Hyacinth : Omegaverse #VMIN

ตอนที่ 4 : คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    25 มี.ค. 63

 

 

 

 

"กูได้กลิ่นไฮยาซินธ์" จมูกโด่งพยายามสูดดมกลิ่นหอมเพื่อจับทางที่มาของกลิ่น แต่ไม่เป็นผล เพราะโซลได้กลิ่นคลุ้งไปรอบๆตัวของเขา

"กูไม่ได้กลิ่นอะไรเลยนะ" แซนทำจมูกฟุดฟิดตามโซล แต่กลิ่นที่เข้าจมูกเขามีเพียงกลิ่นของอาหาร เนื่องจากซุ้มที่ตั้งอยู่ไม่ไกลพวกเขาเท่าไหร่

"..." โซลไม่ตอบอะไรแต่ยังคงหันมองไปรอบๆตัวอย่างถี่ถ้วน เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้จมูกเพี้ยนไป กลิ่นแรงขนาดนี้ต้องมีคนถือดอกไม้ชนิดนั้นเข้ามาที่นี่ หรืออาจจะเดินผ่านเขาไปในจังหวะที่เขาไม่ทันตั้งตัว

"ก็แค่ดอกไม้หน่า" แซนไม่เห็นว่าการได้กลิ่นดอกไม้ของโซลเนี่ยมันจะสำคัญอะไรสักหน่อย

"ก็..เปล่า ช่างมัน" เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพียงแต่มันเป็นดอกไม้ที่เขาชอบ และใครมันจะไปถึงท้ายทุ้งเพื่อนตัดดอกไม้กันล่ะ เดินผ่านป่าทึบก็ตั้งไกล อีกทั้งในงานมีซุ้มดอกไม้มากมายให้เลือกสรรค์ คงไม่มีใครพาตัวเองไปลำบาก

"มึงจะอยู่ต่อหรือกลับ?" แซนเลิกคิ้วถามเพื่อนสนิทที่ยังไม่คลายสีหน้าสงสัยลง

"กลับก็ได้" โซลกวาดสายตาไปรอบๆอีกครั้ง ก่อนจะสลัดเรื่องนี้ทิ้งแล้วเดินออกจากงานเทศกาลตามแซนไป

 

 

 

ร่างสูงทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อย มือหนาเอื้อมไปปิดโคมไฟหัวเตียง ผ้าม่านสีขาวที่ถูกเปิดออกทำให้แสงจากดวงจันทร์ส่องรอดผ่านเข้ามาภายในห้อง โซลรู้สึกอ่อนเพลียจากการทำงานและเรื่องที่ต้องคิด กลิ่นไฮยาซินธ์ที่เขาตัดมันมาใส่แจกันเมื่อสองวันก่อนยังคงส่งกลิ่นหอมเบาๆ ถึงแม้มันจะทำให้โซลผ่อนคลาย แต่มันก็ทำให้โซลนึกถึงคนๆหนึ่งตลอดเวลาที่เขาจะสามารถนึกถึงได้ จนบางครั้งก็ทำให้โซลเสียสมาธิในเวลางาน

มือหนาดึงรั้งผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาปกคลุมร่างกายจนถึงเอวสอบ คิดถึงเด็กหนุ่มในผ้าคลุมสีดำจนผลอยหลับไปในที่สุด

 

 

เช้าวันใหม่ภายในห้องครัวกว้าง มีร่างของหญิงสูงวัยที่ขึ้นชื่อว่าแม่ เอวา เข้าครัวเองเพื่อที่จะทำอาหารโปรดให้กับลูกชายและสามีอันเป็นที่รัก โซลเดินลงมาจากชั้นบนด้วยชุดที่เตรียมพร้อมออกไปทำงาน ชุดสูทเนื้อดีสีเทาดูแพงมากขึ้นเมื่อโซลเป็นคนสวมใส่ และเนื่องจากคืนนี้มีนัดพบกับครอบครัวสูงศักดิ์ของเมืองโมอา และคอยต้อนรับให้การดูแล แตกต่างกับการพบปะพูดคุยกันโดยทั่วไป เพราะทั้งสองครอบครัวรู้จักกันมาหลายรุ่น

"หอมไปทั้งบ้านเลยครับคุณนายเอวา" โซลเอ่ยแซวเมื่อเดินเข้าไปในครัว ขาเรียวยาวก้าวไปหยุดยืนอยู่ข้างๆผู้เป็นแม่แล้วสูดดมกลิ่นหอมของยอร์คเชียร์พุดดิ้ง ที่เอวากำลังจัดใส่จานอยู่

"ออกไปรอข้างนอกเถอะลูก เดี๋ยวกลิ่นอาหารจะติดเสื้อผ้าลูกนะ" เอวากล่าวพร้อมยิ้มพิมใจให้แก่โซล

"ผมช่วยเองครับ" โซลคว้าจานอาหารขึ้นมาถือและเดินออกไปวางบนโต๊ะอาหาร

"ไปกวนอะไรแม่เขาล่ะ" สเวนที่เดินลงมาสบทบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกชายคนเดียวเดินวนไปวนมาในครัว

"โซลแค่เข้ามาช่วยจัดอาหารน่ะค่ะ" เอวาเอ่ยบอกกับสามี เมื่อวางจานสลัดลงบนโต๊ะเสร็จ

"วันนี้แซนจะมาทานข้าวกับเราไหมลูก" สเวนถามขึ้นเมื่อทั้งสามคนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร

"ไม่หรอกครับ คงจะแวะไปตรวจทางตะวันตกก่อน"

"อย่างนั้นหรอกหรือ" สเวนพยักหน้าเข้าใจแล้วจึงบอกให้ทุกคนลงมือรับประทานอาหารได้ และไม่เว้นพูดคุยกันเรื่องพบปะกับตระกูลฝั่งเมืองโมอา จริงๆแล้วโซลก็ไม่ใช่บุคคลสำคัญเท่าไหร่นักในการพบปะกับทางตระกูลแคโรล แต่ทางญาติผู้ใหญ่ก็อยากให้เขาได้ทำความรู้จักด้วย ซึ่งโซลก็ยินดีจะทำตามที่ผู้ใหญ่บอก

"แล้วที่บ้านใหญ่เรียบร้อยดีใช่ไหมลูก?" เอวาถามสิ่งที่สงสัยออกไป บ้านใหญ่ที่ว่านั่นหมายถึงบ้านของพ่อแม่สามี ที่ห่างออกไปอีกหมู่บ้าน

"เรียบร้อยครับ วันก่อนผมเข้าไปเยี่ยมคุณย่า แล้วสั่งคนจัดการให้แล้ว" โซลอธิบาย

"แล้วคุณย่าเป็นไงบ้าง? พ่องานยุ่งมากไม่มีเวลาเข้าไปเยี่ยมท่านเลย"

"คุณย่าแข็งแรงดีครับ ยังไงวันนี้ก็ต้องไปพบตระกูลแคโรลด้วยกันอยู่แล้ว คุณย่าคงดีใจที่พ่อกับแม่ไปเยี่ยม" โซลเอ่ยบอกทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม มือหนาตักอาหารให้กับผู้เป็นแม่อย่างที่ชอบทำ

เอวายิ้มตอบลูกชาย โซลมีนิสัยที่น่ารักในบางมุม ด้วยความที่ชอบเอาใจใส่คนอื่น บางทีโซลก็ทำสิ่งนั้นโดยไม่รู้ตัว แต่มันช่างมีเสน่ห์ดึงดูดผู้อื่นเสมอ จึงไม่แปลกที่เหล่าโอเมก้าหรืออัลฟ่าสาวจะเข้าหาโซล

"ถ้างั้นลูกก็กลับมาให้ทันงานเลี้ยงด้วยล่ะ"

"ครับ"

 

เสียงพูดคุยในระหว่างมื้ออาหารยังมีขึ้นมาบ้างตามปกติ ครอบครัวของโซลไม่ได้เคร่งเรื่องบนโต๊ะอาหารมากนัก จึงมักได้เห็นทั้งสามคนพูดคุยกันในระหว่างมื้ออาหารบ่อยๆ เพราะสเวนและเอวาเชื่อว่าการทานอาหารร่วมกันก็เหมือนการพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่แต่ละคนเจอมา และมันเหมือนเราเป็นครอบครัวเดียวกันมากที่สุด ด้วยหน้าที่การงานของสเวนที่ต้องคอยดูแลชาวเมืองในฐานะจ่าฝูง และโซลที่คอยทำงานต่างๆให้กับผู้เป็นพ่อ พวกเขาจึงไม่ค่อยมีเวลามากนัก

มื้ออาหารจบลงในที่สุด เนื่องจากโซลต้องออกไปทำธุระกับแซนนอกนครเพตราแทนผู้เป็นพ่อ

 

 

 

Hyacinth

 

 

 

ในเวลาประมานทุ่มเศษ คฤหาสห์ที่เป็นของตระกูลโมร์เบรย์ เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาจากเมืองโมอา ตระกูลแคโรลเป็นที่นับถือจากชาวเมืองโมอา เหมือนกับตระกูลโมร์เบรย์ที่เป็นที่นับถือของชาวเมืองเวนิส ทั้งสองตระกูลจึงเป็นที่รู้จักโดยทั่วของชาวเมือง งานเลี้ยงในวันนี้จึงเต็มไปด้วยผู้ดีมากหน้าหลายตา มีทั้งญาติที่เป็นสายเลือดแท้และไม่แท้ปะปนกันไป บางคนก็เพียงแค่อาศัยนามสกุลเพื่อเชิดหน้าชูตาของตนในสังคม ใฝ่หาแต่ผลประโยชน์จากชื่อเสียงของตระกูล

 

หลายๆคนอาจจะชอบที่ที่มีผู้คนเยอะๆ ผิดกับเขาคนนี้ เขามักหลีกเลี่ยงพื้นที่ ที่ผู้คนเยอะและแออัด แต่งานเลี้ยงพบปะกับตระกูลโมร์เบรย์เป็นสิ่งที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้

"ลูกมาทำอะไรตรงนี้" เสียงหญิงสูงวัยเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของโอเมก้าหนุ่ม ซินธ์ เจ้าของเรือนผมสีบลอนสลวย ร่างกายที่เพรียวบางราวกับหญิงสาว ใบหน้าหวานพร้อมกับรอยยิ้มที่สะกดผู้คนที่ได้พบเห็น ดวงตากลมประกายสีม่วงราวกับกลุ่มดาวในกาแล็คซี่ จมูกรั้นเชิดสวยอย่างน่าอิจฉา ทุกอย่างบนเรือนร่างของเขาราวกับถูกสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ชุดสีขาวที่สวมใส่อยู่ขับให้ผิวน้ำนมนวลผ่องต้องกับแสงไฟสลัวดูดียิ่งขึ้น

"ลูกรู้สึกอึดอัด.." เสียงหวานเอ่ยตอบผู้เป็นแม่ซินธ์ นั่งอยู่บนเก้าอี้หินเนื้อดีในสวนดอกไม้ของคฤหาสน์โมร์เบรย์

"พรุ่งนี้เราก็กลับกันแล้ว ลูกอดทนหน่อยนะ" ผู้เป็นแม่ลูบมือลงกลุ่มผมนุ่มของลูกชายแสนรัก ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปสบทบกับผู้คนด้านใน ปล่อยให้ซินธ์ได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อย

ร่างเล็กละสายตาจากแผ่นหลังของผู้เป็นแม่มาสนใจดอกไม้นาๆชนิดในสวน อย่างน้อยธรรมชาติก็ยังช่วยให้เขาผ่อนคลายความอึดอัดลงบ้าง ซินธ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สองเท้าพาร่างเพรียวบางของตนเดินไปรอบๆสวนดอกไม้หลากสี ใบหน้าสวยปรากฏรอยยิ้มอีกครั้ง ดอกไม้หลากสีสันกำลังชูช่อเบ่งบานอวดกลีบสวย อดไม่ได้ที่จะก้มลงสูดกลิ่นหอมของมัน ซินธ์เดินสำรวจดอกไม้ในสวนอย่างเพลิดเพลิน จนมาหยุดที่แปลงดอกไม้ชนิดหนึ่ง แปลงดอกไม้เล็กๆที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีม่วงและสีขาว ดอกไม้ที่คุ้นเคยมาตลอดช่วงชีวิตของซินธ์ ดอกไฮยาซินธ์ที่ยังไม่บานเต็มที่ แต่มันสวยมากในความคิดของซินธ์ มันทั้งดูสวยและดูโศกเศร้าในเวลาเดียวกัน

ทุกๆคนมักบอกว่าเขาเหมาะกับดอกไฮยาซินธ์ ไม่เว้นแม้แต่แม่ของเขา

 

 

 

รถหรูสัญชาติยุโรปเคลื่อนตัวเข้ามายังคฤหาสน์โมร์เบรย์ และจอดสนิทที่ด้านหน้าพื้นที่จัดเลี้ยง โซลก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่สง่างาม มือหนากระชับสูทเนื้อดีให้เข้าที่แล้วจึงเดินเข้าไปยังงานจัดเลี้ยง

พอปรากฏร่างของโซล ผู้คนในงานก็พากันตกตระลึกถึงความดูดีของโซลจนไม่อาจปกปิดใบหน้าประหลาดใจได้ เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆถึงใบหน้าที่ดูหล่อเหลาในทุกอิริยาบทนี้ของโซล แต่เขาไม่ได้สนใจนัก โซลเดินตรงเข้าไปยังญาติผู้ใหญ่ที่มีพ่อกับแม่และคุณย่าของเขานั่งอยู่

"พ่อนึกว่าลูกจะมาไม่ทันเสียแล้ว" สเวนเอ่ยด้วยความโล่งใจ

"ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีระหว่างทางกลับมีรถประสบอุบัติเหตุเกิดขึ้นทำให้จราจรติดขัดนิดหน่อย" โซลอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

"ลูกปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ" สเวนตบบ่าโซลเบาๆ

 

"นี่หรือหลานชายคนเดียวของตระกูลโมร์เบรย์ หน้าตาดีจริงเชียว" เสียงของหญิงสูงวัยรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อและแม่ของโซลเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มให้

"สวัสดีครับ ผมโซลครับ โซล โมร์เบรย์" โซลกล่าวแนะนำตัวกับคนตรงหน้าด้วยท่าทีสุขุม

 

โซลเองหรอ ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

 

"สวัสดีจ้ะ อาชื่อลูน่า โซลคงจำอาไม่ค่อยได้" ลูน่าแนะนำตัวกับโซลอีกครั้งเมื่อคิดได้ว่าโซลคงหลงลืมเธอไปเสียแล้ว เพราะครั้งล่าสุดที่เจอกันมันก็นานหลายสิบปีเห็นจะได้

"คุณอาลูน่ายังสาวยังสวยขนาดนี้ ผมจะลืมลงได้อย่างไร" คุณอาลูน่าที่ใจดีกับเขาในตอนนั้น เขาไม่มีทางลืมได้ลง และเขายิ่งรู้สึกดีใจที่ได้พบกับลูน่าอีกครั้ง

"ชมอาแบบนี้ก็เกินไปแล้วล่ะ อาแก่ลงทุกวัน" ลูน่าประทับใจกับโซลทุกครั้งที่ได้เจอ เด็กน้อยในวันนั้นเติบโตขึ้นมาก แต่ยังน่ารักและนอบน้อมเหมือนตอนเด็กๆไม่มีผิด

"ความจริงทั้งนั้นแหละครับ" ร่างสูงระบายให้กับลูน่า

 

สเวนและเอวาเลี้ยงลูกได้ดีมากจริงๆ

 

"ปากหวาน.." ลูน่าเอ็นดูให้กับความขี้เล่นของโซล หวังจะยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังขายหนุ่มตรงหน้าแต่ก็ต้องหยุดชะงัก ทำไมโซลถึงมีกลิ่นหอมอ่อนของไฮยาซินธ์ผสมกลิ่นฟีโรโมนตัวเอง?

 

"แล้วนี่หนูซินธ์ไปไหนซะแล้วล่ะคะ?" เอวาเอ่ยถามลูน่าเมื่อไม่เห็นเด็กหนุ่มน่าตาน่ารักในนี้ด้วย

"เอ่อ..แกออกไปเดินเล่นที่สวนแล้วล่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ แกไม่ค่อยชอบที่คนเยอะๆ" ลูน่ายิ้มเจือนเพราะรู้สึกผิดแทนลูกชายที่ไม่ได้อยู่เจอกับผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ

"ขอโทษอะไรกันล่ะคะ แกคงยังไม่คุ้นเคย อีกอย่างแกไม่เคยมาที่นี่เลย" เอวาจับมือลูน่าขึ้นมาลูบเบาๆ เธอเข้าใจในความรู้สึกของซินธ์ดี

โซลที่ยืนเงียบฟังบทสนทนาของผู้เป็นแม่กับคุณอาอยู่เกิดความสงสัยว่าบุคคลที่ถูกพูดถึงนั้นเป็นใคร แต่ไม่อยากเอ่ยถามให้เป็นการเสียมารยาท

 

"ถ้างั้นให้โซลออกไปอยู่เป็นเพื่อนหนูซินธ์ดีไหมคะ วัยเดียวกันคงจะสนุกกว่าคนแก่แบบเราๆ" เอวาเสนอ

"จะรบกวนรึเปล่าคะ?" ลูน่าเองก็เกรงใจโซล แต่นี่ก็เป็นโอกาสดีที่จะทำให้ทั้งคู่รู้จักกันเสียที

"คุณอาวางใจได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปอยู่เป็นเพื่อน..เขาเองครับ"

"น้องชื่อซินธ์จ้ะ" เอวาตอบโซลที่เหมือนทำหน้าไม่ถูกว่าจะเรียกคนน้องว่าอย่างไร

"ครับ น้องซินธ์ แต่น้องจะไม่กลัวผมใช่ไหมครับ?" โซลกังวลนิดหน่อยว่าอีกคนจะมีปฏิกิริยายังไงถ้าเจอเขา เป็นเบต้าก็คงไม่เท่าไหร่ ถ้าเป็นอัลฟ่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ชอบหน้าเขา หรือถ้าเป็นโอเมก้าก็อาจจะหวาดกลัวเขาก็เป็นได้

"อาว่าน้องไม่กลัวโซลหรอกจ้ะ..น้องอยู่ในสวนฝั่งนั้นนะ" ลูน่าเอ่ยบอกพลางชี้ไปยังสถานที่ที่ลูกชายตัวเองอยู่ "น้องชอบกลิ่นไฮยาซินธ์นะคะ.."

"...?" โซลเลิกคิ้วสงสัยกับสิ่งที่ลูน่าพูด แต่ลูน่าไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก มีเพียงรอยยิ้มที่ส่งให้เขาเท่านั้น

 

น้องชอบกลิ่นไฮยาซินธ์นะคะ ในขณะที่เดินพ้นออกมาจากงานจัดเลี้ยง โซลก็ยังไม่เลิกคิดถึงคำพูดของลูน่า โซลไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆลูน่าถึงบอกเรื่องนั้นกับเขา เพราะตัวเขาเองไม่ได้มีกลิ่นไฮยาซินธ์สักหน่อย

 

 

สวนดอกไม้ที่เงียบสงบ มีเพียงร่างเพรียวบางของซินธ์นั่งสูดดมกลิ่นดอกไม้อย่างชอบใจ โดยที่ไม่รู้ว่ามีใครเยื้องย่างกายเข้ามายืนอยู่ด้านหลังตนเอง โซลยืนมองการกระทำอีกคนอย่างๆเงียบๆเพราะไม่อยากรบกวน

แต่จนแล้วจนเล่าบุคคลตรงหน้าเขาก็ไม่มีท่าทีจะละไปจากดอกไม้เลย

 

ชอบขนาดนั้นเชียวหรือ

 

โซลก้าวเดินเข้าไปหาอีกคนช้าๆจนมาหยุดยืนอยู่ด้านข้าง และเหมือนร่างเล็กที่นั่งย่อตัวอยู่จะเริ่มสังเกตได้

"ลูกกำลังจะเข้าไปแล้วครับ" ซินธ์เอ่ยบอกอย่างไม่รอให้อีกคนพูดอะไร เพราะคิดว่าคงเป็นแม่ของตนออกมาตาม

"..." ไร้เสียงตอบรับจากร่างสูง เพราะเขากำลังจ้องมองซินธ์ด้วยความฉงนใจ

"..." ซินธ์เงยหน้าขึ้นมองเมื่อผู้เป็นแม่ไม่ยอมตอบอะไรกลับมา

 

พลันดวงตาคู่สวยมองสบเข้ากับดวงตาคมทอประกายสีฟ้าครามของโซลโดยบังเอิญ ราวกับมีสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านตัวของซินธ์ ดวงตาของร่างเล็กทอประกายวาวโรจน์ราวกับต้องแสงจันทร์ ร่างทั้งร่างขยับไปไหนไม่ได้ มือไม้สั่นไปหมด ขาทั้งสองอ่อนแรงจนต้องล้มตัวลงนั่งกับพื้นหญ้า โซลเองก็หยุดนิ่งไปเหมือนโดนสะกด ใช่ เขาโดนสะกดด้วยดวงตากลมคู่นั้น

กลิ่นหอมของดอกไฮยาซินธ์ลอยคละคลุ้งไปในอากาศ ไม่ใช่กลิ่นที่แรง แต่เป็นกลิ่นที่หอมเจือจางให้พอรับรู้ได้ โซลสูดกลิ่นหอมตามสัญชาตญาณ เขาเริ่มรับรู้ถึงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเขาและคนตรงหน้า

ร่างสูงย่อตัวลงด้านหน้าร่างเพรียวบาง ค่อยๆส่งมือหนาไปลูบกลุ่มผมนุ่มของซินธ์อย่างเผลอตัว แต่ก็ไม่อยากจะหยุดมัน ซินธ์จ้องมองอีกคนไม่วางตา ทั้งคู่มองสบกันไม่ละไปไหน คล้ายกับแรงดึงดูดมหาศาลที่ไม่สามารถบังคับร่างกายได้ตามใจคิด หรืออาจจะเป็นบางอย่างโน้มน้าวความคิดของคนทั้งคู่ว่าต้องกระทำแบบนี้กับอีกฝ่าย

 

"คิดถึง..." ปากบางเอ่ยคำพูดออกมาอย่างเผลอตัวและควบคุมไม่ได้ ซินธ์ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้พูดคำนั้นกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบกันมาก่อน ดวงตาคู่สวยสั่นไหว น้ำสีใสเริ่มเอ่อคลอแล้วไหลลงอาบแก้มขาวทั้งสองข้าง

โซลได้ยินที่อีกคนพูดชัดเจน คำว่าคิดถึงของซินธ์ราวกับว่าเขาได้พบกับใครคนหนึ่งที่รอมานาน นานมากๆจนโซลไม่อาจปริมาณวันเวลาได้ มันเหมือนนานจนจวบจนอายุของเขา ความคิดถึงของโซลก็มีมากเช่นเดียวกับร่างเล็กตรงหน้า มือหนาละจากเส้นผมสวยเคลื่อนมาหยุดที่ดวงตาคลอน้ำสีใส ก้านนิ้วเรียวค่อยๆเช็ดน้ำตาออกจากแก้มขาวอย่างอ่อนโยน

ทั้งคู่เคลื่อนตัวเข้าหากันด้วยความรู้สึกคิดถึง ซินธ์โผเข้ากอดโซลพลางฝังหน้าลงกับหน้าท้องแกร่ง ปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งคู่รู้ตัวแต่ไม่อาจต้านทานความรู้สึกทั้งหมดได้

 

หลายนาทีผ่านไปเสียงสะอื้นหยุดลง ความรู้สึกอัดอั้นทั้งหลายเหมือนถูกปลดล็อค ซินธ์ผละกอดออกจากอีกคนเชื่องช้า

เมื่อทั้งคู่ผละออกจากกัน วินาทีนั้นไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้น และมันคงจะหน้าอายน่าดูถ้าพวกเขาพูดถึงมัน

แต่ตอนนี้ซินธ์กำลังรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง มือเล็กสั่นเทาและรู้สึกเวียนหัวขึ้นมา เขาได้กลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดหนึ่งจากตัวโซล กลิ่นฟีโรโมนของโซลกำลังทำให้ซินธ์มึนเมา ดวงตาหยาดเยิ้มจ้องมองไปที่โซลอีกครั้ง

โซลเองก็ได้กลิ่นไฮยาซินธ์ที่แรงขึ้นจากอีกคน ร่างสูงถอยออกห่างร่างเล็กเมื่อได้กลิ่นพีโรโมนที่หอมจนเขารู้สึกเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนเขากำลังจะรัท

กลิ่นฟีโรโมนของทั้งคู่ลอยคลุ้งไปในอากาศรอบๆตัวทั้งสองคน ซินธ์กำลังหมดแรง ภาพของโซลที่จ้องมองกลับมาเริ่มพล่าเบลอ ภาพสีขาวโพลนเข้ามาแทนที่ จนในที่สุดร่างเล็กก็ฝืนตัวเองไม่ไหว ประสาทสัมผัสดับวูบไปในที่สุด

แขนแกร่งคว้าเอาคนที่เกือบล้มลงไปไว้ได้ทัน โซลสอดแขนอีกข้างเข้าใต้ขาพับของซินธ์ ออกแรงยกร่างเพรียวบางขึ้นแล้วตรงดิ่งพาอีกคนเข้าไปด้านในบริเวณที่แม่ของเขาอยู่ พยายามกลั้นหายใจไม่สูดดมกลิ่นหอมของซินธ์เข้าไป

ดอกไฮยาซินธ์ที่เขาว่าหอม แต่มันกลับหอมได้อีกเมื่อเป็นกลิ่นของคนในอ้อมแขน

 

 

"น้องเป็นลมหรอโซล?" เมื่อเดินเข้ามาด้านใน ทุกคนที่เห็นซินธ์ถูกเขาอุ้มเอาไว้รีบเดินเข้ามาหาเหมือนกับรออยู่แต่แรก โซลพยักหน้าแล้วเดินตามผู้เป็นแม่ที่เดินนำไปยังด้านบนที่เป็นห้องนอนสำหรับแขก รอบข้างเริ่มแตกตื่น ด้วยทั้งกลิ่นของทั้งคู่ที่คลุ้งเสียจนบางคนต้องยกมือขึ้นปิด บ้างก็เดินหนีออกไป

"วางน้องบนเตียงแล้วลูกลงไปก่อนนะ แม่จะอยู่กับน้องเอง ถ้าเจอคุณอาลูน่าก็บอกให้ขึ้นมาหาแม่ด้วยนะลูก"

"ครับ.." โซลตอบรับผู้เป็นแม่ในขณะที่ยังสาวเท้าเดินขึ้นบันได จนในที่สุดก็มาถึงห้องนอนกว้างสะอาดตา โซลวางร่างเล็กลงบนเตียงอย่างเบามือที่สุด เพราะเกรงว่าคนในอ้อมแขนจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้

อดไม่ได้ที่จะจ้องมองใบหน้าหวานของซินธ์อย่างพินิจพิจารณา เรียวคิ้วสวย จมูกเชิดรั้น ริมฝีปากระเรื่อเจือสีชมพู ทั้งหมดบนใบหน้าเรียวนี้ดูสวยงามไปหมด แต่ไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านี้ เอวาก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมถ้วยแก้วใบใหญ่ที่บรรจุน้ำไว้ด้านใน โซลสะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วรีบเดินออกมาจากห้อง คงไม่ดีแน่ถ้าเขาเผลอจ้องมองอีกคนมากกว่านี้

 

 

 

ผ่านไปร่วม2ชั่วโมง ร่างของเอวาก็เดินลงมายังห้องโถงใหญ่ที่มีโซลนั่งอยู่กับสเวน รวมไปถึง เดเมียน สามีของลูน่า ผู้คนบางตาลงไปมาก เนื่องจากทยอยกันแยกย้ายกลับ จะมีก็เพียงครอบครัวของลูน่าและญาติผู้ใหญ่อีกสองสามคน

เอวามองไปยังลูกชายของตนที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีสติเท่าที่ควร

"หนูซินธ์ไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะ" เอวาเอ่ยบอกพร้อมระบายยิ้ม เพื่อให้ทุกคนในที่นี้สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โซลเหลือบตาขึ้นมองไปยังชั้นบนเล็กน้อยก่อนจะกลับมาก้มหน้าใช้ความคิดอีกครั้ง

ทุกคนคอยมองปฏิกิริยาของโซลตลอด และเหมือนจะรู้กันว่าโซลมีเรื่องที่ต้องคุยกับแม่ของเขาหลายเรื่อง ทุกคนจึงพากันแยกย้ายออกจากห้องโถง ร่วมถึงสเวนที่อยากให้โซลได้ระบายความในใจออกมา

โซลยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร จนเอวาอดไม่ได้ที่จะจับมือลูกชายมากุมไว้

"..."

"ลูกคงจะรู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น" เอวาเอ่ยเริ่มต้นบทสนทนาขึ้น โซลเงียบฟังและพยายามจัดลำดับเรื่องราวในหัว "ไม่ว่าลูกจะรู้สึกยังไง แม่จะคอยรับฟังลูกนะ" มือเล็กของเอวายกขึ้นลูบที่ข้างแก้มของโซลอย่างรักใคร่

เธอเข้าใจดีว่าโซลเติบโตมาด้วยการตั้งคำถามมากมาย และหลายๆเรื่องที่เธอเองก็ไม่สามารถหาคำตอบให้ลูกชายได้ เธอทำได้แค่บอกกับโซลว่าเดี๋ยวมันก็ถึงเวลา หลายครั้งที่โซลพร่ำถามเธอว่า ตัวเขานั้นประหลาดอย่างนั้นหรือ เธอยิ้มสู้แล้วตอบว่าโซลวิเศษกว่าคนอื่นๆ เอวารู้สึกเสียใจยิ่งนักที่ทำให้โซลมีเรื่องทุกข์ใจมากมาย แต่โซลก็เติบโตขึ้นมาเป็นลูกที่ดี และเธอภูมิใจในตัวโซล

"ผมไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง มันสับสนไปหมด.." โซลตอบ สีหน้าฉายความกังวลอย่างเห็นได้ชัด มือของเอวาที่กอบกุมมือลูกชายเอาไว้คอยลูบปลอบประโลมเรื่อยๆ

"ไม่เป็นไร เราค่อยๆหาคำตอบไปทีละเรื่อง แต่ตอนนี้คำถามที่ลูกเคยถามแม่ ลูกคงได้คำตอบแล้ว"

"ลูกไม่มั่นใจ" เอวาเห็นแววตาสับสนของโซลตลอด ปกติแล้วลูกชายของเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ โซลมักแน่วแน่และมั่นคง ตัดสินใจและคิดอะไรเด็ดเดี่ยวเสมอ แต่กับเรื่องแบบนี้ โซลยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ

"แม่เข้าใจดี ถ้าลูกสับสน ลูกก็แค่พิสูจน์มัน"

"..." โซลคิดหนักอีกครั้ง

"พรุ่งนี้ลูกยังมีเวลานะ" เอวาย้ำคิดเพื่อให้โซลตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อหาคำตอบให้ตัวเองในเรื่องที่สงสัย

"ครับ ผมจะลองดู"

 

 

 

 

 

 

 

 

- F a r r y u g l y -

กรี๊ดดดด ไม่รู้จะทอล์กอะไร แต่เอ็นจอยรีดดิ้งเด้อจ้า รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #22 Zomzaaa15 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 00:59

    กำลังสนุกเลย...รอคร้า❤❤

    #22
    0
  2. #21 ยูนิคอนสีม่วงพาสเทล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 19:54
    ฮือออ น้องมาแล้ว ไรท์เขียนดีมากเลยคะ
    #21
    1
    • #21-1 farryugly(จากตอนที่ 4)
      24 มีนาคม 2563 / 09:33
      กลัวน้องมาช้าแล้วพี่โซลจะเฉาซะก่อนน
      #21-1
  3. #19 odiospi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 18:10
    โหยยยเจอกันแล้ว ในที่สุดเนาะ ที่มีปฏิกิริยาแบบนั้นเป็นเพราะสัญชาตญาณรึเปล่า แบบเป็นโซลเมทกันอะไรแบบนี้ เจอกันทั้งทีน้องดันเป็นลมไปแบบนี้ แย่เลยนะคะเนี่ย5555555555 แต่ว่าทำไมโซลถึงมีกลิ่นดอกไฮยาซินธ์ เพราะว่ากำลังจะมาเจอน้องเหรอเลยมีกลิ่นนี้ ดึงดูอะไรแบบนั้นรึเปล่านะ ตื่นเต้นจังเลยค่ะ ว่าแต่ที่บอกว่าคิดถึงคืออะไรน่ะ เขินไปหมด จะเรียกว่าเจอกันครั้งแรกได้ไหมเนี่ย55555555555 ยังไงก็ติดตามต่อไปนะคะ เริ้บบบ
    #19
    1
    • #19-1 farryugly(จากตอนที่ 4)
      24 มีนาคม 2563 / 09:31
      งื้อ เป็นคอมเม้นที่ทำใจฟูมากๆ มาลุ้นตอนต่อไปกันค่ะ
      #19-1
  4. #18 supattrakarndee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 10:37
    คือดีมากเลยไรท์
    #18
    1
    • #18-1 farryugly(จากตอนที่ 4)
      24 มีนาคม 2563 / 09:31
      ขอบคุณที่ติดตามเรื่องนี้คร้าบบ
      #18-1
  5. #17 Kaoncrz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 10:33
    ให้ความรู้สึกแบบ ฮืออ เขา...กัน
    #17
    1
    • #17-1 farryugly(จากตอนที่ 4)
      24 มีนาคม 2563 / 09:31
      เขา ่เรน้่นยก่ กัน
      #17-1