Fairy Tell [Yuzhou]

ตอนที่ 6 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 มิ.ย. 59

            ประกายสีทองที่อยู่ตรงหน้าดูเย้ายวนราวกับจะเชิญชวนให้คนที่ผ่านมาพบเจอหยิบมันกลับไปครอบครอง เสียงของความต้องการและเหตุผลเถียงกันไม่หยุดหย่อน มือเรียวเอื้อมมือออกไปตรงหน้าก่อนจะดึงมือตัวเองกลับมาราวกับหักห้ามใจได้สำเร็จ แต่แค่ชั่วพริบตาก็กับไขว้คว้าราวกับโหยหามาเนิ่นนาน

 

            ในที่สุด… ความต้องการก็เป็นฝ่ายชนะ มันบดขยี้เหตุผลอย่างไร้ความปราณี

 

            “ใช่แล้วๆ ไม่ใช่เงินของเราสักหน่อย อยากชวนมานักก็จ่ายไปสิ เอากี่กล่องดีน๊า… 3 หรือ 4 ดี”ยังไม่ทันจะได้หยิบตามใจปรารถนาสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นบางอย่างเข้า!

 

            “ช็อกโกบี!!! เขาเอามาขายที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย แบบนี้มันต้อง… เฮ้ย! ปล่อยๆๆ จะลากวินไปไหน ปล่อยวินนะพี่เฟิงซง!!เฉินเหวิ่นพยายามดิ้นรนให้พ้นจากเงื้อมมือมาร แต่สุดท้ายเขาก็โดนลากออกไปด้วยไม่สามารถต้านคนที่แข็งแกร่งกว่าได้

 

            “วินมากับพี่แป็บเดียว แป็บเดียวจริงๆ พี่เอ่อ… พี่มีเรื่องจะให้ช่วย”

 

            “ปล่อยนะ วินจะกลับไปหาช็อกโกบี!!เฉินเหวิ่นตะเกียดตะกายพยายามจะกลับไปหาช็อกโกบีที่รัก

 

            “เดี๋ยวพี่ซื้อให้ 10 กล่องเลย”ทันทีที่ได้ยินเฉินเหวิ่นก็นิ่งสนิทราวกับตุ๊กตาที่โดนถอดถ่าน ก่อนจะยอมเดินตามไปแต่โดยดี

 

            “ถ้าโกหก วินจะกัดหูให้ขาดเลยนะบอกไว้ก่อน!!”เจ้าตัวพูดขู่พร้อมโชว์ฟันแวววาวให้ดู

 

            “เออน่า จะกัดอย่างอื่นพี่ก็ยอม”

 

            “อ่ะจะให้ช่วยอะไรก็ว่ามา”เฉินเหวินเอ่ยถามคนที่ยังคงเดินลากเขาไปเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดอยู่กับที่ มองซ้ายทีขวาที แล้วเอ่ยขึ้น

 

            “คือ… เอ่อ… ไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนพี่หน่อยดิ พี่ปวดฉี่”

 

            “ห๊ะ!!!เฉินเหวิ่นเผลอร้องเสียงดังเสียจนคนที่อยู่รอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว จนเขาต้องก้มหัวไปรอบๆ เป็นเชิงขอโทษ

 

            “อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย อย่ามาตลก รีบๆ เข้าไปเลยไป”เฉินเหวิ่นเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจขณะพยายามดันผู้ชายที่พกความสูง 185 เซนติเมตรมาด้วยเข้าไปในห้องน้ำ

 

            “ช็อกโกบี…”

 

            “เออๆๆ จะเข้าก็รีบๆ เข้าไปดิ” ถ้าไม่ใช่เพราะช็อกโกบีเขาไม่ยอมเข้ามายืนเป็นไอ้โรคจิตในห้องน้ำแบบนี้แน่นอน!!

 

 

 

 

 

 

            เฉินเหวิ่นกอดถุงใส่ขนมเอาไว้แน่นราวกับจงอางหวงไข่ ยิ่งมองก็เหมือนยิ่งตกอยู่ในมนต์สะกด เฉินเหวิ่นเอื้อมมือไปหยิบขนมถุงหนึ่งขึ้นมาดม สักพักก็เปลี่ยนมาหยิบขนมอีกกล่องขึ้นมาดม ได้กลิ่นกล่องก็ยังดีล่ะน๊า…

 

            “วินรู้ไหม ตอนนี้วินเหมือนพวกโรคจิตเลยล่ะ” กำปั้นกับสายตาขุ่นเคืองถูกส่งมาให้คนขับที่ขับรถไปแอบเหล่คนข้างตัวไป

 

            “แต่ไม่เป็นไรนะ ต่อให้วินจะเป็นโรคจิตพี่ก็ชอบ หึหึหึ”โดยปราศจากคำพูดใดๆ เฉินเหวิ่นก็ชูนิ้วที่คิดว่าเหมาะสมกับคนตรงหน้าให้ทันที ก่อนจะหันกลับมาสนใจเหล่าขนมในถุงต่อ

 

 

 

 

            ถ้าจะถามว่าความสัมพันธ์แปลกประหลาดนี้เริ่มต้นได้อย่างไรคงจะต้องเท้าความกลับไปไกลน่าดู เขาเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลินเฟิงซงเริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เท่าที่จำความได้ เขาเห็นผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กอนุบาลตัวเล็กๆ เลยทีเดียว

 

            หลินเฟิงซง… คนที่ทำตัวราวกับเป็นเงาของพี่ชายเขา ไม่ว่าพี่ชายเขาจะอยู่ที่ไหน ที่นั่นจะมีเฟิงซงอยู่ด้วยเสมอ เรียกได้ว่าทั้งคู่ซี้กันยิ่งกว่าปาท่องโก๋ในกระทะเดียวกันเสียอีก

 

            เฟิงซงเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งที่ปรึกษา และบางครั้งก็ยังทำตัวเป็นบอดี้การ์ดให้พี่ชายเขาด้วย ซึ่งมันก็คงเป็นเรื่องธรรมชาติที่เพื่อนของพี่ชายจะสนิทกับเขาผู้เป็นน้อง เหมือนกับการซื้อของแล้วได้ของแถมดีๆ สักอย่าง

 

ถึงแม้ตอนแรกเขาจะไม่ชอบผู้ชายคนนี้ที่มาแย่งพี่ชายไปจากเขาก็ตามที แต่ถ้าไม่ได้คนคนนี้เขาคงไม่มีรถที่ใช้ขับอยู่ในปัจจุบัน ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ช่วยติวและสอนการบ้านเขาตั้งแต่ขึ้นชั้นประถมจนจบมหาวิทยาลัยด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง คนที่มักจะซื้อของกินมาให้เขา ถึงแม้เขาจะไม่แน่ใจว่ามันเป็นของเหลือจากพี่เขาหรือเปล่าก็ตาม คนที่ให้ช็อกโกแลตทำมือกับเขาในวันวาเลนไทน์ทุกปีเพียงเพราะเขาชอบกิน คนที่ให้คำปรึกษาและคอยอยู่เคียงข้างเขาไม่ต่างจากพี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง พวกเขาทั้งสามคนจึงเติบโตมาด้วยกันราวกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ

 

            พี่ชายของเขาบอกว่าหลินเฟิงซงเป็นมนุษย์ที่มีไซแนปส์ห่างเลยรับความรู้สึกได้ช้า แล้วก็ไม่ค่อยจะรู้ถึงความรู้สึกของตัวเองเท่าไหร่นัก ถ้าลองไปถามดูว่ารู้สึกยังไงบ้าง ชอบไหม เกลียดหรือเปล่า คำตอบที่ได้กลับมามักจะเป็นคำว่า “เฉยๆ” หรือ “ก็ดี” และถึงแม้จะมีผู้หญิงมาตามจีบอยู่หลายครั้งแต่เจ้าตัวกลับไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวอะไร จนฝ่ายหญิงเลิกชอบแล้วห่างไปเจ้าตัวก็ยังคงไม่รู้ตัวอยู่ดีนั่นแหละ จึงไม่แปลกนักที่ผู้ชายคนนี้จะไม่มีแฟนมาจนถึงปัจจุบัน

 

            แม้กระทั่งวิชาที่อยากเรียน คณะที่อยากเข้า อาชีพที่อยากทำ หลินเฟิงซงคนนี้แทบจะไม่เคยมีเป้าหมายอย่างจริงจัง พ่อบอกให้เรียนวิชานี้หลินเฟิงซงก็จะเรียน แม่บอกให้เข้าชมรมนี้หลินเฟิงซงก็จะเข้า หรือพี่กับเขาบอกให้ทำอะไรคนคนนี้ก็จะทำให้โดยที่ไม่ปริปากบ่นแม้สักคำ โดยเป้าหมายในชีวิตของเจ้าตัว คือ อยากจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และทำให้คนรอบข้างตัวเองมีความสุขไปด้วยแค่นั้นเอง

 

            ด้วยเป้าหมายในชีวิตแบบนี้เฟิงซงจึงพยายามทำสิ่งต่างๆ ให้คนรอบตัวมีความสุข และมักจะลองทำสิ่งต่างๆ อยู่เสมอเพื่อค้นหาความสุขในชีวิต

 

จนกระทั่งวันหนึ่งอยู่ดีๆ เจ้าตัวก็หมายมั่นปั้นมือจะเป็นเชฟขึ้นมาให้ได้เสียอย่างนั้น เฟิงซงบุกตะลุยทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้เป็นเชฟ และกวาดรางวัลแข่งทำอาหารมาแล้วแทบจะทุกรายการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

ผู้ชายคนนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของรางวัลดื้อเงียบมือหนึ่ง เพราะถึงแม้จะดูเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความต้องการหรือเป้าหมายอะไรมากนัก แต่ถ้ามีเป้าหมายขึ้นมาเมื่อไหร่ละก็เขาจะวิ่งเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัวราวกับวัวกระทิงที่กำลังคลั่งเลยทีเดียว

           

 

 

และจากการกระทำหลายๆ อย่างที่เฟิงซงมักทำให้พี่ชายของเขา มันทำให้เขาเชื่อและมั่นใจเอามากๆ ว่าผู้ชายที่อยู่ด้านข้างเขาตอนนี้จะต้องแอบคิดไม่ซื่อกับพี่ชายของเขาอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งเขาผู้มีศักดิ์เป็นน้องชายที่น่ารัก ย่อมต้องหาทางขัดขวางและป้องกันการเสียเอกราชของพี่ชายอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าที่ไหนที่มีจิ่งอวี๋ที่นั่นจะต้องมีเฟิงซง และที่ไหนมีเฟิงซงที่นั่นจะต้องมีเฉินเหวิ่นผู้น่ารักคนนี้!

 

            จนกระทั่งเขาอยู่ ม.4 ความคิดของเขาก็ต้องเปลี่ยนไป

 

 

วันนั้นเขานั่งรออยู่ที่ประจำเพื่อรอราชรถมารับกลับบ้านตามปกติ โดยคนที่จะมารับเขาอยู่เป็นประจำก็มีแค่ 2 คน ไม่พี่ชายของเขาก็หลินเฟิงซงผู้เป็นเพื่อนของพี่ ส่วนพ่อของเขาก็งานรัดตัวจนแทบไม่ได้กระดิกไปไหน ทุกวันนี้เอาแต่ภาวนาให้ลูกชายจบไวๆ และมารับช่วงต่อเท่านั้นเอง

 

เขานั่งรออยู่ไม่นานนักรถออฟโรดคันโตก็มาจอดเทียบ ก่อนจะปีนขึ้นไปอย่างยากลำบาก และแอบเตะรถไปหลายทีด้วยความโมโห แต่ถ้าเลือกได้เขาคงอยากเตะคนขับรถเสียมากกว่า

 

 

            “พี่เฟิงซงสวัสดีครับ เมื่อไหร่พี่จะเปลี่ยนรถอ่ะ วินไม่ชอบคันนี้เลย ปีนยากชะมัด”เฉินเหวิ่นบ่นกะปอดกะแปดขณะรัดเข็มขัดนิรภัย

 

            “เหรอ? พี่ไม่เห็นรู้สึกเลย วินตัวเตี้ยเองมั้ง” เฟิงซงพูดหน้านิ่งราวกับพูดคุยเรื่องลมฟ้าอากาศประจำวัน และนั้นก็เป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้เฉินเหวิ่นผู้ไม่เคยสนใจเรื่องส่วนสูงยอมทำทุกอย่างเพื่อถีบตัวเองให้สูงขึ้นแต่ก็ไม่รอดอยู่ดี

 

            “ปากหมานะ”

 

            “ไหนๆ ดูดิในปากพี่มีกี่ตัว เฮ้ยๆ ล้อเล่นแค่นี้จะตบจริงเลยเหรอ?เฟิงซงรีบหุบปากกลับที่เมื่อเห็นมือมารจะฟาดเข้ามาที่ปาก

 

            “นี่วินวันหลังถ้าขึ้นลำบากเรียกพี่ไปอุ้มก็ได้นะ พี่ยินดี”

 

            “ตลกป่ะ วินไม่ใช่ผู้หญิงนะ ต้องมาอ้งมาอุ้มอะไร อยากอุ้มไปหาผู้หญิงมาอุ้มนู้นไป”น้ำเสียงหงุดหงิดบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังไม่สบอารมณ์ เขาเลือกที่จะหันหน้าออกไปมองวิวที่อยู่นอกหน้าต่างมากกว่าจะมองหน้าคนที่ชอบกวนประสาทเขา

 

            “แต่พี่ชอบวินนะ” แค่ประโยคเดียวก็ทำให้เฉินเหวิ่นต้องหันกลับมาจนคอเกือบจะเคล็ด

 

            “ห๊ะ!!! มะกี้พี่เฟิงซงพูดไรนะขออีกรอบดิ วินฟังไม่ถนัด”

 

            “พี่บอกว่าพี่ชอบวินนะครับ”

 

            “ฮ่าๆๆ พี่เฟิงซงล้อวินเล่นใช่ไหมเนี่ย ใช้ได้ๆ ตกใจหมดเลยอ่ะ มุกนี้วินซื้อ” เฉินเหวิ่นกุมท้องแล้วหัวเราะออกมาเสียเสียงดังเมื่อเห็นว่าคนด้านข้างเริ่มพัฒนามุกในการอำคนอื่นให้ตกใจ ก่อนจะต้องตกใจมากขึ้นเมื่อเจ้าตัวขับรถเข้าไปจอดข้างทาง

 

            “หน้าตาพี่ดูเหมือนล้อเล่นเหรอวิน พี่ชอบวินจริงๆ นะ”ไม่พูดเปล่ามือที่เคยจับเกียร์เปลี่ยนมาจับมือคนตรงหน้าที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนปลาขาดอากาศหายใจอยู่ เมื่อเห็นเฉินเหวิ่นไม่พูดอะไรเฟิงซงจึงรีบเอ่ยต่อให้จบ

 

            “ถ้าวินไม่ว่าอะไร พี่ขอจีบวินอย่างเป็นทางการนะครับพูดจบรถออฟโรดคันโตก็กลับเข้าสู่ท้องถนนอีกครั้ง ขณะที่คนฟังได้แต่พยายามนั่งทำตัวลีบติดกับประตูให้มากที่สุด

 

 

 

            สำหรับกระทิงดื้อตัวนี้แล้วมันไม่จบลงแค่นี้อย่างแน่นอน มันจะพุ่งชนไปเรื่อยๆ จนกว่าเป้าหมายนั้นจะพัง และก็แน่นอนแล้วว่าตอนนี้เป้าหมายที่กระทิงดื้อตัวนี้กำลังเล็งอยู่ก็คือเฉินเหวิ่น อดีตน้องชายเพื่อนคนนี้นี่แหละ…

 

 

 

-To be continued-

 



#

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #15 Faibook42 (@failikebook) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 20:26
    โถ่พี่เฟิงเขามาแรง 55555 ว่าแต่เฟิงเจอโจวแล้วใช่ไหม รอดูการตอบรับของเฟิง
    #15
    1
    • #15-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 6)
      4 กรกฎาคม 2559 / 15:16
      เฟิงนี่มานิ่งๆ แต่พอแรง พ่อก็แรงเวอร์เลยค่ะ เพลียใจ #ทำท่าเสยผมแบบเฟิง
      #15-1