[Yaoi] ลูกพีชเสี่ยงคุก

ตอนที่ 4 : ลูกพีชลูกที่สี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 เม.ย. 61

 





             กลิ่นหอมๆจากแป้งเด็กที่คุณแม่มักจะซื้อมาตั้งไว้ให้บนโต๊ะเครื่องแป้งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วห้องหลังจากที่ผมหยิบมันมาแปะไปทั่วทั้งตัวหลังจากอาบน้ำเสร็จ

 

ชุดนอนไดโนเสาร์สีชมพูตัวโปรดถูกหยิบมาสวมอย่างลวกๆก่อนที่ผมจะกระโจนลงบนเตียงสีเหลืองอ๋อยของตัวเองด้วยความโหยหา ผมคว้าเอาตุ๊กตาลูกเจี๊ยบที่คุณพ่อซื้อให้ตอนวันเกิดมากอดพร้อมกับฝังใบหน้ากลมๆของตัวเองลงบนความนุ่มนิ่มตรงหน้า

 

 

หลังจากที่กลับมาถึงบ้านกินข้าวกินปลากับคุณพ่อคุณแม่เรียบร้อยแล้ว ผมก็วิ่งดุกดิกขึ้นมาบนห้องทันทีเหมือนที่ชอบทำ ความเหนียวเหนอะหนะจากเหงื่อไคลที่หมักหมมมาทั้งวันถูกชำระล้างออกด้วยครีมอาบน้ำโคโดโมะสีชมพูแปรนด์โปรดของคุณแม่

 

 

ซึ่งผมเองก็ชอบกลิ่นนี้เหมือนกันเพราะมันทำให้คุณแม่มักจะหอมแก้มของผมอยู่บ่อยๆ ถึงผมจะโตเป็นหนุ่มแล้วแต่ก็ยังชอบให้คุณแม่หอมแก้มก่อนนอนอยู่ดีเพราะว่าปากของคุณแม่นะนิ่มที่สุดในโลกเลยล่ะครับ

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

เสียงเคาะประตูห้องของผมดังขึ้นไม่ต้องเดาก็น่าจะรู้ดีว่าคนเคาะเป็นใคร ประตูค่อยๆถูกเปิดออกหลังจากเสียงเคาะประตูเงียบลงเหมือนทุกครั้ง ก่อนที่คุณแม่คนสวยของผมจะเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับแก้วมัคลายสิงโตสีส้มที่อยู่ในมือ

 

 

เจ้าแสบอาบน้ำเสร็จแล้วทำไมรีบขึ้นเตียงแบบนั้นล่ะ ผมยังไม่ทันแห้งดีเลย

 

 

คุณแม่แอบเอ็ดผมเบาๆก่อนที่มือสวยๆนั้นจะวางแก้วมัคที่ยังคงมีควันร้อนๆระเหยออกมาจากปากแก้วลงบนโต๊ะทำการบ้านของผม

 

 

โห่ว แม่อ่ะก็ไอง่วงแล้วนี้หน่าขอนอนเลยไม่ได้หรอครับ

 

 

ทำแบบนั้นได้ที่ไหนกัน แล้วนี้ก็เปิดแอร์ซะอย่างกับอยู่ขั้วโลกเหนือแบบนี้ ขืนยังดื้อไม่ยอมลุกขึ้นมาเดี๋ยวได้เป็นหวัดกันพอดี มานี้เลยเจ้าแสบมาให้แม่เป่าผมให้ก่อนค่อยนอน

 

 

คร้าบบบบบ

 

ผมตอบรับแม่ไปพร้อมกับยอมลุกขึ้นเดินไปทิ้งตัวแหมะที่เก้าอี้สีชขาวหน้าโต๊ะเขียนการบ้าน คุณแม่ส่ายหน้าเบาๆกับความเป็นเด็กขี้เกียจของผมก่อนที่จะไปหยิบเอาไดร์เป่าผมที่อยู่ใต้ตู้ทีวีมาเสียบแล้วเริ่มเป่าผมให้กับลูกชายคนเดียวของคุณแม่

 

 

ผมคว้าเอาแก้วมัคที่เริ่มจะอุ่นแล้วมาถือไว้ในมือก่อนที่จะค่อยๆดื่มนมอุ่นที่อยู่ในแก้วจนหมด ใช้เวลาไม่นานผมที่เคยหมาดก็แห้งสนิท คุณแม่คนสวยของผมเก็บทุกอย่างให้เข้าที่ก่อนจะเดินมาใช้ทิชชู่เช็ดคราบสีขาวที่เลอะอยู่บนริมฝีปากออกให้ผมเหมือนที่ชอบทำ

 

 

โตเป็นหนุ่มแล้วยังจะกินเลอะเทอะอยู่อีก

 

 

คุณแม่พูดพร้อมกับรอยยิ้มที่มักจะทำก่อนที่มือนิ่มๆนั้นจะบีบลงบนแก้มทั้งสองข้างของผมเบาๆ ผมยู่ปากใส่คุณแม่ด้วยความเคยชินก่อนที่ปลายจมูกโด่งๆที่เหมือนกันกับจมูกของผมจะฝังลงมาบนแก้มที่ยังคงมีคราบแป้งสีขาวติดอยู่เบาๆ

 

 

เจ้าแสบของแม่ดูไม่ต่างจากสิบปีที่แล้วเลยนะ นี้แม่ลูกชายห้าขวบหรือสิบห้าขวบกันแน่เนี่ย

 

 

เวลาอยู่กับแม่ไอก็คงเป็นเด็กห้าขวบนั้นแหละครับ

 

 

ผมพูดก่อนจะห้อมแก้มนิ่มๆของแม่คืนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปรียบ แต่ก่อนที่ผมจะได้หอมแก้มอีกข้างของคุณแม่คนขี้หวงที่ดูเหมือนว่าจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จก็เดินเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน

 

 

พอเลยๆ หอมเยอะไปแล้วเจ้าแสบ

 

 

เสียงทุ้มของพ่อของผมดังขึ้นก่อนที่มือใหญ่ๆนั้นจะดันหน้าผมออกห่างจากหน้าของคุณแม่โดยไม่ลืมที่จะส่งปลายนิ้วมาบีบจมูกผมหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

 

โอ๊ยยย คุณแม่ครับ ดูคุณพ่อสิรังแกไออีกแล้วอ่ะ คุณแม่ต้องจัดการให้ไอนะ

 

 

ผมหันไปฟ้องคุณแม่ก่อนที่รอยยิ้มจางๆจะปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าอ่อนกว่าวัย มือเรียวที่มีแหวนสวมอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายหยิกลงบนแขนของคุณพ่อเบาๆแต่คนถูกกระทำกับเล่นใหญ่เหมือนโดนหยิกแรงไปได้ ทำเอาผมที่นั่งอยู่ตรงนี้ถึงกับต้องส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมา

 

 

โอ๊ยยย คุณเห็นเจ้าเด็กหน้าแมวนี้ดีกว่าผมได้ยังไงกันอ่ะ ไหนดูสิเด็กนี้มีอะไรดีทำไมคุณถึงต้องมาหาเจ้าแสบนี้ก่อนนอนทุกคืนด้วย

 

 

คุณพ่อบีบแก้มย้วยๆของผมก่อนที่จะคลี่ยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นว่าใบหน้าของผมบิดเบี้ยวไปตามแรงดึง

 

 

นิ่มเป็นมาร์ชเมโล่เหมือนเดิมเลยนะเจ้าแสบฮ่าๆ

 

 

คุณพ่อหัวเราะออกมาก่อนที่คุณแม่ที่ยืนดูคุณพ่อแกล้งผมอยู่จะคลี่ยิ้มออกมาด้วย ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุดเลยล่ะครับ

 

 

ไหนดูสิพรุ่งนี้ลูกมีตารางเรียนพิเศษถึงกี่โมง

 

คุณแม่พูดก่อนจะเปิดผ้าม่านหน้าต่างออกเผยให้เห็นโพสอิทหลากสีที่มีตารางเรียนของผมแปะไว้อยู่ ปลายนิ้วเรียวๆของคุณแม่ไล่ดูตารางเรียนก่อนที่จะยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา

 

พรุ่งนี้เวรทำความสะอาดห้องเรียนของลูกด้วยนี้ ต้องไปโรงเรียนแต่เช้าใช่ไหม นี้จะสี่ทุ่มแล้วนอนได้แล้วนะเจ้าแสบ

 

คุณแม่พูดก่อนจะส่งมือมาบีบปลายจมูกผมเบาๆเหมือนที่ชอบทำโดยที่ผมก็พยักหน้ารับคำคุณแม่ไป

 

 

เอาล่ะ นี้ก็ดึกมากแล้วไปแปรงฟันแล้วเข้านอนได้แล้วเจ้าแสบ เพราะนอนดึกแบบนี้ไงถึงสูงไม่ทันเจ้าฟิวส์สักที

 

 

คุณพ่อพูดพร้อมกับจะส่งมือมายีผมของผมจนยุ่งไปหมดก่อนที่จะหอมเหม่งผมหนึ่งทีเบาๆ

 

 

ฝันดีเจ้าแสบ

 

คำพูดสุดท้ายที่มักจะได้ยินทุกคืนดังขึ้นก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเดินออกไปพร้อมกับแก้วมัคเปล่าๆ ประตูห้องถูกปิดลงเบาๆแล้วก็เหลือเพียงผมที่ยังนั่งหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ในห้อง

 

 

ผมตั้งท่าจะลุกไปที่เตียงเพื่อที่จะเข้านอนแต่ก็ต้องพับความคิดนั้นไว้ซะก่อน เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นถุงกระดาษที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ผมแทบจะลืมมันไปแล้วถ้าไม่ติดว่ามันดันวางเด่นหราอยู่กลางโต๊ะผมคงจะไม่สนใจ

 

 

ถุงกระดาษสีชาถูกผมคว้ามาเปิดดูด้วยความสงสัยว่าของในนั้นมันคืออะไร ก่อนจะเจอกับหนังสือเล่มหนาหนึ่งเล่ม ผมล่วงหยิบของในนั้นออกมาดูทีล่ะชิ้นไม่ว่าจะเป็นสมุดโน๊ตขนาดเหมาะแก่การพกพา รวมไปถึงพาเลทสีน้ำและกล่องบรรจุพู่กันทุกขนาด

 

 

ผมวางของทุกอย่างลงบนโต๊ะก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนาที่ผมหยิบมันออกมาจากถุงเป็นชิ้นแรกขึ้นมาดู หน้าปกของมันถูกแปะไว้ด้วยโพสอิทสีชมพูพร้อมกับลายมือยึกยือที่ถูกเขียนด้วยปากกาสีน้ำเงินว่า

 

 

ขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อวานแล้วก็เรื่องเมื่อตอนเช้าด้วยนะ

 

 

ขอความไม่สั้นไม่ยาวนั้นทำให้ผมคลี่ยิ้มออกมาด้วยความนึกตลกกับสิ่งที่เจ้าของลายมือให้ผมมา ผมดึงโพสอิทนั้นออกจากหน้าปกหนังสือก่อนจะแปะมันไว้กับพวกโพทอิทที่ผมมักจะเขียนบางอย่างเพื่อเตือนตัวเองลงบนกระจกหน้าต่าง สายตาก็เหลือบมาโฟกัสสิ่งที่ถูกตีพิมพ์ไว้ที่หน้าปกหนังสืออีกครั้งถึงได้รู้ว่ามันเป็นหนังสือฟิสิกส์

 

 

ผมพลิกหน้าหนังสือดูเนื้อหาด้านในที่เต็มไปด้วยสีสันทั้งตัวหนังสือและภาพวาดบรรยายโดยละเอียดในแต่ล่ะหัวข้อที่มีในหนังสือ ผมไม่ได้แปลกใจอะไรเท่าไหร่ที่พี่เสาหินคนนั้นซื้อของพวกนี้ให้ผม คงจะเป็นเพราะเห็นสิ่งที่ผมจดลงในสมุดลายลูกพีชที่ผมใช้สีน้ำวาดเองเล่มนั้นล่ะมั้งครับ

 

 

ผมก้มมองของที่วางอยู่บนโต๊ะอีกครั้งโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ก้อนแก้มทั้งสองข้างมันดันขึ้นจนตาเป็นสระอิด้วยรอยยิ้มบนมุมปากทั้งสองข้าง

 

 

มีเซ้นส์ในการเลือกของดีเหมือนกันนี่ เอาเป็นว่าครั้งนี้จะให้อภัยก็แล้วกันนะ

 

ผมพูดกับของตรงหน้าก่อนจะเก็บทุกอย่างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ความรู้สึกง่วงจากความเหนื่อยล้ามาแทบจะทั้งวันทำให้ผมรีบเดินไปปิดไฟที่มุมห้องก่อนจะทิ้งตัวนอนลงบนเตียงตัวความเหนื่อยอ่อน

 

 แสงไฟที่จากด้านนอกสาดเข้ามาพอให้เห็นมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในห้อง ผมเอื้อมมือไปหยิบตุ๊กตาเด็กผู้ชายไขลานที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงมาหมุนสองสามก่อนที่จะวางมันทิ้งไว้ที่เดิม ไม่นานนักมันก็ส่งเสียงเหมือนกับทุกคืน

 

..♥♥ .•*´¨` ‘You're my honeybunch, sugar plum
Pumpy-umpy-umpkin
You're my sweetie pie
You're my cuppycake, gumdrop
Snoogums, boogums, you're
The apple of my eyes’
..♥♥ .•*´¨`

 

เสียงเพลงที่คุณพ่อคุณแม่มักร้องให้ฟังก่อนอนตอนเด็กๆดังออกมาจากตุ๊กตาไขลานที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อมาให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดตอนอายุสิบสองปีด้วยเหตุผลที่ว่าผมมักจะงอแงให้คุณพ่อไม่ก็คุณแม่ร้องให้ฟังก่อนนอนเหมือนเด็กๆแต่ถ้าหากไม่ได้ฟังผมก็จะนอนไม่หลับต่อให้ง่วงแค่ไหนก็ตาม

 

 

มันแปลกมากเลยใช่ไหมล่ะครับแต่มันเป็นเรื่องจริง พ่อบอกผมว่าผมน่ะโตเกินกว่าที่จะให้พ่อแม่ร้องเพลงกล่อมแล้ว อีกอย่างเวลาไปอยู่ที่อื่นที่ไม่มีพ่อแม่คงจะลำบากถึงได้สั่งทำตุ๊กตาไขลานตัวนี้ให้กับผมเมื่อสามปีที่แล้ว

 

..♥♥ .•*´¨` ‘And I love you so
And I want you to know
That I'm always be right here
And I want to sing
Sweet songs to you
Because you are so dear’
..♥♥ .•*´¨`

 

สิ้นเสียงเพลงจบลงเปลือกตาที่หนักอึ้งของผมก็ปิดลงพร้อมกับผมที่จะ shut down ตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อย.. .

♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ .:。✿*¨゚✎

 

Hall Part

กลิ่นดอกมะลิเย็นๆจากบ้านของคุณนายเดือนฉายเพื่อนบ้านที่แสนใจดีถูกพัดปลิวเข้ามาภายในห้องนอนของผมหลังจากที่หน้าต่างถูกเลื่อนให้เปิดออกเนื่องด้วยมีความร้อนอบอ้าวเป็นสาเหตุ

 

 

หลังจากที่กลับมาจากห้างพร้อมกับไอ้ชิน ผมก็ได้พบว่าบ้านของผมมืดสนิททั้งหลังทั้งๆที่ปกติก็มีจะไฟอัตโนมัติสว่างอยู่ที่รั้วแต่วันนี้มันกลับไม่ติดเหมือนทุกวัน พอลองกลับไปนึกดูอีกทีผมก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าผมลืมจ่ายค่าไฟตั้งแต่เดือนที่แล้ว… .

 

 

ไม่ใช่ว่าสภาพการเงินของผมขัดข้องแต่อย่างใดหรอกครับ แต่เป็นเพราะความขี้ลืมของผมเองเนี่ยแหละ อีกทั้งยังบวกกับความเคยชินที่เมื่อก่อนผมอยู่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด เรื่องค่าน้ำค่าไฟอะไรพวกนี้แม่ของผมก็เป็นคนคอยจัดการอยู่แล้ว พอมาอยู่คนเดียวผมเลยลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป

 

 

ผมเพิ่งจะมีบ้านเป็นของตัวเองเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่เรียนจบและตั้งเนื้อตั้งตัวหาเงินเองได้แล้ว แม่ก็ตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ให้ผมเพราะไม่อยากให้ผมต้องคอยเทียวนั่งรถตู้ไปกลับระหว่างบ้านกับที่ทำงานให้เสียเวลา

 

 

ตอนแรกผมก็ไม่อยากได้มันเท่าไหร่หรอกครับ เพราะผมก็คิดว่าเงินเดือนของผมมันได้มามากพอที่จะเช่าคอนโดหรืออพาร์ตเมนท์ดีๆสักที่อยู่ก็ได้ แต่แม่ก็ให้เหตุผลกลับมาว่าแม่อยากจะให้ผมมีสินทรัพย์ที่เป็นของตัวเองจริงจังสักอย่างเลยตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ให้ด้วยชื่อของผม

 

 

และนั้นแหละครับเป็นที่มาที่ทำให้ผมต้องมานั่งดำมืดอยู่ในบ้านของตัวเองตอนนี้… .

 

 

ผมไม่ได้เปิดไฟฉายหรือจุดเทียนแต่อย่างใด เพราะภายในห้องยังมีแสงสว่างจากดวงจันทร์และไฟที่ถูกติดอยู่ริมถนนสาดส่องเข้ามาพอให้ผมมองเห็นสิ่งที่อยู่ในห้อง ผมทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้สีขาวหน้าโต๊ะทำงาน มือก็คอยใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับน้ำออกจากไรผมลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ

 

 

หน้าต่างกระจกและประตูระเบียงที่แทบจะไม่เคยเปิด ถูกผมเปิดทิ้งไว้ตั้งแต่ตอนที่กลับมาถึงห้อง ความร้อนอบอ้าวที่มีมากในตอนแรกถูกอากาศเย็นๆจากสวนหลังบ้านด้านนอกลอยเข้ามาช่วยดับร้อนไปได้บ้าง ความมืดมิดทำให้ผมสามารถมองเห็นแสงสว่างจากห้องๆหนึ่งที่อยู่ภายในบ้านหลังตรงข้ามได้อย่างชัดเจน

 

 

ห้องที่มีระเบียงและทุกอย่างเหมือนกับห้องของผมอยู่ห่างจากตรงนี้ไม่กี่ตารางเมตร ผมลืมเล่าไปว่าบ้านที่ผมอยู่เป็นหมู่บ้านจัดสรรที่ถูกแบ่งออกซอยแต่เจ้าของโครงการก็เป็นคนคนเดียวกันทุกซอย และนั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมรูปแบบของบ้านแต่ล่ะหลังถึงถูกออกแบบให้เป็นสไตล์เดียวกัน

 

 

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ได้ก็หลายเดือนแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมสนิทกับใครภายในหมู่บ้านเป็นพิเศษ ที่รู้จักก็มีไม่กี่คนคือ คุณนายเดือนฉายเจ้าของบ้านฝั่งซ้ายมือ คุณก้องภพเจ้าของบ้านที่อยู่ฝั่งขวามือแล้วก็บ้านของป้าแววแม่ไอ้แบงค์ที่อยู่ถัดไปอีกสามหลัง เพราะบ้านของเราอยู่ซอยเดียวกันถึงได้เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรู้จักกับพวกเขา

 

 

ผมเป็นคนเข้ากับคนอื่นค่อนข้างยากเพราะผมเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดเสียเท่าไหร่ เลยไม่รู้ว่าจะเข้าหาพวกเขายังไงเพราะสามสี่คนที่ผมรู้จักทุกคนล้วนแล้วแต่ก็มีน้ำใจมาช่วยผมย้ายของตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่วันแรกเลยทำให้ได้พูดคุยและรู้จักกัน

 

 

ผมมองอะไรไปเรื่อยก่อนที่ผ้าม่านจากห้องที่ผมนั่งจ้องอยู่จะถูกเปิดออกด้วยฝีมือของผู้หญิงที่ดูคุ้นตา เผยให้เห็นภาพภายในห้องที่ตอนนี้กำลังมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งพูดคุยกับคนที่น่าจะเป็นพ่อเป็นแม่อยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ

 

 

ผมตัดสินใจลุกเดินออกไปยืนอยู่ตรงระเบียงห้องที่นับครั้งได้ว่าเคยออกมายืนรับลมตรงนี้ไม่กี่ครั้ง และสาเหตุที่ทำให้ผมนึกอยากจะออกมายืนอยู่ด้านนอกห้องแบบนี้ก็คือคนสามคนที่อยู่ในบ้านหลังนั้น

 

 

ปกติผมไม่ได้สนใจเรื่องของชาวบ้านถึงขนาดเดินออกมาให้ความสนใจแบบนี้หรอกครับ ถ้าไม่ติดว่าเจ้าเด็กที่นั่งอยู่ในนั้นน่ะหน้าตาเหมือนกับเด็กที่ผมเพิ่งจะเจอเมื่อตอนหัวค่ำวันนี้เลยน่ะสิ

 

 

ผมเพ่งมองเสี่ยวหน้าของคนที่กำลังยิ้มจนตาปิดให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองคน ไม่นานนักทั้งห้องก็ถูกทิ้งให้เหลือแต่เด็กคนนั้นคนเดียวหลังจากที่คนที่น่าจะเป็นพ่อเป็นแม่เดินออกไปจากห้อง

 

 

ใบหน้าที่เห็นแค่เพียงเสี่ยวเดียวในตอนแรกถูกหันมาให้ผมได้เห็นชัดมากขึ้น รูปหน้าเล็กๆที่มีก้อนแก้มขาวๆประดับอยู่บนหน้าแบบนั้นมันคงมีไม่กี่คน และยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้ผมเข้าไปอีกเมื่อเด็กนั้นหยิบเอาถุงกระดาษที่ผมจำได้ว่าผมเป็นคนซื้อมาเองกับมือขึ้นมาแกะ

 

 

อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น…”

 

 

ผมพูดกับตัวเองเบาๆก่อนที่จะค่อยๆยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงต้องรู้สึกดีจนน่าแปลกใจขนาดนี้ ที่เพิ่งจะได้รู้ว่าบ้านที่อยู่ตรงหลังบ้านของผมเป็นบ้านของเด็กคนนั้น

 

 

ผมเพ่งสายตามองรีแอคชั่นของเด็กคนนั้น หลังจากที่มือเล็กๆล่วงหยิบเอาของตั่งต่างที่ผมซื้อให้มาวางไว้บนโต๊ะ มือบางไล่จับของขึ้นมาดูทีล่ะชิ้นด้วยใบหน้าเรียบนิ่งก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มเมื่อเด็กนั่นหยิบเอาโพสอิทที่ผมเขียนติดเอาไว้ตรงหน้าปกหนังสือขึ้นมาอ่านทำเอาผมที่ยืนอยู่ตรงนี้อดที่จะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้

 

 

โพสอิทสีชมพูของผมถูกแปะไว้บนกระจกหน้าต่างห้องของอีกคน ก่อนที่เด็กนั้นจะกลับไปยืนพึมพำอะไรบางอย่างกับของที่กองอยู่ตรงหน้า ไม่นานนักผ้าม่านสีอ่อนก็ถูกมือเล็กนั้นดึงปิดลงพร้อมกับที่ไฟในห้องนั้นจะถูกปิดด้วยเช่นกัน

 

 

ผมยังคงยืนยิ้มอยู่ตรงระเบียงอีกสักพักก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้อง ถึงแม้จะรู้สึกคันนิดๆจากการถูกยุงกัดแต่มันกลับไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดเหมือนทุกครั้ง แค่นึกถึงรอยยิ้มเล็กๆของเด็กคนนั้นก็ทำเอามุมปากผมกระตุกแปลกๆ

 

 

ผมรู้สึกขอบคุณความขี้หลงขี้ลืมจ่ายค่าไฟของตัวเองจริงๆถ้าเกิดว่าวันนี้ไฟไม่ดับผมคงจะไม่ยอมเปิดผ้าม่านในห้องมารับรู้อะไรที่มันกระชุ่มกระชวยหัวใจแบบนี้แน่นอน เป็นความบังเอิญที่ดีต่อใจจริงๆว่าไหมครับทุกคน.. .

 

TBC.



♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ .:。✿*¨゚✎

สงสัยพี่จ๋าจะมีปัญหากับกล้ามเนื้อบนใบหน้า คึคึ



♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ .:。✿*¨゚✎

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #6 ChuthiphaPha (@ChuthiphaPha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 08:42
    ละมุนนนน
    #6
    0
  2. #3 guitar140 (@guitar140) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 23:33
    งื้อออ​ น่ารักไปหมดเยยยย​ น้องไอเย็นน💗
    #3
    0
  3. #2 imfighter (@imfighter) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 14:26
    น้องไอเย็นน่ารักจังค้าบบบ
    #2
    0