[Yaoi] ลูกพีชเสี่ยงคุก

ตอนที่ 2 : ลูกพีชลูกที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 เม.ย. 61







 

ติ้ด..ติ้ด..ติ้ด

 

 

เสียงนาฬิกาดิจิตอลบนหัวเตียงดังขึ้นบ่งบอกว่าเวลาในการแต่งตัวของผมได้หมดลงแล้ว ผมหยิบเอานาฬิกาข้อมือเรือนล่ะหลายหมื่น ที่ได้รับมาตอนงานวันเกิดครบรอบอายุยี่สิบสองปีของผมที่เพิ่งจะผ่านมาได้ไม่นานขึ้นมาสวมก่อนที่จะส่งปลายนิ้วไปกดปิดเสียงของนาฬิกาดิจิตอลที่กำลังส่งเสียงเตือนอยู่ให้เงียบลง

 

 

ผมเอื้อมมือไปหยิบเอากระเป๋าสะพายสีดำคู่ใจที่มักจะใช้ใส่ของมากมายก่ายกองออกมาจากเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงาน มืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบเอากระบอกใส่งานเขียนแบบที่เพิ่งจะทำเสร็จได้ไม่นานขึ้นมาถือไว้

 

 

ผมสะบัดหัวไล่ความง่วงที่ยังคงตกค้างอยู่ในจิตใต้สำนึกให้ออกไป เตียงสีเทาที่ถูกจัดเก็บจนเรียบร้อยนั้นเหมือนมันมีแรงดึงดูบางอย่างที่ทำให้ผมอยากจะทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วงของโลกลงไปและฝังใบหน้าลงกับหมอนนิ่มๆนั้นทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ต้องออกไปไหนให้ต้องเหนื่อยและสิ้นเปลืองพลังงานชีวิต

 

แต่ก็คงได้แต่คิดเท่านั้นแหละครับ..มนุษย์เงินเดือนหาเช้ากินค่ำแถมยังเพิ่งจะจบมาใหม่ๆแบบผมคงทำตัวสบายๆเหมือนผู้บริหารใหญ่หลายๆคนไม่ได้

 

คิดได้แบบนั้นผมก็ต้องฝืนใจเดินลากเท้าที่ถูกสวมไว้ด้วยถุงเท้าสีดำตามระเบียบของบริษัทออกมาจากห้องนอน แต่ไม่ทันที่ผมจะเดินออกห่างจากโต๊ะทำงานก็เหมือนว่ากระบอกงานของผมจะเกี่ยวเอาบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะตกลงบนพื้นเรียกความสนใจให้ผมหันกลับไปมองอีก

 

 

ตุ้บ.. .

 

 

สมุดโน้ตลายลูกพีชที่มีคราบน้ำหวานแห้งๆติดอยู่หล่นล่วงลงบนพื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก ผมก้มลงไปหยิบมันมาถือไว้ก่อนจะใช้สมองใคร่ครวญนิดหน่อยว่าผมควรจะทำยังไงกับมันดี แต่ดูเหมือนเวลาที่มีจะไม่พอให้ผมได้ใช้ความคิดนานเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเข็มยาวที่กำลังบ่งบอกเวลาอยู่ที่ข้อมือ

 

 

ชิบหาย..สายตามเคย

 

 

ผมบ่นพึมพำกับตัวเองนิดหน่อยก่อนจะยัดสมุดเล่มนั้นลงในกระเป๋าพร้อมกับที่ผมจะเร่งฝีเท้าออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว

 

 

ก็เหมือนอย่างที่หลายคนบอกนั้นแหละครับ เวลาไม่เคยรอใคร แต่ถ้ายังอยากใช้อากาศในห้องประชุมหายใจอยู่ ผมควรจะรีบไปให้ถึงที่นั้นก่อนที่หัวหน้าฝ่ายจะเข้าห้องประชุม ดีกว่าต้องกลั้นหายใจเดินเข้าห้องไปด้วยความกดดันจากสายตาผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลายแหล่

 

 


 

♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ .:。✿*¨゚✎

 

รถเมล์ที่ดูเหมือนจะเหมาะที่สุดกับการคมนาคมของเมืองหลวงแบบนี้ แต่นั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผมในตอนนี้หรอกครับ ถ้ามัวเสียเวลายืนรออยู่ยังไงผมก็คงจะเข้างานไม่ทัน ผมจึงตัดสินใจเลือกใช้ตัวเลือกในการขนส่งที่คิดว่าน่าจะรวดเร็วที่สุดในตอนนี้.. .

 

 

พี่หวังครับ..ที่เดิมพี่..ผมสายแล้ว

 

 

ผมเอ่ยปากพูดกับพี่หวัง ที่เป็นวินมอเตอร์ไซต์ประจำปากซอยด้วยน้ำเสียงเรียบๆต่างจากในใจที่ตอนนี้มันกำลังร้อนลุ่มไปด้วยไฟแห่งความรีบร้อน

 

 ปกติผมไม่ค่อยใช้บริการพี่หวังแกเท่าไหร่หรอกครับ ก็อย่างว่าถ้าผมไม่ไปทำงานสาย การขึ้นรถเมลล์ไปมันก็ประหยัดตังค์กว่ากันตั้งถมเถ

 

ไม่เจอกันนานนะน้องฮอลล์..วันนี้สายล่ะสิท่าถึงได้มาใช้บริการพี่

 

พี่หวังพูดพร้อมกับที่จะยื่นหมวกกันน็อคส่งมาให้ผม ผมรับมันมาใส่ก่อนที่จะขึ้นคร่อมสกู๊ปปี้สีขาวของพี่แกไปอย่างเงียบๆ

 

 

ครับพี่..”

 

 

สิ้นสุดบทสนทนาเพียงเท่านั้นรถมอเตอร์ไซต์คันเก่งของพี่หวังก็ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากน้ำมัน วิ่งไปตามพื้นถนนด้วยอัตราเร็วที่ค่อนข้างจะเร็วกว่าปกติ ผมมองไปรอบๆข้างทางที่มีเด็กนักเรียนบางคนกำลังเดินอยู่อย่างรีบร้อน บ้างก็เพิ่งลงมาจากรถเมล์บ้างก็ปั่นจักรยานกันมา

 

 

พอเห็นชุดยูนิฟอร์มแบบนี้แล้วก็อดนึกถึงเด็กคนนั้นไม่ได้ปาดนี้คงร้อนใจแย่แล้วสินะที่สมุดโน้ตเล่มนั้นหายไป

 

 

ด้วยความที่กำลังคิดอะไรเพลินๆสายตาของผมก็ไปประทะเข้ากับกระเป๋าสีชมพูเทาลายนกฟลามิงโก้ที่แสนจะคุ้นตา แผ่นหลังเล็กๆของเด็กชายวัยมัธยมต้นกำลังเดินอยู่บนฟุตบาท มือข้างหนึ่งของเด็กนั้นเหมือนจะถือลูกพีชที่ถูกกัดไปแล้วเสี่ยวหนึ่งเอาไว้

 

 

บังเอิญดีจังแฮะ..แบบนี้ก็ถือโอกาสคืนสมุดให้เลยแล้วกันถึงจะเสียดายที่ยังอยากเก็บเอาไว้อ่านให้จบก่อนก็เถอะ..ก็มันไม่ใช่ของผมนี้หน่า.. .

 

 

เฮ้!..น้อง!”

 

 

ผมตะโกนขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็กนั้นกำลังจะเดินเลี้ยวเข้าไปในประตูโรงเรียน กลัวว่าจะไม่ทันได้คืนเลยเรียกดักไว้ก่อน แต่ดูเหมือนว่าพี่หวังจะไม่ได้รับรู้ถึงความคิดของผมเลยแม้แต่น้อย.. .

 

 

เมื่อรถมอเตอร์ไซต์สีขาววิ่งผ่านเด็กนั้นที่กำลังหยุดอยู่ตรงข้างถนนตามเสียงเรียกไป พร้อมกันกับที่น้ำขังอยู่บนพื้นถนนจะถูกรถมอเตอร์ไซต์เหยียบด้วยความแรงทำให้น้ำสกปรกเหล่านั้นกระเด็นไปโดนเจ้าเด็กฟันเหล็กนั้นเข้าให้เต็มๆ

 

 

เฮ้ย!”

 

 

ผมหันไปมองเด็กนั้นที่กำลังยืนอึ้งไปสักพักก่อนที่ดวงตาเรียวเล็กนั้นจะสบเข้ากับผม ใบหน้าน่ารักนั้นยุ่งไปหมดด้วยความโกรธ ก่อนที่จะ .

 

 

ตุ้บ!

 

 

โอ๊ย!”

 

 

ไอ้พี่บ้านี้อีกแล้วหรอ..เจอที่ไรซวยตลอดดด

 

 

ลูกพีชที่ถูกกัดไปได้ไม่กี่คำถูกโยนใส่หลังผมด้วยความโกรธพร้อมกับคำพูดบ่นที่ค่อนข้างจะดังเป็นพิเศษเหมือนตั้งใจตะโกนให้ผมได้ยินด้วยจะไล่หลังตามมา

 

น้องฮอลล์ เป็นไรรึเปล่าทำไมอยู่ๆถึงสะดุ้งเบอร์นั้นล่ะน้อง

 

 

เสียงพี่หวังดังขึ้นหลังจากที่เสียงเด็กนั้นหายไป ผมส่ายหน้าเบาๆให้คนที่กำลังมองผมผ่านกระจกเป็นเชิงไม่มีอะไร ก่อนที่พี่แกจะหันไปสนใจกับการขับรถต่อ

 

 

ความเปียกชื้นนิดๆที่ทะลุผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวของผมทำให้ผมรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าลูกพีชแหว่งๆลูกนั้นมันประทะเข้าที่กลางหลังผมได้อย่างเหมาะเจาะเด็กแสบนั้นทำร้ายร่างกายผมอีกแล้วทั้งๆที่ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรเขาเสียหน่อยเฮ้อ

 

 

 

 

♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ .:。✿*¨゚✎

 

 

น่าโมโหชะมัดเลย..หึ่ย!”

 

 

ผมบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะยกแขนเสื้อข้างที่ไม่เปียกขึ้นมาเช็ดคราบน้ำสกปรกออกจากแก้ม กลิ่นคาวของเศษโคลนชวนอ้วกทำเอาผมอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม

 

 

จะไม่ให้อารมณ์เสียได้ยังไงกัน วันนี้ผมมีเรียนวิชาฟิสิกส์คาบสำคัญที่จะขาดไม่ได้เพราะวันนี้อาจารย์ประจำวิชานัดเด็กนักเรียนห้องผมสอบย่อยเรื่องแรงท้ายคาบ

 

 

เมื่อคืนผมต้องนั่งหลังขดหลังแข็งอ่านหนังสือและจดสรุปใหม่ทั้งหมดเพราะไอ้สมุดโน้ตลายลูกพีชของผมที่ในนั้นมีเนื้อหาสำคัญ มันดันหายไปน่ะสิ..

 

 

พูดแล้วก็หัวร้อนเพราะต้นเหตุมันมาจากบุคคลคนเดียวกันกับที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดตั้งแต่เมื่อวาน

 

 

รสชาติลูกพีชหวานๆที่ยังคงตกค้างอยู่ในปากไม่ได้ช่วยให้ผมหายหงุดหงิดน้อยลงเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่มันเป็นสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด ได้กินเมื่อไหร่เป็นต้องอารมณ์ดี แต่ดูเหมือนไอ้พี่คนนั้นจะเข้ามาทำให้รสชาติลูกพีชที่ผมรักแสนรักเปลี่ยนไป

 

 

ความรู้สึกมันหดหู่เสียงยิ่งกว่าแฟนต้าองุ่นหายไปซะอีก..เฮ้อออ

 

 

ไอเย็น! ไปทำไรมาอ่ะทำไมตัวเปียกเป็นลูกหมาแบบนี้

 

 

เสียงแหกปากอันเป็นเอกลักษณ์ของไอ้ฟิวส์เพื่อนสนิทคนเดียวของผมดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือหนักๆของมันจะฟาดลงบนไหล่ของผม

 

 

โอ๊ย!..เจ็บนะเว้ยฟิวส์

 

 

ผมบ่นให้มันก่อนที่จะยกมือขึ้นนวดไหล่ข้างที่มันจับและจัดกระเป๋าเป้ที่เหมือนกำลังจะหล่นให้เข้าที่เข้าทาง

 

 

โทษทีว่ะ..โทษที..แล้วนี้ไปทำไรมาว่ะถึงได้เปียกเป็นลูกหมาตกท่อแบบนี้

 

 

ช่างเหอะ..ขี้เกียจเล่า..แล้วนี้ในล็อกเกอร์มีชุดพละรึเปล่า ขอยืมหน่อยดิ ไม่อยากนั่งตัวเหม็นแบบนี้ทั้งวัน

 

 

มีดิ..ไปอาบน้ำอาบท่าก็ดีเหมือนกันกูก็ไม่อยากจะนั่งกับลูกหมาหัวเน่าแบบมึงทั้งวันหรอก

 

 

ฟิวส์พูดก่อนที่มันจะผลักหัวผมเบาๆเหมือนที่ชอบทำ ผมก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรมันเพราะตอนนี้ผมคงไม่มีอารมณ์จะเล่นกับมันหรอก

 

อ่ะ..กุญแจล็อกเกอร์เดี๋ยวกูบอกอาจารย์ประจำชั้นให้ว่ามึงท้องเสียจะได้ไม่โดนเช็คขาดตอนเข้าแถว

 

กุญแจล็อกเกอร์ที่มีพวงกุญแจไรอันห้อยต่องแต่งอยู่ถูกยื่นมาให้ผมก่อนที่เจ้าของของมันจะพล่ามอะไรนิดหน่อยโดยที่ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับไปอย่างนั้น

 

 

ขอบใจ..ไปล่ะ

 

 

ผมพูดแค่นั้นก่อนจะคว้าเอากุญแจมาจากมันและเร่งฝีเท้าไปที่โรงยืมให้ไวที่สุด เพราะถ้าอยู่ในสภาพแบบนี้นานกว่านี้ผมคงได้อ้วกแตกเพราะกลิ่นของน้ำขังกันพอดี

 

 

โรงยิมที่แสนจะเงียบเหงาในยามเช้าไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกลัวแต่อย่างใด ผมสาวเท้าเข้าไปที่ล็อกเกอร์สีเหลืองสำหรับนักกีฬาเบสบอล ก่อนจะกวาดสายตาหาล็อกเกอร์ที่มีสติ๊กเกอร์รูปแมวกาฟิวล์สีดำแปะอยู่อย่างเป็นเอกลักษณ์

 

ไม่มัวลีลาผมหยิบเอากุญแจมาไขและหยิบเอาสัมภาระสำหรับอาบน้ำพร้อมเสื้อผ้ารวมทั้งผ้าเช็ดตัวที่มีอยู่ในนั้นออกมาถือไว้ก่อนจะก้าวขาเดินไปที่ห้องน้ำสำหรับนักกีฬาหลังล็อกเกอร์

 

 

ผมเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ม้านั่งตัวยาวที่เอาไว้ให้นักกีฬานั่งเช็ดเนื้อเช็ดตัวหลังจากอาบน้ำ ด้วยความที่ไม่ได้คิดอะไรผมค่อยๆปลดกระดุมชุดนักเรียนก่อนจะถอดมันวางไว้ที่ม้านั่ง มือก็ค่อยๆปลดเข็มขัดกางเกงออกก่อนจะปลดกระดุม

 

ไปถอดในห้องน้ำดีๆ ที่นี่ไม่ใช่ที่บ้านที่คิดจะถอดตรงไหนก็ได้

 

เสียงทุ่มต่ำของใครสักคนดังขึ้นจากข้างหลังผม ก่อนที่ความเปียกชื้นจากผ้าเช็ดตัวของอีกคนจะถูกคลุมลงบนไหล่เปลือยๆของผมเอาไว้

 

เชี่ย..อื้อ!”

 

ด้วยความตกใจทำให้ผมถึงกับต้องสบถคำหยาบออกมา แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดมากไปกว่านั้นมือที่ค่อนข้างจะกร้านนิดหน่อยแบบผู้ชายเล่นกีฬาก็ประกบลงมาที่ปากผมเสียก่อน

 

เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมพูดไม่เพราะเอาซะเลย

 

เจ้าของมือหยาบเอ็ดผมเบาๆ ก่อนที่กลิ่นมิ้นต์เย็นๆแบบครีมอาบน้ำของคุณพ่อจะลอยแตะเข้ามาที่ปลายจมูกรั้นๆของผม ผมเอี่ยวตัวไปมองเจ้าของกลิ่นนั้นก่อนที่จะต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อคนที่กำลังยืนซ้อนหลังผมอยู่นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน....

 

แต่เป็น พี่ซีมีน ประธานนักเรียนคนล่าสุดของโรงเรียนผม

 

ซวยแล้ว!..โดดแถวมาอาบน้ำแบบนี้ผมคงโดนหักคะแนนวินัยแน่ๆเลย..นี้มันวันอะไรของผมเนี่ยซวยชะมัด

 

ทำหน้าตาอย่างกะเห็นผีไปได้..รีบๆอาบเหอะน้ำอ่ะ ตัวนายเหม็นชวนอ้วกมาก แล้วไม่ต้องกลัวว่าจะโดนหักคะแนนหรอกเพราะฉันก็โดดแถวมาเหมือนกัน..ช่วยไม่ได้นี้หน่า งานสโมเยอะจะตายกว่าจะเคลียเสร็จก็เช้าแล้ว..ดีแค่ไหนที่ยังมีแรงเรียนต่อ

 

 

เจ้าของร่างสูงที่เพิ่งจะผละออกไปบ่นพึมพำๆให้ผมฟังก่อนที่จะก้มลงหยิบบ็อกเซอร์ที่ไม่รู้ว่ามันถูกเอามาวางไว้ตั้งแต่ตอนไหนไปสวมต่อหน้าต่อตาผม

 

ถึงผมจะเป็นผู้ชายผมก็อายเป็นนะ แล้วนี้มันบ้าอะไรกันมาบ่นเรื่องงานให้คนอื่นฟังแถมยังมาแต่งตัวให้ดูแบบนี้อีกพี่ซีมีนที่สาวๆกรี๊ดกร๊าดกันทั้งโรงเรียนเป็นมนุษย์แบบนี้นี่เองหรอว่ะ..แปลกคน

 

ผมหันหน้าหนีก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยความอับอายขายขี้หน้าแทนพี่เขา

 

ถือว่าเจ๊ากันแล้วนะ แลกกันดูไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่..เป็นไงแฟร์ๆ

 

 

แฟร์บ้าแฟร์บออะไรของพี่มันว่ะ บ้าไปแล้วรึไง แล้วไอ้สุภาษิตนี้มันเกี่ยวข้องกันตรงไหนกับสถานการณ์แบบนี้นี่หรอว่ะประธานนักเรียนที่เขาลือว่าโหดนักโหดหนา

 

ปัง!

 

ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำทั้งๆที่มีเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวที่ดูเหมือนจะเป็นผ้าเช็ดผมของพี่ซีมีนซะมากกว่าคลุมอยู่บนไหล่ อุปกรณ์การอาบน้ำตั่งต่างถูกวางกองเอาไว้ที่ม้านั่งด้านนอก

 

ไม่ใช่ว่าผมลืมแต่อย่างใด แค่ไม่กล้าหันกลับไปหยิบให้เสียสายตา ร่างขาวที่มีมัดกล้ามนิดหน่อยแบบผู้ชายวัยรุ่นทั่วไปนั้นมันทำให้ผมรู้สึกอิจฉาอยู่ไม่น้อย

 

ได้แต่คิดแล้วก็น้อยใจในพุงกะทิของตัวเอง..เฮ้อ

 

ริอาจจะใส่ชุดพละเรียนทั้งวันได้ยังไงกัน..ถึงแม้ฉันจะหยวนให้นายเรื่องเข้าแถวแต่เรื่องกฎของโรงเรียนยังไงก็ต้องเป็นกฎ..เดี๋ยวเสียการปกครองหมด..เพราะฉะนั้นนายใส่ชุดนักเรียนอีกชุดของฉันไปก่อนล่ะกัน..จะเอามาวางทิ้งไว้ให้

 

เสียงทุ่มที่ยังคงดังอยู่ฝั่งตรงข้ามทำให้ผมถึงกับกรอกตามองบนอย่างเอือมๆ ก็จริงของพี่มันนั้นแหละครับโรงเรียนมีกฎระเบียบต้องรักษาแต่ในวันนี้มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องฉุกเฉินใครมันจะไปบ้าพกชุดนักเรียนมาสองชุดเหมือนพี่มันล่ะ..จริงไหมครับ

 

จะอาบน้ำยังไงไม่มีสบู่ยาสระผมผ้าเช็ดตัวอ่ะเอามาคืนด้วย..แล้วก็ก้มลงมาเอาของนายซะ

 

 

แชมพูและสบู่เหลวถูกห่อไว้ด้วยผ้าเช็ดตัวสีเหลืองอ๋อยของไอ้ฟิวส์ ถูกคนที่อยู่ด้านนอกประตูสอดยื่นเข้ามาที่ช่องใต้ประตู ผมก้มลงไปหยิบมาถือไว้ก่อนจะส่งผ้าเช็ดตัวเปียกๆของพี่แกกลับไปให้อย่างว่าง่าย

 

รีบอาบแล้วรีบไปเรียนซะ ใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว..อย่าให้ฉันรู้นะว่านายไปไม่ทันเรียนคาบแรก เข้าใจใช่ไหม จีรอัชนนท์  โยติรัตนกวี .3”

 

ชื่อของผมถูกเอ่ยขึ้นภายในรูปประโยคที่ดูเหมือนจะเป็นคำสั่ง ก็ไม่ได้แปลกใจสักเท่าไหร่ว่ารู้ได้ยังไง เสื้อนักเรียนที่ถูกถอดทิ้งไว้ด้านนอกคงจะเป็นสิ่งที่บอกให้พี่มันรับรู้ แถมยังรู้ด้วยว่าอยู่ ม.สามเพราะดาวบนปกเสื้อ..

 

หึ..ชื่อเป็นเอกลักษณ์ขนาดนี้อ่านครั้งเดียวใครก็จำได้ อยากจะบ้าตาย สรุปช่วงหลังๆมานี้ดวงของผมเล่นตลกอะไรกันทำไมเจอแต่คนแปลกๆ

 

TBC.

 



 ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ .:。✿*¨゚✎

คูมไอเย็นตะเล็กตะน้อยของมิ๊




♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ .:。✿*¨゚✎

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #1 โพลาลอยยย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:33
    ประธานนักเรียนยังไงเนี่ย เราไม่ยกลูกพีชให้หรอกน่ะ//me กอดลูกสาวแน่นมากกกกกก

    เคยอ่านเรื่องนี้แล้ว นานมากกกจนจำไม่ได้เราดีใจน่ะที่คนเขียนจะกลับมาอัพต่อ เป็นกำลังใจให้นะคะ รอออออออ สู้ๆคะ
    #1
    1
    • #1-1 Topaz.zzz (@tangkwao2005) (จากตอนที่ 2)
      19 มกราคม 2562 / 14:52
      เห็นด้วยเลยคร่ะ
      #1-1