{ShortFic B.A.P} - Dear Young Jae ♡ -

ตอนที่ 10 : [SF] D e a r ♡ - Secret Love : I Love (DaeJae)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.ค. 58

Jung Dae Hyun X Yoo Young Jae

Secret Love: I Love

 

 

 

 

 

          พวกเราเก็บมันเป็นความลับมาตั้งแต่ยังไม่เดบิวท์

 

          อะไรน่ะเหรอ?

 

          ความรักของพวกเราไงล่ะ

 

          ผมออดิชั่นเข้ามาในบริษัทในฐานะที่จะมายืนอยู่ในตำแหน่งเมนโวคอลของโปรเจ็คบีเอพีของค่ายกำลังจะปั้นขึ้น ยูยองแจก็เช่นกัน ยูยองแจอายุน้อยกว่าผมแต่ประสบการณ์การเป็นเด็กฝึกเยอะกว่าผมมาก

 

          ยองแจเคยเป็นเด็กเทรนด์ของเจวายพีแต่ออกมาเพราะเหตุผลที่ทุกคนคิดว่ามันตลกสิ้นดีคงมีแต่จองแดฮยอนคนนี้ที่รู้ดีทุกอย่าง รู้ว่าเพื่อนสนิทที่สุดตอนอยู่ที่นั่นเผลอคิดไม่ซื่อกับตัวยองแจเข้า ยองแจเลยใช้เหตุผลประหลาดๆ ในการออกมา

 

          ในวันแรกที่ผมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มคนพวกนี้มีเพียงยองแจคนเดียวที่เข้ากับผมได้ดีที่สุด

 

          ผมขอเรียกมันว่าความผูกพันที่ผูกผมกับยองแจเข้าด้วยกัน แม้จะไม่ต้องพูดเราสองคนก็รู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินกว่าคำว่าเพื่อนไปตั้งนานแล้ว

 

          ผมตกหลุมรักยองแจทุกวัน รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตากลายเป็นเส้นโค้ง โหนกแก้มที่ยกขึ้นเป็นก้อนๆ ดวงตาสดใสที่จ้องมองมา ดวงหน้าและเสียงอันอ่อนละมุน แดฮยอนรักทุกอย่างของยองแจ

 

          แต่มันต้องเป็นความลับ

 

          ไม่มีใครรู้แม้แต่เพื่อนในวง ตอนนี้เราเดบิวท์เป็นวงบีเอพีที่เป็นที่รู้จัก ทุกคนรู้ว่าเรามีตัวตน รู้ว่าเรามีความสามารถแต่ไม่มีใครรู้ว่าสมาชิกในวงสองคนที่บอกคนอื่นว่าเป็นแค่เพื่อนกันนั้นคบกันมาตั้งนานแล้ว

 

          ช่วงที่เดบิวท์ใหม่ๆ เพราะยองแจขี้งอนและชอบโวยวาย ผมเลยชอบแกล้งยองแจ ยองแจน่ารักเวลาทำหน้ามุ่ยจนแก้มพองๆ บวมเป่ง ทำปากยู่เพื่อบอกว่าไม่พอใจแต่ไม่มีใครสนใจ

 

          ในตอนนั้นยองแจเป็นลูกหมูอ้วนกลมที่ไม่มีใครเห็นความน่ารักที่โผล่พ้นออกมาเลย ผมชอบที่เขาเป็นแบบนั้น ไม่มีใครสนใจยองแจที่ผมรักและผมพอใจ

 

          ช่วงแรกๆ ยองแจได้รับคำต่อว่าเยอะมากแม้แต่จากค่ายเองเรื่องภาพลักษณ์และกลายเป็นผมเองที่ไม่สนใจเขาทั้งที่ควร ละเลยเพราะรู้ว่ายังไงยองแจก็ต้องอยู่กับผมไปตลอด ยองแจร้องไห้ ผมรู้แต่ผมก็ทำเพียงส่งสายตาปลอบโยนเขาทั้งๆ ที่ริมฝีปากเอ่ยต่อว่าเขาต่างๆ นาๆ เรื่องรูปร่างที่แฟนๆ ต่างก็ไม่ชอบ

 

          ผมรู้ตัวว่าผมไม่ควรทำแบบนั้น

 

          ผมไม่รู้เหตุผลว่าทำไม อาจเป็นเพราะผมแต่ยองแจดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่มากขึ้นแบบธรรมดา ยองแจหักโหมในการลดน้ำหนักและทำตัวเองให้เป็นที่สนใจ

 

          เป็นเวลาไม่ถึงปียองแจของผมก็เปลี่ยนไป

 

          ยองแจผอมลงทำให้ยองแจดูบอบบางและตัวเล็กขึ้นมากกว่าคนอื่นในวง ยองแจเปลี่ยนทรงผม ทำผมให้ยาวขึ้น ตัดหน้าม้าระใบหน้าทำให้ใบหน้าดูเด็กลงจนดูเหมือนว่าตัวยองแจเองที่เป็นมักเน่ของวงไม่ใช่จุนฮง ความเปลี่ยนแปลงนั้นรวมไปถึงความเย็นชาที่เพิ่มพูนขึ้น

 

          ในรายการยองแจหัวเราะและตลกแต่พอออกมานอกกล้องยองแจกลายเป็นคนหยิ่งยโส ไร้รอยยิ้มและเย็นชา ผมไม่ชอบเลยที่ยองแจเป็นแบบนั้น

 

          ยองแจสนใจผมน้อยลงและทุกคนหันมาสนใจยองแจกันมากขึ้น

 

          ยองแจเป็นเหมือนเพชรล้ำค่าที่ห่อด้วยกระดาษเลอะๆ สกปรก เมื่อถอดห่อกระดาษออกและเจียระไนเพชรน้ำงามให้สะอาด ยองแจก็เป็นที่ต้องตาต้องใจของใครหลายๆ คน

 

          ไม่เว้นแม้แต่รุ่นน้องในวงอย่างชเวจุนฮง

 

          ผมสังเกตจุนฮงมาตั้งนานแล้ว จุนฮงที่ชอบมาป้วนเปี้ยนแถวยองแจแต่กลับเขินอายเมื่อยองแจมองด้วยสายตาเฉี่ยวคมนั้น ตอนนี้ยองแจเปลี่ยนไป จุนฮงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จุนฮงที่เป็นมักเน่ที่ทุกคนเอ็นดูเปลี่ยนไป ตัวใหญ่ขึ้น สูงขึ้น ไม่ขี้อายอีกต่อไปแล้วที่จะเข้าหาพี่ยองแจของเขา

 

          ยองแจเป็นยองแจของทุกคน

 

          ไม่ใช่ยองแจของจองแดฮยอนเพียงคนเดียวอีกต่อไป

 

          แต่ถึงยังไงผมก็ยังรักยองแจ

 

          เพื่อนที่ไม่ใช่เพื่อนของผม ถึงยองแจจะสนใจผมน้อยลงแต่สายตาของยองแจไม่เคยละไปจากผมเลย ที่ผมรู้ก็เพราะผมไม่เคยละสายตาไม่จากยองแจเหมือนกัน

 

          “ยองแจ”

 

          “หืม มีอะไรเหรอแดฮยอน”

 

          “ดูนี่สิ” ผมนั่งลงบนเตียงชั้นล่างในหอที่ผมเป็นเจ้าของแต่กลับมีร่างเล็กๆ ของใครบางคนนอนคว่ำหน้าอยู่บนนั้น ตอนผมเรียกยองแจหันมามองโดยแนบแก้มเข้าที่หมอนนุ่มจนหน้ายับยู่ยี่ ชอบทำตัวน่ารักเรี่ยราดแบบนี้อยู่เรื่อย ผมยื่นกล่องสีกรมไปให้ยองแจแต่เจ้าตัวกลับยื่นกลับมาให้ผมแทนซะงั้น

 

          “เปิดให้หน่อย” ยองแจส่งเสียงงุ้งงิ้งอย่างออดอ้อนที่ถ้ามีคนอื่นอยู่เขาก็คงไม่ทำ ผมเขี่ยหน้าม้ายองแจแบบที่ชอบทำก่อนจะเปิดกล่องแล้วยื่นไปให้ยองแจอีกรอบ

 

          “แดฮยอน!” ยองแจทำตาโตเรียกผมเสียงดังก่อนจะลุกขึ้นมานั่งตรงหน้าผมด้วยความรวดเร็ว คว้ากล่องไปถือไว้เสียเอง ยองแจขยับเข้ามาใกล้ผมจนเข่าคนตัวเล็กเกยอยู่บนขา ลำตัวท่อนบนเอียงมาซบผมเล็กน้อย “นาฬิกา ขอบคุณนะ” ยองแจเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสายตาขอบคุณ

 

          ยองแจอยากได้นาฬิกาเรือนนี้มาสักพักแล้วและราคามันก็แพงเอาเรื่องอยู่ ผมเคยแกล้งบอกว่านาฬิกาที่ห้องมีเป็นร้อยเรือนแล้วจนเขางอนไปหลายวันจนลืมเรื่องนาฬิกานี้ไปเอง มือขาวหยิบนาฬิกาสีขาวมาใส่ด้วยความตื่นเต้นก่อนจะหมุนข้อมือไปมาให้ผมดู ผมยิ้ม ยิ้มแบบที่ยิ้มเป็นประจำเวลามองเขา

 

          ยองแจที่ชอบบอกว่าผมก็อายุเท่าๆ กับผม เป็นเพื่อนกับผมแต่ชอบทำตัวเหมือนเด็กน้อยให้ผมเอ็นดูอยู่เรื่อย รอยยิ้มแบบที่ผมมอบให้เขาเป็นประจำ รอยยิ้มที่ผมมอบให้เขาแค่คนเดียว

 

          “ยองแจ” ผมเรียกยองแจอีกครั้ง หัวเล็กๆ เงยขึ้นมามองผมด้วยแววตาสงสัย ผมยกแขนข้างหนึ่งให้เขาดู ยองแจทำตาโตมากกว่าเดิมก่อนจะถลาเข้ามากอดผมเสียเต็มรักจนผมแทบจะตกเตียงลงไปนอนแผ่ข้างล่าง

 

          “รักนายที่สุดเลย ขอบคุณนะ”

 

          นี่เป็นการแสดงความรักของเราอีกอย่างหนึ่ง

 

          ใช้ของคู่กัน

 

          คนอื่นอาจจะไม่สังเกตเพราะมันอาจเป็นแฟชั่นประเดี๋ยวประด๋าวที่นักร้องฮิตใส่กันในช่วงนั้นแต่สำหรับผมกับยองแจมันไม่ใช่ เรามักจะซื้อของให้กันเป็นคู่ กำไล แหวน ต่างหู อาจจะคนล่ะสีไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตแต่เมื่อเราใส่เราจะรู้ได้ทันทีว่าเราต่างก็เป็นคนมีเจ้าของ

 

          หลายครั้งที่ผมมองไปที่ข้อมือเขาหรือนิ้วของเขาที่มีสร้อยข้อมือหรือแหวนที่ผมซื้อให้อยู่และเผลอมองมันด้วยสายตาอ่อนหวานโดยไม่รู้ตัว

 

          และผมรู้โดยไม่ต้องถาม

 

          ยองแจรักที่จะใส่มัน

 

          มีหลายครั้งที่แฟนคลับหรือแม้แต่คนในวงถาม

 

          จองแดฮยอนกับยูยองแจเป็นอะไรกันกันแน่

 

          อย่างที่ยองแจบอก ผมเป็นเพื่อนร่วมงานของเขา เป็นพี่ชาย เป็นคนๆ หนึ่ง

 

          ยองแจนายเป็นทุกอย่างของฉันนะ

 

          นั่นเป็นสารที่ผมใช้บอกยองแจเมื่อผมบอกว่าเขาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของผม เป็นมิตรภาพ เป็นความรัก เป็นน้องชายที่ดี เป็นเพื่อน

 

          และผมรู้ว่าสิ่งที่ยองแจบอกตอบกลับผมมาคือสิ่งเดียวกัน

 

          นายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉันนะแดฮยอน

 

          ผมรู้และผมตกหลุมรักเขาอีกครั้ง

 

          สมาชิกในวงบอกว่าผมเป็นคนที่ชอบทุ่มเทให้กับความรักแม้แต่ยองแจเองบางทีเขาก็ยังมองว่ามันเกินเหตุ

 

          “ยองแจกินข้าวรึยัง”

 

          “กินแล้ว”

 

          “กินน้ำตามเยอะๆ ใช่ไหม” ยองแจชูนิ้วสองนิ้วแล้วพูดว่าสองขวดก่อนจะก้มหน้าไปเล่นโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ

 

          “เล่นโทรศัพท์เยอะเดี๋ยวก็ปวดตาหรอก”

 

          “โธ่ แดฮยอนอา ไม่เป็นไรหรอกหน่า” ยองแจเงยหน้าขึ้นมาทำหน้างอแงใส่จนผมหมั่นเขี้ยว ผมมองไปรอบๆ ห้องที่ไม่มีใครสนใจเราสองคนก่อนจะขยี้หัวยองแจเบาๆ แบบที่ชอบทำ ยองแจบู้ปากใส่ผมก่อนจะลุกไปหามักเน่ที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

 

          ผมลืมเด็กคนนี้ไปได้ยังไงนะ

 

          และผมพลาดอย่างมหาศาลที่ปล่อยให้เขาสองคนอยู่ด้วยกัน

 

          “ยองแจฮยองชอบโปะโปะผมครับ ผมไม่รู้ว่าฮยองทำไปทำไม”

 

          “ฉันก็แค่เห็นว่านายน่ารักดีนี่” นั่นเป็นคำตอบของยองแจ คำตอบที่ผมหวังให้มันเป็นอย่างอื่นมากกว่า หน้าผมเริ่มนิ่งลง ปฏิกิริยาผมมีเสมอเวลามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับยองแจและประโยคต่อมาที่ออกมาจากปากชมพูนั่นทำให้ผมอมยิ้มขึ้นมาอย่างลืมตัว “แต่ฉันจะเลิกทำแบบนั้นกับนายแล้วล่ะ”

 

          “ฮยองทำมันได้นะ ผมไม่ว่าหรอก” ยองแจโวยวายแบบคนขี้เขิน ผมหัวเราะออกมาเพราะอยู่หน้ากล้องแต่ภาพในหัวคือภาพที่ผมกำลังเดินลงส้นไปคุยกับชเวจุนฮงให้รู้เรื่องเพราะมีหลายครั้งที่ผมเห็นว่าเมื่อยองแจนั่งคนเดียวจุนฮงจะเข้าไปนั่งคลอเคลียออดอ้อน ยองแจชอบลูกหมาน่ารักๆ และมักหลงกลมักเน่เจ้าเล่ห์เสมอๆ

 

          แต่ประโยคที่บอกคนอื่นกลับทำให้ยองแจเสียหาย เสียหายแบบที่ว่าคนที่ได้ยินก็จะคิดกันไปเองว่ายองแจจริงๆ แล้วเป็นของจุนฮง

 

          มันไม่ใช่เลยต่างหากถ้าเจ้าของรอยจูบยังคงเป็นผมอยู่

 

          ทั้งๆ ที่ผมรู้แบบนั้นผมก็ยังคงน้อยใจยองแจจนเจ้าตัวทนไม่ไหว

 

          “แดฮยอน งอนฉันเหรอ?” ผมเงียบหันหน้าเข้าหาผนังและกอดตุ๊กตาตัวเก่าๆ กลิ่นยองแจที่ผมชอบกอดแทนตัวเขา

 

          “ฉันไม่ได้ตั้งใจ แดฮยอนนา ยองแจขอโทษนะนะนะนะ ยองแจจะไม่เข้าใกล้จุนฮงสามวันเลยเอ้า” ผมรีบหันไปหายองแจ แน่นอนครับว่าผมหายโกรธตั้งแต่ที่ยองแจแทนตัวเองว่ายองแจแล้ว มันน่ารักมากๆ

 

          และเป็นอีกครั้งที่ผมตกหลุมรักเขา

 

          ยองแจทำตามคำพูด ไม่เข้าใกล้ ทำตัวห่างเหินกับจุนฮงจนเจ้ามักเน่หงุดหงิดที่ฮยองที่ตัวเองชอบไม่เข้าใกล้ ผมยิ้มอย่างสะใจที่ยองแจมักกันท่าจุนฮงด้วยตัวผมเอง

 

          ผมมักไม่ได้เข้าใกล้ยองแจเท่าที่ควรเมื่ออยู่ในเกาหลี ผมไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไปเวลาที่อยู่ข้างๆ เขา บางทีผมกับเขาก็เผลอทำอะไรแบบคนรักกัน ผมบอกคุณไปแล้ว ผมยิ้มและเผลอมองเขาด้วยสายตาแบบผู้ชายที่หลงรักคู่รักของเขาอยู่ตลอดเวลา เผลอนั่งเบียดเข้าหาเขาให้ร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งชิดกัน เผลอจับข้อมือเขาเวลาเดินข้างๆ กัน ผมกับเขาเลยต้องเว้นระยะห่างตามคำสั่งที่ได้รับมา

 

          พวกนายใกล้เกินไปแล้ว ทำที่นี่ไม่ได้

 

          ยองแจที่หวงแหนความฝันมากกว่าผมเป็นคนเว้นระยะออกไปเองแต่ยองแจที่แสนน่ารักก็ทำตามใจผมเมื่อเราออกนอกประเทศ นั้นเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ที่ผมรู้เพราะนอกจากเราจะได้เที่ยวสถานที่ใหม่ๆ ได้เจอแฟนคลับต่างชาติที่รอคอยเรา ผมกับยองแจยังได้นอนแยกออกมาห้องเดียวกัน มีครั้งหนึ่งที่จุนฮงเรียกร้องอยากเปลี่ยนห้องเพราะงอแงอยากนอนกับยองแจแต่ผมกันท่าออกมาให้เขามานอนกับผมแทนส่วนยองแจก็ไปนอนกับพี่ฮิมชาน จุนฮงเอาแต่บ่นงึมงำว่าเสียดายๆ และหลับเป็นตายในห้อง ผมจำได้แค่ว่ามองน้องด้วยสายตาเหมือนอยากจะฆ่า ครับ ผมขอสารภาพไว้ตรงนี้เลยว่าผมเผลอถีบมันไปสามรอบด้วยความหมั่นไส้ การเปลี่ยนห้องครั้งนั้นทำให้ผมรู้สึกเบื่อหน่าย ทุกครั้งผมจะคลุกอยู่กับยองแจ ทำอะไรก็ตามที่อยากทำมานาน หอมแก้มเขาเท่าที่อยากหอม จูบเขาเท่าที่อยากจูบและผมชอบที่จะเลื่อนเตียงนอนเราสองคนมาชิดติดกัน ยองแจเคยโวยวายกับผมเรื่องที่ผมชอบถอดเสื้อนอนแต่นั้นก็เพราะผมอยู่กับแฟนผมไม่ใช่รึไง ถอดเสื้อนอนแล้วมันแปลกด้วยเหรอ เผลอๆ อาจถอดมันทั้งหมดด้วยซ้ำ

 

          อ่าผมคิดอะไรกันนะ คิดขณะที่ยองแจกำลังนอนตีพุงเปล่าๆ ของผมอยู่เนี่ยเหรอ

 

          เราเพิ่งจบคอนเสิร์ตกันไป ยองแจสดใสตั้งแต่มาที่ยุโรป เขาชอบที่นี่ ชอบที่จะถ่ายรูปสถานที่สวยๆ ด้วยกล้องที่ผมเป็นคนซื้อให้ ยองแจบอกคนอื่นว่าเขาซื้อกล้องนั้นมาเองและห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด ยองแจหวงของในระดับน้อยมากแต่ที่เขาต้องห้ามคนอื่นแตะต้องกล้องเพราะในนั้นมีความลับของพวกเราอยู่เต็ม มีสามอย่างที่ยองแจห้ามคนอื่นแตะต้องโดยพละการ

 

          กล้องถ่ายรูปตัวโปรด คอมพิวเตอร์และมือถือ ผมขอไม่นับรวมพวกเครื่องประดับที่ผมเป็นคนซื้อให้เพราะยองแจเก็บอย่างดีไม่มีทางที่คนอื่นจะเอาออกมาได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

          ส่วนผมสิ่งที่ผมห้ามคนอื่นแตะต้องก็คงมีแต่ยองแจอย่างเดียว

 

          ยองแจเล่านู่นนี่ในขณะที่เชื่อมต่อกล้องเข้ากับคอมพิวเตอร์ วางคางไว้บนหมอน บนหัวมีผ้าผืนเล็กๆ เพราะเจ้าตัวเพิ่งสระผมและมือเล็กนุ่มนิ่มที่วางอยู่บนพุงผม

 

          เจ้าตัวจะรู้ไหมนะว่าท่าทางเป็นธรรมชาติทำให้ผมอยากจะทำมิดีมิร้ายกับเขาให้สาสมใจนัก ผมคิดอย่างหมั่นเขี้ยวในขณะที่เสียเวลามองเขาอยู่แบบนั้นและละสายตาไปมองหน้าจอบ้างเมื่อยองแจเจอรูปที่ถูกใจ

 

          ผมยิ้มยิ้มและยิ้มและผมก็ตกหลุมรักยองแจอีกครั้ง

 

          เราอยู่กันที่ปารีสและได้โอกาสพักผ่อนสองวัน ไม่สิ หนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวันหลังคอนเสิร์ต ผมไม่อยากอธิบายอะไรให้มากความว่าทำอะไรกับยองแจไปบ้าง ในตอนนั้นผมและเขาต่างก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำจนเมื่อได้มาดูรายการเรียลลิตี้ที่ทางต้นสังกัดให้เราทำเพื่อเราจะได้ใกล้ชิดแฟนคลับมากขึ้น จงออบมาเคาะประตูเรียกเราสองคนอยู่พักใหญ่ๆ และในตอนนั้นที่จงออบได้ตั้งคำถามต่อหน้าคนอื่นๆ บนรถขณะเดินทางไปสนามบิน

 

          “พี่แดฮยอน ทำไมเมื่อคืนก่อนพี่ไม่มาเปิดประตูให้ผมอ่ะ?”

 

          “ห้ะ คืนไหน?” ผมส่งเสียงตอบรับจากข้างหลัง จงออบนั่งตรงกลางและยองแจนั่งกับพี่ยงกุกข้างหน้า

 

          “คืนหลังคอนที่เราได้พักอ่ะ ผมไปเคาะห้องพี่เหมือนอันนาเลยแต่พี่ไม่ยอมเปิด”

 

          “เอ่อ พี่คงหลับลึกมั้ง”

 

          “อย่างนายเหรอจะหลับลึก” พี่ฮิมชานพูดขึ้นมาบ้าง “ถ้าเป็นยองแจก็ว่าไปอย่าง”

 

          “นั้นเป็นเหตุผลที่ผมไม่เรียกพี่ยองแจตอนไปเคาะห้อง”

 

          “เราหลับกันนะสนิทเลย ไม่ได้ยินใครมาเคาะห้องด้วยซ้ำ” ยองแจงึมงำตอบ ผมว่าเขาต้องแอบแก้มแดงอยู่แน่ๆ ผมเผลอยิ้มจนจุนฮงที่นั่งข้างๆ มองด้วยความแปลกใจ

 

          “ยิ้มอะไรของฮยอง น่ากลัวชะมัด” ผมตบหัวมักเน่ยักษ์ไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้และตอนนั้นเองที่คนอื่นต่างขุดคุ้ยประเด็นของเราสองคนขึ้นมา

 

          “มันไม่ใช่ครั้งเดียวนะเว้ยแดฮยอน ยองแจหลายครั้งแล้วที่พวกเราไปเรียกพวกแกที่ห้องแล้วแกก็ปิดเงียบกริบ พอขอเข้าห้องบ้างก็บ่ายเบี่ยง”

 

          “ห้องมันรกจะตายผมจะให้พี่เขามาทำไม”

 

          “ห้องพวกฉันไม่รกเลยสิแกยังมานั่งเล่นเลย” ผมเงียบ ไม่อยากเถียงให้เข้าตัวแต่พวกเขาก็ไม่เลิกขุดคุ้ยประเด็นขึ้นมา

 

          อันที่จริงผมอยากขอบคุณเขานะ

 

          เพราะผมอยากเปิดตัวใจจะขาดว่าผมกับยองแจเป็นอะไรกัน

 

          ขอเถอะ ถามเยอะกว่านี้มากกว่านี้จนยองแจหลุดออกมาเอง

 

          “เรื่องนาฬิกาด้วย ผมเห็นนะ”

 

          “เห็นอะไรของนาย”

 

          “พวกพี่ใส่นาฬิกาเหมือนกัน” ผมทำหน้าเหลอหลาแกล้งทำเป็นไปรู้เรื่องทั้งที่ในใจอยากกู่ร้องใจจะขาด ในที่สุดพวกนายก็สังเกตเห็นเหรอ ขอบใจนะแต่พวกเราใช้ของเหมือนกันมาเกือบสามปีแล้วและไม่ใช่แค่นาฬิกาด้วย

 

          “นาฬิกาเหรอจุนฮง แค่นั้นที่ไหน สร้อยข้อมือ แหวนตุ๊กตาปัญญาอ่อน พวกนายบังเอิญมีแบบเดียวกันงั้นสิ” อ่า งั้นก็แปลว่าพวกเราโดนจับตามองมานานแล้วสินะ ดีจัง

 

          “แล้วพวกเราบังเอิญมีเหมือนกันไม่ได้เหรอ” ยองแจถามขึ้นมาจากข้างหน้าผลคือโดนพี่ฮิมชานผลักหัวจากเบาะถัดมา ผมแกล้งเตะเบาะพี่ฮิมชานเบาๆ แต่นอกจากพี่ฮิมชานจะไม่สะทกสะท้านแล้วเขายังหันมายักคิ้วหลิ่วตาให้ผมอีกต่างหาก

 

          “บังเอิญน่ะได้แต่มันเยอะเกินไป พวกนายชอบใช้ของร่วมกันด้วยเราสังเกตหลายครั้งแล้ว”

 

          “เวลาไปต่างประเทศพวกนายสองคนมักเป็นคนที่กระเป๋าเล็กที่สุด” พี่ยงกุกพูดขึ้นมาบ้าง ผมอยากซื้อทิกเกอร์ไปเซ่นพี่แกจริงๆ เนื่องจากผมกับยองแจไซส์ใกล้เคียงกันเราเลยมักแชร์เสื้อผ้ากันใส่ แม้แต่รองเท้าก็ด้วยหลายครั้งที่พวกเราไม่ต้องจัดเสื้อผ้าไปเยอะแยะ แค่ไปสลับกันใส่ก็ไม่เป็นไร มีแค่อันเดอร์แวร์ที่เราแลกกันใส่ไม่ได้ ผมเผลอหัวเราะกับความคิดตัวเอง ของยองแจก็น่ารักเหมือนตัวเขานั้นแหละครับ

 

          “มันประหยัดพื้นที่นี่นา อีกอย่างเราสองคนก็นอนห้องเดียวกัน” ผมยังคงแถแบบเนียนๆ เพื่อให้ยองแจสบายใจ

 

          “แล้วก็ชอบปิดห้องเงียบอยู่กันสองคน ดีมาก” ผลปรากฏว่าเรื่องบนรถทำให้ยองแจงอนทุกคนจนไม่คุยด้วย เผลอลงส้นเท้าขณะเดินลงบันไดตอนถึงสนามบินอินชอนและเผลอลงจังหวะผิดจนปวดข้อเท้า

 

          ยองแจที่แสนดื้อดึงของทุกๆ คนไม่บอกใครด้วยซ้ำว่าตัวเองเจ็บปวดเวลาซ้อมแต่ผมสังเกตเห็น ยองแจเผลอกัดปากแน่นกว่าปกติและจังหวะการเต้นก็แปลกๆ ในที่สุดคนอื่นก็รู้ว่าอาการของยองแจเป็นยังไง

 

          เรื่องของเราถูกลืมไป

 

          ตอนนี้ผมไม่สนใจอีกแล้ว

 

          ยองแจนอนอยู่บนตักผม เมื่อวานเรามีคอนเสิร์ตที่บราซิล จริงๆ ทุกคนลงความเห็นกันว่าให้ยองแจพักจนกว่าขาจะหายแต่เด็กดื้อกลับยืนยันว่าจะขึ้นแสดง เราเลยให้หมอฉีดยาแก้ปวดแก้ขัดไปก่อนแต่ผลที่เกิดขึ้นเมื่อยาหมดฤทธิ์คือยองแจขาบวมเป่งและเดินไม่ถนัด เราเลยเลื่อนกำหนดกลับไป ผมพันข้อเท้าให้ยองแจตามที่หมอบอกหลังจากประคบเย็นประคบร้อนเรียบร้อย ยองแจยอมกินยาโดยไม่ปริปากบ่นก่อนจะล้มตัวลงนอนบนตัก ผมเขี่ยหน้าม้าเขาเบาๆ ผมชอบผมนุ่มๆ ของยองแจ

 

          ผมบอกไปรึยังนะ

 

          ผมรักทุกอย่างของยองแจ

 

          “แดฮยอนอยากบอกคนอื่นว่าเราคบกันเหรอ” ยองแจจับมือผมเอาไว้ เสียงยองแจดูจริงจังและคิดมาก ผมเอามืออีกข้างมาลูบหัวเขา

 

          “อยากสิ อยากบอกให้ทุกคนรู้ว่ายองแจคือของฉัน”

 

          “อืม” ยองแจตอบแค่นั้นก่อนจะเงียบไปสักพัก “จริงๆ ฉันอยากเก็บไว้เป็นความลับ มันดีออกนะแดฮยอน” ยองแจเงยหน้ามามองผมที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว “ความรู้สึกดีๆ ที่เรารู้กันแค่สองคน แบบนั้นไม่ดีเหรอ”

 

          ผมยิ้มให้กับความคิดนั้น ผมพยักหน้า ก็ได้ ไม่ต้องบอกคนอื่นก็ได้ในเมื่อทุกวันนี้ผมก็มีความสุขดี ความสุขที่ได้ดูแลเขาในแบบนี้ ไม่ต้องให้ใครรู้

 

          “แต่ถ้าเกิดมีคนอื่นถามมาว่าเราคบกันรึเปล่า ฉันจะตอบว่าใช่”

 

          ผมก้มมองใบหน้าแดงก่ำของยองแจด้วยแววตาประหลาดใจที่ผมรู้ว่ามันเต็มไปด้วยความภูมิใจ

 

          “ฉันรักยองแจนะ”

 

          “ฉันก็รักแดฮยอน”

 

          และเป็นอีกครั้งที่ผมตกหลุมรักยองแจจนสุดหัวใจ

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

(มีเหตุผลที่ลงทีบีซี ชีวิตรักของคู่นี้ไม่มีจุดสิ้นสุดนะ กิกิ)


ตอนต่อ I Know

 

ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นมาจากหลายเรื่องเลย

เราออลแจนะแต่คู่ที่ชอบที่สุดคงจะเป็นคู่นี้

แดแจจะให้ความรู้สึกที่มันเต็มไปด้วยความรักและมิตรภาพ

ฟิคเรื่องนี้เริ่มแรกเกิดจากไอบีลีฟไอแคนฟรายในเรดิโอลีโซระซึ่งมันฟหกด่าสวมาก

ตอนแรกดูแค่นั้นเลยดูแบบเต็มเราตงิดใจกับคำตอบของแดฮยอนตอนที่โดนถามคำถามว่า

ใครคือคนที่ทุ่มเทให้กับความรักมากที่สุด แดฮยอนนางเลือกตัวเองแล้วตอบว่า

ผมว่ามิตรภาพกับความรักเราแยกความสำคัญกับมันอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้และผมจะเลือกมันทั้งสองอย่าง

เดี๋ยวนะดยอน คำถามคืออะไรเหรอ?

พอชายตอบเรื่องมิตรภาพและความรักหน้ายองแจลอยเข้ามาในหัวเราเลยค่ะ

ต่อมาเราชอบสายตาที่แดฮยอนใช้มองยองแจมากๆ มันมีอะไรสักอย่างอยู่ในนั้นซึ่งเราไม่โอเคเลย ไม่โอเคคือมันอยากจะกรี๊ด ถ้าเป็นเพื่อน ก็เป็นเพื่อนตายที่รักกันมาก

ยองแจบอกว่าแดฮยอนถ้ารักจะทุ่มให้หมดใจและให้คนรักได้ทุกอย่าง

ทุกสิ่งทุกอย่างก็โบ้มเข้ามาในหัวทันที ป้อนข้าว ประคอง ห่วงใยและอีกมากมาย

ซึ่งโอเคค่ะเราจะเข้าใจว่าเพื่อนร่วมงานเขาทำกันแบบนี้

และเราชอบรอยยิ้มเวลาที่ดยอนมองยองแจมันเป็นยิ้มที่แบบเอ็นดูบอกไม่ถูก

คือเรียนเชิญหาโอพีวีแดแจมาดูกันค่ะ เราดูไปยิ้มไปตลอด

จริงๆ คู่นี้เขียนฟิคทั้งปีก็ไม่จบค่ะ มันเยอะเลยมาแค่นี้และแบบที่เวลาวนไปวกมา

ขอโทษจริงๆ เอาความฟินเป็นหลักนะ

ทอร์คยาวกว่าฟิคอีก เจอกันตอนหน้าค่ะ ฮี่

ปล. เขียนฟิคเรื่องนี้ไว้นานมากแล้ว แต่เพราะเหตุการณ์หลายอย่าง(ทั้งที่เกิดกะเราและบีเอพี)ทำให้เราตัดสินใจที่จะไม่ลง แต่เพราะมีเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมาทำให้เราต้องลงค่ะ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะ

@SQWEEZ

55 ความคิดเห็น

  1. #52 ืmexy_cuvibo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 02:07
    ชอบออลแจเหมือนกันเลยค่ะ

    ยองแจน่ารัก อยู่กับใครก็น่ารัก ชงกับใครก็ฟิน

    #52
    0
  2. #51 Bubble-1 (@euro2500) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 17:40
    กรี๊ดดดดด อะไรคือของยองแจก็น่ารักเหมือนตัวเขา -////- รอตอนต่อไปนะคะ เราชิปคู่นี้สุดๆๆๆ
    #51
    0
  3. วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 00:31
    เค้าก็ชอบคู่นี้เหมือนกันคะไรท์ดูทีไรก็ฟินได้ตลอด
    #50
    0
  4. #48 Wiww (@aneem) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 15:52
    น่ารักมากเลยค่ะไรท์  เราก็รู้สึกเหมือนไรท์เลยว่าคู่นี้ดู ผูกพันธ์กัน แบบสายตามันบอก คือแบบมันพิเศษ  เป็นอีกขั้นของความรู้สึกอะไรงี้
     เรื่องนี้น่ารักมากๆเลย  อ่านได้เรื่อยๆไม่สิ้นสุด
    อบอุ่นน่าประทับใจ ละมุนด้วย

    ติดตามนะคะ
    #48
    0