Fairy Tell [Yuzhou]

ตอนที่ 8 : บทที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 ก.ค. 59

วันนี้จิ่งอวี๋นัดหมายเฟิงซงมาที่คอนโดเพื่อที่จะเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แต่ขณะเดินลงไปซื้อของที่ร้านขายของใกล้ๆ คอนโด จิ่งอวี๋กลับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เขาจึงรีบซื้อของแล้วรีบกลับขึ้นไปบนห้อง ขณะกำลังเดินกลับไปยังคอนโดสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็น รถสปอร์ตสีแดง ด้านหน้าของตัวรถมีโลโก้เสือกำลังแยกเขี้ยวใส่เขาอยู่

 

ชิบหาย!!

 

ยังไม่ทันได้คิดอะไร ขาทั้งสองข้างก็รีบวิ่งตรงไปยังลิฟท์ทันที แต่ยังไม่ทันถึงด้านหน้าของตัวลิฟท์จิ่งอวี๋ก็เห็นผู้ชายที่เป็นเจ้าของรถเสือแยกเขี้ยวกำลังเอื้อมมือไปกดชั้นในลิฟท์ เขาเพิ่มความเร็วขึ้นพร้อมร้องตะโกนเรียกแต่ก็ไม่ทัน ประตูเหล็กประกบเข้าหากันจนแน่นก่อนที่เขาจะมาถึงเพียงไม่กี่วินาที

 

ไฟที่หน้าลิฟท์บอกให้รู้ถึงหายนะที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ

 

จิ่งอวี๋สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ออกแรงผลักประตูหนีไฟที่ไม่ค่อยมีคนใช้ให้เปิดออกแล้วเริ่มออกตัววิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี ถึงเขาจะออกกำลังกายค่อนข้างบ่อย แต่การต้องมาวิ่ง 12 ชั้นนี่ก็ดูจะโหดร้ายกับร่างกายอยู่ไม่น้อย ขาทั้งคู่จึงสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่  

 

 

เขาผลักประตูหนีไฟชั้นที่ 12 ออกแล้วยิ้มร่าอย่างภาคภูมิใจราวกับได้เหรียญทองโอลิมปิก แต่เสียงคุ้นหูที่แว่วมาก็ทำให้รอยยิ้มจางหายไปได้ในพริบตา จิ่งอวี๋เค้นแรงเฮือกสุดท้ายออกวิ่งอีกครั้งพลางภาวนาให้มันไม่เป็นอย่างที่เขาคิด

 

พี่จิ่งอวี๋ นี่ใคร!” ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เขาเห็นต่างจากที่เขาคิดไปนิดหน่อย เพราะเขาไม่เคยคิดว่าทั้งคู่จะได้เจอกันในสภาพพ่อลิงกับลูกลิงแบบนี้

 

เว่ยโจวกระโดดลงจากตัวเฉินเหวิ่นแล้ววิ่งมาหลบอยู่ด้านหลังเขาแทบจะทันที

 

หวงจิ่งอวี๋! เฉินเหวิ่นเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเย็นๆ ขยับข้อมือเล็กน้อย พลางย่างสามขุมหมายจะเข้ามาจัดการ แต่เขาขอร้องให้เข้าไปรอในห้องก่อน แล้วจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ฝ่ายตรงข้ามจึงทำเพียงแค่ส่งสายตาคาดโทษมาให้ ก่อนจะยอมเดินเข้าห้องไป  

 

จิ่งอวี๋ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาไม่คิดว่าน้องชายของตัวเองจะรู้เรื่องเร็วขนาดนี้ ถ้ารู้แบบนี้เมื่อวานเขาคงไม่ให้เฟิงซงลากน้องชายเขาไปเก็บให้เสียเวลา สู้อธิบายให้ฟังตั้งแต่เมื่อวานเรื่องราวก็คงจะง่ายกว่านี้

 

เขาหันไปกำชับคนที่หลบอยู่ด้านหลังว่าให้ทำตามที่ซ้อมเอาไว้เมื่อคืน แล้วจูงมือเล็กๆ เข้าห้องไปด้วยกัน

 

 

 

 

ทันทีที่เข้าไปในห้องก็ต้องพบกับสายตาของเฉินเหวิ่นที่จ้องเขม็งมายังคนที่อยู่ข้างกายจนเว่ยโจวเผลอกำเสื้อเขาแน่นเหมือนต้องการที่พึ่ง เขาจึงเลือกที่จะนั่งด้านข้างของเฉินเหวิ่นแทนที่จะนั่งเผชิญหน้าโดยตรง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

จิ่งอวี๋ลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยมีเว่ยโจวติดสอยห้อยตามเหมือนเงาตามตัว เฟิงซงมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเฉินเหวิ่นนั่งอยู่ ก่อนจะยิ้มหน้าบาน รีบปรี่เข้าไปนั่งประกบข้างจนเฉินเหวิ่นเกือบตกจากโซฟา เฉินเหวิ่นที่โมโหอยู่แล้วแทบจะหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะสาดใส่ฉลองสงกรานต์แบบที่เล่นกันที่เมืองไทยล่วงหน้า โชคดีที่เฟิงซงแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคนที่ซวยที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเขาที่ต้องมานั่งเก็บกวาดนี่แหละ

 

 

หลังจากนั่งกันเรียบร้อยจิ่งอวี๋ก็กระแอมไอเล็กน้อย แล้วเริ่มเอ่ยแนะนำแต่ละฝั่งให้รู้จักกัน

 

ก่อนอื่นขอแนะนำให้รู้จัก นี่เว่ยโจว สวี่เว่ยโจว หรือเรียกว่า โจวโจว ก็ได้ โจวโจวครับนี่พี่วินน้องชายพี่ ส่วนอีกคนที่ตัวสูงๆ นั่นพี่เฟิงซงครับเป็นเพื่อนพี่เอง เว่ยโจวทำความเคารพอย่างสวยงามตามที่ซ้อมมาเมื่อคืน แต่จากสายตาของเฉินเหวิ่นก็พอจะบ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวไม่พอใจเท่าไหร่นัก จิ่งอวี๋จึงคิดที่พูดตามบทที่คิดขึ้นมาเพื่อหลอกเฟิงซง แต่กลับได้น้องชายของเขาติดมาเป็นของแถมด้วย

 

โจวโจวเขาเป็น…”

 

ภูตครับ คำตอบที่หลุดออกมาจากปากเว่ยโจวเรียกเสียงตกใจจากผู้ชายทั้ง 3 คนที่นั่งอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ตัวของเขาเอง สมองก้อนเล็กๆ ทำการประมวลผลเร็วจี๋

 

อ๋อ โจวโจวเขาจะบอกว่าเขาเป็นลูกทูตน่ะ พ่อเขาเป็นทูตประจำประเทศมอลตา พี่รู้จักกับพ่อเขาผ่านทางพ่อของลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนพี่อีกที พอดีพี่ได้คุยกับท่าน ท่านบอกว่าอยากลงทุนแล้วก็สั่งสินค้ากับบริษัทของเรา

 

แล้วลูกชายท่านจะกลับมาจีนชั่วคราว ท่านทูตเลยรบกวนพี่ให้ช่วยหาที่พักที่ปลอดภัยให้ลูกชายของท่านหน่อย แต่ว่าพี่ไม่ค่อยว่าง แล้วก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ก็เลยให้โจวโจวเขามาพักกับพี่ชั่วคราว จิ่งอวี๋ตอบไปตามสิ่งที่ตัวเองคิดขึ้นได้ในเวลานั้น ถึงแม้ว่าบางอย่างมันจะดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ในเมื่อเว่ยโจวดันเอ่ยคำตอบที่ไม่ได้เตี้ยมกันมาเมื่อคืน

 

พี่จิ่งอวี๋เนี่ยนะยอมให้คนอื่นมาพักที่ห้อง!”

 

จริงๆ ก็ไม่ใช่คนอื่นนะวิน เป็นลูกชายของลูกค้าคนสำคัญต่างหาก จิ่งอวี๋พยักหน้ารับ แต่คนพูดกลับโดนฟาดอย่างไม่ปราณี

 

แล้วตอนนี้โจวโจวทำอะไรอยู่เหรอครับ เรียนหรือทำงานแล้ว?” เฟิงซงเอ่ยถามพลางเอามือลูบแขนตัวเองเพื่อช่วยลดความเจ็บลง

 

โจวโจวกำลังเรียนมหาลัยอยู่คณะรัฐศาสตร์ เขาอยากเป็นทูตเหมือนพ่อ ใช่ไหมครับโจวโจว?” จิ่งอวี๋ใช้ข้อศอกสะกิดคนข้างๆ เบาๆ

 

เรียนที่นี่ หรือเรียนที่นู้น?” ทันทีที่จิ่งอวี๋อ้าปากขึ้น เฉินเหวิ่นก็ยกขาขึ้นนั่งไขว้ห้างพลางตวัดสายตามาหา

 

วินว่าวินถามโจวโจวนะไม่ใช่พี่จิ่งอวี๋ หรือพี่จิ่งอวี๋เปลี่ยนชื่อแล้วแต่วินไม่รู้?” แวบหนึ่งจิ่งอวี๋รู้สึกเหมือนเห็นนางร้ายในทีวีมาสิงร่างของน้องชายเขาอยู่  

 

เอ่อ โจวโจวเรียนที่นู้นครับ

 

แล้วนี่สนิทกับพี่จิ่งอวี๋เหรอ?

 

เอ่อ... โจวโจวเคยรู้จักกับพี่จิ่งอวี๋มาก่อนหน้านี้…”

 

นี่วินคุยกับโจวโจวดีๆ สิ โจวโจวนั่งตัวลีบหมดแล้วนั่น จิ่งอวี๋เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเว่ยโจวทำตัวเหมือนแมวป่วย ส่วนเฉินเหวิ่นนั้นตรงกันข้าม ดูเหมือนเสือที่จ้องจะขย้ำเหยื่ออยู่ตลอดเวลา

 

เอ่อ เดี๋ยวพี่กับไอ้เฟิงไปเทอาหารก่อนดีกว่าจะได้กินกัน จิ่งอวี๋เอาของกินมาล่อเผื่อจะทำให้น้องชายของตนอารมณ์ดีขึ้นได้บ้าง

 

ไหนบอกว่าป่วยไม่ใช่เหรอพี่จิ่งอวี๋…” จิ่งอวี๋ได้แต่ส่งยิ้มแหยๆ กลับไปให้ เขาเองก็ไม่อยากโดนเสือตัวนี้ขย้ำคอหอยเข้าหรอกนะ    

 

 

 

จิ่งอวี๋กับเฟิงซงช่วยกันแกะอาหารที่เฉินเหวิ่นซื้อ และอาหารมังสวิรัติที่เฟิงซงทำมาใส่จาน ใช้เวลาเพียงไม่นานนักอาหารต่างๆ ก็ถูกเรียงรายอยู่บนโต๊ะโดยแยกอาหารมังสวิรัติกับอาหารที่มีเนื้อเป็นส่วนประกอบอย่างชัดเจน

 

คุยอะไรกันอยู่ฮึ?” จิ่งอวี๋เอ่ยถามเฉินเหวิ่นที่ตอนนี้ย้ายที่ไปนั่งข้างเว่ยโจวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความที่เป็นคนโกรธง่าย แต่ก็หายเร็วพอๆ กัน คุยกับเว่ยโจวได้ไม่นานเฉินเหวิ่นก็ลืมเรื่องที่ตนเองโมโหก่อนหน้านี้ไปเสียสนิท

 

ไม่มีอะไรหรอก แค่เผาพี่จิ่งอวี๋นิดหน่อยเอง เออจริงสิ พี่จิ่งอวี๋มะรืนนี้พ่อชวนทานข้าวแหนะ เห็นบอกจะทำเมนูใหม่ด้วยนะ ชวนโจวโจวไปด้วยสิพี่จิ่งอวี๋พ่อน่าจะชอบ น้องออกจะน่ารักขนาดนี้ เฉินเหวิ่นดึงเว่ยโจวเข้าไปกอดเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแน่นขึ้นด้วยความหมั่นเขี้ยว จนเฟิงซงถึงกับยืนอยู่ไม่สุข

 

โจวโจวใช้สบู่ยี่ห้ออะไร ทำไมตัวถึงได้นิ๊มนิ่มแล้วก็หอมขนาดนี้เนี่ย ขาวด้วยอ่ะ ขอกัดสักคำได้ไหม คนพูดอ้าปากกว้าง หมายจะงับซอกคอขาวๆ นั่นให้หน่ำใจ แต่ก็ติดอยู่ที่มือของคนบางคนที่เอื้อมมาปิดปากเอาไว้เสียก่อน

 

หยุดเลยหวงเฉินเหวิ่น ปากนายเอาไว้กัดพี่ได้คนเดียวเท่านั้น ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ ได้ยินดังนั้นเฉินเหวิ่นจึงจัดให้ตามใจปรารถนา เรียกเสียงร้องด้วยความเจ็บจากเจ้าของมือได้เป็นอย่างดี

 

เลิกกัดกันได้แล้ว ไปทานข้าวเถอะเดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย ไปครับโจวโจว เจ้าของห้องรีบเอ่ยห้ามก่อนที่จะเกิดสงครามขึ้นในห้อง เขาจูงมือเว่ยโจวหนีไปนั่งที่โต๊ะ รอจนคู่กรณีทั้งสองตามมาสมทบ มื้ออาหารจึงได้เริ่มต้นขึ้น

 

 

ทั้งสี่คนกินกันไป พูดคุยกันไปอย่างออกรสชาติ โดยมีจิ่งอวี๋เป็นหัวข้อหลักของการพูดคุยและยังทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารให้ถึงจานของแต่ละคนอย่างสม่ำเสมอด้วย  

 

 

 

หลังทานอาหารเสร็จ    ทุกคนก็ช่วยกันเก็บจานอาหารไปวางไว้ในอ่างล้างจาน    เฉินเหวิ่นมอบหมายงานให้สองหนุ่มล้างจานแล้วจูงมือเว่ยโจวเดินออกไป แต่เดินไปไม่ถึงสามก้าวเฉินเหวิ่นก็ร้องขึ้นมา

 

แมลงสาบ!!” เฉินเหวิ่นกระโดดขึ้นเก้าอี้ที่อยู่ใกล้กับเฟิงซงภายในพริบตาราวกับใช้กำลังภายใน จิ่งอวี๋มองหาอาวุธที่จะใช้ในการจัดการกับแมลงเจ้าปัญหา

 

โจวโจววางมันลงเดี๋ยวนี้นะ! อ๊ากกก! พี่เฟิงซงๆ แมลงสาบ!!!” เว่ยโจวเดินไปจับแมลงสาบแล้วเดินเข้าไปหาเฉินเหวิ่นที่ร้องโวยวายอยู่ ในที่สุดเฉินเหวิ่นก็ย้ายที่อยู่จากบนเก้าอี้ขึ้นไปอยู่บนหลังเฟิงซงแทนด้วยความกลัว

 

โจวโจวส่งมันมาให้พี่นะ ช้าๆ จิ่งอวี๋ยื่นที่โกยผงไปหาขณะที่อีกมือมีไม้กวาดรออยู่แล้ว พลางพูดเกลี้ยกล่อมคนที่จับแมลงสาบเอาไว้ในมือ

 

เว่ยโจวยื่นมือออกมาข้างหน้าเล็กน้อยแต่ก็หดกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว

 

ไม่! โจวโจวรู้ว่าพี่จิ่งอวี๋จะตีมัน มันตกใจมากเลยนะ มันบอกว่า…” จิ่งอวี๋เอื้อมมือมาปิดปากคนพูดเอาไว้แทบจะทันที

 

เอ่อ เดี๋ยวพี่เอาแมลงสาบไปปล่อยก่อนนะ จิ่งอวี๋รุนหลังคนที่โดนปิดปากอยู่ให้เดินออกไป

 

พี่เฟิงซงปล่อยมือจากก้นวินได้แล้วมั้ง แมลงสาบถูกจับออกไปนอกห้องแล้ว แต่ก้นของเขากำลังถูกเฟิงซงจับอยู่!

 

มือเรียวตรงเข้าไปขยุ้มผมของคนตรงหน้าด้วยความโมโห

 

 

 

 

 

 

หลังเดินออกมาจากห้องได้เว่ยโจวก็กระตุกเสื้อจิ่งอวี๋เบาๆ จนคนถูกดึงต้องหันกลับไปมอง แล้วก็พบว่าแมลงสาบในมือของคนตัวเล็กยืนสงบนิ่งเหมือนกำลังสำนึกผิด หนวดยาวๆ โบกไปมาอย่างเชื่องช้า

 

พี่จิ่งอวี๋ เจ้าแมลงสาบตัวนี้มันบอกว่าขอโทษที่มารบกวน แต่ว่าลูกๆ ของมันหิวมากมันก็เลยต้องออกมาหาอาหาร

 

นี่โจวโจวคุยกับมันรู้เรื่องด้วยเหรอ!?

 

โจวโจวสื่อสารกับจิตของมันได้จากการสัมผัส

 

งั้นโจวโจวช่วยบอกมันทีได้ไหมว่าให้ช่วยย้ายครอบครัวไปอยู่อาศัยที่อื่นซะ เพราะถ้าพี่หรือคนอื่นเจอ พี่ไม่รับประกันความปลอดภัยของมันนะ เว่ยโจวพยักหน้าแล้วใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปบนหัวแมลงสาบอย่างแผ่วเบาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาหาคนที่ยืนอยู่ข้างกาย

 

เขาบอกว่าคืนนี้เขาจะรีบเก็บข้าวของและย้ายออกไป นี่ๆ พี่จิ่งอวี๋ โจวโจวขอแบ่งอาหารให้ครอบครัวเจ้าแมลงสาบบ้างได้ไหมครับ?” เขาพยักหน้ารับเล็กน้อย เว่ยโจวจึงกำมือหลวมๆ เดินนำเข้าห้องที่กำลังเกิดสงครามขนาดย่อมๆ ไป

 

จิ่งอวี๋เดินไปหยิบขนมขึ้นมาแล้วเดินตามไปอย่างเงียบๆ 

 

 

เว่ยโจววางเจ้าแมลงสาบลงใกล้ๆ กับรังที่มันบอกพร้อมขนมที่จิ่งอวี๋หยิบติดมือมา และโบกมือลา เจ้าแมลงสาบผงกหัวเล็กน้อยก่อนจะวิ่งเข้าไปในรูที่เป็นบ้านของมันและครอบครัว

 

จิ่งอวี๋จ้องมองรูนั้นอย่างสนใจ ดูท่าพรุ่งนี้เขาจะต้องไปร้านขายวัสดุก่อสร้างระหว่างทางกลับบ้านสักหน่อยแล้ว 

 

 

 

 

 

 

 -To be continued-

 

 

 

#

กรี๊ดดด แมลงสาบ เรื่องจริงจิ่งคงวิ่งออกไปนอกคอนโดแน่ๆ

ตอนนี้งานสุมหัวหนักมากค่ะ ฮือ แต่จะรีบมาต่อให้นะคะ ขอบคุณที่อ่านค่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #18 Faibook42 (@failikebook) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 17:13
    คุยกับแมลงสาบได้เพิ่มความน่ารักขึ้นอีก เป็นกำลังให้นะคะไรท์ เราจะรออ่าน ชอบมากๆๆ
    #18
    1
    • #18-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 8)
      9 กรกฎาคม 2559 / 22:38
      เรียกกระผมว่าปีเตอร์ แฮ่ ^^
      #18-1