God daddy ! #ทูนหัวของหนู [ END ] [ตีพิมพ์กับสนพ. Deep Publishing]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 667,328 Views

  • 4,691 Comments

  • 15,983 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    22,564

    Overall
    667,328

ตอนที่ 13 : #ทูนหัวของหนู [ Go with you ] R e w r i t e

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2941 ครั้ง
    1 มี.ค. 62


นิยายเรื่องนี้คำหยาบค่อนข้างเยอะนะคะ

 

 

#ทูนหัวของหนู [ Go with you ]

 

 

 

 

Krist ::

 

     ผมแหกตาตื่นตั้งแต่ตีสามแล้วลุกขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าแต่งตัว จัดแจงกระเป๋าของผมกับของเฮียอีกรอบ  เช็คข้าวเช็คของว่าพร้อมไหมไม่มีอะไรขาดหายไปใช่หรือเปล่า  เช็คมาเกือบสิบรอบตั้งแต่เมื่อคืนจนไอ้เฮียมันว่าผมตื่นเต้นเกินเบอร์

 

 

 

     เอ้า ก็คนมันอยากไปเที่ยวปะวะ  แล้วก็ไม่ต้องถามนะว่าไอ้เฮียมันชวนไปบางกลอยน่ะ  ผมจะไปรึเปล่า

     ถ้าไม่ไปก็คงไม่ตื่นเต้นขนาดนี้

 

 

 

 

     ส่วนตอนนี้คือ  กายพร้อม  กระเป๋าพร้อม  เต็นท์ก็พร้อม

     เหลือแต่ไอ้เฮียที่ยังไม่พร้อม นอนมุดหัวอยู่ในผ้าห่มหลับเป็นตาย

 

 

 

 

 

เฮีย.. เฮียตื่นได้แล้ว”  ผมนั่งลงบนเตียงแล้วเขย่าตัวไอ้คนขี้เซาเบาๆ

 

 

 

เงียบ

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียกในขณะนี้ค่ะ

 

 

 

เฮียย  จะตีสี่แล้ววว ตื่นๆๆๆ” 

 

 

 

 

     เขย่าแรงขึ้นกว่าเดิมไอ้เฮียมันก็ยังไม่ตื่น  นี่หลับหรือตายวะใครช่วยมาดูให้ผมที

 

 

 

     ตื่นยากตื่นเย็นนักใช่ไหม  แบบนี้มันต้องโดน

 

 

 

 

งั่ม!

 

 

 

 

โอ้ย!  เชี่ย  มึงกัดกูทำไมคริส” 

 

 

 

 

     ไอ้เฮียมันเด้งตัวขึ้นมาแล้วร้องลั่นห้องเพราะโดนผมมุดเข้าไปกัดไหล่แรงๆจนจมเขี้ยว

     ไม่ยอมตื่นดีนัก  สมน้ำหน้า

 

 

 

 

ก็เฮียไม่ยอมตื่น  หนูปลุกหลายรอบแล้วนะ

 

 

 

 

กัดขนาดนี้มึงแดกกูเข้าไปเลยก็ได้มั้ง  โคตรเจ็บ..  นี่กูมีเมียเป็นคนหรือเป็นหมา”  ไอ้เฮียมันมองแรงใส่ผมก่อนจะขยี้หัวเกรียนๆของตัวเองเบาๆแล้วปิดปากหาว

 

 

 

 

 

พูดมากก ลุกขึ้นไปอาบน้ำเลย ไป

 

 

 

 

 

 

     ผมดันหลังผลักไสไล่ส่งให้ไอ้เฮียจอมขี้เซาลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ  ส่วนตัวเองก็กลับมาเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อยืดแขนสั้นสีแดงเลือดหมูกับกางเกงวอร์มแต่งสามแถบสีดำกับถุงเท้าหนึ่งคู่ออกมาวางไว้บนเตียง  เตรียมไว้ให้ไอ้เฮียดีกว่าปล่อยให้แกเตรียมเอง  เพราะมันจะนานมาก  พ่อคุณพ่อทูนหัวของผมแม่งเลือกเสื้อผ้านานมาก

 

 

 

 

     ต่างกับผมลิบลับที่ไม่แต่งอะไรเยอะแยะยิ่งเครื่องประดับไม่ต้องพูดถึงเลย แทบไม่ใส่เลยสักชิ้น  อย่างวันนี้ก็เหมือนกัน มีแค่เสื้อยืดคอปาดสีขาวกับกางเกงวอร์มเหมือนของเฮียแต่เป็นสีแดงสด ถุงเท้าหนึ่งคู่กับผ้าใบเก่าๆแต่เก๋าอีกหนึ่งคู่  แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว

 

 

 

 

     เตรียมเสื้อผ้าให้คุณเขาเสร็จก็ต้องเดินมาเตรียมอาหารเช้าอีก  ผมจะปล่อยให้ตัวเองกับไอ้เฮียหิวโซไม่ได้ มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมาก

 

 

 

 

     ผมเปิดตู้เย็นออกแล้วย่อตัวลง  มือแหวกถุงต่างๆนานาในตู้เย็นออกเพื่อหยิบกล่องข้าวมันไก่แช่แข็งสองกล่องที่ซื้อมาจากเซเว่นแล้วลุกขึ้นเอาไปเวฟ

 

 

 

 

 

      ยืนพิงตู้เย็นฮัมเพลงไปเรื่อย กว่าข้าวมันไก่จะเวฟเสร็จก็ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออกโดยฝีมือของไอ้เฮีย  ผมหันหน้ากลับไปมองคนที่พึ่งอาบน้ำเสร็จแล้วก็ต้องหันขวับกลับมาพร้อมกับหน้าที่แดงซ่าน

 

 

 

 

 

     ไอ้เฮียมันแก้ผ้าออกมาจากห้องน้ำ !!

     แก้แบบไม่มีอะไรติดตัวเลยด้วย  ไม่มีสักชิ้น  แต่ยังดีที่เฮียมันเดินหันหลัง  กูจะบ้าตายโว้ย  ไอ้คนลามก ไอ้โรคจิต !!

 

 

 

 

 

 

เป็นไรคริส”  ไอ้เฮียพูดขึ้น

 

 

 

 

ทำไมไม่หยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปด้วย  อุบาทว์!”  ผมเน้นคำว่าอุบาทว์แต่ไม่หันกลับไปมอง  แง  ตาจะบอดไหมแม่จ๋า ..

 

 

 

กูลืม  อุบาทว์ตรงไหน  ทำไมอะมึงมองของผัวตัวเองไม่ได้เหรอ”   เออสิวะ !

 

 

 

 

ไปใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้เลยนะ”  ผมยกมือขึ้นมาชี้ไปที่เตียง  ชี้ถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้เพราะไม่กล้าหันกลับมามอง

 

 

 

 

เออ รู้แล้ว ทำมาเป็นรังเกียจ”   ไอ้เฮียมันพูดจบก็หันหลังเดินกลับไปแต่งตัว

 

 

 

 

 

     ตบตีกันมาตั้งแต่ตื่นลืมตาจนอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จเตรียมพร้อมออกเดินทางกันทั้งคู่  ผมไม่ลืมบังคับให้ไอ้เฮียกินข้าวเช้าที่ผมเตรียมไว้ให้ก่อนจะออกจากหอ  กินเสร็จสรรพก็ช่วยกันขนของแบกเป้คนละใบกับเต้นท์อีกหนึ่งอันแล้วพากันลงไปที่ลานจอดรถใต้หอพัก

 

 

 

 

……

 

 

 

     เฮียเพลิงกับผมเดินมาถึงลานใต้หอแล้วไอ้เฮียมันก็ไล่ให้ผมไปนั่งรอในรถ  ส่วนแกจะขนของใส่รถเองทั้งหมด

  

 

      ไม่นานร่างสูงของแฟนผมก็เข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับเราทั้งคู่จัดการคาดเข็มขัดนิรภัย วันนี้เราไม่ได้นั่งบิ๊กไบค์ลูกรักไปครับแต่เรานั่งBMWของเฮียไป  แกพึ่งขับมาจอดแทนบิ๊กไบค์เมื่อตอนที่กลับมาจากไปนอนค้างห้องเพื่อนมานั่นแหละ  

 

 

      เฮียมองผมพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าผมลืมอะไรหรือเปล่า แน่นอนว่าสัมภาระมีแค่เป้ใบเดียวของผมกับอีกหนึ่งใบของเฮียแล้วก็เต้นท์กับกระเป๋ากล้องไม่ได้มีของเยอะอะไร  เลยส่ายหัวตอบยิ้มๆ แล้วจู่ๆริมฝีปากหนาได้รูปก็ทาบกับริมฝีปากของผมแตะค้างไว้ชั่วครู่แล้วก็ผละออก อีกคนหันกลับไปขับรถออกจากใต้หอ

 

 

ปล่อยให้ผมนั่งเขินอายเป็นสาวน้อยหน้ารถ คือเฮียแม่งแบบละมุนอะ อุแงงง  ยกโทษเรื่องที่แก้ผ้าให้ผมดูในห้องก็ได้ ฮึก

 

 



 ......





 

โหหห ไอเพลิงมึงเหิมเกริมใหญ่แล้วนะ แค่นี้เอาเมียมาด้วย

 

   นั่นไง๊ ผมว่าแล้วโดนแซวแน่ๆหลังจากพากันเอารถเฮียไปจอดไว้ที่ตึกคณะเดินเรื่อยมายังด้านหน้าที่มีรถบัสสองชั้นจอดเรียงกันถึงสามคันอยู่ คือก็กำลังวุ่นวายอยู่อะแต่พอผมกับเฮียเดินเข้ามาคือแซวเลย

 

 

     ก็แบบอยู่คนละคณะไงแต่ผมดันติดสอยห้อยมาด้วยอะจะเป็นใครอ่ะ ถ้าไม่ใช่เฮียพ่อทูนหัวของผมบอกให้มาด้วยแล้วพีรภาสคนนี้จะไม่มาก็ไม่ได้แล้วป่ะทูนหัวขอมาใครจะกล้าขัด ..

 

 

 

   ผมส่งยิ้มแหะๆไปให้พวกพี่เดรกพี่เลข ต่างจากเฮียที่จับมือผมไว้ไม่ยอมปล่อยตอบเพื่อนไปด้วยใบหน้าที่ผมคิดว่าก็กวนบาทาอยู่

 

 

ก็ทำไม เมียกูมีกูจะพาไปด้วยใครจะทำไม

 

จ้าพ่อ  ใครจะว่ามึงได้“  

 

 ป้าบ!

 

โอ้ยอีเพลิง ! กูก็อุส่ากอดของกูเงียบๆ ฮือ น้องคริสดูมันทำพี่อีกแล้ว

 

 

    จากที่ยืนยิ้มอยู่ดีๆผมนี่หน้าเหวอเลยครับ เฮียมันตบหัวพี่อุ๋งอิ๋งดังป้าบคือแบบต่อหน้าต่อตา จะเถื่อนไปไหนวะ  แต่ไม่ทันได้ทัดท้านอะไรเสียงประกาศจากโทรโข่งดังขึ้นเรียกให้ทั้งกลุ่มพวกผม(เพื่อนเฮียนั่นแหละ) ทั้งนักศึกษาบริเวณนั้นหันไปสนใจ

 

 

ลงชื่อเสร็จแล้วก็ขึ้นรถสิครับบ!  ลีลาหาเตี่ยอะไรอยู่ไม่ที่นั่งกูไม่รู้ด้วยนะครับบ!!”

 

 

   ว่ะ วิศวะนี่มันเถื่อนยันโฆษกเลยหรอวะ ฮือ โคตรกร้าวใจแต่ไม่เท่าเฮียของหนูหรอก อิอิ

 

 

   หลังจากจบเสียงประกาศอันกร้าวใจชั่วพริบตามวลประชาสลายตัวขึ้นกันอย่างว่องไวครับ เหลือผมกับกลุ่มเฮียมองหน้ากันงงๆ  แต่เฮียเขาไวกว่าแรงกระตุกตรงมือที่จับกันอยู่เป็นนัยว่าเราจะขึ้นรถคันบัสคันที่สองซึ่งนั่นก็คือจุดที่เรายืนอยู่กันตอนนี้นี่แหละ ก็ง่ายๆเลยไม่ต้องไปไหนไกลเพราะคันอื่นเต็มแล้วไอ่สัด5555

 

 

มึงจะนั่งริมหน้าต่างไหม หรือยังไง?”

 

   ผมหันซ้ายหันขวามองหาที่นั่งคู่ที่ว่างอยู่สองสามที่บนชั้นสองของรถทัวร์คำนวณในหัวเสร็จสับว่านั่งตรงไหนจะเห็นวิวสวยๆกี่เปอร์เซ็นและก็ได้คำตอบบอกอีกคน

 

 

หนูอยากนั่งตรงนั้นอะเฮีย ติดกระจกด้วย

 

   ว่าพลางชี้นิ้วเรียวของตัวเองไปทางที่นั่งคู่ว่างอยู่ช่วงกลางๆรถ  เฮียพยักหน้ารับเดินนำผมไปยังที่นั่งตรงนั้นผมเดินตามติดๆก่อนจะแทรกตัวเข้าไปนั่งในตำแหน่งติดกระจกข้างกันคือเฮียเพลิง  กระเป๋ากล้องที่ผมถือไว้ในตอนแรกถูกเฮียแย่งเอาไปวางบนตักของเขาเอง

 

 

เอาไว้กับกูนี่แหละ มึงจะได้นั่งสบายๆ

 

 

 โถ่ทูนหัวของหนู

 

 

  ขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากมหาลัยในเวลาตีสี่สิบนาทีกว่าๆ  ผมเอนหัวซบไหล่กว้างของแฟนเพราะอาการง่วงงุนเริ่มกลับมาอีกครั้ง ยิ่งได้มือหนาคอยลูบผมอีก ฟินอะแต่ผมลองถามอีกคนบ้างดีกว่าว่าง่วงหรือเปล่า

 

 

 

เฮียง่วงไหม นอนตักหนูได้นะ ”

 

  ผมพูดออกไปพลางช้อนตามองอีกคนที่หันมาตามเสียงของผม ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับคำพูดคำจาห่ามๆตามฉบับเจ้าตัวตอบกลับมา

 

 

ถามกูง่วงไหมแต่ตามึงจะหลับอยู่แล้ว ..ง่วงก็นอนมา

 

   เฮียเพลิงว่าเสียงเบาเพราะเกรงใจคนอื่น มือหนาก็ลูบกลุ่มผมนุ่มของผมอีกครั้งไม่ค้านอะไรทูนหัวอ่ะเพราะตอนนี้โคตรจะง่วงเลยว่าแล้วก็หลับต่อไม่รอแล้วนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

คริส ..คริส ตื่นถึงแล้ว

   

    ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากทนแรงเขย่าไม่ไหว  ใบหน้าจิ้มลิ้มยุ่งเหยิงเพราะเพิ่งตื่นลืมตาข้างนึงก็พบว่าเริ่มมีแสงสว่างเข้ามารำไร ผละจากไหล่กว้างของแฟนหนุ่มแหวกผ้าม่านออกก็พบว่าด้านนอกนั้นเป็นเวลาหกโมงเช้าเศษๆได้ 

 

 

     “ถึงแก่งกระจานแล้วเดี๋ยวต้องต่อรถเล็กเข้าไปอีก

      หันขวับตามเสียงทุ้มนุ่มของเฮียเพลิงอีกคนขยับตัวไล่อาการขบเมื่อย ต่างจากผมที่ได้ฟังแล้วก็ย่นคิ้วฉงน

 

 

ทำไมงั้นล่ะเฮีย คนตั้งเยอะไปกี่คันหมดอะ

 

 

เออมันก็มีทางไปให้หมดเองอะ มึงอะลุกได้แล้วอุ๋งอิ๋งจองรถให้เราแล้วเดี๋ยวไม่มีที่นั่งเอา

 

 

   ผมพยักหน้าตามหงึกๆ ก่อนจะลุกตามเฮียอีกคนเอากระเป๋ากล้องคล้องบ่าอีกค้างมือหนาข้างที่ว่างมักคอยยื่นออกมารอจับกันเสมอ คราวนี้ก็เช่นกันเขาทั้งคู่กุมมือกันเดินลงรถบัสสองชั้นไป

 

 

 

  จุดต่อรถคืออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากทางที่จะไปบางกลอย บ้านโป่งนั้นถนนหนทางมันค่อนข้างแคบ รถใหญ่เข้าไปไม่ได้ต่อกระบะไปจะง่ายกว่าระยะทางก็ประมาณ 50 กิโลใช้เวลาอย่างน้อยน่าจะ 2 ชั่วโมงอย่างแรกขับลึกเข้าไปอีกหน่อยจะเจอกับค่ายทหารโชคดีที่พวกรุ่นพี่ได้เอาเอกสารราชการมายื่นก่อนหน้านี้แล้วเลยผ่านฉลุย อันนี้ผมก็ฟังเฮียมาอีกทีอะนะ

 

 

    ตอนนี้ทั้งเฮียผมและแก๊งเพื่อนของเฮียอยู่บนรถกระบะคันแรกเป็นคันขับนำขบวนรถอีกหลายคันกำลังทยอยขับตามกันมา

 

 

 

มึงหิวหรือเปล่า

 

 

   เสียงทุ้มถามผมหลังจากเราขึ้นรถมาสักพักแล้ว  เฮียนั่งอยู่ท้ายรถเช่นเดียวกับผมที่นั่งบนตักเฮียอีกที หัวทุยส่ายไปมาพลางเปิดกระเป๋ากล้องที่เฮียเพลิงเป็นคนสะพายมันไว้ติดตัว  มือเล็กหยิบกล้องตัวเก่งออกมาจัดการเอาสายสะพายกล้องคล้องคอตามด้วยเปิดระบบการทำงานของกล้องเพื่อบันทึกภาพธรรมชาติตลอดสองข้างทาง  ผมเห็นว่ามีธารแม่น้ำไหลตลอดข้างทางด้วยแหละ

 

 

 

เฮีย นั่นแม่น้ำอะไรน้ำโคตรใส

 

   เสียงใสเอ่ยถามขณะยกกล้องขึ้นเก็บภาพสวยงามตรงหน้าไปพร้อมกัน  มัวแต่สนใจธรรมชาติที่นานๆครั้งจะได้มาสัมผัสก็ไม่ทันรับรู้ถึงสายตาเอ็นดูและรอยยิ้มจางๆของใครอีกคนที่คอยมองตามอยู่ตลอด

 



เขาเรียกว่าแม่น้ำเพชร

 



สวยเนอะเฮีย

 

 

  เฮียเพลิงพยักหน้ารับหลังจากที่ผมเปิดภาพที่ถ่ายได้ให้อีกคนดู แต่หนทางยังอีกไกลตลอดการเดินทางผมก็ทั้งพูดทั้งคุยสารพัดกับเฮียสลับกับพี่ๆบ้างส่วนมากเฮียจะเป็นผู้ฟังมากกว่าแล้วปล่อยให้ผมจ้ออยู่คนเดียวแต่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรนะเป็นแบบนี้ก็รู้สึกดีไปอีกอย่าง

 

 

   วันนี้ถือว่าโชคดีมากพอสมควรเพราะแทบไม่มีแดดเลยการนั่งรถตลอดสองชั่วโมง แม้ว่าการนั่งรถจะโคลงเคลงเพราะถนนตลอดสายมักมีแอ่งน้ำขังแต่ทัศนียภาพสีเป็นภูเขาลูกโตสลับซับซ้อนกันสีเขียวแล้วโดยรวมก็ไม่ได้แย่

 

 

 

  ยิ่งเวลารถโยกโคลงเคลงก็ได้มือหนาของเฮียเพลิงคอยจับผมไว้ตลอด มันไม่แย่ก็ตรงนี้นี่แหละ

 

 

 

 



ถึงสักทีโว้ยย

 

   เสียงบ่นตะโกนลั่นของพี่อุ๋งอิ๋งดังขึ้นตอนรถจอดพอดี  พี่แกตัวเล็กเลยลุกไวกว่าคนอื่นกระโดดลงรถเป็นคนแรก  ตามด้วยคนอื่นๆผมเองก็เช่นกันกระโดดลงจากกระบะหลังของรถยืนรอร่างสูงของเฮียที่ดูท่าแล้วคงเหน็บกินเพราะเล่นเสียสละให้ผมนั่งตักมาตลอดสองชั่วโมง

 

 

     ทูนหัวของหนูแสนดีที่สุดเลยเนอะ 

 

 

เฮียไหวปะเนี่ย หนูขอโทษนะที่อ้วนแล้วยังไปนั่งทับเฮียอีก..”

 

 

   พออีกคนกระโดดลงจากรถผมก็ปรี่เข้าไปหาจับมือหนาของคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนเขย่าเบาๆ เป็นการขอโทษแต่อีกคนยังตีหน้านิ่งตามฉบับไม่แสดงอารมณ์อะไร  แต่มือหนาวางแปะบนหัวผมแล้วโยกโคลงไปมาเบาๆ

 

 

คิดมาก กูเต็มใจให้มึงนั่งเข้าใจไหมคริส?”

 

 

  โอโห คนเรานี่ช่างแปลกพูดประโยคชวนให้เขินด้วยหน้าตาที่โคตรจะเฉยและกวนตีนเลยไอ้เฮีย แต่แบบนี่ทูนหัวไงรักนะให้อภัยได้

 

 

   ไม่พอเฮียกระชับมือที่จับกันอยู่พาผมเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับพวกรุ่นพี่ปีณ ลานกว้างที่มีปี1นั่งห้อยป้ายชื่อกันเป็นระเบียบ  เฮียบอกให้ผมไปรอในร่มไม้ก่อนเพราะกิจกรรมรับน้องกำลังจะเริ่มขึ้น ผมเลยเดินแยกออกมาถ่ายรูปรอบๆสถานที่ที่เรียกว่าบึงกลอย

 

 

  เดินแยกออกมาสถานที่ใช้จัดกิจกรรมเป็นค่าย เลยมีการแบ่งสัดส่วนให้มีศาลาไว้เป็นจุดเรียกประชุม มีห้องน้ำห้องส้วม  ส่วนที่นอนเฮียบอกว่าต้องกางเต้นท์กันเอาเอง ซึ่งผมว่ามันก็เข้ากันนะเพราะโดยรอบห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสีเขียวมีบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่ข้างๆกัน น้ำนี่ใสน่าเล่นมาก

 

 

ไว้ชวนเฮียมาเล่นด้วยกันดีกว่า

 

 

 

     ถ่ายรูปเสร็จก็เดินกลับไปเอาสัมภาระของผมกับเฮียแล้วเดินขึ้นไปบนลานกว้างใต้ร่มไม้  จัดของให้เป็นที่เป็นทางก่อนจะเริ่มหยิบเต้นท์ในกระเป๋าออกมากาง  ขอบคุณไอ้เฮียมากที่ซื้อเต้นท์สปริงมาเพราะถ้าเป็นเต้นท์ที่ต้องเอามากางเองตอกเอง ผมคงตายก่อนเต้นท์จะเสร็จอะ  ทำได้นะแต่แม่งเหนื่อยไง  เลิกบ่นแล้วหยิบเต้นท์มากางใต้ร่มไม้ใหญ่ให้เรียบร้อย 

 

 

 

    

     การกางเต้นท์ของผมจบและง่ายภายในสามวิเพราะมันเป็นเต้นท์สปริง ตัวสปริงกางเต้นท์มีระบบล็อคอัตโนมัติ ไม่เหมือนอันอื่นที่แค่ดันไปเฉยๆไม่มีระบบอะไร  แถมเต้นท์ยังมาพร้อมกับฟรายชีตไม่ต้องไปหาซื้อเองอีกต่างหาก  ตัวเต้นท์ด้านในเป็นแบบสองชั้น มีมุ้งสามารถเปิดด้านนอกให้เป็นแบบมุ้งระบายอากาศได้ด้วยอะ  กราวด์ชีทปูรองพื้นก็มีมาให้  โคตรจะสบาย  อะไรมันจะอีซี่ขนาดนี้ครับแม่

 

 

 

 

     ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา  ตอนนี้เกือบจะเที่ยงแล้วแล้ว เรามาถึงที่นี่ตอนเวลาเก้าโมงเช้าแล้วกว่าจะขนของกันเสร็จก็ปาไปสิบโมงยี่สิบ ไหนจะสั่งทำโทษปีหนึ่งอีก ข้าวปลายังไม่มีใครได้กินเลยมั้งนั่น

 

 

 

 

     ว่าแล้วก็หยิบถุงขนมที่ซื้อมาตุนไว้แล้วเดินหิ้วไปหาไอ้เฮียที่อยู่ห่างจากจุดกางเต้นท์ออกไปไม่ไกล

 

 

 

     ผมแกะห่อขนมแล้วเดินกินมาตลอดทางจนมาถึงพวกพี่ปีสามที่กำลังตั้งข้าวของเครื่องครัวกันอยู่

 

 

“อ้าว ไอ้หนู ตั้งเต้นท์เสร็จแล้วเหรอ”  พี่บอมยกถังน้ำเดินมาทักทายผม

 

     วางก่อนก็ได้พี่แล้วค่อยคุยกัน..

 

 

“ครับบ ตั้งเสร็จเมื่อกี้เลยครับ มาพี่ เดี๋ยวผมช่วย”  

 

 

“เออๆ ขอบใจมาก พี่จะได้ไปยกอันอื่นต่อ” 

 

 

 

     ผมวางถุงขนมไว้บนโต๊ะพับก่อนจะรับถังน้ำจากมือพี่บอมมายกไว้เอง  แม่จ้าว..  โคตรหนัก  แต่ของแค่นี้ไม่เกินใจผมหรอก แบกถุงข้าวสารให้แม่หนักกว่าเยอะ  เออ  พูดถึงแม่ ผมลืมโทรไปบอกเลยว่าวันนี้ไม่ได้กลับไปบ้านนะเพราะว่ามารับน้องกับไอ้เฮีย  ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ด้วยอะ เจริญล่ะกู กลับบ้านไปโดนแม่ตีแน่

 

 

 

     หลังจากช่วยยกของเสร็จผมก็เข้ามาช่วยพี่ผู้หญิงทำอาหารต่อ  โรงครัวขนาดย่อมถูกตั้งอยู่ในศาลาเก่าๆหลังหนึ่งที่ห่างจากเต้นท์ของผมไปไม่ไกลมากนัก  ในโรงครัวตอนนี้มีแม่ครัวอยู่สามคน และพ่อครัวหนึ่งคนซึ่งนั่นก็คือผมเอง

 

 

 

     ผมช่วยพี่สาวทั้งสามหิ้วผักหิ้วเนื้อเพราะมันเยอะมากกลัวพี่เขาจะหิ้วกันไม่ไหว  จริงๆแล้วผมไม่ได้อยากมาเที่ยวทำตัวนิ่งดูดายไม่ช่วยการช่วยงาน มาเกะกะขวางทางเขา ผมไม่ชอบอะไรแบบนั้น ให้ผมนั่งดูคนอื่นทำงานแต่ตัวเองสบาย ผมไม่เอาด้วยหรอก

 

 

 

“เราจะทำอะไรกินกันเหรอครับพี่หวาน”  ผมชะเง้อหน้ามองพี่หวานสาวตัวเล็กกำลังหั่นกะหล่ำปลีอยู่

 

 

“กะหล่ำปลีผัดไข่อะหนู  แล้วก็จะทำหมูผัดพริกขิงกับต้มจืดเต้าหู้หมูสับด้วย”  พี่หวานหันมายิ้มให้ผมก่อนจะกลับไปหั่นกะหล่ำปลีต่อ

 

 

“งั้นผมช่วยทำต้มจืดนะครับ  ผมเซียนมากเลย  ทำให้แม่กินแล้วแม่ยังติดใจเลย  แม่บอกหยั่งงี้เลยลูก”  ผมยกนิ้วโป้งทำท่าประกอบพร้อมกับหยักคิ้วหลิ่วตาแล้วพยักหน้าเบาๆล้อเลียนคุณนายรพีพรรณที่น่าจะกำลังมัดถุงแกงอยู่ที่บ้าน

 

 

 

“มันขนาดนั้นเลยนะ 555 เอาไปๆ ขอบใจมากลูก พี่ยังไม่เห็นหนูหยุดช่วยงานเลยเนี่ย”  พี่หวานเลื่อนตะกร้าใส่วัตถุดิบสำหรับทำต้มจืดมาทางผม

 

 

“เออดิ่  ไอ้เพลิงมันเลือกเมียไม่ผิดจริงๆว่ะ”  พี่แก้วหันมาพยักเพยิดหน้ากับพี่หวาน

 

 

“ถ้ามันทำน้องคริสลูกกูเสียใจนะ  กูจะตามไปเด็ดหัวมันอีเลวเพลิง  ถ้าโดนมันรังแกหนูมาฟ้องแม่ได้นะลูก”  พี่แอมจับไหล่ผมแล้วลูบหัวเบาๆ

 

 

 

     และเป็นอีกครั้งที่พี่สาวในคณะวิศวะเอ็นดูผมเหมือนกับลูกในไส้

     ผมรู้สึกอบอุ่นใจมากเหมือนตัวเองเป็นเด็กวิศวะเลยอะ..

 

 

 

 

 

……

 

 

 

 

 

      ทำกับข้าวอยู่ในโรงครัวนานเกือบสองชั่วโมงจนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก็ช่วยกันยกลงมาเสิร์ฟเหล่าปีหนึ่งที่นั่งล้อมวงกันอยู่สามสี่วงรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว  ผมเหลือบมองไอ้เฮียที่ยืนกอดอกทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแล้วมองมาทางผมด้วยเหมือนกัน

 

 

     ไม่พอใจอะไรกูอีกปะเนี่ย..

 

 

 

“คริส  มึงวางของแล้วเดินไปหาคุณหลวงเพลิงของมึงไป  ก่อนที่มันจะสั่งตัดหัวพวกกูเจ็ดชั่วโคตร”  พี่เดรกเดินมากระซิบข้างหูผมแล้วแย่งถาดกะหล่ำปลีผัดไข่ไปถือเอง

 

 

“เออ  รีบไปเลย  พวกกูจะโดนฆ่าตายอยู่แล้วสัด  ไอ้แม่ย้อย”  พี่บอมพยักเพยิดหน้าไปทางเฮีย  ไอ้นั่นก็มองแรงใส่กูจังเลย

 

 

“ค..ครับ”  ผมพยักหน้ารับเบาๆ  ปั้นหน้าเจื้อนๆของตัวเองให้กลับมายิ้มสดใสก่อนจะเดินไปหาไอ้เฮียที่ยืนตาขวางอยู่ริมธารน้ำ

 

 

     สองขาก้าวเดินผ่านพวกพี่ปีสามและวงข้าวของปีหนึ่งเพื่อตรงไปหาเฮียเพลิง

 

 

“เฮีย หนูมาแล้ววว”  ผมยิ้มร่าแล้วเดินเข้าไปกอดแขนอีกฝ่าย

 

 

     ไอ้เฮียดันตัวผมออกก่อนจะจับไหล่ไว้ทั้งสองข้างแล้วจ้องหน้าตาเขม็ง  “มึงหายหัวไปไหนมา  ทำไมไม่มาอยู่ใกล้ๆกู”

 

 

“หนูไปช่วยพี่หวานทำกับข้าวมา..”

 

 

“ถ้ากูไม่ได้สั่งมึงไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นคริส ไอ้พวกผู้ชายปีหนึ่งมันมองมึงตาเป็นมันหมดแล้ว เหี้ยเอ้ย”  เฮียเพลิงสบถออกมาอย่างหัวเสีย

 

 

“หนูขอโทษ.. หนูจะไม่ไปไหนแล้ว เฮียอย่าโกรธหนูนะ”  ผมมองหน้าเฮียเพลิงด้วยแววตาสำนึกผิด คิ้วตก

 

“กูไม่น่าเอามึงมาเลย  รู้แบบนี้ให้มึงนอนรออยู่ที่ห้องก็ดี ฝุ่นแม่งก็เยอะ งานก็ต้องทำทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่”

 

 

 

     คำว่าไม่น่าเอาผมมาด้วยมันกำลังทำให้ผมรู้สึกใจเสีย  สองแขนรีบกอดเอวสอบของอีกฝ่ายแล้วฝังหน้าลงกับอกกว้างทันที  “หนูไม่เป็นไร ไม่เหนื่อย หนูอยากมา.. อยากมากับเฮีย อยากนอนในเต้นท์กับเฮียด้วย อย่าไล่หนูกลับนะ” ผมพูดพร่ำเสียงแผ่ว

 

 

 

     ฝ่ามือของเฮียเพลิงสัมผัสเบาๆลงบนกลุ่มผมทันทีที่ผมสวมกอดอีกฝ่าย  “กูไม่ได้จะไล่มึงกลับ อยากให้มึงมานั่นแหละ แต่กูไม่ได้อยากให้เมียกูเหนื่อยไง กูเป็นห่วง”

 

 

 

“อื้อ หนูไม่เหนื่อยหรอก หนูแค่อยากช่วย..”  พูดจบก็ถูไถปลายจมูกของตัวเองลงบนอกของเฮีย

 

 

 

“ช่วยทำให้กูหายเป็นห่วงมึงได้ไหมล่ะ”

 

 

     ผมพยักหน้าหงึกๆ สองแขนเพรียวยังกอดเอวเฮียไม่ยอมปล่อยแล้วขยับเอาแก้มแนบอกแกร่ง ดวงตากลมทอดมองผืนน้ำด้านหน้า  ปล่อยให้สายลมเย็นๆพักโกรกใบหน้าและร่างกายของเราสองคน

 

 

 

 

…..

 

 

 

 

     มื้อแรกที่บางกลอยเสร็จสิ้นตอนบ่ายสามโมง และกำลังจะเข้าสู่กิจกรรมแรกที่พี่ปีสามมอบหมายให้ปีหนึ่งทำ นั่นก็คือ  การเล่นเกมคู่กับพี่ปีสามที่จับฉลากได้

 

 

     ได้ชื่อของใครก็ต้องเล่นกับคนนั้นประมาณนี้

 

 

     ผมนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อที่พี่เลขปูไว้แล้วมองปีหนึ่งกำลังเดินมาจับฉลากทีละคน  น่าสนุกอะ ผมอยากเล่นด้วย

 

 

 

“ได้ชื่อพี่คนไหนให้เดินไปหาคนนั้นเลยนะคะน้องๆ !”  พี่อุ๋งอิ๋งพูดขึ้นเสียงดัง ปีหนึ่งพยักหน้ารับทราบ

 

 

     เปลี่ยนเป็นนั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวเบาๆก่อนจะกวาดสายตามองหาเฮียเพลิง  แล้วก็เจอ  ไอ้เฮียยืนอยู่ใต้ต้นไม้กับพวกพี่เดรก คุยอะไรกันไม่รู้แต่พี่เลขโดนเฮียมันตบหัวไปหนึ่งที  แต่แล้ววงสนทนาพาเพลินของแก๊งพี่ว้ากก็ต้องหยุดลงพร้อมกับคิ้วผมที่เริ่มขมวดน้อยๆ

 

 

 

     มีผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งกำลังเดินไปหาไอ้เฮียด้วยความเขินอาย

     นั่นคือ.. จับได้ชื่อเฮียเพลิงงั้นเหรอ ?

 

 

 

     ผมไม่ได้ลุกไปไหนแล้วมองดูสถานการณ์ข้างหน้าต่อ  ใช่จริงๆด้วย ผู้หญิงคนนั้นจับได้ชื่อเฮียเพลิงแล้วก็เดินตีคู่กับเฮียมารวมกันอยู่ที่เดิมเพื่อรอทำกิจกรรมต่อไป  แล้วผมจะไม่รู้สึกหึงเท่าไหร่หรอกถ้าไอ้เกมที่กำลังจะมันไม่ใช่เกม  ยืนบนกระดาษหนังสือพิมพ์

 

 

 

     ไอ้เกมบ้านี่มันจะให้คนสองคนยืนบนกระดาษแล้วค่อยๆพับให้เล็กลงเรื่อยๆ ทำวิธีไหนก็ได้แต่จะต้องยืนอยู่บนกระดาษให้ได้ทั้งคู่  เป็นเกมสร้างความสามัคคีครับ  แต่ผมเริ่มจะไม่สามัคคีด้วยแล้ว

 

 

 

     หายใจเข้าแค่  หายใจออกเกม  แค่เกมคริส  แค่เกมมึงอย่าคิดมาก

 

 

 

     เกมเริ่มขึ้นหลังจากที่พี่อิ๋งเป็นคนให้สัญญาณ  คู่พี่เดรกเป็นคู่แรก  ตามด้วยคู่พี่บอมที่ปิดฉากได้อย่างไม่ค่อยสวยงามนักเพราะพี่แกกอดกับคู่ตัวเองแล้วยืนขาเดียวจนล้มหงายตึงไปด้วยกัน  นั่งหัวเราะปรบมือกับอีกหลายๆคู่จนถึงบ่ายสี่โมงครึ่งในที่สุดก็มาถึงคู่ไอ้เฮียกับแม่สาวผมสวย

 

 

 

“มึงไม่ต้องทำหน้าเหมือนอยากตายก็ได้อีเพลิง  ให้มาเล่นเกมกับน้องนะสัด 5555”  พี่อุ๋งอิ๋งพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ

 

 

“เร็วๆเถอะ  พูดมากอีช้างยิ้ม”  ไอ้เฮียหันไปแยกเขี้ยวใส่พี่อิ๋ง

 

 

“อิสัด ปากหมานัก กูจะพับให้แม่งเล็กๆเลย นี่ มึงโดนกูแน่!”  พี่อิ๋งย่อตัวลงไปพับหนังสือพิมพ์อย่างเอาเป็นเอาตาย

 

 

     ผมอยากเดินเข้าไปบอกว่า เอ่อ พี่ครับใจเย็นๆนะ ผมนั่งองค์พ่อพีรภาสจะลงแล้วตอนนี้..

 

 

     กระดาษหนังสือพิมพ์ของเฮียถูกพับให้เล็กเท่าฝ่ามือแล้ววางลงบนพื้นดังเดิม

 

 

“มึงให้กูยืนด้วยตีนหรือด้วยนิ้วก้อยวะเล็กขนาดนี้”

 

 

“อย่าพูดมาก! ให้ไว!”

 

 

“เออ!”

 

 

     ไอ้เฮียถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายแล้วหันกลับมาประคองตัวแม่สาวน้อยพร้อมกับเอ่ยขอโทษนำไปก่อน

 

 

“โทษนะ  ถ้ายืนไม่อยู่ก็จับไว้แล้วกัน”

 

 

“ค่ะ.. ขอโทษเหมือนกันนะคะ”

 

 

 

      มึงจะขอโทษกันอีกนานไหมล่ะตรงนั้นน่ะ แม่สาวน้อยขอโทษเสร็จก็โผเข้าหาไอ้เฮียทั้งตัว กอดรัดแน่นชนิดที่ว่าถ้าเป็นผม ผมคงจะหายใจไม่ออกตายอะ  ตบท้ายด้วยการยกขาหนึ่งข้างขึ้นมาเกี่ยวเอวไอ้เฮียเอาไว้

 

 

 

     เธอมาทำให้ฉันหัวร้อนมากนะ  เกินไปแล้วว  เกินไป !

 

 

     ไอ้เฮียเหมือนจะรู้ตัวว่าผมมองอยู่จึงค่อยๆหันกลับมาสบตากับผม แววตาดูเว้าวอนผิดปกติ คงจะกลัวผมโกรธ

 

 

     มึงไม่ต้องกลัว  เพราะกูโกรธอยู่แล้ว

 

 

     เฮียเพลิงกล้ำกลืนฝืนใจกอดเอวเล็กๆของแม่สาวน้อยไว้เพื่อช่วยประคองและเป็นหลักให้อีกฝ่ายยึด แม่สาวนั่นน่ะเอาขาเกี่ยวเอวไอ้เฮียแล้วยืนด้วยขาเพียงข้างเดียว ส่วนไอ้เฮียยืนเป็นกระต่ายขาเดียวตรงดิ่งไม่มีกระดุกกระดิก

 

 

“เริ่มนับแล้วนะ  สิบวิเท่านั้น  เอ้า  เริ่ม!”

 

 

“หนึ่ง”  คือหึงเมื่อใครใกล้เธอ

 

 

“สอง”  คือหึงเมื่อใครใกล้เธอ x2

 

 

“สาม”  คือหึงเมื่อใครใกล้เธอ x 3

 

 

“สี่”  คือหึงเมื่อใครใกล้เธอ x ไปอีก 4

 

 

“ห— อ้าวว” 

 

 

     เฮียทำเวลาได้แค่สี่วิเท่านั้นก่อนจะผละตัวออกจากแม่สาวน้อยแล้วขอยอมแพ้  ดีแล้ว อย่าให้ถึงสิบวิเลย

 

 

“คู่พี่เพลิงกับน้องแจมไม่รอดจ้า ทำเวลาได้น้อยกว่าคนอื่นด้วย 555555 สะใจกูจริ๊ง” พี่อิ๋งเดินเข้ามายักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนไอ้เฮียก่อนจะถูกผลักหัวโยกกลับมา

 

 

“เออ กูแพ้แล้วไง ดูมึงพับกระดาษดิ่อีช้างยิ้ม”  ไอ้เฮียก้มลงไปหยิบกระดาษบนพื้นมาตีหัวพี่อิ๋งอีกที

 

 

“กูไม่สนเว้ย  แต่มึงอะคู่สุดท้ายละแถมแพ้อีก 555 บทลงโทษรออยู่นะจ้ะ  บรัยย”  พี่อิ๋งไหวไหล่หนึ่งทีแล้วสะบัดบ็อบใส่เฮียเพลิง

 

 

 

     เกมสร้างความสามัคคีจบลงเป็นที่เรียบร้อยแต่กว่าจะจบก็ใช้เวลานานเหมือนกัน  ตอนนี้ปีหนึ่งกำลังนั่งเรียงแถวตอนลึกเพื่อฟังประกาศผลคะแนนหาตัวคนแพ้มารับบทลงโทษ

 

 

“เราได้คู่ที่แพ้มาแล้วนะคะ  แต่พี่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร เพราะพี่จะบอกบทลงโทษสำหรับเกมนี้ก่อน”

 

 

“บทลงโทษสำหรับคนแพ้ก็คือ..  มัดมือผูกติดไว้กับคู่ของตัวเองไว้จนกว่าจะถึงเวลาสองทุ่มตรงค่ะ”

 

 

 

     วอท เดอะ ฟxxx 

 

 

     นี่มันพึ่งจะห้าโมงเย็น ถ้ามัดมือกันตั้งแต่ตอนนี้ก็เท่ากับว่าต้องอยู่ติดกันไปสามชั่วโมง..

     แล้วไอ้เฮียมันแพ้ไงประเด็นอะ  แฟนผมเล่นเกมแพ้ !

 

 

     ร้าวแน่..  ร้าวแน่ๆ หมายถึงหน้าไอ้เฮียอะ หน้ามึงร้าวแน่ !

 

 

“ส่วนคู่ที่แพ้นั่นก็คือออ  คู่พี่เพลิงกับน้องแจมค่า” 

 

 

     ร้อนรุ่ม ร้อนเร่า มันร้อนในอกว้อยย  หนีกลับไปนอนที่เต้นท์แม่งซะดีมั้ย

 

 

“มาจ้า มาผูกมือกันจ้ะคนแพ้ 5555” 

 

     ข้อมือของเฮียเพลิงกับของผู้หญิงที่ชื่อแจมถูกพี่อิ๋งจับประกบแล้วผูกเข้าด้วยกันโดยใช้ผ้าเช็ดหน้าสีแดง  ในขณะผูกไอ้เฮียก็หันมามองผมเป็นระยะ  ผมมองกลับแต่ไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจออกไป เข้าใจว่ามันคือเกม แต่อดจะหึงไม่ได้ ผมเองก็ไม่ได้ชอบให้ใครเข้าใกล้เฮียเหมือนกันนั่นแหละ

 

 

 

     กิจกรรมต่างๆนานาระหว่างพี่ปีสามกับน้องปีหนึ่งยังดำเนินไปเรื่อยๆ ช่วยกันแก้ปริศนาคำใบ้บ้าง ถูกทำโทษร่วมกันบ้างจนกระทั่งถึงเวลากินข้าวอีกครั้งนั้นก็คือตอนหนึ่งทุ่มครึ่ง  ผมเข้าไปช่วยพี่สาวสามคนเหมือนเดิมและยกถาดกับข้าวลงมาเหมือนเดิม  ไม่ได้พูดคุยหรือเข้าไปดูแลไอ้เฮียเพราะมีแม่สาวน้อยผูกติดแจไม่ห่างกันเลย  หงุดหงิดตา

 

 

 

     ช่วยพี่หวานตักกับข้าวใส่จานแจกปีหนึ่งไปหลายคนจนมาถึงคิวของไอ้เฮียกับแจม  เฮียไม่ได้ถือจานข้าวแต่ต้องเดินมากับแจมด้วยเพราะเวลาในการลงโทษมันยังไม่หมด

 

 

     ผมรับจานข้าวของแจมมาตักผัดพริกแกงหมูใส่ก่อนจะต้องชะงักเมื่อเจ้าตัวบอกว่าไม่กินเผ็ด

 

 

“หนูไม่กินเผ็ดค่ะ ขอเปลี่ยนนะคะ”

 

 

“อ่อ ครับ ได้ครับ”

 

 

     ผมพยักหน้าก่อนจะเปลี่ยนจานใหม่ให้ส่วนจานนั้นวางไว้บนโต๊ะเพราะผมจะเอาไปกินเองนี่แหละ เริ่มหิวแล้ว

 

 

“ไม่เอาผักนะคะพี่”  เออ เอาเข้าไป บอกช้าชิบหายเลยผมตักจนเต็มจานหมดแล้วเนี่ย

 

 

“ครับ”  เปลี่ยนจานใหม่ให้แม่คุณเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะไม่ดี  ผมตักไก่ทอดกระเทียมให้แทน ถ้าคราวนี้กินไม่ได้อีกผมจะคว่ำจานแม่งแล้วนะ  ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้ว  ฮ่วย !

 

“ได้แล้วครับ”

 

 

     ตักเสร็จก็ส่งจานไปด้านหน้าพร้อมกับปรายตามองไอ้เฮียที่ยืนหน้าหดเหลือสองนิ้วอยู่ข้างๆแม่หญิงแจม

     เหอะๆ  เชิญไปกินข้าวกันสองคนเลย  รำคาญ

 

 

“พี่หวานครับ  ผมไปกินข้าวก่อนนะครับ หิวมากเลย”

 

 

“ไปเลยลูก กินข้าวแล้วเข้านอน ไม่ต้องช่วยแล้ววันนี้ช่วยเยอะแล้วหนูอะ”  พี่หวานยื่นจานให้แล้วดันแผ่นหลังผมให้เดินออกมาจากโต๊ะแจกข้าว

 

 

     ผมถือจานข้าวแล้วเดินมองหาที่นั่ง ปีหนึ่งนั่งล้อมวงกันหลายวงกว่าเมื่อเช้า ยืนชะเง้อคอมองไม่นานก็เห็นไอ้มีนมันโบกไม้โบกมือแล้วกวักเรียกให้ผมไปนั่งกับมัน  นั่งกับไอ้มีนก็ได้ไม่ง้อไอ้เฮียหรอก

 

 

 

“ไอ้คริสสส เพื่อนรักก”

 

 

     ทันทีที่นั่งลงไอ้มีนก็คว้าคอผมเข้าไปกอดตามมาด้วยไอ้กล้าทำเอาคนทั้งวงข้าวงงเป็นไก่ตาแตก

 

 

“ใจเย็นเหี้ย  กูจะตายเอา”

 

 

     ผมค่อยๆดันไอ้มีนกับไอ้กล้าออกจากตัวแล้ววางจานข้าวลงบนพื้นดิน

 

 

“นี่มึงรู้จักกันเหรอวะ?”  หนึ่งในเพื่อนร่วมวงพูดขึ้นมาแล้วชี้ที่ผมกับไอ้มีน ไอ้กล้า

“เออ เพื่อนกูเองอะ เรียนด้วยกันมาตอนมัธยม ช้ะ?”  ไอ้มีนวางแขนพาดบนไหล่ของผมแล้วเลิกคิ้วมอง

 

 

“เออ ใช่ กูชื่อคริสนะ”  ผมพยักหน้าก่อนจะบอกชื่อตัวเองเป็นการทำความรู้จัก

 

 

“กูชื่อต้น”

 

 

“กูเบล”

 

 

“ออมสิน”

 

 

“นิกเนมครับ”

 

 

     ไอ้คนสุดท้ายไม่พูดเปล่าเพราะส่งมือมาดึงมือผมไปกับอย่างถือวิสาสะจนผมต้องค่อยๆดึงมือตัวเองออก

 

 

“อ่อ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ”  ผมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่ไอ้คนที่ชื่อนิกเนมเนี่ย.. ทำไมมันมองผมด้วยสายตาแปลกๆวะ

 

 

    

 

 

     นั่งกินข้าวไปคุยไปกับเพื่อนเก่าอย่างไอ้มีนไอ้กล้าและเพื่อนใหม่อีกสามสี่คน แลกเปลี่ยนเรื่องเปิ่นๆในมอแล้วก็ขำอย่างสนุกสนาน รู้ตัวอีกทีข้าวก็หมดจานไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมง ผมว่าผมลุกเอาจานไปเก็บแล้วขอตัวกลับเต้นท์เลยดีกว่า อากาศเริ่มจะเย็นๆขึ้นมาบ้างแล้ว

 

 

“พวกมึง กูขอกลับเต้นท์ก่อนนะ หนาวแล้วว่ะ”

 

“เออๆ ไปดิ่ เจอกันตอนเช้าเว้ยไอ้เพื่อนรัก”

 

 

“เออ เจอกัน”

 

 

     ผมยิ้มให้ทุกคนก่อนจะถือจานข้าวของตัวเองแล้วหยัดกายลุกขึ้นเดินแยกออกมาจากวงข้าว คนอื่นยังนั่งคุยกันเหมือนเดิมเพราะมันเป็นเวลาพักผ่อนปล่อยฟรีแล้ว มีแต่ผมที่ลุกออกมา

 

    

 

     เดินเตะก้อนหินเล่นแล้วถือจานข้าวที่หมดแล้วไปวางไว้ในกะละมังใบใหญ่ ที่นี่ไฟจะปิดสนิทตอนเที่ยงคืนแต่ทางที่ดีพกไฟฉายไปด้วยดีกว่าเพราะบางจุดมันก็ไม่มีไฟ อย่างเช่นจุดที่ผมยืนอยู่ตอนนี้ 

 

 

 

     วางจานเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับพลิกตัว  แต่ทว่า มันมีคนยืนข้างหลังอยู่ก่อนแล้วผมเลยชนเข้าไปอีกฝ่ายอย่างจังจนเซถอยหลังไปหลายก้าว

 

 

“ซี๊ด.. เจ็บชิบ ข..ขอโทษนะครับ”  ลูบจมูกตัวเองเบาๆแล้วเงยหน้าขึ้นมาขอโทษขอโพยอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าใครผิดแต่ขอโทษไว้ก่อนเลย

 

 

“ไม่เป็นไรๆ เราเองคริส นิกเนม”  เจ้าของแผงอกที่ผมชนจนเซพูดขึ้น

 

 

     นิกเนม.. อ๋อ ไอ้คนในวงข้าวที่จับมือผม

 

 

“อ..อ๋อ เนมเองเหรอ เราขอโทษนะเราไม่ทันมองอะ”

 

 

“ไม่เป็นไรอะ เราไม่เจ็บ ว่าแต่คริสเถอะเจ็บรึเปล่า”

 

“เราไม่..”

 

 

     ผมเม้มปากแน่นเมื่อจู่ๆเนมก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กับหน้าของผม  ใกล้จนปลายจมูกเราเฉียดกันและผมต้องยกมือขึ้นมาดันอกอีกคนออกไป

 

 

“เนม เราไม่เจ็บ ไม่เป็นไร”

 

“แต่เมื่อกี้คริ—“

 

 

 

 

“ทำอะไรกัน”

 

 

 

     ผมกับเนมหันขวับไปทางต้นเสียงพร้อมกันแล้วก็เจอกับร่างสูงโปร่งกำยำของเฮดว้ากสายโหดมาคนเดียวไม่มีแม่สาวน้อยติดมาด้วยกำลังยืนกำหมัดจ้องเขม็งมาทางเราสองคน  ผมรีบผลักตัวเนมออกให้ห่างทันทีอย่างไม่รีรอ ส่วนไอ้เฮียกำลังก้าวเดินตรงดิ่งมาทางนี้

 

 

     เฮียเพลิงเดินเข้ามาถึงตัวก่อนจะคว้าเอวผมไว้แล้วดันไปหลบอยู่ด้านหลัง “ผมถามว่าคุณทำอะไร” น้ำเสียงเยือกเย็นและดุกร้าวในคราวเดียวกันเอ่ยถามอีกฝ่าย

 

 

“เมื่อกี้.. คริสเดินชนกับผม ผมแค่จะช่วยดูน่ะครับ..”  เนมตอบเสียงแผ่ว

 

 

“ไม่ต้อง กลับเต้นท์ของคุณไปได้แล้ว”

 

 

“ครับ..”

 

 

     นิกเนมค่อยๆเดินก้มหน้าไหล่ตกผ่านไอ้เฮียไปจนเหลือทิ้งไว้แค่ผมกับเฮีย

 

 

     ไอ้เฮียพลิกตัวกับมาหาผมแล้วอ้าปากเหมือนจะด่าอะไรอีกแล้ว ผมเลยชิงปิดปากแกไปก่อน

 

 

“หยุดเลยนะ คดียังติดตัวอยู่อย่าริมาด่าหนู”

 

 

“ไม่ได้จะด่า  กูแค่จะถามว่ามึงเป็นอะไรหรือเปล่า  มายืนทำห่าอะไรตรงนี้ ไฟก็ไม่มี” 

 

 

     เหมือนถามเองตอบเองอะแต่ว่าเฮียแกตอบด้วยการช้อนตัวผมขึ้นมาอุ้มไว้โดยไม่ฟังเสียงทัดท้านอะไร พ่อคุณพ่อทูนหัวก้าวฉับอย่างไวเหมือนตัวผมเบามากมั้ง หรือไอ้ที่ก้าวไวไวเพราะเฮียมันหนักวะ

 

 

     เฮียเพลิงอุ้มผมเดินลัดเลาะมาตามริมธารน้ำ ตรงนี้ไม่มีคนเลยและเดินต่อไปอีกหน่อยจะเจอกับเต้นท์ของเราที่ผมเป็นคนกางไว้เมื่อเช้าบนลานใต้ร่มไม้  ถัดออกไปหลายก้าวจะเจอเต้นท์พี่เดรก  พี่เลข  พี่บอม เรียงกันเป็นแถว มีแค่ของผมกับของเฮียอะที่อยู่ไกลคนอื่นเพื่อน

 

 

     โดนไอ้เฮียอุ้มขึ้นมาจนถึงเต้นท์มันก็ยังไม่ปล่อย แถมยังโชว์พละกำลังด้วยการย่อตัวมุดเข้าเต้นท์ทั้งๆที่แขนก็ยังอุ้มช้อนตัวอยู่  ท่อนแขนแข็งแรงค่อยๆวางร่างของผมลงบนพื้นเต้นท์พร้อมกับขยับตัวขึ้นมาคร่อมทับกักขังให้ผมอยู่ใต้ร่างกำยำของเฮียเพลิง

 

     ดวงตาคมสวยดูวิบวับเจือออดอ้อน แต่มันเหมือนมีอะไรแฝงจนต้องหรี่ตามอง

 

คริส.. งอนกูหรือเปล่า เรื่องที่กูเล่นเกมกับแจม”  เฮียเพลิงเลิกคิ้วแล้วมองหน้า

 

 

เปล่า ไม่ได้งอน”  ผมมองตาเฮียกลับพร้อมส่ายหัวไปมา

 

 

     ไม่ได้งอน  แค่หึง

 

 

จริงเหรอ

 

อื้อ

 

งั้น.. หึงหรือเปล่า?”

 

 

     ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มพยักขึ้นลงแผ่วเบา

 

อือ หนูหึง หึงมากด้วย หนูไม่อยากให้ใครแตะตัวเฮียเหมือนกัน หนูไม่ชอบเลย หนูอยากจะเดินเข้าไปบ— อื้อ!“

 





xxxxx c u t  xxxxx







 

……

 

 

 

     หนุ่มวิศวะอิ่มเอมทั้งกายและใจกำลังนอนมองหน้าเด็กน้อยตัวขาวที่หลับสนิทไม่ไหวติงด้วยความเอ็นดู พรุ่งนี้ถ้าน้องตื่นไม่ไหวหรือเป็นไข้ เขาก็คงต้องขอเฝ้าน้องอยู่ที่เต้นท์เพราะเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องต้องป่วยอีกแล้ว  บอกตามตรงว่าตอนที่เห็นคริสยืนอยู่กับไอ้เด็กนั่น  ในใจมันร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ โกรธไปหมดทั้งคริสทั้งไอ้ปีหนึ่ง เกือบจะเดินเข้าไปกระชากน้องออกแล้วต่อยไอ้เด็กเวรนั่นที่ทะลึ่งหิ้งมาวุ่นวายกับคนของเขา  แล้วหันกลับมาจับไอ้ตัวดีตีก้นเสียให้เข็ด

 



 

     แต่พอคิดๆดูแล้ว..  การทำน้องเสียน้ำตามันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลย  เขาควรจะมีเหตุผลมากกว่านี้ ถามไถ่น้องบ้าง และเลิกทำน้องร้องไห้ได้แล้ว เพราะไม่ว่าน้องจะร้องไห้เพราะเขามากี่ครั้ง  หัวใจมันก็เจ็บเหมือนโดนน้ำกรดสาดทุกครั้งเหมือนกัน...

 

 



เฮียรักหนูนะ..  ฝันดีครับคนเก่งของเฮีย





 

 

 

 

    

------------------

 

บางกลอยร้อนเป็นไฟ 555555 ปล่อยดึกมาก ก.ไก่ล้านตัว แงงง

เข้ามาเม้าท์กันได้ที่ #ทูนหัวของหนู นะครัชช จุ้บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.941K ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #4610 premmiii (@premmiii) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 22:43

    ใจถูกเผาไปละเด้อออ 555
    #4610
    0
  2. #4570 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 18:24
    ไฟแรงมากค่าาาาาาาา
    #4570
    0
  3. #4544 Bowlinggxx (@Bowlinggxx) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 20:18

    งุ้ยยยยยยยยยย
    #4544
    0
  4. #4447 ผีขนมหยก (@yokandmom) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 12:06
    ดีจายยย เฮียรู้จักใจเย็นแล้วววววว งือออออ
    #4447
    0
  5. #4302 Dak บ๊องๆๆ (@iyongimu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 18:40

    บางกลอยร้อยยังกับไฟเยอร์ ร้อนจนต้องขอชีวิต ไม่ใช่ใครที่ไหน รีดเดอร์เอง555
    #4302
    0
  6. #4282 sky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 12:38

    รักน้องคนเดียว​ รักน้องคนเดียววววววววววว

    #4282
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #4226 PossY (@ppoosstt) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 17:24
    ตกลงน้องชื่อพีรภาสหรือพีรวัสกันแน่คะ งื้ออออ แต่ตอนนี้มันแบบดด่รำพันหฤหรฝเกีนกพพย
    #4226
    0
  9. #4221 loveseriesY (@loveseriesY) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:54
    จะมาเสียงดังกลางป่สเขาไม่ได้นะ ฮือๆๆๆ
    #4221
    0
  10. #3933 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:12
    เต้นใกล้นี่หน้าแห้งหมดแล้วค่า55555
    #3933
    0
  11. #3919 WatineeMKK (@WatineeMKK) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:51
    เค้าได้ยินไปหมดทั้งบางกลอยแล้วมั้งเฮีย!!!!!! แซ่บมากแม่
    #3919
    0
  12. #3683 Evekook (@Evekook) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:28
    ก็แบบว่าในเต็นท์อะเฮียยยย คือคนอื่นข้างนอกอะเฮียยยย 55555555
    #3683
    0
  13. #3442 Solalanp (@Solalanp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:36
    เฮียเริ่มน่ารักขึ้นแล้ว
    #3442
    0
  14. #3292 Abracadabra (@sy-thip) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 16:55
    อยากมีเฮียเป็นของตัวเอง
    #3292
    0
  15. #3212 suwee1809 (@suchawadee2535) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 00:58
    เฮียค่ะ​ ได้ข่าวว่าในเต็นท์​
    #3212
    0
  16. #3009 lida0807 (@lida0807) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 21:19
    เฮีย หนูติดเฮียแล้วนะ
    #3009
    0
  17. #2982 vorawan1157 (@vorawan1157) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:56
    มีใครจะได้ยินไหมนะ. คิดๆไม่ดีได้ไหม. โอ๊ยยยภาพมาเเล้ว
    #2982
    0
  18. #2395 BuaNim96 (@BuaNim96) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 00:36
    เอ่อ...สรุปเปลี่ยนเป็นชื่อหนูแล้วหรอคริสจังงง
    #2395
    0
  19. #2394 BuaNim96 (@BuaNim96) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 00:24
    ' -เฮีย ' อีกนิด-เ-้_ 5555 ผันผิดคำเปลี่ยน
    #2394
    0
  20. #2384 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 17:14

    เปลี่ยนบรรณยากาศซะลั่นป่าเลยนะเฮีย

    #2384
    0
  21. #2174 kanokwan9449 (@kanokwan9449) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:36
    ไม่คิดว่าจะมาโป่งลึก บางกลอย ไม่งั้นไปดักรอแล้วบ้านยุก่อนถึงค่ายแก่งเนี่ย
    ^แต่ทางขึ้นบางกลอยไม่ต้องผ่านค่ายจ้า^ อิอิ
    #2174
    1
  22. #1663 BlackWolf-T (@BlackWolf-T) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 07:59
    ครั้งสองก็เอาท์ดอร์เลยนะเฮีย55555
    #1663
    0
  23. #1656 faii_parkyeol (@faii_parkyeol) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 20:38
    เฮียละมุนจังเลยค่ะ
    #1656
    0
  24. #1345 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 16:16
    ไม่หนาวแล้วล่ะ โซฮอตขนาดนนี้
    #1345
    0
  25. #1343 ntn.9846 (@nuntanoot) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 16:07
    ป่า เวลาดึกๆมันจะเงียบมากนะ แล้วเสียงดังขนาดนี้ คงรู้ทั้งคณะอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
    #1343
    0