Fairy Tell [Yuzhou]

ตอนที่ 2 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 มิ.ย. 59

ดวงตากลมโตกำลังจับจ้องภาพตรงหน้าด้วยความตึงเครียด เหงื่อเม็ดโตไหลผ่านบริเวณหางตาทำเอาเจ้าตัวต้องยกหลังมือขึ้นมาปาดทิ้งด้วยความรำคาญอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเริ่มขยับตัวจากพุ่มไม้แถวนั้นเข้าไปใกล้เป้าหมายให้มากที่สุดโดยไม่ให้รู้ตัว แต่ทันทีที่สังเกตได้ว่าตัวเองอาจจะไม่มีโอกาสได้กลับไปกอดบุพการีอีกครั้ง เจ้าตัวก็รีบตะโกนร้องบอกออกไปทันที


“หยุด! อย่าทับข้า!! ข้ายังไม่อยากตาย!!!!” ร่างสูงชะงักมือที่กำลังจะปิดประตูรถลงก่อนที่จะกวาดสายตาไปรอบบริเวณ


“ฟู่ว เกือบไป ข้าคิดว่าข้าจะไม่รอดเสียแล้ว ท่านเกือบฆ่าข้าแล้วนะ ท่านรู้ตัวบ้างหรือไม่?


“นั่นใครน่ะ?! ออกมานะ!!” จิ่งอวี๋ถามด้วยความหวาดระแวง


“ถึงแม้จะผ่านไปสักกี่ร้อยปี นิสัยของท่านกลับไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ นะ” ร่างเล็กส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่ค่อยพอใจก่อนจะขยับตัวมาอยู่ด้านหน้า


“มนุษย์เอ๋ย สวัสดี! ข้าอยู่นี่ไงล่ะ” ร่างเล็กพยายามฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตรมากที่สุดแล้วส่งไปให้คนตัวโตที่คงจะพยายามทำตาให้โตมากที่สุดในชีวิตอย่างไม่ตั้งใจอยู่


“เฮ้ย! ปีศาจหิ่งห้อย!! นี่แยกเขี้ยวแบบนั้นแปลว่านายจะกัดฉันเหรอ?!” คำพูดและท่าทางที่บอกว่าคนตรงหน้าคงจะตบเขาให้ตายคามือถ้าเขาเผลอขยับเข้าไปใกล้อีกนิดเดียว  


“โอ้หิ่งห้อย! ให้หิ่งห้อยกัดข้าเถอะ... ฟังข้านะ ประการแรกข้าจะไม่กัดท่านแน่นอน และประการที่สอง ข้าไม่ใช่หิ่งห้อย หรือปีศาจหิ่งห้อย หรืออะไรเทือกๆ นั้น ท่านเข้าใจข้าแล้วใช่หรือไม่?” จิ่งอวี๋พยักหน้าส่งๆ ไปทั้งที่คิ้วเข้มยังคงขมวดมุ่นเหมือนพยายามใช้ความคิดตีความสิ่งเพิ่งที่ได้ยินอยู่


ภูตน้อยแกล้งทำเป็นบินขยับตัวไปมาเบาๆ เมื่อเห็นคนตรงหน้าจมอยู่กับความคิดของตัวเองจึงแอบใช้จังหวะนั้น บินด้วยความเร็วแล้วใช้มือแตะไปที่ร่างกายของมนุษย์ตัวโตโดยไม่ได้ขออนุญาต ก่อนจะเพ่งกระแสจิตของตนเพื่อยืนยันบางเรื่อง แล้วกลับมาฉีกยิ้มอยู่ตรงหน้าร่างสูงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“แล้วนายเป็นตัวอะไรถ้าไม่ใช่หิ่งห้อยแล้วทำไมถึงมีแสงทำไมถึงพูดได้แล้วมาที่นี่มีวัตถุประสงค์อะไร?” จิ่งอวี๋ซักไซร้สิ่งมีชีวิตเรืองแสงตรงหน้าราวกับสอบสวนพยานปากสำคัญในคดีฆาตกรรม


“ข้า เอ่อ... ข้าเป็นภูตประจำตัวของท่าน และโดยปกติแล้วภูตมักจะมีแสงล้อมรอบกายหาได้เป็นหิ่งห้อยอย่างที่ท่านว่ามาไม่ และที่ข้าพูดได้เพราะข้ามิได้โดนเย็บปากอย่างไรเล่า"  


"ที่ข้ามาที่นี่ เพราะ… ข้าจะคอยปกป้องท่านให้พ้นจากเคราะห์ร้าย และความโชคร้ายทั้งมวล ฟังดูดีใช่ไหมเล่าท่านตัวข้านั้นมีนามว่า สวี่เว่ยโจว ส่วนนามของท่านข้าทราบดีอยู่แล้ว ท่านคือ หวงจิ่งอวี๋”  


“คุณรู้ชื่อของผมได้ยังไงกัน?” ถึงคำพูดและสรรพนามที่ใช้เรียกร่างเล็กจะเปลี่ยนแทบจะในทันทีหลังจากได้ฟังถ้อยคำจากภูตน้อย แต่เจ้าตัวก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความระแวงอย่างชัดเจน


“ก็ข้าเป็นภูตประจำตัวของท่านไงล่ะ เหตุใดข้าจึงไม่ทราบนามของท่านกันเล่า”


“จริงเหรอครับแล้วทำไมผมถึงไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลยล่ะ?


“แล้วท่านเคยพบเห็นภูตตนอื่นมาก่อนหน้านี้หรือไม่เล่า?” จิ่งอวี๋ทำท่านึกอย่างจริงจังอยู่สักพัก แล้วเลือกที่จะส่ายหัวออกมาเบาๆ แทนคำตอบ 


“ที่ท่านเห็นข้า เพราะข้าเลือกที่จะปรากฏกายให้ท่านเห็นข้าต่างหากเล่า มิเช่นนั้นท่านคงไม่มีทางมองเห็นข้าเป็นเด็ดขาด แต่ก็มีวิธีในการมองเห็นพวกข้าอยู่เช่นกัน ท่านต้องการทราบหรือไม่เล่า?"  


"อยากสิครับ" จิ่งอวี๋ตอบออกไปทันทีแทบไม่ต้องคิดด้วยนิสัยอยากรู้อยากเห็น แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือเขาไม่รู้ว่าภูตตรงหน้าจะทำอย่างไรกับเขาบ้างถ้าเขาเอ่ยคำว่าไม่ออกไป ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าภูตน้อยจะบอกเขาทำไมก็ตามที


"แต่ถ้าข้าบอกท่านแล้ว ท่านห้ามนำไปบอกใครเด็ดขาด มิเช่นนั้นข้าจะสาปแช่งท่าน” ภูตน้อยพยายามทำหน้าโหด โฉด และชั่วร้ายให้มากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้


“ผมไม่บอกใครหรอกครับ ว่าแต่ภูตประจำตัวสาปแช่งได้ด้วยเหรอครับ?


“แน่นอน แล้วท่านประสงค์จะทดสอบคำสาปแช่งดูของข้าดูหรือไม่เล่า?” ร่างสูงส่ายหน้ายิกๆ ขณะที่ภูตน้อยยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่คิดว่าตนสามารถทำให้คนอื่นกลัวได้สำเร็จ  


ภูตน้อยเชิดหน้าและยืดอกขึ้นสูง แขนทั้งสองข้างขัดกันไว้บริเวณอกอย่างวางมาด ภูตน้อยเว่ยโจวบินไปบินมาอย่างช้าๆ แล้วเริ่มพูด


“ปกติแล้วพวกมนุษย์จะมองไม่เห็นภูต เพราะมนุษย์เหล่านั้นมิได้เชื่อถือในเรื่องของภูตอย่างไรเล่า เมื่อไม่มีความเชื่อในตัวพวกข้าแล้ว พวกเขาก็จะมองไม่เห็นพวกข้าไปโดยปริยาย และตามธรรมเนียมปฏิบัติของภูตเมื่อต้องลงมายังโลกมนุษย์ พวกภูตจำเป็นต้องร่ายมนต์กำบังตนจากสายตามนุษย์เพื่อป้องกันตนเอง” ดวงตากลมโตและเป็นประกายแอบเหล่มอง เมื่อเห็นว่าจิ่งอวี๋ยังคงสนใจอยู่ก็ทำเป็นกระแอมไอเล็กน้อย เขาจะไม่มีทางบอกเด็ดขาดว่าที่จิ่งอวี๋มองเห็นตนเองนั้นเป็นเพราะเขาลืมร่ายมนต์กำบังตนนี่แหละ


“แต่ก็มีอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้มองเห็นภูตที่กำบังตนอยู่ได้ ด้วยการมองผ่านก้อนศิลาที่เกิดรูจากการกระทำของกระแสธารา และที่สำคัญคือจะต้องเก็บก้อนศิลานี้ในบริเวณกลางธารธาราที่บริสุทธิ์เท่านั้น”


"เพราะอย่างนี้เองคนถึงไม่ค่อยเห็นพวกภูต… แล้วคุณมาบอกผมแบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอครับถ้าเกิดความลับนี้รั่วไหลออกไปแล้ว…" ภูตน้อยรู้สึกได้ถึงหยดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาพร้อมๆ กับภาพที่บุพการีสั่งขังลืมเขาในถ้ำมืดมิด ก่อนจะรีบเอ่ยขัดคำพูดของจิ่งอวี๋เพราะไม่อยากจินตนาการภาพของตัวเองไปไกลกว่านี้


"ข้าก็จะสาปแช่งท่านอย่างไรเล่า! ข้าเอ่ยไปแล้วไม่ใช่หรือไรภูตอย่างข้าพูดจริงทำจริงนะท่าน!"


"ที่ข้าเล่าให้ท่านฟังเพราะข้าเป็นภูตประจำตัวของท่าน และขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อสักครู่ด้วย" ภูตน้อยบินมาใกล้ๆ แล้วค่อยๆ วางเท้าลงบนบ่าของร่างสูงหมายจะพักปีกให้หายเมื่อยล้าบ้าง แต่ทันทีที่เท้าสัมผัสกับบ่าแกร่งภูตน้อยก็ต้องขยับปีกขึ้นอีกครั้งเพราะความตกใจของร่างสูงจนภูตน้อยเกือบหล่นลงมา


"นี่! ข้าไม่กัดท่านหรอกน่าข้าให้คำมั่นไปแล้วอย่างไรเล่า ข้าขอพักบนบ่าท่านได้หรือไม่ท่านรู้หรือไม่ว่าการขยับปีกนานๆ แบบนี้ข้าก็เมื่อยปีกเป็นเหมือนกันนะท่าน" ภูตน้อยเอ่ยอย่างหมดความอดทน


"เอามือท่านมา… ยืนมือของท่านออกมาเร็วๆ เดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่ง!" ภูตน้อยเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะไม่เคยมีใครขัดใจเขามาก่อน ยกเว้นก็แต่บุพการีอันเป็นที่รักเท่านั้น

 

 

 

 

 


 

 

ภูตน้อยยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นคนตรงหน้าทำตามที่สั่ง แล้วค่อยๆ บินลงมาหยุดอยู่บนฝ่ามือกว้าง ก่อนจะย่อตัวลง พลางประกบมือข้างซ้ายของตนเองลงบนฝ่ามือของจิ่งอวี๋


"ด้วยนามแห่งข้า สวี่เว่ยโจว ขอให้พระพายเป็นพยานต่อคำมั่นสัญญาของข้าในครั้งนี้ ตราบเท่าที่ข้าอยู่บนโลกมนุษย์แห่งนี้ข้าจะไม่กัด หรือทำร้ายให้มนุษย์นาม หวงจิ่งอวี๋ ต้องได้รับบาดเจ็บเป็นอันขาด" สิ้นคำของเว่ยโจวก็มีลมอุ่นพัดโชยอยู่รอบตัวของคู่สัญญาก่อนจะผละจากไปราวกับหมดหน้าที่ของตน


"ท่าน นี่ท่าน! ท่านจิ่งอวี๋!!" ภูตน้อยเอ่ยเรียกร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่หลายครั้งจนแทบจะกลายเป็นการตะโกนอยู่รอมร่อ


"ห๊ะ! ครับ?" เมื่อกี้เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นรอบกายโดยเฉพาะที่ฝ่ามือ จนหัวใจของเขาถึงกับเต้นแรงขึ้น คงจะเป็นเพราะความน่ามหัศจรรย์ของสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี่เอง


"ไหนๆ ข้าก็ทำสัญญากับท่านแล้ว ท่านคงจะไว้ใจข้าได้แล้วสินะ ถ้าอย่างนั้นข้าขอรบกวนท่านสักหน่อยได้หรือไม่?จิ่งอวี๋ขมวดคิ้วจนแทบจะเป็นปม  


เมื่อเห็นคนตรงหน้าไม่ตอบสักทีภูตน้อยที่ใจร้อนจึงรีบเอ่ยความประสงค์ออกไป


“คือ… ข้าขอพักพิงอยู่ที่แหล่งอาศัยของท่านชั่วคราวได้หรือไม่ เอ่อ… พอดีว่าที่อยู่ของข้าบนโลกมนุษย์กำลังซ่อมแซมอยู่ ถ้าไม่เป็นการรบกวนท่านจนเกินไป”  


ภูตจะมาพักอยู่ที่คอนโดเขาเนี่ยนะ?! เขาเพิ่งรู้ว่าภูตต้องการที่พักด้วย ดูอย่างในเรื่องซินเดอเรลล่าสิ นางฟ้าแม่ทูนหัวยังแค่แวบไปแวบมาเลยไม่เห็นต้องการที่พักซักหน่อย และที่สำคัญมันรบกวนเขาน่ะสิ รบกวนอย่างมากเสียด้วย เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของเขาแม้แต่น้อย เขาจะต้องเอ่ยปฏิเสธออกไป!


"เอ่อ… ได้สิครับ คุณตัวเล็กแค่นี้คงไม่เป็นการรบกวนหรอก แล้วคุณคงทานไม่เยอะเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ" คงไม่มีใครกล้าขัดความต้องการของสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่ไม่มีเขียนเอาไว้ในตำราหรอกจริงไหม และเมื่อกี้เขาก็พึ่งเห็นกับตาว่าภูตตนนี้เรียกลมมาเป็นพยานคำพูดตัวเองได้ ถ้าเขาขัดขืนขึ้นมาแล้วโดนเป่าให้ปลิวออกไปนอกโลกจะทำยังไงล่ะ


"ไม่หรอก ข้าทานนิดเดียวเท่านั้นแหละ ข้าว่าเรารีบไปกันเถิดท่าน ข้าเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว" นิ้วที่ไขว้กันอยู่เมื่อครู่คลายออกจากกันอย่างช้าๆ กินเยอะงั้นรึ ไม่หรอก ก็แค่เคยชนะการแข่งขันกินมาแล้ว 12 ปีซ้อนเท่านั้นเอง และเห็นทีว่าภูตน้อยตนนี้คงจะไม่บอกข้อมูลนี้แก่มนุษย์ตรงหน้าอย่างแน่นอน   


"ก็ดีครับ ผมก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน แต่คุณคงต้องขึ้นรถผมไปนะ"


“รถรึมันคือสิ่งที่เกือบทับข้าตายเมื่อสักครู่ใช่หรือไม่?” ภูตน้อยเอ่ยน้ำเสียงหวาดระแวง พลางมองไปยังสิ่งที่เกือบจะพรากเอาชีวิตของตนไป   


“ผมรับรองว่ามันจะไม่ทับคุณอีกแล้ว ถ้าคุณทำตามที่ผมบอกนะ” พูดจบจิ่งอวี๋ก็เดินนำภูตน้อยไปยังเจ้าเขียวที่จอดทิ้งเอาไว้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากรถหยุดสนิท มือยาวก็คว้ากระเป๋าที่วางอยู่บนเบาะด้านข้าง ก่อนจะใช้มือข้างที่เหลือเชื้อเชิญแขกจำเป็นขึ้นมาบนบ่า แล้วออกเดินไปยังห้องพักของตัวเอง แล้วจิ่งอวี๋ก็ได้รับหน้าที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างนอกจากการเป็นพาหนะชั่วคราว นั้นคือการเป็นไกด์ที่ต้องคอยตอบคำถามจากภูตน้อยที่ทำตาลุกวาวไปตลอดทาง  


"คุณอยากทานอะไรล่ะ?" หลังจากเข้ามาในห้องจิ่งอวี๋ก็เอ่ยถามขึ้น


"เอ่อ… ข้าไม่รู้ว่าพวกมนุษย์ทานอะไรกันบ้าง ท่านนำอะไรมาให้ข้าก็ได้ ข้าคงจะทานได้ทุกสิ่งนั้นแหละในเมื่อพวกท่านยังสามารถทานได้ ส่วนของที่ข้าชอบก็คงจะเป็นชอบของสดๆ ผักสดๆ ผลไม้สดๆ พวกนี้แหละที่ข้าชอบที่สุดเลย อ๋อ เกือบลืมแหนะข้าไม่ทานเนื้อสัตว์นะ"


"งั้นเดี๋ยวผมทำสลัดผัก กับน้ำสลัดบีทรูทแล้วกันนะครับ" จิ่งอวี๋เสนอชื่อเมนูขึ้นมาจากวัตถุดิบที่เหลืออยู่ในตู้เย็น


“ข้าทานอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ โอ้… แท่งเหล็กยักษ์นี่มันคืออะไรหรือท่าน เย็นดีจริงๆ ราวกับถ้ำแห่งเหมันต์เลย” ภูตน้อยพุ่งเข้าไปหาตู้เย็นราวกับได้ของเล่นใหม่


“มันคือตู้เย็นครับ เอาไว้สร้างความเย็นเพื่อเก็บของกิน แล้วก็พวกผัก ผลไม้ให้มันสด เก็บได้นานโดยไม่เน่าเสีย” ไม่รู้ว่าภูตน้อยรับฟังเขาอยู่หรือไม่ เพราะตอนนี้เว่ยโจวแทบจะเอาตัวเอาหลอมรวมกับตู้เย็นไปเสียแล้ว  


แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงกร๊อบแกร๊บของถุงพลาสติกที่จิ่งอวี๋กำลังแกะ ภูตน้อยก็บินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ และแสดงเจตจำนงอยากช่วยเหลือร่างสูงอย่างแรงกล้า จนในที่สุดจิ่งอวี๋ก็มอบหมายงานที่คิดว่าภูตน้อยสามารถทำได้เมื่อสบเข้ากับดวงตาขอร้องแกมบังคับอยู่ในทีให้

 

 

 

 

-To be continued-

 

 

#

 

พยายามหารูปอื่นแล้ว แต่หาไปหามาก็ชอบรูปป๋ากับโจวโจวสองรูปนี้ค่ะ แหะๆ ^^

อาจจะไม่เข้ากับเนื้อเรื่องตอนนี้เท่าไหร่ แต่ภูตโจวโจวขนาดตัวประมาณนี้แหละค่ะ

ติชมได้เลยนะคะ ช่วงนี้เมามันกับงานเหลือเกิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #11 Faibook42 (@failikebook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 19:35
    ถ้ามีภูตน่ารักแบบนี้ รักหมดใจเลยจริงๆ
    #11
    1
    • #11-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 2)
      4 กรกฎาคม 2559 / 15:11
      นี่อยากได้สักตนมาไว้ในบ้านค่ะ จะเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี >_<
      #11-1
  2. #6 Destiny'Lee (@ddpor) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 15:05
    อยากให้ภูตกลายร่างได้แบบตัวใหญ่งี้
    น่ารักมากๆเลย
    #6
    1
    • #6-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 2)
      20 มิถุนายน 2559 / 16:25
      ขอบคุณค่ะ ติดตามต่อไปนะคะ ^^
      #6-1
  3. #3 mintraR (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 16:47
    ภูตตัวนี้จะกลายร่างได้มั๊ยนะ
    #3
    1
    • #3-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 2)
      20 มิถุนายน 2559 / 16:19
      แหะๆ ติดตามต่อไปนะคะ ไม่นานเกินรอ เสกปิ๊งๆ
      #3-1
  4. #1 YZH2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 15:51
    ภูตจิ๋วนี่ช่างพูดจริงๆเลย
    #1
    1
    • #1-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 2)
      20 มิถุนายน 2559 / 16:17
      รักภูตน้อยโจวโจวนิดๆ แต่รักนานๆ นะคะ ^^
      #1-1