Fairy Tell [Yuzhou]

ตอนที่ 18 : บทที่ 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 ก.ย. 59

ภูตเฒ่ากลับมายังที่พักของตนใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าโปร่งหลังจากเข้าไปดูอาการขององค์ชายตามปกติ บริเวณโดยรอบเรียกได้ว่าเงียบสงบเสียจนเกือบสงัด เพราะภูตส่วนใหญ่มักจะตั้งที่พักอาศัยอยู่บริเวณใจกลางของแดนภูตเสียมากกว่า นานๆ ทีจึงจะมีพวกสัตว์ป่าผ่านมาแถวนี้บ้างสักครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นพวกสัตว์ก็ไม่ได้ทำอันตรายหรือกัดกินบ้านของเหล่าภูตแม้แต่น้อย ภูตเฒ่ายังไม่ทันได้ออกแรงเปิดประตูเสียงกร๊อบแกร๊บของเศษใบไม้ก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

“ออกมาเถิดเฟยหย่า” ภูตสาวขยับปีกเล็กๆ เข้ามาหาอย่างอ่อนแรง เสื้อผ้าขาดวิ่นอยู่หลายแห่ง ผู้เป็นอาจารย์ผลักบานประตูแล้วหยิบฉวยผ้าผืนโตออกมาให้ศิษย์ใช้คลุมร่างกาย หยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยขณะที่เขาประคองให้นางนอนลง

 

“พักผ่อนสักพักเถิดศิษย์ข้า เมื่อเจ้าอยากเล่า ข้ายินดีที่จะรับฟังเจ้าเสมอ” นางพยักหน้ารับแล้วปิดเปลือกตาลง

 

ชงหยวนกางตำราเล่มโตที่หยิบลงมาจากชั้น ทรุดตัวลงนั่งอ่านเงียบๆ บนเก้าอี้ไม้ขัดมัน ดวงตาคู่นั้นเหลือบมองศิษย์สาวเป็นระยะ ก่อนจะจมจ่อมอยู่กับข้อมูลในตำรา คิ้วสีดอกเสลาขมวดเข้าหากันแน่น แล้วจึงคลายออกสลับกันอยู่อย่างนั้น จวบจนพระอาทิตย์เคลื่อนคล้อย แสงสีส้มอาบไล้ไปทั่วทั้งผืนป่า เสียงแหบแห้งก็ดังขึ้น

 

“ท่านรู้ใช่ไหมว่าข้าเกลียดเว่ยโจว” ชงหยวนไม่ได้ตอบรับ แต่เงยหน้าขึ้นมองคนพูดที่บัดนี้นั่งกอดเข่าตัวเองเอาไว้แน่น ดวงตาสีเพลิงเหม่อมองออกไปนอกบานหน้าต่าง ราวกับพูดคุยกับสายลมและท้องนภา

 

ชงหยวนส่งน้ำให้ แล้วทรุดตัวลงบนเตียงข้างๆ ซงหยวนฟังเพียงแค่ฟัง ฟังโดยไม่นำใจของตนเข้าไปตัดสินกับสิ่งที่เฟยหย่าได้บอกเล่า และไม่เอ่ยขัดใดๆ เรื่องราวต่างๆ ที่เจ้าตัวตั้งใจจะเก็บเป็นความลับจวบจนดับสิ้นจึงพรั่งพรูออกมาราวกับธารน้ำไหลเชี่ยว

 

 

 

หลังจากที่ได้พบเจ้างูเห่าในครั้งนั้นแล้ว เฟยหย่าก็มักจะแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนมันอยู่เสมอ ในช่วงแรกๆ ก็เดือนละครั้ง ต่อมาก็กลายเป็นอาทิตย์ละครั้ง จนแทบจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเธอไปเสียแล้ว เฟยหย่ามักจะไปไม่นานเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตมากนัก เธอคิดว่าผู้เป็นแม่ของเธอคงไม่ชอบใจนักกับสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ เพราะท่านแม่ของเธอกลัวสัตว์จำพวกงูยิ่งกว่าสิ่งใด

 

 

เฮยหรงมักจะมีเรื่องราวต่างๆ มาเล่าให้เธอฟังอยู่เสมอ เจ้างูเห่าสีนิลตัวนี้เป็นผู้ฟังที่ดีที่สุดสำหรับเธอ เวลาเธอเล่าเรื่องต่างๆ มันมักจะเอาหางยาวๆ ของมันมาพันรอบตัวของเธอเอาไว้ เวลาที่เธอเสียใจจนร่ำไห้มันก็จะคอยปลอบใจอยู่เสมอ หางเล็กๆ นั้นจะคอยเช็ดทุกหยาดหยดน้ำตาของเธอ แต่ถึงกระนั้นเจ้างูเห่าตัวนี้ก็เป็นงูที่มองโลกในแง่ร้ายจอมฉกาจตัวหนึ่ง คำแนะนำหรือข้อคิดที่มันให้กลับมาจึงมักเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดคิดของภูตอย่างเฟยหย่าเสมอ

 

 

 

ภูตสาววัย 210 ปีภูตกำลังนั่งแอบอิงเจ้างูเห่าที่ขยายร่างให้ใหญ่เพื่อให้ความอบอุ่นแก่เธอ ริมฝีปากอวบอิ่มกำลังเอื้อนเอ่ยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนให้เจ้างูฟัง

 

จำนวนภูตในชั้นเรียนแต่ละชั้นมักจะมีจำนวนไม่มากมายนัก และภูตในชั้นก็จำเป็นที่จะต้องมีการคละอายุ แต่ไม่เกิน 10 ปีภูต เพราะอัตราการก่อกำเนิดของภูตอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก และโดยปกติภูตมักจะมีบุตรหรือบุตรีเพียงแค่ตนเดียวเท่านั้น มีแค่ไม่กี่ตนที่ก่อกำเนิดภูตจำนวนมากกว่านั้น จึงไม่แปลกที่ชั้นเรียนของเฟยหย่าเองจึงมีภูตอยู่เพียงแค่ 10 ตนเท่านั้น

 

วันนี้เฟยหย่าร่ำเรียนวิชาโบยบินและการใช้เวทย์ ภูตสาวที่ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งแห่งชั้นเรียนมาตลอด 100 ปีภูตที่ผ่านมายกมือขึ้นแล้วเอ่ยอัญเชิญพระอัคคี แต่กลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น เจ้างูเห่าส่งเสียงหัวเราะแปลกๆ ออกมา โบกหางกลางอากาศ เปลวไฟสีฟ้าลูกใหญ่ก็ปรากฏขึ้น

 

“เจ้าลืมไปแล้วรึเฟยหย่า ว่าในเขตแดนของข้าเวทย์ของเจ้าหาได้เกิดผลใดไม่” มันโบกหางอีกครั้ง เปลวไฟก็ดับมอดไป เฟยหย่ายู่หน้าใส่

 

“ก็ท่านไม่ยอมสอนข้าเสียทีนี่หน่า สอนข้าหน่อยไม่ได้หรือ” ภูตสาวเอ่ยน้ำเสียงออดอ้อน

 

“ยังไม่ถึงเวลาของเจ้าหรอก จงรอไปอีกสักพักเถิด” งูเห่าว่าแล้วขดลำตัวให้แน่นขึ้น เรียกเสียงบ่นกระปอดกระแปดให้ดังเล็ดลอดออกมา

 

“จริงสิ วันนี้ข้าบินตีลังกาได้ตั้ง 13 ตลบแหนะ แต่เว่ยโจวบินได้เยี่ยมยอดกว่าข้าเสียอีก เสียดายท่านไม่มีโอกาสได้เห็น” เฟยหย่าส่งเสียงชื่นชมออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

“ข้าบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ ว่าอย่าเอ่ยชื่อนี้ให้ข้าได้ยิน มันเป็นคนทำให้เจ้าเจ็บปวดใจไม่ใช่หรือไร หรือเจ้าลืมเสียแล้วว่าใครคือคนที่คอยอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดมา” เจ้าหูเง่าแผ่พังพานกว้าง จ้องมองคนที่ถูกหางของตนรัดรึงด้วยความโกรธ

 

“มันทำให้เจ้าโดนลงโทษตอนเป็นเด็กกี่ครั้งกี่คราว เจ้าโดนด่าว่าเพียงเพราะมันหนีออกไปเที่ยวเล่นซุกซน มันใส่ร้ายและกล่าวโทษเจ้า มันเคยแย่งอันดับหนึ่งแห่งชั้นเรียนไปจากเจ้ามิใช่หรือ เจ้าเด็กนั้นมันแย่งความรักความสนใจไปจนหมด แม้กระทั่งจากท่านแม่ของเจ้ามิใช่หรือ เจ้าจะต้องให้ข้าทวนความจำให้เจ้าอีกสักกี่รอบกัน” ดวงตาสีมรกตวาวโรจน์ ลิ้นสองแฉกตวัดไปมา พลางส่งเสียงขู่ฟ่อ

 

“เฟยหย่า มองตาข้า” มันใช้หางเรียวบังคับให้ภูตสาวหันมาสบตา

 

“หากเจ้าเอ่ยเรื่องของมันอีกครา ข้ารับรองว่าเจ้าจะต้องได้รับบทเรียนที่สาสมที่สุด” เจ้างูเห่าส่งเสียงลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มือเรียวผลักบานประตูเข้าไปหลังจากได้ยินเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยเล็ดลอดออกมาจากด้านใน บนโต๊ะมีตะกร้าใบโต ชมพู่ลูกสีชมพูอวบอิ่มนอนเรียงอยู่ในภายในอย่างเป็นระเบียบ หลิ่งจือกำลังลูบหัวทุยๆ นั้นอย่างเอ็นดู ริมฝีปากแย้มยิ้มสดใส ดวงตาสีเพลิงจองมองภาพนั้นเป็นประกาย

 

“เฟยหย่ามานี่สิ ข้าเก็บชมพู่มาฝากเจ้าเยอะแยะเลยนะ เจ้าชอบไหม” เว่ยโจวหยิบชมพู่ในตะกร้าแล้วส่งให้ ภูตสาวปัดมือสหายรักออกอย่างไม่ไยดี ชมพู่ลูกน้อยกลิ้งลงไปบนพื้นไม้ เธอใช้ฝ่าเท้าเหยียบย่ำเสียไม่เหลือสภาพเดิม มันกลายเป็นเพียงเศษซากแบนๆ ติดอยู่กับพื้นไม้

 

“เฟยหย่า!” หลิ่งจือเอ่ยเรียกนามบุตรีด้วยความโมโห

 

“ท่านหลิ่งจือข้าว่าเฟยหย่าคงจะอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก เอ่อ...ข้าขอโทษนะที่เซ้าซี้เจ้าแบบนี้ ท่านอย่าว่ากล่าวนางเลยนะ” เว่ยโจวเอ่ยก่อนจะขอตัวกลับ ขณะที่คนก่อเรื่องเดินหนีเข้าห้องของตัวเองไปโดยไม่กล่าวแม้แต่คำร่ำลา

 

ภาพที่ได้เห็นราวกับจะช่วยตอกย้ำความจริงที่เพิ่งได้ฟังจากสหายในยามราตรี ไฟแห่งความเกลียดชังที่ถูกจุดขึ้นตั้งแต่ยังเด็กเริ่มแผ่ขยายและเพิ่มขึ้นอย่างเท่าทวีคูณ

 

 

ค่ำคืนนั้นเฟยหย่าหลับฝันเห็นภาพความทรงจำต่างๆ ที่มีร่วมกับเว่ยโจวตั้งแต่วัยเด็ก แต่คราวนี้เธอไม่ได้เป็นเฟยหย่าที่ตัวเล็กเฉกเช่นที่ผ่านมา เฟยหย่าในวัย 210 ปีภูติ เดินเข้าไปกระซิบที่หูเล็กๆ ของเฟยหย่าในวัยเยาว์ ครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องแล้วเรื่องเล่า เสียงเจ้างูเห่าดังขึ้นในห้วงหนึ่ง “มันเป็นคนทำให้เจ้าเจ็บปวดใจไม่ใช่หรือไร”

 

เฟยหย่าสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากห้วงฝัน มือเรียวดึงรั้งผ้าห่มผืนงามเอาไว้แน่น หยาดน้ำตาหลั่งรินออกมาอย่างช้าๆ

 

 

 

 

 

 

 

รุ่งขึ้นเฟยหย่าก็ยังคงปฏิบัติตัวต่อเว่ยโจวอย่างปกติ แต่ภายในเธอกำลังรอคอยโอกาสและหาทางให้สหายผู้นี้ไม่มีทางได้พบกับความสุขอีก และเธอจะต้องเป็นผู้เห็นความย่อยยับนั้นด้วยตาตนเอง

 

ทุกครั้งที่เว่ยโจวออกไปเที่ยวเล่นกับเฟยหย่าจึงมักจะได้รับบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ กลับมาเสมอ แต่สิ่งเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะเว่ยโจวมักจะซุกซนจนได้บาดแผลอยู่เป็นประจำ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินในลักษณะเช่นนั้นเรื่อยมา จนกระทั่งเว่ยโจวบ่นกับภูตสาวว่าอยากลงไปยังโลกมนุษย์อีกครา เพียงแต่ติดอยู่ที่ผู้เป็นอาจารย์ไม่ยอมให้เจ้าตัวได้สมความปรารถนาเสียที เฟยหย่าจึงหาทางช่วยสหายรักอย่างเต็มใจ

 

เฟยหย่าวางแผนให้เว่ยโจวออกเดินทางในช่วงที่ไม่มีการร่ำเรียนเนื่องจากผู้เป็นอาจารย์จะเข้าป่าไปทำการตรวจตราความเป็นอยู่ของพวกสัตว์ในป่าทั้งสี่ทิศ ทำให้ไม่มีใครสงสัยว่าเว่ยโจวหายตัวไปไหนได้เป็นเวลานาน และค่อนข้างแน่นอนว่าเว่ยโจวคงจะได้รับอนุญาตให้ติดตามอาจารย์ไปถ้าทำการร้องขอ

 

 

 

 

 

เมื่อถึงวันเดินทางทั้งคู่นัดพบกันที่หน้าประตูไม้บานโตที่เริ่มมีร่องรอยแห่งกาลเวลาปรากฎให้เห็นมากขึ้น แต่ก็ยังคงไว้ด้วยความงดงามในตัวของมันเอง ภูตสาวยื่นกุญแจสีเงิน แล้วเอ่ยคำอวยพรขอให้สหายรักโชคดี แต่หลังจากเว่ยโจวผ่านพ้นประตูแห่งกาลเวลาได้ไม่นาน เฟยหย่าก็ก้าวเท้าตามเข้าไปบ้าง

 

เฟยหย่ายกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นเว่ยโจวได้แต่แอบอยู่หลังพุ่มไม้ไม่กล้าแม้แต่จะออกไป เธอร่ายมนต์กำบังใส่เว่ยโจวอีกครั้งแล้วกลับไปยังแดนภูต เธออยากให้เขารับรู้และดื่มด่ำกับรสชาติของการไม่มีตัวตนในสายตาคนที่เขารักอย่างเต็มที่

 

 

 

 

หลายวันผ่านไป แต่เว่ยโจวยังคงไม่กลับมาจากโลกมนุษย์อย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ เฟยหย่าเริ่มร้อนใจและนำเรื่องนี้ไปปรึกษาเจ้างูเห่า มันยื่นขวดสีขาวขุ่นขนาดเล็กให้แก่เธอ บอกถึงวิธีใช้ และผลที่จะเกิดขึ้นว่าผงที่อยู่ในนี้จะทำให้ภูตนั้นป่วย โดยอาการจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดภูตตนนั้นก็จะต้องกลับมายังโลกภูตเอง เธอกำขวดนั้นเอาไว้แน่นแล้วเอ่ยลาเจ้างูเห่า

 

ภาพที่ปรากฎตรงหน้าไม่ใช่ภาพเว่ยโจวที่กำลังเศร้าสร้อยอย่างที่เธออยากให้เป็น ตรงกันข้ามเว่ยโจวกำลังมีความสุขอยู่กับคนที่เจ้าตัวยึดมั่นมาตลอด 216 ปีภูต และเป็นคนเดียวกับคนที่แย่งชิงความสนใจของเว่ยโจวในวัยเด็กไปจากเธอจนหมด

 

เฟยหย่าฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครอยู่นำผงในขวดใส่ลงไปในเครื่องปรุงรสขวดแล้วขวดเล่า แล้วแอบดูสถานการณ์อยู่อย่างเงียบๆ ผ่านไปไม่นานนักเว่ยโจวก็เริ่มแสดงอาการออกมาให้เห็น แต่เจ้าตัวก็พยายามกลบเกลื่อนอาการเมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่มร่างสูง เวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆ แต่คนหัวดื้อก็ยังไม่ยอมกลับโลกภูตเสียที เฟยหย่าออกอาการหงุดหงิดจนเห็นได้ชัดทุกครั้งเมื่อต้องกลับไปโลกภูตตามลำพัง

 

เธอไปๆ มาๆ ระหว่างสองโลกนับครั้งไม่ถ้วน และทำแม้กระทั่งตามออกไปเมื่อพวกเขาไปเที่ยวกัน แน่นอนว่าเชือกที่ขาดนั้นไม่ใช่ฝีมือใครอื่น เธอแค่อยากจะขู่ให้เว่ยโจวกลัวและรีบกลับเสียที แต่ใครจะไปรู้ว่าเว่ยโจวช่างดื้อดึงยิ่งนัก ทั้งๆ ที่สภาพร่างกายของตนย่ำแย่ขนาดนั้นแต่กลับไม่คิดจะกลับโลกภูต จนเธอเคยคิดที่จะเปลี่ยนแผนอยู่หลายครั้ง แต่อะไรๆ กลับไม่เป็นใจให้เธอทำเช่นนั้นได้

 

 

 

วินาทีที่เห็นเว่ยโจวแน่นิ่งไปจากสิ่งที่เธอกระทำ หัวใจและร่างกายของเฟยหย่าเย็นเยียบราวกับถูกนำไปแช่ในบ่อน้ำในเหมันต์ฤดู เธอได้แต่ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างแบบนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็ทำมันลงไปแล้วด้วยมือทั้งสองข้างของเธอเอง แต่แล้วเธอกลับกล่าวปฏิเสธออกมาโดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้กลายเป็นนิสัยของเธอไปเสียแล้ว เธอโยนความผิดทั้งหมดให้แก่ชายหนุ่มที่กำลังกอดร่างของเว่ยโจวเอาไว้ แล้วรีบกลับไปยังโลกภูต

 

 

 

เฟยหย่าตรงดิ่งไปหาเจ้างูเห่าทันทีที่แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า

 

“เฮยหรงท่านอยู่หรือไม่ เปิดประตูให้ข้าหน่อย!!” เฟยหย่าทุบบานประตูเสียงดังโดยไม่สนใจว่ามือของตนจะเจ็บหรือไม่

 

“เจ้าตามหาข้าอย่างนั้นรึ?” เจ้างูเห่าโผล่มาด้านหลังของเธอ

 

“ยาขวดนั้นที่ท่านให้ข้าไป ข้าอยากได้สิ่งที่ช่วยชะล้างฤทธิ์ของมันได้ ยาแก้พิษ วิธีแก้ไขหรืออะไรก็ได้ ท่านช่วยเอามาให้ข้าที ข้าต้องการใช้เดี๋ยวนี้ เอามาให้ข้าเร็วเข้าสิ!” เจ้างูเห่าจับจ้องภูตตรงหน้านิ่งแล้วเอ่ยเสียงเย็น

 

“อย่ามาขึ้นเสียงกับข้าเพียงเพราะไอ้เด็กงี่เง่านั่นเฟยหย่า” มันเลื้อยหนีเข้าไปในที่พักอย่างรวดเร็ว เฟยหย่าตามเข้ามาด้วยความโมโหไม่แพ้กัน

 

“ท่านรู้ว่าคนที่ข้าจะเอายานั่นไปใช้คือเว่ยโจว ท่านเลยเอายานั่นมาให้ข้าอย่างนั้นรึ”

 

“ฉลาดนี่เฟยหย่า และข้าเตือนเจ้าแล้วว่าถ้าเจ้าเอ่ยถึงมัน เจ้าจะต้องได้รับบทเรียนที่สาสมที่สุด” เสียงเย็นๆ ดังขึ้นอีกครั้งราวกับต้องการจะเยาะเย้ย

 

เฟยหย่ารู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งโดนตบหน้าฉาดใหญ่ วินาทีนั้นภาพในวัยเด็กก็หวนกลับมาอีกครั้ง เธอเห็นภาพของตัวเองและเฮยหรงทับซ้อนกัน ตอนที่เธอเรียกร้องความสนใจต่างๆ นาๆ หรือแม้กระทั่งตอนยื้อแย่งไข่ใบโตจากเว่ยโจวจนมันหลุดมือไป ก็ไม่ต่างจากสิ่งเฮยหรงกำลังทำกับเธออยู่ตอนนี้  

 

“ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ ยาที่เจ้าใช้ไปก็คือผงวิญญาณภูตอย่างไรล่ะเฟยหย่า ป่านนี้ไอ้เด็กนั่นคงจะโดนกลืนกินดวงจิตไปหมดเสียแล้วกระมัง” งูเห่าเลื้อยเข้ามาหาพลางหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ เฟยหย่าถอยหลังหนีร่างนั้นอย่างไม่รู้ตัว

 

“ท่านหลอกลวงข้า!! ท่านทำร้ายเว่ยโจว ข้าเกลียดท่านเฮยหรง ท่านมันเลวที่สุด!”

 

“ข้ายอมรับว่าข้าเลว ข้าหลอกลวง แต่ลองถามตัวเองเถอะเฟยหย่า ว่าใครกันแน่ที่ทำร้ายเว่ยโจว” เจ้างูเห่าแสยะยิ้ม ขณะที่เฟยหย่ายืนนิ่งไปครู่ใหญ่ เธอรู้ว่าคนที่ทำร้ายเว่ยโจวมากที่สุดก็คือตัวของเธอเอง

 

เฟยหย่าเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีเพลิงของเธอวาวโรจน์ขณะหยิบบางอย่างออกมาในกระเป๋าข้างลำตัวอย่างเชื่องช้า

 

“ข้าจะฆ่าท่าน แล้วค่อยตามไปขอโทษเว่ยโจวด้วยกัน” ภูตสาวจ้วงแทงมีดด้ามเล็กเข้าหาเจ้างูเห่าเต็มแรง มันโยกตัวหลบแล้วใช้หางดีดมีดด้ามนั้นจนลอยไปปักอยู่บนเพดานไม้ด้านบน เฟยหย่าพลิกตัววิ่งตรงไปที่ประตู แต่ไม่ว่าพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเปิดประตูบานนั้นได้

 

“เจ้าไปไหนไม่รอดหรอกเฟยหย่า ข้าใจดีกับเจ้ามามาก แต่ตอนนี้ข้าหมดความอดทนแล้ว เตรียมตัวรับบทเรียนของข้าให้ดีเถอะ” เจ้างูเห่าแผ่พังพานแล้วโบกหางไปมา ชั่วครู่ก็ปรากฎร่างชายหนุ่มผิวเข้มขึ้นมาแทนที่ เขารวบตัวภูตสาวเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว

 

 

 

 

 

 

เฟยหย่านั่งก้มหน้ากอดเข่า มือทั้งคู่บีบแขนตัวเองเอาไว้จนเป็นรอยแดง ชงหยวนดึงมือคู่นั้นออก แล้วรั้งร่างของศิษย์เข้ามาในอ้อมกอด ใช้มือลูบศีรษะนั้นอย่างแผ่วเบา

 

“ท่านอาจารย์ข้าอยากให้ท่านช่วยฆ่าข้าทิ้งเสีย ข้าไม่อยากให้ท่านพ่อและท่านแม่ต้องมาเจ็บปวดเพราะข้าอีก” เฟยหย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด

 

“ข้าไม่มีทางฆ่าเจ้าได้หรอกศิษย์รักของข้า แต่เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าจิตที่มุ่งร้าย ท้ายที่สุดแล้วมันจะย้อนกลับมาทำลายดวงจิตของเจ้าเอง และเจ้าจะต้องแลกมาด้วยการแลกเปลี่ยนอันเท่าเทียมกัน”

 

“ข้าขอโทษท่านอาจารย์ ข้าไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นเช่นนั้นเลย ท่านช่วยฆ่าข้าเสียเถิด ถึงอย่างไรข้าก็ทำมันลงไปแล้ว ด้วยมือทั้งสองข้างของข้า ข้าทำให้เว่ยโจวดับสิ้นด้วยมือของข้า!” ภูตสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดหน้าของตัวเองแล้วร่ำไห้

 

 “ข้าดีใจที่อย่างน้อยเจ้าก็คิดได้ด้วยตัวของเจ้าเอง และข้าคิดว่ามีเรื่องนึงที่เจ้าควรจะต้องรู้ศิษย์รัก เว่ยโจวยังไม่ดับสิ้นหรอก แต่อาการก็ไม่สู้ดีนัก เขาอยู่กึ่งกลางระหว่างการคงอยู่และดับสิ้น และข้าคิดว่าสิ่งที่เขาต้องการก็คือกำลังใจจากสหายอย่างเจ้านะเฟยหย่า”

 

“เจ้ารู้หรือไม่ ที่เว่ยโจวตั้งใจเรียนจนได้อันดับหนึ่งในชั้นเรียนล้วนแล้วแต่เป็นเพราะข้าทั้งสิ้น เจ้าทั้งคู่เป็นคนฉลาดแต่กลับเกียจคร้านกันเสียทั้งคู่ ตอนเด็กๆ เว่ยโจวมักจะชวนเจ้าออกไปเที่ยวเล่นแล้วก็ไม่สนใจการเรียนกันเอาเสียเลย หลังจากเหตุการณ์นั้น เจ้าก็กลับมาตั้งใจเรียนมากขึ้น ส่วนเว่ยโจวก็ยิ่งทวีความเกียจคร้านเป็นเท่าทวี” ผู้เป็นอาจารย์ส่งเสียงหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงภาพภูตตัวแสบสองตนในวัยเยาว์  

 

“ข้าจึงทำสัญญากับเว่ยโจวว่าถ้าเขาสามารถได้อันดับหนึ่งในชั้นเรียนข้าจะไปขอองค์ราชาพาเขาไปโลกมนุษย์ด้วย เขาก็เลยตั้งใจเรียนเสียยกใหญ่ และเพียงแต่เจ้าจะสังเกต ไม่กี่ปีหลังจากนั้นเขาก็กลับมาทำตัวเกียจคร้านเหมือนเดิม ในตอนนั้นเขาก็มาหาข้า แล้วบอกข้าว่าเขาคิดว่าเจ้าคงจะโกรธเขาเพราะเขาแย่งตำแหน่งที่เจ้าภาคภูมิใจในชั้นเรียนไป เขาจึงขอทำอย่างอื่นเพื่อไปโลกมนุษย์ในครั้งต่อไปแทน ดังนั้นเจ้าจงไตร่ตรองให้ดีเถิด ว่าสหายของเจ้าเป็นดั่งที่เจ้ากล่าวหามาหรือไม่” 

 

“และเจ้าคงไม่เคยรู้ว่าท่านแม่ของเจ้าเที่ยวชื่นชมเจ้าให้ใครต่อใครฟังอยู่เสมอ เขาภูมิใจในตัวของเจ้ามากนะเฟยหย่า ถึงแม้เขาอาจจะแสดงความรักไม่ค่อยเก่ง แต่เชื่อข้าเถอะว่าเขารักเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใดเฟยหย่า” มือทั้งคู่โอบกอดร่างของศิษย์ที่ร่ำไห้ปานจะขาดใจเอาไว้ พลางคิดกังวลกับสิ่งที่ผู้เป็นศิษย์เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เฮยหรงผู้เป็นใหญ่แห่งป่าอนธการ ดูท่าเรื่องนี้จะไม่จบลงโดยง่ายเสียแล้ว


         


 
-To be continued-


#

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #36 princeweak2 (@princeweak2) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 08:21
    ^^ ขอบคุณมากนะคะไรท์
    #36
    1
    • #36-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 18)
      22 กันยายน 2559 / 23:23
      ขอบคุณเช่นกันนะคะ ฮึบๆ
      #36-1
  2. #35 ZHOUTO (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 23:48
    มาแล้วววววว ขอบคุณครับไรท์ รอตอนต่อไปครับ สู้ๆครับ ^_^
    #35
    1
    • #35-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 18)
      22 กันยายน 2559 / 23:22
      ขอบคุณเช่นกันค๊า เลิฟๆ
      #35-1