ตอนที่ 29 : คนไร้ปัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

อุโมงค์อันมืดมิด มองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างปลายทาง ร่างของเพื่อนหายเข้าไปในนั้น ก้อนอิฐสลับก่อขึ้นเป็นสันกำแพงก่อนที่มันจะค่อย ๆ อุดช่องว่างที่นำไปสู่ทางออก เขาได้แต่มองผ่านกระจกจนเมื่อกำแพงกลับมาสมานเป็นเนื้อเดียวกัน บานกระจกเลื่อนลงจมลงไปกับพื้นราวเวทมนตร์เสกหายวับ เหลือเพียงซอกกำแพงอันว่างเปล่าราวกับไม่เคยมีพอร์ตใด ๆ ติดตั้งอยู่ แม้แต่ถ้อยคำด่าทอหรือเสียงร้องสบถเต็มไปด้วยคำผรุสวาทก็หายไปด้วย หลงเหลืออยู่เพียงความเงียบและความว่างเปล่า

“ช่วยเขา”

ผมไม่ลืม แนท ผมไม่ลืมสัญญาของเรา

มือข้างที่เคยจับปืนเมื่อครู่นิ่งสนิท ไม่มีอาการสั่น นิ่ง...จนน่าประหลาด เขาควรรู้สึกบ้างหรือไม่ ครั้งนี้ตนไม่ใช่เพียงผู้มอง หากแต่เป็นผู้กระทำ นิ้วของเขาเหนี่ยวไก และมันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ช่องอากาศขยายตัวในทรวงอก ความว่างเปล่ากลืนกินอวัยวะภายในจนเหมือนเพียงหนังหุ้มกลุ่มมวลอากาศ พวกเขาไม่เคยแยกจากกัน ไม่เคยเลย

หูข้างซ้ายรับรู้ว่ามีคนขยับอยู่ด้านหลัง เบนเหลือบสายตาก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับแบมบี้ของเขา เธอถือปืนเล็งมาที่คนตรงหน้า แต่มือสั่นจนแทบเป็นไปไม่ได้ว่าจะเหนี่ยวไก สายตาผู้มองเลื่อนจากปืนที่เธอถือขู่ไปยังดวงตากลมโตสีน้ำเงิน มันสุกสกาววาววับไปด้วยน้ำใสที่ไหลเอื่อย ๆ ไหลเป็นลำธารสายเล็กชำระล้างฝุ่นสีดำบนแก้ม เด็กสาวเม้มริมฝีปากแน่นเหมือนอดกลั้นกับไฟแค้นที่กำลังลุกโชติช่วงภายใน

“ทำไม...นายต้องฆ่าพวกเขา” เสียงของเธอแหบพร่า แววตาคู่นั้นตัดพ้อ มันเต็มไปด้วยความผิดหวัง โกรธ แต่น่าจะโกรธมากกว่า

เบนไม่แม้แต่ชำเลืองมองศพสาวผมบลอนด์ที่นอนหน้าคว่ำลงกับพื้น เหมือนความว่างเปล่าเมื่อครู่กำลังจะหายไป ซากตะกอนบางอย่างก่อร่างสร้างตัวจนคล้ายกับว่า เธอกำลังสาปให้เขากลายเป็นหิน

“แม้แต่ซาร่าห์...แม้แต่...ซาร่าห์ นายทำได้ไง” เธอเค้นเสียงตัวเอง คงอยากจะพูดคำว่า “เพื่อน” หรือไม่ก็ “อดีตคู่นอน” แต่เขาไม่เคยนับนี่นา

“แค่เพื่ออเล็กซ์...”

เขาพยักหน้า

“แค่เพื่ออเล็กซ์” ชายหนุ่มย้ำคำ  

เหมือนกับเล่นเกมท้าทาย ทั้งสองยืนจ้องตากันอยู่อย่างนั้น เบนไม่ได้ยกปืนขึ้นมาขู่กลับ ตรงกันข้าม เขาสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ยืนผ่อนขาด้วยท่าทางสบายอารมณ์ มันถึงเวลาแล้วที่เด็กสาวต้องเรียนรู้ โลกแห่งความจริงไม่ใช่โลกที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี เบนไม่ได้คิดจะฆ่าเธอ ความคิดนั้นไม่มีในหัวตั้งแต่เธอปกป้องอเล็กซ์ ตั้งแต่ที่เธอพยายามอ้อนวอนให้สองคนนั้นสละสิทธิ์ แต่อเล็กซิสเป็นเพียงเจ้ากวางน้อยที่ยังไม่ยอมเข้าใจความเป็นจริง

“ทำไมถึงไม่อยากนั่งพอร์ต โอกาสอยู่ตรงหน้า เธอจะให้คนที่ใกล้ตายอย่างอเล็กซ์ไปทำไม”

ไฟในดวงตามลายหายไป เหลือเพียงความสับสน แต่เบนคาดไม่ถึงว่าเธอจะย้อนคำถามกลับมา “แล้วทำไมนายต้องฆ่าพวกเขาเพื่อช่วยอเล็กซ์ที่กำลังใกล้ตาย”

“พวกเราเป็นมากกว่าเพื่อน เขาคือครอบครัว ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อให้อเล็กซ์ปลอดภัย แต่เธอเพิ่งรู้จักกับเขาไม่นานจะเสียสละทำไม” เบนจ้องเด็กสาวเขม็ง ต้องการคำตอบเดี๋ยวนั้น เด็กคนนี้คิดอะไรอยู่ เพื่อเพื่อนเหมือนกับที่เขาทำอย่างนั้นหรือ เพียงแค่วิธีการของพวกเขานั้นต่างกัน หรือเพราะอเล็กซ์เจ็บหนักที่สุด เพราะเปอร์เซ็นต์คนอื่นมีโอกาสรอดสูงกว่าถ้ายังอยู่...แค่นั้นหรือ

ปลายกระบอกปืนยังคงชี้มาที่ตัวเบน เขายืนเป็นเป้านิ่ง “ยิงสิ” ชายหนุ่มท้า แต่มันไม่ใช่คำที่เธออยากฟัง แน่นอน เขารู้ เด็กสาวต้องการให้เขาขอร้องเพื่อที่เธอจะลดปืนลง หรือไม่ก็ให้เขาใช้พลังปกป้องตัวเอง แววตาคู่นี้แสดงให้เห็นหมดแล้วว่าเจ้าตัวไม่พร้อมฆ่าใคร แม้จะผ่านสมรภูมิจากโซนหนึ่งหรือปีศาจสี่ขาในโซนนี้ แต่อเล็กซิสยังเป็นเด็กน้อยที่มาจากเมืองเล็ก มาจากครอบครัวที่อบอุ่น โลกของเธอสวยงามและเต็มไปด้วยความหวังกับมิตรภาพอันแน่นแฟ้น

เบนทำได้แค่รอ รอให้เธอลดปืนลงเอง เขาไม่ร้องขอชีวิตและไม่อาจปัดปืนไปเองได้

เขาเลือกที่จะหลับตา

เธอขยับตัว เมื่อหูได้ยิน เปลือกตาเลิกขึ้น เบนเห็นอเล็กซิสยืนก้มหน้าร้องไห้เงียบ ๆ ส่วนตัวเองยังคงยืนนิ่ง เธอทรุดตัวลงข้างศพซาร่าห์แล้วลูบผมสีทองสกปรก เขาไม่ได้ตั้งใจจะมองเหยื่อที่ตนเองเพิ่งสังหาร แต่เมื่อมองแบมบี้ก็ต้องเห็นศพนั้น วินาทีที่สายตาแลเห็นร่างไร้วิญญาณ เข็มเล่มเล็กนับสิบสะกิดเข้าปลายขั้วหัวใจ แต่มันเป็นแค่เข็ม ไม่ใช่มีดทิ่มแทง เมื่อนั้นเบนเข้าใจแล้วว่า ตนเองไม่ใช่ก้อนหิน

“เธอรักนายนะ” เขาปล่อยให้เธอพล่าม ปล่อยให้เธอพยายามสั่นคลอนสำนึกในใจ คนปกติที่ไหนไม่หวั่นไหวกับการฆ่าคน มันก็แค่นั้น เขานึกปลอบตัวเอง "“เธอรักนาย”

พูดสิ พูดอะไรก็ได้ให้เธอหยุด

“ซาร่าห์จะฆ่าฉันอยู่ดีถ้าฉันอยากจะนั่งเก้าอี้ตัวนั้น เหมือนที่เธอจะฆ่าหมอนั่น” เขาเหลือบมองอีกศพ ครั้งนี้ สายตาที่มองศพกลับว่างเปล่า ชายคนนั้นนั่งคุกเข่า ศีรษะพับไปทางขวา ดวงตายังคงเบิ่งกว้างอยู่ เขานึกถึงวันที่จูเลียสให้ลูกน้องสังหารคนทรยศ พ่อบอกให้เขามอง เขามอง ศพแรก เขากลัว ศพที่สอง เขาขยาด ศพที่สาม เขารู้ว่าพ่อไม่มีทางเลือก จนศพต่อ ๆ ไป เบนแค่มองคนตาย คนตายไม่น่ากลัวเท่าคนเป็น

อาจยกเว้นพวกซอมบี้ในโซนหนึ่งไว้เป็นกรณีเป็นพิเศษ

“มันทรยศเรา ถ้าไม่ฆ่า เราก็จบ” จูเลียสไม่ได้มีดวงตาสีเหลืองเหมือนลูกชาย เขามีดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ทว่า แววตาของพ่อในตอนนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ร้ายพวกนี้เสียอีก อย่างน้อยเพียงแค่เขามองดวงตาพวกมัน เห็นแต่ความกระหายเลือด แต่ดวงตาของจูเลียสนั้นซับซ้อนกว่านั้นมาก

ถ้าไม่ฆ่า อเล็กซ์ก็ไม่รอด ถ้าไม่ฆ่า เราก็ถูกฆ่า

“นายฆ่าเธอทำไม นายฆ่าเธอทำไมวะ” เขาพยายามซัดคลื่นพลังใส่ แต่อนิจจามันออกมาเพียงลมอ่อน กว่าจะจับนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นได้ สุดท้ายเบนต้องทำให้เพื่อนสลบ แต่ถึงขนาดนั้น อเล็กซ์ยังมีพลังชีวิตอีกเหลือเฟือ เมื่อประตูกระจกปิดสนิท เขาได้สติแล้วร้องโวยวายจนกระทั่งพอร์ตเคลื่อนตัวหายเข้าไปในอุโมงค์หลังกำแพง  

“เราจะไปกันได้แล้วยัง” เขาถาม อเล็กซิสนั่งคุดคู้อยู่ข้างศพซาร่าห์ พอได้ยินคำถามก็แหงนหน้ามอง ใบหน้าตุ๊กตายังเปื้อนคราบน้ำตา แววตาที่มองเขามีหลากหลายความรู้สึก เขาพยายามซ่อนยิ้มในใจ แบมบี้น้อยก็ยังเป็นเจ้ากวางน้อยอยู่วันยังค่ำ “เบ็กกี้กับโนเอลพักอยู่ในเซฟโซน”

ดวงตาคู่นั้นหวั่นไหวเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนอีกสองคน “เบ็กกี้กับโนเอลเหรอ” เขาพยักหน้า “จะไปกันได้หรือยัง” เบนยื่นมือให้เธอ แต่อเล็กซิสยังไม่รับ

“ถ้าเมื่อไรฉันข้ามเส้นที่นายวาดไว้ เหมือนที่ซาร่าห์และเอ็มเมตข้ามไปเมื่อกี้ กระสุนมันจะเจาะเข้าหัวฉันใช่ไหม”

เขายักไหล่ “ก็...ถ้าเธอไม่สะเหล่อเข้ามาขวางทางปืนระหว่างที่ฉันกำลังยิงอยู่นะ” เขาเชิดขึ้นเป็นรอยยิ้มประจำตัว แต่หยาดน้ำตาของเด็กสาวยังคงไหลอยู่ “อเล็กซ์รอด เธอไม่ดีใจหรือไง” น้ำเสียงของเบนอ่อนโยนลง

เด็กสาวมองเขา ยังคงผิดหวัง “นายไม่จำเป็นต้องฆ่า...ฉันไม่รู้ว่าจิตใจของนายทำด้วยอะไร ถึงนายจะไม่รักเธอ แต่พวกเรากินนอนมาด้วยกัน...นายทำได้ยังไง”

มิตรภาพในเวลาอันสั้น เขาหัวเราะในใจ

“เธอเรียนรู้ได้ช้ากว่าที่คิดนะ” เบนกล่าว “ถ้าเธอไม่ห้ามซาร่าห์ ยัยนั่นคงฆ่าหมอนี่ไปแล้ว และถ้าเธอไม่สละสิทธิ์เสียเอง ยัยนั่นก็จะฆ่าเธอ”

“ซาร่าห์ไม่ได้คิดจะฆ่า...เธอแค่ขู่” เด็กสาวขมวดคิ้ว “นายเห็นหมดทุกอย่าง”

“ฉันจะให้อเล็กซ์เข้าไปนั่ง” เขาบีบเสียงให้คล้ายกับเสียงของเธอ สายตาเหลือบเห็นมือเล็กข้างขวากำหมัดแน่น “แค่ยืนมองก็รู้แล้วว่าพวกเธอกำลังเถียงอะไรกัน ไม่มีใครไม่อยากออกไปจากที่นี่ แม้แต่กับอเล็กซ์ที่เจ็บปางตาย ซาร่าห์ยังไม่ยอมสละให้เขา...เธอรู้ไหมว่า...พวกเขานับถือกันแบบเพื่อน ใช่ ฉันฟังพวกเขาตกลงกันแบบนั้น ซาร่าห์มองอเล็กซ์เป็นเพื่อน แล้วเธอทำอย่างไรกับเพื่อน ทิ้งให้ตาย ทิ้งให้อยู่กับคนที่ไม่มีพลังแบบเธอ ยัยนั่นทิ้งเธอด้วย ฉันควรทำยังไง ทำยังไงให้พวกเขายอม หมอนั่นเล็งปืนใส่พวกเธอหรือเปล่า ยัยนั่นทำร้ายหมอนั่นหรือเปล่า”

อเล็กซิสกัดริมฝีปาก เธอรู้ เธอเห็น เบนเลื่อนสายตามองเลยไปข้างหลัง เขายกปืนขึ้น เด็กสาวหันตามสัญชาตญาณ เมื่อนั้นเขาตรงเข้าปลดอาวุธแล้วช้อนร่างบางพาดบ่า “ทำอะไร ทำอะไร” อเล็กซิสโวยวายลั่น ดิ้นเป็นพัลวัน เขาปล่อยให้เธอดิ้นอย่างนั้นจนเลิกรั้นหมดแรงไปเอง “ปล่อยฉันลง” เด็กสาวร้องขอทั้งที่สิ้นฤทธิ์

เบนได้โอกาสก้าวออกมาจากจุดนั้นได้เสียที เขาเดินผ่านกลุ่มสุนัขที่ถูกเสาหินทับกลางลำตัว บางตัวยังไม่ตายดี เขาจึงยิงให้ตายสนิท แต่ปล่อยบางตัวไว้ให้ตายเองบ้าง ไม่รู้ว่าแบบไหนเหี้ยมกว่ากัน รู้แต่ถ้าพอใจก็จะทำ ซากหินและเสาที่ล้มระเนระนาดคือผลงานของเขาเกือบทั้งหมด ซากปรักหักพังและทางเดินแสงสลัว “เจ้าอยู่แห่งหนใดไฟดัส นายของเจ้าเรียกเจ้าอยู่” เสียงแหบพร่าคล้ายหมดลมของพี่เลี้ยงวัยชราดังขึ้นในหัว บรรยากาศในตอนนี้เหมือนกับนิทานที่เธอชอบเล่าให้เขาฟังสมัยก่อน นายน้อย บุตรแห่งเจ้านรก ผู้พยายามจะเก็บเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของบริวารผู้ซื่อสัตย์ แต่เบนไม่ใช่เอล์ม เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะกางปีกและพาอเล็กซ์ออกไปจากที่นี่ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งของพวกนั้น

เบนเดินไปจนถึงเซฟโซน พอเข้าไปในห้องกระจกก็โยนตัวผู้โดยสารลงบนพื้นทันที พวกโนเอลกับเบ็กกี้ที่กำลังหลับอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก ยกเว้นเจ้าหัวเงินที่ลืมตามองตั้งแต่เขาย่างกรายเข้ามา อเล็กซิสถลึงตามองพร้อมกับยกนิ้วกลางเป็นคำขอบคุณ

“นี่ เบา ๆ กับผู้หญิงหน่อยสิ” พี่ชายเทสซ่าเอ็ด เบนยักไหล่แล้วหามุมพักผ่อน เขาล้มตัวลงนอน เหลือเพียงหูไว้ฟังอีกกลุ่มคุยกัน โนเอลกับเบ็กกี้รีบถามหาคนของตัวเอง เขาจึงทราบว่าพวกเวดและเทสซ่ายังปลอดภัยดี...เมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว

หากเขาเจออเล็กซ์เร็วกว่านี้ เรื่องมันจะเป็นอย่างไรหนอ เบนตามหาเพื่อนมาจนถึงเซฟโซนและเพิ่งเข้าใจว่ามันนำไปสู่ทางออกที่สาม เขาเจอไมเคิลและโนเอลกับเบ็กกี้ (ดูเหมือนว่าตอนแรกโนเอลจะเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองช่วยมินนี่ออกมาจากจุดระเบิด) พวกเขารวมกลุ่มกันใหม่และตัดสินใจเดินทางต่อ โนเอลยืนกรานให้กลับไปยังเส้นเดิม แต่ทั้งเขาและไมเคิลบอกว่ามันเสียเวลามาก แม้ปากจะค้านโนเอล ทว่า เมื่อมาถึงจุดเซฟโซนแห่งนี้ เขาทำใจไม่ได้ที่จะเดินต่อถ้าหากไม่เจอตัวอเล็กซ์ ระหว่างที่ทุกคนพักผ่อนจึงออกตามหาเพื่อนสนิทอีกครั้ง หากเขามีพลังมากกว่านี้คงถล่มโซนนี้ให้เป็นจุณ

วันนั้นจะมาถึง วันที่เขาทำลายล้างใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ พลังมันพัฒนากันได้ พวกนายรู้หรือเปล่า

เขาคิดถึงอเล็กซ์ นายจะต้องรอด เบนได้แต่ภาวนาว่าตัวเองทำถูกที่ส่งเพื่อนไปกับพอร์ต ก่อนจะดับประสาทสัมผัสทุกอย่างเพื่อพักเอาแรง

เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้ฝันถึงแนท เป็นครั้งแรกที่หลับสนิท จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฝันถึงอะไรไปบ้างแต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้น สายตาเพ่งมองปืนที่อยู่ข้างตัว มันขยับตามใจนึก เขายิ้มให้กับตัวเองแล้วลุกขึ้นนั่ง พร้อมออกเดินทาง

อเล็กซิสตัวเปียกตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ดูเหมือนว่าเธอเข้าใจผิดคิดว่าอ่างล้างหน้า คือ อ่างอาบน้ำ ทั้งสองสบตากันแล้วไม่พูดอะไร เธอไม่ได้เล่าเรื่องซาร่าห์และอเล็กซ์ให้พวกโนเอลฟัง เขาแน่ใจว่าเป็นแบบนั้น เบนยัดข้าวของที่จำเป็นลงกระเป๋า เปิดกระป๋องซุปและขนมปังกินจนอิ่ม เขายืนห่างจากกลุ่มอเล็กซิส น่าแปลกที่ว่า พออเล็กซิสเข้ามา เขาและไมเคิลกลายเป็นคนนอกทันที

ไมเคิลยืนรีรอคนทั้งหมด เด็กหนุ่มคงตัดสินใจได้แล้วว่าการไปเป็นกลุ่มดีกว่าเดินทางคนเดียว

“ไง หัวเงิน คงไม่คิดจะแย่งแผนที่ไปจากฉันอีกแล้วนะ”

“ไมเคิล” เด็กหนุ่มร่างสูงชะลูดก้มลงผูกเชือกรองเท้า เสื้อผ้าของหมอนี่อยู่ในสภาพเก่าตั้งแต่พักอยู่ในหอพักแล้ว ยิ่งผ่านอะไรมามาก สภาพเด็กหนุ่มยิ่งไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วห่อทอง แต่กระนั้น เบนก็ยังคงเห็นว่าฟันหน้าของหมอนี่ใหญ่กว่าปกติอยู่ดี

“เบน” เขายื่นมือแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ “ทางนู้นโนเอล เบ็กกี้....และแบมบี้”

“อเล็กซิส” เด็กสาวตะโกนข้ามมา “อเล็กซิส” และไม่ลืมจะย้ำอีก เขาเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ เด็กหนุ่มผมสีเงินเขย่ามือเบนพอเป็นพิธี

“ฉันรู้ว่าเธอชื่อ อเล็กซิส” เขาตอบเด็กสาว

อเล็กซิสหันขวับ “ตอนนั้นพวกเราไม่ได้คุยกันเลยนะ”

ไมเคิลเอียงคอ ทำน่านึก “ฉันไม่ได้หมายถึงตอนนั้น อเล็กซิสกับจูน...เพื่อนสาวผมแดง จูนกับอเล็กซิส...ฉันรู้จักเธอก่อนเจอกันที่นั่น”

แล้วทำไมฉันกลายเป็นผู้ฟังล่ะ เบนขยับตัวให้ทั้งสองรู้ว่าเขายังอยู่ อเล็กซิสยิ่งทำหน้างงหนักไปกว่าเดิม ดวงตาสีฟ้าเข้มของไมเคิลเหลือบมองเขาทีหนึ่ง แววตาฉายอารมณ์ขบขันก่อนจะยักไหล่ไม่เล่าอะไรต่อ

“เออ เรื่องเส้นทาง” โนเอลแทรกขึ้นมา   

เบนได้ทีพยักหน้า รู้ว่าเขาจะเกริ่นเรื่องเดิม “จากทางออกสอง เรากำลังมุ่งหน้าไปทางออกสาม ไม่กลับไปทางเก่าแล้ว เสียเวลา อย่าเพิ่งท้วง” เขายกมือห้ามชายร่างใหญ่ “มีเหตุผลกันหน่อย ไม่ได้หมายความว่าฉันอยากจะทำลายแผนของนาย แต่พวกเราเหลืออีกกี่วัน ไม่ถึงหกวันแล้ว จุดนัดพบต่อไป คือทางออกไม่ใช่เหรอ”

“ฉันขอโทษ แต่เขาพูดถูก” เบ็กกี้สนับสนุน แต่ใช้โทนเสียงเหมือนกลัวโนเอลจะโมโหแล้วฟาดฝ่ามือตบเธอตาย เบนวางมือลงบนศีรษะสาวน้อยเบา ๆ “ถ้าเธออยากแสดงความเห็น ไม่จำเป็นต้องพูดขอโทษ มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร” เขาหันไปหาสมาชิกใหม่ “ว่าไงหัวเงิน”

“ไมเคิล” เขาแก้คำ แล้วทำหน้าแบบ ก็แล้วแต่ สำหรับหมอนี่ ถ้าไม่ได้ทำให้ตัวเองเดือดร้อน อย่างไรก็ได้

แต่พี่ชายเทสซ่าไม่ตกลง “เมื่อวานนายยังลุกลี้ลุกลนหาเพื่อนอยู่เลย จากนั้นก็กลับมาพร้อมกับอเล็กซิส เจออเล็กซ์แล้วใช่ไหมล่ะ...เขาตายแล้วหรือ”

เบนพยายามข่มอารมณ์ “เขารอด”

“เจอพอร์ตสินะ” โนเอลยิ้มเยาะ “นายไม่มีใครให้ห่วงแล้วนี่”

“ไม่เอาน่า” เขาส่ายหน้า “ฉันคิดว่านายเป็นผู้ใหญ่สุดในกลุ่มแล้วนะ ไม่มีใครให้ห่วงเหรอ ตลกสิ้นดี ฉันไง ฉันห่วงตัวเองโว้ย” นิ้วชี้ไปที่อก “เรากำลังจะมุ่งหน้าไปยังทางออก นายไม่เข้าใจเหรอไงวะ ต่อให้พวกเทสซ่าเผชิญกับตัวห่าเหวอะไรก็แล้วแต่ แล้วนายช่วยได้เหรอ นายแน่ใจเหรอว่ากลับไปแล้วจะตามทัน แค่เอาชีวิตตัวเองให้รอดก็แทบตายกันทั้งนั้น ให้ตายสิ เข้าใจอะไรให้มันง่าย ๆ หน่อย”

อเล็กซิสจับแขนโนเอลแล้วพยักหน้าให้เขาคล้อยตามเบน อย่างน้อยแม่แบมบี้ยังไม่เอาอารมณ์ส่วนตัวมาตัดสิน พอไม่มีใครเห็นด้วย โนเอลมีท่าทีกระฟัดกระเฟียด อดีตหัวหน้ากลุ่มรีบยัดระเบิดใส่กระเป๋าเป้ ไม่ยอมพูดกับใครอีก

“ขอบคุณที่เข้าใจ ถือว่าตกลงกันแล้วนะ” เขาโค้งตัวให้ทุกคน อเล็กซิสส่งสายตาปรามเหมือนต้องการบอกว่า “อย่าหาเรื่องน่า”

เหลือเวลาอยู่ห้าวันกับอีกเจ็ดชั่วโมง เราต้องออกจากโซนสองภายในวันนี้ มีสุนัขปีศาจโผล่มาสามตัว ไมเคิลจัดการไปถึงสอง เขาไม่ได้เล่นมวยปล้ำกับมัน แต่ใช้ปืนเหมือนคนอื่น เบนนึกสงสัยเมื่อเห็นทักษะที่ช่ำชองยิ่งกว่าตัวเอง “นายรู้วิธีใช้ได้ไง” เขาถาม เดินข้ามศพสัตว์ประหลาดราวกับเห็นมันเป็นก้อนหินเกะกะ

“ฉันอยู่กับมัน” เขาตอบสั้น ๆ แล้วเดินนำหน้า

อีกด้าน โนเอลเพิ่งสังหารที่ตัวสุดท้ายได้อย่างสบาย เบนไม่แปลกใจเลยที่เขาถูกเพื่อนร่วมงานใส่ร้าย สำหรับทหารที่เพิ่งจบหลักสูตร หากหมอนี่ได้ทำงานในกองทัพคงไปได้ไกล

ทันทีที่เขาเหลือบตาเห็นอีกตัววิ่งมาไว ๆ เบนขยับมือ เสาข้างหน้าล้มทับ มีตัวหนึ่งยังไม่ตายดี มันตะเกียกตะกายพยายามจะเอาตัวเองออกมา 

“นายเลิกทำลายโครงสร้างอาคารได้ไหม ถ้ามันถล่มลงมาจะทำไงวะ” ชายร่างตึกโวยวาย

“ฉันก็รอดอยู่ดี” เขาตอบพร้อมยิ้มมุมปาก เบนหันไปหาเบ็กกี้แล้วดึงตัวสาวน้อยผมแดงมาข้างหน้า

“นายจะทำอะไร” อเล็กซิสทักทันที

คิดว่าฉันจะรังแกเด็กหรือไง “ฉันจะให้เบ็กกี้ฆ่าเจ้านี้ซะ ยิงเลย” ชายหนุ่มจับมือเธอยกขึ้น เด็กสาวตัวสั่นเทายิ่งกว่ามีแผ่นดินไหว “เลิกสั่นสักที เธอจะหลบอยู่ข้างหลังคนอื่นไม่ได้แล้วนะ ยิง!” เธอยิงตาม แต่กระสุนกระเด็นไปตามพื้น เขาส่ายหน้า จับมือเธอให้มั่นคง “ตั้งใจดี ๆ ยิง”

กระสุนออกรัวเพราะมันเป็นปืนอัตโนมัติ แต่ยังไม่ถูกจุดสำคัญเลยสักจุด สัตว์กลายพันธุ์ร้องโหยหวน เขาจ้องหน้าตกกระ เบ็กกี้กำลังร้องไห้ กลายเป็นว่าเบนดูเหมือนรังแกเด็กน้อยจริง ๆ ให้ตายสิ

“สงสารมันเหรอ มันจะฆ่าเธอ ฆ่ามันซะ” เขาแหว

เด็กสาวหันไปมองโนเอล เขาพยักหน้าให้เธอยิงมัน เธอจึงหันไปหาอเล็กซิสเพื่อขอความช่วยเหลือ “ฉันทำไม่ได้”

เบนสบตากับเด็กสาวอีกคน เมื่อนั้น อเล็กซิสพยักหน้าให้เบ็กกี้ยิง เป็นอันประจักษ์แล้วว่าอย่างน้อยแบมบี้ก็เรียนรู้ขึ้นมาบ้าง แม้เธอจะเรียนรู้ได้ช้าเหลือเกิน แต่คงไม่ช้าเกินกว่าเด็กคนนี้

เขาวางมือลงบนบ่าเด็กสาว “ฆ่ามัน ก่อนที่มันจะฆ่าเธอ” เขากระซิบ มือข้างซ้ายประคองมือเล็ก ๆ ให้คงที่ ไม่กี่วินาที เด็กสาวกลั้นใจแล้วเหนี่ยวไกยิง กระสุนออกมารัวมากกว่าปกติ จนเธอคลายความตกใจ สะบัดปืนลงกับพื้น เขาปล่อยร่างเล็กกะทัดรัดให้เป็นอิสระแล้วเชื้อเชิญให้เธอยืนดูผลงานของตัวเอง แต่เบ็กกี้เลือกที่จะวิ่งไปกอดอเล็กซิสแล้วร้องไห้งอแง “ฉันมันอ่อนแอ ฉันไม่กล้า ฮือ”

เขากอดอก มองว่าคนโตกว่าจะสอนเด็กน้อยอย่างไร

อเล็กซิสทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอยกมือลูบผมสีแดงแผ่วเบา “สัตว์พวกนี้ถูกสร้างมาเพื่อฆ่าพวกเรา ถ้าเราไม่ทำ พวกเราก็โดนมันฆ่า”

เขาทำท่าปรบมือ อเล็กซิสนิ่วหน้าหนักกว่าเดิม  

“ทำได้ดีนี่” เขาเปรยเมื่อเดินผ่านสองสาว เบนส่องไฟฉายไปข้างหน้า เสียงนิทานในหัวดังขึ้นอีกรอบ “ไฟดัส ปรากฏตัวออกมาซะ ข้าไม่เห็นเจ้า”

ทำไมเอาแต่นึกถึงนิทานเรื่องนี้...

“ไฟดัส ปรากฏตัวออกมาซะ” เขาพึมพำ เด็กหนุ่มผมสีเงินที่เดินอยู่ข้างกายหัวเราะเบา ๆ

“นายรู้จักด้วยเหรอ”

ไมเคิลพยักหน้า “ใครจะไม่รู้จัก”

“ฉันไง” โนเอลยอมรับ

“นายคล้ายเอล์มอยู่นะ” อเล็กซิสแทรกขึ้น เธอส่องไฟฉายไปที่ตาของเขา เบนโบกมือให้เธอเอาลง “แสบตาน่า”

“เด็กหนุ่มผมสีเข้ม ดวงตาสีเหลืองทองดั่งบุษราคัม”

เขายิ้มประหนึ่งได้รับคำชม

“แต่นายไม่มีปีก และนายก็เลวร้ายกว่าเอล์มมากนัก”

รอยยิ้มอันตรธานหายไปทันที

“ให้ตายเถอะ พวกเธอพูดอะไรกันสามคน ฉันไม่เข้าใจเลย เอล์มบ้าบออะไร” โนเอลยังคงสงสัย เบนหยุดพิจารณาทางข้างหน้า พอไม่เห็นอะไรผิดปกติก็เดินต่อ เมื่อมีไมเคิลอยู่ด้วย เขายอมรับว่าตนขี้เกียจคอยระวัง โดยเฉพาะต้องคอยเพ่งกับประสาทสัมผัสทั้งห้า

“นายไม่รู้จักตำนานที่เกี่ยวกับเอล์มเหรอไง” เขาคิดว่าทุกคนจะรู้จักเสียอีก ในเมื่อมันเป็นนิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเล็ก อืม จะว่าเป็นนิทานก่อนนอนก็ใช่ว่าจะถูกนัก เนื้อหามันไม่ได้แฟรี่เทลเลยสักนิด แต่ทำไมตอนที่เขาฟังสมัยนั้นกลับไม่รู้สึกกลัว ตรงกันข้าม เขาชอบ

“ไม่เคยได้ยินเลยสักครั้ง” โนเอลสารภาพ

“มันเป็นเรื่องของปีศาจตนหนึ่ง” เบ็กกี้รีบพูดอธิบายเหมือนกลัวว่าตนเองจะถูกลืม

วัยรุ่นอีกสามคนสามัคคีกันค้านคำพูดเด็กสาว “เขาไม่ใช่ปีศาจ!

“แต่เขาเป็นบุตรของซาตาน เขาก็ต้องเป็นปีศาจเหมือนกัน”

เบนนึกรำคาญใจ “เขาไม่ใช่ปีศาจ ปีศาจไม่มีปีกขนนก”

“มีสิ พวกตกสวรรค์ไง แถมปีกของเอล์มเป็นสีเทา ไม่ใช่สีขาว พวกเทวดาตกสวรรค์ล้วนเป็นทาสรับใช้ซาตานทั้งนั้น ลูซิเฟอร์ก็เคยเป็นทูตสวรรค์ เอล์มเป็นลูกของลูซิเฟอร์ เขาก็ต้องเป็นปีศาจ และที่สำคัญ พระเจ้าทอดทิ้งเขา”

อันที่จริง เบนควรภูมิใจที่เบ็กกี้กล้าต่อปากต่อคำ แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้ “จะบ้าตาย เขาหันหลังให้พระเจ้าเองต่างหาก โอเคนะ ฉันอาจจะไม่ได้นับถือศาสนาสุดโต่งแบบเธอนะจ๊ะ แม่สาวแคสติโมเนียน แต่ฉันก็ไม่ได้บูชาลัทธิซาตาน แต่กับเอล์ม ฉันขอเป็นทนายแก้ต่างให้เขาละกัน”

“ใช่ หมอนี่พูดถูก” อเล็กซิสกับไมเคิลประสานเสียงสนับสนุน

“พวกเธอพูดอะไรกันวะ” โนเอลยังคงสับสนต่อไป

เบ็กกี้ไม่เถียงต่อ หากแต่ทำเสียงไม่พอใจ พวกคลั่งศาสนาอย่างชาวแคสติโมเนียนเป็นพวกสุดโต่งและไม่มีเหตุผลกันทั้งนั้น คงไม่แปลกหรอก หากพวกเขาจะมองตัวละครอย่างเอล์ม ผู้ที่สามารถปลดแอกตัวเองจากอาณัติแห่งพระเจ้าได้ว่าเป็นพวกนอกรีต หรือปีศาจร้าย แต่อีกทางหนึ่ง เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องปกป้องตัวละครในนิทานก่อนนอนมากขนาดนี้ อาจเป็นเพราะเบนรู้สึกอยู่ตลอดว่าตัวเองคล้ายกับเอล์มล่ะมั้ง

“เอาเถอะ ฉันไม่เข้าใจอยู่ดี แต่พวกเธอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม” ชายร่างยักษ์ถาม ดูท่าว่าเขามีข้อสงสัยมากมายเลยเชียวล่ะ

“บรรยากาศน่ะ โนเอล เอาเป็นว่าถ้าพวกเราออกไปได้ฉันจะเล่าให้นายกับน้องสาวฟังฉบับเต็มเลย โอ้” อเล็กซิสเอามือปิดปาก “ฉัน...ขอโทษ”

“ไม่หรอก มันเป็นคำมงคล” เขาลูบศีรษะเด็กสาวประหนึ่งว่าเธอเพิ่งพรมน้ำทิพย์ชโลมใจ

เบนเงยหน้ามองเพดานด้านบนที่สูงขึ้นไปจนไม่เห็นจุดสิ้นสุด เสมือนเปิดโล่งไปสู่ท้องฟ้ายามเดือนดับ เขาอยู่ในสถานที่ปิดมาเป็นเดือน นึกสงสัยว่าคนข้างนอกทำอะไรอยู่บ้าง พวกพี่น้องต่างมารดาทำอะไรอยู่ แก่งแย่งกันเป็นคนโปรดของจูเลียสอยู่หรือเปล่า เขาคิดถึงห้องนอนที่ทำให้ตัวเองเหมือนราชา พร้อมกับบริวารคนใช้คอยเสิร์ฟอาหารจานร้อนทำจากวัตถุดิบที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี เตียงอันนุ่มสบาย แต่หยุดก่อน หยุดจินตนาการเกินกว่านี้ แม้จะมีสาวใช้มากมายแต่เบนไม่เคยนอนกับพวกเธอ เขารักกิจกรรมบนเตียงแต่เกลียดรสนิยมของพ่อ ดังนั้น ถ้าพวกเธอคิดว่านี่คือวิธีตกถังข้าวสารล่ะก็ ฝันไปเถอะ

พวกเขาปฏิบัติกับนายดีหรือเปล่า จะรักษานายจนหายใช่ไหม ชายหนุ่มวกกลับไปคิดถึงเพื่อนรัก เริ่มไม่แน่ใจว่าพอร์ตดังกล่าวส่งอเล็กซ์ไปยังที่ปลอดภัยจริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้ว เมื่อถึงปลายทาง อเล็กซ์อาจนอนตายอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น บ้าน่าคิดอะไรไม่ดี เท่าที่เบนทดลองมา บาดแผลเล็กน้อยจะเยียวยาตัวเองเร็วขึ้นหากเทียบกับครั้งก่อน และความพิเศษนี้ทำให้พวกเขาต่างจากมนุษย์ธรรมที่ปราศจากพรสวรรค์ แต่ขณะเดียวกัน หากร่างกายอ่อนแอ การเยียวยาจะชะลอตัวลง และถ้ายังตะบี้ตะบันใช้พลังระหว่างบาดเจ็บ ร่างกายก็ยิ่งรักษาตัวเองยากขึ้น

“มารอเพียบเลย” เสียงเตือนของไมเคิลปลุกสติให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน

“กี่ตัว” เขาถาม

“ค่อนข้างเยอะ มีตัวใหม่ด้วย”

“ตัวใหม่...”

“ฟังเสียงแล้ว มันเหมือนงู”

สัตว์ เขาสบถในใจ เซอร์เบอร์รัสกับเมดูซ่า ทำไมไม่มีจำพวกเพกาซัสนะ

“อ้าว พวกเดียวกับนายนี่” อเล็กซิสได้ทีเหน็บ เขายกนิ้วขึ้นทำปากจุ๊ ๆ “ไม่ใช่เวลานะแบมบี้”

เสียงขู่ฝ่อดังลั่นพร้อมกับที่สัตว์ลำตัวยาวโฉบเข้ามากลางวง เขาผลักเธอออกไปได้ทัน ขนาดลำตัวของมันประมาณต้นสนยักษ์ ยังดีที่ลูกสมุนเป็นสุนัขปีศาจเจ้าเดิม ไม่ใช่พวกงูตัวเล็ก เบนไม่กลัวสัตว์หน้าขน แต่เขาขยะแขยงสัตว์ที่ไม่มีขา ลำตัวยาวปกคลุมไปด้วยเกล็ดแข็งขดล้อมเข้ามา แค่เพียงเห็นลาย ขนบนตัวลุกชัน เบนกับไมเคิลตกอยู่ในขด หนุ่มผมเงินกระโดดขึ้นไปยังลำตัวเกล็ดแล้วยื่นมือมาให้ เบนจับมือ ไมเคิลดึงตัวเขาขึ้นไปยืนบนตัวงู เพียงสัมผัสผ่านรองเท้า เบนรู้สึกเหมือนก้อนอาเจียนจากปลายเท้าวิ่งแล่นมาถึงคอ ส่วนลำไส้และอวัยวะภายในบิดเกร็ง อย่ามาปอดแหกเวลานี้น่า เมื่อคิดได้จึงรีบยิงเข้าส่วนศีรษะ แต่มันไม่ระคายเท่าไหร่ ทันใดนั้น งูยักษ์หันหัวกลับมา อ้าปากแยกเขี้ยว น้ำใสพ่นเป็นสาย พวกเขากระโดดหลบ พื้นผิวบริเวณนั้นมีควันขึ้นคล้ายกรดกัด

“อย่าโดนพิษมัน”

เสียงปืนจากกลุ่มโนเอลบ่งบอกว่าพวกเขายุ่งอยู่กับพวกหมาบ้า เบนเกร็งมือทั้งสองข้าง เสาทรงดอริกที่อยู่ข้างทางล้มลงแต่เจ้างูยักษ์เลื้อยหลบว่องไว ไมเคิลหยิบมีดสั้นออกมาแทน เขาวิ่งไล่แล้วกระโดดแทงส่วนหาง ทั้งมีดและแรงกดทะลุผิวหนัง มันกรีดร้องเสียงแหลมแสบแก้วหู แต่มีดนั้นสั้นเกินกว่าจะทำให้มันเจ็บปวดสาหัส เขาพลิกมือ เสาต้นหนึ่งลอยขึ้นแล้วกระแทกกับส่วนหัว เจ้างูร้องลั่นเมื่อถูกเขก

“เบน!” ไมเคิลชี้ แต่ไม่ทัน สุนัขกลายพันธุ์โถมร่างเข้ามา เขาล้มลง เศษหินข้างตัวลอยกระแทกผลักให้พวกมันออกไปทันกาล เขี้ยวสุนัขเกือบฝังจมอกเสียแล้วไหมล่ะ ทางนี้ก็หมา ทางนั้นก็งู จะไม่ให้หายใจกันเลยเหรอวะ เขาล้มเสาอีกคู่เพื่อทำลายกองทัพสุนัขกลุ่มใหม่ที่กำลังดาหน้าเข้ามาก่อนจะบดขยี้ด้วยการกดร่างพวกมันลากไถลไปกับพื้น

ถ้าไม่ฆ่า พวกแกก็จะฆ่าฉัน อย่าโกรธกันเลยนะ

“ดึงตัวเขาไว้ ดึงตัวเขาไว้”

 เบนหันไป เห็นพวกผู้หญิงกำลังฉุดกระชากร่างโนเอลจากกลุ่มสุนัขกลายพันธุ์ เขาหยิบมีดจากข้อเท้าแล้วปล่อยให้มันลอยทะลุปีศาจสี่ขา โนเอลเป็นอิสระ แต่... “เบน” เสียงเตือนของไมเคิลครั้งนี้ไม่อาจช่วยเขาได้ทัน เบนเบี่ยงตัวให้ได้มากที่สุด แต่ดันสะดุดหางงูที่ตวัดดักทาง เมื่อนั้นตัวเองล้มคะมำพร้อม น้ำใสกระเด็นหยดลงบนแขนขวา ชั่วเวลานั้นอาการแสบร้อนเกิดเฉียบพลัน เชี่ย เบนพยายามกลั้นใจไม่ร้อง เขาใช้พลังจิตดึงมีดออกจากศพสุนัขแล้วพุ่งไปเสียบลูกตาไอ้งูสารเลว มันร้องแล้วสะบัดหางเป็นว่าเล่นจนอาคารโดยรอบพังกระจาย เขาสบโอกาสดึงมีดออกแล้วแทงดวงตาอีกข้างพยายามดันมีดให้ทะลุส่วนหัวจนมันคอตก สิ้นฤทธิ์ ลำตัวยาวเกินสิบเมตรกระตุกแล้วแน่นิ่ง

เบนทรุดตัวลง แขนข้างขวาสั่นระริก นอกจากพิษงูจะกัดแขนเสื้อแล้วมันยังกัดผิวและลามไปยังบริเวณอื่น เนื้อของเขาถูกกัดกร่อนลอกออกเผยให้เห็นหนังแท้ข้างใน ไม่ไหวแล้ว เบนร้องคำรามอย่างสุดกลั้น มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ อเล็กซิสวิ่งเข้ามา เธอถือขวดน้ำเปล่ามาด้วยจากนั้นเทราดลงบนแขน น้ำเปล่าลดอาการแสบร้อนได้ชะงักนัก และที่สำคัญมันชะลอพิษที่ลามต่อไปด้วย แต่กว่าฤทธิ์ของมันจะหมด แขนท่อนล่างจนถึงข้อศอกแดงเถือก ผิวชั้นนอกถูกทำลายหมดสิ้น ความเจ็บปวดกลับมาเล่นงาน หากนานกว่านี้มันคงกัดเนื้อไปถึงกระดูก

“จับตัวเขาไว้” สาวผมสีน้ำตาลสั่งหนุ่มผมเงิน ไมเคิลล็อกตัวเบนที่สั่นราวกับอยู่ท่ามกลางหิมะในสภาพเปลือยเปล่า ความเจ็บปวดลามไปทั่วทั้งตัว เขาไม่เคยทรมานเช่นนี้มาก่อน ดูเหมือนว่าน้ำเปล่าจะหยุดอาการบาดเจ็บได้ชั่วครู่ พิษยังคงอยู่ “ตัดแขนออกไป! เขาตะโกน ขอแค่ให้ความเจ็บปวดนี้หยุดลง

อเล็กซิสยึดไหล่แล้วหยิบมีดของตัวเองค่อย ๆ บรรจงฉีกส่วนที่เป็นผ้าออก เธอทำลายแจ๊กเก็ตราคาห้าหมื่นสี่พันสองร้อยเรลลงในพริบตา เบนจะยินดีมากกว่านี้หากเธอทึ้งเสื้อของเขาออกเมื่อทั้งคู่อยู่บนเตียง

“โนเอลล่ะ” เขาถาม แต่เสียงยังคงสั่น ความเจ็บปวดไม่ได้ทุเลาลงเลย

“ไม่เป็นอะไรมาก โดนกัด แต่แผลไม่ลึก มันกัดโดนปืนที่เขาซ่อนไว้ตรงข้อเท้า”

เขาพยักหน้า โนเอลกับเบ็กกี้เดินตรงเข้ามา สายตามองแขนที่มีแต่เนื้อแดงแล้วเบือนหน้าหนี

“เขาเป็นอะไรมากไหม” ไมเคิลถามคุณหมอจำเป็น อเล็กซิสพยักหน้า “ดูแขนเขาสิ”

“เราต้องหยุดเดินก่อนแล้วล่ะ ทำแผลให้หมอนี่ ไม่งั้นติดเชื้อแน่”

มันก็แน่อยู่แล้วป่ะวะ เขารำพันในใจ

อเล็กซิสสั่งให้ไมเคิลกดนาฬิกาเพื่อเช็กอาการ ครั้งแรกที่เบนได้ใช้กับตัวเอง  

โนเอลนั่งลง จับข้อเท้าที่ถูกงับ แม้อเล็กซิสบอกว่าแผลของเขาไม่ร้ายแรง แต่ดูจากเลือดแล้วมันน่าจะลึกพอสมควร แต่เวลานี้เบนสนแต่อาการของตัวเอง สายตาจดจ่ออยู่กับแขน มันจะมีสภาพแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า สภาพตอนนี้ไม่ต่างจากถูกลอกหนังออกไปเลย ให้ตายเถอะ หยุดสักที เขาหลับตา “ทำแผลให้ที เร็ว ๆ” เสียงที่เปล่งออกมานั้นเป็นคำขอร้อง

“ยังมีพิษบนตัวนายอยู่” อเล็กซิสนั่งอ่านโฮโลแกรม “เบน...เราต้องรีบไปเซฟโซน ฉันมีแต่เครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น”

“อะไรนะ” เขาร้องลั่น “อะไรก็ได้ เธอจัดการได้นี่ เธอเป็นหมอ”

“ฉันยังไม่ได้เรียนเลย! คนที่เป็นหมอน่ะ พ่อฉัน สมกับเป็นเพื่อนกันจริง ๆ” สีหน้าของอเล็กซิสนั้นขึงขัง “มันต้องใช้ยาเฉพาะ น้ำยาล้างพิษ แล้วก็... มันบอกว่าเป็นผ้าพันแผลเฉพาะสำหรับคนที่โดนพิษงู ฉันไม่มี”

อย่าล้อเล่นน่า พวกเราเพิ่งออกมาจากเซฟโซนเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว...

“กลับ...”

“ฉันมี”

โนเอลว่า เขาโยนกระเป๋าบนหลังของตัวเองลงบนพื้น อเล็กซิสรีบรื้อของข้างใน พอหยิบกล่องบางอย่างออกมาได้ เธอหันมายิ้ม เบนขมวดคิ้ว เด็กสาวพยักหน้าว่าใช่

เขาถอนหายใจยาว “นายเจ๋งมากโนเอล คนดีที่สุด โลกต้องไม่ลืมนาย”

ชายร่างยักษ์หัวเราะแล้วสั่นหัว เบนจ้องสัมภาระของโนเอล ชายหนุ่มพกเครื่องมือปฐมพยาบาลเหมือนอเล็กซิส แล้วยังอื่นมีอุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมายนอกจากอาวุธและอาหาร “มันเป็นของที่เพิ่มมาจากเซฟโซนที่ผ่านมา ฉันเอะใจเลยยัดลงมาด้วย”

“กระเป๋านายกี่โลวะนั่น” เบนถาม

“เบา ๆ” หนุ่มผิวเข้มยักไหล่

อเล็กซิสเปิดขวดน้ำยาล้างพิษแล้วเทราด เมื่อนั้นเขาร้องลั่น “แอลกอฮอล์ไม่ใช่เหรอ!” เขาตะโกนใส่หน้าพยาบาล

อเล็กซิสชักสีหน้า “จะบ้าเหรอ เอาเป็นว่ามันจะล้างพิษออกไปจดหมดก็แล้วกัน หุบปากซะ! อดทนหน่อยสิ ไมเคิลนายจับดี ๆ”

 เบนกัดฟันกรอด ปณิธานที่เขาตั้งไว้ล่าสุดนั่นคือ หากออกไปได้ เบนจามิน โรซิเย่จะกำจัดงูทุกตัวบนโลกใบนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

253 ความคิดเห็น

  1. #168 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 13:48
    โนเอลทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่มีเขาอยู่ในกลุ่ม ประสบการณ์แน่น แล้วยังเตรียมพร้อมรอบคอบอีก ไมเคิลเคยเจอกับอเล็กซิสมาก่อนหน้าถ่ายงานเหรอ อเล็กซิสกับจูน จูนอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของอเล็กซิสเหมือนเบนกับอเล็กซ์จริงๆ
    #168
    1
    • #168-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 29)
      8 ธันวาคม 2561 / 14:59
      ก็เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กเนาะ
      #168-1
  2. #62 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:49
    ตื่นเต้นดี เดาทางไม่ถูกเลย
    #62
    1
    • #62-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 29)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:55
      ฮี่ ๆ อ่านแล้วตื่นเต้น คนเขียนก็หน้าบาน (ปกติก็บานอยู่แล้ว)
      #62-1
  3. #61 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:53
    รอตอนต่อไปปปปป
    #61
    1
    • #61-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 29)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:44
      ขอบคุณค่า พยายามปั่น ฮึ้ยๆๆ (เร่งเครื่อง)
      #61-1