Undisclosure Series - ขึ้นเล่มสาม

ตอนที่ 27 : เส้นด้ายแห่งพาร์เซ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 ก.พ. 61

“แย่ชะมัด” เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “นี่เธอยังรอดอีกเหรอ นึกว่าตายไปนานแล้ว”

คนตรงหน้าเท้าสะเอว จ้องกลับด้วยแววตาถมึงทึง “ทำไม นายแช่งหนักขนาดนั้นเลยเหรอ” ยายคนโสโครกต่อปากต่อคำ ผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตปล่อยสยายแต่อยู่ในลักษณะฟูฟ่องเหมือนคนบ้า ลำตัวเต็มไปด้วยสะเก็ดแผลมากมาย แต่เบลินดา คาร์เตอร์ยังคงเอกลักษณ์รสนิยมแฟชั่นติดลบแม้อยู่ในสมรภูมิรบ เขามองเธอจากหัวจรดเท้า หากไม่นับเสื้อยืดรัดรูปสีขาวที่บัดนี้เปรอะเปื้อนรอยดำและเลือดกับกางเกงยีนส์ขาม้าที่เต็มไปด้วยรอยขาดก็พอไปได้อยู่ แต่อะไรคือการที่เธอสวมทับด้วยกระโปรงลายเสือรุ่งริ่งอีก

แม้ไม่ใช่เวลาประเมินเสื้อผ้า แต่เขามั่นใจว่าถ้าอเล็กซิสยืนอยู่ข้างกาย เธอคงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมองชุดยายนี่ด้วยความขัดใจเหมือนกันแน่นอน

“ใช่” เวดตอบ “ตาย ๆ ไปซะ” ไม่มีความลังเลในน้ำเสียง คู่กรณีหน้าเจื่อนกับคำพูดตรงไปตรงมาไม่รักษาน้ำใจ

“พอเถอะน่า” ออสโล่กระตุกขากางเกงชวนให้เขานั่งลง “ช่วยดูมินนี่กันเถอะ”

เวดละสายตาจากอดีตประธานนักเรียน คนที่ทำให้เขาและเพื่อนอีกสองคนถูกจับและติดแหงกอยู่ในนรกบ้านี้ แม้เห็นว่าเธอมีสภาพอิดโรยไม่ต่างจากตัวเองก็ตาม เขาไม่สนใจ คาร์เตอร์ไม่ควรรอดมาถึงจุดเซฟโซนด้วยซ้ำ คนที่ควรปรากฏตัว คือ อเล็กซิส ไม่ใช่ยายนี่

มินนี่ทำปากพึมพำถามหาโนเอลกับเทสซ่า เธอสลบไปตั้งแต่โดนลูกหลงจากแรงระเบิด ตอนนั้น ทุกอย่างฉุกละหุกไปหมด แม้แต่จะช่วยอเล็กซิสที่ถูกลากหายไปก็ไม่ทันการณ์ เทสซ่าก็สติแตก เขาต้องอุ้มมินนี่เพื่อหนีหุ่นที่ยังเหลือรอด มีออสโล่และเทสซ่าวิ่งขนาบ หนีตายด้วยกันจนมาถึงจุดเซฟโซนได้อย่างปลอดภัย เทสซ่ากำลังเปิดโฮโลแกรมปฐมพยาบาลน้องสาว พวกเขาได้แต่หวังว่าเด็กสาวคงไม่ถึงขั้นสาหัส

“มินนี่ ได้ยินเสียงพี่ไหม” ปกติแล้วสองพี่น้องชอบขัดกันอย่างกะอะไรดี แต่ตอนนี้เทสซ่าใช้น้ำเสียงอ่อนหวานที่สุด น้องเล็กของพวกโธมัสยังคงพึมพำหาพี่ชายและพี่สาว “เทส โนล”

เวดทันเห็นสาวผิวเข้มแอบปาดน้ำตา ไม่มีใครรู้ว่าชะตากรรมของเพื่อนคนอื่นเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งหมดได้แต่ภาวนาขอให้พระเจ้าคุ้มครอง แม้ศรัทธาต่อพระเจ้าจะเลือนรางเต็มที ในเวลานี้ชีวิตของทุกคนล้วนเดินบนเส้นด้ายที่สาวโดยกลุ่มบุคคลที่อยู่เหนือคนทั้งปวง กลุ่มคนที่ควบคุมชีวิตคนอื่นได้ราวกับพระเจ้า แต่ละคนล้วนถูกเส้นด้ายนี้รัดคอ กระตุก และลากไปยังอุโมงค์อันมืดมิด

ลาก่อน ความหวัง

เวดทรุดตัวลงกับพื้น ปวดเมื่อยไปทั้งตัว อเล็กซิสจะเป็นอย่างไรบ้าง สถานการณ์ตอนนี้ไม่ต่างจากเรือแตก เขาโชคดีที่ลงเรือชูชีพได้ทัน แต่เรือลำนี้จะแล่นไปได้ไกลเท่าไรกันเชียว

ฉันไม่ได้ทิ้งเธอนะ เขาพยายามหาข้อแก้ตัว ความรู้สึกผิดเกาะกินราวกับสนิม เวลานั้นมองไม่เห็นข้างในเลยว่ามีใครรอดบ้าง นอกจากเปลวไฟและหุ่นยนต์ พวกนักฆ่าจักรกลบางตัวยังทำหน้าที่ของมันแม้ไฟคลอกไปทั้งตัว ใช่สิ มันไม่มีความรู้สึกนอกจากทำตามโปรแกรมที่ติดตั้งไว้จนกว่าจะพังสนิท

กลุ่มอื่นทยอยเข้ามาในเซฟโซน แต่จำนวนคนไม่เยอะเหมือนวันแรก บางกลุ่มเหลือแค่สองสามคน บ้างมาคนเดียวแล้วรวมกลุ่มกันใหม่ เวดโล่งใจที่ยังเห็นอีกหลายคนรอดชีวิต แต่อีกส่วนหนึ่งก็เสียใจที่ไม่เห็นอเล็กซิสอยู่ในกลุ่มนั้น จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่โผล่มา แม้แต่คนอื่นในกลุ่มก็ไม่มีใครเข้ามา ทั้งซาร่าห์ โนเอล เบ็กกี้ เรมี อเล็กซ์ และไอ้เวรเบน

เขาทอดสายตาไปรอบห้อง หลายคนเจ็บหนัก บางคนรีบจัดของแล้วออกไป แน่ล่ะ ทุกคนต่างตระหนักดีว่าเวลาไหลไม่หยุด จะให้นอนพักแบบจุดแรกคงไปไม่ถึงทางออก ยิ่งศัตรูแต่ละตัวโหดอย่างกับจะฆ่าให้ตายมากกว่าปล่อยให้รอด และยิ่งพวกเขาเหลือเทสซ่าเพียงคนเดียวที่มีพลังพิเศษ หากแต่พลังนั้นยังเทียบกับพวกเบนและอเล็กซ์ไม่ได้

ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง เขาทนอยู่เฉยไม่ไหว ยิ่งเวลาเดินไปเรื่อย ๆ ความรู้สึกผิดยิ่งพรั่งพรู จะให้ทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลังเหรอ ไม่มีทางเสียหรอก

พอตัดสินใจได้ก็ลุกพรวดพราด เขาเดินอาดตรงไปหยิบปืนกระบอกใหม่ ปลดเซฟตี้ แล้วยัดระเบิดลงกระเป๋าเป้ไปด้วย ลักจำวิธีใช้มาจากโนเอล “ฉันจะไปตามหาอเล็กซ์” เขาบอกเพื่อนที่เหลือ

ออสโล่ขยับตัว มือคว้าปืนเหมือนจะตามมาด้วย แต่เสียงเทสซ่าหยุดพวกเขาไว้ “พวกนายอย่าออกไปเด็ดขาด” เธอแหวเสียงแหบแห้ง “อย่าโง่ไปหน่อยเลย คิดว่าตัวเองเป็นพวกกลุ่มเสี่ยงหรือไง”

“แต่ฉันรออย่างเดียวไม่ได้”

เทสซ่าทำเสียงซี่ ๆ เหมือนงู “ก็ต้องรอ”

เวดเม้มปาก เท้าเตะอากาศที่ทุกอย่างไม่ได้ดั่งใจ แม้เทสซ่ายังทายาให้น้องตัวเองอยู่ก็ยังไม่วายทำตัวเป็นหัวหน้ากลุ่มแทนพี่ชาย “เธอไม่ใช่โนเอล” เขาพึมพำเสียงเบา

โชคดีที่หญิงสาวไม่ได้ยิน “ยังมีเวลารอ อย่างน้อยต้องรอมินนี่ได้สติจนเดินต่อได้”

“รอ...ป่านนี้อเล็กซ์คง...โอ๊ย” โดนออสโล่ตีไหล่เข้าทีหนึ่ง “ขอโทษ”

สาวผิวเข้มเบ้ปาก กลอกตาคล้ายอยากจะบอกว่า ให้ตายเถอะ “นายคิดว่าฉันอยากอยู่เฉย ๆ เหรอไง คนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอย่างฉันยังแทบเอาตัวไม่รอด แล้วพวกนายสองคนจะทำอะไรได้ อย่างกับใช้ปืนได้อย่างโนเอลอย่างงั้นแหละ อย่าทำตัวเป็นฮีโร่ไปหน่อยเลย”

เพื่อนผมแดงวางปืนลงเหมือนโดนจี้ใจดำ

แน่นอนว่าเวดก็รู้สึกเจ็บจี๊ดไม่ต่างกัน “ถ้าเธอจะใช้คำพูดได้ดีกว่านี้นะ” แม้ในใจรู้ว่าเธอพูดถูก แต่...

“พวกนายไม่ได้ทิ้งเพื่อนหรอกนะ” เทสซ่ากล่าวดักคอเหมือนอ่านใจเขาออก “ลองคิดกลับกันว่าถ้าเป็นอเล็กซิสยืนอยู่ตรงนี้ เธอจะพูดว่าอะไร พวกเราอาจเพิ่งคบกันได้ไม่นาน แต่ฉันคิดว่าฉันพอรู้จักเพื่อนพวกนายดี”

ออสโล่หัวเราะออกมาผ่านลำคอ เขาพยักหน้าให้เวดเพื่อบอกว่าเทสซ่าพูดถูก เขาถอนหายใจแล้วเก็บปืน จากนั้นย่อตัวลงนั่งกอดอก แน่สิ ตัวเองรู้จักกับอเล็กซิสมานานกว่าใคร ทำไมจะไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนแน่วแน่ขนาดไหน อเล็กซิสไม่ชอบหลุดจากกรอบ ถ้าเธอตกลงจะทำอะไรแล้วเธอจะไม่ยอมผิดแผนหากไม่มีเหตุจำเป็น

...หากไม่มีเหตุจำเป็น

ยังมีซาร่าห์อีกคน เธอไม่อยู่กับเขาตั้งแต่หุ่นยนต์บุก พลังของซาร่าห์ไม่อำนวยให้กับตัวเธอมากนัก ดังนั้น พอพวกหุ่นยนต์โผล่มากันเป็นฝูง เธอก็รีบหาที่หลบทันที เขาแน่ใจว่าไม่เห็นซาร่าห์สักพักแล้ว คงไม่แปลกหรอกถ้าเธอจะเอาตัวรอดคนเดียว เขากับซาร่าห์อาจไปไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อน แต่พวกเขาไม่ใช่คนรัก ที่ผ่านมา แม้เธอพยายามทำเป็นเข้มแข็ง แต่ความกลัวของซาร่าห์แผ่ออกมาจนเขาสัมผัสได้ และที่สำคัญ เธอคงรู้ว่าเขาปกป้องเธอไม่ได้

และเพราะเวดจะเลือกอเล็กซิสกับออสโล่ก่อน

บ้าจริง เขาตีหัวตัวเอง สนิมที่ชื่อว่าความรู้สึกผิดก่อตัวหนาขึ้น

“เรารอจนกว่าพวกเขาจะมาเลยได้ไหม” ออสโล่เสนอ เขาเองก็นั่งอยู่ไม่สุข เพื่อนคนนี้เป็นคนเดียวที่ชักช้าที่สุด เขาไม่รู้ว่าอเล็กซิสถูกลากหายไป พอเกิดระเบิดและทุกคนเตรียมหนี ออสโล่เอาแต่ยื้อเวดที่กำลังอุ้มมินนี่ ร้องตะโกนหาอเล็กซิส และเพราะทุกครั้งที่สบตากับเขา เวดจะยิ่งรู้สึกผิดไปด้วยที่ไม่รอเพื่อน

ฉันบอกว่าฉันชอบเธอ แต่ฉันกลับทิ้งเธอ เขาบีบมือตัวเอง แต่ออสโล่ไม่

“ฉันอยากรอ...” เทสซ่าตอบหนุ่มผมแดง เธอลูบศีรษะมินนี่แผ่วเบา “...พี่ชายฉันก็หายไป แต่เราตกลงกันแล้ว อีกอย่าง เราอยู่ที่นี่มาสองวันแล้วนะ เพิ่งโซนหนึ่งเอง ยังมีอีกสามโซน ถ้าโนเอลยังมีชีวิตอยู่ เขาจะตามพวกเราแน่นอน”

เวดเกาหัว สับสนกับความคิดตัวเอง พอเงยหน้าดันสบตาสีน้ำตาลของยายตัวดีเข้าให้อีก อดไม่ได้ที่จะตวาดออกไปโดยอัตโนมัติ“มองอะไร” ความเกลียดชังที่มีต่ออดีตเพื่อนคนนี้รุนแรงไม่เคยเปลี่ยน เขาไม่เคยเกลียดใครได้มากขนาดนี้จนกระทั่งเจอคนอย่างคาร์เตอร์ ตั้งแต่เกิดเรื่อง เด็กสาวไม่เคยขอโทษพวกเขาเลยสักครั้ง มีแต่พ่อพระอย่างออสโล่ที่ทำใจคุยกับยายนี่ได้

“เดวิสล่ะ” ใบหน้านั้นมีเครื่องหมายคำถามแปะอยู่ตรงกลาง “อย่าบอกนะว่า...”

คำถามนั้นเหมือนมีดแทงเข้ามากลางใจ เขาก้มหน้านิ่ง นึกถึงงานปาร์ตี้ที่ควรจบลงด้วยความสนุกสนาน และตัวเขาที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย แต่กลับต้องมาเห็นคนมากมายถูกฆ่าตายราวกับผักปลา อเล็กซิสที่ยังไม่รู้ชะตากรรม คำโกหกที่ทำให้เขาถูกไฟฟ้าช็อกแล้วยังทำลายอนาคตคนสามคน เวดเงยหน้า สบตากับเด็กสาว ส่งผ่านจิตอาฆาตที่รุนแรงออกไป “จำไว้นะคาร์เตอร์ ถ้าอเล็กซ์เป็นอะไร เธอ คือ ฆาตกร”

พอเห็นดวงตาคู่นั้นมีน้ำใสคลอเบ้า เขาพอใจเหมือนตัวเองเป็นพวกซาดิสม์ คาร์เตอร์ก้มหน้านิ่ง น้ำตาหยดเผาะ ๆ เวดเห็นเพื่อนคาร์เตอร์มองเขาด้วยสายตาตำหนิก่อนจะโอบกอดเธอไว้ แต่ใครจะสน เขาหันกลับมาดูอาการมินนี่ เธอเพิ่งฟื้นสติ แต่เพราะได้สติ จึงตระหนักว่าพี่ชายตัวเองไม่อยู่ด้วย และเมื่อนั้น มินนี่เบะปากงอแง

“โนเอลล่ะ เทส โนเอล โนเอล!” เธอร้อง มือทั้งสองข้างทุบพื้นเหมือนเด็กที่ไม่ได้ของเล่น หลายครั้งที่เขาเห็นโนเอลมีลักษณะเหมือนพ่อมากกว่าพี่ชาย และอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า มินนี่มีอาการออทิสติกอ่อน ๆ หรือไม่ “โนเอลไปไหน ทิ้งเขาทำไม กลับไป กลับไป”

“ไม่เอาสิ อย่างอแง” เทสซ่ากอดน้องสาวแน่น “โนเอลกำลังตามพวกเรามา พี่เขาเก่งอยู่แล้ว”

“โกหก เทสโกหก”

เวดเบือนหน้าหนี ครุ่นคิดว่าเพราะอะไรถึงเกิดระเบิดขึ้น ไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นั้นได้ หรือมันเป็นการโจมตีอีกรูปแบบหนึ่งของพวกหุ่นยนต์กันแน่

แต่ระเบิดตอนนั้นก็ทำลายหุ่นไปมากกว่าครึ่งเลยนะ เขาเกาหัวอีกรอบ สับสนไปหมด  

เขาใช้เวลาเดินงุ่นง่านไปมาจนครบหนึ่งชั่วโมง กลุ่มคาร์เตอร์ยังคงอยู่ กลุ่มอื่นเริ่มทยอยออกจากห้อง มีคนรอดชีวิตอีกสองสามคนโผล่มาเพิ่ม แต่ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อนของพวกเขา เมื่อนั้น เด็กหนุ่มผมแดงยืนขึ้น หยิบขวดซอสมะเขือเทศขึ้นมาละเลงบนกำแพง

“นายจะทำ...” เขาหุบปากเมื่อเห็นออสโล่เริ่มเขียนข้อความให้กับพวกที่ยังมาไม่ถึง

“ถ้าเธอมาถึงที่นี่ จะได้ไม่ต้องห่วงพวกเรา” เขาอธิบาย “อเล็กซ์จะได้ไม่รอ แล้วรีบตามพวกเราไปไง” แววตากระตือรือร้นเปี่ยมไปด้วยความหวังนั้นทำให้เขายิ้มออกมาได้ ถ้าจะมีเรื่องดีเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นกับเวด คงเป็นเรื่องที่เขาและออสโล่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน

เขายืนกอดอกมองออสโล่บรรจงเขียนชื่อคนทั้งสี่ หางตาเหลือบมองเทสซ่าที่อ่านข้อความแล้วไหล่ตก ดวงตาสีเทาสว่างราวกับมีแสงแฟลชอยู่ด้านในบัดนี้ปราศจากแววตาถือดีและสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ส่วนมินนี่นั้นนั่งร้องไห้ซบตักพี่สาว ไม่พอ ยังทุบเทสซ่าอีกด้วย

“ขอบคุณที่ช่วยน้องสาวฉันนะ” เธอกล่าวเสียงเบาแล้วก้มหน้ามองนาฬิกาครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ “เรารอกันอีกสักพักก็แล้วกัน”

“อื้อ” เวดตอบสั้น ๆ ในใจภาวนาให้คนที่เหลือปลอดภัย

**********

นักรบหุ้มเกราะสองตัววิ่งไล่ล่าเด็กหนุ่มสามคน หนึ่งในสามกำลังไล่ล่าอีกสอง เขาวิ่ง วิ่งและวิ่ง พอหางตาเหลือบเห็นแขนเหล็กก็รีบหมุนตัวเปลี่ยนทิศทาง ยกมือแล้วยิงใส่มัน พอศัตรูล้มลง เขาหันกลับไปโฟกัสที่เจ้าหมาน้อยสองตัว ทว่าหากไม่พิชิตมันให้เสร็จสิ้น ต่อให้เหลือครึ่งตัวแต่ระบบยังทำงาน มันจะลุกขึ้นมาใหม่ แขนซ้ายของมันเหวี่ยงมา หมายซัดเป้าหมายให้ตายคาที่ แต่แขนนั้นทำได้แค่แหวกอากาศเป็นเสียงดังฟึ่บ เขาหลบแล้วยิงใส่หัวหลายสิบนัดจนหุ่นเหล็กแน่นิ่ง เขาวิ่งต่อไป ประสาทสัมผัสดีขึ้นหากเทียบกับตอนแรกที่เข้ามา อีกนิดเดียว สาวเท้าเข้าไปอีก อีกคืบเดียว เมื่อนั้นมือข้างซ้ายคว้าหมับเข้าที่คอหมาน้อยตัวหนึ่ง

“ไอ้เด็กเปรต” มือนั้นขย้ำคอเสื้อเจ้าโง่พลูทักซ์ ยังไม่ทันฝากรอยหมัด ทั้งสองจำต้องผลักกันและกันเพื่อหนีเลเซอร์ที่ยิงใส่คนทั้งคู่

“หนีก่อนได้ไหมวะ” เด็กหนุ่มอีกคนตะโกน ทั้งสามวิ่งแทบไม่ได้หายใจ  

“แกคิดฆ่าทุกคนเหรอไง” เขาตะโกน แม้จะเหนื่อยแต่แรงโกรธภายในนั้นรุนแรงยิ่งกว่า เรมีไม่เคยมองว่าตัวเองแก่กว่าพลูทักซ์แค่ปีเดียว แต่เขามองว่าตัวเองแก่กว่าไอ้เด็กเวรหลายสิบปี

“โดนรุมขนาดนั้นจะให้ทำไงวะ ก็ต้องระเบิดพวกมันให้หมดเซ่”

“แกมันชั่วหรือชั่วกันแน่” ทีแรกเขานึกว่าเด็กคนนี้เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่โตมาในครอบครัวมีเงินและถูกตามใจจนเสียเด็ก แต่ถึงขนาดระเบิดคนเป็นหมู่ได้ มันไม่ต่างจากปีศาจหรอก

เรมีเห็นพลูทักซ์สั่งให้แม็กซ์ยิงกระเป๋าใบหนึ่ง หลังจากนั้น ตูม เละกันหมด เสื้อผ้าช่วงบนไหม้หลุดออกจากตัว ไฟล้อมรอบจนนึกว่าตัวเองไม่รอดแล้ว แต่เหมือนครั้งที่กระสุนกระทบผิวหนัง ไฟไม่อาจระคายผิวเขาได้ เด็กหนุ่มดึงเศษผ้าไหม้บนตัวออก เขาเสียแว่นตาไปด้วย แต่ปรากฏว่าสายตากลับดีกว่าเมื่อไม่ใส่มัน ทั้งที่ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองสายตาสั้นขึ้น แต่เปล่าเลย มันดีขึ้นต่างหาก โชคยังดีที่เขายังเหลือกางเกงท่อนล่างไว้ ไม่มีใครอยากวิ่งหนีตายในสภาพล่อนจ้อนหรอก พอเขาเห็นพลูทักซ์กับแม็กซ์ก็รีบวิ่งไล่ทันที ขณะที่หุ่นยนต์ก็ไล่ล่าพวกเขาอีกทอด ราวกับห่วงโซ่อาหาร

“แกรู้ไหมว่าคนอื่นอยู่ในนั้น เบ็กกี้ โนเอล อเล็กซ์ แกฆ่าคนตายห่าเป็นหมู่” เขาอยากจะร้องไห้ กระเป๋าเป้ก็ไม่มี อาวุธก็ไม่มี จะเดินทางต่อไปได้อย่างไร หนำซ้ำยังจำเส้นทางไม่ได้ ดังนั้น ถ้าช่วงไหนไม่มีอมนุษย์ตัวใดโผล่มา พวกเขาจะตีกันเอง

“ไอ้โง่ ถ้าไม่ทำแบบนั้น หุ่นก็ฆ่าพวกเราหมดสิ”

“ใจสัตว์ แกฆ่าคน”

“หยุดทะเลาะกันได้แล้ว” เขาหุบปาก พลูทักซ์หุบปาก เด็กหนุ่มที่ชื่อ แม๊กซ์ ชี้ไปยังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า มันเป็นกระจกหลอดแก้วโค้งมนขนาดหนึ่งคนโอบรอบ หลอดกระจกแก้วครอบอุปกรณ์บางอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับเบาะในรถยนต์  สายเข็มขัดนิรภัยกองอยู่ตรงที่นั่ง เรมีเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองวิ่งมาไกลขนาดไหน และบังเอิญเจอกับของดีเข้าให้

“มันคืออะไร” แม๊กซ์ยังคงงง

เรมีนึกถึงประกาศเรื่องพอร์ตที่จะพาพวกเขาออกไปจากที่นี่โดยไม่ต้องเดินลุยเข้าโซนสอง สาม และสี่อีก สิทธิพิเศษที่มีเพียงสิบคนจะได้รับ แต่...ทำไมเขาไม่ดีใจเลย

พลูทักซ์คงดูออกเหมือนกันว่ามัน คือ ของขวัญล้ำค่าที่พระเจ้าประทานให้ โชคร้ายที่พวกเขามีอยู่สามคน และนิสัยอย่างเด็กคนนี้คง...

ปัง

นั่นปะไร

เขายกมือกันกระสุนได้ทันเวลา มันเป็นสัญชาตญาณ แม้รู้ว่าต่อให้พลูทักซ์ยิงเขาโดยตรง กระสุนจะไม่มีทางทำอันตรายเขาได้ แต่เพราะประสาทสัมผัสไวมากขึ้นมาก ยิ่งตระหนักในพลังตัวเองมากขึ้นเท่าไร กำลังวังชา ความยืดหยุ่น และปฏิกิริยาโต้กลับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เด็กชายคู่กรณีตาตื่นเมื่อเห็นว่ากระสุนยิงไม่เข้าเนื้อเรมี

“แกเป็น...”

“พลูทักซ์ นายทำอะไร” เด็กชายอีกคนร้องเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองยกปืนเล็งมนุษย์ด้วยกัน

“หุบปาก ระเบิดตอนนั้นก็นายยิงเองไม่ใช่เหรอ”

“นายบังคับฉัน”

“ไม่รู้ แต่ฉันจะต้องได้นั่งมัน” เขาพยักพเยิดไปทางพอร์ตที่อยู่ในกระจกแก้ว

แม็กซ์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างจำนน แต่เรมีไม่ เขาพุ่งตัวใส่พลูทักซ์ พยายามจะแย่งปืนและยิงให้ตาย ไม่สนแล้วว่าเด็กหนุ่มจะอายุเท่าไร เป็นมนุษย์เหมือนกันหรือไม่ ในเมื่อเด็กคนนี้ยังไม่ลังเลที่จะฆ่าเขา ทำไมเขาต้องใช้คำว่าเพื่อนมนุษย์กับมันด้วย เมื่อนั้น หูได้ยินเสียงบางสิ่งเคลื่อนไหว เจ้าแม็กซ์วิ่งปรี่ไปที่ตู้กระจก พลูทักซ์ตัวแสบดันหน้าเรมี ถีบเขาที่ท้อง ลนลานยกปืนยิงใส่เพื่อนทันที แม็กซ์ร้องลั่น ล้มฟุบร้องไห้งอแง มือกุมขาที่ถูกยิง

พอคู่กรณีหันเหความสนใจไปยังเพื่อนที่คิดจะตัดหน้า เรมีได้ทีดึงตัวพลูทักซ์แล้วชกอัดหน้าคู่ต่อสู้ไม่ยั้งมือ “อย่า” เด็กชายอ้อนวอน คิ้วแตก ปืนตกข้างตัว เขาไม่สนใจแล้วว่าตัวเองจะได้สิทธิพิเศษหรือไม่ แต่ขอฆ่าคนคนนี้ก่อนก็แล้วกัน “โตไป แกคงไม่ดีไปมากกว่านี้แล้วล่ะ”

ทว่า เทพธิดาแห่งโชคชะตาเอ็นดูเจ้าหนูนี่เป็นพิเศษ มือเหล็กจับหมับรอบคอก่อนจะดึงร่างเขาออกจากเด็กชาย มันยกตัวเขาสูงขึ้นแล้วหันให้มาเผชิญหน้ากับมัน มนุษย์เหล็กจับแขนขวาหวังจะฉีกร่างขาดครึ่งเหมือนเหยื่อคนอื่น เรมีกลั้นใจใช้แขนอีกข้างทุบเข้าที่หัวของมัน แต่แรงนั้นไม่เยอะเหมือนกับหนุ่มผมเงินคนนั้น แม้จะเจ็บแต่มือที่ทุบลงไปหามีรอยแผลไม่ เรมีไม่ใช่เด็กร่างผอมก้างคนเก่า พอแสงกะพริบสีแดงเริ่มทำงาน เขายกเท้าขึ้นคว้ามีดเล็กที่ซ่อนอยู่แล้วเสียบมันเข้าที่ส่วนตา ร่างของเขาตกลงบนพื้นพร้อมกับที่มีแสงสว่างวาบจากข้างหลัง เมื่อหันไปก็เห็นพลูทักซ์เข้าไปในหลอดแก้วและนั่งลงบนที่นั่งพิเศษ คาดเข็มขัดเป็นที่เรียบร้อย มีแม็กซ์ร้องครวญครางหน้ากระจกแก้ว

“เวร!

เรมีวิ่งตรงไปยังหลอดแก้ว ทุบเท่าไรมันก็ไม่แตก เขายิงใส่กระจก แต่ไม่ได้ผล เมื่อมีผู้โดยสาร ตัวพอร์ตเปิดระบบป้องกันไม่ให้สิ่งใดเข้ามาทำร้ายคนข้างในได้ เด็กชายแสยะยิ้มกวนบาทา ยกนิ้วกลางให้ เมื่อนั้นกำแพงข้างในเลื่อนเปิดออกเป็นช่องว่าง เขาหวังว่าจะมีปีศาจสักตัวโผล่มางับหัวเวรตะไลตัวนี้ แต่เปล่าเลย มีแต่รางรถที่ทอดยาวไปในความมืด “ฉันจะฆ่าแก” เขาตะโกน มือทุบกระจกแก้วระรัว ไม่กี่วินาที ที่นั่งกระตุก พลูทักซ์ตื่นตกใจนิดหน่อยแต่ยังทำใจดีสู้เสือ ร่างของเขาพุ่งเข้าไปในความมืดนั้น

แผ่นเหล็กเลื่อนลงมาปิดรอยโหว่ ตามด้วยอิฐก้อนก่อตัวกันเองราวกับมีเวทมนตร์ เมื่อนั้นกำแพงกลับมาปิดสนิทดังเดิม เรมีล้มหน้าคะมำเพราะกระจกเลื่อนลงหายเข้าไปในพื้น จุดพอร์ตที่ว่ากลายเป็นพื้นที่โล่งปกติราวกับไม่มีเคยมีอุปกรณ์ชิ้นใดติดตั้ง

“โธ่เว้ย” เขาทุบมือลงบนพื้น

ไอ้เด็กพลูทักซ์อาจจะเป็นคนแรกและคนเดียวที่รอดจากการทดลองครั้งนี้

เมื่อนั้น เรมีกรีดร้องระบายความคับแค้นใจในความอยุติธรรมทั้งปวง

**********

เชิงเทียนสูงตั้งอยู่บนเสาทรงดอริก หรือไอโอนิก? ถ้าเป็นเธอ คงรู้ว่าเสาแบบนี้เรียกว่าอะไร เขาเคยเห็นเสาลักษณะนี้ในหนังย้อนยุคโบราณสมัยกรีก-โรมัน แสงไฟส่องเป็นช่วง ทุกคนต้องคอยส่องไฟฉายไปตามทาง เวดยังไม่อยากด่วนสรุปว่าอเล็กซิสตายแล้ว เธอต้องรอดอยู่แล้ว แค่ถูกหุ่นลากหายไปไม่ได้หมายความว่ามันฆ่าเธอนี่นา ความพยายามที่จะไม่โทษตัวเองเป็นศูนย์ ถ้าตอนนั้นเขาดึงเพื่อนไว้ทัน ถ้าช่วยเพื่อนให้รอดพ้นจากหุ่นยนต์ได้ล่ะก็ ตอนนี้เธออาจเดินเคียงข้างเขาก็ได้ เด็กหนุ่มตีหัวตัวเอง พยายามระงับไม่ให้คิดถึงภาพน่ากลัว ถ้าเขารอดจากที่นี่ไปได้ ไม่ว่าหนังสยองขวัญน่ากลัวขึ้นหิ้งขนาดไหนก็ไม่อาจทำให้ฝันร้ายได้เท่าที่นี่อีกแล้ว

ก่อนออกมาจากโซนหนึ่ง ยังไม่วายต้องวิ่งหนีซอมบี้ที่โผล่มาในช่วงสุดท้าย ครั้งนี้พวกเขาไม่เน้นปะทะ แต่เน้นป้องกันตัวแล้วชิ่งออกมาให้เร็วที่สุด

“พวกนายมีแผนที่ดีกว่าวิ่งหนีไหม”

ราวกับเธอมีความสามารถพิเศษในการจุดไฟให้เดือดเพียงแค่อ้าปาก เวดจ้องหน้าคาร์เตอร์นิ่ง ครู่เดียวเธอเบือนหน้าหนี “ใครใช้ให้ตามมา หา!

“อย่าทะเลาะกันได้ไหม” เทสซ่าตัดบท “พวกเธอสองคนนี้เป็นอะไรกัน คนเยอะ ดีแล้ว” หญิงสาวทำเสียงฮึดฮัดรำคาญ ทุกห้านาทีหากคาร์เตอร์พูดอะไรขึ้นมา เวดจะโต้กลับตลอด ดูเหมือนว่าเขาสูญเสียความสามารถในการควบคุมอารมณ์ให้คงที่เมื่ออยู่ใกล้เด็กสาวคนนี้

กลุ่มของคาร์เตอร์มีแต่ผู้หญิงสามคน แต่มันจะไม่มีปัญหาเลยถ้าหนึ่งในนั้นไม่ใช่คนที่เขาเกลียด ขณะเดียวกัน มินนี่เดินหน้างุ้ม พูดพึมพำอยู่คนเดียว บางทีเธอจะชวนให้กลับไปรอพี่ชายจนออสโล่ต้องบอกว่า โนเอลอาจจะนำหน้าพวกเขาอยู่ก็ได้ เธอจึงจะเงียบไปพักใหญ่เพื่อรอจังหวะพูดอีกที

เขามองไปรอบตัว สภาพแวดล้อมใหม่ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม มันมีแต่ความมืด แสงไฟจากไฟฉายบนนาฬิกาไม่ได้ช่วยให้เขาอุ่นใจยิ่งขึ้น บางครั้งทั้งหมดสะดุ้งโหยงหากใครมีท่าทางตกอกตกใจเหมือนส่องเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติ แต่ถ้าไม่ส่อง ก็อาจตายโดยไม่รู้ตัว

“เธอรู้สึกว่ามีอะไรข้างหน้าไหม” เขากระซิบถามเทสซ่า หญิงสาวส่ายหน้าช้า ๆ แม้ประสาทสัมผัสของเธอจะไวกว่าคนปกติ เท่าที่พวกเขาสังเกต กลุ่มเสี่ยงจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่ออันตรายได้ดีกว่าคนทั่วไป แต่เขายังไม่เคยเห็นใครเร็วเท่าเจ้าหนุ่มหัวเงินคนนั้น ชื่ออะไรนะ เขาพยายามนึกชื่อที่อเล็กซิสเคยบอก ไมเคิลใช่ไหม เวดไม่แน่ใจว่าเจ้าหมอนั่นรอดด้วยหรือเปล่า แต่ถึงรอด หมอนั่นคงไปไกลกว่าคนอื่นแล้ว

“ฉันคิดว่าฉันได้ยินเสียงนะ” เธอเอ่ยขึ้น เขาจับปืนแน่น ส่วนพวกกลุ่มสาว ๆ เบียดตัวเข้าหาเวดกับออสโล่ เวดเบี่ยงตัวออกเพื่อกันไม่ให้ตัวเองถูกตัวอดีตประธานนักเรียน เธอคงสังเกตเห็นท่าทางรังเกียจนั้นจึงเขยิบออกห่างไปเอง

สิบนาทีผ่านไป ยังไม่มีสิ่งใดปรากฏ แต่เขารู้สึกเหมือนกับโดนจ้องมองตลอดเวลา ความมืดและแสงสว่างต่างน่ากลัวพอกัน เขาไม่อยากจินตนาการภาพสัตว์ประหลาดที่กำลังจะเล่นงานตัวเองเลย เวดสบถในใจ นึกอยากเป็นกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาในนี้แล้ว

นายอย่าลืมสิ ว่าถูกส่งมาที่นี่เพราะอะไร เสียงหนึ่งในหัวกล่าวดัก

ครอบครองโคเคนร้อยกรัม เขาตอบตัวเอง ออสโล่และอเล็กซิสดูจะมีโอกาสเป็นกลุ่มเสี่ยงมากกว่าตนเสียอีก

เสียงหายใจดังฮืดฮาดชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เสียงฝีเท้าผ่อนหนักเบาลงบนพื้นอย่างระแวดระวัง แต่กระนั้นทั้งหมดยังได้ยิน เพราะเสียงที่เท้ากระทบกับพื้นเฉลยขนาดปริมาณน้ำหนักของมันได้ไม่ยาก ตามมาด้วยเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน สัตว์ประหลาดที่ว่าเผยตัวตนออกมาจากความมืดทีละนิด ทีละนิด ทุกคนหันกระบอกไฟฉายส่องไปยังเงาร่างใหญ่ที่บดบังแสงเทียนด้านบนทั้งหมด ขนาดของมันเท่าช้างตัวหนึ่ง แต่รูปลักษณ์เหมือนสุนัขที่มีขนรอบคอคล้ายสิงโต เพียงแต่ขนเป็นสีดำสนิท พวกเขาถอยหลังช้า ๆ ขณะที่มันย่างกรายเข้ามาด้วยท่าทางหยิ่งผยอง ราวกับแน่ใจว่าต่อให้เหยื่อวิ่งหนี มันก็จัดการทุกคนได้หมด

“ทุกคน...” เวดเสียงสั่น “ยิงมัน!

แต่ละคนเหนี่ยวไกไม่ยั้ง มันพอต้านได้บ้างแต่ไม่ถึงขนาดทำให้บาดเจ็บสาหัส กระสุนทำได้เพียงสร้างแผลถากหรือเป็นโล่ชั่วคราว ผิวหนังของมันแข็งแกร่งกว่าที่คิด หรือเป็นเพราะขนที่บังร่างจริงไว้ ปีศาจร่างยักษ์คำรามเสียงดังจนแม้แต่เปลวไฟข้างบนยังสั่นไหวตามแรงสะเทือน ในตอนนั้นเองเทสซ่าบอกให้ทุกคนปิดหูก่อนจะปล่อยคลื่นเสียงที่ทำให้โสตประสาทของเขาแทบแยกออกจากกัน

มันได้ผลตรงที่สุนัขปีศาจโดนซัดจนหมอบครางหงิงราวกับลูกหมาตัวน้อย แต่ที่แย่ไปกว่าเดิม คือ ยังมีสุนัขปีศาจขนาดประมาณเสือดาวคล้ายลูกสมุนทยอยโผล่มาสองตัว สามตัว สี่ตัว...หกตัว

“โนเอลเคยใช้ระเบิดใช่ไหม” เขาหันไปถามเทสซ่า

“นายแน่ใจนะว่าใช้เป็น”

เขาหลิ่วตา “ไม่เป็นก็ต้องเป็นแล้วล่ะ แต่ตอนนี้” เขายกมือ “วิ่ง!

เทสซ่าซัดพลังกันไม่ให้พวกมันจู่โจมเข้ามาได้ เธอกวาดกลุ่มสุนัขอัปรีย์เพื่อให้กลุ่มตัวเองวิ่งหนี พลังของเธอคล้ายกับพลังของอเล็กซ์เพียงแต่เทสซ่ามีซาวด์เอฟเฟ็ก เขาส่งปืนให้ออสโล่แล้วหยิบระเบิดออกมาจากกระเป๋า “ยิง อย่าหยุดยิง” ปากบอกพวกผู้หญิง หากไม่นับมินนี่ เวดอดทึ่งไม่ได้ที่เห็นคาร์เตอร์ได้เรื่องกว่าเด็กผู้หญิงอีกสองคน เธอไม่ได้เอาแต่กรีดร้อง แต่ยิงปืนรัวราวกับแม่สาวแรมโบ้

“สาว ๆ ห้ามหยุดยิงเป็นอันขาด” นั่นคือเสียงของเธอ

เขานึกถึงเวลาที่ตัวเองเล่นฟุตบอล โยนระเบิดก็เหมือนกับการจ่ายบอลนั่นแหละ ทีเดียวตูม เขาปลดสลักแล้วปา แต่เวดลืมไปว่าตนไม่ถนัดส่งรับด้วยมือ ลูกระเบิดทำลายลูกสมุนของมันไปครึ่งแต่ลูกพี่ใหญ่ยังไม่สะท้าน เทสซ่าซัดพลังอีกที พวกมันถอยร่นไปครู่เดียว ทำให้ระยะห่างระหว่างกลุ่มวัยรุ่นกับศัตรูไกลกันมากขึ้น พอพักหายใจได้บ้าง จนกระทั่งพวกเขาสะดุดกับอะไรบางอย่าง

“ศพ!

แต่ละคนช่วยกันดึงตัวขึ้น มีศพอยู่ราวสี่ห้าศพนอนตายกระจัดกระจาย แต่มันเป็นศพมนุษย์กับศพหมาปีศาจ

“ยิงต่อไป”ออสโล่ตะโกนบอกเพื่อนคาร์เตอร์ สองสาวอาการแย่สุดเพราะตื่นตกใจสุดขีด อาจเป็นเพราะเห็นศพด้วย พวกเขายิงลูกสมุนตายไปสอง เหลือเจ้าตัวเล็กกับตัวใหญ่อย่างละตัว

ถ้าแม่นปืนได้อย่างโนเอลคงจัดการสมุนของมันได้หมด

หมายักษ์คำรามกึกก้อง เวดได้แต่ภาวนาอย่าให้มีอีกตัวดักอยู่ข้างหน้าเลย เขานึกถึงเวลาตัวเองเล่นฟุตบอลแล้วต้องวิ่งยื้อแย่งกับอีกทีม ตอนนี้ขอให้วิ่งไปให้ถึงประตูก็พอ ถ้าหากไอ้เดวี่ไม่ทำประตูชัย เราคงได้เป็นแมน ออฟ เดอะแมตช์ในรอบชิง ไอ้บ้าเอ๊ย เวลานี้คิดอะไร เขานึกถึงเวลาตัวเองเตะบอลเข้าประตู “เข้าประตู ใช่สิ เข้าประตู”

“อะไรของนายวะ” ออสโล่ตีเข้าที่ไหล่ เพราะเวดไม่ยอมยกปืนยิงเหมือนคนอื่น “จะปาระเบิดหรือจะยิง”

เขาหยิบระเบิดอีกลูก แล้วขอให้เทสซ่าช่วย “ซัดใส่ปากมัน ผิวมันแข็ง แต่ถ้าทำลายเครื่องในของมันละก็...”

หญิงสาวมองระเบิดในมือสลับกับหน้าเขา รอยยิ้มน้อยปรากฏบนใบหน้างาม เขารอจังหวะ ถอดสลักแล้วโยน เทสซ่าผลักระเบิดที่อยู่กลางอากาศเข้าไปในปากของเจ้าตัวใหญ่สุด...

ลูกระเบิดหล่นก่อนที่จะเข้าไปในปาก ลูกสมุนที่เหลืออยู่ตัวเดียวตาย ส่วนมันล้มลง แล้วลุกขึ้นมาใหม่ ขาหน้าเป็นรอยแผลเหวอะ เวดร้องลั่นดีใจ แต่เขาต้องเผื่อระเบิดไว้ใช้สำหรับทางข้างหน้าด้วย

เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง ออสโล่โยนปืนกลับมาให้แล้วหยิบระเบิดจากกระเป๋าตัวเอง

“พกกันไว้ก่อน” เขาบอกแล้วโยน

เวดยกมือกุมหัว “ไอ้บ้าเอ๊ย ยังไม่ได้ถอดสลัก!

เขาอยากจะทึ้งผมตัวเองหรือไม่ก็เตะก้นเพื่อน ลูกระเบิดโดนปลายจมูกแล้วหล่นลงบนพื้นราวกับของเล่นไร้ราคา ปีศาจสุนัขไล่กวดมาทันพร้อมกับแยกเขี้ยวเตรียมจะงับหัวใครสักคน เขาผลักกลุ่มคาร์เตอร์ออกไปให้พ้นรัศมีสายตา จากนั้นดึงแขนออสโล่กับมินนี่เพื่อหลบ ทว่าช้าเกินไป เทสซ่าซัดพลังใส่พวกเขาแทน ทั้งสามคนกระเด็นออกไปพ้นทาง ปีศาจยักษ์ย่องเดินเข้าหาหญิงสาวที่ถูกต้อนเข้ามุมเพียงคนเดียว เวดยิงใส่ตัวมัน แต่ทำได้เพียงแค่ระคายผิว

“ยิง ๆ ดึงความสนใจจากมัน” เขาบอกออสโล่ แต่ดูท่าว่ามันจะลองชิมเนื้อสาวมากกว่าเนื้อเด็กหนุ่ม

“เทส” มินนี่จะวิ่งเข้าไปช่วยพี่สาว เขารีบกอดร่างเล็กนั้นไว้ พริบตาเดียว เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างมันของมันกระเด็นหงายคล้ายถูกหมัดยักษ์ล่องหน

มินนี่ดิ้นจนเกือบหลุด เขาโยนร่างมินนี่ลงกับพื้น “ถ้าอยากช่วยพี่เธอต้องยิง” เด็กสาวพยักหน้าอย่างว่าง่ายแล้วหยิบปืนยิงตาม เขาเห็นเทสซ่ายืนงงมองมือตัวเอง เจ้าหมาปีศาจล้มลุกคลุกคลานก่อนจะคว่ำตัวจู่โจมใหม่ เขายังคงยิงใส่มัน พยายามดึงความสนใจของมันให้ออกห่างจากเทสซ่า แต่มันดูท่าจะแค้นหญิงสาวเป็นพิเศษ “โธ่เว้ย” จะทำอย่างไรดี หากใช้ระเบิดอีกก็เสี่ยงโดนเพื่อน

“เบล หนีกันเถอะ” เด็กผู้หญิงอีกสองคนชวน “พวกนายด้วย หนีก่อน”

มินนี่น้อยหันไปมองเธอทั้งสาม แววตาตื่นตระหนก “อย่า ช่วยเทสกันก่อน”

เขาส่ายหัวให้มินนี่ว่าอย่าไปสนใจสามคนนั้น ตัวเองหันไปจ้องหน้าพวกเธอแล้วแหวใส่ “ถ้าอยากจะไปก็ไปเลย”

“ไม่ได้” มินนี่ร้อง

“ยิงก่อน ฉันต้องเปลี่ยนกระสุน” เขาสั่งแล้วง่วนอยู่กับการเปลี่ยนซองกระสุน ออสโล่เองก็ไม่ยอมหนี แต่กระสุนของพวกเขาไม่อาจดึงดูดมันได้เลย

“ไม่ได้การละ” เขาจะวิ่งเข้าไป แต่ต้องชะงัก ปึง ร่างของมันกระเด็นอีกรอบ ครั้งนี้เขาเห็นชัดแล้ว เทสซ่าซัดพลังออกมาจากมือ พลังที่คล้ายกับอเล็กซ์ แต่เป็นเสียงที่จู่โจมศัตรูได้ เธอไม่จำเป็นต้องกรีดเสียงออกมาเหมือนครั้งก่อน และไอ้หมาบ้าก็นอนหงายราวกับแมลงสาปถูกพ่นยา

“อีกเหตุผลหนึ่งคือ พวกมันต้องการทดสอบขีดจำกัดของพวกฉันด้วย พลังน่ะ มันพัฒนากันได้นะ” คำพูดของเบนดังขึ้นในหัว หรือนี่คือพัฒนาการของเทสซ่า?

“เวด มันยังไม่ตาย” ออสโล่เตือนสติ หยิบระเบิดออกมาจากกระเป๋าอีกลูกกะโยนเข้าปากมัน แต่ก่อนที่จะได้ใช้ ใครคนหนึ่งวิ่งพรวดเข้าไปหาสัตว์ประหลาด เขาไต่ขึ้นไปบนตัวเจ้าสุนัขที่กำลังนอนตะเกียกตะกายลุกขึ้น เขาจำทรงผมของคนคนนั้นได้ ผมทรงโมฮอว์กที่คุ้นตาแต่ท่าทางแปลกออกไป เรมีโยนบางสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นระเบิดเข้าไปในปากมันแล้วกระโดดลงมา เจ้าสัตว์ประหลาดบิดตัวงอ ได้ยินเสียงโครกครากดังสนั่นจากนั้นร่างของมันระเบิด เศษเนื้อกระจายไปทั่ว

เวดปัดก้อนเนื้อออกไปจากตัวด้วยความขยะแขยง กลุ่มคาร์เตอร์ยังคงตกอยู่ในอาการตะลึง เขากับออสโล่เดินตรงไปหาเทสซ่าและเรมี

“เรมี ดีใจที่ได้เจอนาย” เทสซ่ากอดคอหนุ่มร่างผอมบาง “นายไม่ได้ใส่แว่น”

“อื้อ” เขาพยักหน้า เวดมองอากัปกิริยาเต๊ะท่าของเจ้าหนุ่มแล้วเบ้ปากในใจตามนิสัยเสียของตัวเอง

“ฉันเห็นชื่อพวกนายในเซฟโซน ก็รีบตามมาเลย”

เขาไม่ได้สวมเสื้อสเวตเตอร์สีเขียวตัวเดิม แต่เป็นแจ็กเกตทหารที่มีสำรองในจุดพัก ร่างกายผอมแห้งไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

เวดรู้สึกเหมือนมีเข็มสะกิดในใจ อาการร้อนรุ่มอิจฉาเพื่อน “นายเป็นกลุ่มเสี่ยงด้วยเหรอ” เขายังจำการเคลื่อนไหวของเรมีเมื่อครู่ได้ดี “ท่าทางนายเมื่อกี้...” มันทำให้เขานึกถึงไมเคิล แม้เรมีไม่ไวเท่า

เด็กหนุ่มพยักหน้า “คงงั้น” แล้วมองเศษเนื้อสัตว์ที่กระจายบนพื้น “ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ผสมกับโดเบอร์แมน แต่ทำให้มันใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ได้ ฉันไม่รู้แฮะ ผสมกับช้างมั้ง”

“มันคืออะไร” เพื่อนคาร์เตอร์ถามเด็กหนุ่ม

“พันธุ์หมาไง”

เวดหัวเราะ รวมทั้งคนอื่นด้วย สถานการณ์ตึงเครียดเมื่อครู่คลายลง อย่างน้อยเขาเจอคนหนึ่งในกลุ่มแล้ว และที่สำคัญ เรมีกลายเป็นกลุ่มเสี่ยง แม้จะอิจฉาอยู่ลึก ๆ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีมาก “นายเจอคนอื่นไหม อเล็กซิส โนเอล”

เขาส่ายหน้า แต่แล้วมีเสียงเด็กอีกคนร้องขึ้นมา

“ไอ้บ้า รอฉันด้วย”

เด็กคนนั้นเดินขากะเผลก เวดมองตั้งนานกว่าจะนึกออกว่าเป็นใคร เขาไม่รู้ชื่อเด็กหนุ่มคนนี้ แต่จำได้ว่าเป็นเพื่อนกับไอ้เด็กปากวอนที่ชอบพูดจาไม่เข้าหู

“เราเจอเรมีแล้ว อีกเดี๋ยวเราก็เจอคนอื่น” ออสโล่ตบบ่าเขา

เขาไขว้นิ้วตัวเอง ก่อนจะยกกำปั้นชนกับออสโล่ “แน่นอน”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #166 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 12:28
    เริ่มซาดิสม์เหมือนเวดแล้ว เห็นเบลินดาร้องไห้แล้วสะใจ แต่ยังไม่เท่าความเกลียดที่มีให้พลูทักซ์ บางทีที่เราต้องการไม่ใช่พลังพิเศษ แต่เป็นโชค ในที่สุดเวดก็ได้ใช้ความฉลาดของตัวเองให้เป็นประโยชน์เสียที ทุกคนเริ่มอัพเกรดพลังกันหมด
    #166
    1
    • #166-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 27)
      8 ธันวาคม 2561 / 13:38
      ถ้าไม่อัพเกรดไม่รอดเนอะ
      #166-1
  2. #57 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 23:05
    ขอให้รอดนะ แต่แค้นให้บ้านั่น หนีเอาตัวรอดคนเดียว
    #57
    1
    • #57-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 27)
      22 มกราคม 2561 / 09:30
      มีเชียร์ใครเป็นพิเศษป่าว
      #57-1
  3. #56 dreaming_mz (@dreaming_mz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 20:53
    เทสซ่าจุติขั้น 2 แล้วววว
    #56
    1
    • #56-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 27)
      21 มกราคม 2561 / 21:10
      55555 ขำ "จุติ" เห็นภาพนางใส่สไบ จีบมือลอยขึ้นชั้นดาวดึงส์ (ฉิ่งสามชั้นต้องมา)
      #56-1