Oh! my gost หมอผีแผนปัจจุบัน [2PM]

ตอนที่ 2 : chapter2: ฆ่าตัวตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    21 เม.ย. 61


 

          ร่างบางเดินอวดโฉมออกมาจากคลับพร้อมเพื่อนๆ สองสามคน พร้อมทอดสายตาไปทั่วทั้งบริเวณเผื่อจะเจอใครที่ถูกใจสักคนติดไม่ติดมือกลับไปบ้างแต่ก็ไปสะดุดกับใครคนหนึ่งที่ยืนมองนาฬิกาอยู่ตรงทางเข้า

          “สวัสดีครับ” จุนโฮเดินเข้าไปทัก อีกคนยิ้มรับ “ผมว่าผมเคยเห็นคุณนะครับ”

          “ผมว่าไม่นะครับ” จุนโฮยิ้ม  ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ เขาน่ะความจำดีจะตายไป  ส่วนสูงประมาณ170+ รูปร่างบางๆน้ำหนักไม่น่าเกิน 60  หน้าตาแบบนี้ ผิวขาวแบบนี้

          “จางอูยอง เจ้าของร้านอาหารเกาหลีที่ออกหนังสือ EDT guide บ่อยๆใช่ไหมครับ” จุนโฮทัก

          “คะ ครับ รู้จักผมเหรอครับ” อูยองแอบแปลกใจ

          “มีนามบัตรไหมครับ” อูยองลูกรี้ลูกรนหานามบัตรของตนในกระเป๋าสตางค์ ก่อนยื่นให้กับจุนโฮเพื่อแลกนามบัตรกัน

          “แล้วนี่รอใครอยู่เหรอครับ”

          “เพื่อนน่ะครับ คุณ....อีจุนโฮ” อูยองพยายามอ่านชื่อที่อยู่บนนามบัตร

          “อ่อเหรอครับ ^^ งั้น เอาไว้ผมติดต่อไปนะ ไปล่ะบายยยยยยยยย” จุนโฮรีบบอกลาแล้ววิ่งขึ้นรถของเพื่อนไปทิ้งความงุนงงให้กับอีกคน ยังไม่ทันได้หายสงสัยเพื่อนที่อูยองยืนรอก็เดินออกมาพอดี

         

          “คุณนี่ นายเมาแล้วนะ”  อูยองรีบปรี่เข้าไปประคองเพื่อนที่จะล้มไม่ล้มแหล่ เมื่อชั่วโมงก่อนเพื่อนของเขานิคคุณโทรให้มารับเนื่องจากไม่อยากดื่มอีกแล้ว เพราะวันนี้มีการดื่มเลี้ยงฉลองกับการเลื่อนตำแหน่งของแพทย์รุ่นพี่ที่โรงพยาบาล

          “เอือกกก อูยองอ่า~

          “นี่ๆๆ อย่ามาอ้วกใส่ฉันนะ ป่ะกลับ”

          “คีย์การ์ดห้องฉันอยู่ในรถที่รพ. เอือก” นิคคุณพูดไปจะอ้วกไป อูยองเบี่ยงตัวหลบก่อนลากตัวดีขึ้นรถของตนด้างข้างคนขับแล้วจัดการคาดเข็มขัดนิรภัย ไอ้คุณนะไอ้คุณ เมาง่ายก็ยังจะกินเยอะอีก

          “พรุ่งนี้สายๆค่อยเข้าไปเอาก็ได้ คืนนี้นอนกับฉันก่อน”

          “อือออออออ~~

 

 

 

          “หลบไป!” เสียงตวาดดังก้องทั้งอาคารผู้ป่วยนอกให้คนที่เดินชักช้าหลบไป ร่างสูงวิ่งตรงมายังห้องฉุกเฉิน เห็นคนที่เขารู้จักมากมายยืนกองรวมกันที่หน้าห้องทุกคนมีสีหน้ากังวล โดยเฉพาะแม่ของเขาที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่หน้าห้องโดยมีแม่บ้านคอยปลอบอยู่

          “มันเกิดอะไรขึ้น!” แทคยอนท้วงเสียงดัง

          “อาเองก็ไม่มั่นใจ แต่ตำรวจบอกว่าคาดว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย” อาชางมิน น้องชายของพ่อบอกพลางตบไหล่เขาเบาๆ เมื่อชั่วโมงก่อนเขาได้รับสายจากผู้เป็นแม่ว่าพ่อของเขายิงตัวเองที่ห้องทำงานในบ้าน แต่ยังไม่เสียชีวิต ตอนนี้แพทย์กำลังยื้อชีวิตอยู่

          “ไม่จริง! พ่อผมไม่ใช่คนที่หาทางออกแบบนั้น!” แทคยอนท้วงเสียงดังสายตาเกรี้ยวกราด เขาไม่เชื่อหรอกว่าพ่อของเขาน่ะคิดสั้นแบบนั้น 

          “แทค มานี่” เสียงเรียกจากแม่ของเขาให้ไปนั่งใกล้ๆ

          “แม่ครับ พ่อต้องไม่เป็นอะไรเชื่อผมสิ”

          “ฮึกกก” แม่ของเขาสะอื้นไม่หยุด ทุกคนตรงนั้นต่างเงียบงันสีหน้าเป็นกังวล เ

          เสียงประตูห้องผ่าตัดฉุกเฉินดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของศัลยแพทย์พร้อมพยาบาล ทุกสายตาจับจ้องไปที่เสื้อเปื้อนเลือด

          “เป็นยังไง พ่อผมเป็นยังไงบ้าง!” แทคยอนลุกปรี่เข้าไปหา

          “พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ผมจะให้คนไข้พักฟื้นที่ห้อง ICU ไปก่อนเพราะต้องให้ทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด  หากไม่มีอะไรแล้วก็จะจัดให้พักฟื้นที่ห้องปกติได้ครับ” หมอหนุ่มกล่าวก่อนเดินเลี่ยงออกไป พยาบาลสาวรับช่วงแทน

          “ใครเป็นญาติช่วยตามดิฉันมาด้วยค่ะ จะได้ทำการนัดพบแพทย์เพื่อปรึกษาเรื่องการรักษาค่ะ” แทคยอนสั่งให้แม่บ้านเดินตามพยาบาลไป โดยที่ตนและคนอื่นๆ เดินตามเตียงที่มีพ่อของตนนอนอยู่โดยมีเหล่าบุรุษพยาบาลเข็นออกมาเพื่อนำไปยังห้อง ICU

          เจ้าหน้าที่จัดการห้องเสร็จสรรพ แทคยอนและแม่ยืนมองพ่อของเขาผ่านทางกระจกบานใหญ่ มือหนึ่งของเขาโอบไหล่ของผู้เป็นแม่ให้พ้นจากความสะอื้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่พ่อของตน ผมจะหาความจริงให้ได้

 

 

 

          “นิคคุณตื่นได้แล้วโว๊ย! เที่ยงแล้ว!

          “อือออ~” อูยองทุ่มหมอนใส่เพื่อนตัวดีที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงของเขา นี่เวลาก็ไปเที่ยงกว่าๆแล้ว เจ้าเพื่อนคนนี้มิมีวี่แววว่าจะตื่นมาทำมาหากินแต่อย่างใด

          “ตื่นๆๆ  แกมีเวรบ่ายสองจำไม่ได้รึไง!” อูยองโวยวายพร้อมกับเอาหมอนทุบไปมาที่หัวเพื่อน จนเพื่อนตัวดีต้องตื่นมาห้ามไว้ไม่งั้นหัวเขาต้องบุบแน่ๆ

          “ตื่นแล้วๆๆๆๆ”

          “เออดี รีบไปอาบน้ำเลย ฉันเตรียมข้าวไว้ให้แล้วที่ร้าน ฉันไปทำมาหากินต่อล่ะ เร็วๆ!

          “เออครับ นี่เพื่อนหรือพ่อวะ” นิคคุณบ่นอุบอิบไล่หลังก่อนจะรีบทำตามคำสั่งของเพื่อนอย่างเคร่งครัด

 

          ร่างบางเดินออกมาจากบ้านพักของอูยองซึ่งมีทางเชื่อมเล็กๆ ท่ามกลางสวนพรรณไม้อันร่มรื่น โดยตัวบ้านจะเป็นบ้านสไตล์โบราณของเกาหลี ตัวบ้านขนาดใหญ่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นบ้านขุนนางระดับสูง  อูยองซื้อต่อจากนายหน้าเมื่อหลายปีก่อน ก่อนจะซ่อมแซมและดัดแปลงบ้านบางส่วนเป็นร้านอาหารเกาหลีเต็มรูปแบบ

          นิคคุณเดินตรงไปยังโต๊ะรับประทานอาหารที่อยู่ด้านในสุดของร้านโดยมีอาหารและเครื่องเคียงมากมายวางเตรียมไว้ให้เขาแล้ว  นิคคุณยิ้มให้กับลูกค้าทุกคนที่เดินผ่าน

          “เยอะจังอูยอง” นิคคุณบอกพร้อมนั่งลงข้างโต๊ะ

          “กินๆ ไปเถอะน่า แก้แฮงค์” อูยองบอกก่อนจะรีบไปต้อนรับลูกค้า โดยส่วนใหญ่แล้วลูกค้าของที่นี่จะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศ เข้ามารับบริการที่นี่เพื่อได้ลิ้มรสชาติอาหารดั้งเดิมของเกาหลีแท้ๆ ซึ่งเพื่อนเขานี่แหละตัวพ่อเรื่องนี้เลย

         

          “สวัสดีครับคุณมินจุน” อูยองโค้งรับ

          ทันทีที่อูยองต้นรับลูกค้าคนนี้ ก็ทำเอานิคคุณตกใจ เพราะชื่อที่แสนจะคุ้นหูและภาษาที่ต้อนรับของอูยองเป็นภาษาเกาหลีอีกต่างหาก  ตากลมสบตากับลูกค้าผู้มาเยือนโดยบังเอิญ ก่อนรีบวิ่งเข้าไปหา

          “สวัสดีครับรุ่นพี่” นิคคุณโค้งต้อนรับ มินจุนแอบแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเขาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่กลับไปสนทนากับอูยองเจ้าของร้านแทน

          “วันนี้คนเยอะนะ” เรียบๆ แต่ดูขลังชอบกล นิคคุณคิด

          “ครับ คุณมินจุนรีบหรือเปล่าครับ พอดีโต๊ะนั้นกำลังจะคิดเงินพอดี” อูยองผายมือไปยังโต๊ะด้านในร้าน  มินจุนเงียบเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ นิคคุณจึงถือวิสาสะ

          “ถ้ารุ่นพี่ไม่รังเกียจ จะร่วมโต๊ะกับผมก็ได้นะครับ” นิคคุณเสนอ

          “...” เอาอีกแล้วคิดอีกแล้ว ไม่น่าถามว่าถ้าไม่รังเกียจเลยกู  ถ้าปฏิเสธนี่รังเกียจเลยนะ นิคคุณหน้าเจื่อน

          “เอ่อ...”

          “เอาสิ” นิคคุณยิ้มล่าก่อนจะเดินนำไปที่โต๊ะ

          “คุณมินจุนจะรับอะไรเพิ่มไหมครับ” อูยองถาม

          “ไม่ดีกว่า แค่นี้ก็เต็มโต๊ะแล้ว” มินจุนกล่าวพร้อมนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับนิคคุณ อูยองยิ้มรับแล้วขอตัวไปดูแลลูกค้าท่านอื่นๆ

          เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงอาหารบนโต๊ะพร่องไปบ้างแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เกิดขึ้นเลยคือ เสียงสนทนา  มีเพียงแต่รอยยิ้มเจื่อนของรุ่นน้องอย่างนิคคุณที่ส่งไปให้มินจุน

          “รุ่นพี่รู้จักร้านนี้ได้ไงเหรอครับ”

          “เดินมาเจอน่ะ” ดีนะตอบกลับ นิคคุณคิด

          “รุ่นพี่มาทานกี่ครั้งแล้วเหรอครับ”

          “...ทุกอาทิตย์” มินจุนตอบเรียบเฉยแต่เหมือนจะเว้นคำตอบตอนช่วงแรกสบตากับนิคคุณ เหมือนกล่าวในใจว่า จุ้นจ้าน

          “ว้าว อย่างนี้รุ่นพี่ก็เป็นลูกค้าประจำสินะครับ” ไม่ตอบ มินจุนไม่ตอบ ทำให้เขาต้องก้มหน้าก้มตากินต่อไปเพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศไปมากกว่านี้ แล้วอีกอย่างก็คือ รุ่นพี่มินจุนน่ะ ฉายา ชีตาห์แห่งวงการศัลยแพทย์ ทำไมน่ะเหรอ... เงียบๆ ค่อยซุ่มดูเหยื่อ แต่เมื่อพร้อมล่าเมื่อไรจะวิ่งกระโจนอย่างเร็วและแม่นยำจนเหยื่อไม่รอดพ้น ที่จริงความหมายมันก็แปลได้สองแบบน่ะนะ คือเหยื่อที่หมายถึงโรคภัยไข้เจ็บและเหยื่อที่หมายถึงคนที่เกลียดขี้หน้า  หึ่ย!~ ขนลุกก

 

          “นี่ๆ รบกวนอะไรลูกค้าฉัน แกมีเวรไม่ใช่เหรอนี่บ่ายโมงแล้วนะ” อูยองเดินมาแซวก่อนบ่นเพื่อนตัวดีที่ไม่รู้หน้าที่

          “จริงสิ ตายแล้ว ฉันไปล่ะ! เอ่อ ผมกลับก่อนนะครับรุ่นพี่ สวัสดีครับ” นิคคุณตื่นเหมือนกระต่ายตื่นตูมรุกรี้รุกรนก่อนวิ่งออกไปจากร้าน

          “ขึ้นแท็กซี่ไปนะเว่ย ฉันไม่ว่าง” อูยองตะโดนตามหลัง ก่อนหันมายิ้มให้กับลูกค้าประจำอย่างมินจุน

          “ที่แท้คุณมินจุนก็เป็นรุ่นพี่นิคคุณนี่เองนะครับ” อูยองปรับโหมดการพูดอย่างรวดเร็ว

          “ครับ” มินจุนตอบยิ้มๆ

          “ผมต้องเรียกคุนมินจุนว่าคุณหมอสะแล้วสินะครับ”

          “เรียกผมเหมือนเดิมเถอะครับ” ทั้งสองดูมีท่าทีสนิทสนมแต่ก็ไม่ถึงสนิทสนมกัน ดูเหมือนจะเขินอายกันเสียมากกว่า เพราะต่างคนก็ต่างเกรงใจซึ่งกันและกัน

          “แต่ผมว่า คำว่าคุณหมอ เหมาะกับคุณดีนะครับ ^^” อูยองพูดตามความจริงเพราะรูปร่างภูมิฐานลักษณะการวางตัวของเขาแล้วเหมาะสมจริงๆ  มินจุนไม่ตอบอะไรแต่เพียงยิ้มรับอย่างเป็นมิตร

 

 

 

          แสงแดดที่สาดส่องลงมาผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องนอนที่อยู่ในคอนโดหรูกระทบกับตาของร่างผอม  เตียงขนาดคิงส์ไซร์ถูกเติมเต็มด้วยหญิงชายเปลือยกายใต้ผ้าห่มหนา  ร่างผอมเพรียวของสาวกำลังพยายามซุกไซ้ที่อกแกร่งข้างกาย

          “อ๊ายยยยยยย! เจ็บๆ อ๊าย!” อยู่ๆ สาวสวยก็กรีดร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด เพราะมีใครอีกคนกำลังกระชากผมของหล่อนออกมาจากอกแกร่ง

          “เสร็จแล้วก็ออกไป จะนอนไปถึงชาติหน้าเลยหรือไง!” เสียงเล็กแหลมของคนกระชากผมแผดเสียงดังจนชายหนุ่มที่หลับใหลลืมตาตื่นขึ้นมา  แต่กลับมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย เพราะคนที่เข้ามาใหม่เคยเป็นคนที่ คุ้นเคย

          “แกเป็นใครเนี่ย อ๊ายย! ปล่อยนะ”

          “จะใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปดีๆ หรือจะให้ฉันโยนเธอออกไปจากห้องนี้ด้วยสภาพนี้” สาวร่างผอมกลัวคำขู่เพราะตอนนี้เธอเปลือยทั้งกายก่อนรีบสวมใส่เสื้อผ้าแล้วหอบของออกไปทันควันจนเกิดความเงียบงันเมื่อในห้องเหลือเพียงแค่สองคน 

          “นายเข้ามาได้ยังไง อีจุนโฮ” เจ้าของห้องถาม ชานซองลุกจากเตียงหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมใส่โดยไม่สนใจว่าอีกคนจะเขินอายหรือตัวเขาเขินอายใดๆ

          “เดินเข้ามา” ชานซองมองด้วยหางตา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาเพราะไม่อยากทะเลาะอะไร

          “มาทำไม มีอะไร”

          “นี่คุณยังไม่รู้ข่าวเหรอ  พ่อพี่แทคยิงตัวตายตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล” คำตอบทำเอาคนฟังชะงัก

          “อะไรนะ นายว่าอะไรนะ”

          “ก็มัวแต่กกผู้หญิงอยู่ไง”

          “อย่ามาจุ้นจ้านกับฉัน อีจุนโฮ” ชานซองเค้นเสียงใส่ด้วยความโกรธ แต่กลับได้รอยยิ้มมุมปากของอีกคนให้มาเหมือนไม่ได้เกรงกลัวเขาแต่อย่างใด ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องของเขาเงียบๆ

 

 

 

 

          “พี่แทค คุณพ่อเป็นยังไงบ้างครับ” เสียงเจื้อยแจ้วแต่มีสีหน้ากังวลดังขึ้นเมื่อประตูห้องเปิดออก เผยให้เห็นร่างเล็กของจุนโฮ  แทคยอนนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ในห้องพักฟื้นเพื่อดูอาการของพ่อเขา

          “ดูต่อไปน่ะ” แทคยอนตอบอย่างเป็นกังกล ร่างเล็กบีบที่ไหล่หนาเบาๆ ด้วยความเป็นห่วงถึงแม้จะไม่รักกันแบบคนรักแต่เขาก็รักแทคยอนและครอบครัวแทคยอนเหมือนกัน  ยังไม่ทันที่จุนโฮจะเอ่ยปากพูดต่อก็มีแขกคนใหม่เข้ามา

          “เห้ยแทค คุณอาเป็นยังไงบ้าง โทษทีกูพึ่งรู้ข่าวเมื่อเช้านี้” ชานซองรีบวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมแสดงความเป็นห่วง

          “เออไม่เป็นไร ต้องดูอาการต่อไป กูหวังแค่ว่าท่านปลอดภัยก็พอแล้วตอนนี้”  แทคยอนลุกขึ้นเดินไปหาพ่อของเขาอย่างกังวล

          “จริงสิ กูต้องเข้าประชุมแทนพ่อเย็นนี้ ถ้ามึงจะกลับฝากให้พยาบาลมาดูที” แทคยอนบอก แล้วเดินออกไปอย่างเร่งรีบ ชานซองมองตามหลังเพื่อนรักไปแล้วหันกลับมามองอีกคนที่ยังอยู่ในห้องด้วยสายตาที่ไม่คาดว่าจะเจออีกคนที่นี่

          “ผมดีใจนะที่คุณมาตามที่ผมบอก” จุนโฮยิ้มหน้าระรื่นให้อีกคน

          “ฉันแค่มาดูอาการพ่อไอ้แทค กับมาหาไอ้แทค ไม่ได้มาตามคำบอกของนาย” ชานซองตอบเสียงเรียบแล้วกำลังจะเดินออกไปจากห้องแต่ถูกอีกคนดึงแขนเอาไว้

          “แต่ก็เพราะผมบอกคุณ”

          “...”

          “ผมอยากเจอคุณบ่อยๆ” ชานซองหลับตาฟังครู่หนึ่งเหมือนโกรธคนตรงหน้า ก่อนพยายามตอบกลับไม่ให้มีน้ำโหมาที่สุด

          “จะให้ฉันบอกนายอีกสักกี่ครั้งกัน  ว่าฉัน ไม่ยุ่งกับคนมีเจ้าของ” ชานซองเน้นเสียงอย่างชัดเจน

          “ผมไม่ใช่ของใคร”

          “แต่นายหมั้นกับเพื่อนฉัน”

          “เราไม่ได้รักกัน”

          “นี่! อย่ามายุ่งกับฉัน!  และอีกอย่างนะ หัดดูตามาตาเรือสะบ้างว่าที่นี่ที่ไหน สถานการณ์อะไร ควรจะมายุ่งกับฉันงั้นเหรอ  นู่น ไปหาไอ้แทคมันนู่น!” ชานซองเริ่มขึ้นเสียงกับคนที่เถียงคำไม่ตกฟาก

          “...”

          ชานซองสะบัดแขนออกแล้วเดินออกไปทันที

          ขอสักวันหนึ่ง สักวันหนึ่งที่ผมจะกลับเข้าไปในใจคุณอีกครั้ง

 

 

 

 

          ผมเดินตรงไปที่วอร์ดอย่างเร่งรีบเพื่อไปแสกนนิ้วให้ทันเวลาเข้าเวร  ผมรีบจัดทรงผมที่กระเซอะกระเซิงให้เรียบร้อยก่อนกดแสกนนิ้วแล้วสวมเสื้อกาวน์ทันที  บริเวณที่ผมแสกนนิ้วไม่มีใครอยู่สักคนผมแปลกใจนิดหน่อย  จึงค่อยๆ เดินไปที่ห้องพักวอร์ด

          “นี่จริงเหรอ ที่ว่าหมอนั่นทำตัวแปลกๆ อีกแล้วน่ะ”

          “จริงนะสิ วันนั้นะคะ ดิฉันเดินไปตามหมอคุณที่ห้องพักแล้วเห็นหมอพูดคนเดียวในห้อง แถมมือก็ไม่ได้ถือโทรศัพท์อีก บรื๋อ ขนลุก”

          “ให้ตายเถอะ ทำตัวปกติเหมือนคนทั่วไปบ้างมันจะตายหรือไงนะ” 

          เหล่าศัลยแพทย์และพวกพยาบาลที่ประจำวอร์ด กำลังพูดถึงผมอยู่อย่างออกรสชาติ ผมหน้าเจื่อนลง ใช่มันแปลก แปลกจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ไม่มีใครต้องการ แม้แต่ครอบครัวของผมเอง ทุกคนที่ผมรู้จักต่างก็นินทาผมและมองผมเหมือนผมเป็น ตัวประหลาด เพียงเพราะผมเห็น วิญญาณ

          “เอ่อ หมอคุณ” มินจีพยาบาลสาวที่นั่งอยู่ในห้องสบตาเข้ากับผม ทุกคนจึงมีปฏิกิริยาทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วทยอยเดินออกจากห้องพัก เหมือนผมเป็นอากาศธาตุ  

          “แสกนนิ้วแล้วเหรอคะหมอ” มินจีถาม

          “ครับ ผมขอตัวก่อนนะ”

 

 

 

          “หมอว่าผมโรคจิตไหม” คำถามเดิมรอบที่ล้านแปด

          “โรคจิต”

          “ผมเหรอ”

          “ผมนี่ล่ะโรคจิต นี่ผมกำลังคุยอยู่กับพลังงานชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ แถมบ้าสุดๆ ใครเห็นก็นึกว่าผมคุยคนเดียว เอาจริง...นี่คุณเป็นใครเนี่ยเข้ามาทำไม!” ใช่ครับ ผมคุยกับผีอยู่ โอ๊ยจะบ้าตาย ผมคุยกับผี...แล้วนี่ก็ห้องพักในโรงพยาบาลของผม นี่มันห้องส่วนตัวนะ  และถ้าผมเลือกได้ผมก็ไม่อยากเห็นผีหรอกครับ

          ตั้งแต่เกิดผมก็เห็นผีเลยเอาจริงๆ แล้วเห็นมาตั้งแต่จำความได้ จนตอนนี้จบหมอมา....จบศัลยแพทย์ด้วยครับไม่ใช่จิตแพทย์แต่! แต่มันชอบมีคน(ผีด้วย) มาปรึกษาผมแล้วชอบถามว่า “หมอว่าผม/ฉันโรคจิตไหม” ประสาท!!!  ผมนี่ละจะประสาท

          “คุณออกไปจากห้องไปเลย ผมจะพักผ่อน” ผมกำลังไล่ตะเพิดผีชายแก่ที่ดูจากรอยย่นบนใบหน้าน่าจะไม่เกินหกสิบห้าออกไปจากห้องพักของผม ผมเหนื่อย เหนื่อยมากเพราะผมพึ่งผ่าตัดเสร็จผมใช้ชีวิตอยู่ในห้องผ่าตัดแปดชั่วโมงนะ ขอนอนเหอะ

          “ไล่ผมทำไม”

          “จะนอน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะ” ไม้อ่อน

          “ไม่ไป”

          “ผมบอกให้ออกไป ผมจะพักผ่อนออกไป!” ไม้แข็ง

พรึ่บ!

 

          เชรี่ย.....ไฟดับ....เดี๋ยวคอยดูนะเดี๋ยวผีจะโผล่หน้ามาให้ผมเห็น แล้วผมก็อุ้ย! ตกใจจัง

 

 

          “กูไม่ไป!

 

 ไม่ว่ะ...ไม่โผล่มา มาแต่เสียง ถ้าผมเดาเสียงมาจากทางด้านหลังผม

         

“ไปเถอะ ออกไปถ้าไม่ออ..ออก อ๊อกอ่อกก อ... อื้อออ อือออ”  หายใจไม่ออก ผมโดนบีบคอ

 

          “มีเรื่องให้ช่วย!

          “อ๊อกอ่อกก อ... อื้อออ อือออ”

 

          “ช่วยกู!” หายใจไม่ออก ผมพยายามแกะมือที่ไม่มีมือ เพราะมันคือพลังงาน

          “ช่วย!

 

พรึ่บ!

          “อ่า อ๊าอออ” ผมตักตวงอากาศเข้าไปให้เต็มปอดเหมือนไม่เคยหายใจ...ผมเกือบตาย ไฟในห้องกลับมาสว่างอีกครั้ง แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือ กระจกประตูระเบียงมีรอยเลือดเขียนว่า

 

          “ กู ไม่ ได้ ฆ่า ตัว ตาย!

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #8 Mook (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 16:35

    หืมมมนิชมีเซ้นต์ติดต่อกับวิญญาณได้เหรอ. ใช่พ่อของแทคไหม มีเรื่องให้ได้พบกันแล้ว โฮกับชานต้องมีอะไรมาก่อนแน่ๆรอตอนต่อไปจร้า

    #8
    0
  2. #5 IOum (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 11:03
    เหยยย วิญญาณพ่อแทคแน่เลย มีฆาตกรรมเกิดขึ้น แล้วพี่คุณก็ค่อยๆสืบสวน แล้วเจอพี่แทค เหยยย เนื้อเรื่องน่าติดตาม รอนะคะ เป็นกำลังใจน้าา
    #5
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #2 Fon JS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 04:39
    อ่าาา!! ต้องเป็นพ่อของแทคยอนแน่เลย
    #2
    0