คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF] 애인있어요 (դѡ), [Taec x Jay] [SF] 애인있어요 (ผมก็มีคนรักนะ), [Taec x Jay] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 พ.ค. 56 / 18:20


Title : 애인있어요 (ผมก็มีคนรักนะ)
Couple : [Taec x Jay]
Rate : PG

Talk's : ห่างหายจากการแต่งฟิคไปนาน ถ้ามันดวกก็ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ หรือมันดวกเป็นธรรมชาติอยู่แล้วก็ไม่รู้สิ แต่ชอบเพลงนี้มากค่ะ



รุ่นใหญ่
อี อึนมี
DNT
ซออินยอง

รุ่นเล็กลงมา
아이유 (IU) with อียองฮยอน
SJ
แทยอน
โจควอน


===========================================================


아직도 넌 혼잔거니 물어오네요
อา จิก โต นอน ฮน จัน กอ นี มู รอ โอ แน โย
คุณถามออกมาว่าตอนนี้ผมก็ยังอยู่คนเดียวอย่างนั้นเหรอ

난 그저 웃어요
นัน คือ จอ อู ซอ โย
แต่ผมก็ยังคงยิ้ม

사랑하고 있죠
ซา รัง ฮา โก อิด จโย
ผมกำลังมีความรัก

사랑하는 사람 있어요
ซา รัง ฮา นึน ซา รัม อิด ซอ โย
ผมก็มีคนที่รักนะ



คนหน้าหวานวิ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วแสง ก่อนจะล็อคคอผมแน่นซะแน่น 

“แทค นี่แกยังอยู่ตัวคนเดียวอีกเหรอว่ะ เมื่อไหร่จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาสักทีอ่ะ ระวังจะขึ้นคานนะเว้ย” 

ผมหันกลับไปมองหน้าคนที่กำลังล็อคคอ ก่อนจะยิ้มออกมา พี่เจย์ผงะไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมาล็อคคอผมต่อ

“เอ้าไอ้นี่! แกเป็นมาโซ หรือเป็นบ้าไปแล้วว่ะ ถามก็ไม่ตอบ เอาแต่ยิ้มอยู่ได้” สิ้นคำผมก็โดนขยี้หัวเป็นของแถมไปอีกหลายที จนทรงผมสุดเทรนกลายเป็นบ้านนกหลังน้อยๆในเวลาแค่ชั่วพริบตา

“พี่เจย์บอกตัวเองเถอะเรื่องขึ้นคานน่ะ ผมก็ไม่เห็นพี่จะมีแฟนกับเขาสักทีเลยนี่” ผมอยากจะตบปากตัวเองแรงๆสักหลายที เพราะจริงๆแล้วผมก็ไม่อยากจะให้คนตรงหน้าผมมีแฟนสักเท่าไหร่ 

ถ้าพี่เจย์เป็นโสดตลอดไปเลยก็คงดี พี่เจย์จะได้มีเวลาอยู่กับผมบ่อยๆ แต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์อะไรแบบนั้นนี่หน่า

“คนอย่าง พัค แจบอม จะหาเมื่อไหร่ก็หาได้เว้ย แค่ขยิบตาทีเดียวก็วิ่งกันมาเป็นพรวนแล้ว อ๋อ... แล้วก็ฉันก็เคยมีแฟนนะเว้ย ทั้งน้องทิฟ น้องแทยอน น้องซอฮยอน น้องซันนี่ น้องแทยอน น้องเจสสิก้า น้องกาอิน หรือแม้กระทั่งน้องฮยอนอา” พี่เจย์ไล่รายชื่อบรรดาแฟนเก่าออกมาให้ผมฟังอย่างอวดๆ 

แต่ผมกลับไม่เคยเห็นใครคบกับพี่เจย์เกินอาทิตย์เลยสักคนเดียว ไม่รู้ว่าแบบนี้ยังจะเรียกว่าแฟนได้เต็มปากเต็มคำอยู่รึเปล่า แถมยังเคยมีคนทักว่าพี่เจย์กับบรรดาแฟนเก่าเป็นพี่น้องกันมาแล้วด้วยซ้ำ

แล้วไอ้ที่พี่เจย์บอกว่าขยิบตานั่นก็อีก ผมว่ามันเหมือนคนเจ็บตา หรือมีอะไรเข้าตาซะมากกว่า 

แต่ยังไงซะ พี่เจย์คงเป็นคนที่เจ็บตาได้น่ารักที่สุดในโลกสำหรับผมล่ะครับ




그대는 내가 안쓰러운건가봐
คือ แด นึน แน กา อัน ซือ รอ อุน กอน กา บวา
ดูเหมือนว่าคุณจะคิดว่าผมน่าสงสาร

좋은 사람 있다며 한 번 만나보라 말하죠
โช อึน ซา รัม อิด ตา มยอน ฮัน บอน มัน นา โบ รา มา รา จโย
คุณบอกผมว่า ถ้ามีคนที่ดี ก็ลองไปพบดูสักครั้งสิ

그댄 모르죠 
คือ แดน โม รือ จโย 
แต่คุณน่ะ ไม่รู้อะไรเอาซะเลย

내게도 멋진 애인이 있다는 걸
แน เก โด มอด จิน แอ อิน นี อิด ตา นึน กอล
ว่าผมน่ะ ก็มีคนรักที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว

너무 소중해 꼭 숨겨두었죠
นอ มู โซ จุง แฮ กก ซุม กยอ ทู ออด จโย
เขาสำคัญมากซะจนผมต้องเก็บซ่อนเอาไว้



“งั้นช่วงนี้นายมีใครเข้าตามั่งยังอ่ะ บอกฉันได้นะเว้ย เดี๋ยวฉันช่วยเต็มที่เลย ไว้ใจพัค เจย์ คนนี้ได้เลย” พี่เจย์ทำท่าหมายมั่นปั้นมือเต็มที่ แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกปวดหนึบๆในใจยังไงก็ไม่รู้ ราวกับว่า หัวใจของผมกำลังเต้นช้าลงเรื่อยๆ 

ผมรู้สึกเหมือนพี่เจย์กำลังพยายามที่จะผลักผมให้ไกลออกไป

“หรือถ้ายังไม่มีคนที่เข้าตา อยากให้ฉันแนะนำคนดีๆให้ก็ได้เลยนะเว้ย ว่าแต่สเป็คนายเป็นไงอ่ะ ไหนลองบอกมาหน่อยดิ” พี่เจย์คว้าสมุดและปากกาขึ้นมาเตรียมจดเต็มที่ 

“ผมชอบคนตัวขาวๆ ไม่ต้องสูงมากสักร้อยเจ็ดสิบกำลังดี ที่สำคัญต้องมีดวงตาเฉี่ยวๆ ผิวสวยๆ ผมสั้นๆ และถ้าชอบบีบอยก็ยิ่งดี” ผมเอ่ยตอบ ขณะที่ดวงตาก็จับจ้องไปยังคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาจดข้อมูลใส่สมุดอยู่

“นี่นายชอบบีบอยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มีรสนิยมเหมือนกันนี่หว่า” ก็ตั้งแต่ที่ผมเริ่มชอบพี่นั่นแหละ ถ้าเพียงแต่พี่จะสังเกต พี่จะเห็นได้ว่าตั้งแต่พี่ผมรู้จักกับพี่มา ผมมักจะชอบทุกอย่างที่พี่ชอบ เพียงแต่ว่า พี่ก็ไม่เคยสังเกตเลย

“หืม... แต่ร้อยเจ็ดสิบนี่ไม่เตี้ยไปเหรอว่ะ ตัวแกยังกะเปรตแบบนี้อ่ะนะ แล้วเวลาจะจูบกันทีไม่ต้องปีนบันไดเลยหรือไงว่ะ” พี่เจย์ปล่อยข้อสันนิษฐานที่สุดแสนจะน่ารักออกมาใส่ผม มันน่าจับจูบทดสอบสมมติฐานซะจริงๆ

แต่ผมรับรองได้ว่า ถ้าพี่เจย์อยากจูบผม พี่เจย์ไม่ต้องใช้บันไดแน่นอน... เพราะสำหรับพี่เจย์ แค่เก้าอี้ตัวเล็กๆสักตัวก็พอแล้วล่ะครับ

“เอาล่ะๆ ไม่เกินอาทิตย์นี้ แกต้องมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแน่ เชื่อมือพ่อสื่อรูปหล่อคนนี้ได้เลย แต่ตอนนี้ แกต้องพาฉันไปเลี้ยงไอติมหลังม.นะเว้ย... เป็นค่าจ้างไงล่ะ” ยิ่งได้ยินแบบนี้ ผมยิ่งรู้สึกราวกับว่าร่างกายของผมไม่มีพลังงานหลงเหลืออยู่เลย ทำไมพี่เจย์ต้องอยากให้ผมมีแฟนขนาดนั้นด้วยนะ!

“แกไม่สบายป่ะว่ะเนี่ย วันนี้ดูพูดน้อยๆชอบกลนะ” ทันทีที่ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ พี่เจย์ก็ส่งยิ้มกว้างมาให้ผม จนผมอดจะยิ้มตามไม่ได้ ผมดีใจที่ได้รู้ว่าอย่างน้อย พี่เจย์ก็ยังเป็นห่วงผม จนผมเกือบจะลืมเรื่องเมื่อครู่ไปหมด

“งั้นก็ดี รีบๆพาฉันไปกินไอติมเลย มานี่ฉันช่วยเก็บของ ชักช้าจริงโว้ยไอ้นี่” พี่เจย์ยัดของใส่กระเป๋าอย่างลวกๆ ก่อนจะลากผมออกจากโต๊ะตรงไปยังร้านไอติมเจ้าประจำ(ที่พี่เจย์มักจะบังคับให้ผมเลี้ยงอยู่เสมอๆ)

เพียงแค่มีมือนุ่มๆที่จับมือผมเอาไว้ ก็ทำเอาผมอยากจะย้ายร้านไอติมให้ไปอยู่เมืองไทยซะจริงๆ พี่เจย์จะได้จับมือผมเอาไว้นานๆ แค่อีกสักนิดก็ยังดี 

แต่ตอนนี้ผมคงทำได้เพียงแค่เดินให้ช้าลงเท่านั้น



그 사람 나만 볼 수 있어요
คือ ซา รัม นา มัน บล ซู อิด ซอ โย 
แค่ผมเท่านั้นที่จะสามารถเห็นคนคนนั้นได้

내눈에만 보여요
แน นู เน มัน โบ ยอ โย
เห็นได้ด้วยดวงตาของผมเท่านั้น

내 입술에 영원히 담아둘꺼야
แน อิบ ซู เร ยอง วอ นี ทา มา ดุล กอ ยา
ปากของผมจะเก็บมันเอาไว้ตลอดไป

가끔씩 차오르는 눈물만 알고있죠
คา กึม ซิก ซา โอ รือ นึน นุน มุล มัน อัล โก อิด จโย
บางทีคงจะมีเพียงแค่น้ำตาที่เอ่อล้นออกมาเท่านั้นที่รู้

그 사람 그대라는 걸
คือ ซา รัม คือ แด รา นึน กอล
ว่าคนคนนั้นคือ คุณ




ผมรีบออกมานั่งรอพี่เจย์หลังจากได้รับข้อความจากพี่เจย์

พี่เจย์ชวนผมไปกินไอติมร้านเดิมที่พี่เจย์ชอบไป และผมก็ชอบไปเช่นกัน เพราะมันเหมือนเป็นที่สำหรับเราสองคนเท่านั้น พี่เจย์ไม่เคยชวนคนอื่นมา และผมเองก็ไม่เคยชวนคนอื่นมาร้านนี้เช่นกัน 

โต๊ะตัวเดิม เก้าอี้ตัวเดิม บรรยากาศเดิมๆ และผมคนเดิมที่กำลังนั่งรอคนที่ผมแอบรักคนเดิม

แต่วันนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม...



“แทคยอน นี่ไงน้องยูนอา” พี่เจย์เดินเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงคนนึง มันทำให้หัวใจของผมทั้งเจ็บปวดและรู้สึกโกรธไปพร้อมๆกัน 

“ตรงตามสเป็คนายเลยใช่ม๊า ไม่ต้องขอบใจฉันหรอก” พี่เจย์พยายามเขย่งเพื่อกระซิบข้างหูผมที่ยืนนิ่งตั้งแต่ที่เห็นพี่เจย์เดินเข้ามากับผู้หญิงคนนั้น

“เอาล่ะ เรามากินไอติมกันดีกว่านะ... แทค ยืนเซ่ออยู่ได้ มานั่งสักทีดิ... สงสัยมันจะอายแหะ ยูนอาสั่งเต็มที่เลยนะไม่ต้องเกรงใจ” ผมมองผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก 

ก่อนที่สมองจะทันได้คิดอะไร ก็ดูเหมือนว่าร่างกายของผมจะเร็วกว่าความคิดอันเชื่องช้าไปซะแล้ว

รู้สึกตัวอีกที ผมก็มาอยู่ที่สวนสาธารณะที่ผมกับได้พบพี่เจย์ครั้งแรก 

นับตั้งแต่วันนั้น ผมก็แอบเฝ้ามองพี่เจย์มาตลอดโดยที่พี่เจย์ไม่รู้ตัว 

เป็นเวลาหนึ่งปีเต็มที่ผมได้แต่เฝ้ามองพี่เจย์พี่สวนสาธารณะแห่งนี้ แม้ว่าเราจะเคยเดินผ่านกัน แต่ผมกลับไม่กล้าแม้แต่จะสบตาหรือเอ่ยทักทายออกไป

จนกระทั่งวันนึงผมก็ได้รู้จักพี่เจย์ผ่านทางเพื่อนของผม...


“แทค!! แกเป็นบ้าอะไรว่ะ อยู่ๆก็วิ่งออกมาแบบนี้!” เสียงพี่เจย์ตะโกนมาจากด้านหลัง ผมรีบเดินหนีพลางเช็ดน้ำใสๆที่ไหลออกมา

“ไอ้แทค! แกจะเดินหนีฉันไปไหน มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนดิว่ะ... เฮ้ย!! นี่แกร้องไห้เหรอ!?” พี่เจย์ที่วิ่งตามมารั้งผมให้หันไปหาด้วยความโกรธ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นความตกใจแทน เมื่อเห็นคราบน้ำตาที่ผมคงเช็ดออกไปไม่หมด

“ผมไม่ได้ร้องไห้ ขี้ฝุ่นมันเข้าตาผมต่างหากล่ะ” ผมเอ่ยแก้ตัวอย่างเนียนๆ แล้วใช้มือทั้งคู่ขยี้ตาไปมา ก่อนที่จะโดนมือนุ่มนิ่มรั้งเอาไว้

“มุกนี้เขาใช้กันบ่อยแล้วเว้ย ไหนมาดูดิ อะไรเข้าตาจริงเปล่า” พี่เจย์เอื้อมมือมาจับหน้าผมเอาไว้แน่น แล้วดึงเข้าไปใกล้ๆกับหน้าขาวๆนั่น

ฟู่ว~~~~~~ ลมเบาๆกระทบกับตาของผม

“เอ้า หวังว่ามันคงออกแล้วนะ อย่าให้ฉันเห็นแกร้องไห้อีกล่ะ.... ไหนมาคุยกันดิ ตกลงว่าแกหนีออกมาจากร้านไอติมทำไม” พี่เจย์จับมือผมเอาไว้แน่น ก่อนจะลากไปที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างไปนัก




나는 그 사람 갖고싶지 않아요
นา นึน คือ ซา รัม คัด โก ชิบ จี อา นา โย
ผมไม่ได้ต้องการจะให้เขามาเป็นของผมหรอกนะ

욕심내지 않아요
ยก ชิม แน จี อา นา โย
ผมไม่ได้โลภมากแบบนั้น

그냥 사랑하고 싶어요
คือ นยัง ซา รัง ฮา โก ชี พอ โย
ผมแค่อยากจะรักเขาก็เท่านั้น


“พี่เจย์ ผมถามอะไรอย่างสิ พี่เจย์อยากจะให้ผมมีคนรักขนาดนี้เลยเหรอ หรือว่าจริงๆแล้วพี่เจย์รำคาญผม อยากให้ผมอยู่ห่างๆพี่เจย์กันแน่”

“แกพูดอะไรอย่างนั้นว่ะไอ้แทค ฉันก็ต้องอยากให้แกมีแฟนดิ ฉันอยากเห็นแกมีความสุขนะเว้ย”

“แค่อยู่กับพี่เจย์แบบนี้ผมก็มีความสุขแล้ว” แม้ว่าผมจะพูดเบาๆ แต่พี่เจย์ก็ยังอุตส่าห์ได้ยิน

“ฉันกับแฟนแกมันไม่เหมือนกันนะเว้ย มันแบบว่าคนละความรู้สึกกันแก...เข้าใจใช่ไหม แบบว่า... แฟนกัน ก็กอดกันได้ จูบกันได้ แต่แกจูบฉันไม่ได้นะเว้ย” พี่ก็ตอบตกลงเป็นแฟนผมซะสิ ผมจะได้จูบพี่ได้ไงล่ะ

ไม่รู้ว่าผมตาฝาดหรือคิดมากไปเอง แต่ผมว่า... ผมเห็นพี่เจย์หน้าแดงนะ มันน่ารักซะจน...

“เอ้า คิดอะไรอยู่ว่ะ ถ้าแกไม่ชอบยูนอา แกก็แค่บอกฉันมาตรงๆก็ได้ ไม่เห็นต้องวิ่งหนีมาแบบนี้เลย หรือแกจะมีแฟนแล้วแต่ไม่ยอมบอกฉันว่ะ”

“พี่เจย์แค่อยากให้ผมมีแฟนใช่ไหมล่ะ ก็ได้...คือจริงๆ... ผม...มีแฟนแล้ว แล้วผมก็รักเขามากๆด้วย พี่เจย์เลิกจับคู่ให้ผมสักทีเถอะ” ผมพูดออกไปเพียงแค่ต้องการจะตัดปัญหาเท่านั้น เวลาที่พี่เจย์คิดจะจับคู่ผมกับใครๆนั้น ผมไม่ชอบเลยจริงๆ

“นายมีแฟนแล้วงั้นเหรอ... ฉันเข้าใจแล้ว... ขอโทษนะที่ต้องทำให้นายลำบากใจ” พี่เจย์เอ่ยด้วยท่าทางเศร้าๆ ผมคิดว่าพี่เจย์คงจะรู้สึกผิด แล้วก็รู้สึกแย่กับคำพูดของผมที่บอกให้เลิกจับคู่ให้ผมสักทีแน่ๆ แต่พี่เจย์ก็พยายามที่จะส่งยิ้มที่ดูเจื่อนเต็มทีในสายตาผมมาให้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ

“แล้วไว้พามาแนะนำให้รู้จักบ้างนะ”



그댄 모르죠 
คือ แดน โม รือ จโย 
แต่คุณน่ะ ไม่รู้อะไรเอาซะเลย

내게도 멋진 애인이 있다는 걸
แน เก โด มอด จิน แอ อิน นี อิด ตา นึน กอล
ว่าผมน่ะ ก็มีคนรักที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว

너무 소중해 꼭 숨겨두었죠
นอ มู โซ จุง แฮ กก ซุม กยอ ทู ออด จโย
เขาสำคัญมากซะจนผมต้องเก็บซ่อนเอาไว้

그 사람 나만 볼 수 있어요
คือ ซา รัม นา มัน บล ซู อิด ซอ โย 
แค่ผมเท่านั้นที่จะสามารถเห็นคนคนนั้นได้

내눈에만 보여요
แน นู เน มัน โบ ยอ โย
เห็นได้ด้วยดวงตาของผมเท่านั้น

내 입술에 영원히 담아둘꺼야
แน อิบ ซู เร ยอง วอ นี ทา มา ดุล กอ ยา
ปากของผมจะเก็บมันเอาไว้ตลอดไป

가끔씩 차오르는 눈물만 알고있죠
คา กึม ซิก ซา โอ รือ นึน นุน มุล มัน อัล โก อิด จโย
บางทีคงจะมีเพียงแค่น้ำตาที่เอ่อล้นออกมาเท่านั้นที่รู้

그 사람 그대라는 걸
คือ ซา รัม คือ แด รา นึน กอล
ว่าคนคนนั้นคือ คุณ



หลังจากนั้นมา พี่เจย์ก็พยายามที่จะให้ผมพาแฟนมาแนะนำให้รู้จักให้ได้ แต่ผมก็บอกปัดไปได้ทุกครั้ง จนกระทั่ง...


ผมกระดี๊กระด๊าขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าใครโทรมา ผมตะครุบโทรศัพท์เอาไว้ด้วยความเร็วเหนือแสง

“ครับพี่เจย์” 

“แทค แกบอกจะพาแฟนมากี่ครั้งแล้วห่ะ! ไม่เห็นพามาให้ฉันรู้จักสักทีเลย ถ้าคราวนี้แกยังไม่พามาอีก แสดงว่าแกไม่ไว้ใจฉัน... งั้นเราก็เลิกคบกันเหอะ!” พี่เจย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธๆก่อนจะตัดสายไป 

เฮ้อ ไอ้แทคนะไอ้แทค ซวยแล้วไหมล่ะ

ไม่นานนักก็มีข้อความสั้นๆถูกส่งเข้ามาที่โทรศัพท์ของผม

บ่ายสองโมง ฉันจะรอแกที่ร้านเดิม ฉันหวังว่าแกจะพาแฟนแกมานะ

ทันทีที่ผมเปิดประตูร้านเข้าไป น้ำเสียงเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้น พร้อมกับดวงตาเรียวที่เบิ่งกว้างขึ้นและจ้องผมเขม็ง ราวกับต้องการจะฆ่าผมให้ตายก็ไม่ปาน

“ฉันบอกให้แกพาแฟนแกมาด้วยไม่ใช่หรือไง? หรือแกอยากจะเลิกคบกับฉัน!!” พี่เจย์ทุบโต๊ะเสียงดัง โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีลูกค้าคนอื่นๆอยู่ในร้าน แต่พนักงานก็หันมามองกันหมดร้านเลยทีเดียว

ผมเอ่ยขอโทษขอโพย ก่อนจะหันมาหาคนหน้าหวานที่สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง 

“พี่เจย์ ใจเย็นๆก่อนสิ เดี๋ยวผมพาไปหาแฟนผมแน่ๆ แต่ต้องไปตอนห้าโมงนะ”

“ทำไมว่ะ!! ก็ฉันอยากไปตอนนี้นี่หว่า... ไปกันเหอะนะแทคคนดี๊คนดี ไปกันน๊า ไปกันๆ” พี่เจย์เกาะแขนผมอย่างออดอ้อน 

พี่เจย์มักจะขี้อ้อนแบบนี้เสมอเมื่อต้องการอะไร และผมก็มักจะใจอ่อนทุกครั้งไป แต่ครั้งนี้ผมต้องอดทนให้ได้

พี่เจย์ให้เวลาผมเตรียมตัวเตรียมใจหน่อยสิ มันเกี่ยวพันกับความเป็นความตายของผมเลยนะ

ผมอมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นท่าทางน่ารักๆนั่น

“แฟนผมก็ไม่ค่อยมีเหตุผล แล้วก็เอาแต่ใจเหมือนพี่นี่แหละ... แต่ผมก็รักเขานะ”

“แล้วไง? แกเห็นแฟนแกดีกว่าฉันงั้นสิ!” พี่เจย์เอ่ยงอนๆ ก่อนจะคว้าโกโก้ปั่นของโปรดของเจ้าตัวที่วางไว้บนโต๊ะ พลางเบือนหน้าหนีไปอีกทาง แล้วดูดโกโก้ในแก้วอย่างเอาเป็นเอาตาย 

“เปล่าซะหน่อย แฟนผมน่ะนะ มีข้อเสียเยอะแยะมากมายเลยล่ะ” พี่เจย์วางโกโก้ในมือลง ก่อนจะขยับเข้ามาหาผมอย่างสนอกสนใจ เรื่องของคนอื่นเนี่ยสนใจนักล่ะ

ผมจึงได้โอกาสขยับปากนินทาแฟน?!ของตัวเองต่อไป

“ทั้งขี้งอน ปากแข็ง ชอบหาเรื่องชาวบ้านเขาไปทั่ว ปากหมาสุดๆ เรียกได้ว่าตัวดูดส้นของแท้” พี่เจย์ทำหน้าแหยๆ นี่ถ้าเขารู้ว่าผมพูดถึงใครอยู่ ดูท่าผมคงจะไม่มีชีวิตรอดเป็นแน่

“ตามตัวก็มีแต่แผลเต็มตัวไปหมด เตี้ยก็เตี้ย แต่กลับไม่ยอมรับความจริงซะงั้น แถมยังไม่ชอบให้ใครมาชมว่าสวยด้วย ตาเหรอก็ตี่ซะไม่มี แล้วยัง...” ดูเหมือนคิ้วพี่เจย์จะกระตุกขึ้นทันที เมื่อได้ยินคำว่า เตี้ย กับ สวย

“เฮ้ย ถ้าแฟนแกนิสัยแย่ขนาดนั้นฉันว่าแกเลิกคบไปเหอะว่ะ แฟนแกเขามีข้อดีมั่งไหมว่ะเนี่ย” พี่เจย์เอ่ยขัดขึ้นหลังจากดูดโกโก้ปั่นจนเกลี้ยง แล้วคว้าแก้วของผมไปดูดต่อหน้าตาเฉย

“มีสิพี่เจย์ เพราะเขาเป็นคนขี้งอน ผมเลยได้คิดวิธีง้อเขาบ่อยๆ ทำให้เขารู้ว่าผมรักเขามากแค่ไหน แต่ส่วนมากแค่เอาของกินมาล่อ เขาก็หายงอนแล้วล่ะ อืม... แต่ต่อให้เขาจะงอนผมอีกสักกี่ครั้ง ผมก็จะง้อจนกว่าเขาจะหายงอนนั่นแหละ แล้วด้วยความที่เขาเป็นคนปากแข็ง ผมก็เลยได้เห็นอะไรตลกๆบ่อยๆ อย่างเขาบอกว่าไม่ชอบมะม่วงอบแห้ง แต่ผมซื้อมาทีไรก็แอบกินของผมหมดทุกที”

“ห่ะ! มะม่วงอบแห้งเหรอ ฉันโคตรเกลียดเลยว่ะ หน้าตายังกะจิ้งจกอบแห้ง เขากินเข้าไปได้ไงว่ะนั่น อี๋...” พี่เจย์ทำท่าขยะแขยงแต่ก็แอบเลียริมฝีปากไปเสียหลายที 

“เพราะปากหมา และชอบกวนตีน รวมไปถึงชอบเต้นบีบอย ก็เลยทำให้ตัวเขามีแต่แผลเต็มไปหมด นี่ก็นับว่าเป็นข้อดีนะครับ เพราะผมจะได้คอยดูแลเขาไม่ให้คลาดสายตา เขาจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวเพิ่มขึ้นอีก แต่ถ้าเขาได้แผลมา ผมก็จะคอยทำแผลและดูแลเขาจนกว่าแผลเขาจะหายดี ผมใช้ข้ออ้างนี้แหละเพื่อให้ได้อยู่ข้างๆกายเขา” พี่เจย์เบิ่งตากว้างเมื่อได้ยินคำว่าบีบอย

“และแม้ว่าเขาจะเตี้ย และไม่ชอบให้ใครชมว่าสวย แต่เขาก็สวยที่สุดในสายตาผม และนี่น่าแปลกคือ ตาตี่ๆคู่นั้นกลับเป็นดวงตาคู่ที่ผมชอบมองมากที่สุด และเป็นดวงตาคู่เดียวที่ทำให้ผมรู้สึกราวกับตกอยู่ในภวังค์ได้...”

“โอ้ย พอเหอะว่ะ ฟังแล้วเลี๊ยนเลี่ยน” พี่เจย์เอ่ยขัด แล้วหันมาดูดโกโก้ที่เหลืออยู่ในแก้วอีกครั้ง

“พี่เจย์ พี่ต้องสัญญากับผมก่อนนะ ว่าถ้าพี่เจอแฟนผมแล้ว พี่จะไม่โกรธผม และจะคบกับผมเหมือนเดิม” พี่เจย์หันมามองหน้าผมอย่างแปลกใจ 

“แน่นอนดิว่ะ ทำไมฉันต้องเลิกคบแกด้วยเล่า” พี่เจย์กระเถิบตัวเข้ามาใกล้ผมแล้วฉวยมือผมไป แค่พี่เจย์จับมือผมแค่นี้แต่ใจของผมกลับเต้นอย่างบ้าคลั่ง จนผมกลัว กลัวว่าพี่เจย์จะรู้สึกได้ถึงมัน

“เอ้า เอามามือมานี่ เกี่ยวก้อยสัญญาเลยดีกว่าถ้าแกไม่เชื่อฉัน” รอยยิ้มสดใสปรากฎขึ้นบนใบหน้าหวานๆอีกครั้ง

ถ้าผมจะไปจ้างคนอื่นมาเป็นแฟนผมก็คงทำได้ง่ายๆ แต่ว่าผมกลับไม่ทำเช่นนั้น ผมไม่อยากจะโกหกพี่เจย์อีกต่อไปแล้ว



알겠죠 나 혼자 아닌걸요
อัล เกด จโย นา ฮน จา อา นิน กอล โย
คุณรู้ใช่ไหม ว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะ

안쓰러워 말아요
อัน ซือ รอ วอ มา รา โย
ไม่ต้องสงสารผมแล้วนะ

언젠가는 그 사람 소개할게요
ออน เจน กา นึน คือ ซา รัม โซ แก ฮัล เก โย
สักวันนึง ผมจะแนะนำคนคนนั้นให้รู้จัก

이렇게 차오르는 눈물이 말하나요
อี รอ เค ซา โอ รือ นึน นุน มู รี มา รา นา โย
น้ำตาที่เอ่อล้นออกมานี้ จะบอกคุณว่า

그 사람 그대라는 걸
คือ ซา รัม คือ แด รา นึน กอล
คนคนนั้นก็คือ คุณ



ผมพาพี่เจย์ไปยังสถานที่ที่พี่เจย์คุ้นเคย ห้องที่พี่เจย์มักจะมาซ้อมเต้นอยู่บ่อยๆ ส่วนผมก็มีหน้าที่เพียงแค่ นั่งมองพี่เจย์เต้นอย่างมีความสุขก็เท่านั้น 

พี่เจย์ค่อยๆเดินเข้าไปในห้องกว้าง ที่มีกระจกบานโตถูกแปะเอาไว้จนเต็ม ดวงตาเรียวกวาดสายตาไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว

“แฟนแกเขามาที่นี่บ่อยๆเหรอแทค คนไหนว่ะ แล้วฉันเคยเจอหรือเปล่า?” พี่เจย์เดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกบานหนึ่งแล้วออกสเต็ปเบาๆ

“ผมว่าพี่เจย์คงเคยเจอ แต่พี่เจย์คงไม่รู้หรอก... ว่าเขาเป็นแฟนผม” อย่าว่าแต่พี่เจย์เลย ไม่เคยมีใครรู้หรอก ว่าเขาเป็นแฟนผม

“แหงล่ะ แฟนแกไม่ได้มีป้ายติดบนหน้าผากนี่หว่า รีบๆโทรเรียกแฟนแกออกมาดิ” พี่เจย์ยังคงเต้นต่อไปเรื่อยๆ จนผมต้องจับพี่เจย์เอาไว้ เพื่อให้พี่เจย์มองเข้าไปในกระจก

“ไม่ต้องโทรหรอกครับพี่เจย์... แฟนผมอยู่นั่นแล้วไง...” ผมพูดพลางชี้เข้าไปในกระจกที่มีเงาของผมกับพี่เจย์สะท้อนอยู่





-END1-




















------------------------------------------------------------------------------
บรรยากาศภายในห้องถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบอย่างน่าอึดอัด

“แทค...”

“พี่เจย์สัญญากับผมแล้วนะครับ ว่าจะไม่โกรธผม”

“อะ...เออ ฉัน... ฉันจะโกรธแกได้ไงล่ะ ก็แกมีแฟนที่เฟอร์เฟ็คขนาดนี้นี่หว่า” พี่เจย์ก้มหน้างุดๆ ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ทำให้หน้าที่ขึ้นสีระเรื่อเปลี่ยนเป็นแดงก่ำอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย! ที่ร้านไอติมนี่แกหลอกด่าฉันใช่ไหมไอ้เหยิน” พี่เจย์ทั้งตี ทั้งทุบ และบิดหูผมอย่างไร้ความปรานี

“เปล่านะพี่เจย์ อย่าตีผมสิ ผมเจ็บนะ... ถ้าพี่เจย์ไม่หยุด ผมกอดพี่จริงๆนะ” ผมก็ไม่ได้เจ็บเท่าไหร่หรอกครับ แค่ทำสำออยไปงั้นเอง

“เฮ้ย! ฉันหยุดตีแล้ว แกมากอดฉันทำไมว่ะ!!” พี่เจย์โวยวายขณะพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของผม 

เมื่ออยู่ในเงื้อมมือแมวน้อยอย่างผมแล้ว อย่าหวังเลยว่าจะหลุดออกไปง่ายๆ

“ก็ผมอยากกอดนี่... พี่เจย์... พี่คบกับผมได้ไหมครับ?” ผมถามคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมกล้าถาม คงเป็นเพราะพี่เจย์ดูเหมือนว่าจะไม่ปฏิเสธผม ผมก็เลยยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่น่ะสิ

“ฉันก็คบกับแกอยู่ไม่ใช่หรือไง” พี่เจย์เอ่ยด้วยหน้าแดงก่ำ

“คบเป็นแฟนนะพี่เจย์”

“ฟะ...ฟะ...แฟนเหรอ ขอเวลาฉันคิดหน่อยแล้วกันนะ” ว่าแล้วพี่เจย์ก็หลับตาลง ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น

“ถ้าพี่เจย์ยังตัดสินใจไม่ได้ ผมมีวิธีที่จะทำให้พี่เจย์ตัดสินใจได้เร็วขึ้นนะ” พี่เจย์ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว พลางทำหน้างงๆ เหมือนจะถามว่า ทำยังไงว่ะ?

“ก็ให้ผมจูบพี่เจย์ไงล่ะ” พี่เจย์ยังไม่ทันตอบรับ ผมก็จูบที่ริมฝีปากของพี่เจย์อย่างรวดเร็วแล้วผละออกมา ขณะที่พี่เจย์ยังยืนทำหน้ามึนๆ คงจะงงว่ามะกี้มันเกิดอะไรขึ้นอยู่ล่ะมั้ง

“มันเร็วไปใช่ไหมพี่เจย์ งั้นแป็บนึงนะ” ว่าแล้วผมก็แบกพี่เจย์ไปยังเก้าอี้ตัวเล็กๆที่วางอยู่แถวๆนั้นๆ

“แกเอาฉันมาวางบนเก้าอี้ทำไมว่ะ” ดูเหมือนว่าพี่เจย์จะรู้สึกตัวแล้วสินะ

“ก็พี่เจย์เคยผมบอกไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าผมจะจูบกับแฟน แฟนผมจะต้องใช้บันได แต่พี่เจย์เห็นไหม ว่าแค่เก้าอี้ตัวเล็กๆก็พอแล้ว สงสัยผมต้องซื้อติดตัวเอาไว้สักตัวแล้วสิเนี่ย”

“ไอ้แทค แกตายยยยยยยย... อื้อ...” ดูสิครับว่าแฟนผมขี้โวยวายขนาดไหน ถ้าเสียงดังมากๆ แล้วเกิดมีคนซ้อมอยู่ในห้องข้างๆ เขาอาจจะหาอะไรมาปาหัวพวกเราได้ ผมเลยต้องลงทุนเสียสละปากตัวเองเผื่อปิดปากเลยนะเนี่ย


แต่ถึงยังไงคนรักของผมคนนี้ ก็น่ารัก และผมก็รักมากที่สุดในสามโลกเลยนะครับ อย่าคิดมายุ่งกับพี่เจย์ของผมทีเดียวเชียว!!

ไอ้อ๊คคนนี้ไม่อยู่เฉยแน่!!!!




-END2-


Cr : http://blog.daum.net
Tran Kor-Thai : aloha

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ alohapsyche จากทั้งหมด 18 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 15:23
    ไม่ได้อ่านฟิคแทคเจย์มานานมาก น่ารักอะ เจย์แบบแลง่าย ฮ่าๆๆๆ แอบมีใจอยู่แล้วใช่มั๊ยล่ะ จากอาการเศร้าตอนที่แทคบอกมีแฟน ส่วนอิแทคเก็บมาได้ตั้งนาน พอสารภาพเท่านั้นแหละ ไวไฟจริงนะ
    #2
    0
  2. วันที่ 1 สิงหาคม 2556 / 14:58
    พี่เจย์น่าารักอ่ะแทคก็น่ารักมีแฟนน่ารักแบบนี้รักตาเลย

    แต่กว่าจะพูดจะบอกกันได้นะแทคเจย์

    แต่รักกันแล้วเจ้ให้อภัยกรี๊ดๆๆๆชอบอ่ะน่ารักที่สุดน่าจะมีNC เป็นของแถม555ไหนๆก็รักันแล้วมีซำติงบัดนาวเลยอิอิ

    ความหื่นไม่เข้าใครออกใคร

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 สิงหาคม 2556 / 14:59
    #1
    0