Fairy Tell [Yuzhou]

ตอนที่ 9 : บทที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 ก.ค. 59

หลังจากผู้ก่อสงครามกลับไปแล้ว ห้องของจิ่งอวี๋ก็กลับมาสงบเงียบอีกครั้ง เขาเอนตัวยาวลงบนโซอย่างเกียจคร้าน แล้วหลับตาลง ไม่นานนักเขาก็รู้สึกหนักๆ บริเวณแผ่นหลังเพราะโดนภูตยักษ์ใช้เป็นโซฟาเสียนี่

 

จิ่งอวี๋ลองขยับตัวเบาๆ ดูก็มีเสียงหัวเราะคิกคักก็แว่วมาให้ได้ยิน

 

"โจวโจวครับ พี่ปวดหลังจังเลย  โจวโจวนวดหลังให้พี่หน่อยได้ไหมครับ?” ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา  แต่จิ่งอวี๋กลับได้แรงกดเบาๆ จากฝ่ามือของคนที่อยู่บนหลังแทน

 

บีบๆ กดๆ ได้ไม่เท่าไหร่ คนนวดก็บ่นว่าเมื่อย แล้วเหยียดตัวนอนบนแผ่นหลังกว้างเสียอย่างนั้น

 

จิ่งอวี๋พลิกตัวกลับแทบจะทันที แขนทั้งสองข้างตวัดเข้าหากันเพื่อป้องกันคนที่อยู่ด้านบนตกลงมา แล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น จมูกโด่งๆ สูดดมกลิ่นหอมๆ ที่ลอยฟุ้งออกมา เจ้าตัวหัวเราะชอบอกชอบใจเสียยกใหญ่ หารู้ไม่ว่ากำลังจะตกเป็นเหยื่อให้เขากิน

 

พี่จิ่งอวี๋ โจวโจวปวดฉี่ พูดจบปุ๊บคนในอ้อมกอดก็กระเด้งตัวลุกขึ้น ก้นนิ่มๆ ที่กระแทกเข้ามาทำเอาจิ่งอวี๋ถึงกับนอนตัวงอเป็นกุ้งอยู่บนโซฟา ส่วนคนก่อเรื่องก็วิ่งหายเข้าห้องน้ำไปในพริบตา

 

พี่จิ่งอวี๋ทำอะไรเหรอ คนปวดฉี่ที่ทำธุระเสร็จแล้วเอ่ยถามคนที่ยังคงนอนตัวงออยู่บนโซฟา

 

อ๋อ พี่ออกกำลังกาย นี่ท่าใหม่เลยนะ เขาบอกมันจะทำให้ตัวยืด จิ่งอวี๋กัดฟันตอบออกมาเสียงเบา

 

เว่ยโจวพยักหน้าหงึกหงักแล้วพยายามจะทำตาม จนจิ่งอวี๋ต้องฝืนยืดตัวตรงแทบไม่ทัน

 

เอ่อ โจวโจวดูการ์ตูนไหมครับ?” จิ่งอวี๋รีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อดึงดูความสนใจ ขณะที่ยังสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างต่อเนื่อง

 

การ์ตูนเหรอดูสิ โจวโจวอยากดู มันเป็นยังไงเหรอ?” เขาไม่ได้อธิบายรายละเอียดอะไรมากนัก แต่เลือกที่จะใส่แผ่นเข้าไปแทน นั่งรอจนสามารถยืดตัวได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้วจึงเดินไปปอกมะม่วงที่เฟิงซงหิ้วมาฝาก

 

เมื่อเขาเดินกลับมาที่โซฟาอีกครั้งก็พบว่าจอสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในห้องกำลังดึงดูดความสนใจคนตรงหน้าไปจนหมด ปากเล็กๆ สีชมพูจะอ้าเสียกว้างเมื่อเห็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ บางครั้งก็ส่งเสียงหัวเราะ หรือไม่ก็ตบมือเบาๆ

 

นี่ๆ พี่จิ่งอวี๋ โจวโจวต้องทำยังไงถึงจะเรียกน้ำแข็งอย่างเอลซ่าได้ล่ะ คนถามเอ่ยขึ้นทั้งๆ ที่สายตายังคงจับจ้องภาพหญิงสาวบนจอกำลังสร้างปราสาทน้ำแข็ง และมีมะม่วงเต็มปากอยู่

 

จิ่งอวี๋นิ่งไปชั่วครู่ ภูตอย่างเว่ยโจวมาถามเขาแบบนี้ แล้วเขาควรจะไปถามใคร

 

แล้วโจวโจวทำไม่ได้เหรอครับ?” สิ้นคำถามเว่ยโจวก็หันขวับมาหาเขา มือเล็กๆ นั่นไม่ลืมที่จะกดปุ่มหยุดตามที่สอนไปเมื่อครู่

 

ภูตแต่ละตนจะมีความสามารถในการใช้เวทย์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ใช้ได้แค่ตนละอย่างเท่านั้น พี่จิ่งอวี๋มองตาโจวโจวสิ ใบหน้าเรียวเลื่อนเข้ามาใกล้ จนเขาเผลอถอยหลังไปเล็กน้อยเมื่อโดนดวงตาคู่นั้นจ้องมองในระยะประชิด

 

ตาของโจวโจวเป็นสีมรกตเพราะมีเวทย์ที่สามารถใช้พลังจากพระพายได้ แต่ภูตในโลกภูตยังมีดวงตาหลักๆ อีก 3 สี ได้แก่ สีอำพันเข้มสามารถใช้พลังจากพระธรณี สีไพลินสามารถใช้พลังจากพระคงคา และสีทับทิมสามารถใช้พลังจากพระเพลิงได้ พลังเหล่านี้จะมีติดตัวมาตั้งแต่ภูตถือกำเนิดขึ้น คนพูดหันกลับไปกินมะม่วงในจานต่อ นิ้วเล็กๆ กดปุ่มให้ภาพในจอกลับไปเคลื่อนไหวอีกครั้ง

 

งั้นพี่ถามโจวโจวได้ไหมว่าภูตกำเนิดขึ้นมาได้ยังไง?” เมื่อเขาถามขึ้นเจ้าตัวก็เอ่ยตอบโดยไม่ละลายตาจากภาพบนหน้าจอ เหมือนจะสามารถแยกแยะประสาทได้แล้ว

 

โอเคพี่จิ่งอวี๋ ภูตถือกำเนิดขึ้นจากดวงจิตแห่งธรรมชาติ เมื่อถึงเวลาที่ดวงจิตแห่งธรรมชาติผูกพันกับคู่ชีวิตที่ผ่านการอภิเษก ภูตจะถือกำเนิดขึ้น และภูตทุกตนจำเป็นจะต้องได้รับการขานนามจากธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติได้รับรู้ถึงการถือกำเนิด เพราะในยามดับสิ้น ภูตจะหวนคืนกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอีกครั้ง

 

ถึงแม้ว่าภูตส่วนใหญ่จะไม่ดับสิ้นและมีอายุไขที่ยืนยาว แต่ภูตสามารถดับสิ้นได้จากการถูกฆ่า หรือตรอมใจจนดับสิ้นไปเอง เว่ยโจวพูดนิ่งๆ แต่เขากลับรู้สึกโหวงๆ ในอกอย่างบอกไม่ถูก รู้ตัวอีกทีคนตัวเล็กก็เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว เขากอดคนในอ้อมกอดเอาไว้จนแน่นราวกับจะยืนยันกับตนเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ภาพลวงตา ถึงแม้จะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เขากลับไม่อยากให้คนตรงหน้าหายไปไหน

 

โจวโจวจะอยู่กับพี่ตลอดไปใช่ไหมครับ?” ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าคนตรงหน้าก็มีบ้านให้กลับ มีครอบครัวที่เฝ้ารออยู่เช่นเดียวกับเขา แต่เขาก็ยังเอ่ยถามคำถามที่เห็นแก่ตัวออกไปจนได้

 

โจวโจวไม่สามารถให้คำมั่นกับพี่จิ่งอวี๋ได้หรอก แต่ตราบใดที่โจวโจวยังมีลมหายใจ โจวโจวจะคอยภาวนาและอำนวยพรให้พี่จิ่งอวี๋ประสบแต่สิ่งที่ดีอยู่เสมอนะ” คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้จิ่งอวี๋รู้สึกดีใจแม้แต่น้อย เขามองตรงเข้าไปในดวงตาสีมรกตคู่นั้นขณะที่จับมือเอาไว้แน่น

 

พี่ขอยกพรนั้นให้โจวโจวได้ไหมพี่ขอให้โจวโจวมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีชีวิตที่ยืนยาว เว่ยโจวไม่ตอบคำ แต่ยกยิ้มน้อยๆ กลับมาให้เขาแทน

 

 

 

 

 

 

ภายในห้องมีแต่แสงนวลตาจากดวงจันทร์ดวงโตที่ส่องแสงไปทั่วทั้งท้องฟ้า แล้วแสงนั้นยังเหลือเผื่อแผ่เข้ามาในห้องนอนของเขาด้วย จิ่งอวี๋เดินตรงไปยังเตียงที่มีคนตัวเล็กนอนมองตาแป๋วอยู่ เขาเอนตัวลงข้างๆ ดึงผ้านวมผืนโตขึ้นมาจนถึงอก

 

พี่จิ่งอวี๋ มีคนเคยบอกไหมว่าพี่จิ่งอวี๋กับพี่เฟิงซงดูคล้ายกัน?” เว่ยโจวเอ่ยถามขณะเอานิ้วมาจิ้มบริเวณคางของเขาเล่นจนเขาเผลอหัวเราะออกมาเล็กน้อย แล้วรวบมือเล็กๆ คู่นั้นเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว 

 

อืม... ตอนเด็กๆ ก็มีหลายคนอยู่นะ แต่พอโตขึ้นพี่ก็หล่อกว่ามันเลยไม่ค่อยมีคนทักแล้ว แต่เพราะว่าหน้าตามันคล้ายพี่แบบนี้แหละพี่วินถึงกับเคยติดป้ายหน้าบ้านว่า ห้ามเฟิงซงเข้า เลยนะ"

 

สงสัยมันคงโมโหมั้งที่มีแต่คนทักว่าพี่เฟิงซงเป็นน้องพี่ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันเป็นน้อง จิ่งอวี๋จำได้ว่ามีอยู่ครั้งนึงเฉินเหวิ่นสั่งทำเสื้อสกรีนคำว่า น้องชายจิ่งอวี๋ มีลูกศรขนาดใหญ่บนตัวเสื้อที่ชี้มาทางด้านขวา และทุกครั้งที่ต้องออกไปไหนกับเขา เฉินเหวิ่นก็จะหยิบเสื้อตัวนี้มาใส่และเดินอยู่ด้านซ้ายเสมอ

 

แต่มันก็ไม่แปลกหรอกที่พี่กับพี่วินจะหน้าตาไม่เหมือนกัน เพราะเราทั้งคู่เป็นลูกบุญธรรมที่ถูกรับมาเลี้ยง

 

 

 

 

ใช่ เขากับเฉินเหวิ่นเป็นเด็กที่หวงเว่ยถิงเป็นคนรับมาเลี้ยงดู ผู้เป็นพ่อเล่าให้เขาฟังตั้งแต่ยังเด็ก ว่าเห็นเขานอนหลับอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน ตอนนั้นเขาอายุประมาณ 2 ขวบได้ แต่กลับไม่ยอมพูดสักคำ จนพ่อนึกว่าเขาเป็นใบ้เสียด้วยซ้ำ พ่อพาเขาไปหาตำรวจ แล้วหลังจากนั้นพ่อก็มีลูกชายที่น่ารักเป็นของตัวเอง

 

เมื่อพ่อเห็นว่าเขาไม่ค่อยพูดเท่าไหร่นัก พ่อก็เลือกที่จะพาเขาไปที่บ้านเด็กกำพร้า จนได้เฉินเหวิ่นมาเป็นลูกชายอีกคนของบ้านนี้จากฝีมือการเลือกของเขาเอง พอมีเฉินเหวิ่นเป็นเพื่อนเขาก็เริ่มพูดคุยมากขึ้น แต่ก็ยังน้อยกว่าผู้เป็นน้องอยู่ดี พ่อบอกว่าบางทีเขาก็แอบหนีเฉินเหวิ่นไปเล่นคนเดียว แต่ไม่นานก็ถูกเฉินเหวิ่นตามตัวเจอจนได้

 

สาเหตุที่พ่อเลือกที่จะบอกตั้งแต่แรกว่ารับพวกเขามาเลี้ยง เพราะพ่อไม่อยากที่จะโกหกพวกเรา ความลับไม่มีในโลก พ่อมักจะบอกพวกเขาเช่นนี้เสมอ และพ่อก็ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับมาเลี้ยงแต่อย่างใด แต่กลับให้ความรักเสียยิ่งกว่าลูกแท้ๆ ของครอบครัวบางครอบครัวเสียอีก

 

และถึงแม้ว่าเขากับเฉินเหวิ่นจะไม่มีแม่เหมือนคนอื่นๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกประหลาดหรือน้อยใจแต่อย่างใด เพราะผู้เป็นพ่อคอยดูแลและทำหน้าที่ในการสั่งสอนได้เป็นอย่างดี

 

พ่อของเขาถือคติว่าลูกต้องมาก่อนเสมอ ดังนั้นต่อให้มีงานยุ่งแค่ไหนพ่อก็จะปลีกตัวมาทุกครั้งที่มีกิจกรรมที่โรงเรียน หรือประชุมผู้ปกครอง พ่อมักจะพูดคุยและรับฟังปัญหาต่างๆ ของพวกเขาเสมอ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม พ่อไม่เคยบังคับให้พวกเขาทำอะไร หรือเป็นอะไรตามที่พ่อต้องการ แต่กลับสนับสนุนให้ได้ลองทำสิ่งต่างๆ แล้วตัดสินใจด้วยตนเอง และถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ค่อยมีเวลาแต่พ่อก็ทำให้พวกเขาเห็นว่าปริมาณของเวลาที่มีสำคัญน้อยกว่าการใช้เวลาได้อย่างมีคุณภาพด้วยตัวของพวกเขาเอง

 

พวกเขาจึงเติบโตขึ้นมาด้วยการเป็นคนเห็นคุณค่าของเวลา และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แม้มีเวลาเพียงน้อยนิดแต่พวกเขาจะพยายามทำสิ่งต่างๆ ให้ดีที่สุด แล้วยอมรับในผลที่เกิดจากการกระทำของตัวเอง

 

โจวโจวขอโทษที่ถามนะพี่จิ่งอวี๋

 

ไม่เป็นไรหรอกครับ ตอนนี้พี่ก็มีความสุขดี ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรหรอก จิ่งอวี๋ใช้มือลูบหัวคนที่เขยิบเข้ามาใกล้เบาๆ

 

แล้วพี่จิ่งอวี๋อยากพบผู้ให้กำเนิดที่แท้จริงบ้างไหม?

 

อืม ตอนเด็กๆ พี่ก็เคยคิดนะ พี่อยากเจอพวกเขามาก พี่อยากถามว่าพวกเขาทิ้งพี่ทำไม พวกเขาไม่รักพี่เหรอ แต่พอโตขึ้น พี่คิดว่าไม่เจอกันคงจะดีกว่า เพราะขนาดพวกเขายังไม่อยากเจอพี่เลย แล้วพี่จะอยากเจอพวกเขาไปทำไมล่ะ จริงไหม?” เว่ยโจวสูดหายใจเสียงดัง แล้วส่งเสียงอู้อี้ออกมา

 

แล้ว แล้วถ้ามันไม่ใช่แบบนั้นล่ะพี่จิ่งอวี๋ ถ้ามันมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ถ้าพวกเขายังรักพี่จิ่งอวี๋อยู่

 

หือ โจวโจวจะปลอบพี่เหรอครับ ขอบคุณนะ แต่พี่ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ

 

พี่จิ่งอวี๋ โจวโจวขอโทษนะ โจวโจวขอโทษจริงๆ เว่ยโจวกอดเขาเสียแน่นจนตัวเองจมเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของเขาแทน หยาดน้ำตามากมายไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวย

 

จิ่งอวี๋ทั้งกอดทั้งลูบหลังคนที่ส่งเสียงสะอื้นออกมา พลางเอ่ยปลอบใจคนในอ้อมกอดอยู่นานจนกระทั่งเจ้าตัวผลอยหลับไปในที่สุด เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าเนียนอย่างเบามือ แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราตามไปในเวลาไม่นานนัก

 

 

 

 







รีบๆ ตักตวงความสุขเอาไว้เถอะ อีกไม่นานนักหรอก…” เสียงแผ่วเบาล่องลอยมาตามสายลม

 



 -To be continued-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #19 Faibook42 (@failikebook) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 00:16
    ใครพูดตอนท้ายย?! ต้องมาไม่ดีแน่ๆ โจวนี้น่ารักจริงๆ รออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่า
    #19
    1
    • #19-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 9)
      5 สิงหาคม 2559 / 12:57
      รักโจว อย่าเทโจวนะคะ มาต่อแล้วค่ะ แฮ่ๆ
      #19-1