God daddy ! #ทูนหัวของหนู [ END ] [ตีพิมพ์กับสนพ. Deep Publishing]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 696,875 Views

  • 4,801 Comments

  • 16,641 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    13,392

    Overall
    696,875

ตอนที่ 36 : #ทูนหัวของหนู [ Everywhere ] R e w r i t e

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37995
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2386 ครั้ง
    20 ก.พ. 62


นิยายเรื่องนี้คำหยาบค่อนข้างเยอะนะคะ

 

 

#ทูนหัวของหนู [ Everywhere ]

 

 

 

 

 

 

 

     เมื่อก่อนเคยคิดว่า 24 ชั่วโมงทำไมมันนานนักนะกว่าจะผ่านไปได้แต่ละวัน อยากมีเครื่องเร่งเวลาช่วยให้ตัวเองโตเป็นวัยรุ่น เป็นผู้ใหญ่ไวไวเพราะเบื่อแล้วชีวิตเด็กน้อยไร้เดียงสา เบื่อการตื่นนอนตอนเช้าตรู่ไปยืนรอรถประจำ เบื่อการเตะบอลตากแดดตากลมที่ถึงแม้ว่ามันจะสนุกแค่ไหน แต่ก็ยังน่าเบื่ออยู่ดี ตามความคิดของเด็กน้อยแทบจะทุกคนคืออยากโตเป็นผู้ใหญ่ดูแลรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องมีพ่อหรือแม่คอยเดินจับมืออยู่ตลอดเพราะกลัวเราหลงทาง

 

 

 

     แต่พอได้ก้าวเข้าสู่วัยที่ตัวเองนั้นใฝ่หามาตั้งแต่เด็ก ได้ใช้ชีวิตที่เป็นของตัวเองจริงๆแล้วนั้น.. ความรู้สึกอยากกลับไปเป็นเด็กมันย้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น อยากกลับไปเป็นเด็กน้อยที่ตื่นแต่เช้าไปยืนรอรถประจำ อยากกลับไปเตะบอลตากแดดตากลมสนุกสนาน อยากกลับไปให้พ่อกับแม่จับมืออีกครั้งหนึ่ง เพราะการเป็นผู้ใหญ่ดั่งใจนึกนั้นมันไม่ค่อยง่ายเท่าไหร่ แถม 24 ชั่วโมงมันช่างไวแสนไวจนตามแทบไม่ทัน อยากขอโดเนทเวลาเพิ่มเป็นสัก 48 ชั่วโมงก็ไม่รู้ว่าจะพอไหม

 

 

 

     เรียนแบบปล่อยเบลอและเรียนไปเล่นไปงานกลุ่มทำบ้างไม่ทำบ้างในตอนมัธยมเป็นเรื่องที่สบายๆ ไม่ซีเรียส แต่สำหรับมหาลัยนั้นมันกลับไปเหลวไหลไม่ได้แล้ว ไม่มีคนคอยจ้ำจี้จ้ำไช มีแต่การบ้านการช่องโถมเข้าใส่ ต้องบังคับและมีวินัยกับตัวเองให้มากขึ้น มีเวลาเมื่อไหร่ก็ต้องเคลียร์เมื่อนั้นเพื่อไม่ให้มีงานติดค้าง และนี่เผลอแปบๆก็จะสอบไฟนอลแล้วทั้งๆที่ยังมีความรู้สึกว่ามิดเทอมพึ่งจะผ่านไปไม่นาน

 

 

 

เมื่อยว่ะ

     เอิ๊กผงกหัวขึ้นมาจากกองหนังสือเพื่อยืดตัวหลังตรงแล้วบิดขี้เกียจ

 

 

เออ เมื่อยเหมือนกัน

     คนตัวขาวว่าพลางนวดต้นคอตัวเอง

 

 

 

     นั่งจมนอนจมกับกองหนังสือสิบกว่าเล่มมาสักพักใหญ่แล้ว ไม่ได้ขยันขันแข็งเตรียมอ่านไปสอบไฟนอลอาทิตย์หน้าหรอก แต่อ่านเพราะต้องเอาไปทำโปรเจคส่งอาจารย์ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ โคตรเมื่อย รู้สึกโดนมรสุมการบ้านรุมเร้าจนหายใจไม่ออก ไหนจะต้องติวกับไอ้เอิ๊กเพื่อนเกลอนี่อีก กลับจากเรียนเสร็จก็ตรงดิ่งมาห้องเพื่อนสนิทเพื่อทำโปรเจคที่ว่า เวลาว่างก็ติว หมดเรี่ยวหมดแรงล้าในหัว

 

 

 

     คนพี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะรายนั้นโดนงานยักษ์เหมือนกัน ต่างคนต่างโทรคุยกันถามไถ่ด้วยประโยคเบสิกหรือไปมาหาสู่กันเล็กน้อยไม่เหมือนปกติเพราะคริสค้างคืนอยู่ที่หอของเอิ๊กบ่อยกว่าการกลับคอนโด เหตุเพราะต้องรีบเคลียร์งานก่อนไฟนอลจริงๆ ไหนจะมีออกค่ายกิจกรรมของชมรมอีก แต่หนุ่มวิศวะเองก็เข้าอกเข้าใจจึงไม่ได้ปริปากว่ากล่าวอะไรนอกเสียจากแวะเวียนมาดูน้อง ซื้อข้าวซื้อขนมมาส่งให้แล้วกลับไปทำงานของตัวเองต่อ รู้ว่าน้องจะปลอดภัยถ้าได้อยู่กับเพื่อนสนิท

 

 

 

     แต่ก็ยอมรับจากใจเลยว่า คิดถึงคริส

 

 

 

     เพราะโดยปกติแล้วเป็นที่รู้กันทั่วทั้งมหาลัยว่าเบาะท้ายดูคาติลูกรักกับเบาะข้างคนขับบีเอ็มดับบลิวสีขาวของเฮดว้ากคณะวิศวะนั้นจะมีคนตัวขาวน่ารักจับจองเอาไว้ทุกวัน ถ้านอกจากเพื่อนกับคริสก็ไม่เคยสาวน้อยหรือหนุ่มน้อยคนไหนได้ขึ้นมานั่งบนเบาะรถสองคันนี้ แต่ทว่าหลายอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นเบาะท้ายและเบาะข้างกลับว่างเปล่า มันคงจะเป็นเพราะน้องกำลังเรียนรู้และหัดขี่รถคันใหม่ที่เขาพึ่งซื้อให้ไป-กลับมหาลัยกับคอนโดหรือบางทีก็หอพักเพื่อน

 

 

 

     คริสมีพื้นฐานอยู่แล้วจึงเรียนรู้ไวมากและเนเก็ดไบก์ตัวนี้มันขี่ไม่ยากเลยเพียงแต่ว่ามันสูงพอสมควร

 

 

 

     หากแต่ความห่างไกลตรงนั้นมันไม่ได้ทำให้ความรักและความรู้สึกของหนุ่มวิศวะและเด็กนิเทศสั่นคลอน ยิ่งห่างไกลก็ยิ่งติดต่อกันบ่อยขึ้น พยายามมาเจอหน้ากันที่มหาลัย ปลีกตัวออกจากเพื่อนฝูงเพื่อนัดน้องไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน คอยดูแลทุกฝีก้าวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

 

 

 

     ถึงตัวจะไกลแต่ใจไม่เคยห่างกัน เพราะฉะนั้นก็ตัดเรื่องมือที่สามออกไปได้เลย

 

 

 

     สมาร์ทโฟนในมือขาวเปิดหน้าอินสตาร์แกรมเพื่อเช็คดูข่าวสารและไลฟ์สไตล์ชีวิตของผู้คนมากมายหลากหลากเชื้อชาติที่เขาขยันฟอลโล่วเอาไว้บนไทม์ไลน์ คริสนั่งไถหน้าจอไปเรื่อยระหว่างพักทำงานและรอเพื่อนซี้ลงไปซื้อข้าวขึ้นมากินบนห้อง ก่อนหน้านี้โทรหาคนพี่ไปแล้วแต่อีกฝ่ายสายไม่ว่างก็เลยวางสายแล้วเปลี่ยนมานั่งส่องชาวบ้านเขาไปทั่วแทน

 

 

 

     Rrrr!  Rrrr!

 

 

 

     โทรศัพท์เครื่องสวยสั่นและแผดเสียงดังจนคนตัวขาวเหม่อลอยดันตกใจปล่อยโทรศัพท์ทิ้งบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก หน้าจอเปลี่ยนจากแอพอินสตาร์แกรมเป็นโชว์ชื่อคนโทรเข้ามา คริสลูบอกตัวเองเบาๆเพื่อเรียกขวัญที่ทำท่าจะกระเจิงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง

 

 

 

     สัมมีจ๋า

 

 

     ไม่ต้องคิดลังเลว่าจะรับหรือไม่รับเพราะเมื่อเห็นชื่อโชว์ นิ้วโป้งก็สัมผัสปุ่มเขียวเพื่อรับสายทันที

 

 

 

     คุณสาโทรกลับมา จะมัวลีลาอะไรอยู่ล่ะครับ ..

     เนี่ยไง ใจพีมันไม่เป็นของพีไปแล้วไง

 

 

 

เฮีย คิดถึง

 

 

คิดถึงเหมือนกัน โทษทีเมื่อกี้กูคุยงานกับรุ่นพี่อยู่ โปรเจคเสร็จแล้วเหรอคริส ]

     ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหนื่อยล้า

 

 

ยังไม่เสร็จครับ แต่พักก่อนรอไอ้เอิ๊กลงไปซื้อข้าว แล้วเฮียกินข้าวหรือยัง?”

 

 

ยังไม่ได้กินเลยว่ะ ไม่ค่อยหิว ]

 

 

     คริสเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะขมวดคิ้วน้อยๆ

นี่จะทุ่มครึ่งแล้วนะเฮีย ยังไม่ได้กินเลยเหรอวันนี้

 

 

อืม กูไม่ได้ออกไปไหนเลย ข้าวในตู้เย็นก็หมดแล้วขี้เกียจออกไปซื้อ ]

 

 

ทำอะไรอยู่ วางมือก่อนได้มั้ยแล้วออกไปหาข้าวกินก่อน

     ใบหน้าน่ารักเริ่มถอดสี คิ้วที่ขมวดเล็กน้อยก็เริ่มจะขมวดมุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ คนพี่ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้าแล้ว ถึงจะบอกว่าไม่รู้สึกหิวแต่มันก็ต้องกิน ช่วงนี้เจ้าตัวยิ่งนอนเกือบเช้าแล้วตื่นไปเรียนทุกวัน บางวันขอตัวกลับคอนโดแล้วเปิดห้องเข้าไปเจออีกฝ่ายนอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะทำงาน กองเอกสารบ้างชีทเรียนบ้างวางระเกะระกะไปหมด ต้องปลุกให้ตื่นแล้วไปทำกับข้าวให้เฮียกิน

 

 

 

     แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน

 

 

 

เดี๋ยวค่อยกินมาม่าก็ได้ ]

 

 

ไม่ ลุกไปกินข้าวเลยเฮีย อย่าปล่อยปละละเลยตัวเองแบบนี้

 

 

กูไม่หิวจริงๆคริส ]

 

 

ไม่หิวก็ต้องกิน คำครึ่งคำก็ยังดี

 

 

     เสียงลอบถอนหายใจของหนุ่มวิศวะดังเข้ามาในโทรศัพท์ ใครไม่เคยเป็นคงไม่รู้หรอกว่าการนั่งติดแหงกอยู่กับที่เป็นเวลานานมันทำให้เราขี้เกียจลุกขี้เกียจขยับตัวเดินเหินไปไหนต่อไหนแล้ว ข้าวไม่ได้กินเลยสักมื้อแต่ว่ากินซีเรียลประทังชีวิตอันแร้นแค้นขาดเมียดูแลไปแล้ว อิ่มท้องพอสมควร แต่ในเมื่อเมียสั่งผ่านโทรศัพท์ว่า ต้องลุกไปกินข้าวเดียวนี้ เขาก็ต้องลุกขึ้นไปแต่งตัวเพื่อคว้าบิ๊กไบค์ออกไปหาข้าวกิน

 

 

     แม้น้องจะไม่ได้พูดหยาบคายใส่ แต่ทว่าเสียงแข็งนั่นทำให้หนุ่มวิศวะเข้าใจได้ว่าแท้จริงแล้วน้องกำลังจะสื่อว่าอะไร

 

 

 

     มึงต้องลุกขึ้นไปหาข้าวกินเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูจะโกรธแล้วฟาดมึงด้วยจอยเกมไอ้เฮียเพลิง !

 

 

 

เออ โอเค กูจะไปหาข้าวกินเดี๋ยวนี้แหละ ]

 

 

อือ กินเยอะๆเลย จะได้มีแรงทำงาน

 

 

รู้แล้ว บ่นเก่งจังวะ ]

 

 

เฮียทำตัวดีมากมั้ง

 

 

หึ ย้อนเก่งฉิบหาย ไอ้อ้วน ]

 

 

ก็บอกว่าไม่ได้อ้วนไงเว้ยแค่นี้แหละ ฮึ่ย!”

 

 

 

     เด็กนิเทศวางโทรศัพท์ดังปึงประจวบเหมาะกับที่เอิ๊กเดินถือถุงพลาสติกใส่กล่องข้าวสองกล่องเข้ามาในห้องพอดี ชายหนุ่มตัวสูงโปร่งยกมือเกาหัวแกรกๆด้วยความงุนงงกับอารมณ์ฉุดเฉียวของเพื่อนสนิทผิวขาวจัด ใบหน้าน่ารักบึ้งตึง

 

 

 

มึงเป็นอะไรวะน่ะ

     เอิ๊กถามด้วยความอยากใส่ใจ มือหยิบกล่องข้าวออกมาจากถุงแล้วยื่นให้คริสก่อนจะย่อตัวนั่งขัดสมาธิกับพื้นแล้ววางกล่องข้าวของตัวเองลงบนโต๊ะญี่ปุ่น

 

 

หงุดหงิดผัว

     คริสรับกล่องข้าวมาวางบนโต๊ะเช่นเดียวกัน มือขาวป้อมเปิดฝากล่องโฟมออกในทันทีเพราะกระเพาะเริ่มส่งเสียงร้องขึ้นมาบ้างแล้ว

 

 

เฮียเค้าไปทำอะไรให้มึงหงุดหงิดนักหนา

     พูดไปตักข้าวเข้าปากไปแล้วเคี้ยวจนแก้มตุ้ยพร้อมขมวดคิ้วมองคริส

 

 

 

     เดี๋ยวหงุดหงิด เดี๋ยวรัก เดี๋ยวจัดหนัก

     กูงงกับสองผัวเมียคู่นี้

 

 

แม่งโทรกลับมาหากูช้ะ กูถามว่ากินข้าวยังก็บอกว่ายังไม่ได้กินตั้งแต่เช้าแล้ว เห้ย ตั้งแต่เช้าเลยนะเว้ยไอ้เอิ๊ก มึงคิดดูดิวะ

     คริสหน้านิ่วคิ้วขมวดพลางจ้วงข้าวเข้าปากด้วยความหงุดหงิด

 

 

มึงไปห่วงอะไรขนาดนั้น เค้าโตเป็นผัวมึงได้แล้วคริส โว้ะ

 

 

กูกลัวจะตายคากองงาน

 

 

ขี้เกียจหาผัวใหม่ว่างั้น?”

 

 

ผัวใหม่พ่อง ไม่เอาเว้ย คนนี้คนเดียวพอ

 

 

“555 อะ เปลี่ยนๆ ขี้เกียจหาเมียใหม่ว่างั้น

 

 

เออเด่ะ

 

 

ว่าแต่มึงจะไปหาเมียใหม่ได้จริงอ่อวะ ก็ในเมื่อมึงโด— อุ้บ!”

 

 

ไอ้สัดเอิ๊ก พูดมาก แดกเข้าไปเลยพริกเนี่ย ไอ้ปอบ!!”

 

 

 

     กว่าจะกินข้าวกันเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ เสียงหัวเราะและคำสบถหยาบคายตามภาษาเพื่อนซี้ที่ด่ากันได้ยันรากเหง้าโดยไม่มีใครถือโทษโกรธเคืองใครดังลั่นห้อง สองหนุ่มพักเหนื่อย พักพุงกันด้วยการนั่งพิงปลายเตียง หัวเอนชิดกัน แต่มือยังคงต่อยตีกันไม่หยุดหย่อน คริสหัวเราะร่าสะใจเมื่อเอิ๊กโดนดีดหูดังเป๊าะด้วยน้ำมือของตัวเอง อัครภัทรผู้ไม่เชี่ยวชาญการหลบหลีกเท่าไหร่นักจึงโดนฝ่ามือขาวฟาดบ้างต่อยบ้างจนเจ็บช้ำไปทั้งตัว แต่เขาก็ไม่ยอมโดนอยู่ฝ่ายเดียวจึงสวนกลับไปเป็นระยะ เล่นสนุกสนานไปเรื่อยจนสาแก่ใจถึงจะมาตั้งหน้าตั้งตาทำโปรเจคกับอ่านหนังสือสอบไฟนอลตัวร้ายต่อ

 

 

 

     เมื่อกี้ที่เล่นกันไปนั่นถือเป็นการรีแลกซ์ก็แล้วกัน

 

 

 

 

 

……

 

 

 

 

     ไฟนอลที่แทบจะคร่าชีวิตและสูบพลังงานของนักศึกษาหลายต่อหลายชีวิตในทุกๆคณะเริ่มต้นขึ้น สองหนุ่มเพื่อนซี้อ่านหนังสือช่วยกันติวตั้งแต่สามทุ่มถึงตีสอง ใครว่าการเรียนนิเทศปีหนึ่งนั้นง่ายนักหนาก็อยากจะให้มาเจอด้วยตัวเองเสียเหลือเกิน

 

 

 

     ห้องสอบของเด็กนิเทศศาสตร์ปีที่หนึ่งตกอยู่ในความเงียบเชียบมีแต่เสียงเปิดกระดาษและเสียงขีดเขียนตัวอักษรลงบนนั้น คนตัวขาวนั่งจดจ่ออยู่กับโจทย์สามบรรทัดแต่กระดาษคำตอบสามหน้า อาจารย์บอกแนวข้อสอบมาแล้ว แต่อาจารย์บอกว่าในชีทนั่นแหละคือข้อสอบ ไม่อยากจะบอกว่าผมนี่ปากกาสั่นเลยครับ ..

 

 

 

     ไล่บอกทุกบทที่เรียนมาเลยขีดไฮไลท์ไว้ แต่พอมาอ่านรวมๆแล้ว

     ไอ้เวร ทุกหน้า !!

 

 

     ต้มแดกแม่งเลย ฮืออออออ จะตายแล้ว เฮียจ๋าช่วยหนูด้วย …

 

 

 

     ข้อสอบมหาลัยง่ายนิดเดียวครับ หมายถึงง่ายแค่นิดเดียว ที่เหลือยากหมดเลย บ้าจริง ไอ้เราก็เคยคิดนะว่าห้าข้อสามชั่วโมงนี่มันเยอะไปไหม อะไรจะขนาดนั้น แต่พอได้มาเห็นกับตาตัวเองแล้วตาเหลือกเลยเถอะ อ่านโจทย์อย่างเดียวก็เหนื่อยแล้ว นี่มันอะไรกันวะ ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหมือนอ่านนิยายสืบสวน

 

 

 

     ไม่รู้ว่าป่านนี้คนพี่จะเป็นยังไงบ้าง เห็นไลน์มาบอกว่ามีสอบแค่วิชาเดียวในตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายจะกลับไปเคลียร์งานกับช่วยพี่ซันเคลียร์เมลในร้านอีก

 

 

 

     อยากสอบให้เสร็จแล้วกลับไปชาร์ตแบตกับเฮียเพลิงจะตายอยู่แล้ว

 

 

 

     วิชาแรกผ่านไปอย่างลากเลือดก่อนจะได้พักหายใจหายคอ กินข้าวเติมพลังแล้วกลับเข้ามาสอบอังกฤษซึ่งเป็นวิชาที่สองในตอนบ่ายโมงและเป็นวิชาสุดท้ายของวันนี้

 

 

 

     คริสพลิกกระดาษคำตอบไปมาจนรู้สึกตาลาย คิ้วค่อยๆขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิดและกำลังเพ่งตัวอักษรมากมายบนกระดาษ ข้อสอบวิชานี้เป็นข้อสอบแบบปรนัยหกตัวเลือก หนึ่งข้อมีมากกว่าหนึ่งคำตอบ กาผิดติดลบแต่กาไม่ครบได้ศูนย์

 

 

 

     ตอนเรียนกับอาจารย์คนนี้ ไอ้กาญเพื่อนที่นั่งข้างหลังอยู่ประจำมันยกมือขึ้นถามแนวข้อสอบไฟนอล แต่อาจารย์หันกลับมายิ้มให้แล้วก็บอกกับนักศึกษาตาดำๆทั้งห้องว่า

 

 

‘555 อ๋อ แนวข้อสอบน่ะเหรอ อาจารย์ยังไม่มีเวลาไปออกข้อสอบเลยครับ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นไปในแนวไหน แต่ก็คงในชีทนั่นแหละ อืมๆ ไปอ่านมาๆ

 

 

 

     เดดแอร์แบบเงียบกริบได้ยินเสียงลมหายใจกันไปเลย

 

 

 

     อะไรของอาจารย์ค้าบบบบบ!! วอท ดา ฟาxxx

 

 

 

     บ่นให้อกแตกตายก็ทำได้แค่บ่นเพราะไม่ว่ายังไงมือก็ต้องเขียน หัวก็ต้องคิดอยู่ดี

     ขอแค่ให้มันผ่านพ้นไปด้วยดีเถอะ ให้มันคุ้มกับค่าเทอมที่แม่ทำงานเหงื่อซ่กเพื่อหาเงินมาส่งเสียเราเรียน

 

 

 

 

 

……

 

 

 

 

 

     มีพบต้องมีจากไฟนอลตัวร้ายก็เช่นกัน เพราะหลังจากกัดฟันทนสอบกันไปสองอาทิตย์โดยประมาณฤดูกาลปิดเทอมก็เข้ามาเยือน มันเป็นความยากในชีวิตที่จะค่อยๆเพิ่มค่อยทำให้เด็กทุกคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การปรับตัวมันยากเสมอไม่ว่าจะในช่วงชีวิตไหน ถามว่ามันสนุกบ้างไหมกับการสอบ จริงๆแล้วมันก็มีส่วนที่เราจะขีดเขียนอะไรลงไปก็ได้บนกระดาษที่ไร้พันธนาการ จะเขียนหรือคิดอะไรก็ได้แต่ยกเว้นสายคำนวณ

 

 

 

 

     เด็กนิเทศอยากขอบคุณตัวเป็นพันครั้งที่ขยันและตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์งานตั่งต่างจนหมดสิ้น ได้มีปิดเทอมที่ไม่ต้องค้างคา ไม่ต้องตามทำงานเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ได้กลับมานอนหลับพริ้มบนเตียงนุ่มๆในห้องนอนของคนพี่ นอนตากแอร์เย็นฉ่ำ ทำกับข้าวแล้วดูแลอีกฝ่ายเหมือนเดิม

 

 

 

     แต่เป็นแค่เขาที่รู้สึกว่างและหรรษาเพราะคนพี่นั้นไม่ได้ว่างเหมือนกัน หลังสอบเสร็จเพลิงสิงใช้เวลาทำงานในร้านบ้างโปรเจคบ้างรวมไปถึงเตรียมหาที่ฝึกงาน ใบหน้าหล่อเหลาอิดโรยและโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด หนวดเคราขึ้นครึ้ม กลับห้องมาก็เอาแต่นอนหลับตื่นอีกทีกลางดึกเพื่อปั่นงานต่อ

 

 

 

     ยื่นมือเข้าไปช่วยแล้วแต่เฮียเพลิงบอกว่าไม่ต้อง นอนเฉยๆไป

 

 

 

     คนตัวขาวนอนทอดกายเหยียดยาวดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟาเบดแอล มือถือรีโมทเอาไว้แล้วกดเลื่อนช่องไปเรื่อยๆเพื่อหารายการน่าสนใจดู ใบหน้าหวานคอยเอี้ยวมองประตูห้องเป็นระยะเพื่อรอเวลาที่คนพี่จะกลับมาถึงห้อง นี่มันก็สองทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว

 

 

 

     แม้จะง่วงจนตาแทบปิดแต่ก็พยายามฝืนเอาไว้เพื่อรอรับเฮียเพลิงกลับบ้าน

     บ้านของเรา

 

 

 

     ตัวเลขดิจิตอลบนนาฬิกาข้างผนังเปลี่ยนทุกวินาที นาที และทุกชั่วโมง จนกระทั่งตัวเลขทั้งหมดกลายเป็นเลขศูนย์นั่นหมายถึงตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนตรง

 

 

 

     แต่ยังไม่มีวี่แววว่าหนุ่มวิศวะจะกลับมาถึงห้อง มันพาลทำให้คนตัวขาวเริ่มร้อนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

 

     เฮียเพลิงไปไหน

     ทำไมยังไม่กลับห้องอีก

     จะเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเงียบไปแบบนี้

 

 

 

     คริสปิดโทรทัศน์แล้วหยิบสมาร์ทโฟนบนโต๊ะหน้าโซฟาขึ้นมากดปลดล็อกหน้าจอและโทรหาอีกฝ่ายทันทีแต่ไม่ว่าจะโทรสักกี่สายก็ไม่มีสัญญาณตอบรับกลับมา คนตัวขาวเปลี่ยนเป็นโทรหาพี่ซันและเพื่อนในกลุ่มคนอื่นๆที่พอจะมีเบอร์แทน และทุกเสียงตอบกลับมาเป็นเสียงเดียวกันว่า

 

 

 

เพลิงมันไม่ได้อยู่กับพี่นะ

 

 

 

     เวรเอ้ย แล้วไปไหนของเขาวะ

 

 

 

     เด็กนิเทศเริ่มอยู่ไม่สุข สองขาใต้กางเกงขาสั้นอวดโชว์เรียวขาขาวพาตัวเองถือโทรศัพท์วนรอบห้อง ดวงตากลมโตฉายแวววิตกกังวล จะคว้าเอ็มสแลซออกไปตามหาก็ไม่ใช่เรื่องเพราะเขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายไปที่ไหนบ้าง

 

 

 

กลับมาถึงพ่อจะเทศให้หูหนวกเลยเพลิงสิง…”

 

 

 

     รอแล้วรอเล่าหลับๆตื่นๆไปก็หลายรอบ รู้สึกว่าตัวเองฝืนต่อไปไม่ไหวแล้วจึงตัดสินใจเลิกรอแล้วเปลี่ยนเป็นพาตัวเองเดินเข้าห้องนอนเพื่อทิ้งกายลงบนเตียงกว้าง พยายามคิดในแง่ดีเข้าไว้ว่าคนพี่คงจะแฮงค์เอาท์อยู่ที่ไหนกับใครสักที่ถึงกลับดึกกลับดื่นขนาดนี้ อย่างที่เอิ๊กเคยบอกว่าว่าเฮียเพลิงโตจนจะเป็นพ่อคนได้แล้ว คงดูแลตัวเองได้นั่นแหละ

 

 

 

     แต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดีปะวะ

 

 

 

     มือขาวเอื้อมไปกดปิดสวิตซ์ไฟในห้องนอนให้มืดดับลงเพื่อไม่เป็นการรบกวนดวงตา อุณหภูมิในห้องเย็นยะเยือกเด็กนิเทศตัวขาวอวบอิ่มจึงมุดหัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนาแล้วขดตัวงอเป็นกุ้งอยู่ในนั้น เป็นปกติของมนุษย์ที่ถ้าง่วงจัดจนเกินจะฝืน หัวถึงหมอนเมื่อไหร่ก็คือหลับสนิทเมื่อนั้น

 

 

 

     หนุ่มวิศวะกลับถึงคอนโดเวลาประมาณตีหนึ่งครึ่งจวนจะตีสองมือไม้หิ้วของพะรุงพะรัง เพลิงสิงเดินมาวางของไว้บนโซฟาแล้วเปิดไฟเป็นบางจุด ไม่ได้กวาดตามองหน้าคริสเพราะรู้ว่าน้องคงนอนหลับไปแล้ว

 

 

 

     ไปเอาของที่รุ่นพี่มาแล้วก็นั่งคุยกันเพลิน ดื่มบ้างนิดหน่อยตามภาษาแต่ไม่รู้ตัวว่าโทรศัพท์แบตหมดหนำซ้ำไม่มีพาวเวอร์แบงค์ด้วย กลับมาเสียบชาร์ตที่คอนโดหรอกถึงรู้ว่าน้องโทรมาเกือบสิบสาย ปกติคริสจะไม่โทรถี่ยิบแบบนี้ ถ้าเขาไม่รับก็คือไม่รับ น้องจะโทรย้ำแค่รอบเดียวเท่านั้นแล้วจะรอให้เขาโทรกลับ

 

 

 

     แต่คราวนี้คงจะเป็นห่วงจริงๆ

 

 

 

     มือหนาเลิกชายเสื้อยืดสีขาวลายตารางของตัวเองขึ้นก่อนจะถอดมันออกจากทางหัวเพื่อเปลือยท่อนบน เพลิงสิงส่งมือไปบิดลูกบิดประตูแล้วค่อยๆเปิดมันออกช้าๆไม่ให้เสียงดังรบกวนคนตัวขาวที่นอนขดอยู่บนเตียง ผ้าห่มหลุดรุ่ยลงมากองอยู่ที่ปลายเท้า แขนเพรียวกอดตัวเองเอาไว้แน่น

 

 

 

     หนาวแต่เปิดแอร์ขนาดนี้.. น่าตีฉิบหาย

 

 

 

     อุณหภูมิที่เย็นเฉียบบวกเข้ากับน้องเป็นคนป่วยง่าย เพลิงสิงจึงไม่รีรอที่จะขึ้นไปนอนเคียงข้างกับคริส กายหนาสมส่วนตะแคงซ้อนแผ่นหลังบางแล้วสอดแขนรั้งเอวคนตัวขาวนุ่มเข้ามาประชิดกับแผงอกอุ่น เมื่อผิวกายเย็นชืดสัมผัสกับผิวกายอุ่นๆของคนพี่ เด็กน้อยรีบพลิกตัวกลับมาซุกหน้าเข้ากับอกกว้างอัตโนมัติ สองมือขาวๆวางแนบไปกับกล้ามเนื้อบนเรือนกายกำยำเพื่อขอแบ่งปันความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกาย

 

 

 

     และเหมือนจะรู้ตัวเพราะคิ้วเรียวกระตุกเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆลืมตาปรือปรอยพร้อมกับเงยหน้าขึ้นเพื่อมองใบหน้าของคนร่วมเตียง แม้จะไม่ชัดเจนในความมืด แต่มันชัดเจนในทุกๆสัมผัส

 

 

 

     เฮียเพลิงกลับมาแล้ว..

 

 

 

เฮีย..”

     เด็กน้อยในอ้อมอกพร่ำเรียกชื่อคนพี่เสียงแผ่ว

 

 

อืม นอนต่อสิ

     เพลิงสิงขานรับ ริมฝีปากหนาหยักกดจูบกลางกระหม่อมเบาๆ

 

 

ไปไหนมา ทำไมทิ้งหนูให้อยู่ห้องคนเดียว

 

 

ขอโทษ.. กูไปซื้อของมา

 

 

โทรไปก็ไม่รับ หนูเป็นห่วงรู้มั้ย แล้วไปซื้ออะไรทำไมกลับเอาป่านนี้

     ความง่วงเมื่อสักครู่มลายหายไปฉับพลันเมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายชัดๆ

 

 

“….”

     หนุ่มวิศวะเงียบกริบไม่พูดตอบแต่มือหนาลูบแผ่นหลังของน้องไปเรื่อย

 

 

หนูรอ รอจนหลับ รอแล้วรออีกเฮียก็ไม่มา หนูไม่ได้ต้องการจะให้เฮียรายงานทุกฝีก้าวแต่อย่างน้อย… บอกหนูบ้างได้มั้ยว่าวันนี้จะไปไหน จะกลับเมื่อไหร่

 

 

“…..”

 

 

ไม่เคยระแวงว่าเฮียจะไปมีใหม่นะ แต่หนูกลัวเฮียจะเป็นอะไรไป ช่วงนี้นอนก็ดึกงานก็ต้องทำ เวลาพักผ่อนก็ไม่มี

 

 

 

     น้ำเสียงแผ่วเบาและไม่ค่อยสู้ดีนักของคริสทำเอาหัวใจหนุ่มวิศวะวูบโหวง น้องเป็นห่วงเขามากแต่เขากลับไม่รับรู้ไม่ใส่ใจถึงตรงนั้นเลย เอาแต่โถมทำงานและทำโปรเจคเป็นบ้าเป็นหลังจนพึ่งจะเสร็จสิ้นในวันนี้ อะไรที่คิดไว้ในหัวก็ไม่เคยบอกน้อง จะทำอะไรก็ไม่เคยบอกกล่าว

 

 

 

     ไม่คิดจะปิดบัง แต่ที่ต้องโหมงานทุกอย่างหนักขนาดนี้เพราะจะพาคริสไปหาที่พักผ่อนหย่อนใจ

     ไปแบบไม่มีพันธะติดค้าง ไม่มีอะไรให้พะว้าพะวง

 

 

 

เฮียฟังที่หนูพูดอยู่ใช่มั้ย?”

 

 

อืม ฟังอยู่ รอให้มึงพูดจบ

 

 

 

     คริสถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่อีกฝ่ายเหมือนจะไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องที่ตัวเองก่อ และถ้าเป็นแบบนี้พูดไปก็คงเหนื่อยเปล่าจึงขอเลือกที่จะนอนนิ่งๆรอฟังอีกฝ่ายพูดบ้างมันคงจะดีกว่า

 

 

 

     หนุ่มวิศวะหลุบตามองคนตัวขาวในอ้อมอกที่แน่นิ่งไปแล้ว น้องซุกหน้าลงกับอกแล้วไม่พูดอะไรอีกเลยราวกับว่ากำลังโกรธหรือเคือง แต่อีกนัยหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะรอให้เขาเป็นฝ่ายพูดบ้าง เพลิงสิงคว้าโอกาสที่น้องยอมเงียบนั้นเอาไว้แล้วไขข้อสงสัยในใจเด็กนิเทศที่กำลังอารมณ์ไม่จอยในระดับหนึ่ง

 

 

 

     รู้ว่าน้องเป็นห่วง รู้หมดทุกอย่าง ไม่เคยรำคาญมีแต่จะขอบคุณ

 

 

 

คริส

 

 

“….”

 

 

กูขอโทษที่ไปไหนมาไหนไม่เคยปริปากบอกมึง ปล่อยให้มึงรอ

 

 

อือ

 

 

ช่วงนี้กูไม่ค่อยได้กลับคอนโดมาอยู่เป็นเพื่อนมึงเพราะกูโถมงานหนัก รีบเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จสรรพให้ทันเวลา

 

 

เวลาอะไรเฮีย?”

 

 

เวลาที่กูจะกลับบ้านเกิดของกูไง

     พูดถึงบ้านเกิดเมืองนอนไม่ทันไรความอบอุ่นมันก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจทันที

 

 

ทำไม..”

     สมองคิดคำถามมากมายขึ้นในหัวแต่ปากกลับไม่เปล่งเสียงออกไป

 

 

มึงจำได้ไหมที่มึงเคยบอกว่าอยากทำนา แล้วกูก็บอกกับมึงว่ากูจะพามึงมาทำนาที่บ้านย่า

 

 

 

     ย้อนกลับไปหลายเดือนก่อนหน้า บทสนทนาในระหว่างที่สองหนุ่มกำลังยืนมองนาขั้นบันไดเขียวขจีที่บางกลอยค่อยๆไหลวนกลับมาในนึกคิดอีกครา

 

 

 

อื้อ จำได้ครับ

     ใบหน้าพริ้มเพราพยักรับแผ่วเบา

 

 

นั่นแหละ กูทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับมึง.. แล้วรู้ไหมว่าทำไมกูถึงอยากพามึงไปที่นั่น

 

 

ไม่รู้ครับ..”

 

 

     มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบท้ายทอยขาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะก้มหน้าลงไปใช้ปลายจมูกโด่งเคล้าคลอขมับสวยเรื่อยมาจนถึงปรางแก้มใสมีเลือดฝาด ริมฝีปากกระซิบเสียงทุ้มแผ่วข้างใบหู

 "เพราะกูจะพามึงไปในที่ ที่มันมีแต่ความรักของกู"

 

 

"...."

     เจ้าตัวน้อยในวงแขนแกร่งเม้มริมฝีปากอิ่มเล็กน้อยพลางหดคอหนี ดวงหน้าจิ้มลิ้มเห่อร้อนกับประโยคออดอ้อนด้วยคำหวานก็ไม่ปาน

 

 

     แต่เป็นคำหวานในสไตล์เพลิงสิง

 

 

 

"แล้วกูก็อยากให้มันมีความรักของเรารวมอยู่ในที่ตรงนั้นด้วย"

 

 

 

     นอกเหนือจากนั้นก็คืออยากให้มีน้องยืนอยู่ข้างกายในทุกๆที่ ที่เขาเดินทางไปเยือน เพลิงสิงรักการออกเดินทางเพื่อท่องโลกกว้าง มีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปสัมผัสความแปลกใหม่หรือวิถีชีวิตของผู้คนและสัมผัสกับสภาพแวดล้อม แต่หลายเดือนมานี้ หนุ่มวิศวะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเด็กนิเทศภายในคอนโด ออกตระเวนหาของกินบ้าง พาน้องออกต่างจังหวัดสองครั้ง ตัวติดหนึบกับน้องจนไม่ได้ปลีกตัวออกไปร่วมทริปท่องโลกกับเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ไบค์เกอร์เพราะถึงแม้จะรักการท่องเที่ยวมากแค่ไหน แต่ทว่าหัวใจมันกลับรักคริสมากกว่าเป็นเท่าตัว

 

 

 

 

 

…..

 

 

 

 

 

  บนถนนลาดยางของทางหลวงหมายเลข11 สายอินทร์บุรี-เชียงใหม่ ยานพาหนะสองล้ออย่างดูคาติสีแดงกำลังแล่นด้วยความเร็วตามสมรรถนะของเครื่องยนต์ขนาบข้างด้วย Yamaha m-slaz สีดำแดงที่ขับด้วยความเร็วตีคู่กับมาบนถนนสองเลน

 

 

 

     แสงแดดในเวลาสิบโมงโดยประมาณกับกระแสลมพัดตีกับหมวกกันน็อก แม้ว่าตลอดทางน้อยครั้งจะมีรถผ่านแต่ตาคมของเพลิงยังคงลอบมองจักรยานยนต์คันข้างๆตลอด มือข้างซ้ายภายใต้ถุงมือหนังอย่างดีชูนิ้วโป้งขึ้นเป็นคำถาม เจ้าของเอ็มสแลซละมือข้างซ้ายจากแฮนด์รถชูนิ้วโป้งตอบเป็นสัญญาณว่ายังไหว ร่างสูงที่ควบดูคาติสีแดงจึงเร่งความเร็วทำเวลาให้ทันมื้อกลางวันที่นครสวรรค์หลังจากขับยาวจากกรุงเทพมหานครขณะนี้รถของพวกเขากำลังจะพ้นเขตจังหวัดสิงห์บุรี

 

 

 

ไหวไหม

 

 

ไหวดิ  เราพักกินข้าวหนูก็ได้พักแล้วเนี่ย

 

 

 

     เด็กหนุ่มบอกปัดพลางหันมายิ้มแฉ่งให้คนถามเลิกตีหน้ายุ่งแล้วก้มหน้าเลือกเมนูอาหารต่อ ร้านอาหารปลาใหญ่คือตัวเลือกของมื้อกลางวันโดยเร่งความเร็วเกือบชั่วโมงโดยประมาณทั้งคู่ก็แวะเข้าร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ติดกับถนน ซึ่งเป็นร้านที่เพลิงสิงเองก็คุ้นดีเพราะครอบครัวของเขาจะแวะทุกครั้งที่มีโอกาสมาเยี่ยมบ้านผู้เป็นย่าที่พิจิตร

 

 

 

     นั่งมองเด็กนิเทศผิวขาวจัดที่ในวันนี้ใส่เสื้อหนังและเสื้อผ้ารัดกุมเป็นหนุ่มไบค์เกอร์เต็มตัว ลอบมองตากลมใสไล่มองเมนูอาหารเพลิงไม่ได้แนะนำเมนูพิเศษอะไรเพราะกับข้าวร้านนี้อร่อยทุกอย่าง

 

 

 

น่ากินทั้งนั้นเลยอะ เฮียอยากกินอะไรไหม

 

 

อยากกินอะไรล่ะ กินเหมือนมึงนั่นแหละ

 

 

โอเค งั้นเอาต้มยำ ข้าวสวย หมูทอดกระเทียม ...

 

 

 

     เสียงเจื้อยแจ้วสั่งอาหารไปอีกสองสามอย่างดูท่าอีกคนจะหิวพอตัว สั่งเสร็จก็กลับมาจ้องหน้ากันไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากของเขาและแฟนเด็กมีเพียงรอยยิ้มเล็กๆให้แล้วใช้สายตาสื่อสารกันแทน ริ้วแดงพาดแก้มกลมตามด้วยแก้วตาใสแจ๋วเบนไปทางอื่น

 

 

 

เป็นอะไร หน้าแดงเชียว

 

 

ก็.. เฮียอะ จะมองทำไมนักหนาเล่า

 

 

ยังไม่ชินเหรอ

 

 

 

     คริสกลอกตาไปมามุมปากอมยิ้ม อันที่จริงคริสชินกับอะไรแบบนี้นะไอ้การนั่งมองตาสื่อสารกันผ่านสายตาที่ส่งมาหากแต่ครั้งนี้มันแปลกไป สายตาของเฮียเพลิงคริสเคยเห็นมาก็หลากอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นตอนหงุดหงิด อารมณ์ดี โกรธ หรือตอนนัยน์ตาคมพราวระยับส่งมาให้เขาล้วนเคยเห็นมาหมดแล้ว

 

 

 

     แต่ครั้งนี้น่ะมันสื่อออกมามากล้นจนอดหน้าร้อนไม่ไหว

 

 

 

    ไม่ได้หวานเชื่อมเหมือนอย่างในละครตอนพระเอกจ้องมองคนรัก แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกๆเป็นสัญญาณบอกว่าจะมีเรื่องดีเกิดขึ้นเพียงแต่คริสนึกไม่ออกว่าจะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก การอยู่กับเฮียสำหรับคริสตอนนี้มันดีที่สุดแล้ว

 

 

 

ไม่รู้เว้ย  ..ว่าแต่เฮียแว๊นไปบ้านย่าบ่อยเหรอ

 

 

ก็สลับกับนั่งรถกับครอบครัว

 

 

อืมม แต่ขี่รถกินลมชมวิวไปเองแบบนี้มันก็ดีนะ เปิดโลกเลยอะไม่เคยขี่ไปไหนไกลขนาดนี้

 

 

ใช่ไหมล่ะ กูถึงชอบออกทริปบ่อยๆไง

 

 

หนูอยากไปด้วย

 

 

ไว้มีโอกาสกูจะพาไปกับรุ่นพี่กู

 

 

จะรอนะ สนุกน่าดูเลย 55 เอ้อ เฮียไอ้แท่งๆสีเขียวหน้าถังน้ำมันคืออะไรเหรอครับ?”

 

 

มันคือตัวกันสะบัดที่กูไปติดเพิ่มมาให้ มันช่วยมึงรักษาเสถียรภาพของรถเวลามึงตกหลุม ลุยทางขรุขระหรือขี่เร็ว มันก็จะช่วยลดอาการสะบัดของคอรถมึง ประคองแฮนด์รถทำให้มึงคอนโทรลง่ายขึ้นแต่จะรู้สึกว่าคอมันหนืดๆกว่าเดิมหน่อย แค่นั้นแหละ

 

 

 

     คริสพยักหน้ารับความรู้ใหม่จากหนุ่มวิศวะไบค์เกอร์ พอเข้าใจแล้วว่าไอ้ตัวกันสะบัดที่เฮียเพลิงติดตั้งมาให้มันเป็นตัวสร้างความหนืดระหว่างคอรถกับตัวถังเพื่อช่วยเรื่องการควบคุม บังคับทิศทางได้เสถียรมากขึ้น เป็นอุปกรณ์เสริมอีกหนึ่งอย่างที่ชาวไบค์เกอร์นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะไม่ได้ช่วยแค่ให้รถดูครบเครื่องแต่มันช่วยในเรื่องความปลอดภัยได้ในระดับที่เรียกว่าดีเลยทีเดียว

 

 

 

     สองหนุ่มไบค์เกอร์กินมื้อกลางวันกันเสร็จสิ้นก็ออกเดินทางต่อ ยักษ์ใหญ่สีแดงขี่นำเนเก็ดไบก์น้องใหม่พึ่งเคยออกทริปด้วยความคล่องแคล่ว เพลิงสิงใช้สายตามองถนนด้านหน้าและคอยให้สัญญาณระวังรถสองข้างทางเป็นระยะ

 

 

 

     การที่เป็นผู้นำที่ดีได้มันไม่ใช่การขี่ไวไปเร็วเล่นทุกโค้งไม่สนเพื่อนพ้องที่ตามมาทางด้านหลัง แต่มันคือการส่งสัญญาณมือชี้พื้น ยื่นกางขาขวาออกมาเพื่อแสดงสัญลักษณ์เมื่อมีภัยใกล้ตัวหรือทำในลักษณะต่างๆ มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับการเตือนภัยให้แก่คนข้างหลังเพราะเรื่องที่เราควรระมัดระวังมากที่สุดคือความปลอดภัย สัญญาณมือมีความจำเป็นอย่างมากในการสื่อสารระหว่างขับขี่และสร้างความผิดพลาดได้น้อยที่สุด

 

 

 

     คริสเร่งความเร็วขี่ตีคู่กับคนพี่ที่พึ่งจะเล่นโค้งไปหยกๆเมื่อมองเห็นถนนที่ว่างโล่งไร้รถราแต่เด็กนิเทศไม่คิดเสี่ยงเพราะยังไม่ชำนาญขนาดนั้น สองข้างทางของถนนเป็นป่าเขียวเหมือนอยู่ท่ามกลางหุบเขาทำให้จิตใจสงบและสดชื่นกับสิ่งที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาให้ เพลิงสิงหันมองหนุ่มไบค์เกอร์หน้าใหม่พลางลอบยิ้ม น้องไม่มีบ่นออกมาสักคำว่าเมื่อย หรือร้อน มีแต่จะพยายามเป็นผู้ตามที่ดีมาตลอด

 

 

 

     แต่ทุกการเดินทางมักมีสิ่งที่ไม่คาดคิดรออยู่เสมอ สองหนุ่มชะลอความเร็วรถลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรถมอเตอร์ไซค์สีขาวจอดอยู่ริมถนนกลางป่า มีผู้หญิงตัวเล็กๆหนึ่งคนพยายามสตาร์ทมันแต่ไม่เป็นผล เพลิงสิงที่เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยครั้งจึงสามารถเดาได้ทันทีว่าสาวน้อยคนนั้นต้องการความช่วยเหลือ และในพื้นที่ไร้ผู้คนแบบนี้ปล่อยเธอไว้คนเดียวคงไม่ปลอดภัย

 

 

 

     เพลิงสิงชะลอรถก่อนจะขี่ไปหยุดอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์คันสีขาวโดยมีเด็กนิเทศจอดอยู่ด้านหลัง สาวน้อยเงยหน้ามองก่อนจะทำหน้าตกใจไม่น้อยเพราะไม่รู้ว่าชายฉกรรจ์สองคนที่ขี่รถมาปิดหน้าปิดหลังเธอไว้ต้องการอะไร หนุ่มวิศวะค่อยๆเปิดกระจกหน้าของหมวกกันน็อคขึ้นเพื่อเปิดเผยใบหน้า

 

 

 

น้ำมันหมดเหรอครับ?”

     หนุ่มวิศวะเอ่ยถามสาวน้อยตรงหน้าด้วยน้ำเสียงทุ้ม

 

 

..ใช่ค่ะ

 

 

เดี๋ยวผมยันไปให้แล้วกันครับ ไม่กี่กิโลก็เจอหมู่บ้านแล้ว

 

 

     หญิงสาวมองหน้าเพลิงสิงสลับกับมองผู้ชายหน้าตาน่ารักถอดหมวกกันน็อคแล้วส่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรไม่มีพิษมีภัย คริสอยากช่วยแต่ตอนนี้ขาล้าเกินกว่าจะไปยันรถให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านผู้นำทริปแทน

 

 

 

     แม้จะยังไม่ค่อยสบายใจกับการช่วยเหลือของชายสองคนแต่ก็ยอมให้ช่วยเพราะถ้าปฏิเสธแล้วยืนอยู่ตรงนั้นนานๆมันเป็นเรื่องไม่ดีแน่ แบตโทรศัพท์ก็หมดเปิดไม่ติด ไม่สามารถติดต่อใครได้เลย รถน้ำมันหมดจอดค้างแบบนี้มาเกือบชั่วโมงแล้ว

 

 

 

     เพลิงสิงรอให้สาวน้อยขึ้นไปนั่งบนรถก่อนจะยื่นขาขวาไปยันที่พักเท้าของรถคันสีขาวเพื่อที่ขาซ้ายจะได้เอาไว้เข้าเกียร์ เขาเอียงรถเข้าหารถของอีกฝ่ายเล็กน้อยแล้วพยายามยันให้ขาของตัวเองไปด้านหน้ารักษาระยะไม่ให้ห่างกันมาก และพยายามยันให้ชิดขอบทางเพื่อไม่ให้เกะกะขวางถนน กว่าจะถึงหมู่บ้านที่ว่าก็เล่นเอาเมื่อยขาไม่น้อย เพลิงสิงขี่ยันประกบคู่สาวน้อยจนกระทั่งถึงปั๊มโดยมีคริสขี่ตามไล่หลังมาติดๆ คนตัวขาวรีบหาที่จอดพักรถแล้วเดินเข้ามาแตะสัมผัสแผ่นหลังกว้างของคนพี่เบาๆ

 

 

 

เมื่อยมั้ย จะพักก่อนหรือเปล่า

 

 

เมื่อยอยู่ แต่ไม่เป็นไร

 

 

กินน้ำกินท่าก่อนแล้วกันเฮีย

      ไม่ว่าเปล่ามือขาวก็หยิบน้ำจากกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาเปิดแล้วส่งยื่นให้คนพี่เอาไปกระดกเกือบหมดขวดก่อนจะรับกลับคืนมาดื่มต่อจนหมดแล้วนำไปทิ้งลงถังขยะ เพลิงสิงถอดถุงมือหนังออกแล้วใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบนกรอบหน้าหวานแผ่วเบา

 

 

เอ่อ.. พี่คะ ขอบคุณมากๆค่ะพี่ ทั้งสองคนเลยค่ะ ขอบคุณจริงๆค่ะถ้าไม่ได้พี่หนูแย่แน่

     สองหนุ่มหันกลับไปมองสาวน้อยที่เดินมายกมือไหว้ขอบคุณเขาด้วยความจริงใจและซาบซึ้ง

 

 

ไม่เป็นไรครับ ยินดีช่วย

 

 

ครับบ ตามนั้นเลย

     คริสวางมือไว้บนหัวสาวน้อยที่พึ่งจะรู้ว่าน้องอยู่แค่มอปลาย ฝ่ามือขยี้หัวกลมเบาๆราวกับว่าเป็นน้องสาวของตัวเองก่อนจะร่ำลากันแล้วแยกไปคนละทาง

 

 

 

     หนุ่มวิศวะคร่อมดูคาติสีแดงแล้วขี่มาเทียบกับเอ็มสแลซสีดำแซมแดงเพื่อรอออกตัวสู่ถนน ใบหน้าคมคายภายใต้หมวกกันน็อคเปิดกระจกหน้าเมียงมองใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราแต่ทว่าเมื่อได้อยู่ในชุดหนังรัดกุมแบบนี้แล้ว บอกได้แค่ว่า คริสเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่หล่อเป็นทุนเดิมแต่เมื่อได้ขึ้นคร่อมเนเก็ดไบก์ความหล่อตรงนั้นเพิ่มขึ้นไปอีก

 

 

 

ขี่ไปอีกไม่ไกลจะเจออุโมงค์ต้นไม้เวลานี้รถคงไม่เยอะเท่าไหร่ จะแซงกูไปก่อนก็ได้นะ

 

 

ไม่อะ หนูไม่อยากแซง เดี๋ยวแกงแม่หก

     คริสตอบกลับพร้อมกับยักคิ้วหลายๆทีจนได้สายตาเอือมจากคนพี่กลับมาอย่างสมใจนึกพร้อมกับทิ้งท้ายด้วยประโยคแสนจะเจ็บใจก่อนจะชิ่งบิดพายักษ์ใหญ่ออกผจญภัยอีกครั้ง

 

 

สมัยกูยังเฟี้ยว มึงยังเปิดไฟเลี้ยวไม่เป็นเลยคริส หึหึ

 

 

 

     จุดมุ่งหมายหลักที่ปักหมุดเอาไว้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ยิ่งระยะทางสั้นลงมาเท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงเพราะความตื่นเต้นมากเท่านั้น

 

 

 

     ฝ่าแดดฝ่าลมกันมาเนิ่นนานจนกระทั่งได้เข้ามาในเขตของแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัด คริสขี่ตามหลังคนพี่มาเรื่อยๆพร้อมกับแหงนมองต้นจามจุรีสูงใหญ่เป็นระยะด้วยความตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ต้นจามจุรีออกใบแผ่กิ่งก้านออกใบเขียวชอุ่ม ปกคลุมถนนกลายเป็นถนนอุโมงค์ต้นไม้ ยาวเกือบ 2 กิโลเมตร สร้างความสวยงามตามธรรมชาติและเป็นที่หลบแดด หลบฝนของนักท่องเที่ยวหรือแม้แต่คนในท้องที่ ใบสีเขียวขจีแผ่ปกคลุมถนนเป็นอุโมงค์รถลอดผ่านบนสองข้างทางถนนสายที่เชื่อมระหว่างถนนสายเลี่ยงเมืองกับสนามกีฬากลางจังหวัดพิจิตร

 

 

 

     พ้นอุโมงค์ต้นจามจุรีมาไกลได้สักระยะและเข้าสู่อำเภอตะพานหินเป็นที่เรียบร้อย ดูคาติคันหน้าตีไฟเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานก่อนจะส่งสัญญาณมือให้เนเก็ดไบก์คันหลังเลี้ยวตามมา คริสเหลือบมองซุ้มประตูสูงใหญ่จึงพบว่าสถานที่ ที่คนพี่พาเข้ามาคือวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตร และเขากำลังประคับประคองเอ็มสแลซขี่ข้ามสะพานแขวนตามหลังอีกฝ่าย

 

 

 

     วัดเทวประสาทเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอตะพานหิน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ปางประทานพร

 

 

 

     หนุ่มวิศวะขี่รถเข้ามาจอดในลานกว้างใต้ร่มไม้ก่อนจะดับเครื่องยนต์แล้ววาดขาก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวัง นัยน์ตาคู่คมกวาดมองไปรอบบริเวณวัดที่ครั้งเมื่อยังใช้ชีวิตเป็นเด็กชนบทเขามักจะมาเที่ยวเล่นกับเพื่อนอยู่บ่อยๆ คริสจอดรถไว้ข้างกันกับคนพี่แล้วเดินมายืนเคียงข้าง ดวงตากลมมองพระพุทธรูปองค์ใหญ่ก่อนจะประนมมือแล้วยกมือทั้งสองขึ้นจรดใบหน้า

 

 

 

     สองหนุ่มนั่งพักเหนื่อยกันบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้เพื่อรับลมเย็นๆและเสพบรรยากาศเงียบสงบในวัดยามที่ท้องฟ้าเริ่มจะเปลี่ยนเฉดสีเป็นสีส้มสลับครามบ่งบอกว่าพระอาทิตย์จวนจะลับขอบฟ้าอยู่รอมร่อ

 

 

 

ที่นี่ดีเนอะ สงบดีจังเลย

     คนตัวขาวพูดขึ้นแล้วนั่งตีขาไปมา แก้วตาใสแจ๋วมองซ้ายทีขวาทีแล้วอมยิ้มเล็กๆ

 

 

อืม กูชอบมาที่วัดนี้ ตอนกูเกิดย่าก็พามาให้พระอาจารย์ตั้งชื่อจริงให้

 

 

จริงเหรอ แล้วชื่อเฮียนี่แปลว่าอะไร?”

 

 

เจริญ ยอดเยี่ยม อะไรทำนองนั้นมั้งจำไม่ได้เหมือนกัน แล้วชื่อมึงล่ะ?”

 

 

พีรภาสน่ะเหรอ แม่บอกว่ามันแปลว่านักปราชญ์ผู้มีความรุ่งเรือง อลังการดีเนอะ 555”

     เสียงใสพูดพลางกลั้วหัวเราะเบาๆแต่ตากลมหยีลงจนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาลูบหัวกลมทุยด้วยความเอ็นดู

 

 

ชื่อจริงกูมาจากวัดนี้ รอยสักบนหลังกูก็มาจากวัดนี้ ทุกครั้งที่กูย้อนกลับมาบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองแล้วกูจะเข้ามานั่งเอ้อละเหยมองลานกว้าง ปล่อยให้สมองได้อยู่พักหยุดคิดเรื่องอื่นสักแปบแล้วค่อยออกเดินทางต่อ

 

 

 

     พูดไปพร้อมกับลูบท้ายทอยคนตัวขาวไปพลาง เด็กน้อยนั่งเอนพิงไหล่กว้างเล็กน้อยเพื่อฟังคนพี่เล่าย้อนความหลังอย่างเพลิดเพลิน ลมเย็นจากแม่น้ำไหลเอื่อยเรื่อยใต้สะพานแขวนพัดพาความเย็นเหนือผิวน้ำขึ้นมาโกรกใบหน้าคมเข้มและใบหน้าพริ้มเพรา คริสหลับตาพริ้มเคลิ้มปล่อยให้คนพี่ลูบเนื้อลูบตัวไปเรื่อยๆ

 

 

 

     เคยมีความสุขมากเมื่อได้กลับมาที่นี่ แต่ตอนนี้รู้สึกมีความสุขมากกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา

     มันเป็นเพราะมีหัวใจของเขาเคียงข้างกันอยู่ตรงนี้ เขาไม่ได้เปล่าเปลี่ยวและเดียวดายเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

     การผจญภัยในต่างจังหวัดของสองหนุ่มกำลังจะสิ้นสุดลงเมื่อใกล้เข้าเขตของจุดหมายปลายทางเต็มที บิ๊กไบค์คันใหญ่สีแดงสดขี่โลดแล่นบนทางดินขรุขระมีหลุมประปรายเพื่อเข้าไปยังพื้นที่บ้านไม้ชั้นเดียวปลูกสร้างอยู่บริเวณกลางทุ่งนาสีเขียวขจี การเดินทางมาที่นี่ค่อนข้างจะลำบากอยู่สักเล็กน้อย แต่เด็กนิเทศกลับคิดว่ามันเป็นเสน่ห์มนต์ขลังอย่างหนึ่งที่ต่อให้ลำบากกว่านี้เขาก็จะตะเกียกตะกายมาให้ได้ เพราะทุกการเดินทางมันช่วยสร้างประสบการณ์เสมอ

 

 

 

     จักรยานยนต์สองคันจอดและดับเครื่องยนต์นิ่งค้างอยู่ตรงลานปูนหน้าบ้านหลังเล็ก แต่ก่อนหน้านี้เสียงของมันทำให้คนในบ้านตื่นจากการหลับใหลแล้วเดินมาเปิดประตูบ้านเพื่อดูหน้าแขกผู้มาเยือน เพลิงสิงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงชราที่เขานั้นรักเสมือนเป็นแม่อีกคนก่อนจะสวมกอดอีกฝ่ายแผ่วเบา ไร้เสียงทักทายแต่ความรักและความอบอุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทำเอาคนที่มองจากด้านหลังอดยิ้มตามไม่ได้

 

 

 

     มือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบแผ่นหลังกว้างของหลานชายอย่างคิดถึงคะนึงหาแล้วค่อยๆผละตัวออกจากกัน

 

 

 

มาไม่บอกกันเลยเพลิงสิง

 

 

ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิครับ

 

 

เซอร์พงเซอร์ไพรส์อะไร แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะหืม?”

     หญิงชราที่ได้ศักดิ์เป็นย่าและเป็นคนตั้งชื่อเล่นให้กับหนุ่มวิศวะ ชะโงกหน้ามองมาทางด้านหลังแล้วพบกับชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาวผ่องกำลังยืนยิ้มแป้น

 

 

แฟนครับ น้องชื่อคริสเป็นแฟนของเพลิง มานี่สิ

     ท่อนแขนแข็งแรงเอื้อมไปคว้าเอวบางแล้วรั้งเข้ามาให้อีกฝ่ายยืนเคียงข้างกับตัวเอง คนตัวขาวยกมือไหว้หญิงชราตรงหน้าด้วยความนอบน้อม

 

 

สวัสดีครับคุณย่า

 

 

ไหว้พระนะลูก แหม มีฟงมีแฟนเป็นกับเขาด้วยรึไอ้ตัวแสบ ปกติเห็นติดเพื่อนเป็นตังเม

 

 

ตอนนี้ติดน้องมากกว่าครับ

     เพลิงสิงเอ่ยตอบด้วยอารมณ์ขันแต่ไม่ได้สังเกตใบหน้าของเด็กตัวขาวข้างกายเลยว่าสองแก้มยุ้ยนั้นเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาเสียดื้อๆ คริสแก้เขินโดยการขอปลีกตัวออกเพื่อเดินไปหยิบกระเป๋าเป้บนรถเพื่อเตรียมขนของเข้าบ้าน

 

 

เอาเถอะพ่อคุณ เข้าบ้านเข้าช่องก่อนลูก มาๆ เดี๋ยวจะมืดค่ำกันเสียก่อน

 

 

ครับย่า

 

 

 

     ใบหน้าคมพยักรับเบาๆก่อนที่จะพลิกตัวเดินหันกลับไปช่วยน้องหยิบของ เด็กนิเทศหยิบกระเป๋าสองใบขึ้นมาถือค้างไว้ ดวงตากลมทอดมองท้องนาที่ไกลสุดลูกหูลูกตาและไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียวของธรรมชาติ หัวใจรู้สึกผ่อนคลายแบบบอกไม่ถูก และไม่รู้ตัวเลยว่าริมฝีปากอิ่มสวยกำลังระบายยิ้มอย่างมีความสุขมากแค่ไหน จนกระทั่งมีแรงสวมกอดจากทางด้านหลังและสัมผัสหนักๆของปลายคางกดทิ่มไหล่เล็กจึงรู้ว่าตัวเองกำลังโดนคนพี่กอดอยู่

 

 

 

มึงชอบที่นี่หรือเปล่า

 

 

ชอบครับ ชอบมากเลย

 

 

อืม ดีแล้วที่มึงชอบ .. กูขอโทษที่พามึงขี่รถมาแบบนี้แทนที่จะพานั่งรถยนต์

 

 

ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แบบนี้สนุกกว่านั่งรถยนต์ตั้งเยอะแหนะเฮีย

 

 

แต่แดดมันร้อน กูกลัวมึงจะไม่ไหว

 

 

“55 ไหวอยู่แล้วหน่า เพราะถ้าไปกับเฮีย…”

 

 

หืม?”

 

 

ต่อให้มันจะร้อนนรกแตกหรือเส้นทางลำบากแค่ไหน หนูก็จะไป

 

    

 

    




__________


ยัยหนูพ่อไบค์เกอร์ตัวน้อยของแม่ หล่อจังเลย แงงง เฮียเพลิงพาน้องมาทำอะไรที่พิจิตรบ้านเกิดเฮียกันน้า พามาหาย่ามาเปิดตัวงี้เหรอ ไอ้คนบ้า ! /เขินบิด

ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายแล้วนะคะ ใจแป้วแฮะ 5555 อีกเรื่องนึงคือทางนี้ไม่เคยไปพิจิตรค่ะ เส้นทางทั้งหมดอ้างอิงความจริงมาแต่อาจจะไม่ถูกครบทั้งหมดต้องขออภัยไว้ก่อนเลยนะคะ แล้วก็ขอแจ้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงชื่อจริงของยัยหนูด้วยน้า ;w;

ไว้เจอกันน้า  <3


เข้ามาเม้าท์กันได้ที่ #ทูนหัวของหนู นะครัชช จุ้บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.386K ครั้ง

86 ความคิดเห็น

  1. #4786 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 19:59
    อิหนูยังจะหยอดคำหวานให้พี่อีกนะ
    #4786
    0
  2. #4632 premmiii (@premmiii) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 22:26
    เฮ้ออ รถน้ำตาลคว่ำอีกแล้ว
    #4632
    0
  3. #4473 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 09:14
    น้องเท่ห์มากๆ ขับรถถึงจะเหนื่อยแต่มีความสุขมากๆ
    #4473
    0
  4. #4469 ผีขนมหยก (@yokandmom) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 20:14
    น้องเท่มาก หล่อฟุด งือออ น้องคริสสสส คำพูดน้องก็หล่อ งุ้ย
    #4469
    0
  5. #4140 ilee2 (@ilee) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:40
    พิจิตรทางกลับบ้านเรา 555
    #4140
    0
  6. #4064 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:14
    น้องคริสหล่อเลยยยย
    #4064
    0
  7. #3982 fafa82418 (@pbfa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:17
    คนบ้านเดียวกัน5555
    #3982
    0
  8. #3815 Pro2simo (@cantare) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:39
    กลั้นยิ้มจนจมูกบานไปหมดแล้วจ้ะแม่จ๋า น่ารักที่สุดเลยคู่นี้
    #3815
    0
  9. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:50
    น้องเทห์มากหอมหัววววว
    #3789
    0
  10. #3778 Solalanp (@Solalanp) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:22
    ยัยหนูน้อยน่ารักที่สุดด เฮียก็แสนดีชะมัดพาน้องมาหาครอบครัวแล้ว
    #3778
    0
  11. #3759 LovePenguin (@LovePenguin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:41

    แว้นบอยตัวขาว น่ารักจังเลยค่ะ เฮียเค้ารักเมียเค้ามากเลยนะเนี่ย อุตส่าห์โหมทำงานหนักเพื่อพาน้องมาเที่ยวด้วย สามีดีเด่นจริงๆ

    #3759
    0
  12. #3755 ฮันจัง (@42534) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:27
    หอมหัวน้องงงงงงง
    #3755
    0
  13. #3754 ananda-ma (@ananda-ma) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:47
    เราชอบน้องเว่อชั่งนี้
    #3754
    0
  14. #3752 kanisnun (@kanisnun) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:52
    น่ารักจริงหนูคริส
    #3752
    0
  15. #3750 Pink_Glasses (@Pink_Glasses) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:55
    ss2 ต้องมาอ่ะ ไม่งั้นไม่ยอม รอss2 บอกเลออ
    #3750
    0
  16. #3749 besidewithyou (@besidewithyou) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:26
    สนุก ตอนนี้หลงเฮียเพลิงกับยัยแมวอ้วนมาก&#9996;&#9996;&#128150;&#128150;&#128536;&#128536;
    #3749
    0
  17. #3747 Suchanya1234 (@Suchanya1234) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:09
    เราเป็นคนพิจิตรรรร
    #3747
    0
  18. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:09
    เเงงงง ไม่รู้จะเม้นอะไร คือมันดีมากๆเลยค่ะ อ่านเเล้วยิ้มไม่ฮุบเลย .////.
    #3746
    0
  19. #3745 por emma (@porapha) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:52
    นี้นึกว่าคนพิจิตรมาเองเลยยย 55
    #3745
    0
  20. #3744 Parneramyz (@parnparntheloser) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:37
    มนต์รักไบค์เกอร์
    #3744
    0
  21. #3740 Kajeab0064 (@Big450228) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:18
    ไรท์. ขนาดไม่เคยไปพิจิตร ยังบรรยายได้ขนาดนี้. ขั้นสุดอ่ะ!
    #3740
    0
  22. #3736 CarrotSirirvarin (@CarrotSirirvarin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:18
    สนุกมากเลยคะไรท์ ละมุนไปหมด ชอบความยาวของเนื้อหาด้วยขอบคุณคะไรท์
    #3736
    0
  23. #3734 zzzwanmaizzz (@zzzwanmaizzz) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:18
    ฮาความขิง 55555555 .. อิพี่ตายแน่กับประโยคนั้น

    ่โอ้ยยย.. ทำไมหนูน่ารักจังเลยลูกกกก
    #3734
    0
  24. #3733 lida0807 (@lida0807) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:09
    คริส ทำไมน้องน่ารักขนาดนี้
    #3733
    0
  25. #3732 luckynim (@luckynim) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:57

    น่ารัก
    #3732
    0