริง ไม่จริง” เธอก่นร้องอย่างบ้าคลั่ง ทึ้งผมตัวเอง ตื่น ตื่นเดี๋ยวนี้ แต่มันไม่ช่วยอะไร “ออกไป ออกไปให้หมด”

“ช่วยพวกเรา ช่วยพวกเรา” ศพเหล่านั้นวิงวอน “ปลดปล่อยพวกเราเถอะ”

อเล็กซิสลุกขึ้นจะวิ่งหนี “ไม่ใช่ พวกแกไม่ใช่พวกเขา” เธอตะคอกทุกตัวที่พยายามเข้ามาใกล้ ปฏิเสธความจริงตรงหน้า “ออกไป”

ทว่าเธอปะกับอีกสอง พวกเขาเดินต้อนเธอให้กลับเข้ามา เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์เดินมาพร้อมกับเด็กหนุ่มผมสีแดง นัยน์ตาคนทั้งสองแข็งกระด้าง ปากส่งเสียงขู่กรอด ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยถ้อยคำปรามาส “เธอทิ้งพวกเรา” เวดและออสโล่ยกแขนขึ้นในลักษณะที่เหมือนกับมีด้านขึงที่ข้อมือ “เธอทิ้งพวกเรา” ราวกับตุ๊กตากระบอก

“ไม่ พวกนายยังไม่ตาย...พวกนายอยู่กับเทสซ่า” ดวงตาสีฮาเซลจ้องเธอเหมือนโกรธแค้นกันมานาน อเล็กซิสหวีดร้องไม่เป็นภาษาอีกต่อไป

นี่คือความฝัน ฝันร้าย

เสียงกรี๊ดนั้นหยุดลงเมื่อจูนย่อตัวลงมานั่งข้าง ๆ

“เธอหนีพวกเราไปไม่ได้หรอก จะทิ้งพวกเราเหรอ” เพื่อนรักในร่างซอมบี้ลูบไหล่อเล็กซิสแผ่วเบา “เธอจะทิ้งฉันให้อยู่ในสภาพแบบนี้เหรอ” เธอจ้องใบหน้างาม แม้จะเป็นศพแต่จูนยังสวยเหมือนเดิม แต่เหมือนกับภาพวาดมาดามเจ้าของบ้านผีสิงที่มีอายุพันปี จูนคลี่ยิ้ม มุมปากเชิดไปถึงแก้ม มือแห้งเหี่ยวประคองใบหน้าเธอ อเล็กซิสไม่อาจรับความจริงได้ เธอเลือกที่จะถอยออกมาก่อน ดวงตาสีเขียวแสดงออกว่าเจ็บปวดต่อปฏิกิริยานี้ จูนคลานตาม “เธอกลัวฉันเหรอ”

“แกไม่ใช่จูน” อเล็กซิสตะคอก “จูนไม่ขอร้องคนอื่นแบบนี้หรอก” ใช่ นี่คือความฝัน หรืออาจจะกับดักภาพหลอน แม้แต่คำขอโทษ เธอยังส่งแค่เศษกระดาษ จูนที่เธอรู้จักไม่วิงวอนแบบนี้ แม้เป็นศพ...ศพ...พูดได้เหรอ อเล็กซิสกำหมัดแน่นจนเล็บจิกไปถึงเนื้อ แต่เธอก็ยังไม่ตื่น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ฉันขอโทษเรื่องเดวี่ แต่ช่วยฉันให้ออกไปจากร่างกายแบบนี้ทีเถอะ เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบ” คำพูดนั้นทำให้ใจหวั่นไหวนัก หรือนี่คือเรื่องจริง จูนเอื้อมมือมาจับปืนในมือ “ช่วยให้ฉันไปสู่สุคติเถอะนะ”

อเล็กซิสผลักซอมบี้จูนออกไปให้ห่างตัว เธอจับปืนของตัวเองแน่นประหนึ่งปกป้องลูกรัก ประหนึ่งว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เธอไว้ใจได้ในเวลานี้ แต่ไม่วายซอมบี้คาเลบตรงเข้ามาโอบ และครั้งนี้ เธอเลี่ยงไม่ได้ “ลูกพ่อ” เสียงของพ่อ ไม่ ไม่ ไม่ มันไม่ใช่เรื่องจริง ขอร้องล่ะ มันไม่ใช่เรื่องจริง” อเล็กซิสพยายามตั้งสติ พยายามต่อสู้ต่อความรู้สึกหมดสิ้นทุกอย่าง น้ำตาเมื่อครู่ไหลจนแห้งเหือด ทำไมต้องทำให้พวกเขาเป็นแบบนี้ ทำไม เพราะอะไร สารเลว...เธอจ้องปืนในมือ ไม่เคยอยากฆ่าใครเท่านี้มาก่อน อยากฆ่าพวกมันให้หมด ทุกคนที่อยู่เบื้องหลังโปรแกรมนี้ ไอ้พวกที่นั่งดูคนเอาตัวรอดเสมือนดูรายการทีวี พวกที่กำลังหัวเราะเยาะเธออยู่

“ปลดปล่อย...พวกเรา” ซอมบี้ทุกตัวขอร้องพร้อมกัน มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหูตัวเอง แต่ยังได้ยินชัดเจนราวกับว่าเสียงดังมาจากในหัว

“...ช่วยแม่เถอะ...ลูกรัก” นั่นคือเสียงของเบียนน่า

“หุบปาก แกไม่ใช่แม่ของฉัน” เธอแหวใส่ “เบน โนเอล เบ็กกี้ ไมเคิล พวกนายอยู่ไหน” ปากร้องตะโกนหาเพื่อน ส่วนในหัว...นี่คือภาพลวงตา นี่คือภาพลวงตา นี่คือภาพลวงตา

ช่วยไม่ได้ เธอตัดสินใจยกมือขวาตบหน้าตัวเองอย่างแรง ตบครั้งที่สองยังเห็นพวกเขาอยู่ ตบครั้งที่สาม เจสซี่อุ้มชาร์ลีลงมา น้องเล็กหัวเราะชวนเธอไปเล่นด้วย เขาเป็นคนเดียวที่ไม่ขอให้เธอฆ่า ตบครั้งที่สี่ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอยังอยู่ท่ามกลางซอมบี้ที่เหมือนกับครอบครัวและเพื่อน ตบครั้งที่ห้า คาเลบจับมือ ยั้งไม่ให้เธอทำร้ายตัวเอง มือของเขาแห้งกรังราวกับศพมัมมี่ เขาดึงมือเธอไปแนบแก้มที่แหว่งจนเห็นฟันและลิ้นข้างใน นัยน์ตาคู่นั้นเศร้าเหลือเกิน จากนั้นมือนั้นเลื่อนมาลูบศีรษะ มันดึงเธอเข้าไปกอด แม้จะเป็นศพ แต่ไออุ่นยังอบอุ่นเหมือนเดิม “พ่อ...พ่อจริงเหรอ”

“ถ้าลูกไม่ช่วยพวกเรา จงมาอยู่กับพวกเรา” มือผอมแห้งจับปืนให้หันมาจ่อที่อกของเธอ “มาอยู่กับพวกเรา” เขาพูดพร้อมกับแสยะยิ้มเห็นฟันสีเหลืองเป็นซี่แหลม สายตาทุกคู่มองมาที่ปืนกระบอกนี้

“มาอยู่กับพวกเรา”

...

...

สิบสองชั่วโมงก่อน

น้ำไหลทะลักออกจากก๊อกสนิมเขรอะ อเล็กซิสโค้งตัวจ้องกระแสน้ำ นึกไปถึงสตูที่พ่อชอบทำและขนมเค้กที่แม่ชอบอบ เธออยากกินอาหารดี ๆ อยากฟังเสียงหัวเราะของคนในบ้าน พิธีจบการศึกษาจะเป็นอย่างไรบ้าง เธอจำได้ว่าตัวเองวางแผนจะแต่งตัวแบบไหน แต่งหน้าแบบไหน

น้ำชำระล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้าออกไปจนหมด พอเงยหน้าจ้องเงาสะท้อนในกระจก ยังเหลือรอยคล้ำใต้ตาที่ลบไม่ออก มันเหมือนกับเธอทาสโมกกี้สีดำล้นขอบ นี่ยังไม่รวมสภาพผิวแห้งผาก ริมฝีปากแตกยิ่งกว่าหน้าแล้งทางตอนใต้ของรัฐอีสต์แลนด์ อเล็กซิสต้องการครีมบำรุงผิวที่สามารถซึมลึกไปถึงกระดูก หากไม่นับศัตรูที่ผจญมาทั้งหมด ไม่ว่าจะซอมบี้ หุ่นยนต์พิฆาต สุนัขปีศาจ และงูยักษ์ ผิวแห้งไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

ตอนนี้ขอแค่ลิปมันทาปากก็พอ เด็กสาวโอดครวญในใจ เธอแทบจะซบหน้าลงกับอ่างล้างหน้าอยู่แล้ว พอล้างหน้าเสร็จก็ยืนสางผมและมัดเป็นทรงหางม้าใหม่ เวลาเดินทางผมสกปรกจะได้ไม่เปรอะหน้า ใจนั้นอยากสระผมและอาบน้ำจะแย่ แต่ทำได้แค่ลูบไล้ผิวแล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งเพื่อทำความสะอาดเท่านั้น

“ผู้หญิงหนอ ผู้หญิง”

เสียงนี้ จะใครอีกล่ะ นอกจาก เบน

“เสร็จแล้ว” มือข้างซ้ายปิดก๊อกน้ำ เธอเขยิบตัวให้เขาใช้

“ตามสบายเถอะครับ คุณผู้หญิง” ชายหนุ่มจุดบุหรี่ขึ้น กลิ่นมันไม่เหมือนกับที่อเล็กซ์เคยสูบ พอเห็นเขาถือบุหรี่ เธอนึกถึงอีกคน อเล็กซิสคุ้นตากับภาพอเล็กซ์และบุหรี่ในมือมากกว่าเบนกับบุหรี่ เมื่อนึกถึงคนที่หายไป เธอแอบไขว้นิ้วไว้ข้างหลัง ภาวนาให้เขาปลอดภัย

เบนกับอเล็กซ์มีอุปนิสัยบางอย่างที่คล้ายและต่างกันมาก แม้ว่าหลายครั้งอเล็กซิสจะตามอเล็กซ์ไม่ทัน แต่สิ่งเดียวที่เธอรู้ คือ คนคนนี้ไว้ใจได้ อเล็กซ์ไม่คิดทำร้ายใคร แต่กับเบน มันเหมือนกับพยายามเข้าใจภาษาที่สูญหายไปจากโลก เมื่อก่อนเธอมองเขาไม่ต่างจากพวกคุณชายที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ หนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้อยากนอนกับใครก็นอนได้ บางครั้งทำตัวน่าหมั่นไส้แต่ไม่ใช่คนร้ายกาจมากมาย แต่หลังจากที่เขาสังหารซาร่าห์ เธอต้องทบทวนดูใหม่ มันยากที่จะบอกว่าคนคนนี้เป็นคนอย่างไร ฆาตกร? หรือแค่ต้องการช่วยเพื่อน? เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารู้สึกกับเบนแบบไหน เกลียด หรือยังเห็นเป็นเพื่อนคนหนึ่ง หลายครั้งที่เขาช่วยชีวิตคนทั้งกลุ่ม สังหารสัตว์ประหลาด ปกป้องคนอื่นจนตัวเองบาดเจ็บ แต่เมื่อนึกถึงดวงตาสีเหลืองที่มองศพซาร่าห์ในคราวนั้น มันช่างเย็นชาจนเธอไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกันแน่ ใจหนึ่งไว้ใจ แต่อีกครึ่งหนึ่งหวั่นไหวในความไม่แน่นอนของเขา

ความจริงที่ว่าเขาฆ่าซาร่าห์กับเอ็มเมตเพื่อช่วยชีวิตอเล็กซ์ ความจริงที่ว่าเขาช่วยชีวิตอีกหลายคน ทั้งโนเอลและตัวเธอเอง ทั้งหมดคือความจริง แล้วเบนจามิน โรซิเย่ คือ คนแบบไหน

“ไม่ได้ยัดไส้เหรอ” เธอถาม

เบนเลิกคิ้ว ชูบุหรี่ที่คีบอยู่ “อ้อ ของถูก ๆ ไอ้หัวเงินให้มา เธอเล่นทิ้งบุหรี่ของฉันไปหมดเลยนี่นา”

อเล็กซิสนึกถึงเสื้อแจ๊กเกตที่ตัวเองเฉือนทิ้งเพื่อกันไม่ให้พิษงูลามไปยังส่วนอื่น

“นายควรพักผ่อนให้มากกว่านี้นะ” เธอพยักพเยิดไปทางผ้าพันแผลขนาดเท่าเฝือก พวกเขามีเวลาพักกันน้อย เพราะต้องเร่งเดินทางไปให้ถึงทางออก

เบนปล่อยควันออกมาจากปาก “เอามันออกที โคตรน่ารำคาญเลย” เขายื่นแขนให้ อเล็กซิสจึงนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ได้สวมเสื้ออะไรเลยยกเว้นกางเกงและรองเท้า แต่เธอแค่เอาเสื้อแจ๊กเก็ตออกไป ไม่รู้ว่าเขาถอดเสื้อยืดออกไปตอนไหน แต่ตอนนี้เด็กสาวอยากตีหัวตัวเองแรง ๆ สักหน เพราะสายตาดันสอดส่ายมองชายหนุ่มจากศีรษะจรดเท้า เบนเป็นคนที่มีเสน่ห์ร้ายแรงและน่าประหลาดที่สุด แม้ไม่มีกล้ามขึ้นชัดเจนอย่างพวกเวดและเดวี่ แต่เขาห่างไกลจากคำว่าผอมแห้ง บ้าจริง เธอพยายามจดจ่อกับผ้าพันแผล ฉันเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดานี่นา

“ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหน่อยกว่าผิวนายจะฟื้นตัว” เธอย้ำอีกครั้ง

“นั่นมันสำหรับพวกเธอ ฉันหายแล้ว ไม่เจ็บเลย” เขาแกว่งแขนเร่งให้เธอดึงออกเร็ว ๆ มันยากมากที่จะไม่มองสำรวจสรีระตามสัญชาตญาณของมนุษย์ เบนเปลือยท่อนบนกับบุหรี่บนปาก ผมที่เคยเซตเป็นทรงบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่ต่างจากอเล็กซ์ เขาดูเหมือนกับดาราร็อกสตาร์หากทาขอบตาสีดำอีกสักหน่อย และเพราะอากัปกิริยาบางอย่างทำให้นึกถึงอเล็กซ์เวลาสติไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย เธออดจ้องไม่ได้

“นี่” เขาเร่ง มุมปากเชิดขึ้นเหมือนดูออกว่าเธอมองอะไร

แต่คนนี้คือ เบน

อเล็กซิสส่ายหัว เธอค่อย ๆ แกะผ้าพันแผลออก พยายามทำให้เบามือที่สุด ผิวชั้นนอกของเขาถูกทำลายไปตั้งแต่ข้อมือจนถึงหัวไหล่ สภาพก่อนหน้านี้น่าสยดสยองมาก ไม่เคยคิดว่าจะเห็นคนอย่างเบนดิ้นทุรนทุราย ตะโกนโหวกเหวกขอให้เธอตัดแขนออกไป “นายเจ็บไหม”

“ไม่ รู้สึกดีมาก” เขาว่า พ่นควันบุหรี่ปุ๋ย ๆ

มันน่าทึ่งมาก แน่นอนว่าเธอหมายถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ของที่นี่ ผิวของเบนกลับมาเหมือนเดิม ไม่สิ ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนียนนุ่มราวกับผิวไข่ต้ม “ไปหาเสื้อใส่ด้วย” เธอบ่น

ชายหนุ่มกำลังนั่งลูบผิวตัวเองอยู่เลย พอได้ยินแบบนั้นจึงเงยหน้าทำสายตากรุ้มกริ่ม “แน่สิ จะให้ฉันเดินเปลือยเหรอไง หรือว่าเธออยากให้เป็นแบบนั้น” ไม่วายยักคิ้วกวน “เรายังพอมีเวลาตรวจร่างกายกันและกันนะ”

อเล็กซิสกอดอก “ฉันแค่บอกให้นายหาเสื้อใส่ นายก็ไปเรื่องนี้ได้ตลอด เอาเถอะ รู้สึกไงบ้าง ผิวใหม่เนี่ย”

เขาลูบไล้ผิวเหมือนนางแบบในโฆษณาทำ “นุ่มเหมือนเด็กแรกเกิดเลยล่ะ เธอน่าจะอิจฉานะ เห็นรูปผิวหน้าตัวเองตั้งนาน” ประโยคนี้ทำเอาคนฟังหน้าตึง เสียเวลาคุยกับหมอนี่ทำไม พอหันหลังจะเดินออก

“แบมบี้”

ชิบ...เด็กสาวนึกโมโหที่ตัวเองหยุดเดินแล้วหันกลับไปเหมือนถูกตั้งโปรแกรมอัตโนมัติไว้ “สุดท้ายก็เป็นแบมบี้ได้สิน่า” ชายหนุ่มยิ้ม กัดริมฝีปาก

อเล็กซิสถอนหายใจเสียงดัง แต่เมื่อเห็นแววตาของเขากลับมาจริงจัง เธอจึงรอฟัง

“...ขอบคุณที่ไม่ทิ้งอเล็กซ์”

อเล็กซิสไม่รู้จะตอบอะไร ด้านอ่อนโยนของเบนคงมีไว้เฉพาะเพื่อนสนิท แม้แค่พูดถึงเพื่อน สีหน้ายังละมุนละไมผิดจากเมื่อครู่ เธอไม่ได้ตอบรับหรือทวงบุญคุณอะไรเลย จะให้พูดอะไรล่ะ ขอบคุณที่ช่วยอเล็กซ์ด้วยการฆ่าซาร่าห์กับเอ็มเมตอย่างนั้นหรือ

เบนดูเหมือนจะอ่านสีหน้าคนตรงหน้าออก เขาหัวเราะผ่านรูจมูกดังพรืด จากนั้นเดินมายัดบุหรี่ใส่ปากเธอ อเล็กซิสโวยวาย “ลอง มันช่วยนะ” เธอปัดออก เขากดไหล่จนตัวเธอติดฝาผนัง เบนยัดมวนบุหรี่กลับเข้าไปในปาก “สูดเข้าไปสิ นิดเดียวเอง” เด็กสาวลังเล ใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ ดวงตาสีเหลืองกดดันให้ลอง ความใคร่รู้ทำให้เผลอสูดเข้าไปจนได้ ลมที่เข้าไปข้างในนั้นส่งกลิ่นฉุนกระจายไปทั่วโพรงจมูกและอาจลามไปถึงสมอง เธอถุยบุหรี่ออกแล้วไอสำลักทุรนทุราย มะเร็ง ฉันเอามะเร็งเข้าไปเป็นกลุ่มเลย อเล็กซิสเค้นให้ตัวเองไอออกมาเพื่อให้ควันที่สูดเข้าไปออกจากร่างกายให้หมด มันเป็นประสบการณ์ที่แย่มากเหมือนกับมีควันพิษอัดแน่นอยู่ในรูจมูก เธอไออยู่นาน ขณะที่อีกฝ่ายหัวเราะท้องขัดท้องแข็งเห็นเป็นเรื่องตลก

“เธอรู้ไหม หมอนั่นน่ะ ถ้าให้สัญญาณสักหน่อย เขาจะแสดงออกชัดเจนกว่านี้ อาจจะรุกเลยก็ได้ ถ้าไม่แน่ใจ อเล็กซ์ไม่กล้าเร่งเครื่องหรอก”

“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง” เธอตะโกนใส่หน้าทั้งที่ยังไอค่อกแค่ก อเล็กซิสเดินหนีออกไปจากตรงนั้นพร้อมกับคำสบถมากมาย ส่วนอีกคนเอาแต่หัวเราะไล่หลัง

ไมเคิลตื่นแล้วเช่นกัน เขายืนเกาะอยู่ตรงมุมขนมปัง หากเทียบกับโนเอลแล้ว ใครจะเชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้กินเยอะที่สุด ไมเคิลสามารถยัดขนมปังเจ็ดก้อน ซุปครีมอีกสองถ้วย และของหวานตบท้ายได้อีกมากมาย จนบางครั้งเบนแซวว่า “ไอ้อูฐขนเงิน” พอเด็กหนุ่มเห็นเธอเดินออกมาก็ยื่นขนมปังให้อย่างเป็นมิตร อเล็กซิสรับแล้วกินรอโนเอลกับเบ็กกี้ที่เพิ่งตื่นและยังงัวเงีย

“นายรู้จักฉันกับจูนได้ยังไง” เธอถาม ร่างสูงยักไหล่ ทำท่ากั๊กไม่ยอมเล่าสักที ไม่พอ ยังเปิดกระป๋องซุปมะเขือเทศแล้วส่งให้เธอ คล้ายกับว่าเห็นว่าพวกกินจุเหมือนกันอย่างนั้นแหละ อันที่จริง อเล็กซิสไม่รู้สึกหิวเท่าไหร่เลย มันเหมือนกับว่า ร่างกายสูญเสียความอยากอาหารไปแล้ว

“สามปีที่แล้ว เธอกับเพื่อนช่วยชีวิตลุงแก่คนหนึ่งไว้” เขาบอกแค่นั้นแล้วเดินหนีไปยังมุมอาวุธ เด็กสาวครุ่นคิดขณะที่ตัวเองพยายามยัดอาหารลงกระเพาะ อีกไม่นานพวกเขาจะเข้าสู่โซนสาม และจุดเซฟโซนจะเหลืออยู่เพียงจุดเดียว ในโซนสี่ไม่มีจุดเซฟโซน การกินในครั้งนี้คงเหมือนเอาเสบียงลงท้องแบบอูฐจริง ๆ นั่นแหละ

สามปีก่อน อเล็กซิสพยายามนึก แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เรากับจูนเหรอ สามปีก่อน เธอยังไม่คบกับเดวี่เลย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ทำไมเธอนึกไม่ออก ในเมื่อเธอไม่เคยลืม

“ขอโทษ ลืมไปว่าเธอจำไม่ได้” ไมเคิลตะโกนมาจากอีกฟากประหนึ่งอ่านความคิดอีกฝ่ายออก เขาส่งยิ้มที่ทำให้เธอเห็นว่าฟันหน้าค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ แต่มันไม่ได้ทำให้เขาดูดีน้อยลง ตรงกันข้าม มันทำให้ใบหน้านิ่งเฉยนั่นน่ารักและเป็นมิตรขึ้นกว่าเก่า

ไม่ใช่เวลามาชื่นชมหน้าตาผู้ชายนะ ยัยบ้า อเล็กซิสเขกหัวตัวเอง คงเป็นเรื่องปกติหากเธอมีจูนและเอโลดี้ แต่ในโลกนี้และสถานการณ์แบบนี้ มันคงไม่ถูกเวลาเท่าไหร่นักที่จะมาคิดเรื่องไร้สาระ

พวกเขาออกเดินทางในอีกไม่กี่นาทีถัดมา เข้าวันที่หกมาสองชั่วโมง อเล็กซิสถือว่ายังทำเวลาได้ดี แผลของโนเอลแห้งสนิทแต่ยังตึงอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงเน้นเทน้ำหนักไปที่ขาขวา เวลาเดินจึงเหมือนขาเป๋อยู่กลาย ๆ คนที่เจ็บหนักสุดอย่างเบนตอนนี้เดินตัวปลิวและไม่โวยวายเหมือนตอนถูกพิษงู อเล็กซิสภาวนาให้สัตว์ประหลาดในโซนสามไม่น่ากลัวเท่า อย่างไรก็ตาม เธอไม่คิดว่าแรงปรารถนาจะส่งผล เพราะเมื่อเข้าสู่โซนสาม บรรยากาศในนี้มืดทึบและอับชื้น เหมือนกับอยู่ในชั้นใต้ดิน รอบตัวเต็มไปด้วยท่อระบายน้ำสนิมเขรอะและน้ำเหนียวหนืดสีดำ

หมดกัน รองเท้าฉัน

สัตว์ประหลาดในโซนนี้ คือ มังกรโคโมโดขนาดมโหฬารกว่าตัวปกติ ลำตัวมันยาวประมาณหกเมตรครึ่ง ผิวหนังหนาขรุขระยิงเข้ายาก แม้จะวิ่งเร็วและฝีเท้าหนักแต่เพราะขาสั้น มันจึงวิ่งได้แป๊บเดียวจนเธออดเอ็นดูไม่ได้ ยกเว้นเสียแต่ว่า ลิ้นยาวของมันสามารถตวัดท่อน้ำจนคดงอหรือแตกออกได้ทันที ดังนั้น ความเอ็นดูในตอนแรกมลายหายไปทันทีที่เพิ่งหลบลิ้นนั้น อาจเป็นความเคยชินแล้วก็ได้ที่ทำให้พวกเขาไม่ได้ตื่นตระหนกกับรูปลักษณ์หรือความน่ากลัวของมัน (อ้อ ยกเว้นเบ็กกี้ไว้คนหนึ่ง) โนเอลขออวดฝีมือสู้กับมันแบบตัวต่อตัว คนที่เหลือจึงคอยยิงสกัดไม่ให้มันออกนอกสังเวียน

“ระวังฟันมันนะ” อเล็กซิสร้องเตือน เธอแทบไม่ได้ยิงเลย เพราะไมเคิลกับเบนสนุกกับการละเล่นนี้ พอเจ้าสัตว์ประหลาดละสายตาจากโนเอลด้วยการพุ่งเข้ามา พวกเขารัวยิงกันมันออกไปพร้อมกับหัวเราะเสียงร่วน และเมื่อโนเอลเข้าสู้ พวกเขาก็ส่งเสียงเชียร์เหมือนนั่งชมมวยปล้ำคู่เด็ด โนเอลวิ่งหลบ ยิง หลบ แล้วยิง ชะงัก “เท้าเขาเจ็บอยู่!” เธอร้อง แต่อีกสองหนุ่มกลับนิ่งเฉย หัวเราะหนักกว่าเดิม

“อ้าว หมดไฟแล้วเหรอลุง” เบนตะโกนเพื่อกระตุ้นให้พี่ใหญ่ของกลุ่มสู้ต่อ

โนเอลยกนิ้วกลาง เขายิงปืนล่อให้มันกลับมาสนใจตัวเอง ไม่นานหนุ่มร่างใหญ่กระโดดขึ้นบนตัวคู่ปรับ เสียบมีดสองเล่มเข้าที่ดวงตาทั้งสองข้าง มันร้องแล้วตวัดลิ้นออกมาเกือบถึงตัว โนเอลกระโดดหลบทันแล้วโยนระเบิดใส่ปาก

“แม่ง” เบนร้อง

ทุกคนกระจายหาที่หลบ เศษเนื้อกระเด็นไปทั่วเพราะแรงระเบิด

“ครั้งหน้าไม่เอาแบบนี้นะโว้ย ขยะแขยงเป็นบ้า” เบนบ่น เขาปัดก้อนเนื้อเหลวออกไปจากไหล่  

อเล็กซิสสบตากับเบ็กกี้ ต่างคนต่างบอกว่ามีเศษเนื้อติดที่หัว จากนั้นระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกัน

ทั้งหมดเดินทางต่อ เจอสัตว์ประหลาดประปรายแต่ไม่จำเป็นต้องรับมือหนักเหมือนในโซนหนึ่งหรือโซนสอง ลึก ๆ แล้ว อเล็กซิสเข้าใจว่าจุดประสงค์หลังของโปรแกรมอยู่ที่โซนหนึ่ง นั่นคือการปลุกเร้าความกลัวเพื่อเร่งปฏิกิริยาที่อยู่ภายใน ส่วนโซนถัดมาคือทดสอบพลังของตัวอย่างที่สอบผ่าน ส่วนใหญ่จึงทิ้งชีวิตไปในโซนแรกหมดแล้ว หากไม่ใช่คนธรรมดาคงมีโอกาสรอดพ้นออกจากโซนสี่ แต่ถ้าเธอไม่เจอกับอเล็กซ์ จนมาพบเบนและไมเคิล หรือแม้แต่โนเอลคงไม่มาถึงโซนสามแบบนี้หรอก อาจตายถัดจากพอล เธอนึกสงสัยว่า เวด ออสโล่ เทสซ่า และมินนี่ยังคงเอาตัวรอดได้หรือไม่ ถ้ารอด ป่านนี้อาจใกล้ถึงโซนสี่แล้วก็ได้ หรืออาจจะอยู่ในโซนสี่

“ฉันจำไม่ได้ว่าเราเคยเจอกันนอกจากวันแคสติ้ง” เธอบอกไมเคิล ในใจคิดว่าเขาอำเล่นเพราะเธอไม่มีทางลืม ยิ่งช่วยชีวิตคนทั้งคน คนเราไม่น่าจะลืมเหตุการณ์นั้นได้

แต่ละคนกำลังมองหาจุดนั่งพักเพราะเดินกันมาเกินสิบชั่วโมงแล้ว หนุ่มผมสีเงินยิ้มน้อย ๆ ขำที่เธอยังครุ่นคิดอยู่ “เธอจำไม่ได้อยู่แล้วล่ะ เพื่อนเธอก็จำไม่ได้”

“แต่ฉันไม่เคยจำอะไรไม่ได้” เธอชี้นิ้วไปที่หัวตัวเอง “ฉันถูกส่งตัวมาที่นี่เพราะความจำนะ” เธอจำได้ทุกอย่าง ยกเว้นเหตุการณ์ก่อนเข้ามาอยู่ในบ้านเดวิส ใครจำช่วงเวลาก่อนสองขวบได้กันบ้างเล่า

ไมเคิลยังคงยิ้ม แต่คล้ายกับยิ้มเยาะมากกว่า “บอกแล้วไง เขาทำให้เธอลืม นั่นคือ พลังของเขา”

“ใครเหรอ เขาเป็นอะไรกับนาย ทำไม...”

“ลุงคนหนึ่ง” ไมเคิลยักไหล่แล้วสวาปามขนมปังเข้าปากทั้งก้อน กินอีกแล้ว เบ็กกี้ที่นั่งข้างเอนตัวพิงไหล่ เธอจึงให้เด็กสาวนอนตัก เบนแทรกตัวมานั่งคั่นกลางระหว่างเธอกับไมเคิล ส่วนโนเอลนั้นนอนอยู่ พวกเขาสลับกันตื่นและนอน กะว่าจะพักไม่เกินสามชั่วโมง กะจะใช้เวลาในโซนนี้ภายในสามสิบชั่วโมง (ถ้าทำได้)

“นายถูกจับมาได้ยังไง” เบนถาม มือทั้งสองข้างแกะกระป๋องซุปแล้วยกดื่มด้วยท่าทางตรงข้ามกับไมเคิล เขาสวมเสื้อยืดสีขาวที่เป็นเสื้อผ้าสำรองในเซฟโซนและทับด้วยแจ๊กเก็ตทหาร

ไมเคิลทำท่าชั่งใจ แต่สุดท้ายก็ตอบแต่โดยดี “ฉันเบื่อที่จะหนี คนอย่างฉันหนีมาทั้งชีวิตแล้ว ก็เลยปล่อยให้พวกเขาจับง่าย ๆ”

แวบหนึ่งที่เธอเห็นหนุ่มข้างตัวแอบเบ้ปากกับประโยคที่ว่า “ปล่อยให้จับง่าย ๆ”  หน้าเวดซ้อนขึ้นมาทันที

“หนีมาทั้งชีวิตเหรอ”

ไมเคิลพยักหน้า

แววตาของเบนวาวโรจน์ “นายเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์สินะ”

“อื้อ” อเล็กซิสเห็นไมเคิลเปิดกระป๋องซุปกินอีก กินเยอะชะมัด “ตั้งแต่จำความได้ ถ้าจะเรียกแบบนั้นนะ”

เบนเลียปากแล้วหันมาหาเธอพร้อมกับสื่อผ่านนัยน์ตาว่า หมอนี่พวกเดียวกับฉันเอง

อเล็กซิสกลอกตา “แล้วนายมาจากเมืองไหน”

หนุ่มผมเงินส่ายหน้า “ฉันไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง” เขาทำหน้านึกอยู่ไม่กี่วินาที “อ้อ แต่ถูกจับที่โกลด์ไมน์ ตอนนั้นกะจะสมัครทำงานในเหมือง พอรู้ว่าตำรวจตามเจอก็ยอมแพ้ ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิด” เขาเหล่ตาไปรอบ ๆ แล้วหัวเราะเย้ยหยันในโชคชะตา

“นายทำอะไรผิด ทางการถึงอยากได้ตัวขนาดนั้น” ชายผมสีน้ำตาลซัก ตอนนี้คนถูกซักทานซุปหมดกระป๋องแล้วและไม่ได้ทานเพิ่ม ส่วนอเล็กซิสยังทานขนมปังในมือไม่หมด

“อืม” เขายกแขนไขว้หลัง “เอาจริงนะ ฉันไม่รู้ พวกเขาพาฉันหนี และก็หนี ตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะพลัง แต่พอถูกจับ พวกเขาก็สอบสวนในเรื่องที่ฉันไม่รู้”

“เรื่องอะไร” อเล็กซิสกับเบนโพล่งถามพร้อมกัน

เด็กหนุ่มเหล่มองคู่สนทนาทั้งสองคนแล้วหัวเราะในคอ “ฉันไม่รู้” เขาโยนกระป๋องซุปทิ้ง “ถ้าพวกนายไม่นอน งั้นฉันขอตัวนอนก่อน ถ้าจะนอนก็ปลุกฉันแล้วกัน”

อเล็กซิสมองตามร่างสูงของไมเคิล เขาเลือกที่นอนไม่ไกลจากโนเอล เอาเข้าจริง เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะนอนในสภาพพื้นเปียกชื้นแล้วเหม็นแบบนี้ได้มาก่อน แต่อย่างที่บอก จมูกและนิสัยรักความสะอาดน่าจะพังไปนานแล้ว พอหันมาเจอสายตาเบนก็ถอนหายใจอีกระลอก

“เธอยังนอนไม่ได้นะ ต้องอยู่เฝ้ากับฉัน” เขากล่าวดักคอ

“รู้น่า” รู้งี้แย่งไปนอนแล้วให้ไมเคิลอยู่เฝ้าก็ดี เด็กสาวคิดในใจ “นายห้ามสูบบุหรี่นะ”

เขายักไหล่ แต่ไม่มีทีท่าหยิบอะไรขึ้นมาสูบ อาจเป็นเพราะว่าเบนไม่มีบุหรี่ติดตัวแล้ว ไมเคิลก็หลับไปแล้ว แม้ไม่ได้พูดอะไรกัน แต่บรรยากาศระหว่างคนสองคนค่อนข้างอึดอัด ดูเหมือนว่าตัวอเล็กซิสนั่นแหละที่อึดอัดอยู่คนเดียว เธอนั่งลูบผมเบ็กกี้เล่น ส่วนอีกคนผิวปากเป็นเพลง เธอนึกถึงเรื่องที่อเล็กซ์บอกว่าเบนเล่นดนตรีเป็นหลายอย่าง เสียงผิวปากพอจะบอกพรสวรรค์ได้อยู่ ทว่าสักพัก หนังตาเริ่มตึง แต่เธอพยายามคงสติเพราะยังไม่ถึงตาตัวเองนอน ทำไมจู่ ๆ ง่วงขนาดนี้

“ถ้าไม่คุยกันหลับแน่” คนข้างกายอ้าปากหาว

แม้จะเห็นด้วย แต่เธอไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับเขา ดนตรีเหรอ

“ปรัชญาไหม” ว่าแล้วเบนก็หัวเราะ อเล็กซิสหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่ชอบที่โดนล้อเรื่องอเล็กซ์

“นายไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ” เธอถาม ไม่จำเป็นต้องเกริ่นเนื้อหา อเล็กซิสแน่ใจว่าเขารู้ว่าเธอหมายถึงเรื่องอะไร

“ไม่” คำตอบนั้นเด็ดขาด

เด็กสาวหัวเราะผ่านไรฟัน ไม่ควรถามอะไรงี่เง่ากับคนคนนี้เลย

“ฉันทำผิดครั้งหนึ่ง” เขาเกริ่น เหลือบมองว่าเธอสนใจฟังหรือไม่ อเล็กซิสจึงทำหน้าเยาะ “ครั้งหนึ่งเหรอ ซาร่าห์บอกว่านายแย่งแฟนอเล็กซ์มานับครั้งไม่ถ้วน”

เขาส่ายหัวพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนจะบอกว่า แม่เด็กน้อยเอ๋ย “นั่นไม่นับ และถ้านับก็แค่เจ็ดครั้ง แต่ไม่นับอยู่ดี” เมื่อนั้น สายตาคู่นี้จริงจังกว่าเก่า “ฉันพรากแม่ไปจากเขา”

กล้ามเนื้อตึงบนใบหน้าคลายลงทันที “พรากแม่...”

“เขาไม่เคยเล่าเหรอ” เบนทำท่าประหลาดใจ อเล็กซ์ชอบเกริ่นแต่ไม่เล่าให้จบ “อุบัติเหตุนั้นปลุกพลังในตัวเขา ขับรถตกเหวน่ะ แนทตาย ฉันหมายถึงแม่อเล็กซ์ ส่วนเขากับฉันรอด ฉันเป็นคนขับเอง”

เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ปลอบดีหรือไม่ เบนเอาแต่มองมือตัวเอง เพ่งสายตาเหมือนกำลังจ้องเหตุการณ์ในวันนั้น “เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและใจดีมาก มากแบบที่ฉันไม่เคยเจอในผู้หญิงคนไหน” รอยยิ้มของเบนเมื่อพูดถึงแม่เพื่อนนั้นอบอุ่นและแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมาย “ฉันฆ่าคนที่ฉันรักกับมือ นั่นคือครั้งเดียวที่ฉันเสียใจ”

“นาย...เล่าให้ฉันฟังทำไม”

ดวงตาสีเหลืองนั้นมองลึกเข้าไปถึงข้างใน แววตาที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อย

“เพราะเธอก็คืออเล็กซ์มั้ง”

ฉับพลัน เธอเกิดอาการปวดร้าวกับคำตอบนี้ ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากภายในตัวเธอ แต่มันมาจากตัวเขาที่ส่งผ่านความอ้างว้างรุนแรง ความโดดเดี่ยวที่แผ่ซ่านจนใจของเธออ่อนยวบยาบ นี่คือตัวตนของเขาหรือเปล่า เธอไม่รู้เลย แต่เบนมีความรู้สึก ความทุกข์ระทมที่แผ่ออกมาคล้ายกับมวลไอน้ำในอากาศ สุดท้าย อเล็กซิสวางมือบนไหล่ของเขา

เบนจ้องมองเธออยู่นาน เขาเพ่งสายตามองเข้าไปในตาเธอเหมือนเห็นอะไรบางอย่าง สักพัก แววตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนกลับเป็นเบนคนเดิมที่ชอบกวนประสาท “ง่วงไหม”

อเล็กซิสเก็บมือ รู้สึกได้ว่าเขาถอยห่างไปอยู่จุดเดิมแม้ยังนั่งอยู่ปกติ ไม่ได้ขยับไปไหน พวกนายเก่งเปลี่ยนเรื่องฉับพลันจริงนะ สุดท้าย เธอพยักหน้ายอมรับ “พวกเขาเพิ่งนอน รออีกสักพัก คนละชั่วโมง ชั่วโมงครึ่ง”

เบนพยักหน้า เขาเริ่มผิวปากอีกครั้ง เป็นเพลงของคาร์เมนที่เขาเคยร้องแกล้งอเล็กซ์ “ลิแบลลูล” อเล็กซิสจึงจมอยู่กับอาการอึดอัดภายในแต่มันน้อยลงเพราะเสียงผิวปากนี้

นายเป็นคนยังไงกันแน่

...

...

สายตาเธอมองปืนที่พ่อจับมาจ่อตรงอกสลับกับแก้มแหว่งเป็นช่องโหว่ เลยขึ้นไปยังดวงตาสีน้ำตาลแล้วกลับลงมาที่ส่วนปาก ริมฝีปากแห้งผากค่อย ๆ คลี่ยิ้มเชิญชวนให้เธอเหนี่ยวไก ไออุ่นที่หลงคิดว่าเป็นของพ่อเลือนหายไปกลายเป็นไอเย็นยะเยือกซึมลึกไปถึงกระดูก

“ตื่น”

เหมือนมีน้ำแข็งสาดหน้า อเล็กซิสผลักร่างซอมบี้คาเลบออกไป เขาเกือบจะล้มและต้องตั้งหลักเพื่อยืน มันยังคงพยายามสบตากับเธอ แสยะยิ้มกว้างอีกรอบ เสียงหัวเราะปีศาจที่คล้ายกับเสียงของชาร์ลียิ่งหลอกหลอน เธอยกปืนเล็งที่หน้าศพคาเลบตัวปลอม “แกไม่ใช่พ่อฉัน”

น่าแปลกที่ว่าร่างนั้นยิ่งพอใจ

“ถ้าอย่างนั้นจงฆ่าพวกเราเถิด ปลดปล่อยพวกเราจากความทุกข์ทรมานนี้เถอะลูก” เขากางแขนแล้วหลับตารอให้เธอจบทุกอย่าง

แต่มือของเธอสั่น ความลังเลทำให้เธอยังไม่กล้าเหนี่ยวไก

“นี่ฉันเอง นี่ฉันเอง ไมเคิล” อเล็กซิสเพ่งสายตา เธอเห็นแต่ซอมบี้คาเลบ ซอมบี้เบียนน่า และคนอื่น “ตื่น เธอได้ยินเสียงฉัน ตื่นเดี๋ยวนี้ ต้านมันไว้”

ซอมบี้คาเลบเขยิบเพื่อให้เธอยิงเขาได้ง่ายขึ้น มันตรงเข้าประชิดด้วยการแนบอกกับปลายกระบอกปืน “ยิง”

อเล็กซิสกัดฟัน “ศพพูดไม่ได้ แม้มันจะถูกชุบมาเดินได้ก็ตาม” เหมือนบอกกับตัวเองให้มีสติ เธอหลับตา “ไมเคิล” เธอเรียกเขา “ฉันได้ยินนาย  พาฉันออกไปจากที่นี่ ไมเคิล”

นี่ไม่ใช่เรื่องจริง ตื่น อเล็กซิส ตื่น

ฉับพลัน สมองของเธอปลอดโปร่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกอย่างดับมืด พอลืมตาก็เห็นดวงตาสีฟ้าเข้มของไมเคิลจ้องมาด้วยความกระวนกระวาย มือของเธอยังกุมปืนแต่มันไม่ได้จ่อที่ซอมบี้ตัวไหนนอกจากอกของเด็กหนุ่มผมสีเงิน อเล็กซิสเอามือลง หุนหันลุกขึ้นนั่งด้วยความตระหนกสุดขีด คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คือ เบ็กกี้ เธอกำลังร้องไห้

“เกิดอะไรขึ้น”

“ฉันขอโทษ”

“มาช่วยฉันก่อน” เขาดึงเธอให้ลุกขึ้น อเล็กซิสมองไปทางเบนและโนเอล เบนนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น มือถือปืนจ่อกับหน้าอกตัวเอง เอาแต่พูดขอโทษ น้ำตาไหลซึมจากดวงตาทั้งสองข้างที่ปิดสนิท ส่วนโนเอลนั้นโวยวายอย่างบ้าคลั่ง ปืนกวัดแกว่งไปมา เขายืนอยู่แต่หลับตา

ไมเคิลเกาหัว “เบ็กกี้ เธอเลิกร้องไห้แล้วพยายามทำให้พวกเขาเป็นเหมือนเดิมเถอะ”

สาวน้อยผมแดงยิ่งร้องไห้โฮ

“ฉันไม่รู้ ฉันพยายามแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำ!

อเล็กซิสยังคงมึน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ พวกเขายังอยู่ที่เดิมและทุกคนถูกพลังของเบ็กกี้ทำให้หลับและเห็นภาพหลอน เธอเดาเอา

“มินนี่” ชายร่างใหญ่คร่ำครวญตะกุกตะกักเหมือนก้อนน้ำตาติดอยู่ที่คอ “พี่...จะฆ่าน้อง...ได้ยังไง”

“นั่นไม่ใช่มินนี่ของนาย” ไมเคิลตะโกนแต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้เพราะโนเอลเหวี่ยงแขวนไปรอบตัว เขาหันมาหาเธออย่างขอความคิดเห็น “ฉันน็อกเขาได้ไหม แต่ว่า...ถ้าเขาตายล่ะ”

“เราต้องช่วยกันปลุก” เธอตอบทันที จำได้ว่าเขาจัดการหุ่นยนต์อย่างไร กะโหลกของโนเอลไม่ใช่เหล็ก

สายตาของเธอจดจ่อกับปืนในมือเบนมากกว่า เขาอยู่ในระยะอันตรายกว่าโนเอล แต่โนเอลสามารถลั่นปืนใส่ทุกคนได้ทุกเมื่อเช่นกัน “ฉันจะพยายามปลุกเบนเอง” เธออาสา

ทันทีที่อเล็กซิสจะเข้าไปจับตัว ไมเคิลกันมือไว้ “ระวังนะ”

“อื้อ”

เธอหันกลับไปมองเบ็กกี้ เด็กสาวหลับตางึมงำพูดอยู่คนเดียว ไม่นาน สั่นหัวโทษตัวเองว่าทำไม่ได้

คงเปล่าประโยชน์หากจะรอเบ็กกี้ อเล็กซิสพยักพเยิดให้เขาดูโนเอลแล้วเดินเข้าไปหาเบนเดี๋ยวนั้น หนุ่มผมสีเข้มนั่งตัวสั่นขอโทษอเล็กซ์กับผู้หญิงที่ชื่อ แนท

แม่ของอเล็กซ์น่ะเหรอ

“ฉันส่งนายไปตาย พวกมันทำให้นายเป็นแบบนี้ แนท...ผมขอโทษ”

“เบน ใจเย็น ๆ มันเป็นความฝัน” เธอกล่อม จากนั้นเพิ่มเสียงดังขึ้น “เบน ตื่น มันไม่ใช่เรื่องจริง นายได้ยินฉันไหม”

เขาสั่นหัว “ผมขอโทษ แนท...ผมจะ”

อเล็กซิสคว้ามือที่จับปืนนั้นไว้แน่น เบนพยายามขืน “ฉันจะอยู่กับนาย ผมจะไม่ทิ้งคุณเหมือนตอนนั้น” เธอมองไปทางไมเคิล เขามองกลับมา ส่ายหัวด้วยความเหนื่อยอ่อน

เธอยื้อปืนแล้วหันออกจากตัวชายหนุ่ม “เบน” เธอตะโกนใส่หูเขา สักพัก เบนส่ายหัวไปมา แม้หลับตาแต่ท่าทางเหมือนกำลังมองหาอะไรอยู่ เธอจำความรู้สึกที่ไมเคิลเรียกเธอได้ เบนน่าจะได้ยินเสียงเธอ “พวกเขาไม่ใช่ตัวจริง อเล็กซ์ยังอยู่ นายช่วยชีวิตเขา จำได้ไหม อเล็กซ์ยังไม่ตาย ซอมบี้พวกนี้ไม่ใช่พวกเขา ตื่น เบน นายต้องตื่น”

“แนท” เบนยกมือขึ้นลูบแก้มเธอ “ผม...”

“เบน นายอย่าทำตัวแบบนี้น่า” เธอเขย่าตัว มือที่จับแก้มนั้นตกลง “...แบมบี้?” คิ้วของเขาขมวดขึ้น

“เขาได้ยินเสียงฉัน” อเล็กซิสตะโกนบอกไมเคิล

“ทำดีมาก รีบปลุกแล้วมาช่วยฉันเร็ว หมอนั่นจะได้ดึงปืนออกจากโนเอล”

แม้หันหลังอยู่ แต่ยังจับอากัปกิริยาของโนเอลได้ผ่านเสียงเคลื่อนไหว งานของไมเคิลหนักพอดู อเล็กซิสยิ่งจดจ่อกับเบน เธอเรียกเขาอีกครั้ง “พวกเขาไม่ใช่ตัวจริง ตื่น เบน นายไม่ใช่คนอ่อนแอ” อเล็กซิสตบแก้มเขาเบา ๆ

ไม่กี่วินาที ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกใหญ่ เขาลืมตาโพล่งสบตากับเธอ แววตาฉ่ำน้ำหวาดกลัวต่อสิ่งที่เห็นในหัว เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นว่าคนคนนี้มีความกลัวซ่อนอยู่ข้างในมากเหลือเกิน เขาหุนหันลุกขึ้นปาดน้ำตา มองไปรอบตัวด้วยลักษณะที่เหมือนอเล็กซิสมองเห็นภาพตัวเองตอนตื่น

“เกิดอะไรขึ้น” เขาถามเสียงดุ ลูบไล้ใบหน้าและศีรษะ พยายามกลบเกลื่อนน้ำตาของตัวเอง ชายหนุ่มหยุดมองโนเอลที่เดินงุ่นง่านไม่อยู่กับที่แล้วสงสัย “แล้วเจ้านั่นเป็นบ้าอะไร”

“เอาปืนออกจากมือหมอนี่เร็ว” ไมเคิลเร่ง

เบนยังคงงง  แต่โชคดีที่โนเอลกลับนิ่งลงแล้ว อเล็กซิสยิ้มให้ไมเคิล “เขาน่าจะได้ยินแล้วล่ะ เฮ้ โนเอล เทสซ่ากับมินนี่ยังมีชีวิตอยู่ พวกนั้นไม่ใช่ตัวจริง” เธอตะโกนเรียกสติ

“ใช่ ไม่ใช่ตัวจริง” โนเอลทวนคำ เขายืนหลับตานิ่ง แขนทั้งสองข้างแนบกับตัว

ไมเคิลถอนหายใจด้วยความโล่งอก เบ็กกี้ขยี้ตา ยังคงร้องไห้แม้ยิ้มอยู่ ดีใจที่ทุกคนฟื้น ส่วนเบนนั้นมองโนเอลด้วยสายตาล้อเลียน

“สรุปเขาเป็นบ้าอะไร...”

แต่ก่อนที่เธอจะตอบ ก่อนที่ไมเคิลจะไหวตัวทัน และก่อนที่เบนจะหยุดมันได้ เสียงปืนดังเพียงเสี้ยววินาที อเล็กซิสเข้าใจแล้วว่า เวลากระสุนเข้าร่างมันเป็นอย่างไร

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

253 ความคิดเห็น

  1. #175 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 20:18
    พาร์ทนี้เหมือนเบนจะเปิดใจให้อเล็กซิสมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทั้งหมด รู้จักไมเคิลเยอะขึ้นด้วย จริงๆแล้วไมเคิลก็เป็นคนเฟรนด์ลี่คนนึงเลย ใครลบความทรงจำอเล็กซิสกับจูน โนเอลยังไม่ตื่น เลยยิงอเล็กซิสไปแล้ว

    (ช่วงนี้ไฟนอลรุมเร้าแต่สุดท้ายก็อดใจหยุดอ่านไม่ได้ ตกหลุมคุณนักเขียนซะแล้วสิ)
    #175
    2
    • #175-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 31)
      10 ธันวาคม 2561 / 21:06


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 ธันวาคม 2561 / 21:07
      #175-1
    • #175-2 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 31)
      12 ธันวาคม 2561 / 09:25
      อ้าว ข้อความข้าพเจ้ามันหายไปไง ทำมายยยย
      #175-2
  2. #65 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:00
    กระสุนเข้าร่างใคร!!!!
    #65
    1
  3. #64 dreaming_mz (@dreaming_mz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:38
    ไม่นะอเล็กซิส..
    #64
    1