ตื้อรักให้อยู่หมัด

ตอนที่ 4 : พี่ครามลูกพีช

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    3 ก.ย. 62




เสียงผิวปากอย่างคนอารมณ์ดังแว่วเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นของบ้านใหญ่ในไร่ฟ้าคำรามส่งผลทำให้หญิงสาวรูปร่างผอมบอบบางเงยหน้าขึ้นมาจากจอมือถือสมาร์ทโฟนราคาแพง เรือนผมนุ่มสลวยถูกปล่อยทิ้งตัวลงแนบเข้ากับแผ่นหลังอันบอบบางและคลอเคลียอยู่ตรงข้างแก้มขาวใส ฟ้า หรือ คณิษา น้องสาวเจ้าของไร่ฟ้าคำรามกำลังนั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่นแต่พอได้ยินเสียงผิวปากอารมณ์ดีของคนเป็นพี่ชายลอยเข้ามาจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปสนใจคนมาใหม่แทน

อารมณ์ดีมาเชียว?

“ไปอารมณ์ดีอะไรมาค่ะพี่เถื่อน” ฟ้าเอ่ยทักทันทีที่พี่ชายสุดเถื่อนของเธอโผล่หัวเข้ามาในห้องนั่งเล่น

“หื้ม ก็ปกติธรรมดา ทำไมหรอ” ชายหนุ่มได้ยินเสียงน้องสาวทักทำให้ชะงักการเดินเล็กน้อยแต่ก็ก้าวเดินไปทรุดนั่งที่โซฟาข้างๆแล้วตอบกลับน้องสาวอย่างเฉไฉ

“อย่ามาทำเนียนพี่เถื่อน บอกมาเดี๋ยวนี้นะ พี่ไปเจอยัยพีชมาใช่มั้ย”ฟ้าไม่ยอมเชื่อคำพูดของพี่ชาย จึงคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้

“รู้ได้ไง” ชายหนุ่มถามอย่างแปลกใจ

“โอ้ยยย  พี่เถื่อนคนเค้าพูดกันทั้งตลาดว่าพี่พาสาวซ้อนท้ายรถ แถมยังเป็นลูกสาวเจ้าของค่ายมวย แหล่งข่าวชั้นดีก็มาจากร้านน้ำเจ๊ส้มไงล่ะ” น้องสาวบอกด้วยสีหน้าท่าทางของความหมั่นไส้ถึงเรื่องความไวไฟของพี่ชายตัวเอง  เผลอไม่ได้เลยนะ รุกเค้าตั้งแต่วันแรก เพื่อนเธอจะไปไหนรอด สงสารเพื่อนตัวเองจริงๆ

“ ช่างหัวมันดิ แต่จะว่าไปแบบนั้นก็ดี แมลงภู่ตัวอื่นจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายให้น่ารำคาญ มีแค่พี่คนเดียวก็พอ” ครามยักไหล่ด้วยความสบายใจที่คนในตลาดพูดกันไปอย่างนั้น เขาต้องการให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วเพราะรู้ว่าบรรดาเหล่าสมาคมแม่บ้านนั้นปากไวขนาดไหน และเป็นแหล่งข่าวชั้นดีที่จะกระจายให้คนอื่นๆได้รู้ว่า ผู้หญิงคนนี้มีนายครามตีตราจองเป็นเจ้าของแล้ว ใครจะว่าเขาใจง่ายก็แล้วแต่เหอะ ก็ในเมื่อใจเขามันง่ายให้ไปตั้งนานแล้วนิ

ถอยไม่ได้แล้ว แล้วก็ไม่คิดจะถอยด้วย..

“หมั่นไส้ว่ะ” น้องสาวเบ้ปากใส่

“เห้ย พูดดีๆไอ้ฟ้า คุณนายมาได้ยิน เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง”ครามเตือนน้องสาวเสียงขึงขัง เพราะอะไรนะหรอ ก็เพราะว่าแม่ของพวกเขานั้นเคร่งครัดกับน้องสาวเขามากๆในเรื่องของการเป็นกุลสตรีมีมารยาทเรียบร้อย อ่อนหวานให้สมกับการเป็นผู้หญิง แล้วยัยน้องสาวนั้นก็ต้องทำตามความต้องการของแม่เริ่มตั้งแต่การแต่งตัวที่ต้องเรียบร้อยสวมกระโปรง ชุดเดรสสีหวานที่มีเต็มตู้ทำให้เขาขนลุก ทำงานในไร่มันก็ต้องให้ดูทะมัดทะแมงสิ แม่เขากำลังคิดอะไรอยู่ นอกจากนี้แล้วการพูดการจาก็ต้องอ่อนหวานไม่สบถคำหยาบอะไรทั้งนั้น ถามว่าน้องสาวของเขาจริงๆแล้วเป็นแบบที่แม่ต้องการได้มั้ย  ตอบได้เลยว่า แม่ควรทำใจ

ส่วนคนเป็นน้องสาวถูกพี่ชายเตือนก็รีบตะครุบปากตัวเองอย่างไว สายตาสอดส่องไปมาดูว่าคุณนายแม่เดินมาได้ยินรึเปล่า อาการเลิกลั่กของคนเป็นน้องสาวทำให้ครามหัวเราะออกมาลั่นห้องนั่งเล่น

“ยัยจอมหลอกลวง หลอกคนอื่นไม่พอยังจะหลอกตัวเองอีก”

“พี่เถื่อน อย่ามาว่างี้นะ มันก็ต้องมีบ้างที่เผลออกมา จริงๆฟ้าเรียบร้อยพี่จะเถียงรึไง” ฟ้าเถียงพี่ชายคอเป็นเอ็น ทำปากยื่นใส่คนเป็นพี่ชายอย่างน่ารัก

“เถียง!!!

“พี่คราม!!

“ถามจริงเหอะ  เอาไรไปคิดวะ ว่าไอ้สิงห์มันชอบผู้หญิงเรียบร้อย”  คนชื่อสิงห์ที่ครามพูดถึงนั้นคือ เพื่อนของเขาที่เป็นตำรวจรับตำแหน่งสารวัตประจำสำนักงานตำรวจในอำเภอแห่งนี้ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กและครอบครัวของเขาทั้งสองคนนั้นก็รู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะบรรดาเหล่าพ่อแม่เป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน ทำให้ทั้งเขาและน้องสาวคุ้นเคยสนิทกับสิงห์มาตั้งแต่เด็ก โดยที่เขาซึ่งเป็นพี่ชายรู้ว่าน้องสาวตัวดีนั้นแอบชอบเพื่อนของเขามานานแล้ว แต่เพื่อนของเขานั้นมันติดจะนิ่งและไม่ค่อยพูดทำให้เขานั้นไม่รู้ว่ามันคิดยังไงกับน้องสาวของเขากันแน่

เป็นตำรวจห่าอะไรก็ไม่รู้ ทำตัวเหมือนนักเลง ไล่ตีไล่ต่อยคนร้ายยิ่งกว่าจา พนม  เอะหรือว่ามันอยากเป็นจา พนม เหมือนสมัยวัยรุ่นที่เคยดูหนังด้วยกัน

เขาได้แต่ส่ายหัวและขำกับความคิดของตัวเอง คนอย่างไอ้สิงห์ตำรวจนักเลงอยากเป็นจา พนมเนี้ยนะ

“ เมื่อก่อนพี่สิงห์ชอบบอกให้ฟ้าทำตัวให้เรียบร้อย เดี๋ยวว่าทำตัวไม่เป็นผู้หญิงมั้งล่ะ เป็นทอมมั้งล่ะ ชอบดุฟ้าจะตาย” น้องสาวบ่นออกมาน้ำเสียงเหมือนน้อยอกน้อยใจเสียเต็มประดา คนเป็นพี่ได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างระอา

“ ไอ้สิงห์มันดุฟ้าด้วยหรอ ปกติมันไม่ค่อยพูดกับใครนะ นอกจากคุยด้วยกำปั้นมันถึงจะชอบคุยด้วย”

“ โดนสิพี่เถื่อนโดนบ่อยด้วย แต่พอหลังฟ้าปรับเปลี่ยนนิสัย พี่สิงห์เค้าก็ดุน้อยลง แต่กลายเป็นว่าไม่ค่อยพูดกับฟ้าแทนอ่ะ!!

“ พอเปลี่ยนไปแต่งหญิงเรียบร้อย ดันไม่คุยด้วย?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามน้องสาว

“ใช่ๆ จำตอนนั้นได้มั้ย ตอนที่ฟ้าเข้ามหาลัยตอนปี1 แล้วฟ้าแต่งตัวเรียบร้อยตามที่คุณนายต้องการเปะๆไปเรียน แล้วตอนเลิกเรียนพี่เถื่อนให้พี่สิงห์มารับฟ้า แต่ตอนนั้นฟ้าอยู่กับเพื่อน ฟ้าก็คุยกับพี่สิงห์แบบดีมากๆๆต่อหน้าเพื่อนเลยนะ” น้องสาวจีบปากจีบคอเน้นเสียงว่าดีมากๆจนเขาอดที่จะหัวเราะกับการแอคติ้งของน้องสาวไม่ได้

“ พอพี่สิงห์เห็นฟ้าเรียบร้อยขึ้นมาเท่านั้นแหละ  นิ่งเงียบไปเลย ไม่บ่นอะไรทั้งนั้น  ฟ้าเลยคิดว่าพี่สิงห์ต้องชอบแบบนี้แน่ๆ”

จะอะไรอีกเหล่าถ้าเพื่อนของน้องสาวเขาส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้ชาย วันนั้นเพื่อนของเขาหน้านิ่งยิ่งกว่าถูกฉาบไว้ เดินเข้ามาในบ้านหลังจากไปรับน้องสาวเขาที่มหาลัย สังเกตได้ว่าปกติหน้ามันนิ่งอยู่แล้วนะ แต่วันนั้นมันนิ่งได้หน้ากลัวมาก คิดไปคิดมายัยฟ้าน่าจะมีลุ้นอยู่มั้ง ถึงมันจะไม่เคยพูดแต่ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร

“ฟ้าไม่ชอบให้ไอ้สิงห์มันบ่นหรอ” เขาถามด้วยความแปลกใจ

“ ก็เปล่า  มันก็แปลกๆอยู่ หลังจากนั้นมาพี่สิงห์ก็ไม่ค่อยคุยกับฟ้าอ่ะ หรือฟ้าคิดผิดวะพี่เถื่อน” น้องสาวว่าแล้วหันหน้ามาขมวดคิ้วตั้งคำถามใส่เขาแทน

“ หลุดอีกแล้วๆ” ชายหนุ่มแซวน้องสาวจอมแสบ

“โอ้ยๆ” ฟ้าทำหน้านึกขึ้นได้ก็โวยขึ้นมาแล้วใช้มือขยี้ไปที่ผมของตัวเองแรงๆเพื่อบรรเทาอาการขัดใจ

เพื่อแม่เพื่อผู้ชายต้องทรมานอะไรขนาดนี้วะ กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้มั้ยขัดใจฟ้าจริงๆ

“ไม่เอาน่า  อย่าทำหน้าเก็บกดดิ ทำมาได้ตั้งนานจะทนไม่ไหวแล้วหรอวะ หะ น้องรัก” ครามกระเซ้าน้องสาวพลางหัวเราะตบท้าย ช่วยไม่ได้นิมันเลือกเองตั้งแต่แรกก็ต้องทนต่อไป ถ้าวันไหนไม่ไหวเขาก็แค่จะได้น้องสาวจอมเถื่อนคนเดิมกลับมาแค่นั้น 

แสบน้อยซะที่ไหน มีน้องสาวก็ห้าวเหมือนผู้ชาย โตมาได้ดั่งใจกูจริงๆ..

“พรุ่งนี้ฟ้าจะไปหาลูกพีช พี่เถื่อนจะไปด้วยกันป้ะ?

“ไปทำไม เสียการเสียงานกันหมดพอดี เรื่องเมียกับเรื่องงานมันคนละส่วนกันเว้ย!!” ครามปฏิเสธน้องสาวเป็นพัลวัน

ไม่ได้ๆรุกมากเกินไปเดี๋ยวได้ใจลีลารีจอยซ์ใส่เขาเยอะอีก ต้องนิ่งๆมั้ง ดูเชิงกันไปก่อน แต่ยังไงลูกพีชก็ไม่รอดเงื้อมือของเขาแน่นอน

“จ้า  สิท่าเบิ่งเด้อค่าเด้อออออ” น้องสาวตัวดีลากเสียงยาวใส่พร้อมกับเบ้ริมฝีปากเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด

มันน่าเตะสักที!


เสียงไก่ขันในยามเช้าเป็นบรรยากาศที่เธอไม่ได้เจอมานานมากแล้ว การใช้ชีวิตในเมืองหลวงยากที่จะได้เจอกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติอันเงียบสงบไม่วุ่นวายเหมือนบ้านเกิดของเธอในตอนนี้

เธอตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อมาใส่บาตรกับแม่ตรงบริเวณหน้าบ้านที่เป็นค่ายมวย ชาวบ้านในละแวกนั้นๆก็ออกมาใส่บาตรในยามเช้าพร้อมกัน เธอก็ได้มีโอกาสไปทักทายคนเก่าคนแก่ที่เคยเจอตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อ บางคนจำเธอได้ก็เข้ามาทักแล้วคุยกับแม่ของเธอในเรื่องวีรกรรมที่เธอเคยก่อเป็นซะส่วนใหญ่ เมื่อเธอได้ฟังก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆส่งไปให้  

เรื่องดีๆมีให้จำกับเค้ามั้ยวะฟังไปฟังมาไม่เห็นจะมีเรื่องดีเลย เหมือนขุดคุ้ยมาให้ได้อาย แล้วตบท้ายด้วยการโอ้อวดลูกสาวของตัวเองที่ได้เป็นหมออนามัยทำงานอยู่ในอำเภอแห่งนี้ เธอสะกิดแม่ให้เข้าบ้านได้แล้วก่อนที่เธอจะวิวาทกับป้าข้างบ้าน กะจะทำแต้มบุญสักหน่อยกลายเป็นว่าต้องได้บาปมาแทน

เหมือนแม่ของเธอก็จะทนไม่ไหวเหมือนกันจึงขอตัวเดินกลับเข้ามาในบ้าน ใบหน้าแม่ไม่ได้บูดบึงแต่อย่างใดแต่มือที่ถือปิ่นโตนั้นกำแน่นเชียว

สงสัยต้องมีเฮถ้าขืนยังยืนอยู่ต่อ..

“ แม่คะ สายๆหน่อยพีชจะออกไปเที่ยวตลาดกับฟ้านะ เมื่อคืนยัยนั่นไลน์มาโวยวายกับพีชเรื่องที่กลับมาแล้วไม่บอก นางงอนเลยบอกให้พีชง้อโดยการไปเดินตลาดเป็นเพื่อนนาง ขอไปนะคะๆ” เธอจับแขนแม่เขย่าเบาๆแล้วถูใบหน้าเข้ากับไหล่ของแม่ไปมาอย่างอ้อนๆ แม่เธอไม่มีทางห้ามแน่นอนถ้าใช้ไม้นี้

“มาบ้านไม่ทันไร ก็หาแต่เรื่องเที่ยวเล่นไม่เคยเปลี่ยน จะไปก็ตามใจแต่อย่ากลับค่ำนักนะ แม่เป็นห่วง” เห็นมั้ยล่ะ แม่เธอไม่เคยปฏิเสธเสต็ปการอ้อนประจำตัวของเธอได้เลย

หลังจากนั้นเธอก็กลับขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนกรแต่งตัวใหม่ ฟ้ามันบอกว่าจะมารับที่บ้านตอนสายประมาณ 9 โมง ดูเวลาตอนนี้แล้วยังเหลือเวลาอีกเยอะสำหรับการออกไปเที่ยวข้างนอก ดังนั้นเธอจึงมาเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับไปออกกำลังกายในตอนเช้าที่ค่ายมวย  ขอไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อย ไม่รู้ว่าที่เรียนๆมาคืนครูไปหมดแล้วรึยัง

เธอเดินช้าๆไปยังค่ายมวยของพ่อ ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอได้เจอกับน้าชัยและเหล่าบรรดานักมวยที่ออกกำลังกายกันตั้งแต่เช้า มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่

“ สวัสดีตอนเช้าค่าน้าชัย”เธอทักทายน้าชัยอย่างอารมณ์ดี นั่นทำให้เขาหันมาทางเธอแล้วหยุดมือที่กำลังเป็นคู่ซ้อมให้กับวัยรุ่นชายคนนึงซึ่งอายุน่าจะราวๆสิบเจ็ดสิบแปดเหมือนกับมะขาม หน้าตาของเขามีเค้าโครงคล้ายๆน้าชัยเหมือนกัน หรือจะเป็นญาติน้าชัย?

“อ้าวลูกพีช มาแต่เช้าเชียวนะ”

“ไม่ได้ๆต้องออกมาซ้อมหน่อย ตอนอยู่กรุงเทพซ้อมในยิมมันยังไม่สะใจเท่าซ้อมที่ค่ายมวยจริงๆอ่ะน้าชัย”

“ดีแล้วๆ อ้อ มึงมานี่” น้าชัยหันไปเรียกชายวัยรุ่นที่เป็นคู่ซ้อมด้วยกันในตอนแรกให้เข้ามาหา เด็กนั่นๆค่อยเดินเข้ามาเหมือนกำลังอายๆอะไรสักอย่างซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจ พอมาถึงก็ยืนแอบไปทางข้างหลังของน้าชัยเบี่ยงหัวออกมามองเธอเล็กน้อย ท่าทางน่าเอ็นดู ซึ่งน่าเอ็นดูของเธอในที่นี้ก็คือ น่าแกล้งที่สุด!!!

 “เห้ยทำไรของมึงเนี้ยไอ้ยักษ์ หลบหลังกูทำไม มายืนข้างๆนี่” น้าชัยหันไปตวาดใส่ยักษ์ที่ยืนข้างหลัง นั่นทำให้ยักษ์ถึงกับสะดุ้งสุดตัวแล้วเขยิบออกมายืนข้างๆตามคำสั่ง

“ นี่มันชื่อ ยักษ์ เป็นหลานชายน้าเอง พึ่งอยู่ม.5 พามันมาฝึกมวยตั้งแต่มัน สิบห้าแล้ว” ว่าแล้วทำไมหน้าคล้ายกันๆ น้าชัยแกมีน้องสาวซึ่งยักษ์ก็น่าจะเป็นลูกของน้องสาวแก

“ สวัสดีคร้าบ” ยักษ์ยกมือขึ้นไหว้เธออย่างอายๆ

“ หวัดดี พี่ชื่อลูกพีชนะ หน้าตาดีนะเราน่ะ” เธอแนะนำตัวไปแล้วเผลอแซวยักษ์ไปนิดนึง ยิ่งทำให้ยักษ์เกิดอาการเอียงอายเข้าไปใหญ่จนเผลอก้าวถอยหลังไปสะดุดเข้ากับกองนวมที่วางเอาไว้ทำให้สะดุดล้มหงายหลังลงไป

โครม!!!!

“ โอ้ย!” เสียงยักษ์โอดโอยขึ้นมาทำให้ นักมวยคนอื่นๆหันมามองพอเห็นสภาพของยักษ์ก็พากันหัวเราะชอบใจกันใหญ่

“เป็นไรมั้ยยักษ์” เธอรีบเข้าไปพยุงยักษ์ขึ้นมา หิ้วแขนของเขาข้างนึงขึ้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเธอที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กสามารถหิ้วผู้ชายที่ตัวโตกว่าเล็กน้อยขึ้นมาได้ ด้วยมือเพียงข้างเดียว

หวืดด!

“ พี่ลูกพีชแรงเยอะชะมัด” ยักษ์ถึงกับทำหน้าตกใจเมื่อเธอสามารถดึงเขาขึ้นมาได้

“ อยู่กันไปยาวๆ จะมีให้ตกใจกว่านี้เยอะไอ้น้อง” เธอกล่าวแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ  ยักษ์พยักหน้าเข้าใจอย่างซื่อๆไม่ได้ว่าอะไรต่อ

หลังจากนั้นก็คงไม่ต้องบอกใช่มั้ยล่ะว่าใครจะได้เป็นคู่ซ้อมให้กับเธอ ซึ่งไม่ใช่น้าชัยอย่างแน่นอนเพราะน้าเค้าต้องฝึกเหล่านักมวยคนอื่นๆให้พร้อมสำหรับการขึ้นชก หวยเลยมาออกที่ยักษ์แทน

ตุบตุบ!! ตุบ!! พลั่ก!

“ ไม่เอาแล้ว!! ไม่เอาแล้วพอแล้วววววววววว” เสียงโอดครวญของยักษ์ดังสนั่นลั่นทั้งค่ายมวย บนเวทีมวยมีเธอกับยักษ์ซ้อมมวยกันอยู่ ในตอนแรกนั้นท่าทางของยักษ์มีความมั่นใจในตัวเองที่จะได้เป็นคู่ซ้อมชกมวยกับเธอ แล้วคงไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆแบบเธอจะหมัดหนัก เตะแรงขนาดนี้

ยักษ์ถูกเธอไล่ต้อนตั้งแต่ยกแรก ไม่เปิดโอกาสให้ยักษ์ได้รุกเธอเลยสักครั้ง มีแต่เธอที่รุกอยู่ฝ่ายเดียว จากนั้นไม่นานเสียงเฮดังๆก็เริ่มดังมาจากข้างๆเวทีมวย เสียงเชียร์เสียงเฮมาจากเหล่านักมวยคนอื่นๆที่หยุดการซ้อมแล้วหันมามองคู่ของเธอและยักษ์ชกกันอยู่บนเวที

ฮั่กๆ เธอก็เริ่มเหนื่อยแล้วเหมือนกัน หยุดพักก่อนดีกว่า

“ โอเค งั้นพอแค่นี้ก่อน แต่ทุกวันหลังจากนี้มาเป็นคู่ซ้อมให้พี่ด้วยนะยักษ์” เธอยุติการซ้อมไว้ แล้วเดินไปลงเวทีมวยไปหยิบผ้าขนหนูที่นำติดตัวมาด้วย เอามาซับเหงื่อที่ออกตามลำตัวและใบหน้า  ยักษ์เดินกะโผลกกะเผลกลงมาจากเวทีแล้วนั่งอยู่เก้าอี้ข้างๆเธอ

“เป็นมวยก็ไม่บอก หลงดีใจตั้งนานที่จะได้โชว์สาว” ยักษ์ทำปากยื่นบ่นเบาๆอยู่ข้างๆ

เธอหัวเราะออกมา แล้วเขกหัวของยักษ์ไปทีนึง ยักษ์จับหัวที่โดนเขกแล้วทำหน้าเบ้ใส่อย่างงอนๆ

“ ต่อไปนี้ยักษ์ขอเรียก พี่ลูกพีชว่าลูกพี่น่ะ!” จู่ๆยักษ์ก็โพล่งขึ้นมาระหว่างที่เธอกำลังกระดกน้ำในขวด ทำให้เธอสำลักออกมาเล็กน้อยกับเสียงของยักษ์

แค่กๆ  ไอ้เด็กนี่ตกใจหมด

“จะเรียกอะไรก็ตามใจ แต่ต้องมาเป็นคู่ซ้อมให้พี่ก็พอ” เธอบอก

“ได้หมดดด  ให้ทำอะไรยักษ์ก็ยอมคร้าบลูกพี่” ยักษ์รับคำพร้อมทำท่าตะเบ๊ะอย่างหนักแน่น จริงๆยักษ์มันก็น่าเอ็นดูไม่น้อยแหละ ได้ลูกสมุนมาคอยใช้งานเห็นทีว่ากลับมาอยู่บ้านคราวนี้ก็ไม่คงไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด

เรื่องสนุกๆกำลังรอแกอยู่วะไอ้พีชช!! เธอยิ้มกริ่มกับความคิดของตัวเองอย่างมีความสุข

หญิงสาวละความสนใจจากยักษ์แล้วหันไปหยิบของใช้ส่วนตัวมาไว้ในอ้อมแขนพลางยันตัวลุกขึ้นเพื่อที่จะกลับเข้าไปในบ้าน โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่ายักษ์นั้นได้หันไปพยักหน้ากับวันชัยที่ยืนห่างออกไปเล็กน้อย ส่วนวันชัยเหมือนเห็นสัญญาณจากยักษ์ก็ทำสีหน้าพึงพอใจแล้วทำทีหันไปฝึกซ้อมมวยอย่างเป็นปกติ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

73 ความคิดเห็น