FALLING TO PIECES — #FACK

ตอนที่ 4 : EPISODE THREE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 พ.ย. 62


บทที่สาม





คุณหมอเกรเซอร์ปรือตาตื่นขึ้นบนเตียงไม้หลังเดิมในเช้าวันรุ่งขึ้น วันที่สองของการอาศัยอยู่ในสถานที่แปลกตา เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหล่าแม่บ้านสาวใช้ตระเตรียมไว้ให้ถูกนำขึ้นมาสวมใส่ เสื้อไหมพรมคอเต่าสีครีมสวมทับด้วยโค้ทตัวยาวสีน้ำตาลตัดกับกางเกงผ้าหนาสีดำพอดีรูปร่าง รองเท้าบู้ทสั้นหนังกลับสีน้ำตาลอ่อนรับกับข้อเท้าเล็ก

ยืนหมุนตัวไปมาอยู่หน้ากระจกใสบานยาวอยู่พักใหญ่ ความไม่มั่นใจระบายอยู่เต็มใบหน้า ริมฝีบางเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาสีเฮเซลจ้องมองภาพในกระจกด้วยความประหม่าปนตื่นเต้น ชุดราคาแพงที่ถูกพาดทับบนร่างกายทำให้เขาทำตัวไม่ถูก เวลาที่อยู่ในหมู่บ้าน เครื่องแต่งกายที่ถูกสวมใส่เป็นประจำก็เป็นของราคาถูกที่หาได้ง่าย หรือบางทีก็เป็นของที่ชาวบ้านถักทอมาให้ และที่สำคัญต้องให้ความอบอุ่นได้ดี


ไปเดินเล่นกันไหมเกรเซอร์!

แรงสะดุ้งจนตัวโยนทำให้คนที่ถือวิสาสะพุ่งพรวดเปิดประตูบานไม้เข้ามาหัวเราะร่าชอบใจ คุณหมอรีบปรับสีหน้าตื่นตระหนก บังคับให้กลับมาเรียบเฉย ทำทีเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มีหรือคนขี้แกล้งแบบไวแอตต์ โอเลฟฟ์คนนั้นจะยอมปล่อยไปโดยง่าย คนตัวสูงทำหน้าทำตาล้อเลียนท่าทางตกอกตกใจของคุณหมอร่างเล็กจนเกินกว่าความเป็นจริง

ช่วยเข้ามาแบบให้ซุ่มให้เสียงหน่อยได้ไหมครับคุณโอเลฟฟ์


ที่ฉันเปิดประตูเข้ามาแบบเมื่อกี้นี้ยังไม่มีเสียงอีกอย่างนั้นเหรอ


ผมหมายถึงถ้าคุณจะกรุณาเคาะประตูสักนิดให้ผมได้รู้ตัวสักหน่อย

ดวงตากลมหรี่มองอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ คนตัวสูงกว่ายักไหล่ทำทีเป็นไม่สนใจ ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างเล็ก เดินวนรอบตัวอีกฝ่ายสองสามรอบ ใช้สายตาพินิจพิจารณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เก็บทุกรายละเอียดในร่างกายผ่านดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น ใบหน้าเล็กของคนถูกมองซับสีเลือดจาง กระแอมไอพลางขยับตัวปรับท่าทางเพื่อลดความประหม่าเขินอาย

พอแต่งตัวแบบนี้ก็ดูดีเหมือนกันนี่

เผยยิ้มแหยส่งตอบกลับคำเอ่ยชมตรงไปตรงมา


เพราะชุดของนายก่อนหน้านี้มันเชยเป็นบ้า

และรอยยิ้มนั้นก็หุบลงทันทีเมื่อได้ยินประโยคหลังจากนั้น


ขอโทษด้วยแล้วกันนะครับ ถ้าหากชุดของผมมันเชยขนาดนั้น


นายตกลงจะไปเดินเล่นกับฉันใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะ

ถึงจะไม่ได้เอ่ยปากพูดก็เหมือนกับตอบรับ เพราะมือหนาที่กึ่งจูงกึ่งลากให้ออกมาจากห้อง ไม่ทันที่คุณหมอจะได้ทันตั้งตัว ตอนนี้ขาเล็กกำลังเดินตามอีกฝ่ายลงบันไดมายังโถงทางเดิน

ตลอดเวลาสองคืนกับอีกหนึ่งวันที่ผ่านมา คุณหมอเกรเซอร์แทบจะไม่ได้พูดคุยกับใครเลยนอกจากชายหนุ่มด้านข้าง ไม่นับรวมเหล่าแม่บ้าน นั่นก็เพราะว่าไวแอตต์เป็นฝ่ายเข้ามาพูดคุยกับเขาเองเสียมากกว่า

ถึงจะไม่อยากสนิทก็เหมือนถูกบังคับให้สนิท


ฉันว่านายอาจจะเบื่อลานน้ำพุ ถ้าอย่างนั้นเราไปที่ปีกตะวันออกกันดีไหม ที่นั่นมีศาลากับบ่อน้ำเล็กๆ ไปนั่งจิบชากินขนม หรือว่าจะไปนั่งอ่านหนังสือกันดีล่ะ ฉันว่าถ้าได้นั่งอ่านบทกวีดีๆสักบทสองบท ดื่มด่ำกับบรรยากาศไปด้วยคงจะเยี่ยมเลยทีเดียว


จริงๆผมกำลังคิดว่าผมควรกลับไปที่หมู่บ้าน

คำถามที่พรั่งพรูออกไปไร้การตอบกลับ แต่สิ่งที่อีกฝ่ายเอื้อนเอ่ยออกมาทำให้คนตัวสูงชะงัก ขายาวหยุดเดินพร้อมกับหันไปมองมนุษย์ตัวเล็กด้านข้างด้วยท่าทางครุ่นคิด ตากลมมองกลับมาอย่างจริงจังและมั่นคงในประโยคที่ออกมาจากปาก


ฉันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรถ้าหากนายอยากจะกลับไป แต่มันจะดีกว่าถ้าหากให้ฉันเป็นคนพาไปส่ง

คุณหมอเกรเซอร์พยักหน้ารับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

นายรู้หรือเปล่าว่าจริงๆแล้วฉันเป็นคนขอให้พานายมาที่นี่ เพราะถ้าปล่อยนายทิ้งไว้ตรงนั้นกว่าคนจะเข้ามาเจอก็คงเช้า ไม่แข็งตายก็คงโดนสัตว์ร้ายขย้ำ นายควรจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำนะเกรเซอร์ ฉันเป็นผู้มีพระคุณของนายรู้เอาไว้ด้วย

รอยยิ้มเหนือกว่าถูกส่งมาให้ทันทีที่กล่าวประโยคจบ ยักคิ้วได้รูปอย่างรู้สึกเป็นต่อ ท่าทางกวนประสาทที่คุณหมอร่างเล็กรับรู้ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอทำให้ทำได้เพียงแค่หัวเราะแห้งในลำคอ ในใจก็ได้แต่คิดว่าตัวเขาเองไม่ได้เป็นคนขอให้พามาที่นี่เสียหน่อย

 

ว่าแต่พวกคุณไปเจอผมได้อย่างไรครับ ป่ามืดๆในคืนหิมะตกแบบนั้นคงไม่มีใครอยากจะเข้าไปสักเท่าไหร่

 

 ล่าสัตว์น่ะ งานอดิเรกพวกลูกคุณหนูแบบฉันไง

ปากบางเบะอย่างนึกหมั่นไส้กับคำตอบที่ได้รับ ไม่ทันที่จะได้สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย ขาสองคู่ยังคงก้าวเดินไปตามทาง ดวงตากลมสีเฮเซลมองสำรวจไปรอบๆในพื้นที่ที่แปลกตา เขาเห็นเหล่าทหารที่ประจำการอยู่ตามมุมต่างๆ กว้างขวางเสียจนคิดว่าให้เดินทั้งวันก็คงเดินไม่ทั่ว

ภาพวาดสีน้ำมันประดับประดาตามฝาผนังตลอดทางที่ย่ำผ่าน ทั้งอัศวินขี่ม้า พระราชาบนบัลลังค์ การทำงานของนักปราชญ์ เหล่านางฟ้านางสวรรค์บนผืนเมฆสีคราม ดวงตะวันฉายแสงสีทองอร่าม รับกับศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมภายใน รูปปั้นหล่อ งานแกะสลักไม้ที่ปราณีตบรรงจง

งดงามจนละสายตาไม่ได้

 

เหม่ออะไรเกรเซอร์

เสียงเอ่ยถามทำให้ได้สติ ใบหน้าเล็กเสมองคนด้านข้าง


เปล่าหรอกครับ แค่รู้สึกที่นี่สวยดี

 

มาอยู่ที่นี่ด้วยกันเลยสิ

คำเอ่ยชวนที่ไม่จริงจังนัก คุณหมอเกรเซอร์วาดยิ้มรับบางๆ

 

ไม่ได้หรอกครับ คนที่หมู่บ้านคงรอผมอยู่ ต้องรีบกลับไปก่อนที่พวกเขาจะเป็นห่วงไปมากกว่านี้



 

เกรเซอร์บอกอยากจะกลับไปที่หมู่บ้านนั่น

เสียงเอื้อยเอ่ยกับมือที่ถือแอปเปิลลูกโตกัดเข้าปาก หลังจากที่พามนุษย์ร่างเล็กหนึ่งเดียวในปราสาทกลับไปส่งยังห้องพักที่อีกฝ่ายพักอยู่ชั่วคราว ตอนนี้ไวแอตต์อยู่บนโซฟาตัวเดิมในห้องทำงานของฟินน์เหมือนกับทุกวันที่มักเข้ามาก่อกวนเจ้าของห้องให้รำคาญเล่น

 

แกไม่ควรพาเขามาที่นี่ตั้งแต่แรก

 

ไม่คิดว่าหมอนั่นน่าสงสารบ้างเหรอ ฉันว่าถ้าหากปล่อยให้ไอ้เสือตัวนั้นมันเขมือบเข้าไปก็คงไม่อิ่มหรอก ผอมแห้งแรงน้อยแบบนั้นเลือดเนื้อจะเยอะสักแค่ไหนกันเชียว

เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มยังคงไม่สนใจในประโยคบอกเล่าของเพื่อนสนิท นิ้วเรียวบรรจงตวัดปลายปากกาขนนกบนแผ่นเอกสารมากมายอย่างใจเย็น

แต่ในโสตประสาทกลับนึกไปถึงใบหน้าเล็กของมนุษย์ที่พวกเขานำกลับมาที่ปราสาทด้วย

นัยน์ตาสีเฮเซลสุกวาวที่บังเอิญได้สบประสานกัน

ดวงตาคู่นั้น คู่เดียวกับที่เขาได้พบเจอในป่า

กลิ่นอ่อนๆเหมือนดอกไม้หอมที่ออกมาจากตัวของอีกฝ่ายมันยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขาทั้งคู่เคยได้พบเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่ง

หากแต่ว่าแปลก

ชายหนุ่มรู้สึกคุ้นเคยกับมนุษย์ร่างเล็กคนนั้น

ราวกับว่ามีบางสิ่งเกี่ยวโยงทั้งคู่ไว้ด้วยกัน

 

 แกว่าพรุ่งนี้ฉันจะชนะหรือเปล่า คำถามเรียกสติคนที่ตกอยู่ในภวังค์ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเสียเต็มประดา เดาไม่ยากเลยว่าคนพูดนั้นคงเตรียมตัวมาไม่น้อย

คืนของวันพรุ่งนี้เป็นวันประลองฝีมือตามประเพณีของเผ่าพันธุ์หมาป่า เพื่อเสาะแสวงหาเหล่าผู้กล้าที่เหมาะจะมารับตำแหน่งมือขวาของจ่าฝูงคนต่อไป ซึ่งก็แน่นอนว่าจะเป็นใครไม่ได้นอกจากฟินน์ที่ต้องขึ้นรับตำแหน่งต่อจากบิดาของตนที่เริ่มแก่ชราลงไปทุกที

 

อย่ามั่นอกมั่นใจให้มันมากนักไวแอตต์ อย่าลืมว่านอกจากแกยังมีนายทหารชแนปป์อีกคนที่เป็นตัวเต็ง

 

แกไม่คิดจะให้กำลังใจเพื่อนหน่อยหรือยังไง ใจร้ายชะมัด

 

ฉันพูดตามที่เห็น เพราะแกเอาแต่ทำตัวเหลวไหลแบบนี้ไม่ยอมฝึกซ้อม ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาฉันก็คงไม่แปลกใจ

 

ไม่รู้อะไรอย่ามาพูดน่า ฉันฝึกซ้อมทุกวันมีแต่แกที่ไม่เห็น

 

ก็ให้มันจริงอย่างที่แกว่า จะรอดูว่าลูกชายนายพลโอเลฟฟ์จะมีฝีมือสักแค่ไหน

 

พนันกันได้เลยว่ายังไงฉันก็ชนะ เดิมพันด้วยทั้งหมดที่ฉันมี

 

ไม่ยักรู้ว่าสามารถพนันเรื่องตัวเองแบบนี้ก็ได้ด้วย

 

หรือแกไม่กล้า?

 

ก็ถ้าหากว่าแกชนะ ของในห้องฉัน อยากได้อะไรก็เอาไป

ไวแอตต์หัวเราะอย่างชอบใจในสิ่งที่เจ้าของห้องเสนอ ลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง ก้าวเดินสำรวจทั่วพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยของเล่นน่าสนใจมากมาย แต่สายตาเจ้าเล่ห์วาววับกลับจับจ้องไปที่กล้องโทรทรรศน์ตัวใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ดูก็รู้ว่าเป็นของรักของหวงของเจ้าของมันมากแค่ไหน

 

ถ้าอย่างนั้นฉันขอเจ้านี่ได้ไหม

ฟินน์หันมองไปตามนิ้วเรียวที่ชี้ไปทางเป้าหมาย และก็เป็นไปตามที่เขาคิดไว้เมื่อเพื่อนตัวดีเลือกในสิ่งที่เขาหวงแหนมันยิ่งกว่าสิ่งใด แต่ในเมื่อเอ่ยคำพูดไปแล้วจะให้ผิดสัจจะมันก็ดูไม่เป็นที่เคารพสักเท่าไหร่ ผ่อนลมหายใจอย่างเบื่อหน่อยก่อนที่จะพยักหน้ารับกับใบหน้ายิ้มแย้มกวนประสาทที่ถูกส่งมาให้

 

แล้วเรื่องนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ร่างของเสือตัวนั้นน่ะ

เนื้อหาการสนทนาถูกเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเมื่อไวแอตต์ได้สิ่งที่เจ้าตัวต้องการแล้ว ขายาวก้าวกลับไปนั่งบนโซฟาตัวเดิม แขนยาวพาดไปบนพักพิงหลังด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ

 

ให้พวกทหารเผาไปแล้ว แผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่า

น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเครียด มือเรียวยกขึ้นนวดขมับคลายความเมื่อยล้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มปิดลงพร้อมกับแผ่นหลังที่ทิ้งลงบนพนักพิง ความกลัดกลุ้มหน่วงอยู่เต็มอก แผนการที่ถูกวางเอาไว้ว่าจะจับเป็นหนอนบ่อนไส้ทั้งหมดพังลงเพราะเหตุการณ์ในคืนนั้น พวกเสือที่มอนต์โกเมอรี่ส่งมา ถูกดับกลิ่นกายของเผ่าพันธุ์ตัวเองและแต่งกลิ่นให้เข้ากับพวกหมาป่า ยากต่อการจับกุมและคาดเดา พอจะจับได้ก็ดันมาถูกยิงตายเสียก่อน

 

ก็ใครจะไปรู้ว่ามันจะเข้าไปทำร้ายคนที่ฝั่งนั้น ถ้าเราไม่ยิง มีหวังเกรเซอร์ได้กลายเป็นอีกศพในท้องมันแหงๆ

 

ดูเหมือนแกจะสนิทกับมนุษย์คนนั้นเสียจริง

เอ่ยถามไปทั้งที่ยังคงหลับตา ยิ่งพอได้ยินเสียงร่าเริงเวลาอีกฝ่ายพูดชื่อของใครคนหนึ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหมั่นไส้ ทั้งที่มันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของเขาสักหน่อย

ไวแอตต์ไม่ตอบ ทำเพียงแค่ยักไหล่ลอยหน้าลอยตา

จู่ๆฟินน์ก็รู้สึกอยากจับร่างของเพื่อนตัวดีโยนออกไปจากห้องให้มันรู้แล้วรู้รอด



 

คืนวันที่สามของคุณหมอเกรเซอร์ที่ยังคงอาศัยอยู่ในปราสาทใหญ่โตแห่งนี้ อาการนอนไม่หลับกำลังเล่นงานเขาอีกครั้ง สมองขบคิดไปถึงคนในหมู่บ้าน ไม่แน่ว่าตอนนี้คนอื่นๆอาจจะกำลังตามหาเขาอยู่ก็ได้ มาดามแองเจิลอาจจะกำลังเป็นทุกข์ ถ้าหากผู้คนเจ็บป่วยแล้วใครจะเป็นคนรักษา หนังสือที่ยืมมาจากมิสเตอร์เครเมนต์ก็ยังอ่านไม่จบ ดวงตาจ้องมองเพดานในความมืดอย่างเหม่อลอย แรงถอนหายใจเต็มไปด้วยความกังวล

สองเท้าเล็กก้าวออกจากห้องเพื่อหวังจะไปเดินเล่นปล่อยสมองให้ว่างเปล่าหวังไล่อาการฟุ้งซ่าน แต่ว่าบรรยากาศรอบข้างกลับแปลกไปจากสองคืนก่อนที่เขาได้พบเจอ รอบข้างเงียบสนิทไร้วี่แววของเหล่าแม่บ้านหรือสาวใช้ แม้แต่เหล่าทหารเวรยามก็บางตากว่าทุกครั้งที่พบเจอ

ก้าวเดินเรื่อยเปื่อยไปตามโถงทางเดิน สูดลมหายใจซึมซับบรรยากาศและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกุหลาบในแจกันที่ถูกประดับไว้ ใบหน้าเล็กเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม แสงไฟสลัวคอยส่องไปตามทาง เรื่อยมาจนถึงอาคารปีกตะวันตก

แง่หูฟังเมื่อแว่วเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังสลับกับเสียงเชียร์ดังอึกทึกครึกโครม ประตูขนาดใหญ่ที่ถูกขนาบข้างด้วยเหล่าทหารองครักษ์

เพราะความสงสัยทำให้ร่างเล็กค่อยๆก้าวเดินเข้าไปใกล้ โชคดีที่ไม่มีใครสนใจหรือเอะใจในตัวเขา อาจจะเป็นเพราะผู้คนต่างให้ความสนใจในสิ่งที่อยู่กึ่งกลางของสถานที่


แสงเปลวไฟส่องสว่างในความมืด พื้นที่กว้างราวกับลานประลองอะไรสักอย่าง กลิ่นเลือดคาวฟุ้งจมูกจนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นกำบัง คุณหมอพยายามหรี่ตาจ้องมองภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า อาจจะไม่ชัดเจนแต่มั่นใจได้ว่ามันคือร่างสีดำทะมึนของสัตว์ขนาดมหึมา สูงราวสิบฟุตสองตัวที่กำลังบดขย้ำกันกลางลานกว้าง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องชอบใจของคนรอบข้าง

ลมหายใจหยุดไปชั่วขณะเมื่อร่างหนึ่งในนั้นถูกกัดเข้าที่หลังคอ โลหิตสีแดงฉายพวยพุ่งทะลักทันทีที่เขี้ยวคมถูกฝังลงบนเนื้อ พร้อมกับร่างที่ถูกสะบัดจนล้มคลุกฝุ่น

ดวงตาสีอำพันวาวโรจน์ สะท้อนแสงเปลวไปทอประกายความดุดัน ร่างของหมาป่าตัวสีดำปากชุ่มไปด้วยเลือดน่าสะอิดสะเอียน ท่าทางสะบักสะบอมของร่างที่กองอยู่บนพื้น พยายามพยุงร่างกายให้ยึดมั่น แต่แรงกระโจนเข้าไปกัดซ้ำทำให้ร่วงหล่นและสลบไป

เสียงเฮดังขึ้นพร้อมกับร่างของหมาป่าผู้ชนะจะแปรเปลี่ยนเป็นร่างของมนุษย์


ดวงตาสีเหลืองอำพันกลับกลายเป็นสีน้ำตาลสุกสว่าง เรือนผมสีเดียวกันกับตาเปียกชุ่มลู่ไปกับใบหน้า คราบเลือดยังคงละเลงไปทั่วเสื้อผ้าและร่างกาย เสียงกู่ร้องยิ่งทำให้ชายหนุ่มกลางลานประลองชูมือยิ้มแย้มรับชัยชนะ

คุณหมอเกรเซอร์แข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะล้มพับ ความรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนปะปนกับความหวาดกลัวจนตัวสั่น ขาเล็กค่อยๆพยุงพาตัวเองก้าวถอยหลัง ลำคอแห้งผากชีพจรเต้นรัวเร็ว สายตาจับจ้องไปที่ร่างของบุคคลบนสนาม

หมาป่าสีดำทะมึนตัวนั้นคือไวแอตต์ไม่ผิดแน่

 

เขาต้องหนี หนีไปให้ไกลที่สุด

กล่องความคิดของคุณหมอมีเพียงประโยคนี้ฉายชัดในหัว



 

ร่างเล็กรีบวิ่งออกจากบริเวณสนามประลองการแข่ง สองเท้าเล็กย่ำก้าวไปอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว แอบหลบเหล่าเวรยามที่คอยตรวจตราพื้นที่ สอดส่องสายตาเพื่อให้พ้นจากเหล่าทหาร ใจเต้นระส่ำเมื่ออยู่ในเหตุการณ์เสี่ยงต่ออันตราย จุดมุ่งหมายคือประตูทางออก

หลังจากวิ่งวนอยู่พักใหญ่ ก็พบเข้ากับประตูบานไม้บานใหญ่ที่ดูท่าว่าจะเป็นสิ่งที่เขากำลังตามหา หากแต่รอบด้านกลับเต็มไปด้วยเหล่าทหาร คงเป็นไปได้ยากถ้าเขาจะหนีออกไปตรงๆ


ความคิดตีปะปนกันมั่ว ในหัวคิดหาวิธีที่จะหลุดพ้นออกจากปราสาทหลังนี้ ก่อนที่สมองจะฉุกนึกคิดไปถึงสิ่งที่เขาเพิ่งได้รับรู้เมื่อกลางวัน

ทางปีกตะวันออกของปราสาท ไวแอตต์เล่าว่าทางเชื่อมจากด้านข้างศาลาเดินขนานไปกับบ่อน้ำ จะเป็นทางที่สามารถออกไปนอกปราสาทได้

ไม่รอช้า สองเท้าเล็กรีบวิ่งไปยังสถานที่นั้นทันที

ลึกเข้าไปในทางเดินด้านใน เหล่าทหารบางตากว่าด้านหน้า ทำให้เขาสามารถวิ่งผ่านได้อย่างไม่เป็นที่สะดุดตา ศาลาสีขาวมุกส่องสว่างยามต้องแสงจันทร์ เปล่งประกายสว่างไสวจนเห็นเป็นรูปร่าง อีกแค่นิดเดียวเขาจะสามารถออกไปจากสถานที่แห่งนี้

 

ร่างกายที่หลุดพ้น หากแต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย  

ความเหน็บหนาวเข้าปะทะผิวกาย สองเท้าย่ำเดินไปบนหิมะขาวโพลน บรรยากาศเยือกเย็นด้านนอกปราสาทชวนให้ขนลุก ใบหน้าเล็กชาหน่วงเพราะอุณหภูมิที่ติดลบ ริมฝีปากบางแห้งแตก สองแก้มแต่งแต้มไปด้วยสีแดงก่ำ สายลมที่พัดโบกเอาหิมะให้ตกกระทบยิ่งทำให้ร่างกายสั่นเทา ต้นไม้ใหญ่ที่แห้งตาย แมกไม้เลื้อย หิมะที่ก่อตัวกันเป็นเนินสูง ทำให้การเคลื่อนที่ไปข้างหน้ายากลำบากพอสมควร

แขนเล็กยกกอดก่ายตัวเองไว้ เสื้อแขนยาวขนสัตว์อย่างดีแต่ก็ไม่อาจทำให้ร่างกายอบอุ่น ความทรมานเริ่มเข้าแทรกแซงระบบประสาท หากแต่ความคิดที่ว่าต้องหนีไปให้ไกลมันทำให้สองเท้าก้าวเดินอย่างไม่ลดละ

 

นัยน์ตาสีเทาจับจ้องไปยังร่างของมนุษย์ตัวเล็ก เสียงเห่าหอนดังกังวานพร้อมกับร่างของสัตว์เดรัจฉานที่พุ่งทะยานลงมาจากเนินหิมะ ขนสีเงินแซมดำกับเขี้ยวแหลมคมกู่ก้องขู่คำราม คุณหมอเกรเซอร์ทอดสายตาหวาดกลัวมองไปรอบตัวที่ถูกเหล่าหมาป่าขนาดเล็กกว่าที่เคยเจอ แต่กลับมากมายหลายสิบตัวรายล้อมและกำลังจับจ้องมาที่เขาราวอยากจะขย้ำให้ร่างขาดสะบั้น

มือเล็กที่สั่นเทาพยายามคว้าท่อนไม้ที่อยู่ใกล้ตัวถือไว้ในมือเพื่อใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว แต่ดูเหมือนมันจะช่วยอะไรแทบไม่ได้เมื่อพวกมันพร้อมใจกระโจนเข้ามาพร้อมกัน แขนเล็กเหวี่ยงไม้ไปทั่วอย่างสะเปะสะปะ โดนบ้างไม่โดนบ้างตามแรงที่มี เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นเมื่อถูกเขี้ยวแหลมคมกัดเข้าที่หน้าขาจนร่างทรุดลงไปกองกับพื้น แผ่นหลังบางถูกข่วนจนเป็นแผลทางยาว ร่างกายชุ่มไปด้วยเลือด บาดแผลฉกรรจ์ เจ็บแสบจนหน่วงชา ลมหายใจเริ่มติดขัด เหนื่อยหอบและอ่อนล้า

สมองเริ่มว่างเปล่า ความหนาวและความเจ็บปวดเข้าทำร้ายจนร่างกายทุกข์ทรมาน พระผู้เป็นเจ้าก็คงช่วยอะไรเขาในยามนี้ไม่ได้ เปลือกตาปิดลงอย่างยอมรับชะตากรรม ทิ้งน้ำหนักจนล้มลงไปทั้งตัว

อีกไม่นานเขาคงจะตาย



 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองไปยังร่างที่นอนหลับใหลบนเตียง บาดแผลบนร่างกายถูกรักษาเยียวยาด้วยสมุนไพรและพันปิดรอบด้วยผ้าพันแผล ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเป็นเครื่องบ่งบอกของการมีชีวิต ขายาวก้าวเดินเข้าไปใกล้ ทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนนุ่ม ใบหน้าเรียบนิ่งที่ยากคาดเดาความรู้สึก ดำดิ่งลงไปยังห้วงความคิด

เปลือกตาบางที่ปิดสนิท จมูกมนรั้นรับกับแก้มสองข้างที่ถูกแต่งแต้มด้วยเส้นเลือดฝาดซับเลือดจางๆ ริมฝีปากบางที่แตกแห้ง มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าเล็กอย่างแผ่วเบา

 

สายตาเหม่อลอยราวกับตกอยู่ในห้วงภวังค์

ความรู้สึกจุกหน่วงเกิดขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ

ทุกอย่างมันแปลกประหลาดตั้งแต่เขาได้พบกับมนุษย์ร่างเล็กคนนี้

 

เมื่อคืนจู่ๆเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอก ราวกับโดนของแหลมบางอย่างกรีดแทง กลิ่นหอมหวานเหมือนดอกไม้ที่คลุ้งไปด้วยเลือดทำให้ฟินน์รีบวิ่งตามกลิ่นนั้นออกไป ทั้งที่ไม่ค่อยจะเข้าใจกับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น แต่ลวดลายต้นไม้บนแผ่นหลังเล็กที่ถูกแต่งแต้มด้วยโลหิตสีแดงฉาน มันเกิดเป็นภาพซ้อนทับกับภาพวาดต้นโอ๊กแดงในห้องของเขา



แรงขยับกระแอมไอแห้งๆที่ไร้เสียงเรียกสติของร่างสูงให้หวนคืน ร่างเล็กที่นอนแน่นิ่งนานหลายชั่วโมงตั้งแต่ที่ถูกนำตัวเข้ามาในห้อง เอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าขอน้ำเพื่อดับกระหายทั้งที่ตายังปิดสนิท มือเรียวรีบส่งแก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียงให้อีกฝ่ายทันที แขนพยุงร่างให้ลุกขึ้นนั่งพิงบนหมอนนุ่มพร้อมจับหลอดจ่อที่ปาก

คุณหมอกลืนน้ำลงลำคออย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดที่มันรวดร้าวไปทุกส่วนของร่างกาย เปลือกตาบางค่อยๆเปิดขึ้น กระพริบช้าๆเพื่อปรับทัศนียภาพ ใบหน้าเลือนรางของใครคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นที่มองมาจะใกล้ชิดและชัดเจนจนหัวใจหยุดเต้น

ความหวาดกลัวที่ยังมีอยู่ส่งผลให้ร่างเล็กรีบถอยห่างจากคนตรงหน้า แต่เพราะร่างกายที่บอบช้ำทำให้เลือดที่ยังไม่หยุดดีไหลซึมผ้าพันแผล เสียงร้องเพราะความเจ็บปวดดังขึ้นไม่เบานัก

 

อย่าขยับ แผลยังไม่หายดี

เสียงเรียบนิ่งเหมือนกับใบหน้าถูกเอื้อยเอ่ยออกมา ร่างเล็กสั่นผวาเมื่อมือของอีกฝ่ายยื่นมาหวังจะแตะตัว  เม็ดอัญมณีสีน้ำตาลเข้มดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตา แต่ร่างเล็กกลับไม่ยอมที่จะฟังคำเตือนนั้น พยายามพยุงร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อความเจ็บปวดมันมีมากกว่า

 

เกรเซอร์

เจ้าของเสียงพูดพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้ใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉย

  

อย่าดื้อ

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงลมเอื่อยที่พัดพาผ้าม่านให้โบกปลิว

ตาสองคู่จ้องประสานกัน เนิ่นนานเสียจนร่างสูงเป็นฝ่ายรู้สึกตัวก่อน

ขายาวผละลุกขึ้นจากเตียงก้าวเดินออกไปจากห้อง เสียงปิดประตูเงียบลงพร้อมกับนัยน์ตาสีเฮเซลที่วูบไหว ความอ่อนโยนที่ถูกส่งออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น มันอบอุ่นแฝงไปด้วยความห่วงใยแต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว จนแทบจะแยกไม่ออกว่ามันคือเรื่องจริงหรือเขาตาฝาด

แต่ถึงอย่างนั้น ก้อนเนื้อบริเวณอกด้านซ้ายของคุณหมอเกรเซอร์ก็เต้นระส่ำจนห้ามไว้ไม่อยู่





to be continued

#fallingtofack



ตอนสามแล้วพระนายเราก็บทพูดกันน้อยเหลือเกิน สัญญาว่าตอนถัดไปเขาจะพูดคุยกันมากขึ้นแน่นอนค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ





TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #21 Janjirajk (@Janjirajk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 15:05
    แงงง มันเป็นน่ารักคุณหมอรู้ความจริงแล้วจะเป็นยังไงต่อนะแล้วลวดลายต้นไม้บนหลังของคุณหมอเกี่ยวอะไรกับฟินน์ เคยเจอกันที่ไหนรึเปล่า เอ็นดูตอนฟินน์พูดว่า อย่าดื้อ ฮือออเปนเขินมากๆ >///< แต่ว่านะคุณหมอแอบใจสั่นแล้ว กี๊ดดดดด
    #21
    0
  2. #20 ployreverrainbow (@ployreverrainbow) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 21:43
    สนุกมากๆค่ะ จะติดตามไปเรื่อยๆน่า #จุ๊บๆ
    #20
    0
  3. #19 MANAD!CX (@mouey2003) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 16:18

    ‘อย่าดื้อ’ ตายค่ะ เป็นตายค่ะ ฮรุก คุณหมาป่า ฟใฟฟใวใฝหวหกส หนูไม่ไหวแล้วนะ ;—; อยากเป็นคุณหมอขึ้นมาเลยในสถานการณ์นั้น ในที่สุดเขาก็คุยกันแล้ว แง นี่แอบคิดว่าสองคนนี้อาจจะเคยรักกันมาก่อนเมื่อชาติที่แล้วหรือเปล่า แล้วค่อยกลับมาพบกันอีกในชาตินี้

    #19
    0