R e w r i t e - God daddy ! #ทูนหัวของหนู [ END ]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 578,384 Views

  • 4,269 Comments

  • 14,584 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24,844

    Overall
    578,384

ตอนที่ 15 : #ทูนหัวของหนู [ Tell you ] R e w r i t e

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2237 ครั้ง
    20 ก.พ. 62


นิยายเรื่องนี้คำหยาบค่อนข้างเยอะนะคะ

 

 

#ทูนหัวของหนู [ Tell you ]

 

 

 

     จูงมือกันเดินเตร่ในหมู่บ้านโป่งลึกและบางกลอยไปเรื่อยจนเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายโมงครึ่ง  เด็กน้อยเริ่มอ่อนล้าและเมื่อยขาจนก้าวแทบไม่ออกเหตุเพราะมาจากการร่ำเรียนภาคปฏิบัติกับคนพี่เมื่อคืนสะสมมาจนถึงตอนนี้จึงพักการถ่ายรูปไว้แล้วชวนอีกฝ่ายกลับค่าย

 

 

เฮีย.. หนูเมื่อขาแล้ว กลับค่ายกัน

เออ เอาดิ่ ใกล้จะได้เวลาอ่านป้ายแล้วด้วย

 

 

     เพลิงสิงพยักหน้ารับก่อนจะเดินจูงมือน้องออกมาจากหมู่บ้านโป่งลึกและข้ามสะพานแขวน  แดดช่วงบ่ายยังคงร้อนจัดจนแผดเผาผิวกายแทบมอดไหม้ได้ดีเหมือนเดิม

 

ปวดขาฉิบหาย..”

     คริสก้าวขาเดินตามหลังอีกฝ่ายพร้อมทั้งบ่นอุบอิบแผ่วเบากับตัวเองไปตลอดทาง

 

 

    แต่เสียงบ่นของคริสไม่ได้รอดพ้นหูของเฮดว้ากวิศวะ เพลิงสิงหยุดเดินกระทันหันก่อนจะกลับหลังหันมาหาคนตัวขาวที่ใบหน้าจิ้มลิ้มพรมไปด้วยหยาดเหงื่อ

 

 

หยุดเดินทำไมอะ

     เด็กน้อยเลิกคิ้วมองพร้อมกับยกมือขาวป้อมขึ้นมาเกาหัวตัวเองเบาๆด้วยความงุนงงและสงสัย

 

 

กูจะบอกว่าทางมันอีกไกล

 

อ่อ  งั้นรีบเดินเลยเฮียเดี๋ยวกลับไปอ่านป้ายไม่ทัน

 

ขี่หลังกู

 

ห้ะ?”

 

 

     คริสร้องห้ะขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ  ขี่หลังงั้นเหรอ..

 

 

ไม่ต้องห้ะ ขึ้นมาให้ไว

     เพลิงสิงหมุนตัวหันหลังให้น้องแล้วย่อตัวลงวางเข่าหนึ่งข้างแตะกับพื้นดิน

 

 

“.. หนูตัวหนักนะเฮีย

     เด็กน้อยทำหน้าแหยเมื่ออีกฝ่ายย่อตัวลงไปเตรียมให้เขาขี่หลังแทนการเดิน

 

 

หนักห่าเหวอะไรเมียกูทั้งคนให้ขี่คอยังได้เลย  รีบขึ้นมากูร้อน

 

 

     ประโยคห่ามไม่น่าฟังแต่กลับทำให้หนุ่มน้อยขวยเขินกลั้นยิ้มจนจมูกบานได้ไม่ยาก  รู้สึกอยากวิ่งไปบนสะพานแล้วตะโกนออกมาว่า  ผัวหนูน่ารักที่สุดในโลก ! 

 

     คริสค่อยๆย่อตัวให้พอดีกับอีกฝ่ายแล้วใช้ขาทั้งสองข้างคร่อมแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม  สองแขนเพรียวโอบคล้องรอบคอไว้จนทางด้านหลัง แก้มกลมแปะแนบไปบนหลังไหล่ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มสวยจะคลี่ยิ้มบางๆ

 

     เพลิงสิงสอดมือเข้าใต้ข้อพับขาเรียวที่คร่อมแผ่นหลังตัวเองไว้ให้มั่นแล้วหยัดกายยืดตัวยืนขึ้น  ไม่อยากจะปริปากพูดออกมาว่าน้องหนักจริงๆไม่ได้แกล้งพูดตอนที่ยืนขึ้นเขาก็เซถอยหลังไปบ้างเหมือนกัน  แต่ไม่ได้หนักจนยกไม่ไหวหรอกกำลังพอดีนั่นแหละ

 

 

     อวบอิ่มมีน้ำมีนวล ผิวพรรณขาวเปล่งปลั่งน่ามองเวลาเหงื่อผุดพรมทั้งเรือนกายงาม

 

     … ชิบหาย กูจะมาคิดลามกกับเมียตอนนี้ไม่ได้

 

 

     เพลิงสิงให้น้องเอากล้องมาคล้องที่คอตัวเองก่อนจะแบกคนตัวขาวอวบอิ่มบนหลังเดินกลับค่าย  แม้แดดจะร้อนเปรี้ยงก็ไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดหรืออยากจะโยนคนบนหลังทิ้งไว้กลางทาง แต่กลับกันเขายิ่งต้องรีบเดินให้ถึงที่หมายให้เร็วที่สุดเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเป็นลมแดดไปเสียก่อน

 

 

     เฮดว้ากวิศวะที่ผันตัวเป็นทาสรับใช้เมียเด็กก้าวขาเดินมาจนถึงค่ายรับน้องได้ในเวลาบ่ายสองโมงตรง  เสื้อยืดสีเทาที่ใส่อยู่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เพลิงสิงเดินพาน้องที่หลับพับไปบนไหล่กลับเต็นท์ทันทีท่ามกลางสายตากรุ้มกริ่มของเหล่าชาวแก๊ง

 

 

คริส  ตื่นก่อนแล้วเข้าไปนอนต่อในเต็นท์

     เสียงทุ้มพูดขึ้นเมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าเต้นท์ของตัวเองใต้ร่มไม้

 

 

..อือ

     คริสพยักหน้าแผ่วเบาแล้วขยี้ตาตัวเอง สองขาหย่อนปล่อยลงมาเหยียบพื้นแต่ใบหน้ายังซุกซบกับหลังไหล่ของคนพี่อยู่

 

ไปนอนดีๆ เดี๋ยวกูกลับมา ได้เวลาอ่านป้ายแล้ว

 

อือ หนูงีบแปบนะเฮีย เดี๋ยวหนูตามออกไปดูนะ

 

ไม่ต้องก็ได้ นอนยาวไปเลยถึงเวลากินข้าวแล้วกูเข้ามาปลุกเอง

     เฮดว้ากคนดุหันกลับมาโอบกอดเด็กน้อยตัวขาวนุ่มนิ่มเอาไว้พร้อมกับกดริมฝีปากหยักจูบแก้มกลมยุ้ยหนักๆหนึ่งที

 

 

     คริสพยักหน้าหงึกๆอีกครั้งดวงตากลมปรือปรอยแต่ก็เอียงแก้มให้คนพี่จูบ  ร่ำลากันอีกไม่กี่ประโยคต่างฝ่ายต่างก็แยกกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง คนพี่เดินกลับไปที่ลานกว้างเพื่อรออ่านป้ายความรู้สึก ส่วนคนน้องมุดตัวคลานกลับเข้าไปนอนหลับในเต้นท์

 

 

 

 

 

 

พวกมึงๆ อะไรเอ่ยขาไปอะเดิน แต่ขากลับอะขี่หลัง  ติ้กต่อก ติ้กต่อก

โหยยย ยากว่ะ ใครจะไปตอบได้ว้า

อะๆ กูเฉลยให้ก็ได้

คืออะไรน้า

เฮดว้ากวิดวะกับน้องหนูนิเทศไงงงง  เอ้า ฮิ้ววววววว!”

กรู้วววว นี่มันซีรี่ย์บางกลอยคอยรักรึเปล่าวะ 555555”

 

 

     เสียงโห่เสียงแซวดังขึ้นทันทีที่เพลิงสิงเหยียบย่ำเข้ามาในลานกว้าง  เหล่าชาวแก๊งพี่ว้ากต่างพากันเฮลั่นไม่สนใจรุ่นน้องปีหนึ่งนั่งเรียงเป็นแถวหน้ากระดานที่พากันมองมาทางกลุ่มพี่ว้ากด้วยความมึนงง  บ้างก็ยกมือขึ้นมาเกาหัว  บ้างก็ซุบซิบเม้าท์มอย  แต่หญิงสาวตัวเล็กผมลอนไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะสนุกสนานนั่น  ดวงตาเรียวสวยสบมองไปที่ร่างของเฮดว้ากหน้าดุที่ยืนส่งสายตาอาฆาตไปที่พวกพี่ว้ากปีสาม

 

 

แจม.. แจม เห้ย ได้ยินปะเนี่ย

 

 

     เผลอลอบมองและใจลอยอยู่นานแม้เพื่อนสาวข้างกายสะกิดจนแทบถลอกก็ยังไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งฝ่ามือเล็กๆของมิ้งตีที่ขานั่นแหละ  แม่สาวน้อยผมลอนจึงจะดึงสติกลับมาได้แล้วหันกลับไปมองเพื่อนตัวเอง

 

 

.. ห้ะ อะไรเหรอ

     แจมเลิกคิ้วมองเพื่อนสาวคนสนิทแต่ไม่วายแอบปรายตามองเฮดว้ากที่ตัวเองแอบชอบตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาเรียนที่นี่

 

 

เรียกหลายแจมละ  มองอะไรนักหนา มองอยู่ได้แต่ไม่บอกชอบ พี่เค้าคงจะรู้อยู่หรอก

     มิ้งเขกหัวแจมเบาๆก่อนจะยกมือขึ้นมากอดอก

 

 

บอกก็บ้าดิ่  พี่เพลิงเค้า.. พาแฟนมาด้วย

     เมื่อพูดถึงคำว่าแฟน เสียงหวานเล็กแผ่วเบาลงพร้อมกับใบหน้าที่เจื้อนอย่างเห็นได้ชัด

 

 

แล้วไง  แฟนพี่เค้าเป็นผู้ชาย ส่วนแกเป็นผู้หญิง ยังไงผู้ชายก็ต้องคู่กับผู้หญิงอยู่แล้วป้ะ แกก็ไม่ได้น่าเกลียดอะออกจะสวยด้วยซ้ำเว้ยแจม ชอบก็เอาเลย แกตกพี่เพลิงได้ชัวร์ เชื่อฉันดิ่

      มิ้งพูดด้วยท่าทางจีบปากจีบคอแล้วพยักเพยิดหน้าไปทางชายหนุ่มที่เป็นที่หมายปองต้องใจของเพื่อนสนิทอย่างแจม

 

 

เค้าดูรักกันมากเลยนะ ฉันจะไปแทรกตรงไหนอะ เล่นเกมกันเมื่อวานพี่เพลิงยังแทบไม่อยากเล่นด้วยเลย

      สาวน้อยผมลอนพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  จริงอยู่ที่เธอเป็นผู้หญิงหน้าตาดี แต่ความสวยของเธอมันไม่มีผลอะไรกับเฮดว้ากหน้าดุ แค่หน้าก็แทบจะไม่มองกันแล้วจะเอาตรงไหนไปสู้คนในใจของเขาได้

 

 

มันก็ต้องมีสักทางปะวะ อย่าคิดเยอะ ทำหน้าสวยๆไว้

เห้อ.. อื้อ

 

 

 

 

 

     ในที่สุดเวลาที่ทุกคนต่างรอคอยก็มาถึง  นั่นคือการอ่านป้ายความรู้สึกของเหล่าเฟรชชี่ปีหนึ่งที่ถูกเก็บรวบรวมมาไว้ในกล่องกระดาษใบโต  พี่ปีสามพากันเดินออกมายืนล้อมรอบปีหนึ่งเอาไว้เป็นวงกลมก่อนจะแหวกทางให้ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ดำรงค์ตำแหน่งเฮดว้ากเดินเข้ามายืนอยู่หน้าแถวของเด็กปีหนึ่ง  เดรกเดินถือกล่องกระดาษมายืนเคียงข้างเฮดว้ากใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดใด

 

 

 

 

ภารกิจของวันนี้ที่ผมมอบหมายให้พวกคุณไปทำ หมดเวลาลงแล้วนะครับ และตอนนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงของการสุ่มอ่านป้ายความรู้สึกที่อยู่ภายในกล่องกระดาษใบนี้ โดยรุ่นพี่ปีสามทุกคนจะผลัดเวียนเปลี่ยนกันมาอ่านคนละห้าใบจนครบหมดทุกใบ  และผมขอให้พวกคุณทุกคนตั้งใจฟังและเก็บมันไว้ในความทรงจำของคุณให้ดี

 

 

     เพลิงสิงพูดขึ้นพร้อมกับกวาดสายตาคมดุไปที่เฟรชชี่ปีหนึ่งหลายชีวิตบนลานกว้างของค่ายรับน้องที่บางกลอย

 

 

เพราะว่าเราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าวันข้างหน้าจะได้คุยหรือได้บอกเขาอีกไหม  แต่อย่างน้อยวันนี้เราได้บอกความรู้สึกของเราไปแล้ว  ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียนมันก็ตาม

 

 

     ทุกคนต่างก็มีเรื่องที่พูดออกมาตรงๆกับคนๆหนึ่งไม่ได้ทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็นทั้งการขอบคุณ  การขอโทษ  การสารภาพผิดหรืออะไรก็แล้วแต่  และไม่ใช่ทุกคนที่จะกล้าพูดข้อความเหล่านั้นออกมาดังนั้นกิจกรรมที่เพลิงสิงได้มอบหมายให้รุ่นน้องทำนั้น มันเป็นกิจกรรมที่สมเหตุและสมผลที่สุดแล้ว   เขาเชื่อแบบนั้น

 

 

      เมื่อสิ้นประโยค ป้ายกระดาษแข็งห้าใบถูกล้วงออกมาจากกล่องกระดาษโดยฝีมือของเฮดว้าก  เพลิงสิงเป็นคนเริ่มอ่านป้ายความรู้สึกทั้งห้าใบที่หยิบขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก

 

 

     เด็กปีหนึ่งพากันใจเต้นตึกตักและต่างก็รอลุ้นกันว่าใครจะเป็นผู้โชคดีได้เป็นเจ้าของป้ายกระดาษห้าใบแรกในมือของเฮดว้ากสายดุ

 

 

คนแรก

 

“….”

 

พี่บอมครับ ผมไม่กล้าพูดกับพี่บอมตรงๆแต่ว่าถ้าพี่ได้อ่านใบนี้พี่ก็น่าจะรู้ว่าเป็นใคร เพราะฉะนั้น พี่บอมเลิกอาบน้ำจนหมดถังสักทีเถอะครับ ผมเข้าห้องน้ำต่อพี่ทีไรผมต้องมานั่งเปิดน้ำใหม่ทุกที เสียเวลามาก แล้วก็อย่าลืมกางเกงในไว้ในห้องน้ำอีกนะครับผมขี้เกียจหยิบไปคืนให้  ขอบคุณมากครับพี่   ปล.ผมล่ะเหนื่อยใจ

 

“55555555555555555!!”

 

 

     ปีหนึ่งและพี่ปีสามพากันหลุดฮาครืน ทุกสายตาหันไปจับจ้องให้ความสนใจกับผู้ต้องหาที่กำลังหน้าเหวอปากหวอ โบกไม้โบกมือเป็นพัลวันก่อนจะส่งสายตาคาดโทษไปที่เด็กปีหนึ่งที่เขาจำหน้าและชื่อมันได้ขึ้นใจ

 

     หมดกันภาพลักษณ์ที่สะสมมายาวนาน  หายไปพร้อมกับกางเกงใน

 

 

     ข้อความในป้ายกระดาษใบแรกผ่านไปและตามมาติดๆด้วยป้ายกระดาษใบที่สอง  ใบที่สาม ใบที่สี่ และใบสุดท้ายนั่นคือใบที่ห้าจนครบและผลัดเปลี่ยนให้พี่ว้ากคนต่อไปเข้ามาเลือกหยิบและอ่านแทน  ข้อความในแต่ละใบไม่คล้ายไม่คลึงกันเลยเพราะมันมีทั้งขอบคุณ ขอโทษ และบอกเล่าถึงวีรกรรมของใครสักคนในค่ายรับน้องครั้งนี้ มันอาจจะซึ้งกินใจ ตลกจนหัวเราะ ไปจนถึงเขินอายจนบิดม้วนเพราะการโดนบอกรักผ่านตัวอักษรจากบุคคลนิรนาม

 

 

     เพลิงสิงเดินออกมายืนแทนที่ของอุ๋งอิ๋งที่ถึงคิวออกไปอ่านป้ายได้อยู่สักพักก่อนจะรู้สึกถึงฝ่ามือของใครสักคนแตะเข้าที่ไหล่กว้าง  ใบหน้าคมเข้มเอี้ยวกลับไปมองแล้วสบเข้ากับใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มของแฟนเด็ก ดวงกลมดูจะบวมตุ่ยน้อยๆคงจะเป็นเพราะเจ้าตัวพึ่งตื่นนอน

 

 

นอนเต็มอิ่มแล้วเหรอ

     คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยแล้วมองเด็กตัวขาวที่ยืนปิดปากหาวอยู่ด้านหลังของตัวเอง

 

 

 

หึ

     หัวกลมทุยส่ายไปมาเบาๆก่อนจะแนบแก้มกลมยุ้ยไปกับหลังไหล่ของคนพี่

 

 

แล้วตื่นมาทำไม  กลับไปนอนต่อไป

     เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแผ่วเบาแล้วค่อยๆพลิกตัวกลับมากอดประคองเด็กน้อยขี้เซา มือหนาเอนหัวกลมให้ลงมาซบแผ่นอกของตัวเองอย่างเบามือ

 

 

 

ไม่เอา  อ่านป้ายเสร็จก็จะกินข้าวกันแล้วนี่ หนูจะไปช่วยพี่หวานทำกับข้าว

      คริสซบแก้มลงกับแผ่งอกอุ่นๆแล้วขยับหัวกลมทุยถูไปมาเบาๆ  ฝ่ามือหนาของชายหนุ่มลูบกลุ่มผมนิ่มของน้องแผ่วเบาก่อนจะขำน้อยๆ

 

     เด็กน้อยตัวขาวเงยหน้าขึ้นมามองแล้วขมวดคิ้วพร้อมกับหรี่ตามองอีกฝ่าย

เฮียขำอะไร

 

 

 

ขำผมมึงอะ  นอนยังไงให้ผมบินเป็นตูดเป็ดแบบนี้วะคริส

      เพลิงสิงลูบผมของน้องที่มันกระดกขึ้นมาราวกับหางเป็ด ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มและทอดมองน้องด้วยความเอ็นดู

 

 

 

เอาน้ำลูบมันก็หายแล้ว  อย่าขำหนูนะ  หันกลับไปฟังที่พี่อิ๋งพูดเลย

      ปากอิ่มบึนน้อยๆแล้วผละตัวเองออกจากอ้อมกอดอุ่น มือขาวป้อมพลิกตัวของอีกฝ่ายให้หันหน้ากลับไปทางเฟรชชี่ปีหนึ่งที่นั่งขัดสมาธิตั้งใจฟังข้อความในกระดาษ  ก่อนที่จะก้าวขาไปยืนตรงที่ว่างเคียงข้างกายเฮดว้าก

 

 

 

เฮียอ่านไปแล้วเหรอ  หนูมาไม่ทันเหรอเนี่ย

      เด็กน้อยข้างกายพูดขึ้นแต่ดวงตากลมมองไปยังพี่สาวคนสวยของคณะวิศวะ

 

 

 

อืม  กูอ่านคนแรก

      เพลิงสิงพูดตอบอีกฝ่ายก่อนจะยกแขนขึ้นมาพาดพักไว้ที่ไหล่เล็ก

 

 

 

เสียดายอะ  แต่ไม่เป็นไร หนูรอฟังที่พี่คนอื่นพูดก็ได้

      คริสพูดขึ้นอย่างนึกเสียดายที่ตัวเองเผลองีบยาวจนตื่นมาฟังที่คนพี่พูดไม่ทัน

 

 

 

ไม่ต้องเสียดาย ง่วงก็นอน อยากฟังเดี๋ยวกูอ่านให้ฟังใหม่อีกรอบก็ได้

 

“555 ไม่เป็นไรๆ หนูตื่นไม่ทันเองอะ เนี่ย เดี๋ยวจะยืนฟังของคนอื่นให้ครบเลยแล้วค่อยไปทำกับข้าว

 

 

 

      กลีบปากอิ่มสวยระบายยิ้มกว้างแล้วเงยหน้ามองใบหน้าคมเข้มของคนข้างกาย  หัวกลมค่อยๆเอนซบไหล่กว้างแล้วทอดมองภาพบรรยากาศกิจกรรมด้านหน้าด้วยความอารมณ์ดี

 

 

     พี่ปีสามเวียนกันมาอ่านป้ายกระดาษหลายร้อยใบกันอยู่หลายต่อหลายครั้งจนเวลาล่วงเลยไปถึงห้าโมงเย็น  และป้ายสี่ใบสุดท้ายได้เข้ามาอยู่ในมือของเดรก  หนึ่งในแก๊งพี่ว้ากที่ก่อนหน้านี้ทำหน้าที่ยืนถือกล่องกระดาษมานานจนขาแทบแข็งก้าวไม่ออก

 

 

 

ถึงคิวพี่สักทีนะครับ  ตะคริวกินขากูหมดแล้ว

       เดรกพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าเซ็งแต่เรียกเสียงหัวเราะให้กับน้องๆได้ดี

 

 

 

ใบแรกนะครับ

      ชายหนุ่มหยิบป้ายกระดาษแข็งขึ้นมาถือไว้ให้อยู่ในระดับสายตาแล้วเริ่มอ่าน

 

 

 

ผมไม่รู้จะสารภาพผิดกับใครผมเลยขอขอบคุณดีกว่าครับ  ผมขอบคุณพี่ๆที่ทำกับข้าวให้ผมกินมากๆเพราะแต่ละมื้อโคตรอร่อย ผมชอบต้มจืดเต้าหู้ที่สุดเลยครับอยากเดินเข้าไปขอมาทั้งหม้อแต่ก็กลัวจะโดนตะหลิวฟาดหัวกลับมา  ขอบคุณนะครับ อร่อยจริงๆ  ปล.บ้านผมขาดคนหุงข้าวนะครับ สนใจติดต่อได้ที่เบอร์ 09xxxxxxxx”

 

 

โคตรขาย55555555”

“55555555”

ใจแม่งได้55555555555”

 

 

       เดรกยกหลังมือขึ้นมาปาดเหงื่อทันทีที่อ่านจบ

 

 

เห้อม  ใบที่สองนะครับ

 

       พี่ว้ากสายเหม็นเบื่อชีวิตลูกคู่ผสมโรงคนสำคัญของเลขเริ่มอ่านป้ายในมืออีกครั้ง 

 

 

 

      ข้อความในกระดาษแต่ละใบที่เดรกอ่านมันชวนให้คนตัวขาวข้างกายเฮดว้ากหัวเราะลั่นอย่างมีความสุขไปกับพี่ปีสามและปีหนึ่ง  มีทั้งงอแงอยากกลับบ้านบ้างล่ะ บ่นเรื่องน้ำไม่ไหลบ้างล่ะ บางคนก็ด่าตัวเองที่ตื่นสายจนไม่ทันหมอกตอนเช้า

 

 

 

      เพลิงสิงลอบมองเสี้ยวหน้าหวานของอีกฝ่ายก่อนจะยกยิ้มบางๆ

 

 

 

      ถ้าความสดใสของเบื้องบนคือท้องฟ้า  งั้นความสดใสของเบื้องล่างก็คงจะเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนตัวขาวนุ่มนิ่มข้างกาย

 

 

 

      

มาถึงแผ่นสุดท้ายแล้วนะครับ  อ่านเลยแล้วกัน เอ่อ…”

        เดรกปรายตามองหาเพลิงสิงก่อนจะหรี่ตาแล้วยักคิ้วให้อีกฝ่าย

 

 

 

อันนี้เป็นข้อความถึงเฮดว้ากครับ  อะแฮ่ม..  พี่เพลิงคะหนูอยากขอบคุณที่พี่ดูแลพวกหนูมาตลอด และขอบคุณที่คอยให้คำปรึกษา พี่เป็นผู้ชายในสเป็กของหนูเลยค่ะ หนูชอบพี่มาก.. ชอบตั้งแต่หนูเจอพี่ที่ห้องเชียร์ครั้งแรก  ชอบมาตลอดเลย จนถึงตอนนี้หนูพึ่งรู้ว่าไม่ใช่แค่ชอบ แต่หนูรักพี่ไปแล้ว    รักพี่เพลิงสิงนะคะ  …. และหวังว่าสักวันหนึ่งหนูจะได้บอกรักพี่ต่อหน้าแทนการเขียนแบบไม่ประสงค์ออกนาม  :  )”

 

 

 

       เหล่าพี่ว้ากที่ยืนอยู่รอบๆพากันหันขวับมามองเฮดว้ากกันด้วยสายตาที่รู้สึกเหนือความคาดหมาย  ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเขียนบอกรักเฮดว้ากหน้าดุ ปากหมาแบบนี้ แถมอีกฝ่ายยังพกเมียมาเข้าค่ายรับน้องด้วยอีกต่างหาก

 

 

 

เอาแหล่วหลาว..”

 

ไอ้เพลิงมึงได้นอนนอกเต้นท์แน่

 

ให้กูสวดมนต์เผื่อไหมเพื่อน

 

แบบนี้ต้องตีเข่าแล้วน้องคริส

 

 

      และอื่นๆอีกมากมายหลายประโยค

 

 

 

      เพลิงสิงหันกลับไปถลึงตาใส่เพื่อนตัวเองก่อนจะค่อยๆหันกลับมามองคริส  ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มไม่แสดงอารมณ์โกรธหรือขุ่นมัวใดใด  เรียวปากอิ่มสวยยกยิ้มน้อยๆแล้วยกกล้องที่ห้อยอยู่บนคอมากดชัตเตอร์เก็บภาพตรงหน้า  ชายหนุ่มไม่กล้าเรียกหรือพูดอะไรออกมาทำได้แค่ยืนข้างน้องเงียบๆ ดวงตาคมสวยส่อแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

      คริสลดกล้องในมือลงแล้วเอียงคอมองร่างสูงโปร่งข้างกาย คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของคนพี่ดูเป็นกังวลกับอะไรสักอย่าง เพราะคิ้วอีกฝ่ายตก ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเบาๆ

 

 

เฮียทำหน้าแบบนั้นทำไม

      เด็กน้อยยกมือขาวป้อมขึ้นมาลูบท่อนแขนแข็งแรงแผ่วเบาด้วยความเป็นห่วง

 

 

กู.. กลัวมึงโกรธกูเรื่องนั้น

      เฮดว้ากวิศวะหันหน้ากลับมามองพร้อมกับพูดเสียงแผ่ว

 

 

อ๋อ หนูไม่โกรธหรอก อย่าคิดมากซี่

       คริสส่งยิ้มให้พลางบีบแขนของอีกฝ่ายเล่น

 

 

“..เออ

      เพลิงสิงตอบกลับแล้วพยักหน้าแผ่วเบา

 

 

เขาทำได้แค่เขียนบอกรัก  แต่หนูน่ะ... ได้พูดให้เฮียฟังทุกคืนจะไปโกรธทำไมล่ะ เนอะ

      

 

 

      ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ริมฝีปากหยักอ้าออกเล็กน้อยราวกับจะพูดอะไรสักอย่างแต่พูดไม่ออก สมองแบลงค์หยุดทำงานไปชั่วขณะ

 

 

 

      เด็กอะไรจะขิงเก่งกว่าแฟนของเขาอีก  ไม่มีแล้วมั้งบนโลกนี้

 

 

 

      ใบหน้าของเพลิงสิงเหวอจนทำให้น้องหลุดขำออกมา  เด็กน้อยตัวขาวปล่อยกล้องห้อยไว้ที่คอเหมือนเดิมแล้วเปลี่ยนมาวางมือขาวป้อมยึดจับไหล่กว้างของคนพี่เอาไว้ก่อนจะเขย่งปลายเท้าเล็กน้อย  ริมฝีปากอิ่มสวยแตะจูบแผ่วเบาที่เรียวปากหยักแล้วค่อยๆผละออก

 

 

 

หนูไปช่วยพี่หวานแล้วนะ

       คริสะกดจูบข้างแก้มของคนพี่ไปอีกหนึ่งทีก่อนจะหันหลังเดินออกมาเพื่อจะไปช่วยงานที่โรงครัวเหมือนทุกครั้ง  ทิ้งให้เฮดว้ากหน้าดุยืนช็อตนิ่งสนิทสมองประมวลผลไม่ทันอยู่ตรงที่เดิม

 

 

 

      คิดอะไรไม่ออก นอกจากเต้นท์สั่น..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      คริสเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปที่ศาลาด้านบนเมื่อถึงแล้วก็พบว่าพี่สาวทั้งสามได้ยืนหั่นผักหั่นปลากันอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว  หนุ่มน้อยผู้เป็นที่รักใคร่และเอ็นดูของพี่สาวคณะวิศวะเดินมาหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาสวมใส่แล้วขยับตัวไปยืนข้างพี่หวาน

 

 

 

วันนี้ทำอะไรกินครับพี่หวาน

ข้าวต้มปลาครับผม  เอ้อ  มาพอดีเลย ช่วยพี่แล่ปลาหน่อยลูก

ได้ครับบ

 

 

 

      หนุ่มน้อยหยิบปลากะพงในถาดพลาสติกที่ขอดเกล็ดออกหมดแล้วมาแล่  มือขาวป้อมจับมีดจรดที่คอของปลากะพงแล้วกดลงไปจนถึงก้างก่อนจะหมุนตัวปลาแล้วใช้มีดกรีดผ่าตามแนวสันหลังตลอดจนถึงโคนหาง  แหวกตัวของปลาโดยระวังไม่ให้มันขาดออกจากกันแล้วค่อยๆใช้มีดกรีดไปตามแนวของก้างจนถึงท้องแล้วตัดให้ขาด ก่อนจะเริ่มแล่เอาแต่เนื้อปลา

 

 

      สามสาวเหลือบมองหนุ่มน้อยที่แล่ปลาอย่างพิถีพิถันด้วยความคล่องแคล้วจนผู้หญิงอย่างเธอรู้สึกกระดากอายที่ยังแล่ปลาไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

กูอิจฉาไอ้เพลิงจริงๆนะมึง”  แก้วหันไปซุบซิบกับแอม

กูก็เหมือนกัน  มีเมียทำกับข้าวอร่อยแถมน่ารักชิบหายแบบนี้”  แอมพยักหน้าเบาๆ

แต้มบุญมันเยอะก็แบบนี้”  หวานถอนหายใจแล้วส่ายหัวเบาๆ

 

 

 

      เด็กน้อยแล่ปลาตัวแล้วตัวเล่าและฮัมเพลงในลำคอเบาๆโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกสามสาวยืนมองด้วยความรักและความเอ็นดู

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      เกือบสองชั่วโมงที่ใช้เวลาอยู่หน้าเตาไฟและกว่าจะทำข้าวต้มปลาหม้อใหญ่สำหรับเลี้ยงคนทั้งค่ายเสร็จสิ้นก็ปาไปเกือบทุ่มครึ่ง  คริสยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อตัวเองเบาๆแล้วบิดขี้เกียจ  ปวดเมื่อยหลังไปหมด อยากกลับไปนอนที่เต็นท์อีกแล้ว

 

 

 

คริสไปนั่งพักไปลูก  เดี๋ยวพวกพี่ยกไปเอง

      หวานพูดขึ้นก่อนจะเดินไปที่หม้อข้าวต้มปลา

 

 

 

ไม่เป็นไรครับพี่หวาน  เดี๋ยวคริสช่วยยก

      หนุ่มน้อยยิ้มให้แล้วเดินมาช่วยพี่สาวคนสวยยกหม้อข้าวต้มอีกแรง

 

 

 

      คริสกับหวานช่วยกันหิ้วหูหม้อข้าวต้มปลาเดินลงมาจากศาลาโรงครัวอย่างระมัดระวัง  ก่อนจะเจอแก๊งพี่ว้ากที่พึ่งเตรียมของทำงานบายศรีสู่ขวัญเสร็จและกำลังเดินสวนมาทางนี้

 

 

 

พวกมึงงง ช่วยกูกับน้องยกหน่อย

      หวานกวักมือข้างที่ว่างเรียกเหล่าชายหนุ่มห้าหกชีวิต

 

 

 

 

เออ วางลงดิ่

     บอมเป็นคนเดินนำดิ่งมาก่อนใครอื่นก่อนจะสั่งให้อีกฝ่ายวางหม้อข้าวต้มลงกับพื้นก่อน

 

 

 

โคตรหนัก

       หญิงสาวผิวขาวบ่นกระปอดกระแปดแล้วค่อยๆวางหม้อข้าวต้มลงพร้อมกับหนุ่มน้อยข้างๆ

 

 

 

       คริสชะเง้อคอมองกลุ่มพี่ว้ากแต่ไม่พบกับเฮดว้าก

 

       หายไปไหนของเขา..         

 

 

 

มองไรไอ้หนู  มองหาไอ้เพลิงเหรอ”  เดรกเลิกคิ้วมอง

 

อ่า.. ใช่ครับ”  คริสพยักหน้าเบาๆ

 

ไอ้เพลิงมันเตรียมของทำพิธีบายศรีสู่ขวัญอยู่แถวเต้นท์พวกไอ้จ๊อดอะ เดินไปดิ่ เดี๋ยวนี่พวกพี่ยกเอง”  เดรกยกนิ้วโป้งขึ้นแล้วชี้ไปด้านหลัง

 

 

ขอบคุณครับพี่เดรก”  คริสยกมือไหว้เหล่าแก๊งพี่ว้ากคนละทีแล้วรีบสับขากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาคนพี่ตามตำแหน่งที่เดรกบอกอย่างไว

 

 

 

 

      คริสวิ่งมาถึงเต้นท์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับลานทำกิจกรรมแล้วสอดส่องมองหาตัวของเฮดว้ากก่อนจะเจออีกฝ่ายกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นกับเพื่อนๆอีกสามสี่คน  หนุ่มน้อยชะงักเท้าก่อนจะเม้มริมฝีปากเบาๆพลางฉุกคิด  เพราะเมื่อกี้พี่เดรกบอกกับเขาว่าคนพี่กำลังเตรียมของทำพิธีบายศรีสู่ขวัญอยู่  ถ้าเขาเข้าไปตอนนี้มันอาจจะเป็นการรบกวนอีกฝ่าย

 

 

 

      เมื่อคิดได้ดังนั้นเด็กน้อยตัวขาวจึงถอนหายใจเบาๆแล้วหมุนตัวเลือกที่จะเดินกลับไปที่โต๊ะแจกข้าวเพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิม

 

 

 

      ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีเวลาปรึกษาหารือกับเพื่อนเป็นการส่วนตัวจะดีกว่า

 

 

 

 

 

      คริสเดินมายืนประจำการอยู่ที่โต๊ะวางหม้อข้าวต้ม ดำรงตำแหน่งเป็นคนตักแทนพี่แอม เขาไม่ได้รู้สึกเซ็งที่ต้องออกห่างคนพี่อีกแล้วเพราะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามันคือหน้าที่ คนเป็นแฟนกันไม่จำเป็นต้องตัวติดกันอยู่ตลอดเวลา ปล่อยให้พี่มีเวลาทำงานเตรียมของไป ส่วนตัวเขาค่อยเข้าไปดูแลอีกฝ่ายต่ออีกที

 

 

 

      มือขาวป้อมตักข้าวต้มในหม้อแจกให้กับนักศึกษาปีหนึ่งหลายต่อหลายคนจนมาหยุดอยู่ที่ นิกเนม..

 

 

      หนุ่มผมยาวหน้าตี๋หลุบตามองพื้นไม่กล้ามองหน้าคนตัวขาว  คริสเลิกคิ้วมองก่อนจะยื่นชามข้าวต้มให้โดยไม่คิดและไม่ใส่ใจอะไร

 

 

      แต่จะว่าไป ตั้งแต่มาค่ายก็ยังไม่เจอหน้าไอ้พี่เจมชั่วนั่นเลย  อยากเข้าไปต่อยหน้าแม่งสักทีโทษฐานที่ทำให้เขาโดนไอ้เฮียมันเปิดซิง..

 

 

 

 

 

 

 

 

     งานแจกข้าวเสร็จสิ้นลงเป็นที่เรียบร้อยเด็กน้อยจึงปลีกตัวออกมานั่งเล่นที่ริมแม่น้ำ  อยากจะเอาเท้าจุ่มตั้งแต่เมื่อวานแต่ยังไม่มีโอกาสดีๆ ขอทำตอนนี้เลยแล้วกัน

 

 

 

      คริสค่อยๆย่อตัวลงแล้วปลดสายรัดส้นเท้าออกทั้งสองข้างแล้วถอดรองเท้าวางไว้บนพื้นหิน  หยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูง สองขาก้าวพาเท้าเปลือยเปล่าของตัวเองเดินลงไปเหยียบย่ำพื้นน้ำพร้อมกับถือกระบอกไฟฉายในมือคอยส่องไปด้วย

 

 

 

      เมื่อเท้าเปล่าสัมผัสกับสายน้ำเย็นยะเยือกทำเอาเด็กหนุ่มตัวสะท้านน้อยๆ หากแต่หลังจากนั้นความรู้สึกผ่อนคลายและได้รีแลกซ์ค่อยๆเข้ามาแทนที่ความเย็นจัด คริสยืนหมุนคอตัวเองไปมาแล้วหลับตาพริ้ม แสงไฟสลัวจากภายในค่ายยังพอสาดส่องมาทางธารน้ำในจุดที่เขายืนอยู่ได้บ้าง

 

 

 

      ไม่รู้ว่ายืนอยู่นานมากแค่ไหน แต่รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่จู่ๆไฟในค่ายก็ดับพรึบลงทันทีแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย หนุ่มน้อยรีบลืมตาขึ้นแล้วหันมองรอบกายหัวใจพลันกระตุกวูบ

 

 

 

      มองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง แต่ยังดีที่เขาพกไฟฉายติดมือมาด้วย

 

 

 

      คริสรีบเดินขึ้นจากน้ำแล้วกลับมาใส่รองเท้าของตัวเองเหมือนเดิม มือขาวป้อมยกกระบอกไฟฉายขึ้นมาส่องตามทาง ตอนนี้ยังไม่เที่ยงคืนเลยด้วยซ้ำ ทำไมไฟในค่ายดับเร็วขนาดนี้..

 

 

 

      หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะ พิธีบายศรีสู่ขวัญกำลังจะเริ่มขึ้น

 

 

 

 

      และก็เป็นไปตามที่คาดเอาไว้เมื่อหนุ่มน้อยพาตัวเองเดินกระท่อนกระแท่นมาถึงลานกว้างคริสปิดไฟฉายในมือทันที  ดวงตากลมสบมองไปตรงกลางลานที่พี่ปี่สามใช้มันทำกิจกรรมและกินอาหารร่วมกันกับปีหนึ่ง  และตอนนี้มันกำลังเป็นที่ทำพิธี บายศรีสู่ขวัญของชาววิศวะ

 

 

 

       เด็กปีหนึ่งนั่งเรียงแถวหน้ากระดานกันภายในความมืด และมีพี่ปีสี่นั่งอยู่หน้าแถวและหันหน้าเข้าหารุ่นน้อง หากแต่ภายใต้ความมืดนั้นค่อยๆมีแสงจากเปลวเทียนส่องแสงสว่างขึ้นมารำไรล้อมรอบลานกว้าง และเมื่อเทียนเล่มสุดท้ายถูกจุด น้ำเสียงทุ้มนุ่มของคนที่เด็กน้อยคุ้นเคยดีค่อยๆดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุม แทบไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ

 

 

 

 

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของการทำกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ ที่พวกผมจัดทำมันขึ้นมาเพื่อให้พวกคุณมีความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  และการเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวของพวกเราชาววิศวะ

      ชายหนุ่มที่ดำรงตำแหน่งเป็นเฮดว้ากผู้ที่จัดเตรียมทุกสิ่งและคอยดูแลทุกอย่างตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่การเข้าประชุมเชียร์ไปจนถึงการคุยกับทางอาจารย์เรื่องขอออกมารับน้องนอกสถานที่แบบที่เคยมีมาตลอด  อาจจะดูเหมือนไม่ใส่ใจในเรื่องของรุ่นน้อง  แต่ใครจะรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นเฮดว้ากแค่ในนามเพียงเท่านั้น..

 

 

 

 

การที่เราต้องทำพิธีบายศรีสู่ขวัญนั้น มันเป็นเพราะผมเชื่อว่าจะการส่งเสริมพลังกายและพลังใจของพวกคุณให้เข้มแข็ง มีสติรู้คิดผิดชอบชั่วดี และไม่ประมาทไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม

 

 

 

       เพลิงสิงเว้นระยะอยู่สักพัก และบรรยากาศรอบๆตัวยังคงตกอยู่ในความเงียบเหมือนเดิมไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา

 

 

 

และสุดท้ายนี้..  พวกคุณได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราอย่างเต็มตัวแล้วครับ  ยินดีด้วย

 

 

 

      ประโยคที่เฟรชชี่ปีหนึ่งทุกคนต่างรอคอยมาตลอดตั้งแต่ก้าวเข้ามาเรียนคณะนี้ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากเฮดว้ากผู้เคร่งครัดและดุดันจนปีหนึ่งต่างกลัวกันหัวหดไม่มีใครกล้าหือด้วย  น้ำเสียงนุ่มทุ้มอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนช่วยฮีลหัวใจของรุ่นน้องได้เป็นอย่างดีจนบางคนถึงกลับปล่อยโฮด้วยความดีใจแล้วโผเข้ากอดกันแน่น

 

 

 

      กอดแทนการขอบคุณที่เหนื่อยและเสียน้ำตาด้วยกันมาตลอด..  มีบ่อยครั้งที่ท้อจนอยากเดินออกจากห้องเชียร์แล้วเลิกทำกิจกรรมที่โคตรจะกดดันนี้  แต่สุดท้ายแล้วก็ได้คำพูดของคนที่พึ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่เดือนปลอบโยนจนหัวใจสงบลง

 

 

      ถึงเวลาที่พี่ปีสามจะใช้ด้ายผูกข้อมือรุ่นน้องปีหนึ่งทีละคนพร้อมกับอวยพรและกล่าวเชิญขวัญด้วยคำพูดที่ไพเราะ สุภาพ และอ่อนหวาน

 

 

      เพลิงสิงผูกข้อมือของรุ่นน้องผู้หญิงและผู้ชายอยู่หลายคนจนกระทั่งมาถึงแจม  ใบหน้าคมเข้มคลี่ยิ้มบางๆ มือหนาหยิบด้ายสีขาวขึ้นมาถือไว้ก่อนจะตรึงด้ายจรดหน้าแขนขาวของสาวน้อยผมลอนแผ่วเบาพร้อมกับอวยพร

 

 

ตั้งใจเรียนนะครับ ขอให้มีสติในทุกๆเรื่องและสมหวังในสิ่งที่ใจปรารถนาครับ

       สิ้นประโยคชายหนุ่มจึงผูกด้ายเข้ากับข้อมือเล็กของรุ่นน้องสาวน้อยตัวเล็กอย่างเบามือ  หากแต่มันมีผลกระทบต่อหัวใจดวงน้อยๆของแจมมากจนทำให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้าจนร้อนผ่าวและแดงซ่าน  หญิงสาวก้มหน้างุดแล้วพยักหน้าเบาๆ  ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ถึงของบางอย่างที่ถูกเฮดว้ากนำมาวางไว้บนฝ่ามือ

 

 

 

      เกียร์..

 

 

 

..หนู เอ่อ

      เสียงหวานเล็กพูดขึ้นตะกุกตะกัก

 

 

ได้เกียร์แล้วครับ เก็บไว้ให้ดีล่ะ โชคดีครับ

       ชายหนุ่มทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกมาจากแถวพิธีบายศรีสู่ขวัญ

 

 

 

 

 

      ภาพเหตุการณ์ระหว่างเพลิงสิงกับแจมอยู่ในสายตาของหนุ่มน้อยตัวขาวทั้งหมด หากแต่คริสไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาทำแค่เพียงยืนมองเงียบๆในมุมมืดก็เท่านั้น  ไม่ได้รู้สึกหึงเพราะคนพี่ไม่มีท่าทีสนใจแม่สาวน้อยคนนั้นเลยแม้แต่น้อย  แต่เขารู้สึกภูมิใจในตัวอีกฝ่ายมากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัวที่ทำหน้าที่ได้ดีขนาดนี้

 

 

 

มายืนทำอะไรเงียบๆคนเดียว

      เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียกให้เด็กน้อยตัวขาวหันไปมอง

 

ยืนดูเฮียผูกข้อมือ  หนูชอบ อบอุ่นเนอะ

       ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มหันกลับมาทอดมองไปด้านหน้า กลีบปากอิ่มระบายยิ้มน้อยๆ

 

 

 

 

      รู้สึกโชคดีมากที่ได้ติดสอยห้อยตามคนพี่มาร่วมกิจกรรมรับน้องที่บางกลอย เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตนี้จะได้เห็นภาพความอบอุ่นรักกันฉันท์พี่น้องแบบนี้ได้ที่ไหนอีก  หากเป็นไปได้เขาก็อยากจะเข้าร่วมกับทุกกิจกรรมเพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆไปเรื่อยๆเลย

 

 

 

คริส

      คิดอะไรเพลินๆอยู่ไม่นานก็ถูกอีกฝ่ายเรียกแล้วดึงสติกลับมา

 

 

ห้ะ?”

      เด็กน้อยเลิกคิ้วมองคนพี่ที่ย้ายตัวเองจากการยืนข้างกายเขาเปลี่ยนมายืนด้านหน้าบดบังบรรยากาศการผูกข้อมือแทน

 

 

มึงอยากผูกข้อมือเหรอ

       ประโยคคำถามธรรมดาพูดเอ่ยออกมา  หัวกลมทุยพยักขึ้นลงเบาๆ

 

 

อื้อ  อยากสิ

 

 

กูไม่มีด้ายมาผูกข้อมือ..”

 

 

ไม่เห็นเป็นไรเลยเฮีย หนูไม่ได้ซีเรียสอะไรนะ

       คริสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะตลกเล็กน้อยเพราะใบหน้าหล่อเหลาของคนพี่ดูสลดลง  ก็อยากผูก แต่เขาเป็นใครจากไหนไม่รู้ที่ติดตามเฮียมาเข้าค่ายด้วย ไม่จำเป็นจะต้องผูกข้อมือแบบนั้นเหมือนกับปีหนึ่งคนอื่นๆเพราะเขาไม่ใช่เด็กวิศวะเสียหน่อย..

 

 

 

       มือขาวป้อมยกขึ้นมาใช้หลังมือสัมผัสกับแก้มของอีกฝ่ายแผ่วเบาพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ

 

      แต่แล้วข้อมือขาวก็ถูกฝ่ามือหนาอุ่นของคนพี่กำรอบแล้วดึงมือขาวนุ่มมาแนบทาบไปกับอกข้างซ้ายค้างไว้ ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปหยิบของบางอย่างในกระเป๋ากางเกงวอร์มที่สวมใส่ออกมาก่อนจะคลายเชือกเล็กน้อยแล้วสวมมันลงบนข้อมือขาวของน้องข้างที่ทาบไว้กับอกข้างซ้ายของตัวเองเพื่อจับจังหวะอัตราการเต้นของหัวใจ

 

 

 

      คริสหลุบตามองอย่างมึนงงก่อนที่ความสงสัยจะถูกไขกระจ่างทันทีที่ไฟในค่ายสว่างขึ้นมา

 

 

 

       ดวงตากลมมองสิ่งที่ห้อยอยู่ที่ข้อมือของตัวเองแล้วกระพริบตาถี่ๆก่อนจะค่อยๆช้อนสายตาขึ้นมามองคนพี่ด้วยความไม่เข้าใจ  แต่หัวใจกลับเต้นระรัวเสียอย่างนั้น

 

 

 

กูไม่มีด้ายมาผูกข้อมือ

 

 

“…”

 

 

แต่กูมีเกียร์ของกู

 

 

เฮีย..”

 

 

กูให้มึง ดูแลแทนกูด้วยนะคริส

 

 

..อื้อ

 

 

กูรักมันมาก แต่ไม่เท่าที่กูรักมึง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    

------------------

 

ควัมรักมันช่างหอมหวานเหลือเกิลลลลลล ภารกิจ ณ บางกลอยของเราเดินทางมาถึงวันสุดท้ายแล้ววววจ้ะทุกคนนนนน ติดแท็กกันเด้อ มาคุยกัน มาจอยกัน อิอิ 

เข้ามาเม้าท์กันได้ที่ #ทูนหัวของหนู นะครัชช จุ้บๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     

 

 

     

 

 

 

      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.237K ครั้ง

99 ความคิดเห็น

  1. #4246 MasKee (@MasKee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:55
    หวานมากเลยฮาบบบบบบบ
    #4246
    0
  2. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:21
    นั่งบิดด
    #4123
    0
  3. #4071 auanja (@auanja) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:00
    เขินครัช เขินเ-้ยๆ
    #4071
    0
  4. #3977 nnptpk (@naeyht) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:26
    เฮียอ่ะเตนท์สั่ยแต่แจมอ่ะระวังหน้าสั่นนะ //ท่ดค่ะอินเกิน5555
    #3977
    0
  5. #3936 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:37
    แจมกับเพื่อนนี่เริ่มไม่โอแล้วน้าาา
    #3936
    0
  6. #3803 toonytoony (@toonytoony) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:40
    ไม่ไหวอ๊าดดดด
    #3803
    0
  7. #3742 hoyong (@ipoyu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:35
    แง้งงง เฮียละมุลลล
    #3742
    0
  8. #3698 engupidd (@engupidd) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:28
    จาเปงลมมมมมม แง้
    #3698
    0
  9. #3687 Evekook (@Evekook) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:17
    กรี๊ดดดด แม่จ๋าาหนูเขิลลล
    #3687
    0
  10. #3497 Nunthanut (@nunthanut-579) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 10:28
    ละมุนนนนนน
    #3497
    0
  11. #3482 Solalanp (@Solalanp) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 01:01
    โอ้หวานก๊อดดด นาทีนี้ไม่ทีใครหวานเกินเฮียแล้วจริงๆ
    #3482
    0
  12. #3441 ปอปา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:29

    หวานมาก

    #3441
    0
  13. #3319 JeeranitYodwian (@JeeranitYodwian) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 21:05
    เขินก็เขิน ฟินก็ฟิน ด้วยความที่เรียนวิศวะ กำลังเฟรชชี่อยู่ด้วย อินจนน้ำตาแตกไปเล้ยยย เป็นนิยายที่แบบเวลาเขินก็เขินแทบบ้า เวลาฮาๆของเพื่อนเฮียก็หัวเราะเป็นคนบ้าไปเลยเช่นกัน โอ๊ยยยยชั้นรักเรื่องนี้ ^^
    #3319
    0
  14. #3294 Abracadabra (@sy-thip) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 17:13
    ฮือออออ อิน+ฟินจนน้ำตาไหล
    #3294
    0
  15. #3020 despasito (@pupay468) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 07:10
    แกกกกกกกก เขามอบเกียร์ให้กันแล้วววว เกียร์อยู่ที่ใจให้เกียร์กับใครคือให้ใจกับคนนั้น กิ้วๆๆๆๆ
    #3020
    0
  16. #2988 vorawan1157 (@vorawan1157) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 17:03
    ขอเกียจเพื่อนอีนังเเจมได้ไหม-ยุจังเกียจเเจมด้วยล่ะ ง่ายๆเกียจชะนีจ้า
    #2988
    0
  17. #2987 praerysu0312 (@prearyn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 17:00
    เกียร์ .... ดูแลกันและกันดีดีนะ
    #2987
    0
  18. #2960 tangmo_univers (@tangmo_univers) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 12:05
    เกียร์อยู่​ที่ใคร​ ใจอยู่ที่เกียร์​ ฝากเกียร์ไว้กับใคร​ ฝากใจไว้กับคนนั้น
    #2960
    0
  19. #2955 tangmo_univers (@tangmo_univers) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 12:00
    คิดอะไรไม่ออกนอกจากเต้นท์สั่น........
    #2955
    0
  20. #2899 Pompaii (@solybom) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 17:36
    "ความเงียบครอบคลุมจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ" หืม???? เงียบ เสียงลมหายใจต้องชัดสิ 555555 ชอบความย้อนแย้ง
    #2899
    4
    • #2899-1 jaylerqr (@jaylerqr) (จากตอนที่ 15)
      19 มกราคม 2562 / 17:41
      เป็นการเปรียบเปรยว่ามันค่อนข้างที่จะเงียบมากค่ะ
      #2899-1
    • #2899-3 jaylerqr (@jaylerqr) (จากตอนที่ 15)
      19 มกราคม 2562 / 18:22
      ค่ะ เดี๋ยวช่วงรีไรท์จะมาแก้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่บอกจุดบกพร่อง ขอบคุณมากค่ะ
      #2899-3
  21. วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:43
    บ้าบออ่านแล้วเขินทำไม
    #2466
    0
  22. #2393 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 00:12

    งือออออ เค้ารักกัน ชะนีน้อยอย่าริแทรกเชียว!

    #2393
    0
  23. #2380 kalapakr (@kalapakr) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 13:14

    เขินระดับ10
    #2380
    0
  24. #2357 arther20 (@arther20) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:40
    ไม่ไหวๆ เขิลลล
    #2357
    0
  25. #1978 someonelol (@someonelol) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 07:34
    ตายอย่างสงบศพสีชมพู
    #1978
    0