FALLING TO PIECES — #FACK

ตอนที่ 3 : EPISODE TWO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 พ.ย. 62


บทที่สอง





            เวลาผ่านมาราวเกือบสองสัปดาห์ตั้งแต่เกิดเรื่องมาดามแพควินท้ายหมู่บ้าน ผู้คนตกอยู่ในความกลัว หวาดระแวงจนไม่กล้าที่จะออกไปไหนมาไหนยามค่ำคืน ชุมชนที่เคยครึกครื้นเงียบเหงาลงไปเพราะเหตุการณ์ในวันนั้น คุณหมอเกรเซอร์เท้าคางมองออกไปหน้าต่างบานใส ดวงตากลมสีเฮเซลเหม่อลอย

กระดิ่งเหนือประตูดัง เป็นสัญญาณของผู้มาใหม่


วันนี้มีพายแอปเปิลมาฝากครับหมอ ใบหน้ายิ้มแย้มของแองเจิลคนหลานที่มาพร้อมกับจานพายหอมกรุ่นชิ้นใหญ่ในมือ คุณหมอเจ้าของคลินิกเอ่ยชักชวนอีกฝ่ายให้เข้ามานั่งหลบความหนาว ชาร้อนถูกนำมาเสิร์ฟไม่นานหลังจากนั้น


คุณยายลองอบตามสูตรในหนังสือ ไม่แน่ใจว่าจะถูกปากหมอหรือเปล่า


แค่เห็นก็รู้แล้วครับว่าอร่อย ขนมฝีมือมาดามใครก็เทียบไม่ได้


หมอก็พูดเกินไป คุณยายมาได้ยินคงปลื้มจนตัวลอย

เสียงหัวเราะดังคลอเสียงพูดคุย ต่างคนต่างแลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ส่วนมากจะเป็นเรื่องของฝ่ายที่มักจะออกไปตัดฟืน เดินป่า ตักหิมะ ชาเมเปิลร้อนถูกยกจิบสลับกับกับช้อนที่ตักเค้กเข้าปาก


สีหน้าหมอดูไม่ค่อยดี

หากแต่ใบหน้าเคลือบยิ้มก็ยังถูกจับได้ว่ามีความหม่นหมองอยู่ภายใน นายแพทย์ร่างเล็กเผยยิ้มบางพลางส่ายหน้าไปมา นิ้วเล็กลูบวนรอบปากแก้วที่ยังมีไอร้อนลอยผะแผ่ว สายตาเหม่อมองชาสีเหลืองใสที่บรรจุอยู่ภายใน

 

ไม่มีอะไรหรอกครับ

บทสนทนาจบลงหลังจากนั้น

บรรยากาศเงียบเชียบจนชวนให้อึดอัดในใจ



บ่ายโมงของวันเดียวกัน คุณหมอฝากฝังให้ราเชล เด็กสาวในหมู่บ้านที่มักอาสามาช่วยอยู่สม่ำเสมอให้ดูแลคลินิก 


สวัสดีคุณหมอเกรเซอร์ ลมอะไรหอบมาล่ะวันนี้

เสียงเอ่ยกับรอยยิ้มเป็นมิตรทักทายทันทีที่ประตูบานไม้ถูกเปิดออก ห้องสมุดขนาดย่อมภายในบ้านไม้หลังเล็กที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากคลินิก มิสเตอร์เครเมนต์ หนอนหนังสือหนึ่งเดียวในหมู่บ้าน เท้าเล็กก้าวเข้ามาทันทีที่เจ้าบ้านเชื้อเชิญ


ไม่มีลมอะไรหรอกครับ แค่แวะมาเยี่ยมแล้วก็อยากจะขอยืมหนังสือสักหน่อย

คนเด็กกว่าเอ่ยตอบอย่างสุภาพ เขามักจะแวะเวียนมาที่นี่บ่อยตอนที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ การอ่านหนังสือสำหรับเขาเปรียบเหมือนยาช่วยให้ผ่อนคลาย และยิ่งเมื่อเจอคนที่ชอบในสิ่งเดียวกันยิ่งทำให้คุณหมอเกรเซอร์รู้สึกมีความสุขได้ไม่น้อย


อยากได้เล่มไหนหยิบได้เลยนะหมอ

นิ้วเล็กแตะตามขอบหนังสือไล่ตามตัวอักษร กลิ่นกระดาษกับกลิ่นไม้เก่า หอมอ่อนๆติดจมูก

ธรรมชาติวิทยา / ตำรายาสมุนไพร / บทกวีนิพนธ์ / นวนิยายรักหวานชื่น

หลากหลายมากมายให้คุณหมอได้เลือกสรร

 

อยากลองเล่มนี้ดูไหม ปรัชญาชีวิตน่ะ

หนังสือเล่มหนึ่งถูกหยิบออกมาจากชั้น หน้าปกที่ยังดูดีบ่งบอกถึงการดูแลรักษา มือเล็กรับมาก่อนจะค่อยๆเปิดดูทีละหน้า เลื่อนสายตาอ่านช้าๆ ซึมซับเนื้อหาข้อความแต่ละบรรทัดอย่างใจเย็น


 ชีวิตมนุษย์นี่เหมือนกับต้นไม้ ว่าไหมหมอ

เสียงทุ้มชวนพูดคุยหลังจากที่คุณหมอจมจ่อมล่องลอยเข้าไปในบทความอยู่ครู่ใหญ่ มือกร้านหยาบจัดเรียงหนังสือเข้าชั้นด้วยรอยยิ้ม บรรยากาศอบอุ่นฟุ้งไปทั่วห้อง


มีจังหวะ มีฤดูกาล มีช่วงเวลาแตกหน่อผลิบาน ออกดอกออกผล สุดท้ายก็ร่วงหล่นผุพังทิ้งต้นตาย


วัฏจักรธรรมชาติ ยากจะปฏิเสธจริงๆครับ

มิสเตอร์เครเมนต์เผยยิ้ม มือหนาเอื้อมไปบีบไหล่เล็กส่งผ่านกำลังใจ

 

เพราะแบบนั้น อย่าเศร้าไปเลยนะหมอ

รอยยิ้มถูกส่งให้กันและกันแบบนั้นอยู่พักใหญ่




การประชุมหมู่บ้านถูกจัดขึ้นที่ลานว่างในเช้าวันถัดมา ความเศร้าและความกลัวลอยฟุ้งในบรรยากาศ มีเพียงน้ำเสียงจริงจังกับใบหน้าเคร่งเครียด ไม่หลงเหลือรอยยิ้มจนน่าใจหาย คุณหมอหนุ่มยืนกอดอกพิงต้นไม้มอง ก้อนความรู้สึกจุกหน่วงครอบคลุมจิตใจ

 

พระผู้เป็นเจ้าโปรดทรงเมตตา

ปกป้องเยียวยารักษาผู้คน







แกช่วยหยุดทำหน้าตาไร้อารมณ์แบบนั้นสักทีได้ไหมฟินน์

เสียงเอ่ยขอที่คนฟังรู้ดีว่าอีกฝ่ายแค่ตั้งใจจะกวนประสาท ร่างสูงโปร่งสมส่วนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ บนโต๊ะตรงหน้ามีกองเอกสารมากมายที่รอให้อ่านและลงลายมือชื่อ มือเรียวจรดหมึกปลายปากกาขนนกบนแผ่นกระดาษใบแล้วใบเล่า


พูดมาก ถ้าว่างมากนักก็มาช่วยฉันจัดการกองเอกสารพวกนี้


นั่นมันงานของแก ฉันแตะต้องได้ที่ไหนล่ะ จริงไหมครับคุณหนู

พูดจบก็หัวเราะร่าด้วยความชอบใจ ร่างสูงของไวแอตต์ทิ้งตัวลงนอน ขายาววางพาดไปบนขอบโซฟาที่วางอยู่มุมห้อง มือหยิบองุ่นโยนเข้าปาก รสชาติหวานเฝื่อนอมเปรี้ยวจนต้องยกน้ำแอปเปิลของโปรดขึ้นดื่มตาม ดวงตาสีน้ำตาลเฮเซลนัทมองเพื่อนสนิทที่จ้องมาอย่างเรียบนิ่ง แต่แววตาราวกับอยากจะบีบคอให้ตายคามือ


ฉันหวั่นไหวนะฟินน์ ช่วยหยุดส่งสายตาร้อนแรงแบบนั้นมาให้ฉันสักที


มันจะดีมากถ้าแกจะออกไปจากห้องทำงานฉัน


ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยน

บรรยากาศคละคลุ้งเสียงหัวเราะเงียบไปหลังจากฟินน์ละความสนใจและลงมือตั้งใจทำงานต่อ ในขณะที่ไวแอตต์กำลังแหวกว่ายดำดิ่งเข้าไปในหนังสือนวนิยายที่หยิบมาจากชั้นหนังสือของเจ้าของห้อง


หัวใจมีรักก็เหมือนกับการปลูกดอกไม้ ถูกรดด้วยความรู้สึก พรวนดินด้วยความใส่ใจ ออกดอกเป็นความสัมพันธ์ส่งกลิ่นหอมหวน แต่ถ้าหากถึงยามที่แห้งเหี่ยวตายไป รากใบจะยังคงอยู่ หากแต่ไร้ซึ่งการผลิดอกออกใหม่

เสียงอ่านข้อความในหนังสือทำให้ฟินน์หยุดความเคลื่อนไหวของข้อมือ เงยหน้าตั้งใจฟังบทความที่อีกฝ่ายยกขึ้นมาเอื้อนเอ่ย ไวแอตต์ทำหน้าเหยเกกระอักกระอ่วนทันทีที่อ่านจบ


“ น่าแปลกใจที่คนแบบแกมีหนังสือแบบนี้ในห้อง


ได้มาตอนไปประชุมครั้งก่อน ร้านหนังสือในตลาด คนขายคะยั้นคะยอให้ซื้อ


พวกมนุษย์นี่อ่านอะไรหวานเลี่ยนเป็นบ้า ขนลุกชะมัด

มือเรียวยกขึ้นลูบแขนที่ถูกปกคลุมด้วยเสื้อไหมพรมสีเทาเข้มตัวหนาประกอบคำพูด เจ้าของหนังสือทำเพียงแค่ยักไหล่ ก่อนจะก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่อ ไวแอตต์ลุกขึ้นนั่ง มือวางหนังสือไว้บนโต๊ะข้างตัว ในมือถือแอปเปิลก่อนจะกัดเข้าปากคำโต


ว่าแต่แกจะเอายังไงกับนายทหารคนนั้นที่จับกลับมาได้

คำถามที่ทำเอาคนฟังหยุดชะงัก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองเพื่อนที่มองมาด้วยสายตาจริงจังไม่แพ้กัน


คงขังไว้ในคุกก่อน ฉันอยากจะเค้นมันเสียก่อนว่าคาบข่าวอะไรไปบ้าง


พวกสภาคงไม่ส่งหนอนบ่อนไส้มาแค่ตัวเดียว ถ้ายังหาไม่เจอคงเป็นเราที่แย่ ไม่นานมานี้ฉันทราบมาว่าทหารเราถูกลอบทำร้าย ไม่แน่อาจจะเป็นฝีมือของพวกมัน

ข่าวคราวที่ได้รับยิ่งทำให้นายน้อยของอาณาจักรเต็มไปด้วยใบหน้าเคร่งเครียด มือวางปากกาขนนกลง ก่อนจะกอดอกด้วยท่าทางเคร่งขรึม


ถึงจะต้องฆ่าให้ตาย ยังไงการปฏิวัติมันก็ต้องไม่เกิดขึ้น

แต่ก่อนที่ห้องทำงานจะเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูบานไม้เรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ ฟินน์เอ่ยอนุญาตให้คนด้านนอกเปิดเข้ามา ร่างของคนมาใหม่ในชุดสีดำสนิทโค้งคำนับให้ตามความเคยชิน

 

มีอะไรหรือเปล่าเจเดน

เจเดน มาร์เทลล์ หัวหน้านายทหารและมือขวาคนสนิทของวูล์ฟฮาร์ดคนพ่อ ไวแอตต์โบกมือทักทายให้อีกฝ่ายแต่ก็ได้รับเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่ส่งกลับมาให้


นายท่านเรียกหาคุณฟินน์ครับ บอกมีเรื่องอยากจะพูดคุย


ขอเวลาสักครู่เดี๋ยวฉันตามไป




เจเดนเดินออกจากห้องทำงานของเจ้านาย ตามด้วยไวแอตต์ที่เดินขนาบข้าง ทั้งสองก้าวเดินอย่างไม่เร่งรีบไปตามโถงทางเดิน ท่าทางสุขุมเงียบขรึมของหัวหน้านายทหาร กับท่าทางขี้เล่นเป็นกันเองที่คอยทักทายเหล่าสาวรับใช้ที่เดินผ่านดูคอนทราสต์กันจนไม่คิดว่าจะมาสนิทกันได้ 


ช่วงนี้มีแต่เรื่องเครียดๆ เราไปเดินเล่นตรงปีกตะวันออกกันดีไหม ชวนพวกเด็กๆไปด้วย กินขนม ผลไม้ นั่งจิบชาร้อนๆในศาลา นายตกลงไหม


ตอนนี้เป็นเวลาเปลี่ยนกะ ผมคงต้องไปเดินตรวจตราพวกทหารเสียหน่อย คงไม่ได้หรอกครับ


โถ่ เจเดน แต่ฉันเหงานี่นา


คุณโอเลฟฟ์ลองไปที่ลานน้ำพุดูไหมครับ พวกเด็กๆคงจะอยู่ที่นั่นกัน

ใบหน้ามุ่ยลงเมื่อได้ประโยคตอบรับที่ขัดใจ


บอกว่าให้เรียกไวแอตต์ ทีกับฟินน์ยังเรียกแค่ชื่อได้ ทำไมถึงไม่เรียกชื่อฉันบ้าง 

ดวงตาสีฟ้าเทาของนายทหารลอบมองอีกฝ่ายที่เอาแต่ทำหน้าทำเสียงตัดพ้อ รอยยิ้มเผยบนใบหน้าก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันที่ใครจะได้สังเกตเห็น


ผมขอตัวก่อนนะครับ

พูดจบก่อนจะเดินแยกออกไป มุ่งหน้าไปยังมุมต่างๆรอบปราสาท


ให้ตายเถอะ ทหารปราสาทนี้ใจร้ายชะมัด




ท่านพ่อให้คนไปตามลูกมีอะไรหรือเปล่าครับ

ฟินน์โค้งตัวเคารพ พร้อมจ้องแผ่นหลังกว้างของผู้เป็นพ่อ ที่กำลังใช้สายตาทอดมองไปด้านนอกปราสาท เสียงผ่อนลมหายใจทำให้คนเด็กกว่ารู้ได้ทันทีเลยว่าบิดาของตนกำลังเป็นทุกข์ 


คนในสภากดดันพ่อมา

และมันก็เป็นไปตามที่คิดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เมื่อผู้เป็นพ่อหันหลังกลับมาสบตาด้วยสีหน้าเป็นกังวล


มอนต์โกเมอรี่คงไม่ยอมง่ายๆ

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ขายาวก้าวเดินเข้าไปใกล้บิดา แขนยาวโอบกอดเพื่อแบ่งเบาความวิตกของอีกฝ่าย ความอบอุ่นถูกมอบให้ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด


ขอท่านพ่อโปรดวางใจ เชื่อได้เลยว่าลูกไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแน่นอน




ฟินน์เดินกลับมาที่ห้องทำงานของตนหลังจากพูดคุยกับผู้เป็นพ่ออยู่พักใหญ่ ทิ้งร่างลงบนเก้าอี้ประจำตัวอย่างเหนื่อยล้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มปิดลงอย่างช้าๆ ลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องราวยืดเยื้อของบ้านเมืองดำเนินมานานถึงสามเดือนเศษ เผ่าพันธุ์ที่แบ่งการปกครองออกเป็นสามเผ่าพันธุ์คือ เสือ หมี และหมาป่า ทั้งสามเมืองปกครองตัวเองด้วยความความเคารพ ไม่ยุ่งเกี่ยวหรือเบียดเบียนแทรกแซงซึ่งกันและกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ เผ่าพันธุ์เสือถูกปกครองด้วยผู้นำใหม่ เดเคอร์ มอนต์โกเมอรี่ ที่กระหายอยากจะรวมทั้งสามอาณาจักรเข้าด้วยกันและหวังจะยึดครองอำนาจ เป็นเรื่องยากที่จะต่อรองในเมื่ออีกฝ่ายมีพละกำลังที่มากกว่า

ดวงตาค่อยๆเปิดขึ้น จ้องมองไปยังภาพวาดต้นโอ๊กแดงที่ได้มาจากจิตรกรในตรอกแคบของตลาด เมื่อครั้งที่ไปประชุมสภาคราก่อน ลำต้นแข็งแรงมั่นคงแตกกิ่งก้านสาขาที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยใบสีส้มแดง

ทุกครั้งที่จ้องมอง ราวกับได้รับการเยียวยา



 




นอนไม่หลับ

เป็นอาการที่คุณหมอเกรเซอร์กำลังพบเจอ เพราะความเครียดและเรื่องราวต่างๆที่เพิ่งผ่านพ้น สองเท้าเล็กเดินลงมาจากชั้นสอง ชาดอกคาโมมายล์ร้อนช่วยเรื่องการนอนหลับ ถูกยกขึ้นจิบเพื่อหวังว่าบางทีอาจจะทำให้ไร้ความกังวลและพักผ่อนได้อย่างใจคิด หนังสือที่หยิบยืมมาจากมิสเตอร์เครเมนต์ถูกเปิดอ่านไปด้วย

ความมืดที่ปกคลุมพื้นที่ มีเพียงแสงสว่างดวงเล็กจากตะเกียงน้ำมันภายในพื้นที่สี่เหลี่ยมของคลินิก ประกายไฟครุกรุ่นในเตาผิงเพิ่มอุณหภูมิภายในให้อบอุ่น

ตัวอักษรลอยฟุ้งในความเงียบ เสียงเปลวไฟประทุดังคลอเสียงพลิกหน้ากระดาษ


เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนหางตาแอบสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวด้านนอก คุณหมอเงยหน้าขึ้นมองเต็มตา แต่เพราะความมืดจึงทำให้เห็นได้ไม่ชัด ร่างเล็กลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวขาเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างบานใส

ถึงแม้จะมองเห็นไม่ชัด แต่คราบสีแดงราวกับเลือดบนหิมะขาวโพลนก็ทำเอาคุณหมอหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สัญชาตญาณความเป็นหมอมันบอกให้เขาตามออกไปดู

เสื้อโค้ทตัวหนาบนราวแขวนถูกหยิบใส่อย่างรวดเร็ว สวมรองเท้าบูทที่วางอยู่ ก่อนคว้าตะเกียงรีบเปิดประตูวิ่งตามออกไป

ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนบาดเจ็บต้องการความช่วยเหลือจากเขา



อุณหภูมิเย็นเฉียบเข้าสัมผัสผิวกาย เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ไม่อาจให้ความอบอุ่นได้มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นความกังวลและจรรยาบรรณแพทย์มันมีมากกว่า สายตาสอดส่องไปทั่วบริเวณ ย่ำเดินไปตามรอยเท้าและคราบโลหิตที่อยู่เบื้องหน้า 


คุณ! คุณครับ! ได้ยินเสียงผมไหมครับ! ”

ริมฝีปากบางแห้งผากสั่นเทา พยายามเปล่งเสียงร้องหาท่ามกลางความมืด แสงสว่างเพียงเล็กน้อยแทบจะไม่ช่วยอะไรเมื่อหิมะที่กำลังตกบดบังทัศนียภาพการมองเห็นไปมากกว่าครึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นคุณหมอร่างเล็กก็ไม่ย่อท้อที่จะเดินตามหาผู้ได้รับบาดเจ็บ สองเท้าก้าวเดินมาไกลมากกว่าที่คิด ห่างไกลจากบ้านเรือน แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิตที่เขากำลังตามหา

ความเหนื่อยล้ามาพร้อมกับสองขาที่เริ่มก้าวไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำเพราะอุณหภูมิที่ติดลบ มือเปลือยเปล่าเพราะความรีบจนไม่สามารถที่จะคว้าถุงมือมาสวมใส่กำลังเกิดอาการชาจนไร้ความรู้สึก ความมืดทำให้ร่างเล็กหวาดระแวง

แต่แล้วเงาสีดำของบางอย่างก็ปรากฏให้เห็น ถึงจะไม่ชัดแต่ก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่


คุณ.. คุณครับ

เอ่ยเรียกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งเงียบ ความเป็นห่วงทำให้คุณหมอร่างเล็กค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้ ยกตะเกียงไฟขึ้นเพื่อส่องเส้นทาง

แสงสว่างเพียงน้อยนิด แต่ทำให้เห็นรูปร่างได้ชัดเจน

ร่างของสัตว์ขนาดใหญ่ย่างกรายเข้ามาจากในความมืด ดวงตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์กราดเกรี้ยว เสียงขู่คำรามดังกึกก้องจนต้นไม้รอบข้างสั่นไหว

ใจกระตูกวูบเมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์อย่างที่หวังไว้ ร่างเล็กจ้องมองสิ่งนั้นอย่างหวาดกลัว แข้งขาอ่อนแรงจนล้มพับไปกองกับพื้นหิมะ ดวงตาสั่นระริกเมื่อขบคิดว่าตัวเองกำลังหมดหนทางหนี ลำคอแห้งผากจนไม่สามารถตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

กายใหญ่โตเคลื่อนเข้าใกล้ กับร่างเล็กที่พยายามคืบคลานหนี

เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ร่างของเสือลายพาดกลอนจะกระโจนใส่ ชีพจรเต้นรัวเร็วอย่างควบคุมไม่ได้ คุณหมอเกรเซอร์หลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น

แต่แล้วแรงล้มตัวลงอย่างแรงก่อนที่มันจะเข้าใกล้ถึงตัวก็ทำให้ต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมอง โลหิตสีแดงฉานพุ่งทะลักแต่งแต้มไปทั่วหิมะหนาขาวโพลน ลูกธนูราวสิบดอกถูกปักตั้งแต่กลางลำตัวจนถึงบริเวณศีรษะ

ลมหายใจหอบถี่ไม่เป็นจังหวะ ไม่กล้าที่จะมองภาพตรงหน้าได้เต็มตา หัวใจบีบตัวเต้นรัวระเร็วเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ ตัวสั่นระริกเพราะความหวาดกลัว รู้สึกอยากจะอาเจียนพร้อมกับอยากจะร้องไห้แต่มันหนาวชาจนร้องไม่ออก

เพราะความตกใจจนถึงขีดสุดและความตื่นตระหนก


สิ่งสุดท้ายที่รับรู้คือดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นที่ทอดมองจากด้านบนศีรษะ

คุ้นเคยเหมือนกับเคยได้เห็น 

ก่อนที่สติของร่างเล็กจะดับลงไปพร้อมกับไฟของตะเกียง




คุณหมอเกรเซอร์สะดุ้งตื่นท่ามกลางเสียงพูดคุยที่ไม่เบานักก่อนจะเงียบลงไปเมื่อเขาพยายามพยุงร่างกายตัวเองลุกขึ้นนั่ง สายตาสอดส่องไปรอบตัวด้วยความหวาดระแรง ความกลัวยังคงเกาะกุมจิตใจ เรื่องราวที่พบเจอมายังคงติดอยู่ในโสตประสาท

เตียงไม้หลังใหญ่ โคมไฟระย้าหรูหรา ห้องขนาดกว้างสีทะมึนแปลกตา กับร่างของคนแปลกหน้าสองคนที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่ ก่อนที่เจ้าของใบหน้าเรียบนิ่งดวงตาสีน้ำตาลเข้มจะเป็นฝ่ายเดินจากออกไป เสียงปิดประตูหายไปพร้อมกับความเงียบในห้อง 


ไง ฟื้นแล้วเหรอ

เสียงเอ่ยถามอย่างเป็นกันเองเรียกใบหน้าสงสัยของคุณหมอร่างเล็ก เจ้าของคำถามหัวเราะราวกับมันเป็นเรื่องตลกน่าขบขัน ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง แต่เพราะยังคงหวาดกลัวทำให้คนที่อยู่บนเตียงถอยห่างอย่างรวดเร็ว


กลัวอะไรขนาดนั้น ฉันไม่ทำร้ายนายหรอกน่า


ที่นี่ที่ไหน...อย่างนั้นเหรอครับ  

หลังจากเงียบไปนานก็เอ่ยปากถามอีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ


ก็สักที่ในป่า

คนพูดยักไหล่พร้อมกับน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนัก คิ้วได้รูปขมวดแน่นเมื่อไม่ได้ใจความสำคัญอะไรจากประโยคนั้นที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มแปลกหน้า


พักผ่อนเถอะ อยากได้อะไรก็เรียกแม่บ้านด้านนอก  

ถึงจะไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการแต่น้ำเสียงใจดีที่ส่งมาก็ทำให้คลายความกังวลไปได้บ้าง ร่างเล็กพยักหน้ารับ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอน เบนสายตาจ้องมองทะลุออกไปนอกหน้าต่างบานยาว ทัศนียภาพที่ไม่คุ้นตา ราวกับไม่ใช่สถานที่ที่เขาอยู่



 

เพราะแปลกที่ทำให้คุณหมอร่างเล็กข่มตาหลับไม่ลง ได้ยินเสียงพูดคุยจากด้านหน้าประตู ทำให้ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม สองเท้าก้าวเดินไปตามโถงทางเดิน สถานที่กว้างขวางใหญ่โตจนทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีที่แบบนี้อยู่ในป่า อย่างกับอยู่ในปราสาทอย่างไรอย่างนั้น

เสียงเจื้อยแจ้วโหวกเหวกโวยวายเรียกสายตาให้หันไปมอง ลานน้ำพุที่เต็มไปด้วยเด็กเล็กวิ่งวุ่นไปมา ท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนานยังมีร่างของใครบางคนนั่งอยู่ในวงล้อมนั้น

ใบหน้าเรียบนิ่งที่ดูดุดัน หากแต่ในแววตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น ถึงจะมองจากในระยะไกลก็ยังเห็นความอบอุ่นที่มอบให้กับพวกเด็กๆ

คุณหมอเกรเซอร์เผลอยืนมองภาพนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ นานจนเหมือนคนที่โดนจ้องอยู่จะรู้ตัว

ดวงตาสองคู่ประสานกันโดยบังเอิญ

 

ความรู้สึกวูบไหวเหมือนใบไม้ที่โต้ลม

ชีพจรเต้นระรัวชวนให้วาบหวามในใจ




 

to be continued

#fallingtofack



เจอกันสักที แต่ตอนนี้คุณหมอจะยังไม่รู้ว่าคนที่เจอเป็นหมาป่านะคะ

ถ้ารู้แล้วจะเป็นยังไง พบกันใหม่ในตอนหน้า

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ



TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #18 xpellb (@xpellb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 19:41

    กรี๊ดดดดดดด ขอกรี๊ดสองรอบเลยค่ะ จังหวะสบสายตาคือทางนี้หวั่นไหวไปก่อนแล้ว เย็นชาแต่รักเด็ก คุณสมบัติแห่งชาติ แล้วเจ้าฟินน์ไปเก็บคุณหมอมาแบบนี้มีซัมติงรึเปล่าคะ แล้วภาพวาดที่ฟินน์ได้จากตลาดเกี่ยวอะไรกับคุณหมอมั้ยนะ

    แอบเห็นความ jyatt เล็กๆ น่ารักที่สุดในสามโลกเลยค่ะ ;-; รอตอนต่อไปนะคะ
    #18
    0
  2. #15 Janjirajk (@Janjirajk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 08:58

    กรี๊ดดดดดดดดดกกเขาเจอกันแร้วว คือถ้าคุณหมอรุ้จะเป็นยังไงเนี่ยย
    #15
    0
  3. #14 yiyuyo (@yiyuyo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 08:56
    เจอกันแล้ว งื้ออออ่านไปเขินฟินน์ไปชอบมากๆเลย
    #14
    0
  4. #13 ployreverrainbow (@ployreverrainbow) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 02:56
    ถ้ารู้ความจริงคุณหมอคงไม่สติหลุดไปเลยนะ #สนุกมากเลย คืออ่านแล้วก็คิดภาพได้เลย
    #13
    0
  5. #12 MANAD!CX (@mouey2003) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 23:45

    แง เขาเจอกันแล้ว T_______T อยากรู้ว่าถ้าคุณหมอรู้ว่าคุณหมาป่าเขาไม่ใช่คนจะเป็นยังไงนะ สองคนนี้เคยมีอดีตอะไรมาก่อนหรือเปล่าเนี่ย

    #12
    0