ตอนที่ 23 : บนเส้นด้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    16 ก.พ. 61

เธอรู้แล้วว่าทำไมถึงฝันเห็นเลือดสีแดงข้นเต็มไปหมด เบ็กกี้ไม่เคยนับว่าความฝันนั้นเป็นจริงบ่อยแค่ไหน แต่ตอนนี้หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นตรงหน้าเธอแล้ว มันคือเลือดของเพื่อนร่วมชายคากระซัดกระเซ็นราวกับอยู่ในเทศกาลละเลงมะเขือเทศ แต่กลิ่นคาวนั้นรุนแรงเกินบรรยาย อีกไม่นานหรอก เลือดของเธออาจผสมอยู่ในนั้นด้วย เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะติดอยู่ในกับดักสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้ ราวไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าคือความฝัน แม้จะมีปืนอยู่ในมือแต่มันไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในเมื่อเธอเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าแม้แต่ยกปืนเล็ง วิกฤติ ใช่แล้ว วิกฤติที่สุด ห้องนี้คงเป็นเกราะกำบังได้ไม่นาน พวกมันกำลังเข้ามา ความตายกำลังคืบคลานอยู่หน้าประตู

พวกผู้กล้ากำลังปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรถึงจะออกไปได้และไม่ถูกกินสด ๆ เธอใช้คำว่าผู้กล้า เพราะแค่จะสู้ต่อเธอยังสั่นขนาดนี้ คนพวกนั้นยังมีอารมณ์ปรึกษาวางแผนกันอีก สายตาของเบ็กกี้จดจ่ออยู่แต่กับประตูและเครื่องกั้นที่เบนตรึงไว้ มันสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอกลัวว่ามันจะพังครืนลงมาแล้วประตูเปิด พวกมันวิ่งเข้ามาทึ้งร่างเธอ

“ให้ตายเถอะ นายถูกกัดนี่”

พลูทักซ์ตะโกนโหวกเหวกใส่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ช่วยชีวิตเธอไว้จากพวกปีศาจที่อยู่ข้างนอก เด็กสาวอดสงสัยไม่ได้ว่าแผลนั้นเกิดจากการที่เขาช่วยเธอหรือไม่ แต่ที่แน่ เสียงตะโกนของพลูทักซ์ดึงความสนใจทุกคนหมดแล้ว

“ไม่ เขาไม่ได้ถูกกัด” เพื่อนของผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธแทน

ทุกคนมองไปที่ชายผู้โชคร้ายด้วยสายตาแบบที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี มันเป็นสายตาที่ตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว เบ็กกี้คิดว่าเธอควรพูดอะไรสักอย่างเพื่อตอบแทนหรือช่วยปกป้องเขา ทว่า แค่เพียงกลั้นใจก่อนง้างปากตัวเองกลับยากเหลือเกิน เสียงของเธอเบาจนเหมือนรำพันกับตัวเอง แม้แต่เรมียังไม่ได้ยิน เธอกลัวที่จะช่วย ทั้ง ๆ ที่เธอควรทำ จิตวิญญาณคนขี้แพ้ฝังอยู่ในตัวตั้งแต่เกิด เธอปล่อยให้ชายคนนั้นถูกเด็กอันธพาลกล่าวโจมตีโดยไม่ได้ทำอะไรเลย

“เขาติดเชื้อ” พลูทักซ์ชี้นิ้วไปที่ชายผู้น่าสงสาร ประกาศทฤษฎีของตัวเองให้คนอื่นรับรู้ ผู้ถูกกล่าวหาสั่นหัวไหว ๆ ปฏิเสธข้อสงสัยนั้น “ฉันไม่ได้ติดเชื้อสักหน่อย มันก็แค่แผลถูกกัดธรรมดา”

“พอลไม่ได้เป็นอะไร ไอ้หนู อย่าปากพล่อย” เพื่อนของเขาช่วยยืนยัน

“พวกมันเป็นซอมบี้ ใครถูกกัดก็จะกลายเป็นซอมบี้ ทุกคนรู้เรื่องนี้ดี”

“นั่นมันในหนังโว้ย” พอลแหวใส่เด็กชาย

“แล้วจะรู้ได้ไงล่ะว่าแค่ในหนัง พวกเราเคยคิดว่ามันมีแต่ในหนัง แล้วไอ้ที่อยู่ข้างนอกคือตัวอะไร นายไม่เห็นเหรอว่าพวกมันกินคนเป็น ๆ”

ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงดังแครกเหมือนกับสิ่งของเลื่อนหล่น จากนั้นเก้าอี้ตัวหนึ่งล้มลงมาแต่แล้วมันกลับไปยังที่เดิมราวกับรู้หน้าที่ ไม่ทันไรโต๊ะอีกตัวเลื่อนมาพยุงไว้ แรงสั่นนั้นเหมือนจะเบาลง พลันเธอมองไปเห็นเบนกำลังเบือนหน้าออกจากจุดนั้นพอดี

ใจของเธอสงบลงไปบ้าง แต่สถานการณ์ตรงหน้ากลับเดือดขึ้น บางคนเริ่มยกปืนจ่อไปที่พอล “เฮ้ย ไม่เอาน่า อย่าทำแบบนี้เลย ฉันไม่ได้ติดเชื้อ!

“หยุด พอได้แล้ว วางปืนลงซะ” ชายผิวสีเชสนัทห้ามทัพ เขาเดินแหวกเข้าไปในวงสนทนาระหว่างพลูทักซ์และพอล “หยุดทำตัวโง่เง่ากันได้แล้ว”

“ฉันไม่ได้ทำตัวแบบนั้นซะหน่อย เขาถูกกัดและกำลังจะกลายเป็นซอมบี้”

“ใช้นาฬิกาเช็กสิว่าจริงหรือเปล่า เจ้าหน้าที่บอกว่ามันสามารถวิเคราะห์อาการบาดเจ็บได้” อเล็กซิสโพล่งออกมา ถ้าฉันมีความกล้าแบบเธอ “เลิกตั้งสมมติฐานได้แล้ว พิสูจน์กันเลยดีกว่า พวกนายช่วยเอาปืนลงด้วย เอาไว้ใช้สำหรับพวกข้างนอกเถอะ”

เหมือนกับว่าอเล็กซิสมีเวทมนตร์ ทำไมเพียงพูด ทุกคนถึงฟัง พวกที่หวาดระแวงพอลลดปืนลงอย่างว่าง่าย แล้วทำไมฉันถึงเชื่อใจเธอ

สาวตาน้ำเงินง่วนอยู่กับข้อมือของพอล ใบหน้านั้น ดวงตาสีน้ำเงินที่แสนเย็นชา เจตนารมณ์ที่จะพรากชีวิต ตอนนี้เธอไม่มีวี่แววฆาตกรแบบที่เราเห็นเลย บางทีคนคนนั้นสมควรโดนแล้ว สมควรโดนเธอฆ่า เบ็กกี้สรุปในใจ

“บาดแผลเล็กน้อย ใช้เพียงปลาสเตอร์ติดก็พอ ไม่มีอาการติดเชื้อ ชัดเจนพอแล้วหรือยัง” เธออ่านข้อความโฮโลแกรมเสียงดัง “ยังไม่ทันถึงวันนึงเลย พวกเราหันปืนเข้ากันแล้วเหรอ แล้วเราจะเอาตัวรอดจากสิ่งนั้นได้ยังไง”

เพียงเจ้าตัวปรายตามองพลูทักซ์ เด็กหนุ่มถึงกับหน้าแดงด้วยความอับอายเมื่อถูกย้อนต่อหน้าคนอื่น เบ็กกี้อมยิ้ม เขาสมควรโดนแบบนั้นแล้ว

“แล้วเราจะไว้ใจไอ้อุปกรณ์นี้ยังไง” เด็กหนุ่มยังไม่ยอมแพ้

“แล้วทำไมพวกเราต้องฟังนายด้วย นายมีหลักฐานเหรอว่าเขาติดเชื้อ ก็ไม่นี่นา นายไม่มีอะไรเลย”

“ว้าว ออสโล่ออกปากพูดเองเลยแฮะ” เบนปรบมือ “ไม่ง่ายเลยนะที่เขาจะว่าใคร นายควรพิจารณาตัวเองแล้วล่ะไอ้หนู”

เขาเตะอากาศ ปากพึมพำ “ฉันไม่ใช่เด็กน้อย”แล้วเดินไปรวมกลุ่มตัวเอง พอลกับเพื่อนถอนหายใจโล่งอกก่อนจะกล่าวขอบคุณโนเอลกับอเล็กซิส

“แต่ว่า พวกเราจะออกจากที่นี่ได้ยังไง” เรมีเกาหัว “อีกไม่นาน คงกันประตูไม่ได้แล้ว”

อเล็กซิสทำท่าเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะทำอะไรบางอย่างที่เธอยังไม่แน่ใจนัก แต่สุดท้าย เธอก็พูดออกมา “ลองฟังแผนของฉันไหม แต่ว่าพวกเราต้องทำงานกันเป็นทีม ต้องช่วยเหลือกันและกัน”

“พูดมาเหอะ ตอนนี้ฉันคิดไรไม่ออกเลย” เทสซ่าเร่ง

อเล็กซิสจึงกางแผนที่ลงบนพื้น เธอชี้นิ้วไปตามจุดต่าง ๆ “ถ้าพวกเราวิ่งไปทางนี้ เราก็จะถึงจุดเซฟโซนตรงนี้ มันเป็นจุดที่ใกล้ที่สุดแล้ว”

“ไม่น่าจะถึงจุดนี้ได้เร็วนักหรอก” เบนแย้ง “ยังถือว่าไกลไป กว่าจะวิ่งไปถึง กระสุนคงหมด โดนกินกันหมด”

“อืม” เธอยอมรับ “เท่าที่ฉันสังเกต แต่ละห้องไม่มีสัตว์ประหลาดอยู่ในนั้นเลย ถ้าเกิดพวกเราแวะพักที่ห้องนี้ (เธอจิ้มไปที่แผนที่) มันน่าจะกว้างพอ ๆ กับห้องนี้ พวกเราจะแวะพักที่นี่ เติมกระสุน แล้วลุยออกมาใหม่”

“แต่ก่อนอื่น เราจะออกไปยังไงล่ะ”

“ฉันไม่มั่นใจกับแผนของตัวเองเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่ารอความตายในนี้ เอางี้ ก่อนที่ฉันจะบอกแผนที่ฉันคิด มีใครในนี้มีพลังพิเศษบ้างไหม หมายถึงเป็นกลุ่มเสี่ยงน่ะ”

ไม่มีใครยกมือเลย

“พี่เป็นไง” มินนี่สั่นแขนพี่สาว “นายสองคนก็ด้วย” แล้วตีหลังของเบนกับอเล็กซ์ ซาร่าห์รีบเบี่ยงตัวหลบเด็กสาววัยละอ่อน

“ฉันรู้แล้วจ้ะมินนี่ ฉันหมายถึงคนอื่นนอกจากสี่คนนี้ มีใครอีกไหม”

ไม่มีใครยอมรับหรืออ้างตัว

“โอเค ถ้างั้น เบน...”

“ว่ามา”

“นายสร้างเครื่องกำบังกันไม่ให้พวกมันไล่ตาม คือไงล่ะ แบบ...”

“ฉันเข้าใจ”

“ขอบใจ” สายตาของเธอเลื่อนไปยังเครื่องกำบังที่ประตู

เบนพยักหน้า “สบาย”

“แล้วก็...พวกมันใส่เสื้อผ้าด้วยนะ” เบ็กกี้และคนอื่นไม่เข้าใจสิ่งที่อเล็กซิสพูด เบนก็เช่นกัน พวกเขาจ้องมองกันนานจนกระทั่ง “เออ ใช่ ฉันมันโง่จริง ๆ”

“ส่วนนาย อเล็กซ์”

หนุ่มร่างสูงขานรับ “ขอรับ”

“นายอยู่ข้างหน้า คอยขับไล่ศัตรูที่จู่โจมเข้ามา ช่วยเคลียร์ทางให้หน่อย”

“รับทราบขอรับ คอมแมนเดอร์”

“โนเอล ฉันอยากให้นายนำทางทุกคน อยู่แนวหน้ากับอเล็กซ์นะ”

พี่ชายของเทสซ่าพยักหน้ารับคำ

แต่แล้วซาร่าห์ก็ยกมือขึ้น “อเล็กซิส ความสามารถของฉันไม่ได้ผลกับพวกมัน พวกมันไม่รู้สึกอะไรเลย ฉันลองแล้ว”

“ไม่เป็นไร มีใครใช้ปืนได้อย่างช่ำชองบ้างไหม”

ผู้ชายบางคนยกมือขึ้น “นี่คือการขอร้องนะ ฉันอยากให้ใช้ทักษะของพวกนายคุ้มกันคนอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่เหลือจะไม่ทำอะไรเลย เอาแต่วิ่งหนีอย่างเดียวอะไรแบบนั้น พวกเราต้องช่วยพวกเขาด้วย”

เธอเห็นทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน เบ็กกี้มองปืนในมือตัวเองแล้วพยักหน้าด้วย ฉันต้องทำได้ เบ็กกี้...เธอทำได้ ถ้ามันเข้ามาก็เหนี่ยวไกเลย

“อเล็กซิส ฉันช่วยได้นะ ฉันรู้ว่าพลังของฉันเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ฉันจะพยายาม อย่างน้อย คงพอซัดกระเด็นไปได้เหมือนที่อเล็กซ์ทำ” เทสซ่าอาสา “ฉันช่วยคุ้มครองคนอื่นได้”

ใจกล้าดีจัง แม้ว่าเทสซ่าจะดีกับเธอมากขึ้นหากเปรียบกับช่วงเวลากระอักกระอ่วนเมื่อเจอครั้งแรก แต่เธอเป็นเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มที่เด็กสาวคุยด้วยน้อยที่สุดแล้ว เพราะว่าบุคลิกที่ค่อนข้างขึงขังมากกว่าคนอื่น

“ได้สิ เธอทำได้แน่นอน” อเล็กซิสชูนิ้วโป้งจากนั้นทบทวนแผนการอีกครั้ง “ก่อนอื่น เบนจะเปิดทางให้พวกเราออกไป จากนั้นอเล็กซ์เคลียร์ทางข้างหน้า ส่วนโนเอลจะนำทางพวกเราไปยังที่หลบภัยที่ใหม่ คนที่ใช้ปืนได้คอยยิงเสริม อ้อ ยังมีเทสซ่าอีกคนที่จะคอยขนาบพวกเรา” เธอชูปืนขึ้น “จำไว้นะ พวกเรามีอาวุธอยู่ในมือ อย่าวิ่งอย่างเดียวแต่ได้โปรดใช้มันด้วย ถ้าเห็นอะไรเข้ามาใกล้ จัดการซะ เบน อเล็กซ์ และเทสซ่าไม่ได้หยุดสู้เพื่อพวกเรา พวกเขาแค่ช่วยทำให้เราวิ่งไปถึงที่ใหม่ได้ง่ายขึ้น จะไม่มีใครถูกทิ้งหรือเสียสละใด ๆ ทั้งนั้น ไม่มี ทุกคนเข้าใจแล้วใช่ไหม”

ส่วนใหญ่พยักหน้ายอมทำตามวิธีหนีของเธอ อาจเป็นเพราะทุกคนไม่รู้จะคิดอะไรมากไปกว่าขอแค่มีชีวิตรอดก็พอ

“โอเค ดีล่ะ ฉันจะนับหนึ่งถึงสามแล้วเบนจะเปิดประตู ทุกคนพร้อมนะ” อเล็กซิสทำท่าเหมือนจะยกปืนรอ แต่แล้ว...ตัวแสบตัวเดิมก็ขัดอีก

“นั่นคือแผนของเธอเหรอ” พลูทักซ์ นายนี่มัน...

“แล้วนายมีแผนที่ดีกว่านี้หรือเปล่าล่ะ” เวดโต้กลับ “ฉันได้ยินนายใช้ปากเน่า ๆ พร่ำกล่าวหาคนอื่น โจมตีคนนี้ที คนโน้นที ขัดเขาไปทั่ว แถมยังไม่ได้ช่วยทำไรเป็นประโยชน์เลยสักครั้ง”

เบ็กกี้นึกอยากจะปรบมือ

“บอกแผนที่ดีกว่ามาสิ หรือนายจะรอให้ไอ้พวกนั้นกินนายทั้งเป็นก็ได้นะ ฉันว่า ใช้หมอนี่เป็นตัวล่อก็ดีนะ”

“ไอ้หนูมิลเลอร์ ครั้งนี้ฉันโคตรเห็นด้วยกับนายเลยว่ะ”

“พอเหอะน่า เวด เบน ช่างเขา” พี่ใหญ่โนเอลสั่นหัว เขาขยับปืนเตรียมพร้อม

“เอาล่ะ ๆ ถ้าอย่างนั้น มีใครมีคำถามอีกไหม” อเล็กซิสถาม น้ำเสียงนั้นเนือย “โอเค ไม่มีใครมีคำถาม เช็กอาวุธในมือกันก่อนแล้วกัน”

“จำไว้นะ ใช้ปืนกันด้วย” โนเอลเสริม

เบ็กกี้ไม่อยากออกไปเลย แต่เธอไม่มีทางเลือกเพราะไม่อยากถูกทิ้ง ภาพที่พวกศพเดินได้ฉีกทึ่งร่างคนยังคงหลอนติดตาไม่หาย แต่ไม่มีอะไรน่าเจ็บใจไปกว่า เธอได้แต่ทำตามเส้นใยที่ทางการร้อยไว้ ปล่อยให้พวกเขาจ้องมองดูคนถูกฆ่าทั้งที่ในมือยังถือป๊อปคอร์น

“เฮ้อ ไม่ต้องมายืนกับฉันหรอก รู้ตัวหรือเปล่าว่าเธอยังไม่ได้ปลดล็อกปืนตัวเองเลยนะ” เบนชี้นิ้วไปที่มือของอเล็กซิส เบ็กกี้แปลกใจที่เห็นอเล็กซิสไปยืนคู่กับเบน ถ้าอย่างนั้น เธอจะอยู่ท้ายสุดเหมือนกับเขา

“เปล่า ฉันไม่ได้ล็อกเลยนะ ก่อนเข้ามาฉันยิงไปสองนัด”

“อ้อ ฉันเองแหละ” ออสโล่แทรก “พอดี เมื่อกี้เห็นเธอโบกปืนไปมา โนเอลสอนว่าไม่ควรทำแบบนั้น”

“ก็ตอนนี้พวกเรายังอยู่ในสนามรบ ไม่ใช่ห้องเตรียมตัว” ชายร่างใหญ่ถอนหายใจแรง เขาไม่ได้พูดออกมาอีก แต่เบ็กกี้จับคำพูดจากปากขมุบขมิบนั้นได้ว่า “จะรอดไหมวะ”

เบนแย่งปืนของอเล็กซิสมาแล้วทำอะไรบางอย่างกับมันก่อนจะส่งคือ “ให้ตายเถอะ พวกเธอพร้อมกันจริงหรือเปล่าเนี่ย”

เรมีลูบศีรษะเบ็กกี้ “เธอไหวนะ”

เด็กสาวพยักหน้าช้า ๆ

ไม่กี่วินาที เบนก็เริ่มนับถอยหลัง “เอาล่ะนะ หนึ่ง...สอง...สาม!

พอเขายกมือขึ้นทั้งสองข้าง สองเท้าของเธอตั้งมั่น มือสองข้างยกปืนขึ้นเล็งหมายจะเหนี่ยวไกให้ได้สักครั้ง ชั่วพริบตา โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์รวมทั้งบานประตูกระเด็นหลุดออกไปคล้ายพวกมันมีชีวิต เมื่อประตูเปิดออก เบนพุ่งตัวออกไปทันทีพร้อมกับอเล็กซิส เรมีพยักหน้า เธอสาวเท้าเร็ว ๆ ตามออกไป ไม่ทันไรเสียงคำรามดั่งฝูงผึ้งโรมรันแล่นเข้าหูเตือนให้รู้ว่าซอมบี้อีกฝูงใหญ่กำลังพุ่งเข้ามา จากนั้น ครืน! ฝูงผึ้งแตกรังกระจายออกไปเพราะอเล็กซ์ ตามมาด้วยเสียงของเธอเทสซ่าที่ทำให้เธอต้องอุดหู เบ็กกี้กับเรมีไม่ได้อยู่รั้งท้ายจึงเห็นว่าทางข้างหน้าเปิดโล่งพร้อมกับหลังอเล็กซ์และโนเอลที่วิ่งห่างออกไป

เธอไม่วายอดชำเลืองมองหลังไม่ได้ กำแพงเฟอร์นิเจอร์กั้นเป็นทางตายไม่ให้ศัตรูแหวกเข้ามา และมันกำลังเคลื่อนดันออกไปด้วย เขาไม่ได้ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ยังมีเพื่อนร่วมทางอีกสองสามคนคอยยิงศัตรูที่เหลืออยู่ให้

“พวกนายไปซะ เธอด้วย ฉันไม่เสียสละตัวเองหรอกน่า ไม่ต้องห่วง”

“อย่ายืนอยู่แบบนี้ ไปได้แล้วเบน!

“ฉันบอกว่าไม่เป็นไรไงเล่า วิ่งไป อย่ารอ เพราะฉันก็ไม่คิดจะรอพวกเธออยู่ดี”

“อย่ามองกลับไปเบ็กกี้ ตามโนเอล” เรมีดึงแขนเธอ

สาวน้อยผมแดงพยายามจดจ่อกับทางข้างหน้า อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว เธอปลอบตัวเอง เทสซ่าเพิ่งวิ่งผ่านไปเมื่อครู่ ใช้เสียงโจมตีพวกซอมบี้ไประหว่างทาง แต่กระนั้นก็ยังไม่อาจช่วยเด็กสาวที่ถูกลากออกไปจากกลุ่มได้ เบ็กกี้รีบเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นพวกมันกัดศีรษะของเด็กคนนั้นจนมันสมองไหล

“ใกล้ถึงแล้ว”

เสียงโนเอลตะโกนคล้ายสัญญาณ แต่เธอมองไม่เห็นเขานอกจากไอ้ตัวประหลาดที่โผล่มาตะครุบแขนเรมี

“ระวัง!” เรมีสะบัดออก แต่มันเกาะแน่น เบ็กกี้รีบรั้งแขนคนที่วิ่งผ่านไปแต่เขาสะบัดออกแล้วหนีไปเลย เรมีพยายามป้องกันตัวเองปากร้อง “เบ็กกี้ยิงมันเร็วเข้า” เธอยกมือขึ้นหมายจะยิงแต่ร่างกายสั่นจนกลัวจะยิงถูกเพื่อนตัวเองแทน เมื่อเห็นเด็กสาวละล้าละหลัง เขายันเท้าออก ค่อย ๆ ง้างมือจ่อกระบอกปืนเข้าที่คางเจ้าปีศาจและ ปัง ปัง ปัง! เขากดครั้งเดียวแต่กระสุนออกรัว หัวของมันระเบิดออก เศษเนื้อและเลือดกระจายเปรอะตัวเธอด้วย เด็กหนุ่มตัวสั่นแต่ยังมีสติดีกว่าเพื่อนตัวเอง เขาดึงตัวเธอขึ้นแล้วบอก “ไปต่อ!” พวกเขาวิ่งและวิ่ง แต่มือของเธอหลุดจากมือเขา บางสิ่งคว้าข้อเท้าเธอไว้จนเธอสูญเสียการทรงตัว ล้มลงบนพื้น และเรมีไม่รู้ว่าเธอล้มลง

เธอตะโกน “เรมี ช่วยด้วย” แต่เขาไม่ได้ยิน เขาวิ่งต่อไป ไปไกลเรื่อย ๆ จนหายไปจากสายตา “ไม่นะ อย่าไป”

มันส่งเสียงคำรามเบา ๆ ไอ้ตัวนี้ไม่อาจเดินได้ คงถูกใครสักคนจัดการแต่ยังไม่ตายดี เบ็กกี้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเมื่อมันลากเธอหมายจะกัดกินส่วนขา เธอทั้งเตะทั้งยื้อเพื่อช่วยตัวเอง หน้าตาของมัน ดวงตาของมัน จมูกของมัน ปากของมัน ทั้งตัวเหมือนมนุษย์ทุกประการเพียงแต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่หมายจะทำร้ายมนุษย์เพียงอย่างเดียว เจ้าตัวนี่อ้าปากเผยให้เห็นฟันสีเหลือง มันเหมือนกับฟันของเธอแต่สกปรกและมีคราบเลือดติด และเมื่อจ้องไปยังข้อมือที่เกาะกุมขาเธออยู่นั้น นาฬิกาข้อมือสีเงินขนาดเท่ากับของเธอปรากฏอยู่บนมือของมันในสภาพที่เกือบจะหลุดออก...พระเจ้า

ครั้งหนึ่ง...พวกมันเคยมีชีวิตแบบมนุษย์เหมือนกับเบ็กกี้

มือของเธอยังดันหัวมันไว้ แต่ตากลับมองเข้าไปในดวงตาของมัน ว่างเปล่า อยู่ ๆ ความกลัวที่เคยมีมลายหายไป ว่างเปล่า ไม่ใช่ดวงตาแต่เป็นข้างในตัวเธอ ทุกอย่างช้าลง เธอกำลังจะตาย พลันศีรษะของมันปรากฏรูเล็กที่กำลังขยายใหญ่พร้อมกับปลายมีดที่โผล่ออกมาจากหน้าผาก จากนั้นทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ปลายมีดนั้นผลุบหายเข้าไป จากนั้นร่างซอมบี้ถูกเตะกระเด็นออกห่างจากตัวเธอ

“คมเป็นบ้า” เบนพูด แต่เขาไม่ใช่คนที่ฆ่ามัน อเล็กซิสยืนมองใบมีดฉาบคราบโลหิตในมือตัวเอง เด็กสาวตาสีน้ำเงินตัวสั่นแบบเดียวกับที่เรมีสั่นเมื่อครั้งที่เขาสังหารไปตัวหนึ่ง พอได้สติเธอยื่นมือมา ไม่มีเวลากล่าวขอบคุณ พอเธอตั้งหลักได้ก็รีบวิ่งผละจากสองคนนั้น เสียงปืนดังสั่นรอบตัว ทุกคนเริ่มใช้อาวุธกันมากขึ้นแต่ปืนของเบ็กกี้ยังมีกระสุนอยู่ครบ

ฉันต้องทำ ฉันต้องทำ เธอหยุดฝีเท้า ยกปืนขึ้นมองหาศัตรู เมื่อเห็นพวกมันกำลังรุมทึ้งร่างเหยื่อคนหนึ่งราวกับแร้งลง มือเธอสั่นอีกระลอก ทำไม ทำไมเรายิงไม่ได้ ภาพนาฬิกาข้อมือและแววตาของซอมบี้ตัวเมื่อครู่ยังตราตรึงอยู่ในใจ ความว่างเปล่าที่เธอสัมผัสได้กลับปลุกอารามเวทนาในตัวเธอเอง

เราจะต้องตายที่นี่แน่นอน

“เบ็กกี้ เข้ามาข้างในเร็วเข้าสิ!” เสียงของโนเอลปลุกให้เธอหลุดจากภวังค์ เขายังคงยิงปืนระรัวคุ้มกันไม่ให้พวกมันย่างกรายเข้าไป เธอวิ่งไปหาเขาโดยไม่ได้หันกลับไปมองพวกอเล็กซิสกับเบนอีก พอเข้าไปในห้อง เรมีพุ่งตัวเข้ามา

“จะบ้าตาย ฉันนึกว่าเธออยู่ข้างฉันเสียอีก”

“ฉันล้ม แล้วก็...” เธอมองหาอเล็กซิส จึงเห็นว่าเด็กสาวคนดังกล่าวเพิ่งเข้ามาข้างในพร้อมกับเบน ความรู้สึกผิดกลืนกินไปทั้งร่าง มันเป็นความรู้สึกที่แย่ยิ่งกว่าเห็นพวกนั้นรุมทึ้งร่างเหยื่อ ทำไมเธอสงสารเจ้าพวกนั้น

“พวกเราเหลือเท่าไหร่” เธอได้ยินพวกเขาคุยกัน

เหลือเพียงสามสิบกว่าคนจากห้าสิบกว่า พอเธอเหลือบเห็นนาฬิกาในมือตัวเอง ปากก็ขยับออกไปทันที “พวกมันคือพวกเรา!

ทุกคนจ้องมาที่เธอ เบ็กกี้อธิบาย “ฉันเห็นพวกมันใส่นาฬิกาเหมือนที่พวกเราสวมอยู่ พวกมันเคยเป็นมนุษย์แบบพวกเรา”

“ใช่ เธอพูดถูก ฉันสังเกตเห็นเหมือนกัน” เวดเสริม มือข้างหนึ่งโอบกอดซาร่าห์ไว้

ความเงียบปกคลุม เหมือนทุกคนพร้อมใจกันปิดปากตัวเอง และคนที่จะกลายเป็นเป้าอีกรอบคือ พอล เขาจับแขนตัวเองเหมือนรู้ตัว

อเล็กซ์ส่ายหัว ก้าวเข้ามาในวง นาน ๆ ที เขาจะเปิดปากพูด “พวกมันเคยเป็นมนุษย์แบบพวกเราก็จริง แต่ตอนนี้พวกมันคือคนตายที่เดินได้ ไม่ใช่สิ สัตว์ประหลาด ทางการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์คุมร่างคนตายให้เดินและกัดกินคนแบบซอมบี้” เขาหยิบชิปให้ทุกคนดู “โนเอลระเบิดสมองพวกมัน แล้วสิ่งนี้ก็หลุดออกมาจากส่วนสมอง”

“มีชิปฝังอยู่ในสมองงั้นเหรอ” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น”

“ขอดูใกล้ ๆ ได้ไหม” เรมีเดินเข้าไป เบ็กกี้เดินตาม เขารับชิปอันนั้นแล้วหยิบมาพิจารณาใกล้ ๆ ปากขมุบขมิบพึมพำกับตัวเอง

“หือ มันทำงานยังไงนะถึงปลุกสมองคนตายได้ หรือว่า...มันคุมสมองมนุษย์ปกติก่อนแล้วทำให้เป็นซอมบี้ อืม”

“ถ้าอย่างนั้น คนที่ถูกกัดจะยังติดเชื้ออยู่หรือเปล่า” สาวผมบลอนด์คนสวยต้องการคำตอบที่ชัดเจน

“เครื่องนั้นก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าพอลไม่ได้ติดเชื้อ ฉันว่าเราเชื่อมันได้” อเล็กซิสว่า

“ฉันขอเก็บไว้ได้ไหม”

อเล็กซ์พยักหน้าให้เด็กหนุ่ม “ฉันไม่อยากเก็บมันไว้หรอก”

เบ็กกี้เห็นเขาสอดของที่ว่าลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์ เรมีลืมความกลัวไปชั่วขณะหนึ่ง เธอเห็นได้ชัดจากดวงตาสีน้ำตาลที่ฉายแววตื่นเต้นต่อเทคโนโลยีชิ้นนี้

 “ถ้าอย่างนั้น พวกมันคือคนที่ถูกจับไปก่อนหน้าพวกเราและออกไปไม่ได้ใช่ไหม” มินนี่แสดงความเห็นที่น่าสนใจ แต่มันเป็นข้อสงสัยที่ไม่มีใครอยากได้ยิน ชะตากรรมของพวกเขาอยู่ในมือตัวเองส่วนหนึ่ง ไม่สิ เบ็กกี้ไม่คิดอย่างนั้น มันขึ้นอยู่กับโชคและความเมตตาของทางการมากกว่า ถ้าพวกเขาตาย ก็จะกลายเป็นมนุษย์ซอมบี้ที่วิ่งและไล่กัดผู้คนอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่การตายที่สงบเลย

“พวกมันเป็นสัตว์ประหลาด” เบนพูด เขานั่งไขว่ห้างเท้าคาง “ก็แค่สัตว์ประหลาด แถมตายแล้วอีกต่างหาก หวังว่าคงไม่มีใครสงสารศพที่จะงับหัวพวกเราหรอกนะ”

เบ็กกี้เก็บปืนตัวเองไว้ข้างตัว ไม่กล้าพูดแสดงความเห็นอะไรอีก

“แล้วยังไงต่อ” เรมี่ถามอเล็กซิสที่กำลังยืนคิดอะไรบางอย่าง แต่เธอไม่ตอบเขา เธอหันไปถามพี่ใหญ่โธมัส

“โนเอล ฉันเห็นนายพกระเบิดด้วย เราจะใช้มันได้ไหม”

“อะไรนะ นายพกมันมาตลอดทาง แล้วทำไมไม่ใช้ตั้งแต่แรก” ซาร่าห์แหวใส่ทันที ท่าทีหงอกลัวทีแรกหายไป เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นสาวสวยผมทองคนนี้แสดงกิริยากราดเกรี้ยว

ผู้ถูกต่อว่าถอนหายใจ “อย่างแรกนะ ถ้าฉันใช้ละก็ คงฆ่าพวกเธอไปด้วยแน่นอน มันไม่ใช่เวทมนตร์นะครับคุณหนู เธอจะปาระเบิดสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ จำทางที่เราผ่านมาไม่ได้แล้วเหรอว่าแคบขนาดไหน หรือไม่อย่างนั้น ก็ลองถามเพื่อนเธอสิ ว่าทำไมเขาไม่ใช้”

สาวบลอนด์หันขวับไปทางหนุ่มที่นั่งไขว่ห้าง เบนยักไหล่ “อย่ามองแบบนั้นสิ เขาพูดถูกนะ”

โนเอลจึงหยิบระเบิดออกจากกระเป๋า “โอเค ถ้าทำตามแผนเดิม ครั้งนี้ฉันอยู่รั้งท้ายใช่ไหม”

อเล็กซิสกอดอกตัวเอง พยักหน้า แต่สายตานั้นจ้องไปที่ประตูที่กำลังสั่น “แถวนี้เป็นลานโล่งเยอะ เบนคงกันให้ไม่ไหวหรอก”

“เธอว่าอย่างไรพวกเราก็เอาตามนั้น”

“เอาล่ะ ใกล้ถึงจุดเซฟโซนแรกแล้ว เช็กอาวุธกันก่อนดีว่า เอาให้แน่ใจว่ากระสุนเต็ม" โนเอลจบบทสนทนา เบ็กกี้มองคนอื่นในขณะที่ตัวเองรู้สึกดำดิ่ง พอแอบมองเทสซ่ากับมินนี่ที่กำลังช่วยกันบรรจุกระสุน ใช่ แม้แต่มินนี่ที่ดูไม่อยู่กับร่องกับรอยแถมยังมีอาการสั่นกลัว ทว่าตอนนี้มินนี่กลับซึมซับเอาความกล้ามาจากเทสซ่า แล้วยังอเล็กซิสอีก เธอยังสามารถวางแผนหลบหนีให้กับทุกคนในขณะที่เบ็กกี้ยืนบื้อทำตัวไม่ถูก

“นี่ ทุกคนเงียบก่อน” อยู่ ๆ อเล็กซ์ส่งเสียงดัง “ฉันได้ยินอะไรบางอย่าง”

“เวรแล้ว หมอบลง!

สิ้นเสียงเตือนของโนเอล เรมีกระโดดผลักเธอจนพวกเขาล้มลงไปพร้อมกัน เสียงปืนห่าใหญ่ทะลุเข้ามาในกำแพงเฉียดหลังของเขาไปนิดเดียว เหนือศีรษะเบ็กกี้ เมื่อแหงนมองกระสุนเห็นศีรษะคนหนึ่งที่เธอไม่รู้ชื่อ ระเบิดแตกออกราวกับลูกแตงโม เพียงแต่น้ำสีแดงหาใช่น้ำผลไม้แต่เป็นเลือด ร่างของเขาทับตัวเรมีที่นอนอยู่บนตัวเธอ กระตุก เบ็กกี้กรีดร้องแม้หูของเรมีอยู่ข้างปาก ทว่าไม่อาจสู้เสียงคำรามปืนกลดังกัมปนาท จากนั้นทุกอย่างรอบตัวพังทลาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

253 ความคิดเห็น

  1. #162 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 23:46
    ตื่นเต้นๆๆๆ เบกกี้สับสนไปหมด ทั้งความกล้า ความกลัว ความรู้สึกผิด ซาร่าห์เริ่มฉายแววไม่รอดแฮะ ปักธงเดธแฟล็ก อีกคนที่คิดว่าไม่น่าได้ไปต่อก็โนเอล โอยเส้า เวด มิลเลอร์บทน้อยจนจำไม่ได้ว่านามสกุลมิลเลอร์งะ 55555 /โดนคุณไรท์ตบ แต่มาทีก็เอาใจไป เป็นมันสมองระดับผู้ชิงทุนที่ถูกลืมอยู่บ่อยๆ พลูทักซ์ตายปัยรึยัง !!!
    #162
    1
    • #162-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 23)
      8 ธันวาคม 2561 / 10:55
      อ่านเม้นสนุกดี จะตบอะไร ข้าพเจ้าเป็นคนอ่อนหวาน
      #162-1
  2. #46 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 23:02
    เชื่อดิ เบกกี้รอด คนแบบนี้รอดตายประจำในหนังซอมบี้
    #46
    1
    • #46-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 23)
      6 มกราคม 2561 / 10:21
      มาร่วมลุ้นกันนะจ้ะ
      #46-1