ตอนที่ 18 : เพื่อน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    3 ธ.ค. 60

“ที่นี่มีไว้ทำอะไรกันแน่”

ทีวีจอแบนบนโต๊ะแสดงรายละเอียดข้อมูลสุขภาพ ทั้งน้ำหนัก ส่วนสูง วันเกิด กรุ๊ปเลือด ระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และอื่น ๆ เจ้าหน้าที่สาวสวมชุดเครื่องแบบสีขาวคล้ายนางพยาบาล (ขาวอีกละ!) คาดผ้าปิดปากสีเขียว เธอเอ่ยชมเบนด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ดว่าสุขภาพของเขาดีอย่างน่าเหลือเชื่อ

“คุณครับ ที่นี่คือที่ไหนกันแน่ เอาไว้ทำอะไร”

เธอดึงแขนข้างที่สวมนาฬิกาแล้วอธิบายวิธีการใช้งาน อุปกรณ์ตัวนี้สามารถบันทึกข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาได้หมด โดยหากกดปุ่มแสดงรายละเอียดจะขึ้นเป็นจอโฮโลแกรม มันยังแสดงเวลาล่าสุดที่เขาสูบบุหรี่ครั้งสุดท้าย ใช่แล้ว ครั้งสุดท้าย เพราะห้องนั้นติดตั้งเครื่องดักจับควันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อเล็กซ์อกหักยับเยิน

“สรุปที่นี่เอาไว้ทำไรวะ บอกมาสักทีสิเว้ยเฮ้ย”

“คนต่อไป! อเล็กซานเดอร์ โวลคอฟ”

เก้าอี้เลื่อนไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ จากนั้นตัวเบาะกระเด้งขึ้น ผลักเขาออกจากที่นั่งโดยปริยาย เบนกระเด็นล้มลงออกมานอกห้อง คำถามที่เขาถามไปเมื่อครู่ นอกจากจะไม่ได้รับคำตอบแล้ว ตัวเองยังนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น

เบนลูบก้นตัวเอง เขายืนรออเล็กซ์ไม่นาน ร่างสูงเดินออกมาต่างจากเขาที่ถูกผลักออกมา เพื่อนของเขายิ้มกว้าง “สุขภาพของคุณดีจนน่าทึ่งจริง ๆ ค่ะ ทั้ง ๆ ที่ต้นกัญชาแทบขึ้นในปอดคุณแล้ว ให้ตายเถอะ” เขาทำเสียงสูงล้อเลียนเสียงโซปราโนของเจ้าหน้าที่สาวคนนั้น ทั้งสองหัวเราะเสียงดังลั่น

“ฉันถามเธอเกี่ยวกับที่นี่ แต่เธอเมินซะนี่” เบนเล่า เขาเดินเตะอากาศไปมา มือทั้งสองข้างเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง

“เออ ได้ยิน”

อเล็กซ์กลับมาเป็นตัวของตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง หน้าตาสดใส เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่ไอ้ขี้ยาที่เอาแต่เก็บตัวเพ้อฝันอยู่ในห้องนั้น เขาไม่แน่ใจว่าควรขอบคุณเครื่องตรวจจับควันหรือไม่ อย่างน้อย เบนได้เพื่อนสนิทคืนมา แค่นี้เขาควรจะพอใจแล้วล่ะมั้ง เมื่อเบนถามอเล็กซ์ว่าทำไมถึงเปลี่ยนใจ เขาเผยเพียงแค่ว่า “เจอเพื่อนใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อนน่ะ” เบนอยากรู้จะตายว่าคนคนนั้นคือใคร เพราะอเล็กซ์บอกเพียงแค่นี้ ไม่ยอมอธิบายต่อ และเมื่อเพื่อนมีความลับ เขาไม่อาจข่มตานอนหลับได้ เพราะความสงสัยผุดขึ้นมาซ้ำ ๆ อยู่ในหัว

“พวกเราจะทำอะไรต่อดี” เขาถามเพื่อน

“นายไม่ไล่ล่าผู้หญิงแล้วเหรอ”

คนที่ถูกแซวกลอกตา “คนส่วนใหญ่ยังอยู่ตรวจสุขภาพกันอยู่เลย จะให้ฉันไปหาที่ไหนล่ะ แล้วฉันก็ไม่ได้บ้าผู้หญิงขนาดนั้นด้วย เออ แล้วไอ้เพื่อนใหม่นี่ใคร” เขาแย้มถามทุกครั้งที่นึกออก เผื่ออเล็กซ์จะเผลอหลุดมาสักคำ

“เฮ้ พวกนาย รอก่อน” ซาร่าห์มาพอดี เธอขัดจังหวะได้ถูกเวลาเสียจริง

สาวผมบลอนด์โบกมือร่าเริง เธอเปลี่ยนไปเหมือนกัน จากดอกไม้ที่ใกล้เหี่ยวเฉา บัดนี้กลายเป็นดอกกุหลาบที่กลับมาเบ่งบาน ไม่นานมานี้ เธอเพิ่งตัดสินใจคบหากับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ไม่หรอก พวกเขาไม่ใช่แฟนกัน หญิงสาวไม่ได้คิดจะสร้างสายสัมพันธ์รักโรแมนติกจริงจังอะไรแบบนั้น เด็กหนุ่มคนนั้นชื่อ เวด มิลเลอร์ ซาร่าห์เล่าว่า มันเป็นการเล่นสวมบทบาทฆ่าเวลา หากจะมีเกมใดที่น่าสนุกสำหรับมนุษย์ถ้ำที่ยังคงความเป็นอารยชน ก็คงเป็นเกมนี้ หญิงสาวทำตัวเหมือนย้อนเวลากลับไปในสมัยที่เธอยังเรียนในโรงเรียน ผูกมิตรกับเพื่อนของเขา แล้วไปอยู่กลุ่มนั้น แม้เกมสวมบทบาทจะเป็นแค่บทบาทสมมติ อย่างไรก็ตาม เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ซาร่าห์มีความสุขมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา และแม้เธอยืนกรานว่ามันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่จริงจัง แต่เธอไม่มาหาเบนอีกเลย ซาร่าห์รักษาสัญญากับอเล็กซ์ว่าจะทิ้งระยะห่างกับเบน และเธอก็ทำตามนั้น แน่นอน เขาย่อมหงุดหงิด

“ว่าไงครับคุณผู้หญิง” เขาทักเธอกลับ

“ไปเล่นบาสเกตบอลด้วยกันเถอะ เบน หยุดก่อน (หล่อนยกมือห้าม) ฟังก่อน ฉันจะแนะนำพวกนายให้รู้จักกับเพื่อนใหม่ของฉัน พวกเขาน่ารักและตลกมาก เชื่อฉันเถอะ พวกเราจะมีเพื่อนมากขึ้น ไม่ใช่เกาะกันเองเหมือนไม่มีใครคบแบบนี้”

เราไม่คบใครต่างหาก “ไม่อยากจะเชื่อเลย แม่สาวซาร่าห์หันไปคบกับพวกเด็ก ๆ ซะแล้ว สรุปแล้ว เธอกับเด็กคนนั้นคบกันจริงจังแล้วใช่ไหม”

หญิงสาวมองตาเขียวปั๊ด “แน่นอนว่าใช่ แน่นอนว่าไม่ใช่ อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะ แล้วแต่นายคิดก็แล้วกัน ฉันไม่สนหรอกว่าจะนายจะมองยังไง หรือเห็นเป็นเรื่องไร้สาระขนาดไหน แต่รู้ไว้เถอะ พวกเราต้องเข้าสังคมและผูกมิตรกับคนอื่นได้แล้ว ฉันพยายามเหมือนกัน เห็นไหม ไม่แย่เลย แถมตอนนี้ยังมีเพื่อนสาวไว้คุยเม้าท์มอยเรื่องของผู้หญิง พวกเราจะอยู่กันแบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ”

เบนไม่แปลกใจ “ฉันเห็นเธอหอบหิ้วกระเป๋าเครื่องสำอางออกจากห้อง เล่นแต่งตัวกับเพื่อนผู้หญิงของเธอเหรอ ทำตัวเป็นเด็กเล็ก ๆ ไปได้ อายุเท่าไหร่กันแล้ว”

“เรื่องของเธอน่า” อเล็กซ์ขัด ตบบ่าของเขาให้เพลาปากลง มืออีกข้างปิดปากตัวเองที่กำลังหาวหวอดๆ นึกว่าพอออกจากห้องนั้นนายจะนอนเต็มอิ่มมากขึ้นแล้วนะ “อีกอย่าง ฉันเห็นด้วยกับเธอ นายอยากให้ฉันออกจากห้องนั้น ก็นี่ไง ออกมาแล้ว อย่างที่ซาร่าห์ว่า พวกเราต้องมีเพื่อน จะอยู่ปลีกวิเวกไม่ได้หรอก ที่นี่นะ นามสกุลไม่ได้ดึงดูดเพื่อนให้เข้ามาเองเหมือนเมื่อก่อน”

ซาร่าห์ดีดนิ้ว “อเล็กซ์คนเดิมกลับมาแล้วสินะ ใช่ รู้ไหม ฉันสามารถคุยกับเพื่อนพวกผู้หญิงเรื่องเสื้อผ้า แฟชั่น พวกเธอชอบกรุสมบัติของฉันมากเลยด้วย นั่งแต่งหน้า สร้างเทรนด์ใหม่ ๆ ฉันมีกิจกรรมงอกเงยให้ทำเยอะแยะ พวกนายก็ทำได้เหมือนกัน การมีเพื่อนมันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก”

“เดี๋ยวนะ สร้างเทรนด์ใหม่งั้นเหรอ”

สาวบลอนด์ม้วนผมคลอเคลียใบหน้าตัวเอง “ถ้าเราต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป อย่างน้อย ฉันควรจะเป็นคนที่สร้างอิทธิพลให้กับคนในนี้มากกว่าเป็นผู้ตามไม่ใช่เหรอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สังคมแบบไหน ถ้ามีอำนาจในมือก็ล้วนดีทั้งนั้นแหละ” เธอประกบมือทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน “อ้อ ฉันรู้แล้วว่าจะชวนนายยังไง ในกลุ่มของฉันมีเด็กสาวสวยตั้งสองคน น่ารักแล้วก็นิสัยดี ฉันรู้ว่านายชอบอะไรแบบนี้”

“ซาร่าห์ ถ้าเพื่อนของเธอทั้งน่ารักและนิสัยดี ฉันว่าเธอไม่ควรแนะนำเพื่อนให้หมอนี่รู้จักนะ” อเล็กซ์ท้วง ส่ายหัวไปมา

หล่อนเอามือทาบอก “จริงสิ...ฉันผิดเอง ลืมที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็แล้วกันนะเบน”

“นี่นายเป็นเพื่อนฉันหรือเปล่า” เบนติง อเล็กซ์ได้แต่ยิ้ม ทำมึน

เบนทำหน้าเหม็นเบื่อใส่คนทั้งสอง พวกเขาคงยังไม่ทราบว่าเพื่อนตัวเองรู้จักสาวน้อยทั้งสองในกลุ่มนั้นแล้ว สองคนนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก แม่แบมบี้กับจอมสร้างเรื่องเทสซ่า

“นายอยากเข้ากลุ่มแบบนั้นเหรอ”

อเล็กซ์ผงกศีรษะหงึก ๆ “อื้อ ฉันไม่รู้จะทำอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว บางที พวกเราคงต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตบ้างแล้วล่ะ”

ซาร่าห์ฉีกยิ้ม “ถูกต้อง เป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดแล้ว แต่ว่า พวกเราต้องรอให้คนอื่นตรวจสุขภาพเสร็จก่อน ถ้างั้น อีกสักชั่วโมงค่อยเจอกันนะ พวกนายมาที่สนามบาสเลย อย่าลืม” เธอว่า ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป แต่ท่าทางนั้นกรีดกรายราวกับกำลังเริงระบำ อเล็กซ์และเบนสบตาแล้วยิ้มให้กันตามประสาผู้ชาย ทั้งสองต่างรู้สึกเหมือนกันว่าเธอร่าเริงขึ้นมาก และความมีชีวิตชีวานี้เองทำให้บรรยากาศรอบข้างพลอยสดชื่นไปด้วย ซาร่าห์เป็นผู้หญิงที่สวยน่ามองมากเป็นทุนเดิม พอเห็นกิริยาท่าทางแบบนี้ สองหนุ่มเลยกระปรี้กระเปร่าตามไปตามกัน ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานล้วนแต่งแต้มบรรยากาศได้ดีเสมอ

เพื่อนรักทั้งสองฆ่าเวลาด้วยการไปดูหนังโรแมนติกงี่เง่า แต่พอเริ่มเรื่องไปไม่ถึงสิบนาที เบนผล็อยหลับ จนอเล็กซ์ต้องปลุกด้วยการเขย่าตัว

“อะไรวะ”

“นัดไง” เพื่อนชี้นิ้วไปที่นาฬิกา

“ทำไมกระตือรือร้นจังวะ” หนุ่มดวงตาสีอำพันถอนหายใจแล้วลุกตาม

“อ้าว ภารกิจของพวกเราไง สร้างมิตร”

ทั้งสองเคยไปลองเล่นที่สนามบาสแล้วครั้งหนึ่ง เบนกับอเล็กซ์ไม่ค่อยนิยมเล่นกีฬาแนวนี้ ดังนั้นจึงไม่ได้ไปเล่นที่นั่นอีก ช่วงที่พวกเขายังเป็นนักเรียน ทั้งสองเลือกเข้าสมาคมศิลปะป้องกันตัว มวย ยิงปืน ว่ายน้ำ และเทนนิส ส่วนกอล์ฟซึ่งเป็นกีฬาที่คนส่วนใหญ่ในฟิวเจอร์ริสติกนิยมกลับเป็นกีฬาที่ทั้งสองเกลียด พวกเขาหลงใหลกีฬาแนวต่อสู้และใช้อาวุธ อันเนื่องมาจากอิทธิพลที่ได้รับมาจากเหล่าฮีโร่ในวัยเด็ก โดยเฉพาะเบนที่ชอบของพวกนี้มากเป็นพิเศษ เขายังมีงานอดิเรกสะสมอาวุธ ทั้งของโบราณและสมัยใหม่

สนามบาสของที่นี่ปูพื้นด้วยไม้เมเปิ้ลขัดเงาเป็นมันวาว ส่วนอัฒจันทร์ตั้งอยู่ด้านในและมีเพียงฝั่งเดียว คนหกคนกำลังรอพวกเขาอยู่ ทั้งหมดสวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น หรือไม่ก็กางเกงยีนส์ อเล็กซิสนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเทสซ่ากับเด็กหนุ่มผมสีแดง พอเทสซ่าเห็นหน้าเบน หญิงสาวหรี่ตามอง เชิดคางขึ้น เบนนึกสนุกเลยขยิบตาพร้อมกับส่งยิ้มยียวนให้เธอ สาวคู่อริจึงทักทายตอบด้วยนิ้วกลาง

“เฮ้” อเล็กซิสโบกมือทักทาย เขาหันเหความสนใจไปที่เด็กสาวคนนี้ทันที เบนเกือบจะโบกมือกลับอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่เห็นว่าสายตาของเธอมองเลยไปยังอเล็กซ์ แถมเพื่อนของเขายังโบกมือตอบอีกด้วย จากนั้นอเล็กซิสถึงหันมาทักทายเบนด้วยท่าทางประหม่า

“นี่นายรู้จักเด็กคนนั้นด้วยเหรอ” เบนไม่ลังเลที่จะถาม พลัน ทุกอย่างก็กระจ่างเหมือนมีไฟส่องสว่างในสมอง “อ้อ...นึกออกแล้ว นี่น่ะเหรอ เพื่อนใหม่คนนั้น”

อเล็กซ์พยักหน้า “ใช่”

“อ้อ ดีเนอะ” ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำหน้าประหนึ่งรู้ทุกอย่าง “ไม่เห็นบอกเลย ว่าเพื่อนใหม่เป็นเด็กผู้หญิง และคนนี้ด้วย...อืม แถมยังอุบอิบไม่บอกว่าน่ารักขนาดนี้”

อเล็กซ์เม้มปาก “อยากรู้จริง ๆ แฮะ ว่าสมองนายทำด้วยอะไร แล้วถ้าสงสัยว่าทำไมถึงไม่บอก ก็เพราะนายชอบเป็นแบบนี้ไงล่ะ คิดแต่เรื่องบ้า ๆ”

“ทำไงได้ ฉันเกิดมาจากความใคร่และความโลภ ไม่ใช่ความรักสักหน่อย” เบนดึงชายเสื้ออเล็กซ์ “เฮ้ ยังไม่พูดจบเลย ฟังนะ จำได้ไหม ฉันเคยบอกนายว่าเล็งเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไว้ ฉันหมายถึงคนนี้นี่แหละ แม่แบมบี้น้อยของฉัน”

“อ้อเหรอ คนนี้เหรอ” อเล็กซ์สั่นหัว ทำท่าเหมือนว่าเขาไม่ได้อยากรู้ เบนยิ่งเค้นสายตามอง อยากจะง้างเอาความจริงจากปากเพื่อนให้ได้ พอเห็นเพื่อนทำท่าอยากรู้ออกมามากขนาดนั้น อเล็กซ์เลยจับเขาล็อกคอ พาลากเดินตามหลังซาร่าห์ไปทั้งอย่างนั้น

“ฉันไม่หยุดแน่ ๆ ฉันต้องรู้ให้ได้!” เบนร้องทั้งที่ยังติดอยู่ในอ้อมแขนที่ล็อกคอตัวเองอยู่

“นายควรจะหยุดนะ” อเล็กซ์ว่า พลางล็อกแน่นขึ้นไปอีก

ซาร่าห์แนะนำเบนกับอเล็กซ์ให้คนในกลุ่มนั้นรู้จัก พวกเขาพอรู้จักกับเวดอยู่บ้าง เด็กหนุ่มคนนี้มองเขาอย่างไม่เป็นมิตรตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ส่วนอเล็กซิส เมื่อรอยแผลหายไปบวกกับหน้าตาสดใสกว่าวันก่อน ๆ เธอเหมือนดอกทานตะวันยามเช้าไม่มีผิด เจ้าหัวแดงที่นั่งข้างเธอบอกว่าตัวเองชื่อออสโล่ เจ้านี่ก็เป็นมิตร คงมีแค่เขากับเพื่อนสาวที่ดูยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยสีหน้าที่จริงใจกว่าคนอื่น ส่วนอีกสามคนนั้น พวกเบนพอจะคุ้นหน้าคุ้นตามาก่อนแล้ว โนเอล เทสซ่า และมินนี่ โดยเฉพาะเด็กสาวที่ชื่อมินนี่ พอทำความรู้จักแบบเป็นทางการ จึงเห็นว่าเธอเหมือนกับเด็กอายุเจ็ดขวบในร่างสาววัยรุ่น

“เรามีเก้าคน จะแบ่งทีมยังไงล่ะ” เขาถาม

“ไม่เป็นไรหรอก ทีมไหนที่มีอเล็กซิสก็จะมีแค่สี่คน” หนุ่มหัวแดงแก้ปัญหาให้ ซึ่งฟังดูแล้วไม่ยุติธรรมสุด ๆ

“อ้าว ไม่แฟร์นี่ นายดูตัวโนเอลก่อนดิ” เด็กสาวชี้ไปยังชายหนุ่มอาวุโสที่สุดในกลุ่ม รูปร่างของโนเอลไม่ต่างจากเสาค้ำยันขนาดสองคนโอบ

“ไม่เป็นไร ฉันไม่เล่น” มินนี่ว่าแล้วหลบไปนั่งตรงสแตนด์ แต่ท่าทางเหมือนกระโดดเหยง ๆ มากกว่า เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ทำให้สมองของเขาตีบตัน นึกไม่ออกว่าต้องทำอย่างไรถึงจะคุยกับเธอได้ ทั้งรูปลักษณ์หน้าตาที่แสนธรรมดาไม่ได้สวยเหมือนพี่สาว กลับบุคลิกที่แปลกประหลาดเกินบรรยาย แววตายังเลื่อนลอย บางครั้งเขาคิดว่าเขาเห็นออร่าสีดำอยู่รอบตัว

“มาเล่นเถอะมินนี่ เดี๋ยวก็หาจำนวนลงตัวได้เอง” ออสโล่ตะโกนเรียก “นั่นไง เราลองชวนเขาไหม” เขาชี้ไปยังเด็กหนุ่มผมสีเงินที่เพิ่งเข้ามาในสนามบาส เด็กหนุ่มเดินไปนั่งบนสแตนด์ที่อยู่ปลายสุด แล้วจ้องพวกเขา

“เฮ้ นายอยากเล่นกับพวกเราไหม” ออสโล่ตะโกนถามไป ไอ้หมอนั่นเหมือนทำท่าจะลุกขึ้นมาเล่นด้วย แต่แล้วก็ไม่ขยับ

“อย่าไปสนใจเลย หมอนี่เป็นงี้แหละ” เบนสรุป แต่หางตาเห็นสองสาวเทสซ่ากับอเล็กซิสทำหน้าเสียดาย พวกผู้หญิง

“มีใครในนี้รู้ชื่อเขาบ้างไหม เขาทำตัวลึกลับตลอดเลย แต่ให้ตายเถอะ น่ารักเป็นบ้า” เทสซ่าถามขึ้นมา ดวงตาสีเทาคู่สวยยังคงจ้องเด็กหนุ่มคนนั้นไม่วางตา

ซาร่าห์เองก็เคยชวนเด็กคนนั้นเข้ากลุ่มอยู่หลายครั้ง แต่เขาปฏิเสธด้วยการเดินหนีตลอด เท่าที่เบนสังเกต พวกผู้หญิงคงชอบคาแรกเตอร์แนวนี้ หล่อเย็นชา ทำตัวลึกลับ เสน่ห์ของหมอนั่นเหลือล้นจนพวกเธอลืมสังเกตว่าฟันหน้าของเขาใหญ่กว่าปกติ

“ไมเคิล” อเล็กซ์กับอเล็กซิสตอบพร้อมกัน

“ฮ้ะ” เบนและซาร่าห์อุทานพร้อมกัน ทั้งสองหันไปมองเพื่อนตัวเองด้วยสายตาที่แทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ไม่แปลกหรอกหากอเล็กซิสรู้จักเด็กคนนั้น แต่พวกเขาแปลกที่ใจอเล็กซ์รู้จักต่างหากเล่า เพราะว่าหมอนี่ควรเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องคนอื่น แถมยังเอาแต่เก็บตัวอยู่ในท้องฟ้าจำลองเป็นเวลานาน รวมถึง โดยปกติแล้ว อเล็กซ์ไม่มีนิสัยเจ๊าะแจ๊ะอยากรู้เรื่องชาวบ้าน

“นายนี่มัน...วันนี้ทำฉันแปลกใจสองรอบแล้วนะ”

“รู้ตอนตรวจสุขภาพไง” อเล็กซ์อธิบาย “เขาอยู่ถัดจากฉัน”

“อเล็กซิสจ๊ะ แล้วเธอรู้จักเขาได้ไง” ซาร่าห์หันไปถามเด็กสาวด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

“เรื่องมันยาว แต่ไม่มีอะไรพิเศษหรอก ไว้ค่อยเล่านะ”

“เดี๋ยว ๆ ขอแทรกหน่อย” ออสโล่ขัดขึ้นมา “พวกเรามีอเล็กซ์ตั้งสองคนนะ”

“ทำไมล่ะ มันไม่ดีเหรอ” อเล็กซิสถาม เขาเพิ่งเห็นว่าเธอมีคิ้วที่ค่อนข้างหนา แต่ไม่รกรุงรัง 

“มีปัญหาแน่ โดยเฉพาะตอนเล่น” เบนเห็นด้วยกับเด็กหนุ่ม “นายหัวไวดีนะ ดีแล้วที่พูดขึ้นมา” เขาเอ่ยชม “อเล็กซิสกับอเล็กซานเดอร์” เขาพึมพำ “ยาวไปแฮะ ไม่ชินปากเลย”

“บอกนามสกุลของนายมาสิ” เวดหาทางแก้ให้

แต่อเล็กซ์ไม่ชอบบอกนามสกุลให้ใครฟัง “ทำไมฉันต้องบอกนายด้วย”

“เพราะนายมาใหม่ไงล่ะ” เวดอธิบายเหตุผล “และฉันก็คุ้นกับการเรียกเพื่อนตัวเองว่าอเล็กซ์ด้วย”

“เออน่า ไม่เป็นไรหรอก จะเรียกอะไรก็เรียกไป เราเริ่มเล่นกันสักทีได้ไหม” อเล็กซิสเร่งทุกคน ไม่สนใจเรื่องชื่อซ้ำสักนิด

“โวลคอฟ นามสกุลของเขาคือ โวลคอฟ” ซาร่าห์จบข้อถกเถียงทุกอย่าง “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิอเล็กซ์ ฉันเรียกนายเหมือนเดิมนั่นแหละ เพราะฉันเรียกอเล็กซิสว่า อเล็กซิส ไม่ใช่อเล็กซ์ แต่สำหรับพวกเขา ถ้าเรียกนายว่าอเล็กซ์ คงงงกันหมดแน่ ๆ”

“แต่ว่า บางครั้งฉันเองก็เรียกอเล็กซิส บางครั้งก็เรียกอเล็กซ์” ออสโล่เสริม

“โอ๊ย หยุด ๆ สมองฉันมีแต่คำว่า อเล็กซ์ อเล็กซ์ อเล็กซ์ เต็มไปหมด เดี๋ยวได้เรียกทุกคนว่าอเล็กซ์กันหมดเลยไหม” โนเอลขัดขึ้นมา “จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ เอาที่พวกนายชินไปเลย จบนะ เล่นเกมสักที”

ทั้งหมดพยักหน้า เมื่อคนตัวใหญ่ที่สุดตัดบท

“เดี๋ยว ๆ นายคือโวลคอฟ พวกโวลคอฟ” ออสโล่ยังไม่จบ ชี้นิ้วไปที่เพื่อนของเบน “ฉันชอบรถบ้านนาย ไม่ใช่สิ หมายถึง สินค้าของบ้านนาย แต่บ้านฉันไม่ได้ใช้หรอก ถ้าฉันมีเงินฉันจะใช้รถของโวลคอฟแน่ ๆ”

“อ่า...ขอบใจ”

คนอื่น ๆ หันไปซุบซิบกันเรื่องธุรกิจของโวลคอฟรวมถึงสินค้าในเครือต่าง ๆ แหงสิ ทุกคนต้องรู้จักนามสกุลเจ้าของอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่กันอยู่แล้ว ใบหน้าซีดของอเล็กซ์เริ่มมีเลือดฝาด พอเขาเห็นว่าเบนมองก็ขมวดคิ้วถามอีก “อะไรอีกล่ะ”

“คุณโวลคอฟ”

อเล็กซ์กัดฟันกรอด ๆ

“โอเค ในเมื่อมินนี่ไม่ยอมลงมาเล่น งั้นเรามาโอน้อยออกกัน!” อเล็กซิสดึงความสนใจจากทุกคนอีกรอบ ท่าทางกระเหี้ยนกระหือรืออยากเริ่มเล่นให้เร็วที่สุด แววตาของเธอเป็นประกายวิบวับ

พวกเขาแบ่งออกเป็นสองทีม ทีมของอเล็กซิสประกอบไปด้วย โนเอล ออสโล่ และซาร่าห์ ส่วนทีมของเทสซ่ามีเบน อเล็กซ์ และเวด

“ที่รัก พวกเราไม่เคยพรากจากกันเลย” เบนตรงเข้ากอดก่ายร่างสูงของเพื่อน ฝากฝังรอยเท้าไว้ที่ขากางเกงมากมาย

อเล็กซ์ทำหน้าเอือมระอา เขาดันศีรษะตัวเพื่อนออกไป แต่ไม่วายหัวเราะเบา ๆ

“มีกฎข้อเดียวเท่านั้น ห้ามโกง! ห้ามใช้พลังพิเศษเด็ดขาด” เด็กสาวตาสีน้ำเงินประกาศ แต่ไม่ได้จ้องมองใครเป็นพิเศษ

“นี่เธอก็รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ” เบนจ้องเพื่อนเขม็ง ต้องการให้อเล็กซ์คายทุกอย่างออกมาให้หมดเดี๋ยวนั้น

“ใช่ เธอรู้ว่าฉันมีพลังพิเศษ แต่เขาไม่รู้เรื่องของนาย โอเค้? ทำไมต้องให้ฉันบอกทุกเรื่องด้วย นายไม่ใช่เมียสักหน่อย”

“อ้าว ก็ฉันเป็นเพื่อนสนิท”

“ที่แม่งนอนกับแฟนฉันเนี่ยนะ”

“บอกแล้วว่าจุดประสงค์ดี”

“เฮ้ย พวกนาย จะเล่นไหม” เด็กสาวตะโกนมาจากกลางสนาม

“กำลังจะไป” อเล็กซ์ตะโกนตอบ จากนั้นถอดเสื้อเชิ้ตออก

“พวกนายทำอะไรเนี่ย” เทสซ่าถาม

เบนถอดเสื้อเชิ้ตตัวเองเช่นเดียวกัน เสื้อผ้าของพวกเขาไม่อำนวยต่อการเล่นกีฬา แต่ถอดแค่ส่วนบนเท่านั้น เพื่อให้การเคลื่อนไหวยืดหยุ่นมากขึ้น “เธอจะมาช่วยฉันถอดไหมล่ะ” เขาย้อนถามเธอ

สาวผิวเชสนัทมอบนิ้วกลางให้เบนเป็นครั้งที่สอง

“นายกับแม่สาวคนนั้นเป็นศัตรูกันเหรอ” อเล็กซ์ถามเมื่อเห็นความไม่ลงรอยของคนทั้งสอง “เธอไม่ปิดบังสายตารังเกียจนายเลยสักนิด แล้วนายก็ชอบไปแหย่อีก”

เบนยักไหล่แล้วยิ้มอย่างสบายอารมณ์ ทั้งสองคนวิ่งไปที่สนาม แต่ภายในหัวของเขากลับเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับสองอเล็กซ์ เป็นเรื่องปกติสำหรับเบนที่มักจะกระหายใคร่รู้เวลาเพื่อนสนิทสนใจเพศตรงข้าม สาวทุกคนที่อเล็กซ์ชอบ เบนไม่เคยลังเลที่จะจีบเพื่อพิสูจน์ให้เพื่อนเห็นว่าไม่มีใครซื่อสัตย์สมควรครอบครองอเล็กซ์เลยสักคน บางครั้งเขาเข้าใจ บางครั้งเขาทำเป็นไม่เข้าใจ แล้วแต่อารมณ์ในเวลานั้น แต่สุดท้าย ไม่ว่าเขาทำสำเร็จกี่ครั้ง อเล็กซ์ให้อภัยตลอด วนเป็นลูปแบบนี้ไปเรื่อย

เมื่อเกมเริ่ม เบนค้นพบว่าบาสเกตบอลไม่ใช้กีฬาที่ยาก และที่สำคัญ มันสนุกกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขามีพลังจิตควบคุมสิ่งของได้ดั่งใจนึก เกมจะเล่นได้ง่ายขึ้นแยะถ้าหากไอ้เพื่อนตัวดีไม่คอยกันไว้ อเล็กซ์สกัดการใช้พลังของเขาอยู่ตลอด กลายเป็นว่าสมาชิกในทีมพยายามกันลูกบาสออกจากคนในทีมเสียเอง แล้วทีมของพวกเขาจะชนะได้อย่างไร ที่แย่ไปกว่านั้น เวดมักลืมใช้มือรับลูก แต่ใช้เท้าเตะลูกจนได้ฟาวล์เกือบตลอด ชายหนุ่มรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วกาย

“ไม่ใช่ฟุตบอลโว้ย!” เบนโหวกเหวกใส่เพื่อนร่วมทีมเมื่อเห็นโนเอลกับอเล็กซิสต่างทำคะแนนไปอีกคนละสองคะแนน ในขณะที่ทีมของเขายังได้แค่ศูนย์คะแนน

“ก็เขาเป็นนักฟุตบอลมาก่อน มันชินเท้า อย่าโทษเขาเลยน่า” ซาร่าห์แก้ตัวให้คู่ควงของเธอแม้จะอยู่กันคนละทีม

“ฉันไม่สนว่าเขาเคยเป็นอะไรมาก่อน หรือเคยทำอะไร นาย เจ้าหนูล่ำบึ๊ก หัดใช้มือให้ชินซะ”

“อย่าเรียกฉันแบบนั้น ไอ้เตี้ย!

“ฉันเตี้ยกว่านายแค่นิ้วเดียวเอง ตาบอดหรือโง่วะ”

พวกเขาพักรบสักพักเพื่อเล่นเกมต่อ เบนหมุนตัวเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวเพื่อหลบอเล็กซิสที่พุ่งเข้ามาขวางไม่ให้เขาส่งลูก เด็กสาวเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาดไว้มาก เขาหมุนตัวหลบอีกรอบ ส่วนสายตากวาดมองไปทางอเล็กซ์และเวด (ลืมเทสซ่าไปได้เลย เพราะยายคนนี้เอาแต่วิ่งแล้วร้องกรี๊ดเวลาลูกพุ่งเข้ามา) พอสบโอกาสเห็นบริเวณที่เวดยืนอยู่ร้างผู้คน ไม่มีใครกันไว้ เขาจึงส่งบอลต่อให้ แต่เด็กหนุ่มรับพลาดอีกแล้ว อเล็กซ์คว้าบอลได้ทันท่วงทีก่อนที่ออสโล่จะขโมยมันไป จากนั้นเขาชู้ตลงตะกร้า ทีมเบนจึงได้สามคะแนนแรก

“แม่ง มีผู้เล่นอยู่แค่สองคนหรือไงวะ” เบนพึมพำ

ยี่สิบนาทีผ่านไป ไอ้โง่หัวทองกลับมาหงุดหงิดใส่เขาอีกรอบ คงเป็นเพราะเบนเอาแต่ออกคำสั่ง “เลิกจู้จี้คนอื่นได้แล้วโว้ย” เด็กหนุ่มเตะบอลใส่เพื่อนร่วมทีม เบนเห็นลูกบาสลอยแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามา

เกมหยุดชะงักทันทีเมื่อลูกบาสหยุดลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” โนเอลตาโต อ้าปากหวอ

“ฝีมือฉันเอง ก็ไอ้หมอนี่ซัดลูกบาสใส่หน้าฉันนี่หว่า” เขาสารภาพ เพียงพริบตาเดียว ลูกบาสตกลงบนฝ่ามือ “ครั้งหน้า ถ้านายคิดจะซัดลูกมาแบบนี้อีกละก็ รับรองได้เลยว่ามันจะกลับไปกระแทกหน้านายแน่ ๆ” เขาเตือนเด็กหนุ่ม

“ถึงจะเป็นแค่เกมแต่ช่วยปรองดองกันหน่อยได้ไหม พวกนายอยู่ทีมเดียวกันนะ เวด อย่าหงุดหงิดสิ” อเล็กซิสพยายามประนีประนอม แต่ดูเหมือนเพื่อนของเธอจะไม่ชอบที่เธอทำแบบนี้ เขาเลยเดินออกจากสนามไปเลย ซาร่าห์ขยับตัวจะตามไป แต่อเล็กซิสห้ามไว้ “ฉันคุยกับเขาเอง” เธอบอกแล้ววิ่งตามเพื่อนออกไปอีกคน

“หมอนั่นไม่ชอบพวกเราเลยแฮะ” อเล็กซ์ตั้งข้อสังเกต พวกเขาอยู่ในช่วงพักรอให้ผู้เล่นอีกสองคนกลับมา “ทำไมหว่า เขาดูจะไม่ชอบนายเป็นพิเศษด้วยนะ ทำไมนายชอบสร้างศัตรูจัง”

เบนดื่มน้ำแก้กระหายก่อนตอบ “ฉันไม่ได้มีปัญหากับเขานะ เด็กนั่นคงเป็นพวกงี่เง่ามากกว่า”

อเล็กซ์แย่งขวดน้ำไปดื่ม “เออ แล้วนายก็หยุดใช้พลังโกงได้แล้ว เล่นแบบแฟร์ดิวะ พวกเราชนะได้นะ ถึงไม่ใช้พลัง อย่าลืม เข้าสังคม สร้างมิตร”

“ไม่โกงไม่ใช่นิสัยของฉันว่ะ” เขาตอบ

พวกเขาได้พักไม่กี่นาที เวดกับอเล็กซิสเดินกลับมา ดูเข้าใจกันดี เขาสังเกตจากสีหน้าของฝ่ายชายที่ไม่ค่อยถมึงทึงเหมือนตอนแรก

“ไม่มีอะไรแล้ว พวกเราเล่นต่อเถอะ” อเล็กซิสตบมือเรียกทุกคนกลับไป เวดกลับมาในทีม ไม่มองหน้าเบน แต่ไปยืนประจำตำแหน่งเดิม ท่าทางพยายามจดจ่อกับการแข่งขันมากขึ้น อเล็กซ์ตบหลังเบนชวนกลับเข้าสนาม 

เวลาคนพูดว่ามันเป็นแค่เกมกีฬา เขาไม่เชื่อหรอกว่าหมายความแบบนั้นจริง เป็นเรื่องยากสำหรับเบนที่จะทำใจคล้อยตามประโยคที่หลอกให้ตายใจ แม้พวกเขาบอกว่ามันเป็นแค่เกม ไม่ต้องจริงจัง แต่เมื่อทุกคนอยู่ในการแข่งขัน ในสายตาของเขา แต่ละคนล้วนสวมเสื้อเกราะพร้อมรบกันทั้งนั้น แววตาแน่วแน่ คิ้วขมวด สายตาจับจ้องคู่ต่อสู้ สนามกีฬาคือสนามรบชัด ๆ

“สิบเก้าต่อเจ็ด” น้องสาวของเทสซ่าประกาศคะแนน เบนได้ลูกแล้วทำคะแนนอีกสาม “สิบเก้าต่อสิบ”

“ก็ไม่อยากจะชมนายหรอกนะ แต่ลูกเมื่อกี้เยี่ยมไปเลย” เทสซ่าว่า เธอทำท่าปรบมือเหมือนโดนบังคับ

ส่วนเธอก็ไม่ทำห่าไรเลย เบนหัวเสียเมื่อเขาคิดว่าทีมตัวเองใกล้จะแพ้ แถมยังมาแพ้พวกคนที่ไม่มีพลังอะไรเลยด้วย

ขณะนั้น อเล็กซ์ดั๊งลูกบาสทำให้คะแนนของทีมขึ้นมาเป็นสิบสอง เบนนึกสงสัยว่าอเล็กซ์แอบใช้พลังหรือเปล่า เพราะถึงแม้เขาจะกำชับไม่ให้เพื่อนตัวเองใช้พลัง แต่ตัวอเล็กซ์ใช่ว่าจะเป็นคนมีศีลธรรมแน่นอนซะเมื่อไร เขาอาจจะแอบใช้โดยไม่ให้ใครรู้ก็ได้

จากนั้นอเล็กซิสทำคะแนนอีกสามคะแนนถึงสองครั้งติด ผู้หญิงอะไรวะเนี่ย

“เสียดายแฮะ โรงเรียนเราน่าจะได้แชมป์” เขาได้ยินเวดเปรย ๆ

ระหว่างนั้นเบนกับอเล็กซ์ต่างช่วยกันพยายามทำคะแนน แต่พวกอเล็กซิสกับโนเอลก็ยังทำคะแนนทิ้งห่างไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งโนเอลของเวลานอก “ฉันว่าเรามาเปลี่ยนสมาชิกกันเถอะ เล่นแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย” โนเอลเสนอขึ้นมา เบนชักจะชอบชายคนนี้ขึ้นมานิดหนึ่ง ถึงแม้ซาร่าห์กับออสโล่จะเล่นไม่เอาไหน แต่ถ้าเทียบกับเทสซ่าที่กลัวบอล กับเวดจอมทำฟาวล์ พวกเขาคือทีมสมบูรณ์แบบ

“เป็นความคิดที่ดีมาก เอาเทสซ่าน้องสาวของนายไปเลย ส่งอเล็กซิสมาทีมฉัน” เบนไม่ลังเล เขาตอบตกลงทันทีแล้วรีบเสนอข้อแลกเปลี่ยน

เทสซ่าทำเสียงฮึ่มใส่ แต่พี่ชายของเธอกลับหัวเราะเห็นเป็นเรื่องน่าขัน เขามองเบนเหมือนมองเด็กเล็ก ๆ อย่าเหมาว่าฉันเป็นน้องชายของนายเลย

“มาเถอะ เทส” คนพี่เร่งน้องสาว เทสซ่ามอบนิ้วกลางให้เขาเป็นครั้งที่สามเพื่ออำลาก่อนเปลี่ยนทีม

พออเล็กซิสมาอยู่ในทีม รูปเกมเปลี่ยนทันที โนเอลอาจตัวสูงใหญ่ แต่ตัวเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่น่ากลัว เมื่อปราศจากคนส่งบอลที่ดี โนเอลก็ไม่ต่างอะไรจากกำแพงโง่ ๆ ที่ยืนขวางทางเท่านั้น ถ้าข้ามผ่านไปได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว อเล็กซิสวิ่งเร็ว แถมยังชู้ตแม่น ทีมของเขาจากที่ตามหลัง ตอนนี้เลยขึ้นนำ ทว่าคะแนนยังไม่ห่างกันมาก เบนไม่ประมาท จนกระทั่งอเล็กซ์ขอเวลานอก

“ฉันว่า เราควรเปลี่ยนผู้เล่น อย่างนี้มันไม่แฟร์นะ ให้ฉันเปลี่ยนกับออสโล่ก็ได้” อเล็กซ์โพล่งออกมา

“อะไรของนายวะ” เบนแทบอยากจะเขวี้ยงลูกบาสในมือทิ้ง บางครั้งนิสัยขึ้น ๆ ลง ๆ ของเพื่อนสนิททำให้เขาปวดขมับ

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันว่าเราต้องจบเกมแล้วล่ะ ก่อนที่ออสโล่จะเป็นลม” อเล็กซิสว่า ทั้ง ๆ ที่ยังเล่นไปไม่ถึงชั่วโมง เด็กหนุ่มผมแดงกลับอ้าปากหายใจราวกับต้องการเครื่องออกซิเจน เขานึกถึงปลาทองเวลาขาดน้ำ แต่ตัวนี้ต้องเรียกว่าปลาเรดแฮร์ริ่ง

“ขอโทษที พอดีฉันไม่ใช่พวกเล่นกีฬาเป็นประจำ”

“ไม่เป็นไรหรอก เอาเป็นว่าทีมฉันชนะ” เบนรวบรัดสรุปทันที เขาปรบมือให้ตัวเองด้วยความภูมิใจ “พวกเราเล่นได้ดี นายก็ด้วย” เขายื่นมือให้เวดพร้อมกับรอยยิ้มท้า เด็กหนุ่มจับมือเพียงแป๊บเดียวก็ปล่อย พอเป็นพิธี

“ครั้งหน้าเราแค่นั่งคุยกันดีไหม” ออสโล่เสนอ เขานั่งแหมะอยู่กับพื้น

เบนไม่รู้จะทำอะไรต่อนอกจากมองพวกผู้หญิง อเล็กซิสยืนเช็ดเหงื่อ ดื่มน้ำแก้กระหายอยู่อีกมุม ร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยเหงื่อเหมือนกัน ชายหนุ่มลองจินตนาการดูว่า ถ้าคนทั้งสองทำกิจกรรมอื่นที่เหงื่อออกพร้อมกันแบบนี้ น่าจะสนุกกว่าเล่นบาส ในใจนั้นตะขิดตะขวง สับสนกับความคิดสองอย่าง เขาอยากให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วง แต่ลางสังหรณ์บางอย่างส่งสัญญาณเตือนว่า มันไม่มีทางสำเร็จ เธอเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พระเจ้าบรรจงสร้างมาอย่างประณีต แม้เพียงสวมเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์ธรรมดา ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนเห็นเดินออกจากนิตยสาร ร่างของเธอค่อนข้างสูงหากเทียบกับผู้หญิงทั่วไป แม้เอวบางร่างน้อยแต่ไม่ใช่คนผอมติดกระดูก ใบหน้าตุ๊กตายังประดับไปด้วยดวงตาโตเหมือนตัวการ์ตูน เขาจึงเรียก (ในใจ) ว่าแบมบี้ แหงล่ะ เบนไม่อาจละสายตาไปได้ จนเมื่อเทสซ่าเข้ามาสมทบอีกคน ทัศนียภาพมุมนี้ จึงเป็นวิวที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว ถึงแม้เบนจะไม่ชอบเทสซ่านัก แต่เขายอมรับว่า นิสัยเสียของเธอไม่ได้ทำให้เธอสวยน้อยลง หากเทียบกับมินนี่ที่มีผิวสีเชสนัทและผมสีดำเข้มเหมือนกัน ทั้งสองดูต่างกันราวกับสินค้าที่ออกมาจากโรงงานคนละเกรด และถ้าหากเขาได้ควงนางฟ้าสองคนพร้อมกัน ที่นี่คงกลายเป็นหาดสวรรค์สำหรับเขา

“นายกับเพื่อนดูไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่เลยนะ” อเล็กซิสพูดขึ้น เธอคงสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างพวกมีพลังพิเศษกับมนุษย์ปกติ เมื่อดวงตาที่เหมือนเม็ดพลอยไพลินจับจ้อง เขาสงวนสายตาเมื่อครู่ไว้กับตัวเอง

“นายเป็นกลุ่มเสี่ยงเหมือนกับอเล็กซ์ใช่ไหม” เธอถาม

“พวกมีพรสวรรค์” เขาแก้คำพูดของเธอ เทสซ่าเบ้ปากล้อเลียน ชายหนุ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบท่าทางนั้นทันที “ทำไมล่ะ เธอไม่คิดว่าตัวเองเป็นพวกมีพรสวรรค์เหมือนกันเหรอ”

เพียงเทสซ่าเพ่งมอง เขาเห็นดวงตาสีเทาคู่นั้นคล้ายมีแสงแฟลชส่องออกมาจากด้านใน มันสวยและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน “พูดอะไรของนาย”

 “ฉันรู้ว่าเธอมีพลังเหมือนกัน เธอใช้มันเพื่อบล็อกลูกบาสที่ฉันโยนให้ เสียงใช้ไหม ได้ยินนะจ๊ะ”

แม่สาวน้อยอเล็กซิสมองเบนกับเทสซ่าสลับกันไปมา “เอาเถอะน่า คำว่าพรสวรรค์ก็ฟังดูดีว่าคำว่ากลุ่มเสี่ยงนะเทส”

สาวผิวเข้มคงเกลียดเขามากจริง ๆ เบนแน่ใจว่าเขาไม่เคยทำอะไรให้เธอรู้สึกแย่ ยกเว้นแต่ว่าเธอเป็นพวกเฟมินิสต์นาซี

“แล้วพวกเธอจะทำอะไรต่อ” เขาถามเด็กสาวอีกคน

“กลับห้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ถ้าเกิดนายกับอเล็กซ์อยากไปกินข้าวเย็นด้วยกันก็เจอกันที่โรงอาหารได้นะ มานั่งที่โต๊ะได้เลย คนกันเองอยู่แล้ว ฉันว่าคนเยอะ ๆ สนุกดี...เหวอ” เด็กสาวผงะเมื่อเจอสายตาเพื่อน

“อเล็กซิส!” เทสซ่าไม่ชอบที่เพื่อนชวนศัตรู

“พวกเขาเป็นเพื่อนซาร่าห์ แล้วซาร่าห์ก็อยากให้พวกเราเป็นเพื่อนกัน” อเล็กซิสอธิบาย เบนจึงมองหาแม่สาวผมบลอนด์ แต่เธอหายไปพร้อมกับเวดแล้ว

“นาย” เทสซ่าชี้นิ้วใส่หน้าเขา “ถ้าฉันไม่ถือว่าซาร่าห์เป็นเพื่อนนะ ฉันจะไม่ยอมเด็ดขาด (หันกลับไปหาเพื่อนตัวเอง) เธอจะเป็นเพื่อนกับเขาก็ได้ แต่ฉันเตือนแล้วนะว่าอย่าหลงกลหมอนี่ เขาชอบหลอกฟันผู้หญิงไปทั่ว”

เขาส่ายหัว นัยน์ตาชำเลืองมองเจ้าหัวเงิน นี่ก็อีกคน หายวับไปแล้ว เขาไม่รู้หมอนี่ออกไปตั้งแต่เมื่อไร เพราะลืมไปเสียสนิท

“พวกเธอสองคนเหมือนไม่ถูกกันอะไรขนาดนี้” อเล็กซิสสงสัย สายตานั้นค่อนข้างไปทางเพื่อนมากกว่า “เขาทำอะไรให้เธอไม่พอใจเหรอ” เธอหันมาถามเขาด้วย เบนส่ายหน้า ไม่รู้ แม้ลึก ๆ ก็อย่างที่เดา

สาวผมดำเพียงแค่มองผ่านหางตาแล้วเดินหนี ไม่ยอมตอบคำถาม ปล่อยให้อเล็กซิสยืนงง “เทส เดี๋ยวก่อน”

“จริง ๆ นะ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเคยไปทำอะไรเพื่อนเธอไว้” เขาพูด ดวงตากวาดไปทางเพื่อนรักที่กำลังจ้อคุยอยู่กับโนเอลและออสโล่เกี่ยวกับการแข่งขันเมื่อครู่ พูดเก่งนะวันนี้ เขาแน่ใจว่าอเล็กซ์พยายามหลีกเลี่ยงคำถาม คงเปล่าประโยชน์ที่จะบังคับให้อเล็กซ์พูดออกมา เขาหันมาสนใจตัวอเล็กซิสเลยดีกว่า เบนรอโอกาสนี้มานานแล้วไม่ใช่เหรอ โอกาสที่จะได้สานความสัมพันธ์กับเด็กคนนี้ต่อ

“เรื่องรวมกลุ่มน่ะ พวกเราสนใจอยากเข้ากลุ่มพวกเธออยู่แล้ว”

“ดีเลย แล้วเจอกันตอนเย็น” เธอว่า ทำท่าเหมือนจะไป

“เดี๋ยว ฉันไปด้วย”

“ฉันกลับห้องนะ” เธอว่า พลางพันผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ที่คอ “ไม่รอเพื่อนนายก่อนเหรอ” เธอพยักพเยิดไปทางอเล็กซ์ที่พูดเก่งกว่าวันไหน ๆ

“ปล่อยไว้เถอะ ฉันไปทางเดียวกับเธอ” เขาโกหกหน้าตาย เบนหยิบเสื้อตัวเองมาพาดบ่า

พวกเขาเดินไปตามทางเดินยาว เขาเริ่มบทสนทนาด้วยหัวข้อพื้น ๆ เช่น เธอเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อก่อนเธอทำอะไร จนกระทั่งเมื่อพวกเขาพูดถึงหอพัก “ฉันเกลียดที่นี่จะตาย” เธอโพล่งตอบทันที

“อาฮะ ตอบตรงดี” เขาว่า เหลือบมองเด็กสาวข้าง ๆ ขนตาของเธอยาวเป็นแพหนา “ฉันก็เกลียดที่นี่”

“นายคิดว่า ไอ้ตรวจสุขภาพเมื่อเช้าเนี่ย เพื่ออะไร” เธอถาม

“ไม่รู้เหมือนกัน แค่ตรวจมั้ง เธอรู้จักอเล็กซ์ยังไง”

ถามอะไรไปวะ

สับสนงั้นเหรอ จู่ ๆ เขาลืมไปว่าตัวเองจะทำอะไรในตอนแรก แต่กลับไปสนใจอีกประเด็นหนึ่ง มันเหมือนกับว่า ความสงสัยเรื่องอเล็กซ์ขัดขวางกระบวนความคิดที่จะทำเรื่องอื่น เขานึกสงสัยว่าตัวเองแค่ไม่มีอารมณ์สร้างบรรยากาศแบบครั้งก่อน หรือเป็นเพราะว่าเขาสนใจใคร่รู้ความสัมพันธ์ของเด็กคนนั้นกับเพื่อนตัวเองเหนือกว่าภารกิจที่ตัวเองอยากทำกันแน่

“อ้อ เจอเมื่อสามวันก่อน ในท้องฟ้าจำลอง”

“แล้วพวกเธอทำอะไรกัน หมายถึง คุยอะไรกันบ้าง”

เธอหันหน้ามา เพ่งมอง

“ฉันพูดอะไรผิดเหรอ”

“เปล่า แค่รู้สึกแปลกใจที่นายดูสนใจเพื่อนของนายกับฉันมากขนาดนี้ นายคงไม่เห็นหน้าตัวเองหรอก แต่หน้าของนายตอนนี้ขึงขังมาก”

“คือ” เขาพยายามหาข้อแก้ตัว “เขาขังตัวเองในห้องนั้นมาหลายวัน ฉันเป็นห่วงมาก แล้วจู่ ๆ เขาก็ออกมา ฉันก็เลยคิดว่า เธออาจจะมีส่วนช่วยด้วย”

“อ้อ เข้าใจแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะฉันหรอก เขาคิดได้ด้วยตัวเองน่ะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

เบนจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้น จากนั้นเธอคลี่ยิ้มบาง ๆ “ไม่เชื่อเหรอ ฉันพูดจริงนะ พวกเราแค่คุยกันเรื่องปรัชญาต่าง ๆ เท่านั้นเอง”

“หา ปรัชญาเหรอ”

“เดส์การ์ต อริสโตเติ้ล ซาร์ต นายรู้จักคนพวกนี้ไหม”

“แน่นอน ฉันรู้จัก...พวกเธอคุยกันแค่นี้เหรอ”

“อื้อ ก็มีเรื่องอื่นด้วยแหละ แต่ว่าส่วนใหญ่คุยกันเรื่องนี้ เพื่อนของนายค่อนข้างรู้ลึกพอสมควร น่าทึ่งมาก ๆ เลยนะ ตอนแรกดูไม่น่าจะเป็นคนสนใจอะไรแบบนี้ ฉันนึกว่าเขาเป็นประเภทชอบกวนประสาทคนอื่นไปทั่ว”

เบนหัวเราะ “ใช่ ๆ หมอนี่เป็นหนอนหนังสือแล้วก็รู้อะไรมากมาย มากกว่าบุคลิกที่เห็นภายนอกนั่นแหละ เธอบอกว่าเขากวนประสาท เขาทำอะไรล่ะ”

“เขาพ่นควันใส่หน้าฉัน ควันบุหรี่น่ะ”

ชายหนุ่มหัวเราะผ่านจมูก “นั่นแหละ เจ้าหมอนี่เลย”

“เอาจริง ๆ ถ้าไม่มีเครื่องดักควัน ฉันว่าเขาก็คงแกล้งฉันไปเรื่อย ๆ พวกเราก็คุยไปเรื่อย ๆ พูดเรื่องสถานการณ์ในโลก ผู้คน แล้วก็ที่นี่ ฉันพอเข้าใจนะว่าทำไมเขาถึงขังตัวเองไว้แบบนั้น”

“เพราะอะไร”

“นายลองคิดดูสิ ชีวิตที่ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่มีความหวัง มันน่าเศร้านะ มันจะยิ่งเศร้ามากขึ้นถ้านายตระหนักความจริงข้อนี้ แล้วมันจะเศร้าที่สุด เมื่อนายตระหนักรู้แล้ว แต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้”

เขาฟังเธอนิ่ง รู้สึกเจ็บแปลบในอก อเล็กซ์ต้องการเพื่อนที่เข้าใจและสามารถคุยด้วยได้ แต่เบนกลับเลือกที่จะไม่สนใจสิ่งที่อเล็กซ์เก็บไว้ข้างใน ตัวเขาเองรู้ดีว่าลึก ๆ ทุกคนต่างคิดแบบนี้ แต่เขาคิดว่ามันคงดีกว่าถ้าจะไม่ให้ความสำคัญกับมัน บางที เขาควรอยู่กับอเล็กซ์และคุยกันเรื่องนี้แบบที่อเล็กซิสทำ จะเป็นไปได้ไหมว่าถ้าเขาทำแบบนั้น จิตใจของอเล็กซ์จะฟื้นตัวได้เร็วกว่านี้ แล้วเบนนั่นแหละ จะเป็นคนพาเพื่อนออกมาจากห้องนั้นได้

“แล้วทำอย่างไร เขาถึงรู้ว่าไม่ควรหมกตัวอยู่อย่างนั้นล่ะ”

“ก็สร้างมันขึ้นมาเองสิ”

เด็กสาวยิ้มอีกครั้งเมื่อเขาทำหน้าไม่เข้าใจ “สร้างความหวัง สร้างเป้าหมาย สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาใหม่”

“อธิบายให้ฉันฟังมากกว่านี้ได้ไหม”

“ได้สิ ก็เป้าหมายที่ว่า ก็คือต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ กลับไปบ้านให้ได้”

แววตาของเธอแน่วแน่ สะท้อนให้เห็นว่าเธอจริงจังกับสิ่งที่พูด มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่เรื่องที่น่าแปลกประหลาดกว่าสิ่งใดคือสภาวะที่สติของเขานิ่งงันเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นอย่างจัง สีน้ำเงินเข้มทำให้หวนนึกถึงสถานที่ที่ร่างของแนทถูกฝังอยู่ เมื่อนั้นเขารู้สึกเคว้งคว้าง

“เบน”

“ขอโทษ เอ่อ จะออกไปจากที่นี่ พวกเธอคิดแบบนี้จริง ๆ เหรอ”

“เพราะเรื่องตรวจสุขภาพนี่แหละ ฉันแน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ต้องเตรียมการทำอะไรบางอย่าง ตอนนี้เราได้แต่รอ แล้วก็รอ จนกว่าจะรู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรกับพวกเรา จากนั้น พวกเราจะรู้เองว่าควรทำอย่างไรต่อ”

เขาทำเสียงฮึในลำคอ ขำความคิดของคนทั้งคู่ “ฟังดูเหมือนจะก่อกบฏ ถึงแม้ฉันยังไม่เห็นว่าพวกเธอคิดจะทำอะไรก็ตาม” อเล็กซิสนั้นเปลี่ยนไปจากครั้งแรกที่เขาเห็น แก้มทั้งสองข้างปราศจากสีแดงระเรื่อ ไม่มีอาการเขินอาย แถมยังแสดงความเห็นออกมาตรง ๆ ไม่มีปิดบัง เกิดอะไรขึ้นกับเสน่ห์ของเขา หรือเป็นเพราะว่าเขาปิดปุ่มมันอยู่ “...เธอรู้ไหม เธอในตอนนี้กับครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน ค่อนข้างต่างกันนิดหน่อย ฉันรู้สึกอย่างนั้น”

เธอยื่นหน้ามาเพื่อดูสำรวจใบหน้าของเขาเช่นกัน “นายก็เปลี่ยนไปเหมือนกันนะคะ คุณหมาป่า”

“ตรงไหน”

“ความสนใจของนายไง”

เขารู้ว่าเธอหมายถึงอะไร “เขาเป็นเพื่อนสนิท ฉันแค่อยากทราบสาเหตุที่เขาเปลี่ยนก็แค่นั้น”

หากไม่นับใบหน้ากับดวงตา รอยยิ้มของเธอถือได้ว่าเป็นอาวุธอย่างหนึ่งที่สะกดผู้ชายได้อยู่หมัด เธอยิ้มเป็นนัยว่า “ก็แล้วแต่”

“เธอคิดว่าฉันเป็นพวกหมาป่าแบบที่เพื่อนเธอบอกเหรอ”

“ไม่ต้องให้ใครบอกทุกคนก็เห็นได้จากแววตาคู่นี้”

“ฉันไม่เคยปิดบังนะ” เขาจ้องเด็กสาว ถึงแม้เขาได้รับคำตอบเรื่องของอเล็กซ์แล้ว แต่เบนยังไม่แน่ใจว่าเขาอยากเริ่มรุกเธอตอนนี้หรือไม่ เด็กคนนี้มีพลังบางอย่างในตัว มีรอยยิ้มที่แสนดึงดูดและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน บางครั้งเขานึกอยากจูบใบหน้านั้น แต่บางครั้ง เขาแค่อยากลูบศีรษะเธอเบา ๆ แต่กระนั้น ฉันคือเบนจามิน โรซิเย่ใช่หรือเปล่า

“เธอไม่ต้องกลัวหรอก ถึงใครจะบอกว่าฉันเป็นหมาป่า แต่ก็เป็นหมาป่าที่มีคลาส ไม่ใช่เจ้าชู้มั่วไปทั่ว ฉันสนใจเธอ นั่นคือความจริง แต่เราก็แค่คุยกันเฉย ๆ ได้”

เธอทำท่าคิดตาม “หืม แต่สิ่งที่ฉันได้ยินมาไม่ใช่แบบนี้แฮะ เอาเถอะ พวกเราเป็นเพื่อนกันได้ จริง ๆ นะ ไม่ใช่แบบที่นายคิด หมายถึงเพื่อนจริง ๆ ไม่ใช่แบบเวดกับซาร่าห์”

“นี่คือปฏิเสธแล้วใช่ไหม”

เธอไม่ตอบ แต่ยิ้มแทน

เบนอมยิ้ม “หรือเป็นเพราะว่าเธอชอบเพื่อนของฉันมากกว่า”

รอยยิ้มของเด็กสาวหายวับ “ไม่ใช่” เธอปฏิเสธทันที “ฉันชอบเขาน่ะ แต่ไม่ใช่แบบนั้น พวกเราเพิ่งรู้จักกันเอง”

อันที่จริง เธออาจไม่รู้สึก หรือพวกเขาอาจจะยังไม่รู้สึก แต่เขาสัมผัสได้ สัญญาณประกายไฟบางอย่างที่อาจจะกลายเป็นเรื่องน้ำเน่าในวันข้างหน้า ถ้ามันกลายเป็นแบบนั้นจริง ๆ เขายิ่งต้องทำให้เธอมานอนกับเขาให้ได้ เพราะมันคือบททดสอบสำหรับผู้หญิงทุกคนที่จะเข้ามาในชีวิตของอเล็กซ์ เพื่อนายนะ

ทางข้างหน้าเป็นทางตัน เบนเพิ่งรู้ว่าห้องของอเล็กซิสอยู่ริมสุดทางเดิน เธอคงรู้แต่แรกแล้วว่าเขาโกหกเพื่อจะหาเรื่องคุยด้วย

“ฉันดีใจนะที่ได้เจอเพื่อนใหม่ ยินดีที่ได้รู้จัก แล้วเจอกันที่ห้องอาหาร”

“แน่นอน”

เขายืนมองจนเธอเข้าห้องไป เบนจมอยู่กับความรู้สึกประหลาด มันอึน ๆ เหมือนมีหมอกรายล้อมรอบตัว

บรรยากาศที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งก่อนไม่มีผลกับบรรยากาศ ณ เวลานี้ มันเป็นความรู้สึกหลายอย่างที่ผสมปนเปอยู่ข้างใน เขาไม่ใช่แค่คนที่ทดสอบแต่เขาก็ถูกทดสอบเหมือนกัน แม้บททดสอบนั้นจะต่างวัตถุประสงค์

เบนจามิน โรสิเย่ไม่เคยใช้ความคิดมากมายขนาดนี้เพียงเพื่อจะทำให้ผู้หญิงตกหลุมรักตัวเอง หรือวิเคราะห์ผู้หญิง แต่ในเวลานี้กลับมีคำถามมากมายผุดขึ้นมาหลังจากได้คุยกับเธอ คล้ายกับว่าทัศนคติของเขาถูกครอบงำ ทั้งบทสนทนา อารมณ์ เขาเริ่มหมกมุ่นอยู่กับสถานที่ คน และเพื่อนตัวเอง ประหนึ่งเธอแอบปลูกความคิดบางอย่างในหัวของเขาด้วย

“ได้อะไรใหม่หรือเปล่าล่ะ”

อเล็กซ์ยืนกอดอก ยักคิ้วกวน

“นายตามฉันมาเหรอ”

“อ้าว ไม่เห็นว่าฉันยืนอยู่เหรอไง”

เบนกอดอกบ้าง คิ้วทั้งสองยังคงขมวดเป็นปมแน่น “นายแค่คุยปรัชญากับเด็กคนนี้จริง ๆ เหรอ”

อเล็กซ์พยักหน้า “ก็อยากจะบอกหรอกนะ แต่ขี้เกียจอธิบายให้นายเข้าใจ เพราะว่านายชอบคิดเรื่องสกปรก”

“แต่เวลาที่คนสองคนคุยเรื่องแนวนี้ได้ แปลว่าพวกเขาเข้าใจกันมากไม่ใช่เหรอ อ้า ช่างเถอะ ฉันไม่จี้ถามนายละ” เขายกมือห้าม “ฉันไม่สนแล้วว่านายกับเธอเป็นอะไรกัน แต่นายต้องรู้ไว้ ฉันอยากได้เด็กคนนี้ ฉันเห็นเธอก่อน และไม่สนด้วยว่าเธอจะชอบนายหรือเปล่า หรือตอนนี้เธอชอบนายอยู่หรือไม่ แต่ถ้าเธอตกหลุมรักฉันเมื่อไร อย่าโทษฉันก็แล้วกัน มันไม่เหมือนกับกรณีของซาร่าห์”

ถึงเขาจะพูดไปแบบนั้น แต่กลับไม่แน่ใจว่าคำพูดที่บอกกับอเล็กซ์นั้นยังฟังดูเหมือนเบนจามิน โรซิเย่คนเดิมหรือไม่


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

255 ความคิดเห็น

  1. #157 P.NUT☆彡 (@PLOY_6843) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 20:12
    เบน คือเป็นโรคคคค ตามรังควานชีวิตอเล็กซ์ จีบผู้หญิงทุกคนที่อเล็กซ์คุย แล้วมาอ้างว่าทำเพื่อเพื่อน ถ้าเบนไม่ได้เกลียดอเล็กซ์มากก็ต้องชอบมากแล้วแหละ ดูออก
    #157
    1
    • #157-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 18)
      6 ธันวาคม 2561 / 21:00
      รักมาก ก็สแกนผู้หญิงให้เพื่อนซะ เบนไม่ได้กล่าวไว้ 555
      #157-1
  2. #43 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:46
    โถเบน เริ่มไม่แน่ใจดิ จะตกหลุมตัวเองหรือป่าว
    #43
    1
    • #43-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 18)
      5 มกราคม 2561 / 22:55
      เชียร์อเล็กซิสให้เบนป่าว หรือคนอื่น?
      #43-1
  3. #30 Octory (@Octory) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 09:42
    สรุปแล้ว มันจะเป็นแบบไหนกันนะ
    เบน+อเล็กซิส อเล็กเป็นมือที่สาม หรือ
    อเล็กซิส+อเล็ก เบนเป็นมือที่สาม

    แต่สิ่งที่คนอ่านคิด 
    เบน+อเล็ก อเล็กซิสเป็นมือที่สาม
    #30
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #29 10279297_ (@shetangz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 01:51
    แล้วยังจะไม่ให้จิ้นเบนอเล็กซ์ได้ไงคะ หวงเพื่อนขนาดนี้ เพื่อนจะต้องได้คนที่ดีที่สุด ไปคู่กันไปให้จบๆ เลยค่ะ /หยิบไม้พาย
    ปล.ไมเคิลนี่ค่าตัวแพงนะคะไรท์ ได้โปรดตอบเราว่านางจะมีบทในอนาคต ;___;
    #29
    1
    • #29-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 18)
      4 ธันวาคม 2560 / 09:44
      รอกดปุ่มนิวเคลียร์

      ปล. ขำค่าตัวแพง ได้เห็นไมเคิลออกมาเยอะแน่ๆ อย่าเพิ่งน้อยใจ
      เพราะอาร์ย่าเลยนะ ถึงแอบบอก
      #29-1
  5. #28 oDeeo (@lnudeel) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 21:26
    เอ๊ะ! ชักยังไงๆแล้วนะเบน...
    #28
    1
    • #28-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 18)
      3 ธันวาคม 2560 / 09:50
      มีเพื่อนคนเดียวก็ต้องหวงเป็นธรรมดา //กรีดนิ้ว จิบน้ำชา
      #28-1