Fairy Tell [Yuzhou]

ตอนที่ 10 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 ส.ค. 59

            ชายหนุ่มผูกเนคไทลวกๆ พลางเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนเหม่อมองอยู่ริมหน้าต่าง ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านเข้ามาราวกับจะปลุกสิ่งของต่างๆ ให้มีชีวิตขึ้นมา ผ้าม่านพลิ้วไหวหยอกล้อกับสายลม รอยยิ้มบางๆ จึงถูกจุดขึ้นบนใบหน้าเล็กๆ นั่น

 

            “ทำอะไรอยู่ครับ” คนที่กำลังจะเอื้อมมือไปจับขนนกอยู่ชะงักไปเล็กน้อย แล้วหมุนตัวกลับมาหา

 

            “โจวโจวกำลังคิดว่าจะทำอีกหลายๆ อัน พี่จิ่งอวี๋จะได้ฝันดีตลอดไปไง” ตาข่ายดักฝันที่เจ้าตัวทำแขวนอยู่เหนือหน้าต่าง แทนที่จะเป็นหัวเตียง เพียงเพราะเหตุผลว่าจะได้กันฝันร้ายได้จากทุกทิศทาง แต่เหตุผลที่สำคัญมากกว่านั้นคือมันสวยดี

 

            เศษกิ่งไม้ถูกนำมาขดแล้วมัดจนเป็นวงกลม ตรงกลางมีเถาวัลย์เส้นเล็กๆ ถักทอเป็นลวดลายอ่อนช้อยงดงาม แต่ขณะเดียวกันก็ดูเรียบหรูในตัวของมันเอง แสดงให้เห็นถึงความประณีตในตัวของคนทำ ด้านล่างมีลูกปัด คริสตัล และหินสีขนาดต่างๆ ถูกร้อยพันเอาไว้ในเถาวัลย์แต่ละเส้น ปิดท้ายด้วยขนนกหลากสีสันที่คนทำลงมือย้อมด้วยตนเอง

 

            สาเหตุที่ทำตาข่ายดักฝันขึ้นมาจริงๆ แล้วอาจจะต้องบอกว่าเป็นเพราะเว่ยโจวมากกว่าตัวของเขาเอง ถึงแม้เขาจะชอบฝันร้ายในเรื่องเดิมๆ จนต้องตื่นขึ้นมากลางดึกในบางคืน แต่ก็ไม่ได้รบกวนชีวิตประจำวันของเขาเท่าไหร่นัก อาจจะเป็นเพราะว่าเขาชินชาเสียแล้ว โดยเฉพาะในช่วงหลังนี้ที่มีเว่ยโจวมาอยู่ด้วย บางคืนถ้าเขาตื่นขึ้นมาคนที่นอนอยู่ข้างกายก็จะตื่นขึ้นมาด้วย เว่ยโจวมักจะใช้มือทั้งคู่โอบกอดเขาเอาไว้จนแน่นแล้วร้องเพลงที่เจ้าตัวจำมาจากทีวีให้เขาฟัง แค่นี้เขาก็สามารถกลับไปนอนหลับฝันดีได้อีกครั้งอย่างไม่ยากเย็น โดยไม่ต้องพึ่งตาข่ายติงต๊องนี่ด้วยซ้ำไป

 

            แต่เขากลับสังเกตเห็นเมื่อไม่นานมานี้ว่าเว่ยโจวเองก็มีอาการฝันร้ายเหมือนกับมนุษย์ด้วยเช่นกัน และดูจะมีอาการหนักกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ เขาไม่รู้ว่าภูตทุกตนเป็นแบบนี้หรือไม่ แต่เว่ยโจวไม่สามารถตื่นขึ้นมาจากฝันนั้นได้ด้วยตนเองถ้าเขาไม่ปลุกขึ้นมา ยิ่งพักหลังๆ มานี่การปลุกคนข้างกายกลับดูเหมือนจะยากขึ้นเรื่อยๆ จนเขาที่ไม่ใช่คนตื่นง่ายสักเท่าไหร่นักกลายเป็นคนที่ตื่นขึ้นมาได้เพียงแค่คนในอ้อมกอดขยับตัว หรือเริ่มหายใจรัวเร็ว

 

            เขาค้นหาวิธีที่ช่วยผ่อนคลายในการนอนทั้งใช้กลิ่นที่ช่วยผ่อนคลาย ให้เว่ยโจวอาบน้ำอุ่นๆ ก่อนนอน หรือเอานมอุ่นๆ ให้ดื่ม จนกระทั่งเจอเข้ากับตาข่ายดักฝันในอินเทอร์เน็ต เขาจึงลองชวนเว่ยโจวมาทำดู ถึงแม้จะได้ดูรูปเพียงแค่รอบเดียว แต่เจ้าตัวก็สามารถจดจำรายละเอียดได้หมด แถมทำออกมาได้สวยกว่าที่เห็นในภาพเสียอีก ที่สำคัญเจ้าตัวยังเลือกใช้วัสดุที่ได้จากธรรมชาติแทนที่จะไปซื้อของแพงๆ เพราะเจ้าตัวบอกว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้สามารถสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติมากกว่า และจิตวิญญาณเหล่านี้แหละที่จะคอยปกปักรักษาเขา

 

            ดังนั้น เมื่อคนที่อยากทำเอ่ยปากเองแล้วเขาก็ไม่ขัดข้องใดๆ แต่ตอบรับกลับไปอย่างง่ายดาย พลางเอ่ยชักชวนไปช่วยหาวัสดุที่สวนสาธารณะด้วยกันในช่วงเย็น แค่เท่านั้นคนฟังก็ฉีกยิ้มกว้าง พยักหน้าเล็กๆ และเมื่อเว่ยโจวเอื้อมมือไปจับปลายเนคไทเอาไว้หลวมๆ คนที่อยู่ด้านบนก็โน้มคอลงมาราวกับรู้หน้าที่

 

            “ขอบคุณนะครับ” จิ่งอวี๋เอ่ยขึ้นหลังเนคไทถูกจัดให้เข้าที่เข้าทางโดยไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่น้อย

 

            ชายหนุ่มเดินเช็คความเรียบร้อยของห้องอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วก็หยิบกระเป๋าสีดำประจำตัวขึ้นมา ก้าวเท้าออกจากห้องด้วยรองเท้าขัดมันจนขึ้นเงากว่าที่เคย

 

           

           

 

            จิ่งอวี๋สั่งเลขาคนสวยหน้าห้องให้นำงานทั้งหมดที่ต้องทำของอาทิตย์นี้และอาทิตย์หน้า พร้อมนัดหมายการประชุมเข้ามาให้ในห้อง และไม่ลืมหันไปกำชับเรื่องเครื่องดื่มของตัวเอง

 

            ผ่านไปเพียงไม่นานห้องทำงานก็เต็มไปด้วยแฟ้มมากมายที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะและล้นลงมาจนถึงพื้น เครื่องดื่มสามถ้วยวางอยู่บนโต๊ะอย่างแออัด เพราะต้องแย่งชิงพื้นที่กับบรรดาแฟ้มสีทะมึนที่ทำหน้าบึ้งตึงใส่พวกมันอยู่

 

            “พี่จิ่งอวี๋ โจวโจวขอชิมนะ” ทันทีที่จิ่งอวี๋พยักหน้าภูตน้อยก็บินลงมาเกาะหลอดเล็กๆ ที่เพิ่งถูกเสียบลงไปในถ้วยเมื่อสักครู่ ออกแรงดูดเล็กน้อย แล้วก็ทำหน้าเบ้ออกมา กระพือปีกเล็กๆ หนีจากถ้วยเครื่องดื่มที่ตนเองจดๆ จ้องๆ มาเสียหลายวันอย่างไม่ใยดี

 

            จิ่งอวี๋เผลอปล่อยเสียงหัวเราะให้เล็ดลอดออกมา แล้วกวักมือเรียกคนที่บินหนีไปเมื่อครู่

 

            “ไม่เอาแล้วพี่จิ่งอวี๋ ไม่เห็นอร่อยเลย พี่จิ่งอวี๋ดื่มเข้าไปได้ยังไงกัน” ภูตน้อยบินเข้ามาใกล้พลางแลบลิ้นใส่ จิ่งอวี๋เลื่อนถ้วยสีขาวที่มีหลอดเล็กๆ เสียบอยู่อีกใบเข้าไปใกล้ๆ แทน

 

            “ลองชิมถ้วยนี้ดูสิ พี่ไม่หลอกโจวโจวหรอกครับ ชิมดูก่อน” ชายหนุ่มเอ่ยสำทับเมื่อเห็นคนฟังทำท่าไม่เชื่อ ริมฝีปากบางจรดลงที่หลอดอีกครั้งแล้วออกแรงดูด น้ำสีน้ำตาลอ่อนรสชาติหวานก็ทำให้เจ้าตัวยิ้มกว้างออกมา พร้อมเอ่ยปากชมว่าอร่อยเสียหลายครั้ง ปล่อยให้น้ำผลไม้ที่เจ้าตัวชื่นชอบนักหนาได้แต่มองด้วยความน้อยใจ

 

 

 

 

            ภูตน้อยทรุดตัวนั่งลงบนกองแฟ้มที่จิ่งอวี๋จัดเอาไว้ให้ข้างถ้วยทำให้การดื่มเครื่องดื่มในถ้วยเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น ไม่นานท้องเล็กๆ ก็เต็มไปด้วยน้ำ และก็หนีไม่พ้นเจ้าของห้องที่ต้องพาภูตน้อยไปปลดปล่อยของเสียออกจากร่างกายโดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็นเจ้าตัวเข้าเพราะอีกฝ่ายใช้มนต์กำบังเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าจะถามว่าทำไมเขายังมองเห็นเว่ยโจวอยู่อีกเขาก็ตอบไม่ได้ เพราะแม้แต่คนร่ายมนต์เองก็ยังไม่รู้เช่นกัน

 


            วันนั้นทั้งวันเลขาสาวได้แต่ลอบมองผู้เป็นนายของตัวเองเดินเข้าเดินออกระหว่างห้องทำงานกับห้องน้ำเป็นว่าเล่น ในมือถือปึกข้อมูลเกี่ยวกับ Overactive Bladder หรือ ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวมากเกินปกติเอาไว้ในมือแต่กลับไม่กล้ายื่นให้เสียที พลางนึกสงสารผู้เป็นนายที่เป็นโรคของผู้สูงวัยตั้งแต่ยังหนุ่ม

 

           

 

 

 -----------------------------------------------------------------------------






 

 

            “อาหารที่พ่อทำเป็นยังไงบ้างลูก” ชายหนุ่มวัยกลางคนเอ่ยถาม

 

            “อร่อยมากเลยครับ” เว่ยโจวเงยหน้าขึ้นมาตอบพร้อมรอยยิ้ม

 

            “ถ้าอย่างนั้นโจวโจว กินเยอะๆ เลยนะลูก” เว่ยถิงมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้ช่างบริสุทธิ์เสียเหลือเกิน แถมยังน่ารักเอามากๆ อีกด้วย ถ้าเขาเป็นพ่อของเด็กคนนี้คงจะดีไม่น้อย

 

            “พ่อ น้องน่ารักใช่ไหมละ พ่อสนใจรับเป็นลูกชายพ่ออีกสักคนไหม ไม่ก็เขี่ยพี่จิ่งอวี๋ทิ้งไปก็ได้นะพ่อ” ลูกชายคนเล็กของบ้านเอ่ยแซวผู้เป็นพ่อที่เอาแต่มองคนตรงหน้าไม่เลิก

 

            เว่ยถิงเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะส่งเสียงตอบรับออกมา

 

            “อืม... ก็ดีเหมือนกันนะ จิ่งอวี๋ เราว่าไงละ”

 

            “ว่าไงพ่อหมายถึงเรื่องไหนละครับ เรื่องที่พ่อจะรับโจวโจวเป็นลูกชาย หรือเรื่องที่พ่อจะเขี่ยผมทิ้ง” ชายหนุ่มเผลอเบ้ปากออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

            “อะไร แค่นี้งอนเหรอพี่จิ่งอวี๋ ใครจะกล้าทิ้งพี่ได้ลงกันเล่าออกจะเป็นพี่ชายที่แสนดีขนาดนี้ เนอะ งั้นเดี๋ยววินไปเอามีดมาให้ กรีดเลือดสาบานเป็นพี่น้องกันเลยแล้วกันนะ ถึงไม่ได้วันเดือนปีเดียวกัน ก็ขอตายวันเดือนปีเดียวกัน วินอยากมีน้องน่ารักๆ แบบนี้มาตั้งนานแล้ว”

 

            ชายหนุ่มคว้าหมับเข้าที่แขนของน้องชายตัวเองที่กำลังจะลุกออกจากเก้าอี้เพื่อวิ่งเข้าไปในครัว

             

            “ถ้าอยากได้เขาเป็นน้อง พี่ว่าเราคงต้องไปถามพ่อแม่เขาก่อนนะวิน” ถึงแม้เจ้าน้องชายตัวแสบจะอยากได้แค่ไหน แต่เขาไม่ได้อยากเป็นพี่น้องกับร่างบางข้างกายสักหน่อยนี่

 

            “เอาเบอร์มาสิ เดี๋ยวพ่อโทรไปถามให้” ผู้เป็นพ่อหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสีน้ำตาลตัวโปรดออกมา

 

            “เอ่อ... ผมว่านี่ก็ดึกแล้ว อย่าเพิ่งโทรไปรบกวนพวกท่านเลยดีกว่านะครับ อีกอย่าง นี่ก็ใกล้ถึงเวลาเข้านอนของโจวโจวแล้ว ผมว่าผมกลับก่อนดีกว่า ส่วนอาหารที่เหลือผมขอใส่กล่องกลับบ้านนะครับ” จิ่งอวี๋ใช้สมองประมวลผลหาทางรอด ก่อนจะใช้มือสะกิดคนข้างกายให้ลุกขึ้น

 

            “งั้นเหรอ อืม... งั้นกลับดีๆ ล่ะ โจวโจวแวะมาหาพ่อบ่อยๆ นะลูก พ่อคิดถึง เออ แล้วก็จิ่งอวี๋ อย่าลืมเอาเบอร์พ่อกับแม่โจวโจวให้พ่อด้วยล่ะ” เว่ยถิงเหล่ตามองลูกชาย พลางอมยิ้มเล็กๆ ก่อนจะกอดล่ำลาเด็กหนุ่มที่เพิ่งได้ทำความรู้จักในวันนี้ แล้วปล่อยตัวกลับไป

 

 




--------------------------------------------------------------------------------






            หลังจากได้รับสายจากเพื่อนรักที่ดูจะเข้าอกเข้าใจเขาเป็นอย่างดี แม้ยังไม่ทันเอ่ยปากพูดอะไร เฟิงซงเดินยิ้มร่าลงมาจากห้อง เอ่ยสวัสดีบุพการีทั้งคู่ แล้วกระโดดขึ้นรถแลนด์โรเวอร์สีฟ้าขับออกจากบ้านไป

 

            “พ่อสวัสดีครับ” เฟิงซงเอ่ยทักเจ้าของบ้านที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ตัวเก่ง

 

            เว่ยถิงส่งเสียงตอบรับพลางเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ แต่เมื่อเห็นชุดผู้ชายลายดอกก็ชะงักไปเล็กน้อย

 

            “จะไปทะเลกันใช่ไหม เจ้าวินบ่นว่าไม่อยากไปอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่พ่อเห็นเตรียมตัวเสร็จตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เออ เฟิงซงลองขึ้นไปตามสิแต่ระวังโดนลูกหลงนะ เห็นเมื่อกี้ตะโกนชื่อจิ่งอวี๋เสียเสียงดัง หูพ่อเกือบหนวกแหนะ” เฟิงซงพยักหน้ารับ สาวเท้าเดินขึ้นไปด้านบน มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบกุญแจที่ห้อยรูปหัวใจขึ้นมาไขอย่างชำนาญ

 

ทันทีที่ประตูเปิดออกหมอนใบโตก็ลอยเข้ามาปะทะจนศีรษะเอนไปด้านหลัง

 

            “วินไม่ไปทะเลแล้ว ออกไปเลยนะ!!” เฉินเหวิ่นนั่งทำหน้าบูดบึ้งอยู่บนเตียงในมือยังมีหมอนใบโตอยู่อีกใบ

 

            “เฮ้ยพี่สาบานว่ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่ไอ้จิ่งอวี๋มันบอกว่ารถมันของเต็มแล้ว แล้วโทรบอกให้พี่มารับวินเมื้อกี้เอง”

 

            “งั้นวินจะขับรถไปเอง” เจ้าของห้องลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเดินทางเอาไว้ในมือ แต่ก็ยังช้ากว่าเฟิงซงอยู่ดี

 

            “ไอ้พี่เฟิงซงเอากระเป๋าวินมานะ” คนตัวโตกว่าเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ ยัดกระเป๋าลายจุดใบโตไว้บนรถได้ก็หันกลับมาหาคนที่ยืนโวยวายอยู่หน้าประตูบ้าน ย่างเท้าเข้าไปหาช้าๆ จนเฉินเหวิ่นเผลอเดินถอยหลังไปหลายก้าว

 

            “พ่อครับ ผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ” พูดจบเฟิงซงก็ยกเฉินเหวิ่นขึ้นพาดบ่า จนคนที่อยู่บนบ่าถึงกับร้องเสียงหลง พลางเอ่ยขอความช่วยเหลือ

 

            “พ่อ!! ช่วยวินด้วย ไอ้พี่เฟิงซงปล่อยวินนะ ปล่อย!!! พ่อ!

 

            “อืมๆ เที่ยวให้สนุกนะลูก เดินทางปลอดภัยล่ะ” เว่ยถิงเดินออกมานอกตัวบ้าน แล้วชะโงกหน้ามาหาเฉินเหวิ่นที่ถูกยัดขึ้นไปบนรถแล้ว มือเรียวพยายามแกะสายรัดเข็มขัดนิภัยออก แต่ก็โดนขัดขวางเอาไว้ได้ทุกครั้ง

 

            “เออเกือบลืมแหนะ วินอย่าลืมของฝากพ่อนะลูก รู้ใช่ไหมว่าพ่อชอบอะไร… ขับรถดีๆ นะเฟิงซง” เว่ยถิงยืนโบกมือให้ก่อนที่รถแลนด์โรเวอร์สีฟ้าจะเคลื่อนตัวออกจากบ้านไปพร้อมเสียงโหยหวนสุดท้ายที่แว่วออกมาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่

 

            “พ่อ!!!!!

 

 

 

 

-To be continued-



ต้องขออภัยอย่างสูงค่ะ ติดธุระหนักมาก งานก็ท่วมหัว ไม่ได้เข้ามาเลย

แต่หลังจากนี้น่าจะทยอยลงได้เร็วขึ้นค่ะ 

#

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #22 Faibook42 (@failikebook) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 01:18
    ช้าไม่เป็นไรค่า แค่ไรท์มาอัพต่อเราก็ดีใจแล้ว 555 เห็นไหมใครๆก็เอ็นดูโจวโจว นี้ถ้าเป็นพ่อจิ่งจะวางแผนจับให้ลูกตัวเองให้อยู่มัด โจวฝันร้ายอยากรู้จังว่าโจวฝันว่าไร ถึงขนาดที่ปลุกออกจากฝันยากเหลือเกิน เป็นกำลังใจให้น้า สู้ๆๆ
    #22
    1
    • #22-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 10)
      11 สิงหาคม 2559 / 00:26
      จะวางแผนจับโจวโจวให้จิ่งเลยเหรอคะ ^^ เพราะโจวโจวน่ารักขนาดนี้ ผู้หญิงหลบไปค่ะ ฮ่าๆๆ
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #22-1
  2. #21 nuchybook (@nuchybook) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2559 / 21:12
    ชอบๆๆๆๆ ภาพงานคอนยังติดตาอยู่เลยคะ เทวดาตัวน้อยๆ น่ารักมากคะ
    #21
    1
    • #21-1 alohapsyche (@jarnaka) (จากตอนที่ 10)
      11 สิงหาคม 2559 / 00:23
      เนาะ ในคอนน้องน่ารักมากๆ เลย นี่กรีดร้องวนไปค่ะ โดยเฉพาะตอนน้องพูดภาษาไทย น่ารักมาก อยากจะขโมยพาสปอร์ตไม่ให้กลับประเทศ ฮ่าๆๆๆ
      #21-1