MOON 23:04 P(A)M #ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน END (สนพ. B2S)

ตอนที่ 2 : #ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน x จะกี่แผลที่เธอเจอ ฉันจะเยียวยาให้หาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,616
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,951 ครั้ง
    8 เม.ย. 63

-นิยายเรื่องนี้คำหยาบค่อนข้างเยอะนะคะ ควรพิจารณาและอ่านเพื่ออรรถรสเพียงเท่านั้น

จะกี่แผลที่เธอเจอ ฉันจะเยียวยาให้หาย




     ช่วงเช้าวันที่สองของการเปิดเทอมก็ยังคงติดแหงกอยู่ที่ห้องประชุมเหมือนเดิม เนื่องจากนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถูกเหล่าพี่สโมสรนัดแนะพบปะและพูดคุยเกี่ยวกับการเข้าทำกิจกรรมที่ค่อนข้างเป็นทางการที่หอประชุมใหญ่ของมหาลัยในวันมะรืน เหมือนโชคชะตาเองก็เป็นใจเพราะเช้าวันนี้พวกเขาดันไม่มีเรียนเสียได้ ไปมีเรียนอีกทีตอนบ่ายสองลากยาวถึงหกโมงครึ่ง

     โคตรจะไม่ดี

     ทว่าการพูดคุยยังไม่เริ่มขึ้นเนื่องจากเฟรชชี่หน้าใสหลายชีวิตหายตัวไป หรือจะเรียกง่ายๆ ก็คือยังมากันไม่ครบองค์ประชุมนั่นแหละ

     น้องคะ มองหาบัดดี้ของตัวเองด้วยนะคะ บัดดี้ใครหายไปโทรตามเดี๋ยวนี้เลยค่ะ พี่ให้เลทได้อีกแค่สิบห้านาทีนะคะ โทรด่วนเลยค่ะเพราะหลังจากสิบห้านาทีแล้วพี่จะให้คนที่ยังอยู่รับผิดชอบแทนนะคะ อีกอย่าง บอกให้เขาแต่งตัวให้เรียบร้อยมาด้วยค่ะ ไม่เอาหลุดๆ ลุ่ยๆ แบบไอ้น้องคนที่แล้วนะคะ ส่วนบางคนโทรมาลากับพี่แล้วอันนั้นไม่ว่ากันค่ะ

     บลูพูดใส่ไมโครโฟนขณะเดียวกันสายตาก็จับจ้องไปที่ประตู เด็กบางส่วนเริ่มทยอยเข้ามานั่งเรียงแถวอยู่ในห้องแล้ว แต่อีกบางส่วนยังคงไร้วี่แววไม่เห็นแม้แต่เงา

     เด็กพวกนี้มันน่าสั่งให้นั่งเก้าอี้มนุษย์ให้เข็ด เมื่อวานก็เตือนไปแล้วแท้ๆ

     คนที่บัดดี้ยังอยู่ก็โล่งอกโล่งใจ แต่ทว่าคนที่บัดดี้หายจ้อยไปในกลีบเมฆเริ่มเหงื่อตกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเป็นพัลวัน ห้าทุ่มเองก็เช่นกัน

     ชายหนุ่มเกาศีรษะตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู ต่อสายตรงโทรไปหาบัดดี้หน้าตาไร้อารมณ์ เมื่อวานพวกเขาก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมายสักเท่าไหร่ หลังพูดจบประโยคนั้นก็ต่างคนต่างหันหน้าไปคนละทิศคนละทาง เลิกประชุมก็ไม่ได้คุยกัน ไม่มีแม้แต่คำร่ำลาเช่นบัดดี้คู่อื่น

     คนอื่นเขาดูเข้ากันได้ดี แต่คู่กู.. ช่างมันเหอะ

     เป็นบัดดี้หรือเป็นภาระวะห้าทุ่มบ่นกับตัวเอง เขาถือสายรอจนเมื่อยแขนปลายสายก็ยังไม่กดรับปล่อยให้ฟังเสียงรอสายอยู่ได้

     ในเมื่อโทรแล้วโทรเล่าก็ไม่มีทีท่าว่าอีกฝ่ายจะรับสายร่างสูงจึงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ จำต้องยอมจำนนรับผิดชอบแทนอย่างเสียไม่ได้ เพราะเวลาที่เหลือมันก็สั้นลงทุกที

     เจ้านั่นไม่เคยบอกเรื่องที่อยู่อาศัย บอกแค่ทำงานไปเรียนไป งานที่ทำก็เป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร ซึ่งมันเป็นร้านไหนเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แทบจะไม่รู้อะไรเลยนอกจากชื่อแส้ กับความชอบแบบผิวเผิน

     จะทำงานดึกดื่นหรืออะไรก็ไม่ว่าหรอก แต่ให้มันรู้เวลาหน่อยก็ดี

     เหลืออีกแค่ห้านาทีนะคะ บัดดี้ใครยังไม่มาซวยแน่ๆ ค่ะ

     กูไว้อาลัยตัวเองรอเลยแล้วกัน

     ทว่าในระหว่างที่เวลากำลังถอยหลัง ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาโดยชายไม่ทราบชื่อเพราะถือป้ายชื่อเอาไว้ยังไม่ได้ห้อยคอ เป็นนักศึกษาชายเกือบสิบชีวิตวิ่งกรูเข้ามานั่งขนาบข้างเพื่อนพ้องของตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

     ไหล่กว้างถูกฝ่ามือเรียวแตะแผ่วเบาคล้ายจะใช้เป็นหลักยึดก่อนที่เจ้าของมือจะทรุดตัวนั่งขัดสมาธิข้างๆ ห้าทุ่มหันมองชายนิรนามที่กล้ามาจับไหล่เขา แล้วก็พบว่าคนถือดีคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นไกล

     เที่ยงคืน.. หอบเหมือนหมามาเชียว

     “ทำไมมาช้านัก มึงจะทำให้คนอื่นซวยไปด้วยไม่รู้หรือไงร่างสูงพูดเสียงทุ้มราบเรียบ นัยน์ตาเฉี่ยวคมไล่มองหน้าบัดดี้ก่อนจะสะดุดอยู่ที่เสื้อนักศึกษาติดกระดุมไม่ครบเม็ดแถมไม่มีเนคไท

     เจริญเถอะ รับเคราะห์คนเดียวไปเลยมึง

     คู่สนทนาไม่พูดอะไร เขาทำแค่เพียงนั่งขัดสมาธิไปพร้อมกับหอบหายใจน้อยๆ แล้วยกมือขึ้นมากลัดกระดุมให้ครบทุกเม็ด และแน่นอนว่าเที่ยงคืนรู้อยู่เต็มอกเรื่องที่ตนนั้นแต่งตัวไม่เรียบร้อย เนื่องจากขาดเทคไทของสำคัญ รีบร้อนจนลืมหยิบมาด้วยทั้งที่วางพาดไว้บนเตียงแล้วแท้ๆ

     ทำไมขี้ลืมขนาดนี้วะ

     หมดเวลาแล้วครับ บัดดี้ใครยังไม่มาเดี๋ยวค่อยเคลียร์กัน ตอนนี้พี่ขอตรวจเครื่องแบบเครื่องแต่งกายก่อนนะครับ เรานัดกันไว้แล้วเมื่อวานว่าวันนี้และมะรืนนี้จำเป็นต้องแต่งชุดนักศึกษาให้เรียบร้อยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

     ซิก รองนายกสโมสรนักศึกษาคณะไอทีที่แต่งตัวเนี้ยบเป็นแบบอย่างที่ดีให้รุ่นน้องได้ชื่นชมก้าวขาออกมายืนเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหน้านักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง

     ยืนขึ้นครับ พี่สโมจะเดินตรวจทีละแถว

     สิ้นคำสั่งเฟรชชี่ปีหนึ่งก็พร้อมใจผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สองหนุ่มคู่บัดดี้ที่เอาแต่มึนตึงก็เช่นกัน ห้าทุ่มเช็คความเรียบร้อยของเสื้อผ้าตัวเองอีกครั้งก่อนจะชำเลืองมองคนข้างกาย จนถึงตอนนี้ยังหอบไม่หาย อย่างว่าแหละนะ เพราะเจ้านี่มันเข้าห้องมายังไม่ทันได้พักได้หายใจก็ต้องยืนขึ้นอีกแล้ว

     ผละสายตาออกจากใบหน้าหล่อไร้ที่ติและไร้อารมณ์ความรู้สึก แต่ทว่าในดวงตาคู่นั้นมันมีความเหนื่อยล้าซุกซ่อนอยู่ และดูเหมือนว่าจะมีเพียงเขาที่สามารถมองเห็นมันได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น

     แปลกดีเหมือนกัน

     บทลงโทษของคนที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยคือการสก๊อตจัมพ์สิบห้าครั้งต่อเครื่องแต่งกายที่หายไปหนึ่งชิ้น นักศึกษาทั้งหญิงทั้งชายที่ต้องรับเคราะห์กำลังสก๊อตจั๊มพ์กันอย่างเมามันส์

     คนที่คิดว่าตัวเองของครบก็สบายใจไป แต่คนที่รู้แก่ใจว่าของไม่ครบกำลังร้อนรนไม่น้อย มิหนำซ้ำพี่สโมสรที่ได้รับหน้าที่ตรวจเครื่องแต่งกายก็เดินเกือบจะถึงตัวแล้วด้วย

     เสียงฝีเท้าของรุ่นพี่ดังใกล้ขึ้นเรื่อย เสียงหอบหายใจหนักๆ ของบัดดี้หน้าตานิ่งสนิทแต่ปากอิ่มคว่ำเล็กๆ ตลอดเวลาก็ดังอยู่ข้างๆ

     รำคาญว่ะ

     สะกดคำว่ารำคาญในใจหากแต่ในระหว่างที่สะกดนั้นมือแกร่งก็ปลดเนคไทสีกรมท่าออกจากลำคอก่อนจะรีบหันไปคล้องไว้ที่คอของบัดดี้สร้างความตระหนกตกใจให้คนผิวขาวไม่น้อย เที่ยงคืนผงะถอยหลังเล็กน้อยแต่ทว่าร่างสูงตรงหน้ากลับใช้เนคไทที่กำลังรัดคอดึงเขากลับมายืนที่เดิม

     เจ็บ.. แม่งทำอะไรของมัน จะฆ่ากันหรือไง แค่มาสายเองนะ

     ไอ้ทุ่ม มึงจะ—”

     “เก็บแรงพูดไว้หายใจจะดีกว่า น่ารำคาญจริงนะมึง

     ปมของเนคไทสีกรมท่าติดเข็มสัญลักษณ์มหาลัยครบครันถูกรูดขึ้นไปอยู่บนกระดุมเม็ดบนสุดหลังร่างสูงพูดจบ ประจวบเหมาะพอดีกับที่รุ่นพี่เดินมาตรวจเครื่องแบบเครื่องแต่งกายอย่างเข้มงวด และผู้ที่ไม่อาจรอดพ้นก็หนีไม่พ้นต้องเป็นห้าทุ่ม เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ควรจะมีเนคไทสีกรมท่าติดเข็มมหาลัยห้อยอยู่ทว่าตอนนี้มันกลับว่างเปล่ามีเพียงเสื้อเชิ้ตตัวเดียว

     “ไม่มีเนคไท ไปยืนข้างหน้าเลยค่ะ

     “ครับ

     คนแต่งตัวไม่เรียบร้อยเพราะหยิบยื่นเนคไทของตัวเองให้เพื่อนขานรับก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปยืนรวมกลุ่มกับคนของไม่ครบหน้าแถว เขาไม่ได้หันกลับไปมองปฏิกิริยาของคนด้านหลัง แต่น่าแปลกที่ความรู้สึกมันกระซิบบอกว่าเที่ยงคืนกำลังจะคว้าข้อมือของเขาเอาไว้

     เพราะถ้าเป็นเขาคงทำแบบเดียวกัน

     เที่ยงคืนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วทำท่าจะคว้าข้อมือบัดดี้เอาไว้ ฉุดรั้งให้อีกฝ่ายหยุดยืนแล้วตอบคำถามแต่ทว่าดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวหรือเป็นเรื่องบังเอิญก็ไม่อาจทราบเพราะทันทีที่จะคว้าห้าทุ่มก็ชักมือกลับทันทีทันใด

     ทำไมมันถึง..

     เจ้าของเนคไทหน้าตาดูดุดันไม่เป็นมิตรและขี้รำคาญเดินออกไปยืนข้างเพื่อนชายไร้เนคไทเช่นเดียวกัน ตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนอีกนับร้อยชีวิตหากแต่เขาไม่รู้สึกกระดากอาย นัยน์ตาเฉี่ยวคมกลับมองตรงไปที่บัดดี้สีหน้าไร้ความรู้สึกทว่าแววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถาม คงอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงยอมสละเนคไทให้ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้

     ถึงจะเป็นคนไม่สนผีสนแดด ไม่อินกับเรื่องของชาวบ้านสักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าจะอยากเห็นบัดดี้ตัวเองต้องออกมาสก๊อตจัมพ์เป็นสิบครั้ง

     ปล่อยให้มันหอบแฮ่กเหมือนหมาอยู่ตรงนั้นน่ะดีแล้ว

     อย่าให้มันมาหอบไปสก๊อตจัมพ์ไปตรงนี้เลย อายคนอื่นเขาเปล่าๆ

 

 

     กว่าจะตรวจเครื่องแบบเครื่องแต่งกายเสร็จก็ปาไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ยังไม่รวมที่โดนนายกสโมสรบ่นเกี่ยวกับเรื่องความไม่เป็นระเบียบ ไหนจะชี้แจงงานสำคัญวันมะรืนอีกก็เที่ยงตรงพอดี

     นักศึกษาหลายร้อยชีวิตทยอยเดินออกจากห้องประชุมเพื่อไปพักผ่อนหย่อนใจตามอัธยาศัย บางสาขาไม่มีเรียนก็กลับไปนอนเล่นที่หอพักได้สบายใจ ส่วนสาขาที่ยังมีเรียนตอนบ่ายสองก็ต้องอยู่ต่อ

     ห้าทุ่มบิดกายเล็กน้อยคลายความเมื่อยล้าแล้วหยิบกระเป๋าเป้สะพายขึ้นบ่า เขาสาวเท้าเดินตามหลังเจียร์ เพื่อนสาวคนแรกเพื่อมุ่งหน้าไปยังตึกไดโนเสาร์ มีโรงอาหารอยู่ชั้นบนสุด

     ทุ่มม กินอะไรกันดีเจียร์ที่วันนี้ถักผมเปียสองข้างหันมาถามเพื่อนชายด้วยสีหน้าร่าเริง

     ไม่รู้เหมือนกัน เจียร์จะกินอะไรล่ะร่างสูงเอ่ยถามกลับก่อนจะถือวิสาสะวางแขนพาดไว้บนไหล่เล็กของแม่สาวเจ้า

     สนิทกันแล้ว เป็นเพื่อนกันแล้วจะวางแขนไว้บนไหล่นานแค่ไหนก็ได้

     แล้วเอาแขนมาพาดงี้เจียร์เมื่อยนาาาเธอว่าพลางเหล่ตามองท่อนแขนแข็งแรงที่วางพาดบนไหล่เล็กลาด

     ทนหน่อย อย่าบ่นนักเลยนี่ก็เมื่อยเหมือนกันห้าทุ่มไม่ว่าเปล่าเพราะเขาแกล้งทิ้งน้ำหนักให้คนตัวเล็กสูงแค่อกแบกรับเต็มๆ

     ไอ้ทุ่มมมม เจียร์หนักกกก

     “บอกให้ทนไง

     “ทนอะไรเล่า ตัวก็ใหญ่เหมือนยักษ์วัดแจ้ง หนักก็หนัก

     “ไอ้เจียร์ ปากนี่จะเก็บไว้กินข้าวไหมหรือจะให้มันแตกตอนนี้เลย

     มือแกร่งผลักศีรษะทุยของยัยตัวเล็กด้วยแรงที่ไม่มากนักในความคิดของเขาแต่ความเป็นจริงมันสามารถทำให้เจียร์ สาวน้อยผู้บอบบางตัวปลิวกระเด็นออกข้างไปหลายก้าว ห้าทุ่มรับผิดชอบโดยการคว้าหลังคอของเพื่อนเกลอแล้วดึงตัวเธอกลับมายืนข้างกัน

     ทุ่มมือหนักอะ แล้วนี่หิ้วคอเจียร์เหมือนหิ้วหมาเลย ฮือ

     “ช่วยไว้แท้ๆ ยังจะบ่นอีก

     “คว้าแขนก็ได้นี่หว่า

     “ก็มือมันคว้าคอได้ก่อนจะให้ทำยังไงล่ะ

     “ไม่เถียงด้วยแล้ว

     “ดี เงียบไปซะ

     ทั้งคู่เดินต่อล้อต่อเถียงกันมาตลอดทางจนกระทั่งถึงโรงอาหาร ห้าทุ่มวางกระเป๋าจองโต๊ะตัวที่ว่างเอาไว้ก่อนจะเดินไปซื้ออาหาร เพื่อนสาวตัวเล็กก็เช่นกัน

     ใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะได้มื้อเที่ยงมาลิ้มชิม โรงอาหารในตอนนี้คนแน่นขนัดหนาตาเหลือเกิน โชคดีที่มีโต๊ะซัพพอร์ตมากพอๆ กับจำนวนนักศึกษาในแต่ละวัน

     มือแกร่งวางจานข้าวมันไก่ทอดไว้บนโต๊ะก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเจียร์ มื้อเที่ยงของเธอเป็นกะเพราไก่ไข่ดาวเมนูคลาสสิก

     ไข่ดาวไม่สุกด้วยแฮะ

     ทุ่ม แล้วเนคไทไปไหนเมื่อเช้ายังเห็นทุ่มใส่อยู่เลยเจียร์เอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ เธอจำได้ว่าเมื่อเช้าตอนที่เจออีกฝ่ายหน้าห้องประชุมยังเห็นเนคไทอยู่เลย

     แล้วตอนนี้หายไปไหนเสียแล้ว

     เมื่อได้ยินคำถามจากปากเพื่อนสาวจึงเกิดอาการชะงักเล็กๆ

     ต้องตอบว่ายังไง ให้บัดดี้ยืมไปแบบนี้น่ะเหรอ

     ไม่มีทาง

     ตาฝาดห้าทุ่มเลือกที่จะเก็บงำความลับเอาไว้เพราะหากเขาพูดออกไปเจียร์คงถามไม่หยุดแน่

     เห้ยย ได้ไง เจียร์ไม่ได้ตาฝาดนะ เห็นเต็มสองตาเลยเจียร์ชี้ดวงตากลมโตทั้งสองข้างของตัวเอง

     ผีหลอกแล้ว ไม่ได้ผูกเนคไทมาจะเห็นได้ยังไง

     “จริงอ่อ.. พูดจริงปะเนี่ยทุ่ม

     “จะโกหกทำไม โกหกแล้วได้ตังค์หรือไงล่ะ

     “เวร แต่เจียร์เห็นจริงๆ อะ

     “ฝันกลางวัน

     ถึงแม้ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ร่างสูงพูดแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอก็กำลังคิดว่าตัวเองอาจจะตาฝาดไป เจียร์ยู่หน้าขบคิดไปพร้อมกับตักกะเพราไก่โปะไข่ดาวไม่สุกเข้าปาก ข้าวที่เคลือบด้วยไข่แดงเยิ้มๆ ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างน่าเหลือเชื่อ

     คนขี้โกหกชำเลืองมองหน้าเพื่อนสาวก่อนจะลอบกระตุกยิ้มเล็กๆ ให้กับความซื่อของเธอ

     ไอ้เจียร์นี่มันซื่อจังวะ

     หนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวนั่งกินข้าวไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดความอ่านกันเรื่อยเปื่อย ห้าทุ่มวางส้อมลงก่อนจะสอดมือล้วงสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกง มันสั่นครืดสองครั้งเหมือนมีข้อความเข้าอย่างไรอย่างนั้น

     เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วไล่สายตาอ่านข้อความที่ถูกส่งมาจากแอพลิเคชั่นไลน์ด้วยใบหน้านิ่งสนิทดูดุดัน ทว่าความจริงเขาไม่ได้กำลังรู้สึกโกรธหรืออยากฆ่าใคร แค่เป็นคนที่ทำหน้านิ่งแล้วดูดุก็เท่านั้น

MIDNIGHTMARE : Line

มึงอยู่ที่ไหน 12:35

กูจะเอาเนคไทไปคืน 12:35

     เจ้าของไอดีมิดไนท์แมร์ส่งข้อความถามไถ่สถานที่เพื่อที่ตนนั้นจะได้ทำการนำเนคไทมาคืนเขา แต่ทว่าห้าทุ่มกลับไปไม่ได้ตอบไปในทันที เขานั่งมองข้อความนั้นสักพักก่อนจะผินหน้ามองออกไปนอกโรงอาหาร แสงแดดเจิดจ้าแทบจะแผดเผาให้หลอมละลายกลายเป็นไอศกรีมโดนความร้อน

     มันจะร้อนอะไรขนาดนี้วะ

     ได้แต่ส่ายหัวให้กับแดดประเทศไทยแล้วก็หันกลับมาปลดล็อกหน้าจอ กดเข้าห้องแชทของบัดดี้ที่ติดดาวเอาไว้ก่อนจะพิมพ์ยุกยิกตอบกลับไป

MIDNIGHTMARE

     มึงอยู่ที่ไหน

     กูจะเอาเนคไทไปคืน 12:35

12:37 มึงน่ะ อยู่ที่ไหน

     หน้าตึกไอที 12:37

12:38 รออยู่ที่นั่น

     ทำไม?? มึงกลับหอแล้วหรือไง 12:38

12:39 เปล่า กูอยู่โรงอาหารตึกไดโนเสาร์

     งั้นเดี๋ยวกูเดินเอาไปให้แล้วกัน 12:41

12:42 กูบอกให้รออยู่ที่ตึกไม่ต้องมา กูแดกข้าวอยู่เกือบเสร็จแล้ว อ่านภาษาไทยไม่ออกหรือไง

     แล้วเป็นเหี้ยอะไรกูถึงเอาไปคืนเองไม่ได้อะ 12:43

12:44 แดดร้อนจะตายห่า ไม่แหกตาดูเข้าไปล่ะ

12:45 เดี๋ยวเป็นลมขึ้นมาก็ภาระกูพาไปหาหมออีก

     กูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น 12:46

12:47 หายหอบลิ้นห้อยเหมือนมาก่อนแล้วค่อยมาปากดี

12:48 รออยู่ที่นั่นแหละ

     อีกอย่างเดี๋ยวก็ต้องเดินกลับตึกไอทีอยู่ดีไม่จำเป็นต้องให้เที่ยงคืนถ่อสังขารเดินลากขาฝ่าแดดร้อนๆ มาถึงโรงอาหารหรอก

     พิมพ์เสร็จก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าประจวบเหมาะพอดีกับที่เคี้ยวข้าวคำสุดท้ายหมด ร่างสูงคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายไว้บนบ่าก่อนจะหยัดกายยืนขึ้น เจียร์เงยหน้ามองเพื่อนเกลอพลางกะพริบตาปริบๆ

     ทุ่มจะไปแล้วอ่อ

     “อ่า ใช่ เจียร์จะไปยัง

     “ยังๆ เจียร์ว่าจะกินไอติม ทุ่มไปก่อนเลย

     “อืม เจอกันที่ห้อง

     “จ้ะ

     บอกลาแล้วแยกทางกันเสร็จห้าทุ่มก็ก้าวขาเดินออกจากโรงอาหารเพื่อไปยังตึกเรียนทันทีไม่รีรอ ทว่าเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อมีเสียงเรียกดังมาจากทางด้านหลัง

     โย่ว ทุ่ม!!”

     ทุ่มรอเดี๋ยว!”

     เจ้าของชื่อกลอกตามองบนก่อนจะเอี้ยวศีรษะกลับไปมองหาต้นตอของเสียง นัยน์ตาคมเฉี่ยวสบเข้ากับคู่แฝดรูปร่างสูงสมส่วนหน้าตาดีละม้ายคล้ายคลึงกันเสียจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร หากไม่มีป้ายชื่อห้อยก็คงเรียกผิดเรียกถูกเป็นแน่

     จะไปตึกไอทีเหรอ ไปด้วยดิโจโฉว่าก่อนจะรีบเดินมายืนเคียงข้างพ่อหนุ่มหัวเกรียนหน้าเบื่อหน่ายโลก

     ใช่ พอดีว่านัดสาวไว้น่ะนะโจชัวยักคิ้วให้

     สองหนุ่มคู่แฝดรักยมเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของเขาตั้งแต่เรียนมัธยม เจ้าพวกนี้สอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ไม่ใช่คณะเทคโนโลยีเหมือนกับเขา ถึงจะอยู่มหาลัยเดียวกันแต่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันสักเท่าไหร่

     เออห้าทุ่มตอบแบบขอไปทีก่อนจะเดินทิ้งระยะห่างกับเจ้าคู่แฝดหน้าตากวนประสาทไม่เบา

     สามหนุ่มสามมุมพูดคุยหยอกล้อแต่ทว่าคนที่โดนหยอกกลับเป็นห้าทุ่มหนุ่มหัวเกรียนหน้าดุ ร่างสูงไม่โต้ตอบเพราะว่ารำคาญ เขารีบสับขาเดินให้ถึงคณะให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

     โหย ทุ่มไม่เล่นกับโฉเลยอะโจโฉแสร้งงอแงตัดพ้อทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางหันมาให้ความสนใจ

     รำคาญห้าทุ่มตอบแบบตรงไปตรงมา

     ตลอดแหละ.. เอ้อ เฮียถามหาอยู่นะโจชัวพูดบ้าง คราวนี้มีสรรพนามแทนคนที่พวกเขาเคารพรักติดมาด้วย

     ถามทำไมร่างสูงชำเลืองมองหน้าแฝดน้องเพียงเล็กน้อย

     ก็มึงไม่ค่อยโผล่หัวไปให้เฮียเห็นเลยนี่

     แกยังจำกูได้อีกเหรอวะ

     “มึงก็รู้ว่าเฮียสิงห์ใหญ่จำได้ทุกคนโจโฉว่าก่อนจะสอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กสีเข้ม

     เฮียสิงห์ใหญ่หรือคนที่พวกพี่โบเรียกว่าพ่อนั่นแหละ

     เอาไว้ก่อน ว่างเมื่อไหร่เดี๋ยวกูไปหาเองนั่นแหละห้าทุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถึงตึกแล้ว พวกมึงจะไสหัวไปที่ไหนก็ไปเลย น่ารำคาญฉิบหาย

     “เอออ ไปอยู่แล้วแหละน่า ไว้เจอกันนะทุ่มโจชัวพูดพร้อมกับตบไหล่ไอ้เกลอเพื่อนเก่าเบาๆ ก่อนจะกอดคอแฝดพี่พากันเดินเข้าลิฟต์

     ร่างสูงเดินเข้าตึกเรียนเพื่อหลบแดด ขณะเดียวกันก็หันซ้ายหันขวามองหาบัดดี้ที่นัดกันไว้ว่าจะมาเอาเนคไท เขาทำท่าจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาหากแต่เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังเรียกให้หันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ

     คนผิวขาวคิ้วบากหน้านิ่งสนิทมีปากเบะบึนเป็นเอกลักษณ์กำลังสาวเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ในมือเรียวมีเนคไทสีกรมท่า เนคไทที่ห้าทุ่มสละให้แล้วออกไปรับโทษแทน

     แม่งทำเพื่ออะไรก็ไม่รู้

     เอาคืนไป

     ไม่พูดพร่ำทำเพลงมากนักเที่ยงคืนยื่นเนคไทคืนเจ้าของทันทีที่เห็นหน้า

     เออห้าทุ่มขานรับแล้วหยิบเนคไทที่มือเรียวมาพาดไว้บนบ่าตัวเอง

     สองหนุ่มมองหน้ากันอยู่แบบนั้นแต่ไม่มีใครพูดอะไร กระทั่งห้าทุ่มตัดสินใจเดินเบี่ยงไปอีกทางเพื่อขึ้นตึกเรียนคนผิวขาวจึงจะส่งมือไปด้านหน้าหมายจะคว้าแขนไว้อีกครั้ง ทว่าเหมือนเกิดเหตุการณ์เดจาวูเพราะเมื่อเขาจะคว้าแขนร่างสูงก็ชักแขนหลบแล้วเดินตรงไปด้านหน้าโดยไม่หันกลับมามอง

     เหมือนในห้องประชุม.. ไม่มีผิด

     มึงนี่เป็นโรคอะไรถึงไม่หยุดฟังคนอื่นเขาพูดก่อนวะ

     ในเมื่อใช้มือรั้งให้หยุดเดินก็ทำไม่ได้จึงต้องอ้าปากเปล่งเสียงเรียกรั้งเอาไว้แทน คิ้วเรียวมีรอยแหว่งขมวดเข้าหากันเล็กน้อย โชคดีที่มันได้ผลเพราะคู่สนทนาพลิกตัวกลับมาเลิกคิ้วมองหน้าเขาเช่นเดียวกัน

     ตอนกูยืนอยู่ทำไมถึงไม่พูด ต้องรอให้มันสายก่อนหรือไงถึงจะปริปากพูดได้ห้าทุ่มโต้กลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บอกอารมณ์เฉกเช่นเดียวกับเที่ยงคืน

     คนผิวขาวสะอึกเล็กน้อยหลังจากได้ฟังประโยคนั้นทว่าจำต้องเก็บอาการ ใช้ความนิ่งสนิทไร้อารมณ์ฉาบเคลือบ

     พูดเหมือน.. รู้ดีเกี่ยวกับตัวเขาไปเสียทุกเรื่อง

     จะอะไรก็ช่าง กูแค่อยากขอบคุณถึงแม้ว่ากูจะไม่ได้ร้องขอให้มึงมารับโทษแทนกูก็เถอะเที่ยงคืนพูดความรู้สึกนึกคิดออกไปตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

     เออ ไม่เป็นไรร่างสูงรับคำขอบคุณคิดว่าน่าจะมาจากใจไว้กับตัว แต่เปลี่ยนจากคำขอโทษเป็นการมาให้ตรงเวลานัด แล้วก็อย่าลืมเนคไทอีกแค่นั้นก็พอแล้ว กูจะได้ไม่ซวยไปด้วย

     “อืม

     “อีกอย่าง

     พูดแล้วเว้นช่วงไปสักพักระหว่างนั้นดวงตาเฉี่ยวคมก็ไล่มองเครื่องหน้าหล่อไร้ที่ติก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มคว่ำเล็กๆ

     เลิกทำปากคว่ำได้แล้ว เห็นแล้วรำคาญ

     ไม่ว่าเปล่าร่างสูงใช้นิ้วเรียวดันมุมปากตัวเองขึ้นให้เป็นตัวอย่างก่อนจะกลอกตามองบนใส่แล้วกลับหลังหันเดินเข้าลิฟต์ไปพร้อมกับนักศึกษาคนอื่น ทิ้งให้หนุ่มวิทย์คอมยืนนิ่งสนิทเป็นตอไม้ไม่ไหวติง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองใบหน้าบัดดี้ผ่านช่องว่างระหว่างประตูลิฟต์ก่อนที่มันจะปิดสนิทบดบังการมองเห็นในที่สุด

     ไม่ต้องฝืนยิ้มก็ได้ แค่ไม่ทำหน้าเหมือนโลกมันโคตรจะโหดร้ายขนาดนั้นก็พอแล้ว 


 




_____________________________


พิ่น้อนเที่ยงของคูมแม่ ฟฟฟฟฟฟฟฟ ละอิตาทุ่มคือรัย เปนห่วงอะรัย เปนบัดดี้หรือเปนอะรัย งง ทำเกินหน้าทิ่ป่าวเอ่ยยย ติ้กต่อกๆ

ฝากสกรีมในทวิตเตอร์ #ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน และคอมเมนต์เยอะๆ ด้วยนะคะ

จะตามอ่านตามไปรีให้หมดเลยยยยยยยยย

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.951K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,822 ความคิดเห็น

  1. #5804 Pimnok2124 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:16
    ห้าทุ่มละมุนจัง
    #5,804
    0
  2. #5773 Wiwha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 13:42
    เห็นเงียบๆแต่ความห่วงเพียบนะคะ ฮ่าๆๆ
    #5,773
    0
  3. #5737 kinoshi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 08:18
    ชอบชื่อ2โจอ่ะ คนนึงตะวันออก คนนึงตะวันตก😂😂😂
    #5,737
    0
  4. #5707 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 00:13
    ห่วงสะกดแบบนี้เด้อ
    #5,707
    0
  5. #5650 CallistoJpt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 17:26
    ทำเป็นรำคาญอ่ะทุ่มแต่เป็นห่วงเขาอะดูออก
    #5,650
    0
  6. #5600 SandSeaSun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 09:44
    ก็ห่วงนะแหล่ะ
    #5,600
    0
  7. #5537 shin ai2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 00:01
    เพิ่งเจอกันวันเดียวทำไมกล้าพูดแรงๆใส่กันแล้ว
    #5,537
    0
  8. #5431 Tofu7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 06:44
    มองมุมเพื่อนนะ

    ทุ่มคือเพื่อนที่ดี-ๆเลย ใจนายมันได้
    #5,431
    0
  9. #5336 sasiwan97 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 10:19
    เฮียโลดอนนน
    #5,336
    0
  10. #5063 kookmin312537 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 12:06
    ห่วงเก่ง
    #5,063
    0
  11. #3787 cactus090 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 08:28
    ค่ะ อิชั้นพบเจอคนเป็นห่วงเเต่ยังปากเเข็งอยู่ค่ะทำอย่างไรดีคะคุณตำหนวด
    #3,787
    0
  12. #3754 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 14:19
    เอ่อ เค้าจะทำปากยังไงก็เรื่องของเค้ามั้ยล่ะทุ่ม มันทำไมหราาาาา
    #3,754
    0
  13. #3478 blueeyes111 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 10:30
    หวงเขาเว่อร์
    #3,478
    0
  14. #3201 tales story (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 23:54
    เหมือนทุ่มมองเที่ยงทะลุปรุโปร่งไปหมดเลยแฮะ55555
    #3,201
    0
  15. #2704 amaew2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 19:07
    คิดถึงน้องโบบบบ
    #2,704
    0
  16. #2486 icescreammmm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 17:28
    โอ้ยเฮียยสิงใหญ่กับน้องเเคมป์

    คนคูลลล555 คถ.มากกกกก
    #2,486
    0
  17. #2240 +++DOUBLE B++++ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 09:35
    น้องโบบบบบบบบบบบบบ เฮียยยยย คิดถึงเด้ออ
    #2,240
    0
  18. #1576 Purim_purimprat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 00:00
    ใจกระตุกทุกครั้งที่ได้ยินชื่อลูกโบ แงง หนูมีอิทธิพลต่อใจแม่เกินไปแล้วค้าบบ
    #1,576
    0
  19. #1478 Nekkoya02 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 23:14
    ยังอ่านเรื่องสิงห์ใหญ่ไม่จบอะค่ะ จะอ่านเรื่องนี้รู้เรื่องไหมคะ หรือควรอ่านเรื่องแรกก่อน
    #1,478
    1
    • #1478-1 jaylerqz(จากตอนที่ 2)
      5 พฤษภาคม 2563 / 23:59
      รู้เรื่องงับ
      #1478-1
  20. #1204 sugarraeks (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 13:23
    มีความเป็นห่วงแบบไม่รู้ตัว คริคริเขิน
    #1,204
    0
  21. #1161 jxxngjay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 09:33
    โอ้ยพวกผู้ชายปากแข็ง
    #1,161
    0
  22. #1075 momosonoerung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 17:32
    อั้ยยะ พ่อก็มาาาา
    #1,075
    0
  23. #1040 Milddimmy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 13:44
    เป็นไรกะเค้าอ่ะทุ่ม เค้าจะเดินตากแดดก่ไม่ได้ ปากคว่ำก่ไม่ชอบ เป็นงง อ่ะๆๆๆๆ อิ้
    #1,040
    0
  24. #939 เพื่อนผักชี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 13:40
    อ่าว โลกนิยายมันกลมจังเลย ไรท์เตอร์คนเดียวกันหรอค้า
    #939
    1
    • #939-1 jaylerqz(จากตอนที่ 2)
      25 เมษายน 2563 / 02:08
      คนเดียวกับเมกาโลมาค่ะ
      #939-1
  25. #849 rabayyyyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 22:34
    ชอบมาก ตั้งเเต่เมกาโลมาเเล้ว คือเป็นนิยายวายที่เคะไม่จำเป็นต้องน่ารักแต่ก็น่ารักได้อะ ติดใจเเล้วเด้อ
    #849
    0