สยบรักเทพบุตรเสเพล

ตอนที่ 3 : หมาป่ากับกระต่าย 2.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62



Cr.google & owner

“เกิดอะไรขึ้นกับฉัน”

นาตาชาแทบช็อก เมื่อตื่นมาตอนเช้าตรู่บนเตียงกว้าง แล้วพบว่ามีผู้ชายตัวใหญ่นอนอยู่ข้างๆ เขานอนตะแคงหันหลังให้เธอ คุณพระช่วย! คาร์ลอส กอนซาโล่ เธอจำลายสักที่หัวไหล่หนาเลยไปถึงต้นแขนได้ เธอกลิ้งตัวลงไปจากเตียง รู้สึกเจ็บแปลบในส่วนลี้ลับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอเจ็บแค้น น้ำตาเริ่มไหลอาบใบหน้า รีบคว้าเสื้อผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยขึ้นมาสวมอย่างรีบร้อน แต่เธอไม่มีเวลาสวมถุงเท้า จากนั้นข่มความเจ็บปวดกระโดดขึ้นไปบนเตียง อยากจะฆ่าผู้ชายสารเลวคนนี้ด้วยมือเปล่า แต่การพลิกตัวนอนหงายของเขาทำให้ตกใจ

คาร์ลอสตื่นขึ้นมาจากการงีบหลับที่ต้องการมากๆ เพราะเสียงเคาะประตูปังๆ เมื่อลืมตาขึ้นมา แสงจากภายนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้รู้ว่าตอนนี้สายมากแล้ว เมื่อหันมองที่ว่างข้างตัวก็รู้สึกตกใจอย่างประหลาด ไวท์แรบบิทหายไปแล้ว ทว่าพอนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องกลับไปห้องพักส่วนตัวเพราะสายมากขนาดนี้แล้ว เขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นรีบลุกขึ้นจากเตียงคว้าเสื้อผ้ามาสวมแล้วเดินไปเปิดประตู

“อรุณสวัสดิ์ คาร์ลอส เมื่อคืนคุณนอนหลับสบายดีใช่ไหม” เอลลีน่าเดินยิ้มเบียดเข้ามา เธอแต่งกายหรูหรามีรสนิยม ฉีดน้ำหอมหอมฟุ้งพร้อมแล้วที่จะลงจากเรือ

“อืม ใช่ ผมหลับสบายดี ฝันดีมากๆ ด้วย” คาร์ลอสพูดเหมือนประชดตัวเอง และยิ้มอย่างไม่สบายใจนัก เขายืนพิงประตูที่เพิ่งปิดลงพลางยกมือลูบใบหน้า

“โอ๊ะโอ ฉันพบอะไรเข้าล่ะนี่” เอลลีน่าหยิบถุงเท้ายาวๆ สีเหลืองที่ร่วงอยู่ข้างเตียงขึ้นมาหนึ่งข้าง

“อ๋อ” คาร์ลอสยักไหล่ราวกับจะบอกว่าเธอเข้าใจถูกแล้ว และดันตัวเองออกจากประตูเดินตรงเข้าไป

“งั้นคุณก็คือผู้ต้องหาที่พริตตี้สาวทั้งสามคนต้องการตัวน่ะสิ”

“คุณกำลังจะบอกอะไรผมรึ เอลลี่”

“พริตตี้คนหนึ่งหายไป”

“อะไรนะ ใครหายไป” คาร์ลอสถามเร็ว รู้สึกใจหายแปลกๆ

“เจ้าของถุงเท้าคู่นี้ไง” เอลลีน่าบอกพลางโยนถุงเท้าไปกองรวมกันบนพื้น ปัดมือสองสามครั้งแล้วพูดต่อว่า “ไม่มีใครเจอเธอหลังจากงานเลิก ฉันเลยอาสามาดูให้”

“เป็นไปได้ยังไง เธอไม่ได้กลับไปที่ห้องเหรอ”

“ฉันคิดว่าเธอน่าจะลงจากเรือทันทีที่เรือเทียบท่า แต่น่าแปลกใจที่เธอรีบร้อนจนไม่ได้กลับไปเก็บข้าวของที่ห้องพัก”

“จริงเหรอ!

“เธอไปแล้ว” เอลลีน่าย้ำ “และตอนนี้ทุกคนพร้อมที่จะลงเรือแล้ว ถ้าคุณไม่ลืมว่าเรานัดกันเก้าโมงเช้า” หญิงสาวดวงตาสีฟ้าพลิกข้อมือให้เขาดูเวลาจากนาฬิกาหรูที่เธอสวมอยู่

“พระเจ้า นี่เก้าโมงแล้วเหรอ” คาร์ลอสอุทาน ปกติเขาเป็นคนตื่นเร็วเสมอและตรงต่อเวลา

“ฉันเชื่อแล้วว่าเมื่อคืนคุณคงฝันดีมากๆ” เอลลีน่าพูดแดกดันและยิ้มเหมือนจะแยกเขี้ยวใส่

“บอกทุกคนรอผมอีกสิบนาที อาบน้ำแต่งตัวแล้ว ผมจะรีบออกไป”

หลังจากเอลลีน่าออกไปแล้ว คาร์ลอสยืนงงอยู่อีกครู่หนึ่ง เธอไปแล้ว ไปไหน สาวพรหมจารีจากไปง่ายๆ ได้อย่างไร เขาไม่อยากเชื่อ แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาแล้วทุกคนกำลังรออยู่ วันนี้ตามโปรแกรมพวกเขาจะขึ้นไปพักผ่อนบนฝั่ง เข้าพักที่โรงแรมในเมืองบาเลนเซียหนึ่งคืน พรุ่งนี้ตอนบ่ายถึงจะล่องเรือกลับบาร์เซโลนา เขารีบเข้าไปอาบน้ำและออกมาแต่งตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อสวมนาฬิกาเสร็จเขาก็มองหาแหวนบลูแซฟไฟร์ล้อมเพชรที่จำได้รางๆ ว่าวางไว้คู่กับนาฬิกา แต่หาเท่าไรก็ไม่พบ หรือว่า...

“เวรเอ๊ย!” ชายหนุ่มสบถ นี่เขาจ่ายค่าพรหมจารีด้วยแหวนเพชรประจำตระกูลเชียวรึ

 

สามเดือนต่อมา

นาตาชาย้ายมาทำงานเป็นบาริสต้าที่ร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองเกวนก้า แคว้นกัสติยา-ลามันชา ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังในเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบแห่งนี้ เธอเลิกรับงานพริตตี้เป็นอาชีพเสริมอย่างเด็ดขาด หลังจากคืนหนึ่งที่พลาดท่าเสียทีตกเป็นของเล่นของมหาเศรษฐี เจ้าของเรือยอชต์ลำใหญ่มหึมาราวกับคฤหาสน์ลอยน้ำ เพราะความประมาทและมึนเมา จนร่างกายบอบช้ำ เนื้อตัวมีรอยแดงถูกดูดถูกขบกัดเป็นจ้ำหลายแห่ง เมื่อหลบออกมาจากเรือยอชต์กอนซาโล่ได้ เธอตรวจเอดส์เป็นอย่างแรก โชคดีที่ปลอดภัย ส่วนการตั้งครรภ์เธอไม่ได้วิตกเท่าไร เพราะคริสติน่าเพื่อนพริตตี้ที่มีประสบการณ์มากกว่า เตือนแกมบังคับว่าอาชีพพริตตี้จำเป็นต้องคุมกำเนิด โชคดีมากที่เธอเชื่อเพื่อน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอตรวจไม่พบเชื้อโรคเอดส์ นั่นหมายความว่า คาร์ลอส กอนซาโล่ ไม่ได้เป็นเอดส์ หรือไม่เขาก็คงป้องกันตัวเองตอนที่มีอะไรกับเธอ แน่ละ เขาต้องทำอย่างนั้น ฉายากระทิงดุอย่างเขา คงไม่ปล่อยเชื้อพันธุ์เรี่ยราดให้ใครมาฟ้องบังคับให้เขารับเป็นพ่อของเด็กภายหลังอย่างแน่นอน

“นาตาชา รบกวนรอสักครู่นะ ซินญอร่าเพิ่งจะหลับ แต่ท่านหลับไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ตื่น”

“ไม่เป็นไรค่ะ อีวา วันนี้ฉันหมดงานแล้ว ฉันรอได้ ขอบคุณสำหรับชาร้อนๆ นะคะ”

อีวา เปอร์ตี หน้าตาจัดว่าสวย รูปร่างสูง ผิวขาวซีด ดวงตาสีฟ้าอ่อน จากไปเงียบๆ เหมือนทุกครั้งที่โผล่ออกมา จนบางครั้งนาตาชาถึงกับสะดุ้งท่าทีและบุคลิกเรียบเฉย พูดเท่าที่จำเป็นของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับสมองของหญิงสาวชาวฝรั่งเศสรายนี้ อีวาพูดภาษาสเปนได้แต่อ่านและเขียนไม่ได้ แม้จะพยายามอ่านไบเบิลภาษาฝรั่งเศสและแปลเป็นภาษาสเปน แต่โซเนีย อันเดรส หญิงม่ายไม่ชอบสำเนียงแปร่งๆ ของสาวฝรั่งเศส นางต่อต้านด้วยการแสดงความหงุดหงิดใส่ นาตาชาจึงถูกจ้างจากอดีตทนายความประจำตระกูลของหญิงม่ายวัยห้าสิบเจ็ดปีเมื่อสองเดือนก่อน ให้มาทำหน้าที่อ่านไบเบิลให้โซเนียฟังวันละหนึ่งชั่วโมง

โซเนียตื่นขึ้นมาตอนบ่ายแก่ๆ เมื่อคนดูแลพาไปทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็พาผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองมานั่งในห้องนั่งเล่น เป็นห้องโล่งเปิดหน้าต่างรับลมเย็นๆ แต่อากาศแห้งแล้งในฤดูใบไม้ร่วง

“สวัสดีค่ะ ซินญอร่า บ่ายวันนี้ท่านสบายดีไหมคะ”

ไม่มีการตอบรับจากผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองจนนาตาชาเริ่มชิน แต่เธอยังคงทักทายหญิงม่ายทุกครั้งอย่างอ่อนโยน และมีไมตรีไม่ได้ทำตามมารยาท แต่ด้วยความเห็นอกเห็นใจที่นางต้องอยู่ตามลำพัง ปราศจากลูกหลาน ในบ้านที่สร้างด้วยหินอยู่ริมหน้าผาลักษณะคล้ายปราสาทเก่าแก่กับผู้ดูแลวัยสามสิบปี และคนรับใช้ชายหญิงคู่สามีภรรยาอย่างโดดเดี่ยว

“นับว่าคุณโชคดีมาก” อีวาพูดเสียงเรียบเบา

นาตาชายิ้มรับคำพูดของอีวา ปฏิกิริยาที่โซเนียแสดงออกมาเมื่อรับรู้การมาของเธอคือ การหันมองตามเสียงและกะพริบตาปริบๆ แปลว่านางอารมณ์ดี บางวันอารมณ์ของนางก็บูดบึ้งและเกรี้ยวกราด ช่วงแรกๆ อีวาแนะนำให้เธอกลับไปก่อน แต่หลังๆ นาตาชาต้องการทำงานให้คุ้มค่าจ้างเป็นรายเดือน พยายามอดทนและรอคอยอย่างใจเย็น จนในที่สุดเธอเริ่มรู้ใจผู้ป่วย รู้ว่าจะทำให้หญิงม่ายที่มีอารมณ์แปรปรวนสงบได้อย่างไร เธอพบว่าบทเพลงสรรเสริญพระเจ้าที่ร้องในโบสถ์หลังจากทำพิธีมิสซาช่วยได้

“อาเมน” โซเนีย อันเดรส วัยใกล้หกสิบปีมักพูดแทรก ขณะที่นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้โยกรับฟังการอ่านไบเบิลเพลินๆ นาตาชามองหน้าอีวาแล้วอดยิ้มไม่ได้ ถ้าโซเนียพูดว่า อาเมน... อาเมน แทรกอยู่บ่อยครั้งนั่นหมายความว่า นางยังมีอารมณ์ร่วมและอยากฟัง และคำอาเมนน่าจะเป็นประโยคเดียวที่นางไม่เคยลืม หลังจากนาตาชาบอกว่าเธออ่านไบเบิลจบในแต่ละวันแล้ว

          “ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ ซินญอร่า” คำตอบคือการจ้องมองและกะพริบตาปริบๆ แต่ไม่สบตาอีกเช่นเคย

          “พรุ่งนี้คุณจะมาช่วงไหนคะ นาตาชา” อีวาถาม ขณะที่ทั้งคู่เดินออกมาจากห้องนั่งพักผ่อนของโซเนีย

“สิบโมงค่ะ พรุ่งนี้ฉันเข้างานที่ร้านกาแฟกะบ่าย” ตอนนั้นทั้งสองเดินออกมาถึงห้องรับแขก นาตาชาแวะมาหยิบเสื้อคลุมและกระเป๋าเป้ที่วางไว้ที่นั่น

“เอ่อ ช่วงนั้นซินญอร่าอาจจะไม่สะดวกค่ะ ท่านมีแขก” อีวาบอก ขณะที่เดินไปส่งนาตาชาที่หน้าบ้าน

“เหรอคะ งั้นถ้าเป็นช่วงสองทุ่มล่ะ”

“ดีค่ะ ตอนนั้นแขกของท่านคงกลับไปแล้ว ท่านจะได้ฟังแล้วหลับไปเลย”

“ตกลงค่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคะ ขอบคุณมากค่ะ อีวา”

นาตาชาขี่จักรยานแบบพับได้ที่ใช้เป็นพาหนะเดินทางไปทั่วเมืองเล็กๆ และเงียบสงบแห่งนี้ ออกจากบ้านเก่าแก่ที่สร้างด้วยหินอยู่ริมหน้าผาสูงเป็นเอกลักษณ์ของเมือง ผู้มีฐานะดีและเป็นผู้มีอันจะกินเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้านลักษณะนี้ได้ บ้านแต่ละหลังมีพื้นที่มากอยู่ไกลชุมชนจึงสงบเงียบ เหมาะกับผู้ที่อยากใช้ชีวิตเงียบๆ ไม่ต้องการความวุ่นวาย ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองนี้เป็นชนชั้นกลางถึงชั้นล่าง มีบ้านเป็นแบบทาวน์เฮาส์อยู่กันเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน และเธอก็อาศัยอยู่ในบ้านเช่าแบบทาวน์เฮาส์ในชุมชนด้วยเช่นกัน และอยู่ใกล้ร้านกาแฟที่เธอทำงาน ห่างจากบ้านของหญิงม่ายเกือบสองไมล์ นอกจากทำงานเป็นบาริสต้า รับจ้างอ่านไบเบิลให้ผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองฟัง เธอยังรับสอนพิเศษภาษาอังกฤษให้เด็กวัยห้าขวบ ซึ่งเป็นแฝดชายหญิงที่บ้านเช่าในวันเสาร์และอาทิตย์ วันละหนึ่งชั่วโมงอีกด้วย

 

คาร์ลอส อันเดรส กอนซาโล่ ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ผู้กุมบังเหียนธุรกิจโรงแรมและกอนซาโล่คาสิโนรุ่นที่สอง นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน คิ้วดกหนาสีดำเหมือนดวงตาของเขาขมวดมุ่น เมื่อได้รับรายงานจากเลขานุการว่า ครูซ บาริซิโอ ผู้ช่วยของเขายังไม่เข้ามา แต่อยู่ระหว่างกำลังเดินทางเข้ามาที่ออฟฟิศ เขาก้มมองแหวนบลูแซฟไฟร์เม็ดใหญ่เจียระไนเป็นรูปสี่เหลี่ยมล้อมด้วยเพชรทั้งหมดสิบกะรัต เป็นแหวนประจำตระกูลที่ได้คืนมาจากร้านเพชรในเมืองเกวนก้า แหวนวงนี้ถูกขโมยไปขายเพียงหนึ่งหมื่นยูโรอย่างไม่รู้คุณค่า แต่ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่า เขาต้องซื้อคืนจากพ่อค้าเพชรหน้าเลือดที่รู้ประวัติความเป็นมาของแหวนวงนี้ว่า เจ้าของเดิมเป็นขุนนางต้นตระกูลกอนซาโล่ รู้ว่าใครเป็นเจ้าของในปัจจุบัน และรู้ว่าควรจะโก่งราคาเท่าไร เขาต้องจ่ายเงินถึงยี่สิบเท่าของราคาแหวนที่ถูกขโมยไปขาย ทว่าเรื่องนั้นกลับไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้เขาใช้นิ้วยาวแข็งแรงข้างที่สวมแหวน เสยผมดำดกหนาด้วยอากัปกิริยาที่แสดงถึงความว้าวุ่นจิตใจ เงินที่เสียไปเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วมันเล็กน้อยมากสำหรับเขา

ไวท์แรบบิท ยัยตัวแสบ อยู่ที่ไหนต่างหากคือสิ่งที่เขาอยากรู้

ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะทำงานเหมือนเบื่อการรอคอย มายืนมองกิจการของเขาผ่านผนังด้านที่เป็นกระจกจากชั้นที่สิบ ซึ่งพื้นที่ภายในชั้นนี้ทั้งหมดแบ่งซอยออกเป็นห้องผู้บริหาร และออฟฟิศทำงานของแผนกต่างๆ โดมขนาดใหญ่ที่เห็นอยู่เบื้องล่างคือขุมทรัพย์เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของกิจการ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่รุ่นของพ่อเขา อาคารโรงแรมสูงยี่สิบชั้นที่ล้อมโดมคาสิโนทั้งสามด้าน สร้างขึ้นภายหลังเมื่อเขาเป็นผู้บริหาร และเปลี่ยนชื่อเรียกจาก กอนซาโล่คาสิโน เป็น โรงแรมและกอนซาโล่คาสิโนซึ่งเป็นธุรกิจแบบครบวงจร อาคารโรงแรมด้านที่หันหน้าออกไปสู่ถนนเบื้องหน้า พื้นที่บนชั้นที่ยี่สิบทุกตารางนิ้วเป็นเพนท์เฮาส์ส่วนตัวของคาร์ลอส มีทั้งห้องพักหรูหราขนาดใหญ่ ห้องพักรับรองสำหรับแขก และห้องโถงสำหรับจัดปาร์ตี้ ซึ่งมีขึ้นเกือบทุกสัปดาห์สลับกับการจัดปาร์ตี้บนเรือยอชต์กอนซาโล่

เสียงเคาะประตูเบาๆ ทำให้เขาหันมองพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาอย่างโล่งๆ เหมือนสิ้นสุดการรอคอยแล้ว เขากลับมานั่งตัวตรงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน แล้วเอ่ยอนุญาตเสียงเข้มขรึม

“เข้ามา”

“สวัสดียามบ่ายครับ คุณกอนซาโล่” ครูซ บาริซิโอ ผู้จัดการโรงแรมและกอนซาโล่คาสิโน เอ่ยทักทายเมื่อเดินเข้ามายืนหน้าโต๊ะทำงานของเจ้านาย

“เชิญนั่งก่อน ครูซ คุณมีความคืบหน้ามาบอกผมใช่ไหม” คาร์ลอสถามอย่างกระตือรือร้น

“ครับนาย นักสืบพบแล้วว่าผู้หญิงที่เจ้านายต้องการตัวหลบไปอยู่ที่ไหน”

“ที่ไหน” คาร์ลอสนิ่งและรอฟัง

“เกวนก้า”

“โอ พระเจ้า ช่างกล้าอะไรอย่างนั้น เอาแหวนของผมไปขายในเมืองเกวนก้าแล้วยังหลบไปอยู่ที่นั่น ถ้าไม่โง่ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ” คาร์ลอสยิ้มหยัน

“เธอคงไม่รู้มากกว่าครับว่า แหวนวงนั้นมีประวัติความเป็นมายังไง”

“ก็อาจเป็นไปได้ เอาละ ให้นักสืบตามประกบอย่าให้คลาดสายตาและอย่าให้เธอรู้ตัว”

“ครับ นาย”

“ผมแทบอดใจรอเวลาที่จะพบคุณไม่ได้เชียวละ ไวท์แรบบิท... ยัยตัวแสบ” ชายหนุ่มพึมพำหลังจากผู้ช่วยวัยสี่สิบปีออกไปแล้ว เขาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ รู้สึกโปร่งโล่งแปลกๆ ความกระฉับกระเฉงที่หายไปร่วมสามเดือนเริ่มกลับมา คาร์ลอสค่อนข้างประหลาดใจกับความรู้สึกนี้ของตนเอง มันมากกว่าตอนที่เขาได้แหวนคืนมาจากร้านเพชรในเมืองเกวนก้า

นาตาชา เอลลีส ชื่อและนามสกุลของเธอ เขารู้มาจากเอเจนซี่ ที่ส่งเธอมาทำงานในฐานะพริตตี้บนเรือยอชต์กอนซาโล่ของเขา และรู้เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยจากการเชิญคริสติน่ามาสอบถาม นาตาชาอายุยี่สิบสี่ปี เรียนจบมหาวิทยาลัยในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เข้ามาทำงานเป็นบาริสต้าที่ร้านสตาร์บัคส์ในบาร์เซโลนาเมื่อสองปีก่อน เธอต้องการรายได้เสริม จึงถูกชักชวนจากคริสติน่าที่เห็นว่าเธอรูปร่างหน้าตาดี ให้มาทำงานเป็นพริตตี้ ประวัติส่วนตัวอื่นๆ และประวัติครอบครัวไม่มีใครรู้

“รอให้เจอตัวก่อนเถอะ ไวท์แรบบิท ผมจะทำความรู้จักคุณให้ลึกซึ้ง ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าเลย คอยดูสิ” คาร์ลอสคิดอย่างหมายมาดและขบกรามแน่น แต่มันไม่ใช่ความกรุ่นโกรธเขารู้ดี แทบไม่น่าเชื่อว่าขนเขาลุกชันทั่วตัวเพียงแค่คิดว่าจะได้พบเธอ

 

โปรดติดตามต่อพรุ่งนี้ค่ะ

หลังจากหยุดรีอัป จะแจกกิ๊ฟโคตอีบุ๊ก นะคะอย่าลืมกดติดตาม เพื่อรอฟังข่าวเล่นเกมกันนะคะ


สาวๆ ที่รักหนังสือเล่มยังมีจำหน่ายนะคะ 

สนใจติดต่อไรต์ได้ที่เฟซบุ๊ชหรือเมนต์ในเว็บนิยายนี้ได้เลยค่ะ


รายละเอียดมีดังนี้ค่ะ

1. กับดักรักทะเลทราย ราคาปก 319 ขาย 289

2.จำนนรักชีคร้าย ราคาปก 319 ขาย 289

3.สยบรักเทพบุตรเสเพลราคาปก 299 ขาย 279

ซื้อ 1 เล่ม+ค่าส่ง ลทบ. 20 บาท ซื้อ 2 เล่มขึ้นไปส่งฟรี

อีบุ๊กก็วางจำหน่ายแล้วที่เมพ ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ

ราคาโปร 179 บาทเหลือเวลา 3 วันเท่านั้นค่ะ


Thumbnail Seller Link
สยบรักเทพบุตรเสเพล
จันทร์กระจ่าง
www.mebmarket.com
นิยายเขียนใหม่ ยังไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหนมาก่อนค่ะ---------------หลังจาก คาร์ลอส อันเดรส กอนซาโล่ ลากพริตตี้สาวคนหนึ่งขึ้นเตียง เพราะความมึนเมาบวกกับค...
Get it now

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

136 ความคิดเห็น