ตอนที่ 25 : ระเบิดเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 เม.ย. 61

ปืนหลากหลายรุ่นวางเรียงกันไม่เป็นระเบียบ ดวงตาสีน้ำตาลออกเหลืองไล่ดูจากซ้ายไปขวา มือข้างหนึ่งหยิบแล้วยกพิจารณา แล้วก็วาง หยิบแล้ววางวนไปแบบนี้จนเลือกได้ เขาเลือกขนาดกระบอกที่ใหญ่กว่าและสะดวกกว่าอันเก่า มืออีกข้างถือก้อนขนมปังรสชาติจืดชืดยัดเข้าปากไปพลาง พอเคี้ยวเสร็จหันมามองเพื่อนที่ยังนอนไม่ยอมลุก เอาแต่จ้องมองเขาอยู่อย่างนั้น ถ้าใช้พลังพร่ำเพรื่ออย่างเมื่อวานอีก เห็นทีได้นอนเป็นวันแน่ เขาโยนปืนกระบอกใหม่ให้อเล็กซ์ หนุ่มผมดำคว้าหมับ ถ้าโผล่มานิดหน่อย ๆ ก็ใช้ปืนเอา

อเล็กซ์ลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตา ทำไมฝั่งนั้นคุยกันเครียดจังวะ เขาบุ้ยใบ้ไปทางพวกอเล็กซิสที่กำลังถกประเด็นอะไรสักอย่างกับสาวน้อยช่างฝันเบ็กกี้ แต่ละคนดูจริงจังจนน่าตลก

ถามเขาดิวะ 

เพื่อนร่างสูงค่อย ๆ คลานออกจากที่นอน มันสร้างจากกองเสื้อผ้าหลายสิบตัว เขาบิดขี้เกียจ แล้วเมื่อวานคุยอะไรกันกับพวกนั้น

อ้าว นึกว่าหลับไปแล้ว

ง่วง ขี้เกียจคุยยาว กลัวว่าจะไม่ได้นอน

เบนยัดซองกระสุนลงไปในกระเป๋ามากกว่าครั้งแรก แม้หลับไปตื่นหนึ่งจะช่วยฟื้นฟูกำลังได้เยอะ แต่เขาต้องเผื่อสำหรับโอกาสที่อาจจะไม่ได้แวะจุดเซฟโซนด้วย เขาไม่อยากมีสภาพจนตรอกเหมือนพวกที่ไม่มีพลังพิเศษ ยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ที่รายล้อมไปด้วยหุ่นเหล็กและซอมบี้หิวกระหาย เบนไม่เคยนึกว่าตัวเองโชคดีกว่าใครจนมาวันนี้

แบมบี้พูดเรื่องการทดลอง เธอคิดว่ามันเป็นการกระตุ้นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเราอเล็กซ์เลิกคิ้วเป็นคำถาม เขาจึงอธิบายข้อสังเกตของอเล็กซิสให้ฟังฉบับเต็ม

น่าสนใจแฮะอเล็กซ์กอดอก พยักหน้าไม่หยุด กระตุ้นเพื่อปลดล็อก เราลองมาดูดีกว่าว่าไอ้หนูอัจฉริยะเรมีจะมีพลังแบบไหน

มือที่จะหยิบขวดน้ำนั้นชะงักโดยพลัน หา เบนไม่ได้สังเกตคนอื่นเลย เรมีเนี่ยนะ

อเล็กซ์พยักหน้าย้ำคำพูดตัวเอง ดวงตาสีดำนั้นไม่ได้เลื่อนลอยเหมือนตอนที่อยู่ในหอพัก เขาไม่ได้สูบบุหรี่เลยสักรอบ พอเข้าจุดเซฟโซนปุ๊บก็ปรี่หามุมนอนทันที ท่าทางเขาแปลก ๆ บางทีอาจจะยังไม่รู้ตัว หรืออาจจะยังไม่แน่ใจ

เขาเหลือบมองไปทางเด็กหนุ่มร่างเล็กวัยสิบหกปีแต่บังอาจข้ามรุ่นมาเป็นนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายเหมือนพวกเขา ภายใต้กรอบแว่นตากลม เรมียังคงมีอาการเหมือนไม่ได้นอน ทั้งยังไม่พูดกับใครซึ่งผิดปกติ แม้เขาจะอยู่ใกล้กับเบ็กกี้ราวกับพี่น้องตัวติดกัน แต่เด็กหนุ่มคนนี้ชอบเดินไปทักทายคนนู้นคนนี้เสมอ แต่คราวนี้ กลับเป็นเบ็กกี้ที่คุยอยู่

อเล็กซ์และเบนสบตากันแบบรู้กัน ดังนั้น เบนจึงโยนกระเป๋าเป้ใส่ท้องเพื่อน จัดการต่อที ขอทำหน้าที่นักข่าวก่อนว่าแล้วก็เดินตรงไปยังเด็กหนุ่มที่ว่า เรมีกำลังจัดกระเป๋าด้วยแววตาครุ่นคิดจนคิ้วย่นติดกัน เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนมายืนข้าง ๆ

ฉันไม่รู้ว่าทำอะไรไป จริง ๆ นะ ไม่อยากทำแบบนั้นสักหน่อย

มันจะเป็นไปได้เหรอ

แต่เธอบรรยายทุกอย่างตรงกับที่ฉันฝันเลยนะ

ทำนายฝันกันอีกแล้วเหรอ เขาส่ายศีรษะช้า ๆ ไม่สนใจบทสนทนาของพวกเด็กซานโบซ่า

ไง เขาทักเรมี

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นเบนก็ทักกลับ ไง

ไม่ค่อยร่าเริงเลยนะ

เด็กหนุ่มมองไปรอบตัว ก่อนหันมาตอบด้วยแววตาเฉยเมย คิดว่าเจออะไรแบบนี้มาแล้วจะให้หัวเราะเหรอเขาพยักพเยิดไปทางเบ็กกี้และอเล็กซิส ได้ยินที่พวกเขาพูดกันไหม เบ็กกี้เพิ่งเข้าฝันอเล็กซิส

เขาจ้องเด็กหนุ่มนิ่งก่อนจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มหัวเราะ นายเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอชั่วแวบหนึ่งที่อเล็กซิสปรายตามองด้วยแววตาขุ่นมัว เขายักคิ้วกวน

หนุ่มแว่นส่ายหน้า มองเขาด้วยสายตาเอือม นายคงไม่เชื่ออะไรแบบนี้ แต่เบ็กกี้เล่าฝันของอเล็กซิสเป็นฉาก ๆ ฉันนั่งฟังตั้งแต่ต้น ตอนแรกก็ไม่แน่ใจหรอกนะ แต่ฟังที่คุยกันก็เริ่มลังเลแล้ว

เขาเลยยื่นหน้าเข้าไปในวง มีอะไรอัปเดตไหม

นายไม่อยากฟังหรอกอเล็กซิสตัดบท จัดของเถอะ พวกโนเอลนั่งรอกันแล้วแล้วพวกเขาก็แยกย้าย เขาหันไปหาเรมีแล้วยักไหล่

เอาไว้ให้เบ็กกี้เข้าฝันนายก่อนแล้วกัน เบนหัวเราะ สาวน้อยผมแดงคงไม่อยากเข้าฝันเขาแน่ เพราะเธอจะเห็นแต่ศพผู้หญิงในทะเล แต่มาลองคิดอีกที เขาไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมาเจ๋อในฝัน เพราะมันเป็นช่วงเวลาเดียวที่เขาได้อยู่กับแนทและ ใช่ อยู่กันสองต่อสอง แต่ถ้าเบ็กกี้สามารถทำแบบนั้นได้จริง ๆ ก็ถือว่าเป็นคนที่มีพลังห่วยแตกที่สุด ไม่ได้ช่วยให้เปอร์เซ็นต์รอดชีวิตของคนทั้งทีมเพิ่มขึ้นมาได้แต่อย่างใด

ฉันอยากรู้ว่านายเป็นอะไรมากกว่า

เด็กหนุ่มผงะ พูดอะไร

คนโตกว่าหรี่ตามองพร้อมกับอมยิ้มประหนึ่งผู้รู้ทุกอย่าง ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรอกน่า ฉันถือว่าคนที่มีพลังพวกนี้ล้วนได้รับพรสวรรค์ทั้งนั้น บอกมาเหอะ พลังของนายคืออะไรเขาชี้ไปทางอเล็กซ์ หมอนั่นชูนิ้วกลางกลับทันที

นั่นก็ไม่ได้มีพรสวรรค์มาแต่เกิด

เด็กหนุ่มทำหน้าลังเล เหมือนยังไม่มั่นใจว่าจะบอกเขาดีไหม แต่สุดท้ายก็ชั่งใจตอบ เมื่อวานที่พวกนายคุยกัน ที่อเล็กซิสพูด...เขาบีบมือตัวเอง ฉันก็ฟังอยู่

แล้ว?”

นายเคยรู้สึกไหม รู้สึกว่า...มีอะไรข้างในที่แปลกไป เขาถาม เบนพยักหน้า อันที่จริงเขาไม่เคยรู้สึกหรอก แต่เพราะมีประสบการณ์จากอเล็กซ์ ดังนั้นที่ตนพูดย่อมไม่ถือว่าเป็นการโกหก ฉันไม่ได้สังเกตหรอก จนกระทั่งเมื่อวาน ตอนที่ปกป้องเบ็กกี้จากพวกหุ่นเหล็ก ฉันแน่ใจว่าถูกยิง คิดว่าคงตายแล้ว แต่ว่า...

นายรู้สึกไปเองหรือเปล่า

เขาถอดเสื้อคลุมออกแล้วหันหลังให้ดู เบนถึงกับผงะเมื่อเห็นว่าเสื้อตัวในมีรอยขาดคล้ายถูกกระสุนอยู่หลายแห่ง แต่ผิวหนังของเขาไม่ระคาย จะว่าไปแล้ว เขาเพิ่งเห็นว่าเรมีไม่มีรอยแผลฟกช้ำดำเขียวหรือรอยถาก ลากถูใด ๆ เลย แต่... ไม่มีใครสังเกตเหรอ เบ็กกี้งี้

เขาส่ายหัว หันกลับมาพร้อมกับสวมเสื้อให้เรียบร้อย ไม่หรอก มาถึงนี่ปุ๊บ ฉันก็หาเสื้อมาคลุม

ครั้งแรกเลยใช่ไหม

เด็กหนุ่มพยักหน้า อื้อ ก่อนหน้าไม่เป็นแบบนี้นะ ตอนอยู่หอพัก ฉันเดินสะดุดขาตัวเอง ตอนนั้นหัวเข่ายังมีรอยฟกช้ำอยู่เลยเรมีมองซ้ายมองขวาแล้วลดเสียงดังแค่กระซิบ แต่นายอย่าเพิ่งบอกคนอื่นก็แล้วกัน ฉันไม่อยากเป็นโล่...เกิดอะไรขึ้น

เสียงไซเรนดังออกมาจากด้านบน ทุกคนเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีลำโพงอยู่บนนั้น แสงไฟในห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงกะพริบถี่ ๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะเข้าสู่สภาวะปกติ...ความเงียบ เขาสบตากับอเล็กซ์ที่อยู่อีกฟาก ระหว่างนั้นหยิบปืนที่ใกล้ที่สุดเพื่อเตรียมพร้อม จะมีอะไรโผล่มาอีกเล่า

แต่ผิดคาด มีแต่เสียงกระแอมดังออกมาจากลำโพง ฮัลโหล?”

ประกาศเหรอ

ไง ยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย พวกเราสูญเสียตัวอย่างการทดลองไปแล้วเกือบครึ่งแน่ะ (ตัวอย่างการทดลองงั้นเหรอเบนงึมงำ) อย่าเพิ่งเสียกำลังใจไปเลย ทางออกอาจจะไกลแต่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน ถ้าพวกเธอเร่งฝีเท้ากันสักนิด ระมัดระวังตัวอีกสักหน่อย ไม่แน่ ทุกคนที่ยังเหลือรอดอาจไปถึงครบทุกคนก็ได้ เพื่อให้มีกำลังใจต่อ เราได้ติดตั้งพอร์ตพิเศษขึ้นเพื่อพาออกจากสนามทดลองก่อนถึงจุดทางออกทั้งสาม พอร์ตที่ว่าจะตั้งอยู่สิบจุด จุดละหนึ่งเครื่อง นี่คือข้อเสนอพิเศษที่สุดแล้ว อ้อ อย่าลืมว่าแต่ละพอร์ตใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อผู้โดยสายหนึ่งท่าน ใครโชคดี ค้นพบก่อนเพื่อนก็จะสามารถออกจากที่นี่ได้ทันที ดังนั้น อย่ามัวพิรี้พิไร พวกเราหวังว่าจะได้เจอพวกเธออีกในเร็ว ๆ นี้ ขอให้โชคดี

เสียงลำโพงดังซ่าก่อนจะดับลงไป ข่าวใหม่ทำให้หลายคนฟื้นจากอาการหมดอาลัยตายอยาก

ไอ้หัวฟูลมูนเบนพึมพำ จำเสียงได้

เร่งฝีเท้ากันเถอะ พวกเราต้องรีบหาเครื่องนั้นก่อนใครใช้ไป

เบนแค่นยิ้ม ดูแคลนเด็กชายที่พูดความคิดนี้ออกมา

มันเป็นกับดักโนเอลท้วง

ทำไมล่ะ

หนึ่งคนต่อหนึ่งครั้ง มีเพียงสิบจุด อยู่ไหนก็ไม่รู้ ถ้าอยู่ในโซนสี่ เรามิเสียเวลาเหรอ

และถ้าคนเป็นสิบเจอเครื่องเดียวได้ฆ่ากันตายแน่ โนเอลพูดไม่ผิดหรอก เบนตบหลังเรมีเบา ๆ เพื่อบอกว่าขอตัว เมื่อกลับมาถึงที่ อเล็กซ์จัดกระเป๋าให้เขาเรียบร้อยแล้ว

หมอนั่นฟันแทงไม่เข้าเขาสรุปให้ อเล็กซ์พยักหน้าร้องอ๋อ ดีแฮะเบนสะพายกระเป๋า ปลดล็อกเซฟตี้บนปืนพร้อมเดินทางต่อ ทฤษฎีของแบมบี้ยิ่งเข้าเค้ามากขึ้นใช่ไหมล่ะ

อเล็กซ์ไม่ตอบอะไรนอกจากหัวเราะฮึ

**********

หกนาฬิกาตรง พวกเขาเริ่มต้นเดินทางกันต่อ จุดเซฟโซนของชั้นหนึ่งกับชั้นสองนั้นอยู่เชื่อมกัน ดังนั้นทางขึ้นไปชั้นบนจึงยังปลอดภัยจนกว่าพวกเขาจะออกจากอาณาเขตหรือประตูกระจก สภาพแวดล้อมบนชั้นนี้ยังคงคล้ายคลึงกับชั้นล่าง ทั้งการสร้างบรรยากาศด้วยไฟกะพริบ โต๊ะ เก้าอี้ระเกะระกะ หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ประกอบที่ใช้การไม่ได้ แต่สิ่งที่ต่างจากครั้งแรกคือ แต่ละคนล้วนระแวดระวังกันมากขึ้น โนเอลยังคงเดินนำทุกคนในฐานะหัวหน้ากลุ่ม ยกเว้นแต่อเล็กซ์ที่กลับมาเดินกลางแถวคู่กับเบน สิ่งเดียวที่เบนนึกรำคาญคือโนเอล...ไม่ใช่ เขาไม่ได้หมายถึงนิสัยหมอนั่น แต่หมายถึงรูปร่างต่างหาก โนเอลตัวใหญ่อย่างกับตึกจนบังทางข้างหน้า จะมีแต่อเล็กซ์ที่สูงพอมองเห็น แต่คนที่คอยส่งสัญญาณเตือนก็คือโนเอลอยู่ดี ตลอดทาง เด็กผู้หญิงที่เดินอยู่ข้างเบนเอาแต่ร้องไห้ เพื่อนของเธอเสียชีวิตไปแล้วด้วยฝีมือพี่ชายของเทสซ่าที่จำเป็นต้องทำการุณยฆาต ยังดีที่เธอไม่ได้ร้องไห้งอแง แต่สะอื้นเงียบ ๆ เสียงคร่ำครวญจึงไม่ได้ดังน่ารำคาญเท่าไหร่

ยิ่งเดินเยอะเท่าไหร่ เบนยิ่งคิดถึงชีวิตเก่า การที่จูเลียส โรซิเย่เลือกเขาให้เป็นผู้สืบทอดแม้จะยังอยู่ในฐานะบุตรนอกสมรสก็ตาม สถานะตอนนั้นยังดีกว่าเกิดมาในครอบครัวอันอบอุ่นแต่มีคุณภาพชีวิตต่ำ เขาไม่เคยรู้จักแม่ของตัวเองเลย ทุกครั้งที่มีคนถามถึงแม่ พ่อมักเรียกเธอว่า มีใครจำชื่อกะหรี่กันบ้าง เสมอ ดังนั้นคนที่เคยเข้าใจว่านายโรซิเย่รักลูกคนนี้มากที่สุดและคงเป็นเพราะรักแม่ของเขามากกว่าผู้หญิงคนอื่นก็ต้องคิดใหม่ทุกครั้ง ปกติแล้ว จูเลียสเรียกผู้หญิงที่ตัวเองควงว่า กะหรี่ทุกคน ดังนั้น เบนไม่ได้ติดใจอะไร และแม้ว่าความคิดอาลัยเตียงที่คุ้นเคยจะทำให้พาลนึกถึงการกระทำต่ำช้าของพ่อที่ตัดรอนลูกตัวอย่างไร้เยื่อใย สุดท้าย เบนยอมแลกทุกอย่างเพื่อกลับไปใช้ชีวิตในฐานะ เบนจามิน โรซิเย่ หนึ่งในบุตรที่กำเนิดจากโสเภณีกับเจ้าพ่อกาสิโนอยู่ดี

แต่หลังจากที่เขาฆ่าไอ้พวกอุบาทว์ที่ทำการทดลองรวมถึงคิดกฎหมายบ้านี้ก่อน

เสียงปืนดังระรัวตามมาด้วยเสียงโครมคราม ทั้งหมดพร้อมใจกันยกปืนขึ้น เบนตะโกนบอกให้โนเอลย่อตัวลงแต่เขายืนนิ่งแล้วทำสัญญาณให้ทุกคนหาที่กำบังแทน

อะไร ข้างหน้ามีอะไร เขาตะโกนถาม

หลบ

อเล็กซ์ดันโต๊ะล้มเพื่อเป็นที่กำบังก่อนจะดึงคอเสื้อของเพื่อนให้เขาลง ฉันบอกว่าอย่าประมาทเขาตะคอกใส่

พวกเขารอให้ศัตรูโผล่มา ไม่นานโรบอตตัวหนึ่งกระโจนออกมา ไม่ใช่สิ มันไม่ได้กระโจนออกมา มันถูกโยนมาครึ่งตัว สภาพส่วนบนยังใช้การได้ พอมันตั้งตัวด้วยการเอาแขนยัน เจ้าหุ่นเหล็กเงยหน้าหวังสาดแสงเลเซอร์ใส่แต่เจอทุกคนรุมยิงจนร่างมันบิดเบี้ยวตายสนิท

เยี่ยม ถ้าเจ้านี่เอาไม่อยู่ก็อย่าหวังว่าจะรอดไปถึงโซนสอง

เมื่อพิจารณาซากหุ่นใกล้ ๆ หุ่นยนต์ตัวนี้มีรูปร่างเพรียวและดูท่าจะเคลื่อนไหวได้อิสระ เมื่อปราศจากปืนกลบนแขนทั้งสองข้าง ตัวมันเบาและจัดการได้ง่ายกว่าตัวข้างล่างมาก

เสียงโครมครามยังไม่หมดไป พวกเขาหันไปตั้งหลักรอพวกที่เหลือ แต่สิ่งที่เห็นคืออีกตัวกำลังสู้อยู่กับอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วผิดมนุษย์ แต่ยังไม่เร็วขนาดมองร่างนั้นไม่เห็น ปึง ส่วนหัวหงายขึ้นเหมือนถูกหมัดล่องหน ปึง อีกครั้ง หัวของมันเอียงซ้ายกระเทเร่ และโครม ร่างเหล็กกระเด็นมาตรงกลางวงพร้อมกับไฟสีแดงบนส่วนที่เรียกว่า ตา กำลังกะพริบมาทางพวกเบน

โว้ย แทนที่ฆ่ามันทีเดียว เขาก้มหมอบหลบแสงเลเซอร์ได้ทันท่วงที ลำแสงพาดเหนือศีรษะราวหนึ่งฟุตดังฉ่าอันเนื่องจากเปลวร้อนนาวไปตามแนวกำแพง พวกผู้หญิงกรีดร้องกลัวว่ามันจะหันไปทางตัวเอง เขาลุกขึ้นเล็งปืนไปที่โรบอต แต่แล้วใครคนหนึ่งกลับกระโดดมาตรงกลางยกตัวมันฟาดเข้ากับพื้น หักแขนทั้งสองข้างราวกับมันเป็นของเล่นเด็ก

ไอ้หัวเงิน

เมื่อนั้นดวงตาของมันส่องประกายสีแดงอีกรอบ อเล็กซ์ลุกขึ้น ยื่นมือออกไปทันที หุ่นยนต์ที่อยู่บนพื้นถูกคลื่นพลังกระแทกอัดเข้ากับกำแพงจนตาที่กะพริบนั้นดับลง อีกครั้งที่เขาเห็นไมเคิลจู่โจมศัตรูด้วยแรงมหาศาลและความไวที่เร็วจัด เขาตรงเข้าล็อกคอแล้วดึงส่วนหัวออกด้วยมือเปล่า ปาเศษเหล็กลงบนพื้นแล้วเตะซากลำตัวออกไปเสียไกล

แต่ก่อนที่เขาจะมีเวลาทึ่งหรือยินดี ไมเคิลหันไปทางที่เขาโผล่มา หุ่นยนต์เหล็กอีกสองตัววิ่งเข้ามาปะทะ เสียงปืนพร้อมใจกันดังขึ้นสกัด ตัวหนึ่งกระโดดสูงแต่ถูกยิงจนร่วงหล่นสิ้นฤทธิ์ พวกมันจัดการง่ายกว่าหุ่นยนต์ชั้นล่าง แต่...

อีกสิบกว่าตัววิ่งตามมาเสริมทัพ

พริบตานั้น หางตาของเขาเหลือบเห็นไอ้หน้าหล่อกระชับกระเป๋าเป้บนหลังแล้วเตรียมจะวิ่งหนี ไอ้สัตว์

ปืนของเขาหันไปทางเด็กหนุ่มคนนั้นทันที

อย่าแม้แต่ขยับกรามของเขาสั่นระริก เพราะไอ้หน้าโง่นี่ พวกหุ่นยนต์ถึงโผล่มาเป็นฝูง นายพาพวกมันมา อย่าคิดจะให้พวกเราจัดการให้แล้วชิ่งหนีไป

ดวงตาสีน้ำเงินเย็นชาของไมเคิลชำเลืองมองเบนด้วยหางตาแวบเดียว เขาไม่สนใจคำขู่ เด็กหนุ่มสาวเท้าก้าวเดิน

นายกำลังจะย้อนกลับไปชั้นล่าง อเล็กซิสตะโกนแหวกเสียงปืน ไมเคิลชะงักแล้วทำท่าชกอากาศ หงุดหงิด

เบนหัวเราะสมน้ำหน้า ไอ้หมอนี่ไม่รู้ทางหรือไงนะ แต่กระนั้นเขาต้องการให้คนแบบนี้อยู่ในกลุ่ม พละกำลังและความเร็วของไมเคิลจะช่วยให้เบนและอเล็กซ์ทำงานน้อยลง

อเล็กซิสได้ยินความคิดของเขาอีกแล้วมั้ง สู้กับพวกเรา ถ้านายสู้กับพวกเรา เราก็จะสู้กับนาย แม้ว่าน้ำเสียงดูจะเป็นเชิงขอร้องมากกว่า

ไมเคิลกัดฟันกรอดจำใจพุ่งตัวสู้กับหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง เบนเก็บปืนในมือแล้วจัดการเจ้าหุ่นสองตัวที่ดาหน้าเข้ามา ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องตรึงการเคลื่อนไหวของมันไว้ มันต้านพลังของเขาได้น้อยกว่าชั้นล่าง เมื่อนั้นจึงจับทั้งสองตัวชนกันทำลายทีเดียว

ไหนว่าจะใช้ปืนไงเล่า อเล็กซ์ทักเสียงดัง ก่อนจะสาดคลื่นพลังใส่ฝูงศัตรู

ก็นะ

จากจำนวนของหุ่นยนต์ที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด เขาก็ต้องใช้พลัง แม้แต่แต่อเล็กซ์ก็ไม่อาจจำกัดตัวเองอยู่ได้ ยกเว้นแต่ซาร่าห์ที่หมดสิทธิ์โชว์พลังของเธอ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะจับหุ่นมานั่งนิ่ง ๆ แล้วให้เธอจ้อง สำหรับเธอ ปืนอาจจะเป็นอาวุธที่ดีกว่า

ถอยก่อนโนเอลตะโกนบอกทุกคน หุ่นยนต์มากมายวิ่งจู่โจมด้วยลักษณะแบบเดียวกับพวกซอมบี้ เพียงแต่มันไม่เข้ามากัดหัวแต่จับร่างมนุษย์บิด หัก งอ หรือยิงเลเซอร์ตามใจชอบ

พวกเขาถอยมาประมาณหนึ่ง โนเอลปาระเบิดลงไปตูมเดียว ศัตรูทั้งฝูงกลายเป็นเศษเหล็กในพริบตา พวกเขาเสียกำลังพลไปราวสองคนได้ และเบนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าคือใคร นอกจากศพที่ที่ถูกฉีกร่างออกครึ่งตัว

สถานการณ์ดูเหมือนจะเข้าสู่สภาวะสงบ แต่พวกเขายังไม่หยุดสอดส่อง ทั้งหมดเสียเวลาจัดการหุ่นพวกนี้ไปเกือบชั่วโมงก่อนจะเดินทางต่อได้ ราวกับมีสมองร่วมกัน ทุกคนต่างคอยชำเลืองมองไมเคิลเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่หนีไปไหน ทั้งแค้นใจ ทั้งต้องการตัว 

ไมเคิลเดินหน้านิ่ง ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ จนอเล็กซ์ถามคำถามไป กลุ่มนายยังมีคนอื่นเหลืออยู่อีกไหม

เด็กหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธ และสุดท้าย เขาพูด เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินว่าคนคนนี้พูดได้ ฉันมาคนเดียว

โทสะเมื่อครู่มลายหายไป โกหก นั่นคือสิ่งที่เบนกล่าวกับเขา

เด็กหนุ่มไม่เถียงอะไร

ทำไมนายมาคนเดียว เก่งนะ เอาตัวรอดจนถึงตอนนี้ เทสซ่าชวนคุยบ้าง นายวางแผนไว้อย่างไร

เขาไม่ตอบเทสซ่าเดี๋ยวนั้น แต่มีจังหวะหนึ่งที่เบนสังเกตว่าเขามองตามหลังเด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้า ผู้ซึ่งเอาแต่จดจ่อกับเส้นทาง อเล็กซิส

ออกไปให้เร็วที่สุด แต่แผนที่ของฉันหาย

เบนจึงหยิบแผนที่ออกมากางอ่าน มีเซฟโซนอยู่ข้างหน้าอีกที่หนึ่ง ก่อนเข้าสู่ทางเชื่อมไปยังโซนสอง แต่ดูจากแผนที่แล้ว กว่าจะไปถึงโซนสองโดยรวมเข้ากับเวลาที่สูญเสียไปจากการต่อสู้ อาจใช้เวลาเป็นอีกวัน เขาจ้องนาฬิกาที่ข้อมือ อีกสี่ชั่วโมงจะครบหนึ่งวัน ยังดีที่ไม่มีซอมบี้โผล่มาสักตัว แค่นี้คงพอแล้ว ในเมื่อเจ้าหุ่นยนต์บนชั้นนี้ทำหน้าที่คล้ายกับหุ่นพิฆาตและซอมบี้จู่โจม เป็นการผสานชิ้นงานในแบบที่เขาคว่ำนิ้วโป้งให้

พวกมันมาอีกแล้ว ทุกทิศไมเคิลพูดขึ้น ทั้งคณะหยุดกึก ไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรเลย แม้แต่อเล็กซ์ที่มักจะหูไวกว่าเบน ไมเคิลเอียงคอเหมือนนิ่งฟัง อีกสามนาที

บางคนแยกตัวออกไปหลบ แต่ส่วนใหญ่เกราะกลุ่มอยู่ตรงทางเดิน ไม่ทันตั้งตัว ไมเคิลกระโดดมาจะคว้าแผนที่ในมือของเขา เบนดึงมันกลับมาแล้วเขวี้ยงปืนใส่หน้าไอ้หัวเงิน เขาหลบทัน และปืนร่อนกลับมาอยู่ในมือของเบนราวกับสัตว์เชื่อง ๆ เขาสบถออกมาดังลั่น พลันเสียงโครมครามเริ่มแว่วเข้ามา ไม่มีใครสนใจเขากับไมเคิลอีกต่อไปเมื่อกองทัพหุ่นยนต์จู่โจมรอบสอง

เบนเลิกสนใจไมเคิลแล้วจัดการเจ้าหุ่นเหล็กที่พุ่งเข้ามาหมายจะฉีกเขาไปเป็นชิ้น เขาบิดหัวมันแล้วดึงออกจากนั้นปาใส่อีกตัว อเล็กซ์เก็บปืนแล้วซัดไปทีเดียวสี่ตัว สองตัวยังลุกขึ้นมาได้ แต่อีกสองตายสนิท เบนเหลือบมองไปทางข้างหน้า มันมาไม่หยุดจริง ๆ

ซ้ายอเล็กซ์ร้อง

เขายกมือซ้ายขึ้นหยุดการเคลื่อนไหวของมัน เสียงปืนเสียงเหล็กดังรัวจนฟังไม่รู้เรื่อง เมื่อหันมาอีกที อเล็กซ์ตะลุยแหวกวงล้อมไปสู้อีกทาง หันไปทางด้านหลัง พวกเด็กซานโบซ่าช่วยกันสาดกระสุนใส่หุ่นเหล็กฝั่งตัวเองและกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ

โธ่เว้ยเบนขยับมือ ตัวที่อยู่ทางซ้ายถูกเหวี่ยงไปกระแทกเจ้าหุ่นยนต์ที่กำลังจะยิงเลเซอร์ใส่เด็กสามคนนั้น หุ่นที่เขาโยนถูกเลเซอร์สังหารทิ้งแทน เวดรัวยิงใส่หุ่นอีกตัวจนมันล้มลง เมื่อนั้นเบนสลับใช้ปืนกับพลังของตัวเองแล้วค่อย ๆ ถอยมารวมกลุ่ม

หลบ!” เทสซ่าแหวใส่ จากนั้นเสียงของเธอซัดหุ่นตัวหนึ่งอัดกับกำแพง เธอเริ่มควบคุมพรสวรรค์ของตัวเองได้ดีขึ้น แต่เขาไม่ลืมยิงมันซ้ำเพื่อไม่ให้ไอ้พวกเวรนี่ลุกได้อีก ร่างหุ่นยนต์ราวห้าตัวกระจายไปไกล เขาไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือใครบ้างแล้ว 

แม้สมาชิกทุกคนจะสามัคคีกันมากขึ้น ถึงกระนั้นก็ยังคงมีพวกขี้ขลาด อย่างเช่นยัยเบ็กกี้ที่เอาแต่หลบหลังเรมี

ต่อให้ผิวไม่แข็งก็ถูกใช้เป็นโล่อยู่ดี

อย่า วินาทีนั้นเสียงปืนดังขึ้นข้างหูจนเขาเองไม่แน่ใจว่าตัวเองถูกลูกหลงหรือเปล่า แต่เมื่อหันหลังไปกลับเห็นร่างเด็กสาวขี้แยยืนโงนเงน มือที่ถือปืนจ่ออยู่บนหัวตกลง แล้วร่างของเธอก็ล้มฟุบต่อหน้าหนุ่มสาวอีกสามคนที่กำลังช็อก

จู่ ๆ เธอก็ยกปืนไปที่หัว ฉันห้ามไม่ทันอเล็กซิสยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก มือที่ถือปืนนั้นอ่อนลง เลือดของเด็กสาวคนเมื่อกี้กระเซ็นเปรอะไปโดนเสื้อยืดสีขาวตัวใน แม้แต่เพื่อนของเธอ เวดและออสโล่ก็เอาแต่จ้องศพเด็กคนนั้นนิ่ง ไม่มีขยับเขยื้อน

เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไร เขาไม่รู้จริง ๆ สายตาของเขามองเด็กที่ตายไม่ต่างจากศพอื่น เหมือนมองของเล่นที่พังแล้ว

ยิงต่อไป อย่าทำตัวขี้แพ้หน่อยเลยเขาเตือนสติ แต่คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าตุ๊กตานั้นบิดเบี้ยวเหมือนเจ็บปวดไปถึงข้างใน

ยิง!” เขาคำราม เวดสบถแล้วยกปืนเล็ง วินาทีนั้นเจ้าหัวทองดูท่าจะเอาตัวรอดได้ดีกว่าเพื่อนอีกสองคน

เพราะนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้แล้ว หากคุณไม่มีความสามารถ คุณก็ต้องสู้ หรือถอดใจแบบเด็กที่ยิงตัวตาย

เบนพยายามนึกถึงเวลาที่เขาฝึกตัวเอง ฝึกทั้งพลังจิตและการใช้อาวุธ เขาจินตนาการว่าที่นี่คือสนามฝึกชั้นดีชนิดที่หาไม่ได้อีกแล้ว

ไม่ไหว จำนวนมากเกินไปแล้ว

เขาไม่รู้ว่าใครพูดเพราะตัวเองกำลังวุ่นอยู่กับศัตรู

แม๊กซ์ ยิงกระเป๋า ยิงเดี๋ยวนี้

มีคนอยู่

ยิง

ชายหนุ่มเอะใจ เขาเหลือบตามอง เห็นเด็กหนุ่มสองคนยืนยกปืนเล็งไปที่กระเป๋าเป้ใบหนึ่ง คนที่ชื่อแม๊กซ์มือสั่น กระเป๋าใบที่ว่าตกอยู่ท่ามกลางฝูงหุ่นยนต์จำนวนมาก เขาแน่ใจว่าในนั้นมีอะไร มันไม่ใช่ระเบิดเพียงลูกเดียวแน่ และบริเวณนั้นยังมีคนสู้กันอยู่ หนึ่งในนั้นคือเพื่อนรักของเขา

อย่า

ประกายไฟจากปากกระบอกปืนสว่างวูบหนึ่งพอดีกับที่เขาซัดพลังผลักปืนออกจากมือเด็กคนนั้น แต่สายไปแล้ว กระสุนวิ่งออกไปแล้ว ไม่ถึงวินาที แสงไฟสว่างจ้าขึ้นมาฉับพลันตามมาด้วยแรงระเบิดอันเกรี้ยวกราด กลุ่มเศษซากหุ่นยนต์ลอยละลิ่วเข้ามากันตัวเขาไว้ ทว่าแรงอัดได้กระแทกร่างของเขาลอยละลิ่วไปไกลจากจุดเกิดเหตุ เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเพราะหูอื้อ ร่างของเขากระเด็นกระแทกเข้าบานประตูที่เปิดอ้า กระเด็นไปยังอีกฝั่งก่อนจะตกลงสู่พื้นแล้วไม่รู้สึกตัว

 

เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อฟื้นสติ ทั้งตัวเจ็บระบบ ภายในใจร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟที่กำลังลุกไหม้ เขาไม่เห็นอะไรเลยนอกจากไฟและฝุ่น

อเล็กซ์

เบนวิ่งฝ่าควันตรงเข้าไปในยังจุดเดิม เจอแต่ศพไหม้เป็นตอตะโกพร้อมกับซากหุ่นยนต์มากมาย เลือดในกายเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ไม่ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก เขามองหาร่างของเพื่อนและคนอื่น ๆ ยิงปืนใส่พวกโรบอตที่ยังขยับได้ พลังภายในกำลังขึ้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่กำลังจะระเบิดตามมาคือแรงโทสะภายในที่ร้อนระอุ

อเล็กซ์ นายอยู่ไหน

ความจริงก็คือไม่มีใครอยู่ในนี้เลยนอกจากศพ เบนได้ยินเสียงต่อสู้แว่วมาใกล้ ๆ ต้องมีคนรอดชีวิตแน่นอนและกำลังหนีอยู่ สมาชิกในกลุ่มกระจัดกระจาย แต่อเล็กซ์รวมอยู่ในกลุ่มที่รอดชีวิตหรือศพพวกนี้ เขาไม่กล้าคิด

เบนยังคงสำรวจบริเวณเดิมไม่ไปไหน มือทั้งสองข้างปรากฏรอยแผลพุพองเพราะเขารื้อเศษซากด้วยมือเปล่า ดูแม้กระทั่งซากอวัยวะ แต่ยังคงไม่รู้ว่าอเล็กซ์รอดหรือไม่

นายต้องรอดดิวะ ฉันรู้ว่านายต้องรอด เขารำพันกับตัวเอง

บางสิ่งขยับเข้ามาด้านหลัง หุ่นยนต์แขนขวาด้วน ฟังชั่นที่เหลือคงยังทำงานได้อยู่ มันคงถูกสร้างมาเพื่อฆ่าอย่างเดียว เขานึกถึงสิ่งที่ตัวเองเจอมาตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาในตึกนี้ เพียงพริบตาเดียว เนื้อเหล็กของมันบี้เข้าหากันจนมีสภาพไม่ต่างจากเศษเหล็กไร้ประโยชน์ เบนกอดร่างตัวเองที่กำลังสั่นเทิ้ม อเล็กซ์ อเล็กซ์ เหมือนหัวใจของเขาอยากออกมาเต้นข้างนอก พอแล้วกับรายการโชว์ฉบับรัฐบาล พอทีกับการทดลองบ้าบอ เมื่อศัตรูโผล่ออกมา ดวงตาสีอำพันหันไปมองกลุ่มหุ่นยนต์กลุ่มเล็กที่วิ่งดาหน้าเข้ามา หากพวกหุ่นเป็นมนุษย์คงรับรู้ว่าได้ว่ามันกำลังวิ่งเข้าหาความตาย ดวงตาคู่นั้นไม่เคยเย็นชาและเหี้ยมเกรียมเท่านี้มาก่อน วินาทีที่พวกมันย่างกรายเข้าใกล้เบนจามิน โรซิเย่ ทั้งหมดถูกแรงลึกลับบีบอัดจนร่างบี้แบนเป็นเศษเหล็กเหมือนเจ้าตัวแขนด้วนเมื่อครู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

253 ความคิดเห็น

  1. #164 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 11:07
    กรี๊ดดด อเล็กซ์อย่าตายนะ ;-; โห เบนจุดติดแร้ว ฟัยลุก อัพพลังใหม่แน่เลย อีแม็กซ์มึ้ง แง่งๆๆๆ ไมเคิลมีบทสักที มีทีก็ซวยเลย ว้อย เดอะแฟลชที่มีพลังกาย พลังแต่ละคนเจ๋งๆทั้งนั้น ยิ่งเพิ่มความแตกต่างระหว่างคนที่มีกับไม่มีมากขึ้นไปอีก
    #164
    1
    • #164-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 25)
      8 ธันวาคม 2561 / 13:36
      ทำไมอ่านเม้นแล้วรู้สึกฟังพากษ์แข่งเรือ 5555
      #164-1
  2. #52 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 11:46
    ต้องรอดสิ
    #52
    1
    • #52-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 25)
      13 มกราคม 2561 / 16:20
      ตรวจดวงชะตาแป๊บ
      #52-1