ตื้อรักให้อยู่หมัด

ตอนที่ 28 : อภิสิทธิ์ของเมีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    11 ม.ค. 63





       ครามหัวเสียอย่างมากเขาไม่ยอมถอยห่างจากร่างบาง ยังกอดรัดไว้ใต้ร่างไม่หนีออกห่าง

       “โว้ย..นาทีนี้ไฟไหม้ไร่ก็ไม่ไปดูหรอก .....มาต่อ!!” เขาสบถออกมาเสียงดังแล้วถอยหลังปลดเข็มขัดกางเกงเสร็จสรรพ จนคนมองอ้าปากค้างในความบ้าดีเดือดของเขา

     

            ไปเก็บกดจากไหนมา!!!...

วินาทีหน้ามืดตามัวของเจ้าบ่าวไม่มีอะไรมาฉุดรั้งได้แล้ว 

ชายหนุ่มโถมตัวลงมาทับคนใต้ร่างตั้งหน้าตั้งตาปล้ำจูบอย่างเอาเป็นเอาตาย ฝ่ายถูกกระทำอย่างลูกพีชก็ดิ้นรนขัดขืนสุดแรง

เธอยังไม่พร้อม!!!! ยังไม่พร้อม!!! เสียงตะโกนดังลั่นในใจเพราะปากไม่สามารถเปล่งอะไรออกมาได้นอกจากเสียงอู้อี้ในลำคอเท่านั้น

“หะ.หยุดก่อน”

“ไม่ไหวแล้ว ขอเหอะวะ  ทนมานานแล้วเนี้ย  เห็นใจมั้งเหอะ” ครามครางออกมาด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะซุกหน้าลงบนทรวงอกอิ่มอีกครั้ง

“ยังก่อน!! ขอเวลานอกๆ”

“เวลานอกอะไรอี้ก หะ!! คุณลูกพีช  ดูนี่!! มันแข็งจนจะแทงออกหลังได้แล้วโว้ย”ครามสบถออกมาด้วยความเหลืออด  ก่อนจะดันสะโพกตัวเองเข้าตรงกึ่งกลางลำตัวเองลูกพีชที่มีชุดเจ้าสาวกั้นไว้อยู่  เพื่อแสดงให้รู้ว่าแข็งจริง

ลูกพีชเองหน้าแดงเห่อร้อนขึ้นมาทันที  ใจเต้นแรงกระหน่ำเหมือนจะระเบิดออกมา  เขาเอาไอ้เจ้าแข็งๆทิ่มใส่ตัวเธอ  กลัวเธอไม่รู้หรือไงว่าของแรงถึงดันๆใส่เธอไม่หยุด

เธออยากตะโกนใส่ว่ารู้  เพราะเห็นเต็มๆสองตาแล้วว่ามันนูนเด่นขนาดไหน!!!

“โธ่ลูกพีช  ยอมเป็นเมียจริงๆสักทีเถอะ  พี่ยอมเป็นผัวให้ก็ได้  พอใจมั้ย”

พอใจบ้าอะไรพูดมาได้

เธอสะบัดค้อนวงใหญ่ให้แก่เขาแทนคำตอบ  ชายหนุ่มกลับส่งเสียงหัวเราะในลำคอแทน  มือหนาไม่ได้หยุดที่จะสำรวจร่างกายเล็กเย้ายวนตอนนี้เลย  เจ้าสาวของเขาช่างสวยจนอดใจไม่อยู่  ร่างบางเกือบเปลือยดูเซ็กซี่ขยี้ใจเขาเหลือเกิน  จนต้องไล่ตะครุบปล้ำทำเมียอยู่นี่ไง

เขาก้มมองใบหน้าเจ้าสาวคนสวยชัดๆ ใบหน้าเล็กแดงระเรื่อเพราะออกแรงขัดขืนเขา  สบตาสายตาหวานฉ่ำของลูกพีชซึ่งเงยหน้าขึ้นมามองเขาพอดี

ความเงียบเกินขึ้นในหนึ่งอึดใจ  ไม่มีใครพูดอะไรออกมา  มีเพียงสายตาของทั้งสองที่สบกันอยู่  ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มเริ่มเป่ารดใกล้ใบหน้าเล็กเรื่อยๆ ดวงตาคมปราบก้มมองริมฝีปากบางสวยเล็กน้อยและกดทับลงมาอย่างแผ่วเบา

ลูกพีชเหมือนโดนมนต์สะกดหลงมัวเมากับสิ่งที่อีกฝ่ายปรนเปรอ เพียงแค่มองไปในนัยน์ตาเขากลับทำเธอเสียหลักยอมให้เขาจูบง่ายๆอีกครั้ง

ดวงตาคมที่เธอมองเต็มไปด้วยความรักและการอ้อนวอน ความซื่อสัตย์ต่อความต้องการ จนมันทำให้เธอต้องเผลอตัวเผลอใจอีกครั้ง

ฝ่ามือแกร่งของครามลากผ่านไหล่แบบบางลงมาเรื่อยๆ ร่างเกือบเปลือยของทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ลมหายใจกระชั้นชิดหอบหนักขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมือของเขาไล่ระดับต่ำลงมา ร่างบางยิ่งสั่นสะท้าน  เม็ดเหงื่อเล็กๆผุดขึ้นมาตามกรอบหน้าและไรผมของทั้งสองคน

ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่เขายอมเดิมพันด้วยชีวิตว่าจะต้องเอาลูกพีชเป็นเมียเขาจริงๆให้ได้  เขายอมอินโทรลใจเย็นให้เธอได้ปรับตัวและค่อยๆชินกับสัมผัสจากเขา แล้วถึงค่อยลงดาบ  ทุกการกระทำจึงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน  และลูกพีชเหมือนจะโอนอ่อนตามเขาแล้ว

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มในใจเมื่อทุกอย่างกำลังจะเป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้จนกระทั่ง...

มือหนาซุกซนไปทั่วร่างกายของลูกพีชแต่แล้วก็ต้องมาชะงักมือในตอนที่เขาลูบไล้บริเวณจุดอ่อนโยนของเธอ  ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกจากคนตัวเล็กแล้วค่อยๆก้มไปมองตรงกลางระหว่างขาของลูกพีชด้วยสีหน้าเหมือนช็อกกับสิ่งที่เจอ เงยหน้ามามองคนใต้ร่างเพื่อยืนยันความจริงอีกครั้ง 

ลูกพีชหอบหายใจตั้งสติ ก่อนจะสบตาคนหื่นที่ทำหน้าตื่นปากสั่น ใจอยากจะหัวเราะดังๆให้สาแก่ใจจริงๆ

"ก็บอกว่ายังไม่พร้อมไง เหอะ"

ใครมันจะไปคาดคิดว่า ไอ้การไม่พร้อมของเธอเนี้ยจะหมายถึงว่า เมนส์มา!!!!  มือเขาแตะโดนผ้าอนามัยที่เธอนั้นสวมใส่เอาไว้ 

หน้ามืดครึ้มของเจ้าบ่าวเรียกเสียงหัวเราะดังคิกออกมาจากลำคอคนใต้ร่าง ชายหนุ่มสะบัดหน้าลงมามองด้วยสีหน้าเจ็บปวด 

ทำไมสวรรค์ไม่เห็นใจคนยากมีเมียมั้ง!!!!  กูไปทำบาปอะไรไว้นักหนาวะเนี้ย!!!  

ครามกู่ร้องในใจด้วยความโมโห เขากำลังไต่ขึ้นสวรรค์แล้วเชียว ยมบาลดันลากเขาลงมาจากกลางทางซะงั้น ปั้ดโธ่เว้ย!!!  

 "หยุดหัวเราะได้แล้ว รำคาญ เดี๋ยวก่อนเหอะ พ่อจะฝ่าไฟแดงแม่งเลย" คำขู่จากคนที่หงายตัวลงนอนข้างๆทำลูกพีชรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ แต่ไม่วายยังมีเสียงเล็ดลอดออกมาจนทำคนกำลังโมโหเหล่ตามามอง 

"จะทรมานกันไปถึงไหน ลูกพีชเอ้ย" ครามรำพึงรำพันออกมาด้วยนำเสียงอ่อนใจ แก่นกายเขายังตึงแน่นอยู่ 

ไม่ใช่ว่าเข้าหอวันนี้พ่อต้องไปทำลายล้างลูกๆในห้องน้ำหรอกหรอ คิดแล้วก็รู้สึกเจ็บในอกจี๊ดๆ จนต้องถีบหมอนข้างระบายอารมณ์

"สมน้ำหน้า หื่นดีนัก" 

"เดี๋ยวก้อนนนนนนนนนน" ครามลากเสียงสูงใส่คนนอนข้างๆ ลูกพีชห่อตัวเองในผ้าห่มมองตาเขาปริบๆ 

"อย่าทำหน้าเก็บกดดิ" คนตัวเล็กใช้นิ้วจิ้มๆไปบนไหล่แกร่ง กลับโดนคนข้างๆสะบัดหน้างอนใส่อย่างไม่ใยดี ทำปากยื่นค้อนขวับก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนใช้มือขยี้แรงๆทึ้งผมตัวเอง 

ไม่ได้ดั่งใจสักอย่างเลย!! 

"รีบไปอาบน้ำเลย" เสียงเข้มบอก

สุดท้ายเขาก็รีบเอ่ยปากไล่ให้คนน่าฟัดหนีห่างออกตากสายตาเขา เพื่อที่จะทำให้เขาสามารถสงบสติอารมณ์อันดุเดือดตอนนี้ให้เบาบางลง


มีใครให้น่าสงสารเท่าเขามั้งวะ เจ้าสาวเสือกเป็นเมนส์วันเข้าหอ 


ลูกพีชไม่รอช้าหอบร่างกายเกือบเปลือยวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำอย่างไว แต่ไม่วายแอบหัวเราะขำสีหน้าท่าทางของเจ้าบ่าวที่หมดอาลัยตายอยากนั่งหน้าหงอยตรงปลายเตียง



เวลาเกือบเที่ยงคืนทุกอย่างเงียบสงบ รวมทั้งร่างชายหญิงสองคนบนเตียงกว้าง ลูกพีชนอนตะแคงหันหลังให้กับคนพึ่งอาบน้ำเสร็จ. 

ตอนแรกเธอกะจะรีบหลับก่อนเขาจะออกจากห้องน้ำ แต่พยายามแค่ไหนก็ไม่หลับสักที เพราะอะไรรู้มั้ย???  ก็ไอ้คนพึ่งล้มตัวลงนอนนี่แหละ ทำเธอตาสว่างนอนไม่หลับ

หลังจากเธออาบน้ำเสร็จ เขาก็เดินหน้าตึงเข้าห้องน้ำต่อ ร่างสูงพันกายด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว อวดร่างกายกำยำให้แอบเธอสูดปากเล่น

พอเธอจะหลับตานอนดันหูดีได้ยินเสียงแปลกๆดังออกมาจากห้องน้ำ เสียงครางต่ำๆดังออกมาเป็นระยะๆ  แต่ที่ร้ายกาจกว่านั้นคือ เสียงทุ้มต่ำดันเรียกชื่อเธอ!!!  ขุ่นพระ!  

มือบางรีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวทันที  หลับตาปี๋ใช้ฝ่ามือปิดหูตัวเองไปด้วย

เขาจะเอาแบบนี้เลยหรอ ไม่ใช่เธอลีลาอะไรหรอกนะ ถึงยังไงสักวันเธอก็ต้องเสียตัวให้ผัวอยู่แล้ว แต่!  ตอนนี้คือยังไม่พร้อมไง ขำก็ขำกลัวก็กลัว ในใจดันนึกสงสารเขาอีก


" มากอดหน่อยดิ" เสียงงืมงำราวกับง่วงนอนดังมาจากข้างหลัง ไออุ่นจากร่างกายแกร่งทำเธอนอนตัวแข็งทื่อ เขาใช้แขนวาดมาที่เอวบางแล้วใช้แรงลากเข้าไปในอ้อมอก  

"จะสิงร่างอยู่แล้ว แน่นไป.. อึดอัด" ร่างบางขยุกขยิกไปมาในอ้อมกอด เสียงหัวเราะหึๆดังขึ้นเหนือศรีษะ ก่อนจะกดจมูกลงมาสูดดมกระหม่อมบางเต็มฟอด 

"ดีแล้วไง จะได้รู้ว่าพี่อยากกอดลูกพีชแน่นๆแบบนี้นานแล้ว" 

"ก็เห็นกอดแน่นอยู่ตลอด" เธอเถียงขึ้นเบาๆ ไม่มีคำปฏิเสธออกจากปากเขานอกจากแรงรัดที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น

"วันนี้.. ป๋ามีความสุขมาก แต่จะมากกว่านี้ถ้าได้โอ้เยกับหนู" 

"ยัง.... ยังไม่จบอีก" 

" ฮ้วย!! มักสี้แหม" เขาสบถออกมา เดี๋ยวเหอะ เธอรู้เรื่องนะ!!  

คนตัวเล็กแอบสะบัดค้อนใส่ในความมืด ก่อนจะแกล้งหลับไม่สนใจเขา 


กลิ่นกายสาวรวยรินใกล้ติดปลายจมูก ทำครามปั่นปวนในท้องอีกแล้ว ใจอยากฟัดร่างเล็กๆนี้ให้หายอยาก แต่ก็ทำได้แค่กลั้นใจเอาไว้  เมนส์มันไม่ได้มีทุกวัน ดังนั้นมันก็ต้องมีวันหมดไป


อดทนโว้ย!!!!! 


กัดฟันบอกตัวเองแบบนั้นจึงค่อยพ่นลมหายใจเข้าออกแรงๆ ร่างเล็กแกล้งหลับตะกี้ดันหลับจริงๆไปซะแล้ว ลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอเขาเฝ้ามองใบหน้าน้อยยามหลับด้วยความสุขใจ ต่อแต่นี้ไปถึงเวลาที่เขาจะกางปีกปกป้องเธอได้อย่างเต็มที่เสียที


และเรียกว่าเมียไอ้ครามได้เต็มปากเต็มคำ



 

เช้าแรกของการแต่งงานสำหรับคู่แต่งงานใหม่คนอื่นๆเค้าคงหวานชื่นมื่นกัน แต่มันคงไม่ใช่สำหรับคู่ของเธอ 

 

สงครามบนเตียงเริ่มขึ้นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ คู่บ่าวสาวข้าวใหม่ปลากำลังจะมัน ดันตื่นมาเถียงกันตั้งแต่เช้าตรู่  คนนึงหาเรื่องแต่จะฟัด อีกคนก็ทางเอาตัวรอด สรุปคนจากบ้านใหญ่ต้องมาเรียกให้ไปทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตคู่ 

 

หลังจากทำบุญเสร็จในช่วงเช้า คู่สามีภรรยาป้ายแดงก็แข่งกันทำหน้าบูดมาจากวัด จนคุณนายขิมต้องหันไปมองหน้ากับสามีของตนว่าจะรอดมั้ยงานนี้ พึ่งแต่งงานได้คืนเดียวทำแง่งอนใส่กันซะแล้ว 

 

" ดูทำหน้าเข้า กับข้าวไม่อร่อยรึยังไง ตาคราม" คุณนายขิมอดค่อนขอดใส่ลูกชายตัวดีไม่ได้  ตอนรู้เหตุผลความหน้าบึ้งตึงนั้น คนเป็นแม่อย่างเธอก็อดสงสารลูกชายไม่ได้ แต่ตอนนี้อยากจะสมน้ำหน้ามากกว่า โตเป็นควายยังทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองตลอด

ชายหนุ่มทำแค่เหลือบตามามองคนถามแล้วก้มหน้าเบ้ปากกินข้าวต้มกุ้งตรงหน้าต่อ ไม่คิดสนใจจะตอบ จนลูกพีชต้องใช้มือหยิกลงบนต้นขาแกร่งของเขา

" อูยยย!!  หยิกทำไมเนี่ย" ชายหนุ่มละมือจากช้อนเบ้หน้าทำเจ็บ หันถามคนนั่งข้างๆ

"แม่ถามว่า ทำไมไม่ตอบ ไม่อร่อยก็บอกไม่อร่อยสิ" หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ

" ก็เหมือนเดิม จะถามทำไม" 

"งั้นหรอ" 

ลูกพีชตอบกลับเสียงเบาก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อไม่สนใจจะเซ้าซี้ชายหนุ่มอีก

คุณนายขิมฟังตาลูกชายจอมขี้เก๊กแล้วอยากเอาหม้อมาฟาดหัวให้หายมึนสักที มันก็รู้อยู่เต็มอกว่ามื้อเช้านี้เมียมันเป็นคนทำ ยังจะมาตั้งแง่ให้เมียมาง้องอนอีก

 มื้อเช้าบนบ้านใหญ่จบไปอย่างเรียบง่ายท่ามกลางบรรยากาศเงียบๆ แม้คุณนายของบ้านจะพยายามหาเรื่องมาคุยสักแค่ไหน ทุกอย่างก็จะจบลงด้วยความกร่อยเหมือนเดิม 

 

สองสามีภรรยาแยกย้ายกันไปคนละทาง ลูกพีชเดินหนีไปทางสวนหลังบ้าน ส่วนชานหนุ่มที่แกล้งเมินหญิงสาวก็แอบมองตาม แต่ยังทำขรึมไม่ไปตามตอแยเหมือนเดิม 

 

เดี๋ยวจะได้ใจเกินไป.. 

 

เรื่องที่เขาต้องมาทำงอนเธอนั้น จริงๆเขาก็มีส่วนผิด เป็นใครจะไม่บ้า สาวสวยที่ขึ้นชื่อว่าเมียมานอนซุกตัวในอ้อมอก พอลืมตาตื่นขึ้นมาความเซ็กซี่ของเมียนั้นดันกระแทกตากระแทกใจเขาอย่างแรง อดไม่ได้ก็ต้องหาเศษหาเลยเป็นธรรมดา 

แต่ว่าลูกพีชดันรู้สึกตัวตื่นมาเสียก่อน เขาก็เลยต้องออกแรงอีกสักหน่อย กลายเป็นว่าความคึกคะนองตอนเช้ามาเต็ม คิดจะฝ่าไฟแดงจนโดนหมัดน็อกเสยเข้าปลายคาง

แทนที่จะได้รับความเห็นใจ กลับถูกเมียทำร้ายร่างกายและจิตใจอันบอบบาง ลุกหนีสะบัดตูดไม่ดูอาการเขาเลย 

 

นี่ก็จะสี่ชั่วโมงแล้วนะ ไม่คิดจะง้อกันบ้างรึไง ชายหนุ่มคิดในใจอย่างหงุดหงิด 

 

แม้ในใจอยากจะทำตัวงอนให้นานกว่านี้แต่ร่างกายมันมักจะสวนทางเสมอ ไอ้สายตาไม่รักดี ก็มักจะสอดส่องดูว่าร่างบางเล็กๆจะไปไหน กำลังทำอะไร

ทั้งสองคนกลีบมายังเรือนหอเมื่อคืนนั่นก็คือบ้านของครามได้สักพักแล้ว แต่ยังไม่มีการสนธนากันเลยแม้แต่คำเดียว

ลูกพีชเดินหนีเขาอีกครั้ง ทำหน้าเรียบเฉยไม่สื่ออารมณ์จนเขาแอบหงุดหงิด เมื่อเธอจะมาง้อสักที เขาขี้เกียจทำขรึมแล้ว อยากเข้าไปซุกตัวใกล้ๆแล้วออดอ้อน

"จะไปไหน" เสียงเข้มเอ่ยถามขึ้น พลางลดหนังสือพิมพ์ลงมองคนตรงหน้า 

ช่วงที่เธอหนีหายไปเข้างุ่นง่านไม่เป็นอันทำอะไร จึงนั่งๆนอนๆตรงโซฟา สักพักก็เห็นร่างเล็กเดินลงมาพร้อมกับแต่งตัวเหมือนจะไปที่ไหนสักแห่ง

 

ลูกพีชแสร้งหันไปมาราวกับว่าเขานั้นกำลังถามใครอยู่ พอสบตาคมเข้มนั้นก็ยกมือขึ้นมาชี้ตัวเอง เชิงว่าคุยกับเธอหรอ 

"เรานั่นแหละ จะไปไหน" 

"ทำไม"

"ก็ถาม จะไปไหน"

แทนที่เธอจะตอบคำถามเขากลับ หันหน้ามองตรงแล้วกอดอกมองนิ่งก่อนจะขยับริมฝีปากบางถามเขากลับ

"มีปากคุยด้วยแล้วหรอ" 

ชายหนุ่มยักไหล่ไม่ใส่ใจ เอนตัวพิงโซฟากอดอกมองกลับมั้ง ต่างฝ่ายต่างมองกันนิ่ง  จนสุดท้ายแล้วนั้น คนขี้งอนก็เป็นฝ่ายถอนหายใจยาวๆออกมา เลิกทำท่าลีลาขี้เก๊ก

"ไม่อยากงอนแล้ว ไม่ง้อสักที" 

"ใครกันแน่ที่ต้องงอน" ลูกพีชสวนกลับทันที แล้วเดินมานั่งโซฟาว่างตรงข้างๆ 

" ทำพี่เจ็บแล้วไม่สำนึกอีก ใจร้ายจังเมียคนนี้" 

"ยังน้อยไป ทำหื่นอะไรแน่เช้า คนเค้าตกใจหมด แล้วยังจะคิดฝ่าไฟแดงอีก บ้าหรอเปล่า บุญเท่าไหร่แล้วไม่ซ้ำ" ลูกพีชบอกเสียงสะบัด แถมค้อนวงงามให้อีกที ปากแดงยื่นออกมาน้อยๆ คนมองตามก็คันยุบยิบที่หัวใจอยากจะพุ่งตัวเข้าไปบดจูบเสียเดี๋ยวนี้

ชายหนุ่มค่อยๆกระเถิบตัวเองเข้าไปใกล้ๆพยายามเก็บมือเก็บไม้ให้เรียบร้อย  ลูกพีชเองใช้เพียงแค่หางตาแลมาแต่ก็ไม่ว่าอะไร เขาจึงล้มตัวลงนอนหนุนตักนุ่มนิ่มหลับตาพริ้มเปิดรอยยิ้มกว้างของเช้าวันนี้

หญิงสาวก้มลงมองด้วยความขบขำ  อุตสาห์แกล้งตีเนียนไม่สนใจตั้งนานก็รอดูอยู่ว่าจะสามารถทนได้นานสักแค่ไหนกันเชียว ในเมื่อเขาออกจะติดเธอซะขนาดนี้  ไม่เสียแรงที่เธออดทนไม่โวยวสายใส่ตั้งแต่อยู่ในวัด

“ข้าวต้มเมื่อเช้า อร่อยมาก ชอบ”  จู่ๆชายหนุ่มหน้าหล่อเข้มก็เปิดเปลือกตาพูดขึ้นมาทำให้ทั้งสองคนสบตากันพอดี 

“ก็เหมือนเดิมไม่ใช่หรอ” ลูกพีชแสร้งเบือนนห้าหนีไม่สบตาด้วย แก้มแดงๆเริ่มร้อนขึ้นมา

เขาก็รู้นิ...ว่าเธอเป็นคนทำ 

“ข้าวต้มอ่ะเหมือนเดิม  แต่เพิ่มเติมคืออร่อยกว่า   แต่จะอร่อยกว่านี้ถ้าได้กินคนทำด้วย”

“เดี๋ยวเหอะ!!” เธอทำท่าจะยกมือขึ้นตี  แต่ชายหนุ่มกลับตั้งการ์ดรอเสียก่อนพร้อมกับหัวเราะขำๆ

“สรุปว่าวันนี้จะไปไหน”

“จะไปค่ายมวย ไปดูเค้าซ้อมกัน ได้ข่าวว่าเดือนหน้ามีงานวัดในตัวจังหวัด  พ่อส่งค่ายเข้าร่วมชกด้วย กะจะไปดูเด็กปั้นซะหน่อย”

ตั้งแต่ตอนที่ถูกทำร้ายมาทางค่ายมวยของเธอก็ระวังตัวเป็นพิเศษ ขนาดพ่อกับแม่เวลาออกไปไหนน้าชัยต้องคอยไปเป็นเพื่อนเสมอ กลัวว่าพวกนายสาครจะมาลอบกัด  ยักษ์ก็รักษาตัวจนหายดีแล้ว วันงานแต่งยังมาช่วยงานได้สบายๆ

ครามฟังแล้วได้แต่ขมวดคิ้วเข้ม เขายังไม่อยากให้เธอออกจากไร่ไปตอนนี้ เพราะขนาดงานแต่งเมื่อคืนไอ้สาครมันยังกล้ามาแถมยังขู่ไว้อีก  เขาไม่เคยประมาทอะไรอยู่แล้วถึงได้กำชับสิงห์ไว้ แล้วมันก็เป็นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้

พวกมันเล่นลอบกัดแอบเข้าไปเผาท้ายไร่เขา  ดีที่คนงานซึ่งวางเวรยามเอาไว้ช่วยกันดับไฟได้ทัน ไม่งั้นผลผลิตของเขาคงสายหายหนักพอดู 

จริงๆมันไม่ใช่การขู่ แต่มันกำลังจะบอกว่าพวกมันเอาจริงแน่  รวมทั้งแก้แค้นแทนลูกน้องของมันด้วย

เขาปิดเรื่องนี้เอาไว้ไม่ให้คนอื่นๆต้องมากังวลมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้เรื่องราวเมื่อคืนนี้  พอลูกพีชบอกจะออกไปข้างนอกตามลำพัง  คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมหรอ

ไม่มีทาง...

“ไม่ได้  ยังไม่ต้องไปตอนนี้หรอก  พึ่งแต่งงานจะรีบแจ้นออกไปไหน”

“อ้าว  ทำไมจะไปไม่ได้ล่ะ  ตัวไม่ได้ติดกันสักหน่อย  นายก็ไปทำงานสิ  นี่ก็สายแล้วด้วย” ลูกพีชไม่ยอมเถียงกลับ  ชายหนุ่มจึงผุดลุกขึ้นนั่ง

“หึ้ย!!! บอกให้เรียกพี่ตั้งแต่เมื่อคืน  วันนี้เรียกนายอีกแล้ว เดี๋ยวเหอะ  เดี๋ยวจะโดนทบทวนบทเรียนพื้นฐาน”

“บะ..บทเรียนพื้นฐานบ้าอะไร”ลูกพีชเถียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเริ่มแดงมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงบทเรียนของชายหนุ่มเมื่อคืนนี้

“หน้าแดงขนาดนี้  ยังจะมาถามอีก   เรียกผัวว่าพี่  ไม่ตายหรอกเชื่อเหอะ   ถ้ามันตายก็ไม่ตกนรกหรอก  เพราะพี่จะพาขึ้นสวรรค์เอง” เสียงหัวเราะท้ายประโยคทำเธอขนลุก  มันช่างฟังแล้วเสียววาบตรงท้องน้อยจริงๆ 

“แต่ฉันอยากไปค่ายจริงๆนะ..ละ”

“พีช”ชายหนุ่มพูดตัดบทสนเธอชะงัก  งงว่าเขาเรียกเธอทำไม

“...??

“แทนตัวเองว่าพีช  แล้วจะพิจารณา”  เธอเบิกตาเอียงคอเล็กน้อย เอากับเขาสิ  สรุปจะให้เรียกเขาว่าพี่แล้ว แทนตัวเองว่าพีชใช่มั้ย

“อ่า..” รู้สึกเขินๆนิดหน่อยที่จู่ๆต้องมาพูดอะไรปุบปับแบบนี้  ไม่ใช่ว่าเคยแทนตัวเองว่าพีช  เพียงแค่ไม่เคยกับเขาเท่านั้น 

“งั้นวันนี้ก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น  จะนอนอย่างเดียว งานก็ไม่ไปทำเพราะงานหลักคือเฝ้าเมียก็พอ”

เธอถึงขั้นอุทานออกมาเบาๆ กับเหตุผลที่เขายกมาอ้าง  เฝ้าเธอเนี้ยนะ  งานหลักคือเฝ้าเมีย  งั้นงานอดิเรกคือทำไร่งี้หรอ    ได้หรอ...

“พี่คราม  วันนี้พีชขอออกไร่ไปบ้านหน่อยได้มั้ย” เสียงหวานใสเอ่ยออกมาเบาๆจนคนฟังต้องเงี่ยหูมาใกล้ๆ 

“อะไรนะ  พูดไรหูไม่ค่อยดี  ฟังไม่ชัดเอาใหม่ดิ”

“พีชขออนุญาตพี่ครามไปที่บ้านหน่อยนะ” เธอเพิ่มระดับเสียงขึ้นมาอีก  คนหน้ามึนถึงพยักหน้ารับรู้ ครางอืมอยู่ในลำคอ ก่อนจะส่ายหน้าไปมาๆ

“ไม่ได้”

“อ้าว!!!!!” 

ลูกพีชถึงกับร้องเสียงหลงนึกว่าเขาจะปล่อยให้เธอออกไปข้างนอก  ดันถูกปฏิเสธแทน  ได้ไงอ่ะ

“ก็ไหนบอกว่าพูดแล้วจะให้ออกไปไง  ทำไมขี้โกงแบบนี้ล่ะ หะ!!  เธอโวยวายขึ้นมาทันที  หน้าบึ้งตึงทำคนถูกหาว่าขี้โกงหัวเราะลั่นห้อง

น่ารักสิ้นเปลืองจริงๆคนบ้าอะไรวะ..

“ไม่ได้ขี้โกงก็จะพาไปอยู่  บ้านมันไม่ได้หายไปไหนหรอก แต่ต้องไม่ใช่วันนี้  เพราะวันนี้พี่จะพาเราไปดูงานที่สำนักงานของพี่  เราอ่ะยังไม่ได้รู้จักทุกคนไม่ใช่หรอ  ในงานคนตั้งเยอะไหว้ๆไปแบบนั้น เชื่อเหอะว่าจำใครไม่ได้หรอก”

สิ่งที่ชายหนุ่มพูดมานั้นก็ถูกเพราะเธอเอาแต่ยกมือไหว้อย่างเดียว ไม่ได้สนใจจริงจังว่าใครเป็นใครรู้แค่ว่าง่วง เหนื่อย เพลียอยากนอนมากๆ

“ งั้นหลังเสร็จงานก็พาไปส่งที่บ้านด้วยได้ปะ”  

“ไม่ได้!”เสียงห้าวเข้มตอบกลับทันที  จนลูกพีชเด้งตัวจากโซฟายืนขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์

ชายหนุ่มเองก็ยืดตัวยืนเต็มความสูงมองคนตัวเล็กของเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“โอ้ย!!!!  ไหนอภิสิทธิ์ของฉันล่ะ.. อะไรๆก็ไม่ได้ๆ"  คนตัวเล็กกระทืบเท้าเร่าๆ ขัดใจกับไอ้คนชอบกวนโมโหที่ยืนทำเท่ห์ไม่สะท้กสะท้าน

"อภิสิทธิ์ของหนูก็คือ เป็นเจ้าของหัวใจเจ้าของไร่ฟ้าคำราม แถมสามารถปู้ยี้ปู้ยำร่างกายและจิตใจยังไงก็ได้  จะจับ จะจูบ จะคลำ สามารถทำได้ตามสบาย" เขาบอกด้วยท่าทางสบายๆ 

นี่มันใช่แบบที่เธอต้องการที่ไหนกันเล่า!!!  มีแต่เขานะสิที่ได้ประโยชน์จากเธอ

“ไม่ทำ ไม่จับไม่ลูบอะไรทั้งนั้น  นี่แต่งเข้ามาเป็นเมียหรือแต่งเข้ามาเป็นทาสกันแน่เนี้ย  จะไปไหนมาไหนถึงยากเย็นขนาดนี้” 

“ไม่เห็นยากตรงไหนเลย  ตามใจพี่สิ รับรองชีวิตน้องจะมีแต่ความสุขสบาย  เชื่อพี่ๆ”  ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงหื่นๆใส่พร้อมกับก้าวดุ่มๆหวังคว้าร่างเล็กมากอด  แต่ก็หวืดไปอย่างหวุดหวิด

“ไม่เล่นนะ!!” คนตัวเล็กกว่าแหวใส่เสียงสั่น

“ใครว่าเล่นเล่า  โต๊ะ เตียง ระเบียง บันได  ได้หมด เอาจริงทุกช็อต แล้วแต่น้องจะพอใจ  สำหรับพี่ยังไงได้หมด ถ้าสดชื่น”

“อย่ามาทะลึ่ง!!  ก็ได้ๆๆ  ไม่ไปก็ไม่ไป” หมดหนทางจะต่อล้อต่อเถียงกับคนแบบเขา  ยิ่งพูดก็มีแต่จะเข้าเนื้อเข้าตัวเธอหมด 

เจ้าของไร่ฟ้าคำรามเผยรอยยิ้มหล่อเข้มออกมาก่อนจะเดินเข้าไปลูบหัวคนตัวน้อยหน้าบึ้งตึงด้วยความเอ็นดู

“เด็กดีนะเด็กดี ของพี่คราม”

 

 

บ้านไม้กึ่งปูนสไตล์โมเดิร์นหลังใหญ่ซึ่งปลูกอยู่ภายใต้บริเวณพื้นที่หลายสิบไร่ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้นานาพันธ์หลังนี้เป็นของอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นามสกุลดังนั่นก็คือ เผ่าพงศ์ปรีชา เจ้าของบ้านหลังนี้ก็คือ ภูผา เผ่าพงศ์ปรีชา  พ่อของสิงห์

“แกกำลังจะไปไหนแต่เช้า วันนี้ไม่ได้เข้าเวรไม่ใช่หรอ  มีเวลาคุยกับพ่อสักหน่อยมั้ย” เสียงเข้มหนักแน่นของนายภูผาอดีตนายตำรวจใหญ่ทักลูกชายคนเดียวระหว่างจิบกาแฟยามเช้าตรงบริเวณสวนหน้าบ้าน

เท้าที่กำลังจะข้ามออกจากบ้านของสิงหชะงักตอนถูกทัก  แล้วค่อยๆเดินเข้าไปหาผุ้เป็นพ่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“พ่อ มีไร” เขาถามก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างข้างๆท่าน

“เมื่อคืนกับหนูฟ้า  หมายความว่าไง” สมกับเป็นพ่อของเขาจริงๆ ถามตรงประเด็นซะจนเขาไม่ทันตั้งตัว

“ก็ ไม่ทำไม” เขายังคงรักษาความนิ่งสงบของตัวเองเอาไว้

“อย่ามากวนตีนพ่อ แกก็รู้ว่า พ่อห้ามแกไปยุ่งกับหนูฟ้าอีก  จำที่คุยกันไว้ไม่ได้หรอ” นายภูผาถามลูกชายเสียงติดเรียบนิ่งเหมือนกัน เพียงแต่ว่าดวงตาคมเข้มผ่านกาลเวลาคู่นั้นกลับบาดลึกเข้าไปในใจของผู้ฟังอย่างลูกชาย

“ผม พยายามแล้ว แต่ทำไม่ได้”

ตึง!!!!!!!!!!!

พูดไม่ทันได้จบประโยคนายภูผากลับกระแทกแก้วกาแฟลงอย่างแรงจนมันกระฉอกออกเลอะเต็มโต๊ะ   แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ให้ความสนใจเพราะสองพ่อลูกกำลังใช้สายตาในการฟาดฟันกันอยู่






ขอโทษน้า....งื้อออ























❤ฝากให้กำลังใจด้วยนะ❤


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #66 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 13:06

    คู่นี้ยังไงนะ ?

    #66
    0
  2. #65 wp090 (@wp090) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 14:38
    555555
    #65
    0
  3. #63 Moogapok (@Moogapok) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 00:08

    ???????????????? โอ้ยยน่าสงสารแท้ป๋าคราม!!!???????????? ตาอิโตนคัก

    #63
    1
  4. #62 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 22:34

    ข้ามปีแล้วก็ยังไม่ได้เข้าหอ

    ใครจะน่าสงสารเท่าพี่ครามไม่มีแล้ววว

    #62
    0