Fairy Tell [Yuzhou]

ตอนที่ 5 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    20 มิ.ย. 59

เว่ยโจวนอนกลิ้งอยู่บนโซฟาระหว่างรอจิ่งอวี๋หั่นแอปเปิ้ลมาให้กิน แต่อยู่ดีๆ เจ้าแท่งเหล็กทรงสี่เหลี่ยมอันเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะก็ส่งเสียงดังขึ้น ทำเอาคนที่นอนอยู่ถึงกับลุกขึ้นมานั่งแล้วร้องเรียกคนที่น่าจะรู้เรื่องดีที่สุดทันที

 

“พี่จิ่งอวี๋!! ไอ้นี่มันร้องไม่หยุดเลย! พี่จิ่งอวี๋อยู่ไหน?” เมื่อเห็นว่าคนที่เรียกยังไม่มา เจ้าแท่งเหล็กก็ส่งเสียงไม่เลิก แถมยังมีการสั่นราวกับจะขู่เสียอีก เว่ยโจวถอยกรูดไปอยู่ติดมุมโซฟาให้ไกลจากมันมากที่สุดแทน

 

“คร้าบๆ พี่มาแล้ว” ชายหนุ่มเดินกลับมาพร้อมจานผลไม้ และหยิบโทรศัพท์ที่กำลังบรรเลง Canon in D อยู่ขึ้นมา

 

“ว่าไงไอ้เฟิง… พรุ่งนี้เหรอไม่ว่างว่ะ เสียใจด้วย… เชิญเถอะ ถ้ามันยอมไปด้วยนะ… เสือกครับ เออ แค่นี้นะเว้ยยุ่งอยู่” จิ่งอวี๋ตัดสายทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันมาเห็นคนที่เกาะติดอยู่กับมุมโซฟาค่อยๆ คลานเข้ามาหา

 

“พี่จิ่งอวี๋พูดกับใคร?” เว่ยโจวมองเจ้าสิ่งที่ส่งเสียงเมื่อครู่อย่างไม่ไว้ใจ

 

“อ๋อ เพื่อนพี่เอง นี่คือโทรศัพท์เอาไว้ติดต่อสื่อสารกับคนที่อยู่ไกลจากเรามากๆ ไงครับ แล้วเวลามีคนอยากจะติดต่อเรามามันก็จะร้องแบบมะกี้ที่โจวโจวได้ยินแหละครับ”

 

“พี่จิ่งอวี๋ โจวโจวอยากได้โทรศัพท์” ซื้อหวยให้มันถูกแบบนี้สิน่า

 

“แล้วโจวโจวจะเอาไปคุยกับใครล่ะครับ?

 

“พี่จิ่งอวี๋” นิ้วเรียวชี้ตรงมาที่เขา จิ่งอวี๋ยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้

 

“โอเค งั้นพรุ่งนี้พี่พาโจวโจวไปซื้อโทรศัพท์ดีไหมครับ แล้วก็ไปซื้อผักกับผลไม้ด้วย”

 

“จริงรึพี่จิ่งอวี๋ต้องพาโจวโจวไปจริงๆ นะ เรามาทำคำมั่นสัญญากันดีกว่า พี่จิ่งอวี๋เอามือมาเร็ว” มือเล็กๆ นั่นตรงไปจับเข้าที่ปลายชายเสื้อของตัวเองทันทีแต่ไม่กล้าถอดเพราะกลัวโดนดุ ได้แต่มองคนตรงหน้าส่งสายตาปริบๆ มาให้แทน

 

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง โจวโจวไม่เชื่อใจพี่เหรอครับพี่ไม่หลอกหรอกน่า แต่มีข้อแม้นะ วันนี้โจวโจวต้องไม่ดื้อแล้วก็เชื่อฟังพี่ และอีกข้อคือถ้าข้อเท้าโจวโจวหายเจ็บ ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่หายเจ็บเราจะไปกันหลังจากที่ข้อเท้าโจวโจวหายดีแล้วนะครับเข้าใจไหม?

 

“อืม... โอเค” จิ่งอวี๋ลูบหัวได้รูปที่กำลังจิ้มแอปเปิ้ลกินอย่างเอ็นดู ก่อนเว่ยโจวจะเงยหน้าขึ้นมาหาเขาอีกรอบ แล้วเอ่ยถามเสียงใส

 

“เสือก… แปลว่าอะไรเหรอพี่จิ่งอวี๋?” จิ่งอวี๋ไม่รู้จะโทษคนตรงหน้าที่ซึมซับสิ่งต่างๆ ได้เร็ว หรือโทษตัวเองที่เผลอพ่นคำเหล่านี้ออกมาดี  

 

 

 

 

--------------------------------------------------------

 

 

 

รถแลนด์โรเวอร์สีฟ้าขับมาจอดเทียบหน้าบ้านหลังหนึ่ง คนในรถเดินเข้าในบ้านอย่างง่ายดายเพราะประตูรั้วที่หน้าบ้านไม่ได้ล็อคกุญแจเอาไว้ เขาเดินตรงไปถึงห้องนั่งเล่น และพบว่าเจ้าของบ้านกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสบายอารมณ์ แต่พอเห็นหน้าเขาเท่านั้นหนังสือพิมพ์ก็ถูกพับแล้วเขวี้ยงลงบนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์แทน ชายหนุ่มยกมือไหว้ พร้อมก้มหัวให้เล็กน้อย

 

“สวัสดีครับคุณเลี่ยงเฟิ่ง คุณนายอยู่ไหนเหรอครับ?” เจ้าของบ้านไม่ตอบคำแต่ยกนิ้วชี้ไปด้านข้าง แล้วยกมือโบกราวกับจะไล่เขาไปให้พ้นๆ ชายหนุ่มเลือกที่จะยอมแพ้แล้วเดินเลี่ยงออกมา ไม่นานนักก็เห็นเป้าหมายตรงหน้าที่ไม่ทันระวังตัว เขารีบพุ่งเข้าไปชาร์ตทันที!

 

 

 

 

“คุณนาย!!” ชายหนุ่มตะโกนเรียกเสียงดัง จนคนที่ถูกอุ้มถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่สามารถหนีเงื้อมมือเขาได้พ้น ชายหนุ่มจัดการอุ้มคนที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

“ตายแล้วตาเฟิง เดี๋ยวเถอะเรา ปล่อยแม่ลงเดี๋ยวนี้นะ!” น้ำเสียงตกใจค่อยๆ เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงดุราวกับจะเอ็ดเขาอยู่กลายๆ แต่ก็ไม่จริงจังเท่าไหร่นัก

 

“ไม่ได้หรอกคุณนาย นี่เป็นบทลงโทษที่คุณนายไม่ออกมาต้อนรับลูกชายสุดที่รักไง” ชายหนุ่มกดริมฝีปากและจมูกโด่งลงไปบนแก้มนิ่ม แล้วจับผู้หญิงในอ้อมแขนหมุนจนเป็นวงกลม

 

“หลินเฟิงซง!! หยุดหมุนได้แล้วแม่เวียนหัว แล้วพ่อเขาออกมาต้อนรับเราหรือเปล่าล่ะ ไปจับพ่อเราหมุนนู้นไป” ในที่สุดเขาก็หยุดหมุนและปล่อยให้คนในอ้อมแขนเป็นอิสระได้เสียที

 

“คุณนายก็ รายนั้นลองผมทำก็โดนยิงหัวพรุนกันพอดี คนอะไรโหดร้ายแม้กระทั่งกับลูกชายตัวเอง”

 

“เนี่ยไปหาป๊า ป๊าก็ไล่มาหาคุณนาย มาหาคุณนาย คุณนายก็ไล่ไปหาป๊า ตกลงบ้านนี้ไม่มีใครรักผมเลยใช่ไหม ฮึ" ชายหนุ่มทำปากยื่น สูดลมจนแก้มป่องปากราวกับเด็กที่ถูกขัดใจ แม้แต่ไอ้เพื่อนรักก็ยังปฏิเสธคำชวนของเขาได้ลงคอ

 

"งั้นผมไปหาสุดที่รักของผมดีกว่า… เดี๋ยวมานะคุณนายฝากบอกป๊าด้วย” เขาหันกลับมาโบกมือให้ผู้เป็นแม่แล้วเดินออกจากบ้านไปทางประตูที่ติดกับสวน เพราะกลัวว่าถ้าเดินเข้าบ้านไปอีกรอบ เขาอาจจะโดนหนังสือพิมพ์เขวี้ยงใส่หัวเอาก็เป็นได้

 

“ไปดีมาดีนะ ระวังที่รักเราเขาจะเอาปืนมาไล่ยิงแทนพ่อเราล่ะ” ผู้เป็นแม่ตะโกนไล่หลังลูกชาย แล้วหันกลับมาดูแลต้นไม้ของตนเองต่อ

 

 

 

 

 

---------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

“ถ้าโจวโจวนอนกับพี่ โจวโจวอาจจะโดนพี่กอดก็ได้ แล้วโจวโจวก็จะนอนไม่สบายตัวอึดอัดจะตาย” สาเหตุที่จิ่งอวี๋ต้องเอ่ยขู่พลางยกเหตุผลมาประกอบเพราะคนตรงหน้าเอาแต่จะนอนบนเตียงกับเขาท่าเดียว เขาจะแยกไปนอนบนโซฟาก็ไม่ยอมอีก แต่จะเรียกว่าขู่เสียทีเดียวก็คงไม่ถูกหรอก เขาชอบกอดอะไรสักอย่างก่อนจะหลับอยู่แล้ว มันทำให้รู้สึกสงบ สบาย แล้วก็อุ่นใจดี

 

“เอาสิ! โจวโจวชอบกอดนะ กอดแบบนี้ใช่หรือไม่พี่จิ่งอวี๋?” ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวสาธิตให้ดูเสียเรียบร้อย จนคนโดนกอดได้แต่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง ตั้งแต่เกิดมานอกจากเฉินเหวิ่นแล้วเขาก็ยังไม่เคยเจอคนที่พุ่งเข้ามากอดเขาแบบนี้มาก่อนเลย

 

“พี่จิ่งอวี๋นอนเถอะโจวโจวง่วงแล้ว” หลังจากพูดจบเว่ยโจวก็อ้าปากหาวหวอดๆ เป็นหลักฐาน ผลักจิ่งอวี๋ให้นอนลงบนเตียง ดึงผ้านวมที่วางอยู่ขึ้นมาถึงอก ขยับตัวจนได้ตำแหน่งที่สบาย หลับตาพริ้ม แล้ววาดแขนขวาผ่านอกคนตัวโต พลางส่งเสียงออกมาเพื่อเอ่ยราตรีสวัสดิ์

 

 

 

แกะตัวที่สามในหัวของจิ่งอวี๋ยังไม่ทันกระโดดข้ามรั้วสำเร็จ เสียงลมหายใจที่ของคนด้านข้างก็บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวเข้าสู่ห้วงนิทราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเขาล่ะ… คืนนี้เขาจะต้องนับแกะอีกกี่ตัวกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้จิ่งอวี๋ต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยการทึ้งหัวตัวเองอยู่บนที่นอน หลังจากตกใจตื่นนึกว่าโดนเจียงซือหรือผีดิบจีนแกล้งด้วยการกระโดดเล่นบนเตียง  

 

แต่ที่ไหนได้สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นคนที่เจ็บข้อเท้าเมื่อวานกำลังกระโดดอย่างสนุกสนานอยู่บนเตียงจนเขาหัวสั่นหัวคลอนไปหมด

 

 

จิ่งอวี๋จึงต้องทำตามสัญญาของเมื่อวานด้วยการพาไปซื้อโทรศัพท์และของกิน หลังจากปลุกปล้ำให้เว่ยโจวปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้สำเร็จ เขาก็ออกรถมากับเด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขายาวไซส์เล็กสุดในตู้เสื้อผ้า และรองเท้าแตะของเขาที่ดูจะใหญ่กว่าเท้าของเว่ยโจวอยู่มากพอดู ทำเอาเจ้าตัวถึงกับเดินอย่างยากลำบาก และมักจะเผลอเดินลากเท้าอยู่บ่อยๆ

 

 

 

 

จิ่งอวี๋หันกลับมาเช็คเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านข้าง จับผมด้านข้างมาปิดปลายหูแหลมเรียว เอาไว้จนมองไม่เห็น ทบทวนกฎข้อตกลงอีกครั้ง เขาแบฝ่ามือขึ้น ก่อนที่ฝ่ามือเล็กๆ จะตามมาประกบแล้วออกแรงลากเขาเข้าห้างไป

 

เขาพาเว่ยโจวมาซื้อเสื้อผ้าก่อนเป็นอย่างแรก ด้วยการเลือกชุดนู้น หยิบชุดนี้ แล้วบังคับให้เด็กหนุ่มเข้าไปลอง โดยมีเขานั่งเฝ้าและพิจารณาชุดอยู่หน้าห้องลองเสื้อผ้า เขาพยายามเลือกเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย และถ้าเป็นไปได้เขาก็จะเลือกชุดที่ผลิตมาจากเส้นใยธรรมชาติให้มากที่สุด

 

 

 

หลังจากได้จำนวนชุดเป็นที่น่าพอใจ เขาก็จัดการลากเด็กหนุ่มเข้าร้านรองเท้าเป็นร้านต่อไป และจบลงที่ร้านโทรศัพท์ด้วยการเลือกรุ่นที่ง่ายที่สุดจากปากของเจ้าตัว “เอาเหมือนพี่จิ่งอวี๋”

 

 

จิ่งอวี๋หิ้วของพะรุงพะรังไปเก็บที่รถจนเสร็จ สอดตัวเข้าไปประจำที่นั่งรถขับแล้วเตรียมออกรถ แต่เว่ยโจวกลับไม่ยอมเข้ามาเสียที ทันทีที่เขาเปิดกระจกลงเว่ยโจวก็ชะโงกหน้าเข้ามาจนใกล้

 

“ของกิน!!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดของคนพูด จิ่งอวี๋เอ่ยขอโทษที่ลืมแล้วพาคนโมโหหิวมาสิงสถิตอยู่ในซุปเปอร์ฯ เป็นการชั่วคราวแทน

 

 

 

 

เว่ยโจวเกาะแขนเขาเอาไว้พลางเอ่ยถามนู้นถามนี่ไปตลอดทาง สักพักก็วิ่งไปหยิบบางอย่างมาถามเขาว่าอันนี้กินได้ไหมมีเนื้อสัตว์หรือเปล่าพอรู้ว่าไม่มีก็จะส่งเสียงหวานมาให้เขา “พี่จิ่งอวี๋ครับ ซื้ออันนี้ให้โจวโจวนะ? และทันทีที่เขาพยักหน้าของชิ้นนั้นก็จะลอยเข้ามาอยู่ในรถเข็นราวกับมีเวทมนตร์

 

แต่เดินไปไม่เท่าไหร่เจ้าตัวแสบก็เหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งนั่งอยู่ในรถเข็น โดยมีผู้เป็นแม่คอยเข็นและกำราบลูกชายไปพร้อมๆ กัน เว่ยโจวหันมาส่งสายตาวิบวับให้เขา “พี่จิ่งอวี๋ครับ ขอโจวโจวนั่งแบบนั้นนะ?” แล้วคนอย่างเขาจะไปทำอะไรได้ล่ะนอกจากพยักหน้าไปตามระเบียบ  

 

จิ่งอวี๋กับเว่ยโจวเลือกซื้อของกันไปได้สักพักจนมาหยุดอยู่แถวๆ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม มีทั้งชีส โยเกิร์ต เนย และนมหลากหลายสีสันหลากหลายยี่ห้อตั้งวางเรียงรายกันอยู่ในชั้น ทันใดนั้นหางตาของจิ่งอวี๋ก็เหลือบไปเห็นคนที่หน้าตาคุ้นเคยเข้า อีกฝ่ายที่เห็นก็ทำตาโตพลางยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าของเขา

 

“ไอ้จิ่ง / ไอ้เฟิง”

 

 

“เสือก…” เสียงนิ่มๆ ดังออกมาจากปากคนที่นั่งฉีกยิ้มตาแป๋วอยู่ในรถเข็น

 

 

 

 -To be continued-

 

 

 

 

#

นี่มัวแต่หวีดที่ลูกชายมาไทยอยู่ค่ะ สติหลุดมาก คนอะไรน่ารัก น่าจับใส่กระเป๋าแล้วเอากลับบ้าน งื๊อออ

 

รถเฟิงซงค่ะ

#

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #14 Faibook42 (@failikebook) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 20:17
    ตอนท้าย นี้โจวแสบมาก 555
    #14
    1
    • #14-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 5)
      4 กรกฎาคม 2559 / 15:15
      โจวเป็นเด็กหัวไวค่ะ ฮ่าๆๆๆ
      #14-1
  2. #9 Destiny'Lee (@ddpor) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 16:55
    โจวโจวขี้อ้อนนนนขออะไรพี่เค้าก็ให้หมดแหล่ะ มีมานอนกอดพี่เค้าด้วยพี่เค้าหลับนี่นับแกะไปกี่ตัวคะ555
    #9
    1
    • #9-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 5)
      24 มิถุนายน 2559 / 22:48
      ต้องถามว่าคืนนั้นพี่จิ่งได้นอนไปกี่นาที คาดว่าแกะหมดทั้งฟาร์มพี่จิ่งก็ยังไม่หลับค่ะ ฮ่าๆๆ
      #9-1