คัดลอกลิงก์เเล้ว

[BTS x YOU] The Rule

โดย malymyne

อย่าหลงเชื่อคำพูดแค่เพียงลมปาก...

ยอดวิวรวม

172

ยอดวิวเดือนนี้

38

ยอดวิวรวม


172

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ก.ย. 63 / 21:07 น.
นิยาย [BTS x YOU] The Rule

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

The Rule

Third Story

By : malymyne

HAPPY BIRTHDAY : KIM NAMJOON

20200912

 

 


 

Kim Namjoon

 


 

You

 

Kim Wolhwa

 

 

 

 

 

สุขสันต์วันเกิดลีดเดอร์คนเก่งของเรา  เนื่องในวันเกิดของนัมจุนไรท์ก็เลยทำนิยายสั้นเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน ช่วงนี้ไรท์กำลังเตรียมแจกของในโปรเจกต์วันเกิดดังนั้นอาจจะต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ไม่ได้มีของแจกอะไรในวันเกิดเมมเบอร์เลย อย่างไรก็ตาม 12 กันยายนนี้ อย่าลืมไปแฮปปี้เบิร์ดเดย์ลีดเดอร์คนเก่งของเรานะคะ

 

คำเตือนเรื่องนี้!

1.ไม่ได้มีเจตนาจะให้ศิลปินเสื่อมเสีย เป็นเพียงเรื่องที่สร้างขึ้นมาเพื่อความสนุกเท่านั้น ห้ามลอกเลียนแบบ

2.ภาพเป็นเพียงส่วนประกอบของเนื้อเรื่อง และนำมาจาก Pinterest ไม่ได้มีเจตนาจะละเมิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใด หากแจ้งไรท์จะทำการลบตามคำบอกและตักเตือนทันที

3.อย่าแอนตี้ตัวละครใดทั้งสิ้น ใส่อารมณ์และโกรธเคืองได้เพียงแค่ใต้คอมเม้นท์ไม่ควรพาลสู่โลกความเป็นจริง

4. เรื่องนี้ผิดศีลธรรมตามหลักพุทธศาสนาไม่แนะนำให้ทำ เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อตัวคุณและคนรอบตัว

5.อย่าลืมสนุกกับการอ่านนะคะ จุ๊บๆ

 

ขอให้ มีความสุขกับการอ่านนะคะ

 

TWITTER : @malymyne

 

#malymyne

#ฟิคTheruleBTS

TWITTER : @malymyne

 

 

 

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ก.ย. 63 / 21:07


The Rule

Happy Birthday : Kim Namjoon

 

 

 

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซอนมุล , เชจู , ประเทศเกาหลีใต้

เด็กหญิงวัย 7 ปีที่กำลังนั่งเล่นตุ๊กตาอยู่กับเหล่าเพื่อนๆวัยเด็กของเธออย่างสนุกสนาน ตามประสาเด็กที่ยังไม่รู้ความ การมีเพื่อนและมีของกินอร่อยๆ ก็คงเป็นความสุขของเธอแล้วขาดก็แต่...

 

ฮวังวอนฮวา มาหาคุณครูหน่อยสิจ๊ะ” เสียงของคุณครุประจำสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเอ่ยเรียกเด็กหญิงวัยน่ารักหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนลูกคุณหนูคุณนาย

 

เมื่อเด็กหญิงหน้าตาน่ารักได้ยินก็ยกยิ้มขึ้นก่อนจะวางตุ๊กตาลงกับพื้นและลุกขึ้นมาตามคำสั่งของคุณครูผู้ดูแลทันที เด็กหญิงวิ่งมาหาหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม 

 

“นี้ คุณป้าซนซังมี เธอจะเป็นคนดูแลหนูนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะจ๊ะ” คุณครูคนสวยเอ่ยบอกกับเด็กหญิง เธอมีสีหน้าไม่เข้าใจนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น 

 

“คุณแม่...เหรอคะ?” เด็กหญิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

 

“ไม่ใช่หรอกจ๊ะ...ป้าเป็นแค่คนดูแลหนู ตอนนี้หนูมีคุณพ่อแล้วนะคะ” หญิงวัยกลางคนตรงหน้าเอ่ยบอกกับเด็กหญิงออกไป

 

“คุณพ่อ...เหรอคะ” เด็กหญิงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น

 

“ใช่จ๊ะ แต่ตอนนี้หนูยังไม่ได้เจอคุณพ่อนะคะ หนูต้องไปอยู่กับป้าก่อน เมื่อหนูโตขึ้นคุณพ่อจะมาหาหนูเอง หนูต้องเป็นเด็กดีกับคุณป้านะคะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยก่อนจะใช้มือลูบศีรษะทุยของเด็กหญิงเบาๆ 

 

“ค่ะ...ฮวาจะเป็นเด็กดีค่ะ”  

 

 

 

 

คฤหาสน์แห่งหนึ่ง , เชจู , ประเทศเกาหลีใต้

หลังจากที่เด็กหญิงได้ตกลงเช่นนั้นก็มีการเอ่ยล่ำลากับเหล่าเพื่อนๆในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและซนซังมีก็พาหญิงสาวนั่งรถยนต์คันหรู ที่แปลกตาและสบายที่สุดเท่าที่ชีวิตเด็กวัย 7 ขวบคนหนึ่งจะเคยได้นั่ง และรถก็จอดลงที่คฤหาสน์หรูหลังหนึ่งทันที 

 

“ถึงแล้วนะคะ คุณหนูฮวา” หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นทันที 

 

“ที่นี้สวยจังเลยนะคะ” เด็กหญิงเอ่ยด้วยความตื่นเต้น บ้านหรูริมทะเลช่างเป็นเรื่องราวกับความฝัน เธอรู้สึกว่ามันเหมือนเรื่องในละครที่คุณครูชอบดูเลย 

 

“ค่ะ คุณหนูชอบที่นี้ไหมคะ?” ป้าซังมีเอ่ยถามเด็กหญิงอีกรอบ

 

“สวยค่ะ แต่...คุณหนูคืออะไรคะ?” เด็กสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เธอเห็นมีแต่ในละครที่ที่อยู่ในทีวี ที่มีคนเรียกผู้หญิงสวยๆว่าคุณหนูๆ เธอก็ไม่รู้หรอกว่าคุณหนูแปลว่าอะไร 

 

“คุณหนู...แปลว่าน่ารักค่ะ” ป้าซังมีเอ่ยบอกเช่นนั้น

 

“จริงเหรอคะ งั้นหนูสามารถเรียกป้าซังมีว่าคุณหนูได้ไหมคะ?” เด็กหญิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย ป้าซังมีที่เห็นเช่นนั้นก็แทบจะหลุดยิ้มในความใสซื่อของเด็กหญิงทันที 

 

“ไม่ได้หรอกค่ะ ชื่อนี้มีไว้ให้คนในบ้านเรียกคุณหนูฮวาเท่านั้นนะคะ” ซังมีพยายามบอกกับเด็กหญิงให้เข้าใจ ซังมีรู้สึกได้ทันทีว่าเด็กหญิงคนนี้ช่างบริสุทธิ์ราวกับผ้าขาว 

 

“งั้นเหรอค่ะ แล้ว...หนูจะได้เจอคุณพ่อของหนูเมื่อไหร่คะ?” เด็กหญิงเอ่ยถามอีกครั้ง 

 

“เมื่อถึงเวลานะคะ...ตอนนี้คุณพ่อของคุณหนูอยู่ต่างประเทศหากคุณพ่อของหนูทำงานเสร็จแล้ว คุณพ่อจะมาหาคุณหนูแน่นอนนะคะ” ซังมีเอ่ยบอกกับเด็กหญิง 

 

 

“งั้น...ฮวาจะรอนะคะ” เด็กหญิงเอ่ยพรางพยักหน้าตอบกลับ 

 

“และหลังจากนี้คุณหนูคือ คิมวอลฮวานะคะ จะไม่มีฮวังวอลฮวาอีกแล้วนะคะ เข้าใจไหมคะคุณหนู” ซังมีเอ่ยถามเด็กหญิงอีกครั้ง

 

“ค่ะ เข้าใจค่ะ”

 

 

 

 

 

 

12 ปีผ่านไป

แสงอาทิตย์สาดส่องเข้าสู่ห้องนอนสีชมพูหวานแว่วของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง นาฬิกาปลุกสีหวานบ่งบอกเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลา 09.00 แล้ว 

 

ก็อกๆ 

 

เสียงดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่ร่างของหญิงคนหนึ่งจะค่อยๆเปิดประตูออกมาเข้ามา ร่างของหญิงวัยชรามองร่างของหญิงสาวที่กำลังนอนหลับใหลอยู่ก่อนจะยกยิ้มและใช้มือที่เหี่ยวย่นของเธอค่อยๆลูบศีรษะของหญิงสาวเบาๆ

 

จากเด็กหญิงตัวน้อยในวัย 7 ขวบวันนั้นที่เธอเฝ้าดูแลทะนุถนอมมาอย่างดีจนตอนนี้เธอมีอายุได้ 19 ปีและกำลังจะ 20 ปีในวันพรุ่งนี้ ซังมีรู้สึกรักหญิงสาวคนนี้ราวกับลูกสาวของตัวเอง แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลของมันเสมอ เธอก็ทำไปเพราะเงินและหน้าที่เท่านั้น 

 

“คุณหนูคะ...ตื่นได้แล้วค่ะ” เสียงเย็นของซังมีเอ่ยเรียกหญิงสาวที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติอยู่ขึ้น 

 

“อืมมม” หญิงสาวเมื่อได้ยินและถูกรบกวนจากพี่เลี้ยงอย่างซังมีก็รู้สึกตัวขึ้นก่อนจะบิดร่างกายไปมาและเริ่มใช้สายตาปรับโฟกัสไปรอบๆอีกครั้ง

 

“คุณหนูรีบอาบน้ำนะคะ แล้วรีบลงมาทานข้าวนะคะ” ซังมีเอ่ยบอกกับหญิงสาวไปเช่นนั้น เมื่อเธอเริ่มปรับทุกอย่างในสมองให้เข้าทีเธอก็พยักหน้าเข้าใจทันที 

 

“ค่ะ เดี๋ยวฮวาเสร็จแล้วจะรีบลงไปนะคะ” หญิงสาวเอ่ยพรางยกยิ้มขึ้นให้กับคนอายุมากกว่า 

 

 

 

 

 

ห้องอาหาร

หลังจากที่หญิงสาวทำธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบลงมายังห้องอาหารก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะพร้อมมองเมนูอาหารด้วยสายตาแห่งความตื่นเต้น

 

“ฮู้ว! น่าทานมากๆเลยนะคะ” วอลฮวาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้น 

 

“งั้นทานเยอะๆนะคะคุณหนู พรุ่งนี้คุณหนูก็จะครบอายุ 20 แล้วโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะคะคุณหนู” ซังมีเอ่ยพรางลูบศีรษะของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู 

 

“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวเอ่ยพรางใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย 

 

“เป็นอย่างไงบ้างคะ?” ซังมีเอ่ยถามหญิงสาวขึ้น 

 

“อร่อยมากๆเลยค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไป ซังมีที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ยื่นยิ้มด้วยความปลื้มปริ่มในหัวใจ 

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง , เชจู , ประเทศเกาหลีใต้

รถยนต์คันหรูจอดเทียบเข้ากับมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อนที่เธอจะก้าวลงจากรถด้วยชุดกระโปรงสั้นระดับหน้าขาเสื้อสเวตเตอร์สีครีมกับโค้ทสีครีมเช่นกัน พร้อมกับกระเป๋าสะพายราคา 7 ล้านวอน ก่อนจะปิดประตูรถและเดินเข้ามหาวิทยาลัยทันที 

 

“สวัสดีค่ะคุณหนู” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนที่วอลฮวาจะหลุดขำออกมา 

 

“อะไรกัน จูยอน” หญิงสาวเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทของตัวเองทันที เมื่อเห็นว่าเธอหาเรื่องแซวเธอจนได้อีกแล้ว 

 

“ก็แหม เห็นเธอมามหาวิทยาลัยทีไร ใครๆก็เรียกเธอแบบนั้นทุกที ฉันก็เลยอยากรู้ว่าเรียกเธอแบบนั้นเธอจะหันมาบ้างหรือเปล่า งั้นเป็นข้อพิสูจน์ว่าเธอหัน” จูยอนเอ่ยก่อนจะดีดนิ้วเพื่อเป็นการยืนยันว่าความสงสัยของเธอได้ถูกเฉลยแล้ว 

 

“แกก็...ฉันไม่ได้เป็นลูกคุณหนูแบบนั้นซะหน่อย คนอื่นๆเขาก็วิเคราะห์ไปจากสิ่งที่เห็นแค่นั้นเอง แกก็ไม่ต้องมาฉันว่าคุณหนูแบบที่คนอื่นเรียกหรอกนะ” วอลฮวาเอ่ยก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดแขนของเพื่อนสาวคนสนิท

 

“จ๊ะๆ งั้นเดี๋ยวเราเข้าไปเรียนกันดีกว่าไปเถอะ” เมื่อจูยอนบอกเช่นนั้นเธอก็รีบควงแขนเพื่อนสาวคนสนิทของเธอให้เดินเข้าห้องเรียนไปทันที

 

 

 

 

ห้องเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ห้องเรียนรวม

เมื่อเดินเข้ามาในห้องเรียนที่ชั่วโมงนี้เป็นชั่วโมงเรียนรวมของเหล่านักศึกษานิเทศศาสตร์ ทำให้นักศึกษาเยอะมากกว่าปกติ มีทั้งเหล่านักเรียนหญิงและนักเรียนชายที่ต่างมองมาที่เธอด้วยสายตาแห่งความหลุ่มลง

 

ถ้าถามว่า คิมวอลฮวา...คือใคร? เธอคือดาวคณะนิเทศศาสตร์และเป็นดาวของมหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนต่างให้ขนานนามเธอว่า ‘นางฟ้าบนดิน’ด้วยบุคลิก ท่าทาง หน้าตา ผิวพรรณ รวมไปถึงนิสัยที่เป็นที่ถูกอกถูกใจของทุกคนในมหาวิทยาลัยไม่ว่าชายหรือหญิง การที่ได้เจอ คิมวอลฮวาตัวจริง เหมือนเป็นความฝันของทุกคน 

 

“วอลฮวามาแล้วเหรอ...นั่งตรงนี้เลยๆ” เสียงของเพื่อนร่วมคลาสอย่าง ‘พัคมินจู’ ที่ดูจะเทคแคร์เธอเป็นพิเศษ เอ่ยบอกกับเธอ วอลฮวาเป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่เป็นอยู่แล้วจึงพยักหน้าตอบรับไป แต่จูยอนไม่ค่อยชอบหญิงสาวคนนี้เท่าไหร่นัก ดูเหมือนเธอจะปกปิดตัวตนของตัวเองอยู่ 

 

“ขอบคุณนะมินจู” วอลฮวาเอ่ยขอบคุณเธอไป

 

“ไม่เป็นไรหรอก เรายินดี แต่คราวหลังถ้าเธอมาคนเดียวมาคุยกับเราก็ได้ เผื่อบางวันจูยอนไม่มา เราก็อยากเป็นเพื่อนกับเธอเหมือนกัน” มินจูเอ่ยพรางยกยิ้มขึ้น 

 

“ได้สิ แต่เรากับจูยอนไม่ค่อยขาดเรียนหรอก” วอลฮวาเอ่ยตอบกลับไป 

 

“อืม แต่เราอยากเป็นเพื่อนเธอนะ” หญิงสาวเอ่ยตอบกลับมา 

 

“ได้สิ...เป็นเพื่อนกับเราได้อยู่แล้ว” วอลฮวาเอ่ยตอบก่อนจะยกยิ้มให้ ผิดกับเพื่อนของเธออย่างจูยอนที่ไม่ชอบการกระทำทุกอย่างของผู้หญิงคนนี้เอาซะเลย เห็นแล้วมันรำคาญลูกตาเธอชะมัด 

 

“วอลฮวา...” เสียงของใครบางคนเอ่ยเรียกเธอ ก่อนที่วอลฮวาจะหันไปพบกับเขา ชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังยืนด้วยใบหน้าที่มีสีแดงก่ำพรางเกาศีรษะของตัวเองแก้เก้อ 

 

“มีอะไรเหรอ?” วอลฮวาเอ่ยถามออกไป 

 

“พอดี...เราผ่านร้านคาเฟ่แล้วเห็นว่าเธอชอบทานเค้กบลูเบอร์รี่ ฉันเลยซื่อมาฝากนะ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบกลับไป 

 

“จริงเหรอ ขอบคุณนายมากๆนะ แทฮยอง” หญิงสาวเอ่ยตอบพรางยกยิ้มขึ้น 

 

“จะเป็นการรบกวนไหมถ้าเราจะ...ขอนั่งตรงนี้ด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทีเคอะเขิน วอลฮวาไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธอะไรออกไป เธอกลับยิ้มและตอบรับชายหนุ่ม

 

“ได้สิ” เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มด้วยความดีใจทันที 

 

“ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มเอ่ยพรางนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆหญิงสาวทันที จนคนทั่วไปต่างปรบมือให้กับความกล้าของเขาเพราะใครต่อหลายคนต่างอยากทำเช่นนี้กันทั้งนั้น แต่มันติดที่ว่า...วอลฮวาจะอยู่สูงเกินไป 

 

“วอลฮวานิสัยดีจัง ให้เพื่อนผู้ชายนั่งด้วย” เสียงของมินจูเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มขึ้นให้กับวอลฮวา วอลฮวาไม่ได้ตอบอะไรออกมา ทำเพียงแค่ยิ้มตอบกลับเท่านั้น 

 

แต่คำพูดของเธอกลับไม่เข้าหูของจูยอนอย่างมาก แต่จูยอนก็รู้ดีว่าถึงยังไงถ้าพูดอะไรออกไป วอลฮวาก็คงไม่คิดอะไรมากและปล่อยมันผ่านไปอยู่ดี 

 

 

หลังจากเลิกเรียนได้ไม่นานจูยอนที่เห็นว่าคนรอบข้างเริ่มออกไปหมดเลย จึงตัดสินใจเอ่ยบอกกับวอลฮวาออกไปจากความรู้สึกของเธอ

 

“ฮวา...เมื่อกี้ได้ยินที่มินจูพูดหรือเปล่า ตอนที่แทฮยองขอมานั่งกับเธอนะ” เมื่อวอลฮวาได้ยินเช่นนั้นเธอก็พยักหน้าตอบกลับไป

 

“ต้องได้ยินสิ ฉันไม่ได้หูหนวกนะ” 

 

“ก็ใช่...ถึงสีหน้ายัยนั้นจะแสดงออกมาเหมือนไม่มีอะไร แต่คำพูดของยัยนั้นมันไม่ได้แสดงออกมาเหมือนสีหน้ายัยนั้นหรอกนะ” จูยอนเอ่ยบอกกับเธอ

 

“อย่าคิดมากเลยจูยอน มินจูอาจจะแค่พูดออกมาเฉยๆก็ได้” วอลฮวาเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก 

 

“ให้ตายเถอะ แม่พระเกินไปแล้วนะ” จูยอนเอ่ยพรางเสยผมด้วยความหงุดหงิดที่เพื่อนสาวของเธอดันแสดงออกมาซะยิ่งกว่าแม่พระเสียอีก

 

“ไม่ได้แม่พระซะหน่อย ก็บางทีเราว่าเธออาจจะคิดมากไป มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้นะจูยอน” และก็เป็นแบบนี้แทบทุกครั้ง วอลฮวาใจอ่อนกับทุกอย่างจนจูยอนเริ่มชินกับมันแล้ว 

 

“เออๆ เอาเถอะ ว่าแต่พรุ่งนี้วันเกิดเธอหนิ ไปไหนหรือเปล่า?” จูยอนเอ่ยถามหญิงสาวอีกครั้ง 

 

“คงอยู่ที่บ้านนะ มันเป็นแบบนี้ทุกปี วันเกิดฉันคนที่บ้านมักจะจัดงานเลี้ยงฉลองที่บ้านเสมอ” วอลฮวาเอ่ยบอกกับเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ

 

“เหรอ...แย่จัง งั้นว่างๆ แล้วไปคาเฟ่กัน ฉันเลี้ยงเองเนื่องในวันเกิดเธอดีไหม?” จูยอนเอ่ยถามเพื่อนสาวของเธออีกครั้ง วอลฮวามีท่าทีคิดเล็กน้อย 

 

“อืม โอเค  เราจะกินให้จูยอนหมดตัวเลย” 

 

 

 

 

1 วันผ่านไป

คฤหาสน์แห่งหนึ่ง , เชจู , ประเทศเกาหลีใต้

 

 

หญิงสาวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันเกิดครบรอบ 20 ปีของเธอ เธอรู้สึกว่าวันนี้คือวันที่เธอจะได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มตัวเสียที 

 

“ยี่สิบแล้วเหรอเนี่ย...”  หญิงสาวเอ่ยพรางบิดตัวไปมา หลังจากตื่นนอน ก่อนที่เธอจะลุกจากเตียงไปทำธุระส่วนตัวเช่นทุกวัน 

 

 

 

 

 

ห้องอาหาร

หญิงสาวลงมาที่ชั้นล่างของคฤหาสน์ พบกับป้าซนที่กำลังยืนยิ้มรับหญิงสาวในเช้านี้ ด้วยรอยยิ้มที่แสนสดใสเช่นทุกวัน พร้อมกับเค้กที่ถูกเขียนไว้ว่า

‘ HAPPY BIRTHDAY KIM WOLHWA’ 

หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มด้วยความดีใจ ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปกอดร่างของป้าซน ผู้มีบุญคุณดั่งแม่แท้ๆของเธอด้วยความรัก 

 

“ขอบคุณนะคะป้าซน” หญิงสาวเอ่ยพรางกอดหญิงชราด้วยความรัก 

 

“สุขสันต์วันเกิดนะคะคุณหนู” ป้าซนเอ่ยพรางกอดตอบหญิงสาวอีกครั้ง 

 

“ยี่สิบแล้ว ฮวารู้สึกแก่จังเลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแซวตัวเองกับป้าซนอย่างสนิทสนม 

 

“โตแล้ว คุณหนูต้องดูแลตัวเองแล้วนะคะ ป้าอาจจะไม่ได้ดูแลคุณหนูได้บ่อยๆเหมือนแต่ก่อนแล้วนะคะ” ป้าซนเอ่ยพรางลูบหัวหญิงสาวด้วยความรัก วอลฮวาได้ยินเช่นนั้นก็หน้างอทันที 

 

“ทำไมพูดแบบนั้นละคะ ฮวาไม่ชอบเลย ป้าซนต้องอยู่กับฮวาไปนานๆนะคะ” หญิงสาวเอ่ยพรางออดอ้อนฟญิงชรา 

 

“ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกค่ะคุณหนู ใช่สิ วันนี้เลิกเรียนแล้วรีบกลับมาบ้านด่วนๆเลยนะคะ วันนี้คุณหนูมีนัดสำคัญ” เมื่อป้าซนเอ่ยเช่นนั้น วอลฮวาก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจทันที 

 

“นัด...อะไรเหรอคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

 

“วันนี้คุณพ่ออยากเจอคุณหนูนะคะ” เมื่อหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกเป็นประกายตามประสาเด็กที่ไม่ได้เจอผู้มีพระคุณของเธอมานาน

 

“จริงเหรอคะ?” วอลฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น 

 

“จริงสิคะ แต่ตอนนี้คุณหนูต้องไปเรียนแล้วนะคะ รีบไปเถอะค่ะ อย่าลืมนะคะ เลิกเรียนแล้วให้รีบกลับบ้านเลย” ป้าซนเอ่ยย้ำกับหญิงสาวอีกครั้ง 

 

“ได้เลยค่ะ” หญิงสาวจึงรีบเดินทางไปเรียนทันที เมื่อหญิงชราอย่างซนซังมีเห็นว่าหญิงสาวออกไปไกลแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้

 

“ป้าคงช่วยอะไรคุณหนูไม่ได้มาก...หน้าที่ของป้ากำลังจะหมดแล้วละคะ...”

 

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง , เชจู , ประเทศเกาหลีใต้

ห้องเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ห้องเรียนรวม

หญิงสาวที่เดินเข้ามาในคณะเร่งรีบกว่าทุกวัน เนื่องจากเธอดันลืมดูเวลาที่วิชาแรกกำลังจะเริ่มเสียดาย จึงทำให้เธอรีบที่จะเดินเข้ามาในห้องเรียนก่อนที่อาจารย์ประจำวิชาจะเข้ามา หากอาจารย์เข้าแล้วนักศึกษาคนไหนมาสายกว่าอาจารย์คงโดนเช็คขาดแน่ๆ 

 

“จูยอน!” หญิงสาวรีบเอ่ยชื่อเพื่อนของเธอทันทีที่เดินเข้ามา จูยอนที่เห็นเพื่อนสาวของเธอก็รีบโบกไม้โบกมือเรียกทันที 

 

“ทางนี้ฮวา!” จูยอนเอ่ยเรียก ก่อนที่วอลฮวาจะรีบเดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ที่เพื่อนของเธอจองไว้ให้ และสายตาของเธอก็ไปสบกับชายหนุ่มอีกคนที่กำลังยิ้มอยู่ข้างๆเธอ 

 

“อันนยองนะ วอลฮวา..” เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่วอลฮวาจะทำเพียงแค่ยิ้มและทักทายตอบกลับไป

 

“อันนยองนะแทฮยอง” วอลฮวาเอ่ยทักทายตามประสาเพื่อนร่วมคลาสเช่นทุกวัน แต่วันนี้บรรยากาศมันดูแปลกตาไปสำหรับห้องเรียนที่มีแต่คนจับจ้องมือถือกันไปหมด

 

“วันนี้มันมีอะไรหรือเปล่า ทำไมทุกคนจ้องมือถือแบบนี้ละ?” วอลฮวาเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

 

“ข่าวเด็ดเลยละ ผู้บริหารมหาลัย กำลังจะเดินทางมาที่เชจู ทุกคนก็ต่างให้ความสนใจทั้งนั้น เพราะผู้บริหารนะ ทั้งหล่อ ใจดี มีเงิน แต่น่าเสียดายที่ดันแต่งงานไปได้เกือบ 5 ปีแล้วนะสิ” จูยอนเอ่ยพรางร้องออกมาด้วยความเสียดาย

 

“แล้วทำไมเหรอ?” วอลฮวาเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

 

“ก็ข่าวมีการประกาศกันไปทั่วนะสิ ว่าภรรยาผู้บริหารนะ อนุญาตให้สามีไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยได้ ใครๆเขาก็ว่าแต่งงานเพราะต้องการให้ตระกูลที่มีชื่อเสียงทั้งสองตระกูลดำรงอยู่เท่านั้น ไม่ได้แต่งงานเพราะความรักหรอก ถึงจะมีลูกด้วยกันถึงสองคนก็เถอะ” แทฮยองที่นั่งอยู่ข้างๆก็เอ่ยตอบกลับมาเช่นนั้น 

 

“ใช่แล้วเธอคิดดูนะว่าผู้บริหารนะ ไม่ได้มีแค่มหาลัยอย่างเดียวหรอกนะ มีธุรกิจทั้งในและต่างประเทศอีกเกือบ 10 อย่าง ฉันเองก็จำไม่ได้หรอก แต่สำหรับผู้ชายวัย 35 ปีนะ ทำงานและมีเงินขนาดนั้น แถมหน้าตาก็หล่อเอามากๆ ใครๆก็อยากได้ทั้งนั้นแหละ แต่เขาว่ากันว่า ผู้บริหารนะ แอบเลี้ยงเด็กไว้แล้ว ฉันละสงสารลูกๆของเขาจริงๆเลย” จูยอนเอ่ยบอกกับหญิงสาวกลับไป

 

“อ้อแบบนี้นี่เอง” วอลฮวาพยักหน้าเข้าใจทันที 

 

“แต่การที่ผู้หญิงไปเป็นบ้านเล็กบ้านน้อยมันก็คงไม่สมควรหรอกมั้ง ถ้าเราจะพูดในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ถ้าเรามีครอบครัวทั้งที แต่ไม่ได้รักกัน เราก็เลือกที่จะไม่แต่งงานดีกว่า ขออยู่หาคนถูกใจไปก่อนดีกว่าเนอะ” แทฮยองเอ่ยตอบกลับมา วอลฮวาก็ทำได้แต่ยิ้มแห้งๆ พรางพยักหน้ากลับไป 

 

“ว่าแต่...สุขสันต์วันเกิดนะฮวา”  จูยอนเอ่ยพรางยื่นกล่องของขวัญสีชมพูน่ารักให้กับเธอ

 

“ขอบคุณนะจูยอน” หญิงสาวเอ่ยด้วยความดีใจ

 

“อ้าว วันนี้วันเกิดวอลฮวาเหรอ?” แทฮยองที่นั่งอยู่ข้างๆก็เอ่ยถามทันที 

 

“อืมใช่แล้วละ” หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไป

 

“ตายจริง...เราไม่รู้เลย ไม่มีอะไรมาด้วย งั้นสุขสันต์วันเกิดไว้ก่อนนะ เดี๋ยวเราเอาของขวัญมาให้ทีหลัง” ชายหนุ่มเอ่ยพรางยกยิ้มจนปากเป็นรูปสี่เหลี่ยม 

 

“ขอบคุณนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก แค่อวยพรเราก็ดีใจแล้ว” เธอเอ่ยตอบกลับ 

 

“สุขสันต์วันเกิดนะวอลฮวา” เสียงของใครอีกคนดังขึ้นก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาหาหญิงสาวพร้อมส่งยิ้มบางๆให้กับเธอ

 

“อืม ขอบคุณนะมินจู” หญิงสาวเอ่ยออกไป 

 

“ยินดีด้วยนะ เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว...” มินจูเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ออกแนวประชดประชันเล็กน้อยแต่วอลฮวาก็ไม่ได้ถือสาอะไรมากนัก แค่ยิ้มตอบกลับไป จูยอนที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่กระตุกมือเพื่อนสาวของตัวเองเอาไว้ 

 

“ฮวา...”

 

“งั้นเราขอเรียนก่อนนะมินจู” วอลฮวาเลือกที่จะตัดบทก่อนจะนั่งลงที่เดิมทันที จูยอนที่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็ได้แต่รู้สึกหมั่นไส้กับผู้หญิงคนนี้

 

“เมื่อไหร่ยัยบ้านี้จะเลิกวุ่นวายกับเธอเสียที” จูยอนเอ่ยด้วยความรู้สึกครุกรุ่น 

 

“เอาเถอะเรามาเรียนกันดีกว่าอย่าเสียเวลาเลย” วอลฮวาเอ่ยเตือนสติของเพื่อนเธออีกครั้ง 

 

“เบื่อจริงๆเลย ยัยแม่พระนี้!” จุยอนได้แต่ข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ 

 

 

 

 

คฤหาสน์แห่งหนึ่ง , เชจู , ประเทศเกาหลีใต้

หลังจากที่เรียนเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบเดินทางกลับบ้านตามคำสั่งของป้าซนทันที หญิงสาวที่รู้สึกตื่นเต้นกับการได้เจอพ่อบุญธรรมที่ส่งเสีย และให้ป้าซนเลี้ยงดูเธอมาตลอดหลายปี 

 

“คุณหนูอย่าลืมแต่งตัวชุดที่ป้าเตรียมเอาไว้ให้แล้วก็รีบลงมานะคะ เดี๋ยวคุณท่านจะรอนาน” ป้าซนเอ่ยกำชับกับเธออีกครั้ง หญิงสาวก็รีบพยักหน้าด้วยความตื่นเต้นทันที 

 

“ค่ะ!” 

 

 

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงหญิงสาวเดินลงมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พร้อมกับชุดที่ป้าซนเป็นคนเตรียมไว้ให้ เดรสสีดำสนิทที่แหวกอกเสียจนเธอรู้สึกเย็นวูบวาบไปหมด ความยาวเดรสที่แทบจะปดปิดขาของเธอได้ไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ 

 

 

“คือ...ทำไมต้องเป็นชุดนี้เหรอคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามออกไป

 

“เอาเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าเตรียมเสื้อคลุมไว้ให้เผื่อหนาวนะคะ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วละคะ ขอให้คุณหนูมีความสุขมากๆในวันเกิดแล้วก็อย่าลืมนะคะ คุณพ่อรักคุณหนูมากๆ คุณหนูก็ต้องรักคุณพ่อมากๆนะคะ” ป้าซนเอ่ยบอกกับหญิงสาวอีกครั้ง 

 

“ค่ะ หนูจะรักคุณพ่อมากๆนะคะ” หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไป

 

“ค่ะ รีบไปได้แล้วค่ะคุณหนู” ป้าซนที่แอบเช็ดคราบน้ำตาของตัวเองเล๋กน้อยก่อนที่จะรีบไล่ให้หญิงสาวขึ้นรถออกไปทันที เธอได้แต่รู้สึกแย่กับสิ่งที่เธอไม่สามารถทำได้

 

“ป้าขอโทษนะคะ...ที่ทำให้คุณหนูมีชีวิตดีๆ ได้แค่นี้” 

 

 

 

 

ภัตตาคารแห่งหนึ่ง

รถหรูจอดลงที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง พร้อมกับการ์ดนับยี่สิบคนกำลังยืนอยู่ด้านหน้า ก่อนที่หญิงสาวจะก้าวลงจากรถ เมื่อการ์ดทั้งเห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ยบอกกับเธอทันที 

 

“เชิญทางนี้ครับคุณหนู” บอดี้การ์ดคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินนำเธอไปที่ลิฟต์ตัวหนึ่ง ก่อนจะกดที่ชั้นบนสุดของตึกทันที

 

ลิฟต์เลื่อนมาจนถึงชั้นสูงสุดของตึกอย่างชั้นที่ 45 ก่อนที่จะจอดลงพร้อมกับบรรยากาศของร้านอาหารระดับห้าดาวที่หญิงสาวไม่เคยทานมาก่อน ร้านที่ทำแบบ Glass House มีเพียงกระจกเป็นกำแพงและหลังคา ทำให้มองเห็นหมู่ดาวมากมายบนท้องฟ้า 

 

“เชิญครับคุณหนู” เมื่อเดินมาเรื่อยๆ ก็เจอเขากับชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้พร้อมกับกำลังจิบกาแฟดำแก้วหรูอยู่ การืดคนดังกล่าวผายมือไปที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขาพร้อมกับเลื่อนให้หญิงสาวได้นั่งลง

 

เมื่อการ์ดคนดังกล่าวเดินออกไปก็มีเพียงเสียงเงียบที่ครอบงำไปทั่วบริเวณ เพราะตอนนี้ไม่มีใครอยุ่บนชั้นนี้นอกจากชายที่กำลังดื่มกาแฟตรงหน้ากับเธอเท่านั้น 

 

“ดีใจนะ ที่ได้เจอเธอ คิมวอลฮวา” เสียงชายตรงหน้าเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเงยหน้าจากกาแฟดำมามองที่เธอ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยที่เธอเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าชัดๆ 

 

ใบหน้าหล่อพร้อมยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ จ้องมองร่างบางของหญิงสาวที่ใส่ชุดล่อแหลม ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยเสียงนุ่มทุ้มอีกครั้ง 

 

“ไม่ดีใจเหรอที่ได้เจอพ่อนะ” หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจไม่น้อยที่คนตรงหน้าพูดออกมาแบบนั้น 

 

“พ่อ...คุณคือพ่อที่เลี้ยงฮวามาเหรอคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความตกใจอีกครั้ง 

 

“ถ้าจะบอกว่าใช่...เธอจะเชื่อฉันไหมละ?” วอลฮวาแทบจะเป็นล้ม เพราะในหัวของเธอที่คิดภาพเอาไว้คือชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับป้าซนที่เป็นคนเลี้ยงเธอมา ไม่ใช่ชายหนุ่มรูปงามแบบนี้ 

 

“คะ...คุณจริงๆเหรอคะ...อวาคิดว่าน่าจะอายุสัก 50-60 เสียอีก...” ฮวาเอ่ยถามออกไปตามประสาเด็กไร้เดียวสาทำให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเล็กน้อย 

 

“หึ...พ่อคนนะ ไม่จำเป็นต้องอายุมากขนาดนั้นหรอกนะ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบกลับไป 

 

“คุณ...ชื่ออะไรเหรอคะ ตั้งแต่อยู่มา ฮวายังไม่ทราบชื่อคุณพ่อเลย” หญิงสาวเอ่ยถามออกมาด้วยความตื่นเต้น 

 

คิมนัมจุน...ฉันชื่อคิมนัมจุน”  ชายหนุ่มเอ่ยตอบกลับมา วอลฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่พยักหน้าตอบกลับไป เธอมีคำถามมากมายเลยที่อยากจะถามพ่อ แต่พอเห็นคนตรงหน้าที่ไม่ต่างจากพี่ชายของเธอ เธอก็ไม่กล้าถามขึ้นมา 

 

“คือ...” วอลฮวามีท่าทีอึกอักเล็กน้อย 

 

“กลัวฉันงั้นเหรอ? ไม่ต้องกลัวหรอกนะ...ฉันไม่มีอะไรน่ากลัว” ชายหนุ่มเอ่ยพรางยกยิ้มขึ้น เพื่อให้คนตรงหน้าไว้วางใจ 

 

“ทำไมคุณพ่อถึงเพิ่งให้ฮวาเจอตอนนี้ละคะ แถมต้องรอตั้งหลายปี รู้ไหมว่าฮวาอยากเจอคุณพ่อมากขนาดไหน” หญิงสาวเอ่ยตอบกลับมาด้วยความน้อยใจ 

 

“โถ่..เด็กน้อย ฉันนะเฝ้ามองเธอตลอดเวลา แต่หน้าที่การงานของฉันเองก็ต้องมีเช่นกัน” ชายหนุ่มเอ่ยพรางกรนหัวเราะออกมา 

 

“ก็คุณพ่อคะ...เวลามีงานที่โรงเรียนป้าซนก็ไปให้หนูตลอด หนูก็อยากจะมีพ่อแม่เหมือนคนอื่นๆเขานิคะ” หญิงสาวเอ่ยตอบกลับมา 

 

“เอาเถอะ...งั้นวันนี้ฉันจะชดใช้เวลาที่หายไป 12 ปีให้กับเธอทั้งวันทั้งคืนเลย...”  

 

 

 

 

คฤหาสน์ตระกูลคิม , เชจู , ประเทศเกาหลีใต้

หญิงสาวที่เพิ่งตื่นขึ้นมาได้ไม่นานรู้สึกได้รับรู้กับทุกเรื่องที่เธอควรจะได้รู้และเธอก็รู้สึกว่ามันคือความแปลกใหม่ที่กำลังจะเผชิญ หญิงสาวได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มที่ให้ขนานนามว่า ‘พ่อบุญธรรม’ 

ชายหนุ่มรับเลี้ยงเธอเอาไว้ในความดูแลตั้งแต่เธออายุ 7 ขวบแต่ด้วยภาระและธุรกิจที่ไม่ดีนักในตอนนั้นทำให้เขาจำเป็นที่จะต้องโหมงานอย่างนักเพื่อจะได้ชีวิตที่ดีเหมือนแต่ก่อนคืนมา ซึ่งเขาใช้เวลาราว 4 ปีกว่าและหลังจากนั้นเขาก็ได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่งตามสัญญาธุรกิจนั้นเอง ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกผิดบาปอะไรแต่อย่างใด กลับกันเธอกลับรู้สึกดีที่มีทั้งพ่อ สามีและทุกๆอย่างของเธอในคนคนเดียวกัน และเขาสัญญาว่าเธอจะได้กลายเป็นภรรยาที่แท้จริงของเขาคนเดียวแน่นอน เธอได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจที่เธอไม่ได้เป็นคนที่เข้าไปทำลายครอบครัวของใคร

 

“ตื่นแล้วเหรอคะยัยหนู” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเรียกขึ้นก่อนจะลูบศีรษะของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู 

 

“ตื่นแล้วสิคะ...แล้วแด๊ดดี้ไม่ไปทานข้าวเหรอคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มกลับไป 

 

“ก็ไปสิคะ...” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะลุกเดินเข้าห้องน้ำไปทันที หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มขึ้นมา รอยยิ้มของเธอเองแปลกไปราวกับเป็นคนละคน เธอไม่ใช่คิมวอลฮวาที่ทุกคนรู้จักอีกต่อไป

 

วอลฮวาคิดว่าชีวิตของเธอคงจะมีความสุขแล้ว หากได้เจอคนที่เธอคิดว่าเขารักเธอและเธอก็รักเขาเช่นนี้ เธอคงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

 

 

 

 

มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง , เชจู , ประเทศเกาหลีใต้

ห้องเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ห้องเรียนรวม

หญิงสาวเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ห้องเรียกอีกครั้ง แต่สายตาของคนรอบข้างนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนกับที่เคยเป็น ทุกคนจับจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่คนเดียวกลางห้อง พรางซุบซิบนินทาแต่เธอเองก็ไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าเขาพูดอะไรกัน

 

“ฮวา!” เสียงเรียกของเพื่อนสนิทของเธออย่างจูยอนดังขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ตื่นตระหนกของเธอ พร้อมกับชายข้างกายอย่างแทฮยองที่อยู่ในสภาพเดียวกันกับจูยอน 

 

“มีอะไรเหรอ?” 

 

“เธอไม่ได้...ไปเป็นเมียน้อยของผู้บริหารใช่ไหม?” คำถามของจูยอนทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่หญิงสาวทำเพียงแค่ยิ้มและตอบกลับไปเท่านั้น

 

“ผู้บริหารชื่ออะไร ฉันยังไม่ทราบเลย” เธอเอ่ยติดตลก 

 

“ก็มีข่าวว่าผู้บริหารกับเธอเดินหิ้วกันเข้าคฤหาสน์ตระกูลคิมนะสิ แถมภาพยังชัดด้วย” แทฮยองเอ่ยก่อนจะยื่นรูปภาพที่ถ่ายเอาไว้ให้ดู  

 

ภาพแทบเอาเธอลมจับเมื่อคนในภาพคือเธอในชุดเมื่อวานและคนข้างกายที่เขาว่ากันว่าเป็นผู้บริหารมหาลัยหรือเรียกสั้นๆว่าอธิการบดีคือ คิมนัมจุน คนที่ได้ขนานนามว่า ‘พ่อบุญธรรม’  

 

“อธิการคิมเนี่ย...ภรรยาดุใช่เล่นเลยนะ ไม่มีทางหรอกที่ผู้หญิงในภาพจะได้เป็นภรรยาตัวจริง อีกอย่างนะสำนักข่าวเพิ่งประกาศว่า ลูกชายกับลูกสาวของเขา คือพัคจีมิน เดือนคณะบริหารกับ...เฮ้อไม่อยากจะเชื่อ พัคมินจูยังไงละ สองคนนี้เป็นฝาแฝดกัน แต่หน้าไม่เหมือนกันสักนิด ฉันแทบจะไม่เชื่อด้วยซ้ำ” จูยอนเอ่ยออกมา ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกตกใจไม่น้อยที่ได้ยินเช่นนั้น 

 

“อ้าว ฮวาจะไปไหนละ!” แทฮยองที่เห็นว่าวอลฮวาวิ่งออกไปก็เอ่ยถามทันที 

 

 

 

หญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์ของตัวเองก่อนจะกดโทรออกด้วยมือที่สั่นเทาด้วยความเจ็บปวดในหัวใจ เธอคิดว่าเขามีเพียงแค่ภรรยาที่พร้อมจะหย่าแค่เท่านั้น แต่นี้อะไรกัน...เขามีลูกอยู่แล้วด้วยซ้ำ 

 

[ฮัลโหล...โทรมาทำไมตอนนี้] ปลายสายเสียงดุขึ้นมาทันที 

 

“ฮึก...คุณจะเลิกกับภรรยาคุณจริงๆใช่ไหม ทำไมคุณไม่บอกว่าคุณเป็นผู้บริหารมหาลัยฮวา ทำไมคุณไม่บอกว่าคุณมีลูกแล้ว!” วอลฮวาเอ่ยถามออกมาด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ 

 

[เงียบนะๆ ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ภรรยาฉันทราบดีเรื่องฉันมีบ้านเล็กบ้านน้อย แต่ห้ามพูดว่าฉันจะให้เธอเป็นภรรยาคนเดียวของฉันออกไป เพราะมันไม่มีวันนั้นอยู่จริง] 

 

“คุณโกหกฮวาทำไม!”

 

[ไม่ได้โกหก แต่ฉันเลี้ยงดูเธอเพื่อมาเป็นแบบนี้ ไม่เชื่อเธอก็กลับไปหาป้าซนที่รักของเธอดูแล้วเธอจะรู้ว่าฉันเลี้ยงเธอมาเพื่ออะไร เธอเกิดมามีค่าแค่นี้สาวน้อย ช่วยไม่ได้ที่เธอจะต้องมีค่าแค่นี้ต่อไป เพราะทั้งหมด มันคือกฎเกณฑ์ที่ฉันตั้งเอาไว้] 

 

 

 

 

หลังจากที่หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งออกจากมหาลัยและรีบตรงไปที่คฤหาสน์หลังเก่าเธอก็ได้ทราบทันทีว่าเธอถูกเลี้ยงมาเพื่ออะไร

 

“คุณหนู...ป้าเองก็ทราบดีแต่ขอโทษนะคะที่ป้าช่วยอะไรไม่ได้ คุณท่านสั่งให้ป้าเลี้ยงดูคุณหนูตั้งแต่ 7 ขวบเพื่อให้คุณหนูเขาไปอยู่กับคุณท่านในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และกฎของคุณหนูคือมีค่าแค่บางเวลา คุณหนูก็ต้องปฏิบัติตามนะคะ คุณหนูไม่สามารถไปเป็นภรรยาคนเดียวได้เหมือนคุณซอนมินหรอกนะคะ...” 

 

ให้ตายเถอะ เธอนี้มันโง่ชะมัดที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นที่เลี้ยงเธอไว้เหมือนหมาเฝ้าบ้านที่จะมีค่าแค่บางเวลาเท่านั้น เธอกลับนึกสำคัญตัวเองจากการเลี้ยงดูและคำพูดหน้าโง่ของเขา แต่เธอก็คงปฏิเสธไม่ได้ เพราะเธอมีเขาเป็นผู้ปกครองทั้งชีวิตไปแล้ว...

 

ชีวิตมันเลือกเกิดไม่ได้นินะ สุดท้ายโชคชะตามันก็เลือกกฎหน้าโง่ของคนไร้ค่าให้ฉัน....

 

 

 

 

 

Talk With Me

ดราม่าไหม แต่ก็งงอยู่นะ แค่คิดขึ้นมาได้หลังจากดูซีรีย์เกาหลีเรื่อง The World of the Married พลังมันร้อนแรงมากๆ เลยขอเขียนสักหน่อย ฝากกันด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ malymyne

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น